การตรัสรู้ของผม ในเชิงวิทยาศาสตร์แล้วก็คือก้อนเนื้องอกในสมองที่พูดได้

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย R?MJ VII, 11 มกราคม 2017.

  1. R?MJ VII

    R?MJ VII เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    2,808
    ค่าพลัง:
    +1,441
    ผมคิดว่ามีอยู่ 2 ก้อน ก้อนหนึ่งเป็นญ ก้อนหนึ่งเป็นบร๊ะ(พระแนวๆจะเรียกบร๊ะ) ตีกันวาปไปมาในหัวผม หาจุดปลงกันไม่ได้ ต้องอดข้าวอดน้ำครับมันถึงจะสงบ พระบอกให้นิพพานดีกว่า ญบอกรอชาติหน้าเธอต้องเป็นของชั้นประมาณนั้น มีพญานาคเป็นสักขีพยาน มันแอบเข้ามาในตัวผมตอนหลับอะ
    ผมรู้เพราะผมแกล้งหลับ จนจับไต๋มันได้ มันเข้ามากวาดล้างทุกอย่างจนกลายเป็นพระญาติ แยกเงาต่อสู้ในฝันผม สาเหตุที่ฝันทุกวัน คอยจัดการเรียงข้อมูลในหัวผมใหม่ จะให้ผมเป็นหุ่นยนต์ให้ได้ เริ่มต้นจากจิตก็จบที่จิต
    กายเราแค่ที่พักชั่วคราว รักแท้ดูแลไม่ได้ รักตัวเองยังไม่ได้เลย สาเหตุที่ผมไม่มีเมีย ช้ำรักอยู่ร่ำไป เพราะทนอยู่กับนักวิทย์สติเฟื่องไม่ไหวแน่ ลาก่อนถ้าชาติต้องการ เขาเก็บดีเอ็นเอผมไว้แล้ว อยู่ต่างมิติที่เล็กจนมองแทบไม่เห็น
    ปล. หาคนเข้าใจไม่ได้เลย จ้องแต่จะหาว่าผมพลาดกันอยู่อ๊ะเปล่า
     
  2. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    น่าคิด
    ถ้าอาการที่คนเราคิดตอบโต้กับตัวเอง จนเหมือนกับมีวิญญาณเข้ามาแฝงอยู่ในสมอง
    หรือที่เรียกว่า เสียงในสมอง เสียงในความ แท้จริงแล้ว คนนั้นอาจสื่อสารกับสมองของตนเอง
    อีกส่วนหนึ่งที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นต่อจิตสำนึก หรือกำลังตอบโต้อยู่กับ ก้อนเนื้อสมองที่มีความคิดเป็นของตัว ก็มีความเป็นไปได้
    คนเราโดยมากหลงเข้าใจว่าจิตสำนักควบคุมทุกอย่าง แท้จริงแล้วไม่ใช่
    ในเวลาที่เราหลับ จิตสำนึกในส่วนที่คิดว่าเป็นตัวตน หยุดทำงาน
    แต่สมองและอวัยวะต่างๆยังทำงานได้ต่อไปโดยอัตโนมัติ โดยไม่จำเป็นต้องพึง่จิตสำนึก

    นอกจากนี้แล้ว อาจมีความเป็นไปได้ ที่คนเราอาจสื่อสารกับสิ่งมีชีวิตที่มาแฝงในร่าง
    อาทิเช่น พยาธิ ที่มาอาศัยอยู่ในร่างกาย แล้วก็ติดต่อสื่อสารกับความคิดของมัน
    จนกลายเป็นความเข้าใจผิด คิดว่ามีวิญญาณ มาสิงในร่าง หรือมีเทวดามาอารักขา

    อย่างไรก็ดี มันแค่ความคิดเห็นที่เป็นสมุติฐาน ไม่รับรองว่าจะเป็นเรื่องจริง
     
  3. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ไม่เหมือนกับที่ผมเข้าใจ มา นะ....ทำไมถึงมีฝ่าย ญิง กับ ฝ่าย พระจ้าว และฝ่ายพยานคือพระยานาค อีกล่ะ.....แบบนี้ ผมว่า ..ถ้าจะให้ผม มโนอาการดูเล่นๆ ผลที่ได้คือ 1.ฝ่ายพระจ้าวคือ จิตตน 2 .ฝ่ายญิงคือจิตอวิชชาหรือสัญญาขันธ์ 3. ฝ่ายยานหรือพยานาคคือ จิตจรจากภายนอก......ลักษณะแบบนี้เหมือนคนที่ฝึกจิตหรือฝึกสติของตนเองมาอย่างหนัก จนแยกจิตตนเอง ได้บ้าง แต่ยังชำระจิตอวิชชา ยังไม่ได้ ก็เลย ทำให้ เกิดมีการแยก จิต แยกความคิด แยกใจ แยกขันธ์ เป็นฝ่ายๆ แต่ ....กระทำการชำระมันไม่ได้ (ชำระมันไม่ได้แปลว่า ไม่ เข้าใจว่า แล้วใจที่เป็นตัวเองจริงๆคือตัวไหน)

    น่าจะแบบนี้หรือเปล่าครับ...เพราะส่วนตัวผมเองแล้ว..ใจก็คือตัวเรา แต่ความคิดที่ใจคิดเราต้องรู้ทัน มันแค่สิ่งที่ใจปรุงแต่ง ส่วนพยานจิตขาจรที่ จรเข้ามา ให้ใจปรุงหรือรับรู้โดยที่เรา ไม่ได้กระทำ อันนี้ คือ จิตของฝ่ายนอกที่ เข้า มาทำให้เราปรุง เราฝัน อันนี้ เราก็ต้อง พยายามรู้ตัวให้ทันนะครับ

    บ่อยครั้งที่ผมฝัน แล้วผมรู้ว่า ผมกำลังฝันเพราะมีจิตคนอื่นนำพาให้เราฝัน..ยกตัวอย่าง เช่น วิญญาณผี มันจะดึงใจ(ความรู้สึกของเรา)เข้าไปอยู่ในจิตของมันในฝันของมันในเรื่องของมันที่สร้างฉากสร้างเรื่องขึ้นมา แล้วผมจะรู้ตัวตั้งแต่ขณะที่กำลังเคลิ้ม แล้วใจเราก็ถูกจิตของผี มันดูดใจเรา วูบบบบ...เข้าไปใน ฉากในจิตของมันที่สร้างเอาไว้ หลอกเราแกล้งเรา..ถ้าแบบนี้ เราจะรู้ตัวว่า เรา กำลังวูบ ไปในฝันของมัน เราจะมีสติ ตั้งรับมือในฝันนั้น จนตื่น น่ะครับ..ตื่นเต้น แต่จะไม่กลัวในนิมิตร นั้นมากไป เพราะเรารู้ตัวครับ
     
  4. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    บางความฝัน จะมารู้ตัวอีกที ก็เมื่อ ได้เข้าไปอยู่ในความฝันแล้ว..แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้ แค่รู้ตัวว่า เราอยู่ในความฝันอยู่...จะฝันตื่นเต้นแค่ไหน ก็สามารถรับมือได้...แต่จะน่ากลัวที่สุด ก็ยามฝันเห็น พยานาคตัวเท่าภูเขานี่แหล่ะ มันใหญ่เกินจะอยากฝันเจอ...
     
  5. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ข้อดีของการที่ผมเคยฝึกสติ มาจน รู้ตัวทั่วตน รู้ตัวตลอดวัน ..แบบนี้..จึงทำให้ผม แยกสติ แยกใจ แยกความคิดของใจ แยกอุปทาน ที่ปรุงแต่งได้...ทำมห้ผมรู้ตัวเอง ดี ว่า อ้นไหนคือ ใจเรา อันไหนคือ ที่ใจคิด อันไหนคือ อุปทานจากถายใน(สัญญาขันธ์) อันไหนคืออุปทานจากภายนอก(จิตจร ที่สื่อมาหาเรา)
     
  6. R?MJ VII

    R?MJ VII เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    2,808
    ค่าพลัง:
    +1,441
    เผอิญคิดอ่านข้อความตรัสรู้ไปเรื่อยจนเพลินถึงจะกลับมาเป็นตัวของตัวเอง
    ถ้านั่งสมาธิเมื่อไหร่ละคอมโบเสียงพระยานาติ(นาค+พระยาติ)รุมด่า ต้องอดอาหาร 1 มื้อมันเงียบ สุดท้ายได้เสียงญมาช่วยบัฟ ไม่รู้จะพึ่งใครดีเลย เวรกรรมผมมันรุนแรงมากเลย ฝันทุกวัน เถียงก็ไม่ให้เถียงนะ ไม่งั้นมันส่งนิมิตคนตายให้ดู คาดว่ามันจะสร้างคอมจิ๋วเป็นด้วย คงลิ้งระโยงระยางทั่วหัวผมหมดแล้ว
    ความจริงผมต้องตายไปแล้วจากอาการเส้นเลือดในสมองแตกอะ ใครมาอุดรูรั่วให้ผมรึโชคดีแตกนิดเดียว แต่อาการปวดหัวนี่สิของจริงทำให้เพ้อทุกวัน
    บ่นนู่นบ่นนี่จริงบ้างไม่จริงบ้างตามการคาดเดาผม เคยนั่งสมาธิจนนิ่งจริงๆก็เห็นภาพอัศจรรย์มามากมาย จึงได้รู้ว่าการตรัสรู้คือการคิดไปเรื่อย ข้อมูลไหนดีเจ้าเนื้องอกดีนี่ก็เก็บไว้ คุยกับมันจนเป็นเพื่อนซี้กันแล้ว มันต้องการแค่อาหารจากผม ผลตอบแทนก็ชอบส่งภาพโป๊ 3D มาให้ดู หลังๆเป็นคอสเพลย์แล้วสมจริงมาก ถ้าเกิดเห็นใครเดินๆ แล้วยิ้มคนเดียวนี่แหละ อาการแบบผมเลย แต่ข้อเสียจ้องแสงจ้าได้ไม่เกิน 3 นาที ไม่งั้นล้อยันลูกบวช ประโยชน์ของเนื้องอกมาก้อด
     
  7. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    เป็นแบบพวกกูน ในเรื่องสตาร์เกทหรือเปล่า
     
  8. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ความจริง ไอ้อาการปวดหัว (ผมเคยปวดแบบเหมือนมีสายฟ้าฟาดเปรี้ยงๆเป็นเส้นๆไส่เส้นประสาทที่หัว เปรี้ยงทีแทบ จังงัง น้ำตาไหนพรากๆ ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากนอนนิ่งๆ เอาความรู้สึกทั้งหมด ไปจับที่ สายฟ้าฟาดนั้นแทน เพื่อลดความเจ็บปวด ฝึกสติจับที่สายฟ้าจน สติลืมกายไปก่อนเพื่อลดความเจ็บปวด ผมว่าเหมือนการทดสอบการฝึกแบบ บีบบังคับให้เราฝึกสติ ซะมากกว่านะครับ...ส่วนเรื่องฝันถึงความตายความน่ากลัว อันนี้ก็เป็นการฝึกสติเราอีกแบบนึงเหมือนกัน..ส่วนการส่งสาวๆไม่นุ่งผ้ามาทดสอบเราก็เหมือนกัน มันสามารถบอกได้ว่า เรามีสติแค่ไหนที่จะไม่หลงไปกับภาพนิมิตรเหล่านั้น เพราะมันทดสอบทั้งสติเราเอง ทั้งอารมณ์ความรู้สึกที่เราปรุง ไปแล้วนั้น เราจะเอาชนะ อารมณ์คงามรู้สึกนั้นได้แค่ไหน

    ผมว่า มันคือการฝึก ตัวเราเอง จาก ครูอาจารย์ภายนอกหรือ ผู้หวังดีจากภายนอก ที่เขาฝึกเราทดสอบเราต่างหากครับ..ผ่านไม่ผ่าน ต้องตอบตัวเองครับ
     
  9. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ผมว่าคุณควรจะฝึกสติให้ กว่านี้ นะครับ
    หรือให้เกิดปัญญา ตาม หลักของการฝึกสติปัฏฐานสี่ ให้ได้คือ แยกกาย แยกเวทนากาย แยกใจ แยกความคิดที่เกิดจากใจ แยกความคิดที่เกิดจากภายนอก แยกความคิดที่เกิดจากอุปทาน..จนมารู้ตัวเองให้ชัดนะครับ ว่า อันไหนคือตัวเราจริงๆ(กายและใจ)เท่านั้น
     
  10. R?MJ VII

    R?MJ VII เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 เมษายน 2011
    โพสต์:
    2,808
    ค่าพลัง:
    +1,441
    เนื้องอกเลี้ยงดีๆ มันก็เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งเลยนะ เกิดจากจ้องไฟมากฝึกแบบกสิณไฟนั่นละ เริ่มปวดหัวรุนแรงนั่นละใช่เลย อาการเริ่มต้น ส่วนก้อนแรกผมได้ตอนเป็นใหม่ๆ เป็นผีผู้หญิงมาคอยหลอกทุกวันเลย จึงไปบวชแต่ได้ไม่นานเจ้าที่ทนไม่ไหวส่งนาคมากัดผมเป็นรอยเขี้ยวเลยตอนนอน หล่อนก็เริ่มหายไปรักนิรันดร์ของเราเป็นไปไม่ได้หลอก จากนั้นผมก็สึกเพราะเจ้าที่นี่แหละด่าสาปส่งทุกวัน วัดไหนไม่อยากบอก จนกลับบ้านได้วิชาหวยๆ มานิดหน่อย จนได้เจ้าหล่อนมากระตุ้นอีกครั้งจากดูอนิเมะนี่แหละ มาช่วงผมสึกพอดีเลย ก็เริ่มดูตั้งแต่เรื่องบลีชเรื่องแรกมาเรื่อย รักต้องปกป้องว่างั้น จนพยานาติถูกขับออกมาทางตัวผม เยี่ยวออกมาตอนไหนไม่รู้ เห็นเป็นตัวตะเข็บนั่นเอง ผมก็ยังพอทำงานได้อยู่ช่วงนั้น เริ่มมีอะไรไม่ชอบมาพากลกับตัวผมเริ่มหลุดมิติแล้ว สงสัยถลำลึกกับอนิเมะ
    จนเนื้องอกเริ่มประกาศแยกตัวสร้างอาณานิคมใหม่ กลายเป็นหนังอิลิเซี่ยมพอดีช่วงนั้น คาดว่าอยู่ต่อนี่ได้เห็นดวงจันทร์เป็นแหล่งที่อยู่ใหม่แน่ ตามที่ผมเคยฝันนะ ฝันมีสงครามบนดวงจันทร์ หมดเวลาโม้แล้ว ค่อยมาต่อวันหลัง เสียงพยานาติเตือนอะ มันมีหลายแบบมากเลย มาฝังเชื้อผมรอบที่ 3 แล้วเนี่ย ถ้ามีรอบหน้าคงจองวัดหล่ะ
     
  11. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    แล้วในกรณีที่คุณเล่นเวป ก็ย่อมเป็นปกติธรรมดา ที่ ตัวคุณย่อมได้รับการ สื่อสาร การคิดถึง จาดจิตของคนอื่นอีกมากมายที่เขาเข้ามาอ่าน หรือที่คุณอ่านข้อความแล้วคิดถึงคนอื่น มันล้วนเป็นการสื่อสารถึง คนอื่นและคนอื่นสื่อสารมาถึงคุณ อย่างหลีกเลี่ยงมิได้....ถ้าสติคุณไม่แยกได้ชัด มันก็จะ มารวมๆกันอยู่ในหัวคุณนั่นแหล่ะครับ ขึ้นอยู่กับว่า คุณจะสื่อสารรับสารได้ชัดเจนแค่ไหน เป็นเสียง แสง ภาพ กลิ่น เวทนา...นิมิตร ก็แล้วแต่ ละคลื่นจิตนั้นๆว่าจะแรงชัด ขนาดไหนแล้วแต่พลังจิตของพวกเขาเหล่านั้นครับ
     
  12. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    ผมคงไม่พูดถึงระดับการตรัสรู้นะครับ เอาแค่ระดับเสียงในหัว หรือเสียงในสมองพอ
    คือเวลาที่เราคิดอะไร บางครั้งมันมีเสียงของความคิดอีกเสียงหนึ่งที่ไม่ใช่ความคิดของเราตอบกลับมา
    ซึ่งเราเองก็ไม่รู้ว่า เป็นวิญญาณหรือเป็นอะไรกันแน่ หรือว่าเป็นแค่อุปาทานที่เรานึกคิดไปเอง
     
  13. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    เวลาที่เราคิดอะไรอยู่
    บางครั้งมันมีเสียงความคิดอีกเสียงหนึ่ง(ที่เรารู้ไม่ทัน)ที่คิดว่ามันไม่ไช่ความคิด ..ตอบกลับมา
    ....
    สำหรับผมแล้ว จากที่ผมฝึกสติมานั้น..เสียงในหัว ของเรา หรือความคิดอื่นที่มันผุดขึ้นมาโดยที่เราคิดว่า เราไม่ได้คิด...มันไม่มีจากที่อื่นหรอกครับ ทุกเสียง ทุกความคิด มันแค่เรายังฝึกรู้ไม่ทันมันเท่านั้นครับ..ไม่มีอะไร ลึกลับหรอกครับ....บางครั้งเรานี่แหล่ะคิดเอง แต่เราไม่ยอมรับ ไม่ฝึกที่จะรู้ทันมัน เท่านั้นเองครับ...แค่รู้ไม่ทันครับ
     
  14. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    ทีนี้ถ้าในอนาคต นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างเครื่องมือขนาดจิ๋วที่ใช้ฝังในสมองของคน
    แล้วเชื่อเข้ากับระบบประสาท
    ทำให้สมองคนมีความรู้สึกไวต่อคลื่นความคิดของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นการคิดเป็นคำพูด การนึกเป็นมโนภาพ หรือเป็นอารมณ์ เช่น รัก โกรธ นับถือ เลื่อมใส ดูถูก ฯลฯ
    และช่วยขยายความรู้สึกนึกคิดของผู้ที่ใช้เครื่องนี้มีกำลังส่งสูงขึ้น ก็คงจะดีไม่น้อย
    ต่อไป เวลาที่คนเราอยู่ใกล้ๆกัน ก็ไม่ต้องเอ่ยปากพูด ใช้วิธีคิดอย่างเดียว
    แล้วเครื่องที่ว่านี้ มีส่งสัญญาณเข้าไปที่โทรศัพท์มือถือ เพื่อให้โทรศัพท์มือถือนี้
    แปลงเป็นสัญญาณเข้าเครือข่าย แล้วเครือข่ายส่งไปที่เครื่องรับ
    ให้โทรศัพท์มือถือที่เป็นเครื่องรับ แปลงเป็นสัญญาณความรู้สึกนึกคิด
    ส่งกลับเข้าไปที่เครื่องมือที่อยู่ในสมองคนอีกที ก็จะเป็นการติดต่อกัน
    ผ่านโทรศัพท์มือถือได้
     
  15. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207

    อย่างเพิ่งรีบไปปฏิเสธว่าไม่มี อันที่จริงมันมี....
     
  16. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    การตรัสรู้....ทำไมถึงเรียกว่า...เป็นการตรัสรู้
    ตรัสรู้ แปลตามคำ แปลว่า รู้ด้วยตัวเอง รู้แล้วพูดกับตัวเอง บอกกับตัวเอง..ว่าเรารู้แล้วหนอ เราเข้าใจแล้วหนอ เราไม่โง่แล้วหนอ หรือ เรานี่ช่างโง่มานานแล้วหนอ หรือ เรานี่ช่างเป็นคนที่หลงโง่มานานแล้วหนอ.....การรู้โดยการพูดออกมากับตัวเองเหมือนเป็นการยอมรับกับตัวเองว่า เราเคยหลงเคยโง่มาแล้วนี่แหล่ะ...เรียกว่า การตรัสรู้...ใช้ในสถานการณ์รู้อันเป็นที่สุดสำหรับตนเอง รู้แบบนี้แปลว่าจะไม่หลงไปหลงไปโง่กับสิ่งเหล่านั้นได้อีก ต่อไป นั่นเอง แปลว่าถึงที่สุดของความหลงที่สุดของความโง่แล้วนั่นเอง..แปลง่ายๆว่า เข้าใจทุกสิ่งอย่างแล้วนั่นเอง หมดสงสัยในสิ่งที่เคยหลงที่ดคยโง่มาแล้วนั่นเอง..เข้าใจตนเอง เข้าถึงตนเองได้จริงๆ..แล้วนั่นเอง
     
  17. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ผมไม่ได้ปฏิเสธว่ามันไม่มีนะครับ...ผมก็เคยมี หลายคนก็เคยเป็น...แต่ถ้าฝึกรู้ รู้ทันถึงที่มาของมันได้..มันถึงจะหายสงสัยครับ...เพราะทุกอย่าง ล้วนมีเหตุ จึงมีผลครับ..

    ตามที่ผม เล่ามาคือ
    จากใจเรา
    จากจิตเรา
    จากสัญญาเราภายใน
    จากสัญญาจิตคนอื่นภายนอก
    โดยเฉพาะจากจิตอวิชชา คือจิตที่เรารู้ไม่ทัน นี่คือตัวการใหญ่ ที่หลอกเราครับ
     
  18. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    ผมว่าผมถอยดีกว่า ผมต้องการถกกันด้วยเหตุผล ไม่ต้องการพลังที่แฝงมากับข้อความ.....เจอแบบนี้ทีไรผมก็ต้องเผ่นทุกที...
     
  19. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    สัญญาเก่าจากสัญญาขันธ์
    สัญญาใหม่จากสมองความจำที่เรียนรู้สะสมมาตั้งแต่เกิด

    มันคือเหตุปัจจัย หรืออาหารในการคิด ของใจ...หรือมีจิตอวิชชาร่วมปรุงแต่ง ร่วมคิด
    เรื่องเหล่านี้ ถ้ารู้ไม่ทัน มันก็จะกลายเป็นความลึกลับไป..เพราะมันจะอาศัยการเข้าไปรู้ทันด้วยความคิด ไม่ได้เลย นอกจาก ฝึกสติครับ
     
  20. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    3,530
    ค่าพลัง:
    +1,827
    ทุกข้อความมีพลังแฝงครับ...อย่าคิดมากสิครับ..พูดแบบบ้านๆแปลว่า ใครมีเหตุมีผล มีความถูกต้องมากกว่ากันไงครับ..อย่าคิดว่ามันเป็นเรื่องลึกลับสิครับ

    การถกเถียงด้วยเหตุด้วยผล เป็นการต่อสู้กันด้วยพลังงาน ของความถูกต้องตามเจตนาแห่งการสื่อสารครับ...มันคือพลังงานที่มีอยู่แล้วในทุกตัวคนครับ...อย่าคิดว่าเราเถึยงแพ้ในเหตุผลทั้งที่เราคิดว่าเราคิดดีแล้วสิครับ...อย่าคิดว่าเขามีเหตุผลชนะเราเพราะเขามีพลังไม่ดีสิครับ...หัดยอมรับในเหตุในผลที่ถูกต้องสิครับ...คือสัมมาทิฐิครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...