การฝึกอรูปฌานอากาศไม่มีที่สิ้นสุด ประสบการณ์ตรง(ของคนอื่นนะครับ...XD)

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย solardust, 22 กรกฎาคม 2015.

  1. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    อันนี้เป็นเรื่องที่ฟัง ท่านอื่นมานะครับ ไม่ใช่ประสบการณ์ของตัวเอง
    แค่เห็นว่าน่าสนใจดี สำหรับท่านที่จะฝึกอรูป

    หลักของอรูปนะครับ อารมณ์เสมอกับรูปฌาน คือมีแค่ อุเบกขา กับเอกัคคตา ตั้งอยู่
    อุเบกขาคือ วางเฉยกับทุกเรื่อง ทุกอารมณ์ ขณะอยู๋ในฌาน
    เอกัคดตาคือ มีอารมณ์เดียวตั้งอยู่ จดจ่อ ปักหลักมั่น ในองค์ฌานเรื่องอื่นไม่เอา

    ทีนี้มาเข้าเรื่องวิธีฝึกของรุ่นพี่ท่านนี้นะครับ
    คือท่านเล่าให้ฟังว่า สมัยหนุ่มๆ....(เรื่องนานมาแล้วนะครับ นานมาก..ก..ก..ก)
    ท่านเป็นคนทำงานหนัก ดูแลครอบครัวมาทั้งชีวิต
    จนกระทั่งวันหนึ่งท่านรู้สึกว่าลูกๆก็โตหมดแล้ว ดูแลตัวเองได้แล้ว ดูแลแม่ก็ได้
    ท่านก็ฝากฝัง ภรรยาไว้กับลูกๆให้ดูแลกันและกันให้ดี แล้วท่านก็เริ่มปลีกตัวเข้าป่าไปหาที่สงบๆเพื่อปฏิบัติธรรม

    ท่านเล่าว่าสมัยนั้น สมาธิคืออะไรก็ไม่รู้นะครับ (แต่ที่ฝึกมาในชาติก่อนๆ กำเนิดก่อนๆ ของท่านเนี่ย...เพียบ)
    ตอนนั้นก็ขึ้นเขาไปเจอเชิงผาเป็นลานกว้าง มองเห็นวิวทิวทัศน์ กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
    มองเห็นอากาศ เวิ้งว้าง เห็นเส้นขอบฟ้าอยู่ลิบๆ
    ท่านว่า ท่านมองแล้วสบายใจ ที่เหน็ดเหนื่อยทำมาหากินทั้งชีวิตเนี่ย แทบจะลืมไปเลย
     
  2. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    ทีนี้ถึงตอนทำสมาธิ...
    ถ้าใครอ่านคัมภีร์วิสุทธิมรรคมานะครับ
    วิธีที่ท่านพุทธโฆษาจารย์ รจนาไว้ในหนังสือ ก็คือ ให้เริ่มจากรูปกสิณก่อน จากนั้นให้เพิกรูปกสิณออก แล้วน้อมเอาอากาศไม่สิ้นสุดมาเป็นอารมณ์

    ปัญหาอยู่ตรงนี้แหละครับ เอาอะไรมาเป็นอารมณ์ ถ้าตั้งอารมณ์ไม่ถูกก็จบตั้งแต่เริ่มเลยครับ
    ตามวิสุทธิมรรคท่านว่าให้เอา อากาศบัญญัติเป็นอารมณ์ แปลเป็นไทยว่า อากาศมีสภาพแบบไหน ก็ยกสภาพนั้นมาเป็นเป็นอารมณ์กรรมฐาน
    ซึ่งสภาพของอากาศเนี่ย แปลเป็นไทยว่ามองไม่เห็นนะครับ ต้องจินตนาการเอาอย่างเดียว

    รู้สึกว่าโล่งโปร่ง ก็เอาโล่งโปร่งเป็นอารมณ์
    รู้สึกว่าเวิ้งว้าง กว้างไกล ก็เอาเวิ้งว้าง กว้างไกลเป็นอารมณ์
    รู้สึกว่าไม่มีรูป มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้อยู่เพราะเป็นอากาศ ก็เอาความไม่มีรูป มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้อยู่มาเป็นอารมณ์
    นึกอะไรออกที่เกี่ยวกับสภาพของอากาศ ก็เอาที่นึกออกนั่นแหละครับ ตั้งขึ้นมาเป็นอารมณ์กรรมฐาน

    คำภาวนาถูก อารมณ์ไม่ได้ ก็ไม่ได้อรูปนะครับ
    ตั้งอารมณ์ถูก ไม่มีคำภาวนา อันนี้ได้

    นอกจากนี้นะครับ เข้ากสิณเป็นฌานสี่ แล้วถอยจิตออกมาแว็บนึงเพื่อเพิกรูปกสิณ แล้วน้อมเอาอรูปเป็นอารมณ์ แล้วกลับไปเข้าฌานสี่ต่อ
    อันนี้นี่วิถีเซียนเลยนะครับ ไม่เซียนจริงผมว่าทำไม่ได้
    ถ้าใครเคยอ่านเรื่องการอธิษฐานจิต ที่ผมเคยโพสต์ไว้เนี่ย ผมว่าอารมณ์ประมาณนั้นครับ
    พวกฝึกสมาธิประจำนี่มีลุ้นครับ แต่มือสมัครเล่นทำมั่งไม่ทำมั่งนี่ท่าจะไม่รอด
     
  3. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    กลับมาเข้าเรื่องต่อ ลองนึกถึงลุงคนนึงนะครับ
    นั่งอยู่ริมผา วัดวาไม่เข้า ไม่เคยฝึกสมาธิ ทำงานงกๆตั้งกะหนุ่มยันแก่ อยากจะหามุมสงบให้กับชีวิต เลยหนีเมืองมาหลบในป่า
    จะให้ไปเข้ากสิณฌานสี่ตามแบบวิสุทธิมรรค แล้วเพิกรูปกสิณออก แล้วน้อมเอาอากาศมาเป็นอารมณ์
    ขอโทษเหอะ ฌานสี่แปลเป็นไทยว่าอะไร ลุงแกจะรู้หรือเปล่ายังไม่อยากจะคิดเลย (พูดเล่นนะครับ แต่เดาว่าไม่รู้หรอก)

    ลุงเล่าว่า ลุงก็หลับตา นึกถึงความเวิ้งว้าง กว้างไกล สุดลูกหูลูกตา ของท้องฟ้าที่มองเห็น มาเป็นอารมณ์
    ทำอยู่ไม่นานนะครับ (คือลุงบอกว่าไม่นาน แต่ไม่รู้เท่าไรนะครับ ไม่ได้ถาม)
    ลุงก็บอกว่า สมัยนั้น ฌานตัวแรกที่ได้ก่อนเลยคือ อรูปที่ใช้อากาศไม่สิ้นสุดเป็นอารมณ์นี่แหละครับ
     
  4. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    สรุปนะครับ
    คือไม่ได้จะบอกว่า วิธีไหนดีหรือไม่ดียังไงนะครับ
    ใครฝึกสมาธิมาหลายวิธีจะนึกออกนะครับว่า ลางเนื้อชอบลางยา แปลว่าอะไร
    รูปแบบการฝึกสมาธิ ที่เราฝึกๆกันอยู่ ไม่ใช่ว่าทุกวิธีจะเหมาะกับคนทุกคน
    มันจะมีแค่บางวิธีเท่านั้น ที่เราเข้าไปจับแล้ว มันนิ่ง มันสงบ มันรุดหน้าไปได้ดี
    พวกที่เก็บเลเวลมาเยอะแล้ว จับตัวไหนก็สงบ จับตัวไหนก็รุดหน้าไปได้สวยหมดเนี่ย ยกไว้ไม่นับนะครับ มีไม่กี่คนหรอก

    ทีนี้ใครที่อยากฝึกอรูป
    เรื่องของลูกพี่ท่านนี้ที่เล่ามา ก็เป็นอีกตัวอย่างนึง ของการฝึกอรูปแบบไม่ผ่านกสิณนะครับ
    ใครอยากลองอรูป แต่ไม่อยากไปฝึกกสิณจนได้ฌานสี่ก่อน ก็ลองได้ครับ
     
  5. M_Y

    M_Y เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    175
    ค่าพลัง:
    +217
    วิธีนี้เราก็เคยลองทำค่ะ เอาความว่าง ความโล่ง สุดลูกหูลูกตาเป็นอารมณ์ อยู่ดีๆ ก็เกิดอยากทำแบบนี้ขึ้นมาอย่างงั้น ทีแรกนึกว่าตัวเองทำแบบมั่วๆ จนมาอ่านเจอในกระทู้นี้เข้าน่าสนใจดีค่ะ เวลาแผ่เมตตา เราก็นึกถึงดวงจิตทุกดวงจิตที่เป็นอนันต์ ซึ่งอยู่ในความว่างสุดลูกหูลูกตาเป็นอนันต์ วิธีนี้ไม่มีใครสอน แต่เราทำเอาเอง ถูกผิดเราไม่รู้ รู้แต่ว่ารู้สึกดีมากเลยค่ะ ทำให้จิตมีกำลังใจที่ดีค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 21 สิงหาคม 2015
  6. jikkiijang

    jikkiijang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    196
    ค่าพลัง:
    +292
    สรุป ท่านที่ฝึกได้ผลเป็นแบบไหนครับ หรือว่า ได้อารมณ์สงบอย่างเดียว ติดตามอยู่
     
  7. เมิล

    เมิล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    421
    ค่าพลัง:
    +3,108
    ในความว่างยังมีความเป็นตนอยู่
    จุดเล็ก ๆ กลางอากาศ ที่รับรู้ทุกสิ่งอย่าง
     
  8. ฐสิษฐ์929

    ฐสิษฐ์929 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2012
    โพสต์:
    878
    ค่าพลัง:
    +1,836
    ฌาน5 มาจากฌาน4 ,ฌาน4 มาจากฌาน3 ,ฌาน3 มาจากฌาน2 ,ฌาน2 มาจากฌาน1
    ทุกอย่างมาเป็นลำดับ ถ้างั้นจะมีฌาน1,2,3และ4 ไว้ทำไม
    นี่ละประสบการณ์ตรง ไม่อิงตำรา
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 สิงหาคม 2015
  9. tongrolass

    tongrolass เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +103
    คุณเมิลช่วยขยายความสักหน่อยเป็นวิทยาทานได้ไหมครับ
     
  10. เมิล

    เมิล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    421
    ค่าพลัง:
    +3,108
    ได้คร้า ^_^

    "ในความว่างยังมีความเป็นตนอยู่ จุดเล็ก ๆ กลางอากาศ ที่รับรู้ทุกสิ่งอย่าง"

    เมื่อเพิกรูปออกแล้ว มีความว่างเป็นอารมณ์ แต่สังเกตดี ๆ จะพบว่าในความว่างนั้น ว่างจากรูป ไม่ได้ว่างจากรู้ มีรู้อยู่ในว่าง เปรียบเสมือนกับความว่างคืออากาศ แต่ในอากาศนั้นมีจุดอยู่จุดหนึ่งที่เป็นจุดรับรู้ จะเรียกว่าเป็นอายตนะวิญญาณก็ว่าได้ จุดรับรู้นี้เองยังที่มีความเป็นตนอยู่ หรือจะเรียกว่ามันคือความเป็นตนที่แท้จริงก็ได้คะ

    ลำดับฌานเป็นระดับของธรรมารมณ์ ไม่ใช่ระดับขั้นบันได ผู้มีความชำนาญแล้ว สามารถเข้าสู่อาการตรงๆ ได้เลย ไม่ต้องเรียงลำดับขั้นเหมือนตอนเริ่มฝึกก็ได้
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 กันยายน 2015
  11. tongrolass

    tongrolass เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    111
    ค่าพลัง:
    +103

    ขนลุกครับ ขอบคุณมากๆที่กรุณาขยายความให้ฟังครับคุณเมิล สาธุ _/l\_
     
  12. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    น้อยคนจะเข้าใจนะครับ คุณเมิล...:cool:
    อรูป ไม่ใช่ขั้นกว่าของฌาน 4
    มันมีอารมณ์เทียบเท่าฌาน 4 แต่ไม่มีรูปประกอบอยู่แค่นั้น

    สภาพของฌาน 4 ที่เป็นรูปฌานก็คือ มีเราเป็นจุดเล็กๆจุดนึง มีรูปนิมิตที่ สว่าง ทอประกายระยิบระยับสวยงาม ตั้งอยู่รูปนึง

    ส่วนอรูป เราก็ยังเป็นจุดเล็กๆจุดนึงเหมือนเดิม แต่ไม่มีรูปนิมิตอยู่ มีแต่สภาพของความว่างลักษณะต่างๆ ที่เป็นอารมณ์ของอรูปนั้นๆ ล้อมรอบๆเราอยู่
     
  13. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    741
    ค่าพลัง:
    +2,614
    เท่าที่เคย จะเป็นลักษณะ รับรู้ได้ว่ามีอากาศอยู่รอบตัวไม่ได้ว่างปล่าว มีลักษณะหยุ่นๆ

    แล้วรู้สึกว่าตัวหายไป การรับรู้ไปอยู่ที่อากาศ ขยายออกไปเรื่อยๆ ตามกำลังสมาธิ
     
  14. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,955
    ค่าพลัง:
    +27,138
    สั้นๆนะผ่านรูปฌานหรือยังครับ
    ถ้าไม่ผ่านรูปฌานคนทั่วไปที่ไม่เคยฝึกสมาธิอะไรเลย
    ก็ทำได้ครับ แต่ถ้าเอาไว้พิจารณาเกี่ยวกับปัญญาที่ว่ามาก็ถือว่ามีประโยชน์ครับ
    แต่กำลังจิตเพื่อเห็นกิเลสและตัดกิเลสจะต่างกันกับคนี่ผ่านรูปฌานมานะครับ
    รวมทั้งความสามารถทางจิตในการทำอะไรต่างๆก็ต่างกันนะครับ
    ถ้าผ่านรูปมาต้องทำแบบที่จะเอามาลงให้ดูในอนาคตได้เป็นเรื่องปกตินะครับ
    แต่ถ้าเน้นเพื่อเดินปัญญาก็ไม่มีอะไรถือว่าพอขำๆ
    แต่ระวังจะหลงตัวเองได้อย่างคาดไม่ถึงนะครับ
    ทั้งๆที่ตัวจิตไม่สามารถทำอะไรให้คนอื่นๆรับรู้
    และสัมผัสได้ก็หลงตัวเองมาเยอะแล้วนะครับ

    ปล.ควรพิจารณาดีๆนะครับถือว่ามาเตือนๆกันไว้
     
  15. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    ----> สรุป ท่านที่ฝึกได้ผลเป็นแบบไหนครับ หรือว่า ได้อารมณ์สงบอย่างเดียว ติดตามอยู่
    ----------------------------------------------------------------------------
    ---->เจ้าของเรื่องที่เอามาเล่าให้อ่านกันเล่นๆนี่ เมื่อนานมาแล้วท่านออกบวชเป็นพระ
    ปัจจุบันนี้ ท่านก็ยังบวชเป็นพระอยู่ แต่ขออนุญาต ไม่บอกรายละเอียดนะครับ
    (หลังไมค์ก็ไม่ต้องถามนะครับ ขออนุญาตไม่บอกเหมือนกัน)

    ผลของการฝึกของท่านได้ผลเป็นแบบไหนนี่ ผมเองก็ไม่ทราบครับ
    แล้วก็ไม่มีใครถามให้ได้ยินซะด้วย....ก็เลยคงต้องตอบตรงๆว่า ไม่รู้เหมือนกัน

    แต่เอาเป็นว่า เรื่องที่ท่านเล่าให้ฟัง เป็นเรื่องสมัยที่ยังไม่มีศาสนาพุทธประดิษฐานอยู่บนโลก
    ท่านเข้าป่าไปหาที่สงบเอาเอง โดยไม่มีครูบาอาจารย์ จับกสิณอากาศโดยบังเอิญ ใช้เวลาไม่นานก็สำเร็จได้ง่ายๆตรงนั้นแหละครับ

    เพราะฉนั้นลองนึกดูแล้วกันนะครับ
    1) ทำแบบนั้นได้ แปลว่าต้องฝึกอรูปมาหลายชาติ ฝึกจนแคล่วคล่องว่องไว ฝึกจนเข้าเส้นไปแล้วแน่นอน
    2) หลังจากชาตินั้น ท่านก็ฝึกฝนตน เก็บเวลมาเรื่อย ชาติต่อชาติ ภพต่อภพ มาถึงชาตินี้ ก็คงไม่ธรรมดาแหละครับ
     
  16. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    พระพุทธเจ้า ท่านตรัสเอาไว้ว่า
    บุคคลผู้เห็นภัยในวัฏสงสาร ตั้งใจปฏิบัติภาวนา ทรงสมาธิได้ สร้างฌานสมาบัติให้เกิดได้
    บุคคลผู้ปฏิบัติภาวนาเป็นแสนคน จะทรงฌานได้สักคนก็แสนยาก
    บุคคลผู้ทรงฌานเป็นแสนคน จะทรงฌาน ๔ ได้สักคนก็แสนยาก
    บุคคลผู้ทรงฌาน ๔ เป็นแสนคน จะได้ทิพจักขุญาณสักคนก็แสนยาก
    (ก็อปมาจากหลวงพี่เล็ก วัดท่าขนุนนะครับ)

    แปลว่า...ฌานสี่ ยังไง มันก็คือฌานสี่นะครับ จะรูปหรืออรูป มันก็คือฌานสี่
    แถมอรูปเนี่ย มันยัง unique ถึงขนาด ต้องแยกออกมาจากฌานหนึ่ง ถึงฌานสี่ แบบปรกติอีกต่างหาก
    เพราะมันฝึกยากครับ อย่างที่เคยโม้ให้อ่านเล่นๆนะครับ
    ตั้งแต่อุปจารสมาธิ ถึงฌานสามนี่ ถึงกับไล่ลำดับกันไม่ถูกเลยนะครับ

    ง่ายสุดของคนไม่เคยฝึกอรูปมาก่อนก็คือ
    จำอารมณ์ของฌานสี่ที่เป็นรูปฌานให้แม่นๆ ตั้งอารมณ์ที่เป็นอรูปขึ้นมาแล้วก็กลับเข้าฌานสี่ไปใหม่พร้อมกับอารมณ์ที่เป็นอรูปนั้นๆ

    ถ้าชาติก่อนๆ กำเนิดก่อนๆ ไม่ได้ฝึกไว้แคล่วคล่องว่องไวมาก่อนแล้วละก็
    ชาตินี้ ฝึกทั้งชาติ ฝึกให้ตายก็อาจจะไม่ได้อะไรเลย
    จะมานั่งฝึกแป๊บๆ แล้วเข้าอรูปฌานกันง่ายๆ ได้กันทุกคนอย่างที่เอามาให้อ่านเล่นกันนี่ ฝันกลางวันนะครับ
    คนที่ทำได้คือคนที่เคยทำมาก่อน หรือเคยได้ฌานสี่จากกรรมฐานกองอื่นมาก่อน แล้วมาต่อยอดเป็นอรูป

    --------------------------------------------------------------------------------------------------

    ตรงนี้ขอเสริมนิดนึงนะครับ
    คือไม่ได้อยากจะให้เสียกำลังใจในการฝึกสมาธินะครับ
    อยากจะบอกว่า ฝึกแล้วไม่ได้อะไรเลยเนี่ย เป็นเรื่องปรกติครับ
    เทียบจากที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ เอาคนหมื่นล้านคน มาฝึกสมาธิ จะทรงฌานสี่ได้ซักคนก็ยากแล้ว

    เพราะฉนั้นถ้าฝึกเอาเป็นเอาตายแล้วไม่ได้อะไรเลย นี่เรื่องธรรมดามากครับ ก็แค่ฝึกไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ได้เอง
    คนที่เขาได้โน่นได้นี่มาเนี่ย เขาผ่านมาเยอะ เขาฝึกมาเยอะ ทั้งชาตินี้ ทั้งชาติก่อนๆ กำเนิดก่อนๆ เราแค่เริ่มหลังเขา ก็แค่นั้น ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ได้เหมือนเขาเองนะครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กันยายน 2015
  17. solardust

    solardust เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 มีนาคม 2013
    โพสต์:
    235
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +1,731
    ทีนี้จะรู้ได้ไงว่าตัวเองเคยฝึกมาก่อน
    ก็ดูจากความชอบในกรรมฐานที่เป็นอรูปนี่แหละครับ
    คนที่มีวาสนา คือคุ้นเคยกับอรูปมาก่อน พอรู้วิธีฝึกอรูป ก็อยากจะฝึก พอจะฝึก ใช้เวลาไม่นานก็ทำได้

    อย่างวิธีฝึกอรูปของรุ่นพี่ท่านนี้มาให้อ่านกันเนี่ย
    เป็นเรื่องค่อนข้างเฉพาะกลุ่ม ไม่สาธารณะซักเท่าไร เพราะคนที่ชอบอรูป อยากจับอรูปกรรมฐานจริงๆ มีค่อนข้างน้อย
    จับแล้วจะได้กันปุ๊บปั๊บ อย่างท่านเจ้าของเรื่องที่เล่าให้ฟังเนี่ย ก็ต้องเก็บเวลกันมาก่อนหลายชาติ
    คนทั่วไปฝึกให้ตายก็ไม่ได้นะครับ จะมาไล่อรูปกันเพียวๆ ตั้งแต่ อุปจารสมาธิ จนถึงฌานสี่ อย่างที่ผมโม้ให้อ่านกันเล่นๆนี่ จะทำได้ซักกี่คน

    แต่ห้องนี้เป็นห้องอภิญญา หลายท่านมีวาสนากับการฝึกสมาธิมา บางท่านอาจจะฝึกอรูปมาหลายชาติ
    ถ้าเขียนให้อ่านง่ายๆ ท่านที่อยากฝึก ได้อ่านแล้วก็จะไม่ท้อ อยากจะลองฝึกดูบ้าง
    ท่านที่เคยได้มาแล้วในชาติก่อนๆ กำเนิดก่อนๆ พอลองฝึกแล้ว ก็อาจจะได้ของเก่าที่ชอบคืนมาง่ายๆ ตรงๆ
    นี่คือวัตถุประสงค์ครับ

    บางท่านอาจจะนึกไม่ออกนะครับ
    ให้ลองนึกถึงที่ หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนเกี่ยวกับเรื่องการฝึกมโนมยิทธิครึ่งกำลังดู
    ท่านสอนคนที่เคยได้มาแล้ว ในชาติก่อนๆ กำเนิดก่อนๆ นะครับ
    คนทั่วๆไปที่ไม่เคยได้อะไรมาก่อน ถ้าจะฝึกให้ได้นี่ ต้องเริ่มที่ฌานสี่ก่อนนะครับ ไม่ใช่อุปจารสมาธิ แบบที่หลวงพ่อท่านสอน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 กันยายน 2015
  18. nilakarn

    nilakarn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2011
    โพสต์:
    614
    ค่าพลัง:
    +1,219
    อรูปขั้นอากาศ

    เน้นฝึก การจับความรู้สึก ไปที่อากาสธาตุ เป็นหลัก
    ต้องคิดว่าเราเป็น อากาศธาตุ ให้ได้
    ต้องคิดว่า ความว่าง หรือ อากาส หรือ อากาสธาตุ
    เป็นตัวเราบ่อยๆ
    ตัวเราต้องว่างเปล่า อันนี้เรียกว่า ขั้นชำนาญ
    แต่ถ้าตัวเรายังเป็นวุ้นใสๆ อันนี้ เรียกว่า ขั้นต้น


    อย่าให้มีนิมิตเกิดขึ้นได้
    แต่ถ้าหากมันไม่ยอม มันจะเกิดท่าเดียว
    ก็ให้เพ่งที่นิมิตนั้น แล้วตั้งจิต ทำนิมิตนั้นให้เป็นสีขุ่นๆๆ
    ต่อมาให้เพ่งตรงที่ขุ่นๆ นั้น จนมันใสๆ
    ต่อมาก็เพ่งที่ใสๆ นั้น จนมันใสเหมือนกระจก
    ต่อมาก็เพ่งทีี่กระจกใสนั้น จนมันค่อยๆหายไป
    จนเหลือแต่ความว่างเปล่า
    ความว่างเปล่าที่ไม่มีอะไรเหลืออยู่ นั่นแหละ เรียกว่า อากาสา
     
  19. บุคคลทั่วฺไป

    บุคคลทั่วฺไป เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 พฤศจิกายน 2015
    โพสต์:
    2,226
    ค่าพลัง:
    +1,207
    เรื่องโอละพ่อ ไอ้เราก็นึกว่าจะได้อ่านประสบการณ์จากผู้ฝึกอรูป โดยไม่ต้องผ่านรูปฌาน 4
    สำเร็จในชาตินี้จริงๆ ที่แท้ก็เป็นเรื่องในอดีตชาตินี่เอง แต่ก็ขอขอบคุณที่เอามาเล่าให้ฟัง
     

แชร์หน้านี้

Loading...