การรักษาศีลข้อวิกาละโภชนา

ในห้อง 'หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน' ตั้งกระทู้โดย tamsak, 29 กรกฎาคม 2009.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. tamsak

    tamsak ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    7,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +160,689
    ถาม: วิกาละโภชนา พระกับฆราวาสต่างกันไหม ?

    ตอบ : ถ้าฆราวาส หลวงพ่อท่านบอกว่าส่วนใหญ่แล้วทำงานมันเลิกเที่ยง ท่านบอกว่าให้กำหนดไว้ว่าไม่เกินบ่าย ๒ โมง แต่ว่าของพระนี่...ถ้าเที่ยงตรงเป๊งก็ต้องเลิกเลย เพราะโลกมันนิยมอย่างนั้น ความจริงวิกาลแปลว่ากลางคืน ศีลพระมีอยู่ ๒ ข้อ ที่กล่าวชัดๆ ถึงเวลาวิกาล ก็คือรับประทานอาหารในเวลาวิกาลอย่างหนึ่ง และเข้าบ้านในเวลาวิกาลโดยไม่ได้บอกลาอย่างหนึ่ง

     แต่คราวนี้ของเรา เวลาวิกาลที่ไม่ได้บอกลาจะเข้าไปในบ้าน เขาตีว่าพระอาทิตย์ตกดินแล้ว แต่ว่าเวลาวิกาลที่ฉันอาหาร เขาตีว่าหลังเที่ยงไปแล้ว มันลักลั่นกัน แต่พม่ามันตีราคาเดียวกัน เพราะฉะนั้น พระพม่าฉันมื้อเย็นกันเพลิดเพลินเจริญใจไปเลย ถือว่าวิกาลเหมือนกัน แต่จริงๆ เราต้องมาดูตรงจุดที่ว่า พระพุทธเจ้าท่านปรารถนาให้เรารู้จักโภชเนมัตตัญญุตา คือ ประมาณในการกิน การรู้จักประมาณในการฉันแต่พอควรแก่ธาตุขันธ์ตัวเอง มันก็ไม่ทำให้กิเลสกำเริบ มันทำให้ร่างกายโปร่งเบา มันทำให้ภาวนาได้ง่าย มันทำให้ไม่ต้องมีห่วงมีกังวลในการเตรียมอาหารมื้อต่อไป ดังนั้นแม้ว่าฆราวาสเราจะว่ากันจนถึงบ่าย ๒ โมง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้เรากินตั้งแต่เช้ายันบ่าย ๒ โมง มันต้องรู้จักประมาณบ้าง

     สมัยก่อนมีโยมอยู่คนหนึ่ง ชุดนี้ทำงานเก่ง เวลาไปวัดท่าซุง คุณจะเห็นชุดขาวพรึ่บไปทั้งชุด ๓๐ – ๔๐ คนเลย มีอยู่รายหนึ่งถือศีลแปด อธิษฐานว่าจะกินถึงบ่าย ๒ โมง ปรากฎว่ากินวันหนึ่ง ๑๐ กว่ามื้อ ตกลงว่าให้กิน ๓ มื้อเท่าเดิมดีกว่า เปลืองน้อยกว่าเยอะเลย ต้องรู้จักประมาณในการกิน ไม่ใช่ว่าตะบันไป ให้มันเป็นมื้อเป็นคราว

    ถาม: ไอศกรีม ?

    ตอบ : ไอศกรีม จริงๆ ถ้าหากว่าเป็นพระ ไม่มีพวกถั่ว ลอดช่อง สาคู มันเป็นแค่นมเนยมันได้ แต่หลวงพ่อท่านเคยขอไว้ ท่านบอกว่าถ้าไม่ถึงกับจะตายห่าจริงๆ อย่าไปแดกมันเลยลูก มันน่าเกลียด คือเห็นพระนั่งกินไอติมอยู่ มันงามไหมล่ะ ? โดยเฉพาะตอนเย็นๆ แต่ว่าศีลของพระเป็นอย่างนั้น คราวนี้ของโยมเขาไม่ได้ห้ามเอาไว้ชัด ถ้าเรารู้ชัดว่ามันไม่ใช่อาหารก็ว่าไป แต่ไม่ใช่กินไป ๓ ถ้วย ๕ ถ้วย เอามันแค่พอระงับการกระวนกระวายของร่างกายที่จะเกิดจากความหิว

    ถาม: น้ำเต้าหู้ ?

    ตอบ : น้ำเต้าหู้ ถ้าพระไม่ได้จ้ะ แต่โยมได้ เพราะว่าของพระเขาระบุไว้ชัดเลยว่าอันไหนเป็นอาหาร อันไหนเป็นเภสัช ส่วนที่เป็นอาหารเขาระบุไว้ชัดเลย สาลี วีหี ตัณฑุลา สาลีคือข้าว วีหีคือถั่ว ตัณฑุลาคืองา น้ำเต้าหู้นี่มันมาจากถั่ว ถึงทำเป็นน้ำแล้วเขายังถือว่าเป็นอาหารอยู่ เพราะฉะนั้นพวกน้ำเต้าหู้ น้ำถั่วเหลือง แลคตาซอย ไวตามิลค์ ถวายพระไป ถ้าท่านไม่รู้ท่านฉันไปก็เป็นโทษเหมือนกัน

     แต่มาตอนหลังมันถวายกันจนกระทั่งพระไปไม่เป็นแล้ว คือไม่ว่ากี่มื้อถวายแต่อย่างนั้น แล้วเขาถามว่ายังไง ? บอกคุณก็ฉันไป ๑ แก้วก็พอ ไม่ใช่ฟาดไป ๓ ขวด ๕ ขวด มันต้องรู้จักประมาณ ในเมื่อโยมเขาถวายมา ถ้าเราไม่ฉัน เขาก็เกิดน้อยใจ เสียใจ กำลังใจเขาตก คุณก็ฉันให้เขาดูสักแก้ว ครึ่งแก้ว แล้วเราก็ไปปลงอาบัติของเรา เพราะเรารู้ว่าไม่ถูกต้อง มันไม่ใช่เจตนาเราจะฉันเอาอิ่มเอาสนุกจะกินให้อ้วนพี จะกินให้ยั่วกิเลสมันเกิดขึ้น แต่ว่าการฉันโดยบังคับด้วยสถานการณ์เพราะต้องการรักษาศรัทธาญาติโยม แต่ถ้าเป็นอาตมารับมา ก็ส่งต่อไปเลย อาตมาไม่ค่อยรักษาศรัทธาหรอก มันมาเยอะ เราเหนื่อย

    ถาม: ไอศกรีมไม่ต้องเคี้ยว

    ตอบ : จริงๆ มันเป็นส่วนของนมเนย พระพุทธเจ้าท่านอนุญาตให้เนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้ง น้ำอ้อย ถ้านมเป็นเนยเฉยๆ ไม่เป็นไร แต่ก็อย่างว่าน่ะ ที่หลวงพ่อท่านว่ามันน่าเกลียด ถ้าเป็นโยมกินไปเถอะ เพราะเขาไม่รู้หรอกว่าเรารักษาศีลแปดหรือเปล่า ยกเว้นเราโกนหัวนุ่งขาวห่มขาว

    ถาม: ไอศกรีมกะทิก็ห้ามด้วย

    ตอบ : ก็ดูสิว่ามันจะไม่มีของอื่นที่เป็นอาหารอยู่ ถ้าหากว่ามีพวกผลไม้มีลอดช่อง มีถั่ว ก็ฉันไม่ได้อยู่แล้ว จริงๆ กะทิเป็นน้ำมัน ที่เขาห้าม คือ ห้ามน้ำพวกที่เป็นมหาผล ที่เขาห้ามเพราะว่าน้ำมันมีฮอร์โมนมาก เป็นพระต้องการความสงบ กินไอ้ที่มีฮอร์โมนเยอะๆ เข้าไป มันหาที่ไปไม่เป็นหรอก

    ถาม: น้ำผลไม้ก็ไม่ได้ ?

    ตอบ : น้ำผลไม้เขาห้ามไอ้ที่ใหญ่กว่ากำปั้น ส่วนใหญ่พวกสับปะรด แตงโม ส้มโอ มะพร้าวอ่อน ฮอร์โมนเยอะมาก ฉันเข้าไปจะไม่สุขสงบ แรกๆ ท่านอนุญาตไว้ ๘ อย่าง เรียกว่า อัฏฐบานคือ อัฏฐปานะ น้ำ ๘ อย่าง มาตอนหลังท่านบัญญัติเพิ่มเติมว่า ถ้าเป็นผลไม้แล้วโตไม่เกินลูกมะตูม คือกะว่าประมาณกำปั้นนี่ ถ้าไม่โตเกินนั้นก็อนุญาตให้ ถ้าโตเกินนั้นไม่อนุญาต



    สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนมกราคม ๒๕๔๗(ต่อ)
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ




    .
     
  2. oomsin2515

    oomsin2515 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    2,938
    ค่าพลัง:
    +3,387
    ขออนุโมทนาสาธุธรรม เป็นอย่างสูง ครับ
     
  3. tobetruly

    tobetruly เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มกราคม 2009
    โพสต์:
    210
    ค่าพลัง:
    +426
    ได้ความรู้ดีเลยจังเลยครับ

    จะได้ไม่ทำให้พระท่านต้องลำบาก

    โห ทำบาปไม่รู้ตัวนะนี่เรา ทำพระลำบากใจ T T
     
  4. Francis_NY

    Francis_NY เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    163
    ค่าพลัง:
    +582
    ขอบคุณครับ
     
  5. teelak

    teelak เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    290
    ค่าพลัง:
    +899
    แล้วโอวัลตินละครับ

    ทานได้หรือเปล่าครับ
     
  6. jayez36

    jayez36 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    181
    ค่าพลัง:
    +316
    ถ้าเคร่งจิงๆแล้วไม่ได้จ๊ะ
    ไม่ควรๆนะตี๋เล็ก
    ^^
     
  7. jayez36

    jayez36 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    181
    ค่าพลัง:
    +316

    ๑. เว้นจากทำลายชีวิต
    ๒. เว้นจากถือเอาของที่เขามิได้ให้
    ๓. เว้นจากประพฤติผิดพรหมจรรย์ คือเว้นจากร่วมประเวณี
    ***ไม่ใช่แค่เว้นการจากกระพฤติผิดในกามค่ะ
    ๔. เว้นจากพูดเท็จ
    ๕. เว้นจากของเมา คือ สุราเมรัยอันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท
    ๖. เว้นจากบริโภคอาหารในเวลาวิกาล คือเที่ยงแล้วไป
    ๗. เว้นจากฟ้อนรำ ขับร้อง บรรเลงดนตรี ดูการเล่นอันเป็นข้าศึกต่อพรหมจรรย์ การทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเคลื่องลูบไล้ซึ่งใช้เป็นเครื่องประดับตกแต่ง
    ๘. เว้นจากที่นอนอันสูงใหญ่ หรูหราฟุ่มเฟือย
     
  8. รักบุญ

    รักบุญ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    121
    ค่าพลัง:
    +159
    อนุโมทนาบุญค๊า ได้ความรู้มากๆเรย
    แต่สงสัยอ่ะค่ะว่ามะขามนี่กินได้มั้ย
    แบบว่าเด๋วนี้มันมีทั้งมะขามทรงเครื่อง
    มะขามบ๋วยแล้วก็แบบว่าเยอะแยะมากมาย
    เลยอยากรู้ว่าอย่างงี้นี่กินได้มั้ย
     
  9. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,566
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +91,012
    บ๋วย , มะขามไม่ได้ครับ ... มีเนื้อมะขาม เนื้อบ๋วย


    แต่ถ้าคั้นเป็นน้ำใสใส ดื่มได้ครับ ห้ามมีเนื้อผลไม้เจือปนครับ
     
  10. tamsak

    tamsak ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    7,838
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +160,689

    ตอนที่ผมบวชธุดงค์ที่วัดท่าซุง ช่วงบ่ายๆ หลังจากการฝึกมโนมยิทธิแล้ว
    ก็เป็นเวลาพักฉันน้ำปานะ มีการนำเม็ดมะขามป้อม และลูกอมต่างๆ มาให้พระฉันเพื่อแก้กระหายน้ำด้วย แสดงว่าพระฉันได้ (อันนี้น่าจะไม่รวมถึงมะขามทรงเครื่อง มะขามบ๋วยนะครับ)



    .
     
  11. ดวงฤทัย

    ดวงฤทัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    194
    ค่าพลัง:
    +2,694
    มะขามไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ชนิดใด พระท่านสามารถฉันได้หมดค่ะ มีบัญญัติไว้ในพระไตรปิฎก มะขามเป็นสิ่งเดียวที่พระท่านฉันได้หลังเพลไปแล้วค่ะ


    ส่วนพวกน้ำปานะต่าง ๆ ก็ห้ามน้ำที่มีส่วนผสมของอาหาร หรือสกัดมาจากพืชที่เรากินเป็นอาหาร อย่างพวกน้ำข้าวโพด, น้ำลูกเดือย, น้ำเต้าหู้, น้ำฟักทอง, น้ำธัญพืชทั้งหลาย, น้ำผักและผลไม้รวม ถ้าจะถวายน้ำผลไม้ให้เลือกซื้อเจาะจงไปเลยค่ะ ว่าเป็นน้ำผลไม้ที่มีขนาดเล็กกว่ากำปั้นมือ ฯลฯ


    โอวัลติน และไมโล พระและเณรไม่สามารถฉันได้หลังเพลค่ะ เนื่องจากมีส่วนผสมของมอลต์สกัด ซึ่งมอลต์เป็นข้าวชนิดหนึ่งค่ะ ถ้าจะถวายให้เลือกโกโก้ค่ะ แต่ร้านค้าส่วนมากจะไม่มีโกโก้แบบกล่องชนิดดื่มได้เลยวางขายค่ะ
     
  12. sujjung

    sujjung เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    193
    ค่าพลัง:
    +424
    อนุโมทนาค่ะ สาธุ สาธุ สาธุ

    หลวงพ่อท่านตอบปัญหาะธรรมได้ชัดเจนดีจริง ๆ ค่ะ อ่านแล้วเข้าใจได้ลึกซึ้ง

    และยังได้ยิ้มไปกับคำตอบของหลวงพ่อด้วย ได้ทั้งบุญ อิ่มทั้งใจ สาธุ......
     
  13. ดวงฤทัย

    ดวงฤทัย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    194
    ค่าพลัง:
    +2,694
    พระภิกษุอาพาธ สามารถฉันอาหารเย็นได้ค่ะ เพราะต้องฉันยาหลังอาหารเย็น


    สำหรับพระภิกษุผู้ดูแลพระภิกษุอาพาธ ที่อนุญาตให้ท่านฉันอาหารเย็นได้ เนื่องมาจากว่าท่านต้องดูแลพระภิกษุที่อาพาธตลอดทั้งวันทั้งคืน จึงมีการอนุญาตให้ค่ะ ไม่เช่นนั้นพระภิกษุผู้ดูแลจะอาพาธเสียเองค่ะ


    สำหรับฆราวาสถ้าถือศีล ๘ แต่มีการเจ็บป่วยที่หมอสั่งให้ต้องกินยาหลังอาหาร และต้องกินอาหารเย็น ก็มีการอนุญาตไว้ค่ะให้กินอาหารเย็นได้ ไม่ถือว่าผิดศีล ๘ ข้อที่ถือปฏิบัติอยู่ค่ะ เนื่องจากกินเพราะจำเป็นต้องกินยา มิได้กินเพราะความอยาก

     
  14. เวฬุวัล

    เวฬุวัล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ธันวาคม 2007
    โพสต์:
    1,844
    ค่าพลัง:
    +510
    อนุโมทนาสาธุค่ะ

    เป็นการอธิบายที่กระจ่างมากๆ เลยค่ะ สาธุ
     
  15. NaCl

    NaCl เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    164
    ค่าพลัง:
    +272
    งั้นช่วยยกตัวอย่างได้มั๊ยครับว่ามีน้ำผลไม้อะไรบ้าง


    ตอนนี้นึกออกแค่น้ำะนาวเองงะ
     
  16. lasomchai

    lasomchai เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +2,032
    สาธุ ขออนุโมทนาด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ

    สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ
     
  17. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,566
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +91,012

    ด้วยความเคารพครับ ข้อแย้งสักนิด

    ถ้าเป็นวันพระ เกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ผมว่าไม่ควรที่จะถือศีล ๘ อุโบสถ

    เพราะ ในการสมาทานศีลนั้น เราต้องเปล่งวาจาว่า

    "จะรักษาไว้ให้ดี ไม่ให้ศีลขาด ไม่ทำลายศีลในวันหนึ่งคืนหนึ่ง" ครับ


    อานิสงส์ของศีล ๘ กับศีล ๘ อุโบสถ ต่างกัน


     
  18. EYPT

    EYPT เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 เมษายน 2008
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +138
    อยากทราบว่า ห้ามบริโภคอาหาร หลังเที่ยงไปจนถึงกี่โมง ถึงจะกินได้ครับ
    ใช่เวลา 12.00 ไปจนถึง 6 โมงเช้าของอีกวันนึงหรือเปล่าครับ

    ขอบคุณครับสำหรับคำตอบ
     
  19. เฮียปอ ตำมะลัง

    เฮียปอ ตำมะลัง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2007
    โพสต์:
    24,566
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +91,012
    ขออนุญาติตอบแทนนะครับ

    ใช่ครับ....สำหรับศีลข้อนี้

    เวลาตั้งแต่อรุณขึ้นไปจนถึงเที่ยง เรียกว่า กาล คือเป็นเวลาบริโภคอาหาร

    ตั้งแต่เที่ยงแล้วไปจนถึงอรุณขึ้น (ของวันใหม่) เรียกว่า วิกาล
     
  20. ขอมจำแลง

    ขอมจำแลง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    408
    ค่าพลัง:
    +1,263
    เรื่องน้ำที่เป็นเภสัชมีหลายอย่างและที่สงเคราะห์เป็นเภสัชตามคำภีร์มหาประเทศ(ขออภัยนะครับไม่รู้สะกดอย่างไร ฟังๆเขาพูดกันมา)ล่ะครับเป็นอย่างไร สมควรสงเคราะห์ได้หรือไม่ ช่วยทวนให้ทีครับ....ว่าฉัน(/กิน)ได้ไม่ได้อย่างไร
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 กรกฎาคม 2009
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
Loading...