เรื่องเด่น " ข้าซ่อนพระไว้ทั่ว ฝากแกไปหาให้เจอ "- พระมหาโพธิสัตว์หลวงปู่ดู่

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 16 กรกฎาคม 2017.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,126
    กระทู้เรื่องเด่น:
    147
    ค่าพลัง:
    +54,983
    ลป-ดู่ พลังจิต-04.jpg


    " ข้าซ่อนพระไว้ทั่ว ฝากแกไปหาให้เจอ "
    ประโยคทิ้งท้ายของหลวงปู่ที่กล่าวแก่ข้าพเจ้า ขณะก้มกราบลากลับในเย็นวันหนึ่ง ยังคงก้องกังวาน...อยู่ในความทรงจำ

    ที่วัดแห่งหนึ่ง ในจังหวัดกระบี่...
    หลวงพี่รูปหนึ่งเดินนำหน้าเพื่อพาไปเที่ยวชมถ้ำใหญ่น้อยบนเขา ท่านฝึกกสิณรูปแบบแปลก ๆ ไม่เคยพบเห็นที่ไหนมาก่อน แม้ว่าจะแปลกแต่ก็ดี
    ข้าพเจ้าเดินกลาง ถัดมาเป็นพี่ผู้หญิงนักปฏิบัติธรรม ขณะเดินไปคุยไปผ่านป่าโปร่ง จู่ ๆ หลวงพี่ก็ชะงัก ! หันมาบอกเบา ๆ ให้หยุดคุย
    ข้างหน้า ห่างออกไปประมาณสิบเมตร เป็นไม้สูงใหญ่ขึ้นเคียงกัน เส้นทางเดินบังคับให้ต้องผ่านเข้าไปในระหว่างกลางของไม้ทั้งสอง
    ข้าพเจ้าเพิ่งรู้สึกถึงความผิดแผกแตกต่าง...
    โดยปกติ ป่าจะมีเสียงของป่า มีเสียงนก แมลง จั๊กจั่น เสียงลมและเสียงธรรมชาติอื่น ๆ รวมถึงกลิ่นของป่า บรรยากาศของป่า แต่ ณ ขณะนี้ ป่าพลันเงียบสงัด ร่างกายเบาสบายคล้ายแรงดึงดูดของโลกลดลง รู้สึกอิ่มเอิบ ปิติซาบซ่าน ดั่งเดินเข้าสู่สนามพลัง มิติหรือสถานอันเป็นทิพย์ของเทพยดาหรือเซียนผู้วิเศษกระนั้น
    หลวงพี่ก้าวขาออกเดินต่อ นำตรงไปยังต้นไม้ใหญ่ แหงนคอขึ้นมองยอดไม้ซึ่งแผ่กิ่งก้านสาขาเบียดเสียดร่มครึ้ม พร้อมกับกล่าวดัง ๆ ว่า
    " ท่านเทพเทวา ไหน ๆ ก็แสดงตัวให้ปรากฏแล้ว โปรดเมตตา ขอโอสถทิพย์ให้แก่พวกข้าน้อยด้วยเถิด !.. "
    ข้าพเจ้าเคยนั่งคุยกับเพื่อนที่จบคณะวนศาสตร์ ทำงานเกี่ยวกับป่าไม้ ได้ถามพวกเขาว่า เคยพบเจอบรรยากาศคล้าย ๆ เรื่องดังกล่าวข้างต้นหรือไม่ พวกเขาบอกว่าเคยหลายครั้ง ต่างเวลาต่างสถานที่กัน เรื่องแปลกประหลาดยากอธิบายมักเกิดขึ้นในป่ามากมาย เมื่อไม่รู้ว่าคืออะไร ก็สู้ถอยห่างออกไปเสียดีกว่า
    นั่นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนี้...
    เบื้องหน้า เป็นต้นไม้ใหญ่สูงชะลูดขนาดสองคนโอบ ยืนต้นตระหง่านท่ามกลางหมู่หินน้อยใหญ่ รากส่วนหนึ่งโผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นแผง รอบ ๆ บริเวณ นอกจากใบไม้ร่วงเพียงไม่กี่ใบแล้ว ก็ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เหมือนว่ามีใครมาคอยปัดกวาดตลอดเวลา
    ข้าพเจ้าพินิจอย่างละเอียด เพราะไก่ป่าบางชนิด นกยูงหรือสัตว์บางประเภทก็มีนิสัยรักความสะอาด พวกมันจะคอยเก็บกวาดโดยรอบบริเวณรังหรือที่อยู่ของตนจนเกลี้ยงเกลา ใครไม่รู้ เดินเข้าไปเห็นลานสะอาดโล่งเข้า อาจคิดว่าถูกผีหลอกตอนกลางวัน
    เมื่อข้าพเจ้าเดินตรงเข้าไป จึงสัมผัสได้ถึง " บรรยากาศ " ดังที่เล่าไว้แต่ตอนต้นอีกครั้ง ไม่ต้องสงสัย...ที่นี่ย่อมเป็นอาณาแห่งทิพยสถานของท่านผู้หนึ่งผู้ใดแน่แล้ว !
    ข้าพเจ้าหยุดยืน คิดฟุ้งซ่านไปพลางสูดกลิ่นหอมประหลาดไปพลาง คิดขอ " อาวุธ " ที่ทรงอานุภาพเป็นร้อยเป็นพันจากหลวงปู่ คิดขอ " เกราะ " เครื่องป้องกันอันหลากหลาย คิดขอ " ฤทธานุภาพ " ทั้งหลายบรรดามีที่เคยเห็น คิดขอ " ธรรมานุภาพ " ที่ไม่เป็นสองรองใคร คิดและคิดอย่างรวดเร็ว สุดท้ายส่ายหัว...ฟุ้งซ่านไปเปล่า ใช่ว่าหลวงปู่จะให้อะไรง่าย ๆ มีหลวงปู่หนึ่งเดียวในหัวใจพอแล้ว ที่เหลือ...ไปว่ากันเอาข้างหน้า !
    คำว่า " ข้ามีให้แกทุกอย่าง " ความหมายก็ตรงตัวอยู่แล้ว เพียงเราไม่รู้ความหมายเท่านั้น
    กี่หมื่นคำพูด ก็ไม่เท่ากับพบเจอด้วยตนเอง...
    หลวงปู่ท่านบอกให้นั่งดู ข้าพเจ้าเลือกหินกลมก้อนใหญ่ โดยเหยียบก้อนเล็กข้าง ๆ ก่อนแล้วกระโดดขึ้นไปนั่ง ขาขวาทับขาซ้าย มือทั้งสองวางอยู่บนเข่า ยืดกายตรง หลับตาและนิ่ง...
    สภาพแวดล้อมยังคงเป็นเหมือนเดิมทุกประการ มีเพียงกลิ่นหอมประหลาดที่รุนแรงขึ้น พร้อมกับเสียงดนตรีอันไพเราะอ่อนหวานเพิ่มขึ้นมา
    และแล้ว...สตรีนางหนึ่งก็เดินหลุดออกมาจากต้นไม้ต้นนั้น !
    สตรีนางนั้นทรงเครื่องเยี่ยงนางกษัตริย์ งดงามเช่นนางแก้วซึ่งเกิดในดอกบัวแห่งพระเจ้าจักรพรรดิ แต่ยังคงด้อยกว่านางสวรรค์ผู้เปี่ยมล้นด้วยบุญบารมี และหากผู้ใดได้มีโอกาสทอดทัศนารูปสตรีอันจำแลงขึ้นจากอานุภาพของหลวงปู่ ก็จักกล่าวว่า ความงดงามของสตรีดังกล่าวทั้งปวง มิอาจเปรียบปานกับรูปลักษณ์สตรีแห่งองค์หลวงปู่ซึ่งถือเป็นที่สุดแห่งรูปลักษณ์แล้วได้เลย
    หลวงปู่มีกี่ " กาย " กันแน่ ?!...เปลี่ยนแปรรูปลักษณ์ได้สักเท่าไร ? ไม่จำกัดเพศ วัย จำนวนได้หรือไม่ ? สามารถสำแดงให้ปรากฏด้วยตาเนื้อ ตาในและตาปัญญาได้ทั้งหมดหรือเปล่า ? เรื่องราวที่ปรากฏอยู่ในตำราคัมภีร์นั้นเป็นตำนานหรือเรื่องจริงกันนะ ? หลวงปู่สามารถทำลาย ทะลุ ก้าวข้ามขอบเขตขีดขั้นแห่งข้อจำกัดทั้งปวงได้แล้วเพียงใด ? กลมจนเกลี้ยงเกลา ไร้เหลี่ยมมุมแล้วหรือ ?...พลิกแพลงแปรเปลี่ยนมิรู้สิ้นสุดแล้วหรือ ?...
    ในสมัยทำหนังสือพระ ข้าพเจ้าได้รู้จักกับผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เป็นข้าราชการเก่าเกษียณ สนใจเรื่องการฝึกจิตและวิชาโบราณ ชีวิตของท่านค่อนข้างโลดโผนผจญภัย มีประสบการณ์เกี่ยวกับโลกลี้ลับมากมาย มีเรื่องหนึ่ง ท่านเล่าให้ฟังว่า
    ครั้งหนึ่ง มีคนมาขอความเมตตาจากท่าน ให้ช่วยไปดูเรือนไทยที่อาศัยอยู่ เนื่องจากคนในบ้าน " อยู่ไม่เป็นสุข " อันเกิดจากห้องที่ใช้เก็บของเก่า มีเสาเรือนต้นหนึ่งเกิดตกน้ำมัน !
    วันดีคืนดี คนในบ้านจะเห็นสตรีผมยาว สวมชุดไทย กำลังยืนสางผมอยู่ริมหน้าต่าง ยามค่ำคืนก็จะได้ยินเสียงเหมือนคนเดินไปมาอยู่ในห้อง ต่างหวาดผวา ไม่มีอันต้องทำมาหากินกัน !
    ผู้ใหญ่ท่านนั้นตรวจดูฤกษ์ยามเตรียมการอย่างดีแล้ว จึงนัดแนะกับเจ้าของบ้าน เลือกทำพิธีในค่ำคืนหนึ่ง ด้วยการเข้าไปในห้องดังกล่าวแต่เพียงผู้เดียว จุดเทียนคู่หนึ่งหน้าเสาตกน้ำมัน แล้วเข้าที่ทำพิธีเรียก
    ต้องใช้กำลังกันพอเหงื่อซึม จึงปรากฏนางไม้สวมชุดรัดอกแบบโบราณตนหนึ่ง เดินออกมาจากเสาตกน้ำมัน สีหน้าท่าทางโกรธจัดเอาเรื่อง เจรจาอย่าไรก็ไม่เป็นผลจนนึกอยากกำจัดให้สิ้นซาก แต่กลัวบาปเวรจะติดตัวต่อไปภายหลัง ท่านจึงใช้วิชาบางอย่างบีบบังคับ จนนางไม้นั้นยอมจำนน รับปากว่าจะจากไปภายในสามวัน
    หรือว่า...สตรีผู้ดูแล้วมีศักดิ์ใหญ่เบื้องหน้าข้าพเจ้ายามนี้จะเป็นนางไม้ ?...
    มีเสียงหลวงปู่ดังขึ้นมาว่า " ไม่ใช่ ! เป็นรุกขเทวดา ! "
    พลันปรากฏร่างของหลวงปู่นั่งห้อยเท้าบนหินก้อนหนึ่งเยื้องออกไป มือวางอยู่บนเข่าทั้งสองดังรูปภาพของท่านที่เราเห็นกันทั่วไป
    บทเรียนบทใหม่ กำลังจะเริ่มขึ้นอีกแล้ว...
    รุกขเทวดาที่เป็นสตรีหรือนางเทพธิดาตนนั้น ค่อยย่างกายอย่างสำรวมเข้าไปหาหลวงปู่ ครั้นได้ระยะจึงย่อกายลงนั่งพับเพียบเรียบร้อยแล้วก้มลงกราบ...
    หลวงปู่ท่านเคยบอกว่า สมัยมีชีวิต พวกนี้ (เทพบุตรเทพธิดา) ก็มากราบท่านถึงกุฏิบ่อย ๆ ทั้งกลางวันกลางคืน ! ยิ่งเวลาเสกพระหรือทำพิธีสำคัญแต่ละครั้ง ยิ่งมากันมากทุกชั้นฟ้า
    นางเทพธิดาตนนั้นค่อยยืดกายขึ้นตรง สายตาทอดต่ำสู่พื้น สองมือพนมอยู่หว่างอก กล่าวคำนอบน้อมนมัสการด้วยน้ำเสียงอันไพเราะนุ่มนวลยิ่งว่า
    " นะโม ............................"
    ข้าพเจ้าถึงกับอึ้งไป ! เพราะเท่าที่ศึกษามายังไม่เคยพบเห็นพระนามนี้มาก่อนเลย !
    หลวงปู่ทักอย่างเมตตาเหมือนที่ได้ยินกันบ่อย ๆ ว่า " ว่าไง..."
    บทสนทนาระหว่างหลวงปู่กับนางเทพธิดาขอข้ามไป ด้วยยังไม่ถึงเวลาอันควร เหตุการณ์ในตอนท้ายต่างหาก ที่ควรแก่การนำมาพิจารณายิ่ง
    นั่นคือ...นางเทพธิดาผู้มีวงพักตร์ดั่งจันทร์เพ็ญ เมื่อได้ยินหลวงปู่สั่งขึ้นว่า " ทำให้เขาดู " จึงน้อมรับคำครูด้วยการก้มกราบครั้งหนึ่ง จากนั้นค่อยยันกายลุกขึ้นเดินถอยหลังห่างออกไป
    จากมุมที่ข้าพเจ้านั่ง เมื่อมองตรงไป จะเห็นนางเทพธิดายืนเด่นเป็นสง่าหันหน้าเข้าหาข้าพเจ้า เบื้องหลังของนางห่างช่วงหนึ่ง เป็นลำต้นของไม้สูงใหญ่สีขาวนวล แผ่ใบเขียวร่มครึ้ม นางผู้เป็นเทพธิดาดูคล้ายมีตบะน่ายำเกรง มีรัศมีแผ่ซ่านออกมาอย่างประหลาดล้ำ อะไรบางอย่างผุดเข้ามาในความคิด แต่ความสนใจของข้าพเจ้าพุ่งตรงไปยังนางแล้ว จึงไหวไม่ทัน
    นางยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน เยือกเย็น...
    ใช้เวลาเพียงช่วงสั้น ๆ นางเทพธิดาได้เปลี่ยนรูปแปลงร่างเป็นประการต่าง ๆ สารพัดให้ข้าพเจ้าดู ต่างทั้งเพศ คือเป็นหญิงบ้าง ชายบ้าง ต่างทั้งวัย คือเป็นเด็กบ้าง หนุ่มสาวบ้าง เข้าวัยกลางคนหรือแก่ชราบ้าง ต่างทั้งเสื้อผ้าแพรพรรณ คือเป็นเครื่องแต่งกายของชนชาติต่าง ๆ ที่รู้จักบ้าง ไม่รู้จักบ้าง คร่ำคร่าอนาถาเช่นยาจกบ้าง หรือหรูหราอลังการเช่นผู้สูงศักดิ์แต่ครั้งโบราณบ้าง ทั้งแสดงอากัปกิริยาต่าง ๆ คือนั่ง ยืน เดิน นอน กระโดดโลดเต้นบ้าง แตกต่างกันไปสุดแล้วแต่เพศและวัย
    ที่น่าตื่นใจคือยังได้แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ ให้ดูอีกหลายประการ แต่ขอข้ามไป
    นางเทพธิดาตนนี้เป็นใครกันแน่ ? ...หรือจะเป็นหลวงปู่อีกรูปหนึ่ง ! เพราะเท่าที่รู้มา ระดับรุกขเทวดาไม่น่าจะมีฤทธิ์เดชเห็นปานนี้
    สุดท้าย นางเทพธิดากลับร่างเป็นรูปเดิม หันหน้าไปทางหลวงปู่ กระทำความนอบน้อมด้วยกระบวนท่าหนึ่งซึ่งไม่เคยเห็น หลวงปู่ท่านพยักหน้าน้อย ๆ เหมือนกับรู้ความหมาย
    นางหันกลับมาทางข้าพเจ้าอีกครั้ง กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลฝากเอาไว้ว่า
    " ครูเหนือครู ก็คือพระบรมครูของพวกเรา !"
    จากนั้น ร่างของนางก็แปรเปลี่ยนไป จากความงามอย่าไร้ที่ติ กลับกลายเป็นความแก่หง่อม ผมทุกเส้นเปลี่ยนเป็นสีดอกเลา ผิวหนังเหี่ยวย่นหย่อนยาน ร่างระหงกลับโค้งงอ ฟันขาวราวมุกหลุดร่วงลงพื้น เสื้อผ้าแพรพรรณหม่นหมองคร่ำคร่า
    นางทรุดตัวลงนั่งกับพื้นดิน แต่ด้วยความชราที่มาพร้อมกับความเจ็บ ทำให้นางสุดจะฝืนข่ม ร่างที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก เส้นเอ็นปูดโปนพลันล้มลง เกลือกกลิ้งทุรนทุราย ด้วยธาตุในกายกำลังจะแตกระเบิดออกจากกัน น้ำตา น้ำมูก น้ำลายหรือแม้แต่ปัสสาวะ อุจจาระ ก็ไหลออกมาเรี่ยราดน่ารังเกียจ
    สุดท้าย กระบวนการทั้งหลายในการประชุมธาตุเข้าไว้ด้วยกันก็ยุติลง ธาตุทั้งหลายต่างกระจัดกระจายแตกดับกันออกไป จนแม้แต่กระดูกขาวโพลนก็เปลี่ยนเป็นผุยผง
    ข้าพเจ้าเห็นหลวงปู่โยนบัวดอกหนึ่งลงไปเพื่อรองรับผงกระดูกนั้น ผงกระดูกพลันรวมตัวเป็นแก้วมณีโชติ เปล่งรัศมีอยู่บนดอกบัว เป็นปริศนาธรรมล้ำลึก แล้วกลีบบัวก็ค่อย ๆ หุบลง ดังว่าจะรักษาแก้วมณีมีค่าล้ำดวงนั้นเอาไว้
    จากนั้น ดอกบัวจึงค่อย ๆ จมหายลงไปในพื้นดิน...กลับคืนสู่ดิน
    จากความเกิด สู่ความดับ จากดิน สู่ดินดังเดิม...
    ข้าพเจ้าน้ำตาไหล...ไม่ว่าจะอย่างไร พวกเราล้วนต้องแตกดับ...ต้องตายกันทุกผู้ตัวคน ไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ ทั้งสิ้น !
    ต่อมา ข้าพเจ้าถึงได้รู้ว่า ท่านเทพธิดาองค์นั้นคือศิษย์พระโพธิสัตว์ของหลวงปู่องค์หนึ่ง แต่ด้วยกรรมบางอย่าง ทำให้ต้องมาติดอยู่ในภูมิของรุกขเทวดา ปิดกั้นการสร้างบุญบารมีให้ยิ่งขึ้นไป กระนั้น ด้วยอำนาจแห่งกุศลกรรมและเหตุปัจจัยอันพรั่งพร้อม จึงส่งผลให้ท่านมาพบครูผู้มหากรุณาอีกจนได้ เพื่อช่วยแก้ไข ปลดปล่อย ให้หลุดออกไปจากภพภูมิอันจำกัดต่อการสร้างมหาบารมี ได้ไปเกิดเป็นมนุษย์แล้วในครอบครัวยากจนแถบชนบท ยังต้องทุกข์ยากลำบากนานัปจากเศษกรรมซึ่งยังส่งผล แต่ในที่สุด ท่านก็จะได้มาเป็นกำลังของหลวงปู่ ทำงานเพื่อหลวงปู่ต่อไป
    พระโพธิสัตว์ หากบำเพ็ญบารมีในโลกธาตุนี้ โดยปราศจากพระบรมครูคือหลวงปู่เป็นที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยวแล้ว จะทำให้ถอยห่างจากจากพระโพธิญาณได้โดยง่าย อีกทั้งยังหวังความสำเร็จได้โดยยาก เพราะครู...คือกำลังทั้งปวงที่ยิ่งใหญ่ไร้ขีดจำกัด !
    ที่เล่าให้ฟังก็เพื่อจะบอกว่า เพียงแค่ศิษย์พระโพธิสัตว์ ยังสามารถเปลี่ยนรูปแปลงร่างได้หลากหลาย แต่กระนั้นก็ยังมีข้อจำกัดอยู่ ส่วนครูคือหลวงปู่ ท่านก้าวข้ามขอบเขตอันจำกัดทั้งหลายไปนานนักแล้ว !
    ครั้งหนึ่ง...สมัยแรก ๆ ที่ท่านทำให้ดู บนเส้นทางสายเล็ก ๆ ซึ่งไต่เลียบไปตามขอบเขาเกิดเป็นหลุมบ่อ อันเนื่องจากน้ำฝนกัดเซาะ ถ้าไม่ระมัดระวัง ต่อให้เป็นมอเตอร์ไซด์วิบาก หากไม่ทันเห็นก็อาจพลาด สะดุดล้มกลิ้งตกเขาลงไปได้ ข้าพเจ้าผ่านไปพบเข้า จึงหยุดใช้มีดพกซึ่งเป็นเครื่องมือเพียงชิ้นเดียวที่มีขุดดินบริเวณนั้นมาถม ปรับพื้นจนเสมอ
    ภายใต้แมกไม้ร่มรื่น ขณะกำลังนั่งเช็ดเหงื่อและเช็ดดินโคลนออกจากมีด พลันพบว่า มีคนผู้หนึ่งกำลังเดินใกล้เข้ามา แวบแรกที่เห็นก็รู้เลยว่าเป็นชาวบ้านโดยทั่วไป กำลังสอดส่ายสายตาหาของป่าไปตามเรื่อง
    ข้าพเจ้าลุกขึ้นยืน เก็บมีดเข้าปลอกหนังซึ่งสะพายแนบอยู่ข้างลำตัว พอดีกับที่เขาเดินมือไพล่หลังสวนเข้ามาจนใกล้
    " ได้อะไรบ้าง ? " ข้าพเจ้าร้องทักพร้อมกับยิ้มให้
    นอกจากจะไม่ทักตอบแล้ว ยังทำราวกับไม่เห็นข้าพเจ้าอยู่ในสายตา ที่ " ขึ้น " ก็คือ ดันเดินเหยียบลงไปบนดินอ่อนซึ่งข้าพเจ้าเพิ่งถม จนยุบเป็นรอยเท้า !
    ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจัดการกับอะไรก่อนดี เขาก็เดินหน้าตาเฉยผ่านเลยไปพร้อมกับกลิ่นหอมจากผิวกาย...กลิ่นหอมอันคุ้นเคย อันเฉพาะองค์ อันหาไม่เห็นในท่านผู้ใดในสามโลกแล้ว !
    ข้าพเจ้าหันหลังขวับ !
    ชายผู้นั้นกลับกลายเป็นภิกษุชรารูปหนึ่ง...เป็นครูท่านตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ ครูผู้อยู่เคียงข้างทุกลมหายใจเข้าออก ครูผู้รับรู้ถึงความเป็นไปในทุกขณะจิต ทุกอารมณ์ความรู้สึก ทุกความคิดนึกและลึกยิ่งไปกว่านั้น
    หลายต่อหลายครั้งที่หลวงปู่ทำให้รู้เห็นไม่เฉพาะตอนนั่งหลับตา แต่มาให้เห็นในขณะลืมตา ! ทั้งในเมืองที่พลุกพล่าน (ดังในเรื่อง " เปลี่ยนรูปแปลงร่าง " ) และในป่าเขาที่เงียบสงบ จนกระทั่งสิ้นความสงสัย
    ใครจะไปรู้...ว่าเราอาจเดินสวนกับหลวงปู่อยู่ ณ ที่ใดเวลาหนึ่งก็เป็นได้ !
    ถ้าเราเห็นหลวงปู่ลุกเดินออกมาจากรูปหล่อทองเหลือง เราอาจจะตื่นเต้น แต่ถ้าเราเห็นหลวงปู่เดินหลุดออกมาจากต้นไม้ใหญ่กลางป่าเขา เราอาจจะตกใจ แล้ว...ถ้าเราเห็นหลวงปู่ก้าวแทรกออกมาจากอากาศธาตุ ฉับพลันก็ก้าวแทรกหายเข้าไปในอากาศอย่างไร้เงาไร้ร่องรอยอีก เราจะรู้สึกอย่างไร ?
    ...และยิ่งถ้าเราเห็นท่านเปลี่ยนรูปแปลงร่างสลับไปมาได้หลากหลายรูปลักษณ์ ต่างทั้งเพศ วัย เครื่องทรง เราอาจสิ้นสัมปชัญญะโดยคิดว่าผีหลอก แต่น่าแปลกตรงที่ผีหลอกเราเชื่อ หลวงปู่ท่านทำให้ดูรู้เห็น เรากลับไม่เชื่อ !
    เรื่องการเปลี่ยนรูปแปลงร่างได้หลากหลาย เป็นเพียงความหมายหนึ่งของคำว่า " พระพันกาย " เพราะพระพันกายยังมีความหมายลึกซึ้งยิ่งไปกว่านั้นอีกมากมายนัก พลิกแพลงเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ได้อย่างไม่สิ้นสุด
    ...กายใด ๆ ก็มีอยู่ใน " พระพันกาย " นี้แล้วทั้งนั้น !
    เรื่องเก่า ๆ ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร...
    และหลวงปู่ยังท่านมีวิชา " พระโพธิสัตว์พันกาย " ด้วยนะ ไปขอต่อท่านกันเอาเอง
    " ข้าซ่อนพระไว้ทั่ว ฝากแกไปหาให้เจอ "
    ในความยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าค้นพบได้เพียงบางส่วน บอกเล่าได้เพียงครึ่งส่วน ที่เหลือ...ฝากศิษย์รุ่นใหม่ ๆ ค้นหากันต่อไป
    หลวงปู่ซ่อนพระ ข้าพเจ้าซ่อนหลวงปู่
    แม้จะหาหลวงปู่จนพบ แต่ยังคงต้องซ่อนท่านเอาไว้อยู่ดี !




    *****************************************************************************************



     
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดยผู้ดูแล: 17 กรกฎาคม 2017
  2. สุวิทย์ มหา

    สุวิทย์ มหา สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 เมษายน 2017
    โพสต์:
    27
    ค่าพลัง:
    +31
    สาธุครับ
     
  3. คนชายฝั่ง

    คนชายฝั่ง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    5
    ค่าพลัง:
    +26
    สาธุครับ
     
  4. mrmos

    mrmos Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    255
    ค่าพลัง:
    +228

แชร์หน้านี้

Loading...