จุดมุ่งหมายของเว็บพลังจิต คือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้น

ในห้อง 'ประกาศจาก เว็บพลังจิต' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 19 มิถุนายน 2009.

แท็ก: แก้ไข
  1. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    61
    ค่าพลัง:
    +60,330
    จุดมุ่งหมายของเว็บพลังจิต คือการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เพื่อนำไปสู่ความหลุดพ้น

    อันมีมีพระรัตนตรัย คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เป็นที่ยึดพึ่งเป็นเหนี่ยวจิตใจ

    คำสอนของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่เหมือนกัน หรือ หัวใจคำสอนในพุทธศาสนา


    1.ละชั่วทั้งปวง ทาง กาย วาจา ใจ

    2.ทำดี ทางกาย วาจา ใจ การทำดีย่อแล้วมี 3 อย่างคือ ทาน ศีล และภาวนา(สมถะและวิปัสนา)

    3.ทำจิตใจให้ผ่องใสจากกิเลศ เพื่อความพ้นทุกข์หรือหลุดพ้น


    ทุกๆศาสนาหลักของโลก สอนให้คนละชั่วทำดี แต่ความเชื่อการนำไปสู่เป้าหมายอันสูงสุดของแต่ละศาสนาจะต่างกัน

    ถ้ามีการกระทู้ของต่างศาสนาเข้ามาเผยแผ่ในเว็บพลังจิต ทางเว็บพลังจิตจะพิจารณาเป็นกรณีๆไป

    ถ้ามีกระทู้ใดๆหรือแนวสอนใดๆ ที่เข้ามาเผยแผ่ในเว็บพลังจิต อันมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้คนออกจากพุทธศาสนา ทางเราจะพิจารณาและย้ายกระทู้ดังกล่าวไปในห้องที่เหมาะสมหรือลบออก
     
  2. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,346
    กระทู้เรื่องเด่น:
    68
    ค่าพลัง:
    +104,220
    โมทนาครับ

    เว็บพลังจิตมีเจตนารมย์ในการสืบทอดพระศาสนาให้ครบ 5,000 ปีครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 มิถุนายน 2009
  3. coolz

    coolz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 ตุลาคม 2007
    โพสต์:
    1,587
    ค่าพลัง:
    +1,334
    โมทนาอย่างสูงคะ กับเจตนาที่แน่วแน่ในการสืบทอดพระศาสนาให้ดำรงคงถ้วน ๕,ooo ปี
     
  4. DevilBitch

    DevilBitch เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2005
    โพสต์:
    9,779
    ค่าพลัง:
    +36,890
    พระพุทธศาสนา เป็นศาสนาที่เอาหลักความจริงเป็นเหตุและผล (กรรม) มีมาหลายการเกิดดับของโลก แม้อีกสองพันกว่าปีข้างหน้า อาจมีการเสื่อมถอยของศาสนาพุทธและแน่นอนศาสนาอื่นๆ เช่นกัน แต่ไม่คำว่า สิ้นศาสนาค่ะ ถ้าเราร่วมกันจรรณโลงและเผยแผ่สิ่งดีงาม แม้โลกจะถล่มล่มสลาย คนจะล้มตายเพียงไร พุทธ ไม่มีวันดับสูญไปจากการเวียนว่ายตายเกิดของสรรพสตัว์เลย ตราบนานเท่านาน
     
  5. ธิดารัตน์

    ธิดารัตน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,938
    ค่าพลัง:
    +4,559
    พระพุทธศาสนาจะต้องเจริญต่อไปใน๕๐๐๐เพราะพลังจากมวลมนุษย์ผู้เลื่อมใสศรัทธาและมีเจตตนารมณ์ในการทำนุบำรุงพระศาสนา ซึ่งหนึ่งมนนั้นคือ เว็บพลังจิต
    พระธรรมคำสอนล้วนเป็นสิ่งที่ประเสริฐการเผยแผ่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องใ้ห้มวลมนุษย์พบพระธรรมนี้ให้ได้ช่วยกันค่ะสู้ๆ อนุโมทนาสาธุกับพี่เว็บสโนว์ พี่ทีมงาน และชาวพลังจิตผู้มีจิตอันเป็นกุศลค่ะ
     
  6. อวิปลาส

    อวิปลาส เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    211
    ค่าพลัง:
    +341


    ดีครับ...

    ใครไม่นับถือพุทธศาสนา เข้ามาชมมาศึกษาก็พอทำเนา...

    ...ประเภทขวางโลกขวางธรรมของพระพุทธเจ้านะ ลบทิ้งโลด....


    ...อเสวนาจะพาลานัง...ครับ.

    pity_pig
     
  7. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +35,132
    ประเทศไทยคือดินแดนที่จะสืบทอดพระพุทธศาสนาครบ ๕๐๐๐ ปี ตามพุทธทำนาย
    ที่องค์สมเด็จพระจอมไตรบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานไว้ ณ ดอยน้อย
    หรือพระธาตุจอมกิตติ ในปัจจุบัน แม้พระพุทธศาสนาจะเกิดที่ประเทศอินเดียแต่ก็
    มาเจริญรุ่งเรืองในประเทศไทย

    เว็บพลังจิตมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา เป็นการให้ธรรมทาน
    ที่เข้าถึงพุทธศาสนิกชนได้สูงสุด จากสถิติที่มีคนเข้ามาชมมาอ่านธรรมะรวมทั้งสาระ
    น่ารู้ต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ วันละเกือบ ๕ หมื่นคน และมียอดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งยังมี
    โครงการสร้างพระไตรปิฏกฉบับเว็บเวอร์ชั่น และโครงการพลังจิตนานาชาติ ที่จะเผยแผ่
    พระพุทธศาสนาไปทั่วโลก เป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาลหาประมาณมิได้

    นับว่าเป็นโอกาสอันเป็นมงคลยิ่งที่ทุกท่านจะได้มีส่วนร่วมมหากุศลในครั้งนี้
    จึงขอเชิญชวนสมาชิกของเว็บพลังจิตและทุกท่านที่เข้ามาเยี่ยมชมร่วมสร้าง
    มหากุศล เผยแผ่พระพุทธศาสนาตามกำลังศรัทธา ดังจะเห็นได้ว่ามีคนเข้า
    เยี่ยมชมมากขึ้นทุกวัน Servers ก็ต้องขยายเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับ ซึ่งต้องมี
    ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เฉพาะค่า Hosting ก็ปีละแสนกว่าบาท ถ้าพวกเราไม่ช่วย
    กัน การเผยแผ่พระพุทธศาสนาก็อาจจะหยุดชะงัก เพราะเว็บอืดคนเข้าเว็บจะอ่าน
    จะโพสความคิดเห็นจะช้ามาก บางครั้งก็ทำไม่ได้ เราต้องปรับปรุงอยู่เสมอ
    การจะปรับปรุงบำรุงรักษาต่างๆ ก็ต้องใช้ทุนจำนวนมากพอสมควร รวมทั้ง
    โครงการที่สำคัญและมีประโยชน์มากคือพระไตรปิฏกฉบับเว็บเวอร์ชั่นและ
    โครงการเว็บพลังจิตนานาชาติ

    จึงขอเชิญชวนทุกท่านร่วมด้วยช่วยกันสร้างมหากุศลอันยิ่งใหญ่ไพศาล
    ตามกำลังศรัทธา โดยขออนุญาตเสนอแนะ เป็นกองทุนวันละ ๑ บาท
    หรือจะวันละเท่าใดก็ได้ตามกำลังศรัทธา จะใส่กะปุกหรือใส่แก้วก็ได้
    เราก็จะได้สร้างมหากุศลทุกวัน การทำอะไรที่เป็นประจำสม่ำเสมอ
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานท่านกล่าวว่าจิตของเราจะเป็นฌาน
    เป็นฌานในจาคานุสสติกรรมฐาน ทำน้อยแต่ได้ผลมากได้อานิสงส์มาก
    ดีกว่าการบริจาคครั้งเดียวหรือนานๆ ครั้ง พอครบเดือนหรือเมื่อไรก็ได้
    ท่านก็ส่งเงินมาร่วมทำบุญ ซึ่งมีได้หลายวิธีเช่นธนาณัติ โอนเงิน หรือวิธีอื่นๆ
    ทั้งนี้สุดแท้แต่ท่านจะเห็นสมควร ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ


     
  8. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    61
    ค่าพลัง:
    +60,330
    อานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่แห่งธรรมทาน การเผยแผ่พระพุทธศาสนา

    [​IMG]

    1.)ให้ธรรมเป็นทานชนะการให้ทั้งปวง

    2).ในเชตวันมหาวิหาร ณ กรุงสาวัตถี
    พระสารีบุตรเถระเจ้า ทูลถามกับพระพุทธเจ้า
    "ว่าข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ถ้าชนทั้งหลายให้พุทธศาสนายืนยาวถึง ๕ พันวัสสา จะมีอานิสงส์เป็นประการใด พระพุทธเจ้าข้า "

    พระพุทธเจ้าทรงตรัสว่า ดูกรท่านสารีบุตร ถ้าชนทั้งหลายมีจิตรศรัทธาเลื่อมใสเช่นนั้นแล้ว

    เมื่อตายไปแล้วก็จักรได้เสวยราชสมบัติเป็นพระเจ้าจักรพรรดิราชถึง ๘ หมื่น ๔ พันกัลป์ ใช่แต่เท่านั้น

    เมื่อเคลื่อนจากความเป็นพระเจ้าจักรพรรดิแล้ว ก็จะได้เป็นพระราชา มีอนุภาพอีก ๙ อสงไขย

    ต่อจากนั้นก็ได้เสวยสมบัติในตระกูลต่าง ๆ เป็นลำดับไป คือตระกูลพราหมณ์มหาศาล ตระกูลเศรษฐีคฤหบดี และเป็นภูมิเทวดาอากาศเทวดา อย่างละ ๙ อสงไขย

    ต่อแต่นั้นก็จะได้เสวยในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น เป็นลำดับไปชั้นละ ๘ อสงไขย

    เมื่อ จุติจากชั้นเทวโลกแล้ว มาถือกำเนิดเกิดเป็นมนุษย์ ก็จะมีร่างกายบริสุทธิ์ผุดผ่อง เป็นที่รักใคร่แก่คนทั้งหลายที่ได้พบเห็นทั้งน้ำใจก็บริสุทธิ์
    สุจริตปราศจากบาปธรรมอกุศลทั้งปวง และเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาดรอบรู้ทั้งทางโลกและทางธรรม


    ดังนี้เป็นต้น ดูกรท่านสารีบุตรเมื่อตถาคตสร้างบารมีอยู่ได้เกิดเป็นอำมาตย์ของพุทธบิดา แห่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระนามว่า ปุราณโคดม ได้สร้างพระไตรปิฎกไว้ให้สืบองค์ได้ตั้งความปรารถนา ขอตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งเถิดในอนาคตกาลโน้น สมเด็จพระปุราณโคดมบรม
    ศาสดาทรงพยากรณ์ไว้ว่า อำมาตย์ผู้นี้ต่อไปภายภาคหน้า จะได้ตรัสเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งมีพระนามว่า พระสมณโคดมก็คือพระตถาคต เรานี้เองดังนี้แลก็สิ้นสุดพระกระแสธรรมเทศนา ที่
    พระบรมศาสดาทรงแสดงแก่พระสารีบุตรเถระเจ้าแต่เพียงเท่านี้
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    61
    ค่าพลัง:
    +60,330
    ครั้งนั้นพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงมีพระพุทธฎีกาว่า

    “ดูก่อนพระสารีบุตร อันบุคคลผู้ใดสร้างพระไตรปิฎกถวายในพระศาสนานี้ ย่อมได้อานิสงส์เป็นอันมาก สุดที่จะนับจะประมาณได้ก็ป่วยการกล่าวไปใย
    ถึงอานิสงส์สิ้นทั้งนั้นเล่า เฉพาะอานิสงส์แห่งอักขระตัวเดียว ก็จะนับประมาณมิได้
    สารีบุตรผลานิสงส์แห่งบุคคลผู้ใดสร้างซึ่งอักขระตัวเดียวไว้ ในศาสนา นี้
    ก็อาจให้ผลยังตนให้ประสบสุขสิ้นกาลช้านาน
    คือจะได้เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิ์เป็นเวลานานถึง 84,000 กัลป์
    จะได้เป็นพระเจ้าแผ่นดินในประเทศราชเป็นเวลานานถึง 9 อสงไขย
    จะได้เป็นมหาเศรษฐีคหบดีผู้ใหญ่มีทรัพย์สมบัติมากเป็นเวลานาน 9 อสงไขย
    และเสวยทิพย์สมบัติในสวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา ดาวดึงส์ ยามา นิมมานรดี และปรนิมมิตวสวดีเหล่านี้ ชั้นละ 9 อสงไขย เป็นกำหนด

    ครั้นจุติจากเทวโลกแล้ว ก็จะเกิดมาในโลกมนุษย์อีก
    จะได้เป็นคนมีทรัพย์นับวิชามากด้วยสมบัติศฤงคารบริวาร
    จะได้เป็นคนดีมีศีลมีสัตย์ยินดี อยู่ในการบำเพ็ญกุศล
    จะได้เป็นคนมีรูปโฉมงาม มีน้ำใจโอบอ้อมอารีแก่ชนทั่วไป
    จะบริบูรณ์พูนเกิดไม่รู้จักพกพร่อง

    ทั้งนี้เพราะอานิสงส์อักขระตัวเดียว ของบุคคลผู้สร้างพระไตรปิฎกไว้ในพระศาสนา การที่จะกำหนดอานิสงส์แห่งการสร้างพระไตรปิฎกนั้น เป็นอาจินไตร”

    http://larndham.net/cgi-bin/kratoo.pl/009921.htm
     
  10. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    61
    ค่าพลัง:
    +60,330
    อานิสงส์แห่งธรรมทาน
    [​IMG]

    พุทธพจน์:

    “...ดูกรสุภูติ หากชายคนหนึ่งทำทานโดยการ
    ถวายทานด้วยสมบัติกองสูงเท่ากับภูเขาพระสุเมรุทั้ง
    จักรวาลมารวมกัน ส่วนอีกคนหนึ่ง รับฟังคำสอนไว้
    ในใจ อ่าน เรียนรู้ จดจำ แล้วสั่งสอนผู้อื่น
    บุญกุศลของชายคนแรกยังไม่มากเท่าหนึ่งใน
    ร้อย หนึ่งในพัน หนึ่งในแสน ของบุญกุศลที่ชายคน
    ที่สองได้รับ เพราะไม่สามารถจะเปรียบกันได้เลย

    http://thai.mindcyber.com/modules.ph...icle&artid=168
     
  11. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    61
    ค่าพลัง:
    +60,330
    เพิ่มเติม ผมประมวลมาจากครูบาอาจารย์ต่างๆได้ดังนี้

    เพียงบอกธรรมะของพระพุทธเจ้า ให้กับคนเดียว ก็ได้บุญมหาศาล
    อานิสงส์แห่งการเผยแผ่พุทธศาสนาแก่มหาชน ได้บุญมากมหาศาล

    1. ใครที่ปราถนานิพพาน จะไปได้ไว
    2. ใครที่ปราถนาพุทธภูมิ บารมีจะเต็มไว
    3. ใครที่มีกรรมหนักๆ ก็จะผ่อนหนักกลายเป็นเบา
     
  12. สงบระงับ

    สงบระงับ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2008
    โพสต์:
    660
    ค่าพลัง:
    +2,892
    อนุโมทนาบุญในเจตนาที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองสืบไปค่ะ
     
  13. Faithfully

    Faithfully เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    653
    ค่าพลัง:
    +2,448
    ศาสนาแต่ละศาสนานั้นแม้ความเป็นมาแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดคือ การหล่อหลอมจิตใจให้มีความอ่อนโยน เมตตา และบริสุทธิ์ นั่นคือ รากฐานของจิตใจที่ดีและไม่มีวันเสื่อมสลาย เพราะเมื่อมนุษย์มีแต่ความปรารถนาดีให้แก่กัน คำว่า ศาสนา จะไม่มีการแบ่งโดยชาติพันธุ์ สีผิว และแผ่นดินที่อาศัย กลับจะฝังลึกอยู่ในจิตใจ ไม่ดับสูญไปพร้อมกับร่างกายอย่างแน่นอน

    นิพพานัง ปรมัง สุขัง สาธุ สาธุ สาธุ
     
  14. pbk_1983

    pbk_1983 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +26
    อนุโมทนา ครับ ขอร่วมสืบทอดเจตนารมย์ พระพุทธศาสนา ด้วยการแนะนำคนที่รู้จักได้รู้จักเว็บพลังจิต มากขึ้น และจะชวนไปปฏิบัติธรรมตามโอกาส
     
  15. แอ๊บแบ้ว

    แอ๊บแบ้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 สิงหาคม 2007
    โพสต์:
    1,335
    ค่าพลัง:
    +2,542
    *อนุโมทนา บุญกับท่าน ทั้งหลายด้วย
    ที่ร่วมช่วย สืบศาสนา ให้ยืนยง
    ครบห้าพัน ปีพุทธสม เจตจำนง
    พุทธะธง โบกสะบัด ครบห้าพัน
     
  16. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,346
    กระทู้เรื่องเด่น:
    68
    ค่าพลัง:
    +104,220
    โมทนากับเว็บพลังจิตด้วยครับ

    วันพฤหัสที่ 18 มิ.ย.52 ผมซื้อหอยขม 2 กิโล และปลาดุก 5 กิโล จากตลาดสดไปปล่อยที่คลองประปาครับ

    วันอาทิตย์ที่ 21 มิ.ย.52 ผมซื้อปลาช่อน (กำลังท้อง) 5 กิโล (6 ตัว) หอยขม 10 กิโล และปลาไหล 9 ตัว จากตลาดสดไปปล่อยที่คลองประปาครับ

    ก็ขออุทิศบุญนี้ให้เทวดาประจำเว็บพลังจิต และเทวดาประจำตัวของสมาชิกเว็บพลังจิตทุกท่าน จงมีกำลังใจในการทำความดี และสำเร็จทุกประการในทุกเรื่องที่เป็นสัมมาทิฏฐิครับ รวมทั้งขอให้ทุกท่านร่วมโมทนาครับ

    โมทนาครับ
     
  17. cpari

    cpari เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    154
    ค่าพลัง:
    +183
    อนุโมทนาสาธุ กับคุณ kodomo และทุกๆท่าน;aa6
     
  18. deelek

    deelek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    6,705
    ค่าพลัง:
    +16,227
    ขออนุโมทนาสาธุ ๆ กับ เวปพลังจิต ที่ได้เผยแพร่พุทธศาสนา ได้มากและกว้างไกล ในเจตนาอันบริสุทธิใน พระพุทธศาสนา เปรียบเสมือนคนดีไม่สิ้นกรุงศรี เป็นเวปที่ดีมีกุศลผลบุญมหาศาล ยังได้ทำให้ ศาสนิกชน ได้ร่วมทำบุญหรือได้ร่วมอนุโมทนา นับว่าเป็นบุญกุศลอย่างยิ่ง ท่านได้เข้ามาใน เวป นี้ แค่การเผยแพร่พระไตรปิฎก และ พระธรรมคำสังสอน และการบอกบุญ การอนุโมทนาบุญ ต่าง ๆ และอืน ๆ เกี่ยวกับการทำบุญสร้างกุศล ก็นับได้ว่าเป็นมหากุศล อย่างที่สุดหามิได้ ขอให้ท่านทั้งหลายตลอดจนครอบครัวของท่านจงประสพความสุข ความเจริญ ได้ช่วยกันสร้างจรรโลง และเผยแพร่ พระพุทธศาสนา ให้คงอยู่ได้ตราบนานเท่านาน ขออนูโมทนา สาธุ ๆๆๆ กับ มหากุศล ด้วย นะครับ ได้โอนเงินสร้างพระไตรปิฎกและที่เก็บและส่งข้อมูลทางคอมฯ ผ่าน ธนาคารไปให้แล้ว และขอให้ท่านทั้งหลายได้ ร่วมกัน อนูโมทนา ด้วยกันกับ กระผมด้วย ขอแบ่งบุญกุศลให้กับทุก ๆ ท่าน ด้วยนะครับ
     
  19. นุภาวัฒน์

    นุภาวัฒน์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    775
    ค่าพลัง:
    +268
    อนุโมทนาสาธุ ด้วยจิตที่อนุโมทนายิ่ง ขอเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนสืบสานพระพุทธศาสนาให้ดำรงอยู่ และเผยแพร่ให้จิตของคนเข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
     
  20. deelek

    deelek เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    6,705
    ค่าพลัง:
    +16,227
    เป็นพุทธบริษัท ก็ต้องรู้จักสิ่งที่เป็นหัวใจหรือสิ่งที่สูงสุดใน พระพุทธศาสนา นั้นคือ พระนิพพาน ต้องรู้เรื่องพระนิพพานให้ถูกต้อง และ ปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของ พระพุทธเจ้า ตามที่ควรจะปฏิบัติเพื่อมีจุดมุ่งหมายและเป้าหมายเพื่อเข้า พระนิพพาน แล้วก็จะได้รับผลไม่มากก็น้อยแต่ที่แน่ ๆ ได้บุญกุศลแน่นิน ถ้ารู้จักพระพุทธศาสนา ต้องศึกษาหาความรู้เรื่อง พระนิพพาน ด้วยว่าเป็นอย่างไร เพราะจุดหมายปลายทางของ พระพุทธศาสนา คือ การปฏิบัติเพื่อเข้าสู่ พระนิพพาน แม้แต่พระพุทธเจ้าและพุทธสาวกเอง

    ก็ต้องปฏิบัติเองเพื่อเข้าสู่ พระนิพพาน ก็มีอย่างย่อ ๆ ที่ผมนำมาปฏิบัติ ก็คือ ทาน ศิล สมาธิ วิปัสสนาปัญญา รู้ในอริยสัจ 4 ,สติปัฎฐาน 4 , รู้ รูป-นาม เกิดดับ เป็นพระไตรลักษณ์ , ทำจิตให้เป็น อุเบกขา ก็พยายามปฏิบัติหรือนึกถึงให้ได้ทุกวันแล้วก็แผ่เมตตา ถึงแม้ยังไม่เข้าสู่ พระนิพพาน ก็ยังเข้าสู่กระแสนิพพานได้บ้างไม่มากก็น้อย แล้วทำใจให้เกิดมีความสุขได้บ้างไม่มากก็น้อย ก็พยายามปฏิบัติทุก ๆ วัน เมื่อมีโอกาส เพื่อเข้าสู่พระนิพพาน

    ซึ่งเป็นที่บรมสุขอย่างยอดยิ่ง ไม่มีเกิด ไม่มีตาย ไม่มีไป ไม่มีมา ไม่มีกว้าง ไม่มียาว ไม่มี ดิน น้ำ ลม ไฟ พระนิพพานมีท่าขึ้นอยู่รอบ ๆ ตัวเรา เปรียบเสมือนเป็น อากาศที่กว้างใหญ่ไพศาลก็มีอยู่รอบ ๆ ตัวเรา แต่เรามองไม่เห็นและไม่เห็นความสำคัญของอากาศ ซึ่งเราใช้หายใจเข้าออกอยู่ทุกเวลา ซึ่งเป็นคุณแก่เราอย่างมาก และทำให้เรามีชีวิตรอดอยู่ได้ทุกวันนี้ แต่ก็ต้องมีส่วนประกอบอื่น ๆ อีก เช่น น้ำ อาหาร ออกกำลังกาย การปฏิบัติวิปัสสนาปัญญษาก็เหมือนกัน เมื่อถึงพร้อมด้วยการปฏิบัติพระธรรมคำสั่งสอนแล้วจะรู้เองเห็นเองและเข้าถึงด้วยตัวเอง พาใครไปด้วยไม่ได้ต้องทำด้วยตัวเอง แม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระสาวก ก็ยังต้องปฏิบัติด้วยตัวท่านเอง เพื่อเข้าสู่พระนิพพาน

    ก็ลองไปศึกษาหาความรู้แล้วเอามาช่วยกันเผยแพร่ ผมก็พยายามทำบุญข้างต้นวันละเล็กละน้อย หรือมาก ก็ตามแต่สติปัญญา สภาพแวดล้อม แต่อย่างน้อยก็ให้ มี ศิล สมาธิ ปัญญา นึกถึง เป้าหมายทางพระทธศาสนาว่า สอนให้เรา เข้าสู่ พระนิพพาน กันซึ่งเป็นสถานที่บรมสุขและดับทุกข์ได้อย่างสิ้นเชิง และบางทีก็ภาวนา พุทโธ บ้าง นิพพานังปรมังสุขขัง บ้าง และอื่น ๆ ก็แล้วแต่เราจะชอบ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นบุญกุศลทั้งนั้น นะครับ นิพพานแปลว่า เย็น เมื่อเราใจเย็นก็เหมือนเราได้รับกระแสพระนิพพานน้อย ๆ ซึ่งทำให้เรามีความสุขและมีชีวิตรอดมาจนถึงทุกวันนี้เพราะความใจเย็นของเรา ถ้าฝึกทำใจเย็นมาก ๆ ก็ได้ พระนิพพานมาก ฝึกใจเย็นได้ถาวร ก็ได้รับ พระนิพพาน ถาวร ก็จะสุขกายสุขใจ


    พระนิพพานไม่ใช่เรื่องเหลือนิสัย พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้ตรัสเรื่องเหลือนิสัยที่คนธรรมดาจะทำไม่ได้ ทุกคนทำได้ปฏิบัติได้ ไม่ยาก ไม่ง่าย ขอให้อย่างน้อย ต้องมีศิล สมาธิ ปัญญา และอุเบกขา รู้การเกิดดับ ของ รูปนาม กฎพระไตรลักษณ์ ( ตามที่พระองค์ทรงสั่งสอน ) ธรรมะคือธรรมชาติ เปรียบเหมือนอาหารมีมากมายหลายอย่างหลายชนิด แต่เราก็เลือกกินกันแค่พออิ่มพอเหมาะจึงจะเกิดประโยชน์ พระธรรมก็มีมากมายมหาศาล ก็ให้เลือกนำเอามาปฏิบัติให้พอเหมาะพอดีกับตัวเราเอง ก็จะทำให้ประสพผลสำเร็จได้ดี เหมือนการกินอาหารก็กินทีละคำแค่พออิ่มพอเหมาะแก่ร่างกายเรา ก็เหมือนธรรมะเลือกนำมาปฏิบัติแค่พอเหมาะกับตัวเรา

    อย่าทรมานร่างกายและจิตใจ พระพุทธองค์ ทรงทำมาแล้วไม่ใช่ทางบรรลุธรรม ต้องเดินทางสายกลาง พอเหมาะพอควร แล้วจะรู้แจ้งเห็นจริงในธรรมะหรือธรรมชาติว่า (อริยสัจ 4, พระไตรลักษณ์ )ทุกสรรพสิ่งทั้งหลายล้วนแล้วแต่เกิดขึ้นแล้วก็ดับสลายหายไปทั้งสิ้น ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรได้ที่แท้ได้จริงเลย แม้แต่ตัวเราเอง (เป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกสิ่งไม่เที่ยงแท้แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลง เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทุกขัง ทุกสิ่งเป็นทุก มีภัยอันตรายความตายอยู่รอบ ๆ ตัวเราอยู่ตลอดเวลา มี กามราคะ โลภ โกรธ หลง เบียดเบียน อิจฉาริษยา อาฆาต อนัตตา ไม่มีใครเป็นเจ้าของอะไรที่แท้จริงได้เลย ไม่มีตัวตนของเราและของคนอื่นเขาที่แท้จริงเลย เราตายแล้วเอาอะไรไปได้บ้าง นอกจากบุญกุศลกับอกุศลที่เป็นการกระทำของเราไว้ถ้าเรายังเวียนเกิดเวียนตายกันอยู่ แต่ถ้าเราเข้าพระนิพพานแล้วทั้งบุญทั้งบาปเราก็ไม่เอาไปด้วยเพราะทั้งบุญทั้งบาปก็เป็นธรรมอย่างหนึ่งหรือธรรมชาติอย่างหนึ่ง ถ้าเรายังไม่แน่ใจว่าเข้าสู่พระนิพพานก็ต้องสะสมบุญไว้ให้มาก ๆ เป็นเสบียงเพื่อเราเกิดจะได้มีความสุขบ้างแต่จริง ๆ ก็ต้องพบกับความทุกข์อยู่ดี เพราะทุกสรรพสิ่งทั้งหลายต้องอยู่ภายใต้กฎพระไตรลักษณ์ทั้งสิ้น เปรียบเสมือนเป็น ทฤษฎีของกฎธรรมชาติ มันต้องเป็นอย่างนี้ จะหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย) แล้วก็ให้เบื่อหน่ายเกรงกลัวในธรรมชาติ คือ ซึ่งพาให้เรา เกิดแล้วตาย ตายแล้วเกิด วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่มีที่สิ้นสุดแล้วพบกับทุกข์มากกว่าความสุข โศกเศร้า เสียใจ ผิดหวัง รำพัน ระทมทุกข์

    แต่สุขก็มีแต่น้อยกว่าทุกข์ เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า บังเกิดขึ้น ท่านได้รู้ทันธรรมชาติว่าไม่มีอะไรเป็นของเราได้เลย ธรรมชาติมันหลอกลวงเราให้ว่านี่เป็นของเรา ให้เรายึดเราถือว่าเป็นของเรา เพื่อให้กลับมาเกิดใหม่วนเวียนอยู่ในโลกนี้ แล้วก็ตายจาก แล้วก็เกิดมาใหม่ เกิดใหม่ก็ทุกข์ใหม่ ต้องต่อสู้กันใหม่ พบอุปสรรคขวากหนามใหม่ ตั้งแต่เล็กจนโต เป็นโรคภัยไข้เจ็บ โตมาก็มีอันตรายทะเลาะแย่งชิงกันเป็นใหญ่ทั้งหญิงทั้งชาย แก่มาก็มีอันตรายโรคภัยไข้เจ็บ มีความตายอยู่รอบ ๆ ตัวเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราประมาทก็ตายเร็ว ตัวอย่าง เช่น ผู้ที่ จบ ดร.มาทำไฟฟ้าอยู่ที่บ้านไฟฟ้าช๊อตตาย หรือ อีก ดร.ไปเติมลมที่ปั๊มน้ำมันไฟฟ้าช๊อตตาย (ตามข่าว น.ส.พ.)

    นี่ถือว่ามีความรู้ทางโลกสูงแล้วนะ เห็นใหมล่ะ บางทีก็เอาตัวไม่รอด บางทีก็เอาตัวรอด ก็ลองนึกดูเอาเองว่า ตัวเรารอดตายมาได้กี่ทีแล้ว บางทีนึกย้อนไปยังรุ้สึกว่าเอาชีวิตรอดมาได้อย่างไร ชีวิตในโลกเราก็มีเพียงเท่านี้ จะรวย จะจน ก็ต้องพบกับความทุกข์ซึ่งมีมากกว่าความสุขอีก แล้วก็ตายจากกัน แล้วก็เอาอะไรไปไม่ได้นอกจากความดีและความไม่ดี เพราะโลก ย่อมาจากคำว่า โลกีย์ ในอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค (ทุกข์ เกิดจาก กามตัณหา ภวตัณหา คือ ความอยากมี วิภวตัณหา คือ ความไม่อยากมีไม่อยากเป็น มรรคมีองค์ 8 คือ การปฏิบัติให้พ้นทุกข์ให้พบความสุขนั้นเอง คือ ย่อ ๆ นะครับ) คนเรามาประสพพบปะกันก็เป็น เพียงแต่เวรกรรมดีและ กรรมไม่ดี จึงทำให้เรามาพบปะเจอะเจอกันเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั่น เสร็จแล้วก็ต้องพลัดพรากจากกันไปหมด แม้แต่ผมเส้นเดียวเรายังเอาของเราไปไม่ได้เลย

    ถ้าจิตเรายังไม่เข้าสู่พระนิพพาน ก็ยังเวียนเกิด เวียนตาย ไม่รู้ว่าจะกี่ภพกี่ชาติ แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ก็ยังเกิดแล้วตาย 4 อสงไขย 1 แสนมหากัปล์ กว่าจะมาเป็นพระพุทธเจ้าสอนให้เราได้รู้ทันธรรมชาติว่าอย่าไปยึดว่าอะไรเป็นของเราเลยแม้แต่สักอย่างเดียว แล้วก็มุ่งหน้าเข้าสู่ พระนิพพาน ท่านตรัสไว้ว่า รูป จิต เจตสิก นิพพาน มีอยู่จริง ก็ลองนึกดูก็แล้วกันนะว่า พระนิพพานมีอยู่จริงหรือเปล่า เป็นที่บรมสุขอย่างยอดยิ่ง จะไปได้ด้วยจิต (ก็คือ การปฏิบัติ มี ศิล สมาธิ ปัญญา ) จะอย่างไรเสียกระผมก็ได้ศึกษามาน้อยนิด ก็ขอได้เผยแพร่เกี่ยวกับกระแส พระนิพพาน เล็ก ๆ น้อย ๆ ไว้ ณ ที่นี้ด้วย ถ้ามีความดีบ้างอย่างไรก็ขอให้อุทิศให้เป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ตลอดจน บิดา มารดา อุปชาฌ์ครูอาจารย์ และผู้มีอุปการะคุณทุกท่าน และขอให้ท่านสมาชิกได้ร่วมอนุโมทนา บุญ ด้วยกันนะครับ

    หรือท่านใดมีความรู้เกี่ยวกับ พระนิพพานก็ให้นำเอามาเผยแพร่ให้ได้รับรู้โดยทั่วกันก็จะเป็นบุญกุศล( ถ้าไม่รู้จักพระนิพพาน ยังไม่รู้จัก ศาสนาพุทธ ได้อย่างแท้จริง จาก พุทธทาสภิกขุ) พระอริยเจ้ามีใน พระพุทธศาสนาเท่านั้น คือ พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ ท่านที่สนใจก็ลองไปหาศึกษากันดูอีกทีนะครับ ความรู้ผมก็น้อยนิด ก็เอามาแชร์แบ่งบันกัน

    ท่านใดที่มีความรู้ก็เอามาแบ่งบันกันอ่านได้ศึกษาบ้างนะครับ เราเกิดมาเป็นคนไทยนับว่าโชคดีอย่างมหาศาลแล้ว ที่ได้มาพบพระพุทธศาสนา และได้ทันในยุคของ พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ ยังมีพระธรรมคำสั่งสอนมีสื่อ มีการสอนอย่างกว้างขวาง มีการค้นคว้าหาความรุ้ได้มาก เช่น เวปพลังจิต และเวปอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา หรือ ซีดี เทปธรรมะ ต่าง ๆ ก็ควรให้รีบศึกษาและปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอน ของ พระพุทธเจ้าและพระอริยสาวก เพื่อเข้าสู่ พระนิพพาน ด้วยกันเทอญ "ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา(พระพุทธเจ้า) "
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มิถุนายน 2009

แชร์หน้านี้

Loading...