ดำริในการสร้าง ศูนย์พุทธศรัทธา ของหลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ชนะ สิริไพโรจน์, 12 มีนาคม 2009.

  1. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    [​IMG]


    [​IMG]

    [​IMG]


    ดำริในการสร้างศูนย์พุทธศรัทธา
    สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง

    ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน




    <HR>[​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG] [​IMG]

    [SIZE=-1]<EMBED height=250 type=application/x-shockwave-flash align=middle pluginspage=http://www.macromedia.com/go/getflashplayer width=200 src=http://www.crazyprofile.com/clocks/my_clock04.swf FlashVars="pic=200941820Untitled-1.jpg&fldr=4_2009&widt=200&hight=250&sclr=57.1875&typcl=undefined&typhnd=hand02&scol=0x90f341&mcol=0x5f00&hcol=0x6000&threecl=0xf7f20a&sixcl=0xf7f20a&ninecl=0xf7f20a&twelvecl=0xf7f20a" quality="high" wmode="transparent" allowScriptAccess="sameDomain">[/SIZE]

    เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒ เวลา ๑๘.๐๐ น.เศษ
    หลังจากเครียดจากงานที่คนแก่ทำแล้วเข้าที่พัก
    ร่างกายมันก็รวนตามปกติของมันคือ มันปวดท้อง
    มีอาการคลื่นใส้ ร้อนภายในท้อง
    วันนี้รู้สึกว่าอาการทุรนทุรายมากเป็นพิเศษ
    ด้วยเมื่อวันก่อนๆ มันมีอาการดีขึ้นมากแล้ว
    ถ้าพูดตามความเป็นจริงแล้ว ร่างกายดีขึ้นมาก
    อาการส่วนอื่นดีหมดทุกอย่างเหลือส่วนท้องเพียงส่วนเดียว
    ตามคำพยากรณ์ของท่านไม่ผิด แต่วันนี้มันรวนเป็นพิเศษ
    เมื่อมันรวนหนักก็จำต้องพึ่งกำลังใจ


    พยายามรักษาอารมณ์ใจแน่นสนิทเป็นพิเศษ
    อารมณ์ใจแน่นมากไม่มีอาการเคลื่อนไหวในอารมณ์
    นิวรณ์เกาะไม่ติด เมื่ออารมณ์แนบสนิท
    อาการทางกายก็รู้สึกว่าเบาลง
    เมื่ออารมณ์คลายอารมณ์หยาบออกแล้ว
    เคลื่อนเข้าสู่อารมณ์ละเอียด จิตสว่างขึ้น
    มีอาการคล้ายร่างกายย้ายสถานที่ อาการอย่างนี้เป็นนิมิต
    คือ มีอาการคล้ายความฝัน มีความรู้สึกว่าออกไปจากที่เดิม
    ไปนอนอยู่ที่ตึกเก่าๆ หลังหนึ่ง เป็นตึกใหญ่มาก
    นอนตะแคงขวาอยู่บนเตียงเก่าๆ ภาวนาคาถาที่ภาวนาเป็นปกติ
    จิตสงบมาก มีอารมณ์แน่น ซึ่งอารมณ์อย่างนั้นเป็นอารมณ์ญาณ
    ที่มีวิปัสนาญาณผสมอยู่น้อย จึงมีอารมณ์แน่น


    เวลานั้นมีความรู้สึกว่า ทางด้านหลังห่างออกไปประมาณ
    ๑๐ เมตร มีพระสงฆ์องค์หนึ่ง ท่านนั่งอยู่ เราไม่สนใจใครทั้งหมด
    สนใจแต่สมาธิอย่างเดียว ขณะที่มีอารมณ์แน่นสนิทด้านกำลังสมาธิอยู่นั้น
    มีผู้คนเอาของราคาแพงมาให้มากมาย มีทั้งของใช้และเครื่องประดับ
    มีทอง เพชรพลอยที่ประดับแล้วมากมาย
    นอนคิดว่าเมื่อเรากลับวัด เราจะขนไปได้อย่างไร
    คิดว่ามีคนสัก ๑๐๐ คนก็ยังขนไม่ไหว
    จึงตัดสินใจตามที่เคยปฏิบัติมาเป็นปกติว่า
    สมบัติเกิดขึ้นที่ใดให้อยู่ที่นั้น เช่นไปวัดไหน
    เขาถวายเงินทองก็ถวายไว้วัดนั้น อาการอย่างนี้ทำเป็นปกติ


    ควายตามอาละวาด


    เมื่อตกลงใจตามนั้นแล้ว อารมณ์กังวลในทรัพย์สินก็ไม่มี

    เวลานั้นเกิดความรู้สึก อยากถ่ายอุจจาระ

    แต่ก็เกิดมีความรู้สึกว่ามีควายตัวหนึ่งมายืนอยู่ข้างหลัง

    พร้อมกันนั้นก็มีความรู้สึกว่ามีมือๆ หนึ่งมาอุดที่ทวารหนัก

    กันอุจจาระออก เมื่อหันหลังไปดูปรากฏว่าควายตัวนั้นกลายเป็นคน

    เป็นชายร่างผอมผิวดำสูงโปร่ง ปากแหว่งตรงจมูกลงมา

    เธอเอามืออุดทวารหนักเอาไว้ อุดแรงมาก

    ต้องใช้กำลังดิ้นสะบัดอยู่นาน เธอจึงเลิกอุดแล้วหายไป



    มีเสียงบอกตามที่ถาม


    เมื่อคนๆนั้นหายไปแล้ว ก็เกิดอาการสงสัยว่า

    ควายกลายเป็นคนและมาอุดทวารหนักเพราะอะไร

    ก็มีเสียงกังวาลไพเราะมากตอบว่า “เพราะกรรมควายของเธอ”

    เมื่อฟังแล้วก็เกิดสงสัย คิดว่า เราเคยเกิดเป็นควายหรือ

    เสียงนั้นตอบว่า “ไม่ใช่”

    จึงถามเสียงนั้นว่า "ที่บอกว่า กรรมควายนั้น หมายความว่าอย่างไร"

    เสียงนั้นพูดว่า “เธอดูโทรทัศน์เรื่องสงครามเก้าทัพหรือเปล่า”

    ก็ตอบว่า "ไม่ได้ดูเพราะอารมณ์คนแก่เหลาเหย่อย่างนี้

    ดูละครไม่ไหวเพียงดูข่าวก็พอแล้ว"

    เสียงนั้นพูดว่า “สงครามที่เกิดแต่ละคราว การนำทหารออกรบ

    มีจำนวนนับหมื่น อย่างสงครามเก้าทัพ ต้องใช้เนื้อวัว

    เนื้อควายเป็นอาหารมื้อละกี่ตัว”

    จึงถามเสียงนั้นว่า "ฉันมีส่วนคุมทหารออกรบในสมัยสงครามเก้าทัพหรือ"

    เสียงนั้นกลับตอบว่า “เกือบทุกชาติที่เกิดมาแล้ว ยกเว้นชาตินี้

    เธอเคยเป็นแม่ทัพใหญ่บ้าง แม่ทัพรองบ้าง เป็นพ่อเมืองบ้าง

    แต่ละชาติรบตลอดทุกชาติ จึงต้องใช้เนื้อวัว ควาย เนื้อไก่ เนื้อปลา

    นับจำนวนไม่ไหวเป็นอาหารเลี้ยงทหาร กรรมนั้นตามสนองเธอเวลานี้

    โดยเฉพาะที่เป็นโรคถ่ายไม่ออก ล้างก็ไม่ใคร่ออกนั้น เป็นโรคกรรมควาย"

    เมื่อฟังเสียงนั้นแล้วก็อ่อนใจ เจ้ากรรมควายนี้ มันทรมานมาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๒๕

    หลายปีมาแล้ว ถามเสียงนั้นว่า "กรรมควายจะชำระอย่างไรได้"

    เสียงนั้นตอบว่า“บวชเณร ๑๒๓ หรือ ๑๒๕ รูป และบวชชีกรรมบทสิบนั่น ให้เขาด้วยซิ”

    ก็รับปากกับเสียงนั้นว่า "ถ้าอย่างนั้นไม่หนักใจ ขอแบ่งให้เธอด้วย"

    จึงถามเสียงนั้นอีกว่า "กรรมที่ตามสนองหมดเท่านี้หรือ"

    เสียงนั้นหัวเราะกังวาลมากแล้วตอบว่า “ยังมีอีกมาก เตรียมตัวรับให้ดีเถอะ”

    บอกเสียงนั้นว่า "ถ้าอย่างนั้นฉันจะปล่อยให้ร่างกายมันตาย เพื่อหลบเศษกรรม"

    เสียงนั้นตอบว่า “ไม่มีทางหลบไปอย่างนั้นได้หรอก คำสั่งที่ให้อยู่ต่อ รออยู่แล้ว”

    เมื่อทางออกเพื่อพ้นเศษกรรมไม่มี จึงถามเสียงนั้นว่า "ถ้าถอยไม่ออก จะมีทางใดบ้าง

    ที่เพิ่มเติมจากการบวชเณรลูกชาย และให้ลูกหญิงรักษาศีลกรรมบทสิบ"

    เพราะมีนักเรียนชาย รับอาสาบวชเณร ๑๒๓ คน

    นักเรียนทั้งหมดนี้ เลี้ยงอย่างลูก มีความรู้สึกว่าเธอเป็นลูก

    นักเรียนชายก็คือลูกชาย และนักเรียนประจำหญิง ๘๐ คน เธอรับอาสาถือศีลกรรมบทสิบ

    ทั้งนี้ไม่ได้บอกนักเรียบไปกลับ เพราะถ้าพวกเธอสมัครบวชเณรและรักษาศีลอีก

    ที่พักจะไม่พอจึงไม่ได้บอกพวกเธอ คิดว่าถ้าบอกพวกเธออีก

    ส่วนใหญ่คงสมัครบวชเณรและรักษาศีลอีก


    [​IMG]

    <?XML:NAMESPACE PREFIX = O /><O:p>เว็บทางนิพพาน เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com
    <O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา </O:p>
    *
    [​IMG]
    </O:p>

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 30 ธันวาคม 2011
  2. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    ดำริในการสร้างศูนย์พุทธศรัทธา
    สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง

    ของหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    ตอนที่ ๒

    [​IMG]

    สร้างสถานที่ชำระจิต

    เมื่อถามในการหาทางชำระหนี้กรรมเพิ่มเติมอีก
    เสียงนั้นตอบว่า “สร้างสถานที่ชำระจิตใจให้สะอาด”

    ถามท่านว่า "สร้างวัดใช่ใหม"
    เสียงนั้นตอบว่า “ไม่จำเป็น ถ้าวัดที่สร้างนั้นไม่รู้จักชำระจิตใจ
    สร้างไปก็เสียเงินเปล่า ได้ไม่เท่าเสีย ควรสร้างสถานที่เจริญกรรมฐาน
    และมีอำนาจควบคุมโดยตรง อย่าหาคนอื่นมาเป็นเจ้าสำนักควบคุม
    จะต้องสะเทือนใจเหมือนที่ผ่านมาแล้วมากมาย”

    เมื่อคุยกับเสียงนั้นถึงตอนนี้แล้ว เสียงนั้นบอกว่า “พอแล้วนะ เวลาคุยกันหมดแล้ว”
    แล้วเสียงนั้นบอกมาอีกว่า
    “ถ้าเธอสงสัยว่า เสียงนี้เป็นเสียงของใคร เธอจงทราบว่า เสียงนี้คือเสียงพ่อของเธอ”
    สบายไปเลย


    ลอยไม่ขึ้น

    เมื่อทราบวาระของกรรมตามสนอง รู้สึกหนักใจตัวเอง
    ขอทุกท่านพึงทราบว่า ไม่มีใครหลบกรรมได้
    จึงหาทางออกด้วยการไปตามที่ต้องการ
    เวลานั้นมันเบื่อหมดทุกอย่าง เป็นอันว่าเคลื่อนไม่ได้
    ในที่สุดก็เข็ญสุดกำลังพอออกได้ แต่มีร่างกายหยาบมาก
    ขอหยุดเรื่องนิมิตไว้เพียงเท่านี้ เพราะเรื่องยาวมาก เกรงว่าผู้อ่านจะรำคาญ


    ตัดสินใจสร้างสำนักกรรมฐาน

    [​IMG]

    วันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๓๒ ถึงเวลาที่กำหนดจะไปท่าลาน
    พาเด็กนักเรียนไปชมโรงงานปูนซิเมนต์ ท่าหลวง
    แต่ทว่าผู้เขียนเอง อยากจะไปชมสถานปฏิบัติกรรมฐานที่คณะศิษย์ท่าลานสร้างขึ้น
    รู้สึกว่าที่นี่มีศรัทธาแข็งแรงมาก งานก่อสร้างไม่เคยขอร้องและรบกวนเลย
    แต่ยังกลับนำปัจจัยและสิ่งของมาถวายมากมาย

    ก่อนจะไปได้ถามพระท่านว่ามีคนมากไหม พระท่านบอกว่า มีคนมามาก
    จึงเอาแหนบทองไปเพื่อแจก ๘๐๐ แหนบ ล๊อกเก็ต ๔๐๐
    รวมแล้วคิดเป็นเงิน ๑๖,๔๐๐ บาท เมื่อแจกจริงๆ กลับไม่พอแก่ท่านผู้มา
    ล๊อกเก็ต เคยแจกแก่ผู้ถวายสังฆทานชุดเล็ก ก็ต้องเปลี่ยนเป็นแจกแหนบแทน
    คราวต่อไปขอรับรองว่าจะเอาแหนบและล๊อกเก็ตไปให้พอ

    กำหนดไปเที่ยวหลัง คือวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๒
    มีหลายท่านบอกว่า ถ้าไปวันเสาร์หรืออาทิตย์ จะพบคนมากกว่านี้
    ความจริงไปวันไม่ว่างนี้ดี เพื่อรู้กำลังใจแน่นอนกว่า

    เงินที่ทำบุญวันนั้น
    ๑. ทำบุญซื้อที่ดินสร้างอาคาร ๑๔,๕๕๐ บาท
    ๒. ผาติกรรมสังฆทาน ๕๗,๙๙๐ บาท
    ๓. บูชาวัตถุมงคล ๕,๓๖๐ บาท
    ๔. ขายอาหารถวายทำบุญทั้งหมด ๕,๔๕๕ บาท
    ๕. ซื้อหนังสือธรรมะ ๒,๒๔๐ บาท
    ๖. ทำบุญถวายเป็นส่วนองค์หลวงพ่อ ๒๘,๔๑๐ บาท
    รวมเงินทำบุญวันนั้นทั้งหมด ๑๑๑,๐๐๕ บาท

    เงินทำบุญทั้งหมดนี้ ไม่ได้นำมาบำรุงวัดท่าซุง
    คงมอบไว้เพื่อเป็นทุนซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างต่อไป

    มีเงินส่วนหนึ่งที่นำกลับมาวัด คือ
    เงินถวายเพื่อสร้างพระปัจเจกพุทธเจ้าและเงินที่ใส่ย่ามเมื่อเดินออกมา
    รวมเงินที่รับมาวัดทั้งหมด ๘,๘๕๐ บาท
    รวมเงินที่ทุกท่านทำบุญวันนั้นทั้งหมด ๑๒๒,๘๕๕ บาท

    ทั้งหมดนี้ใช้เวลาทำบุญจริงๆ ตั้งแต่ ๑๐.๐๐ น. ถึง ๑๓.๑๐ น. เศษ
    เมื่อเห็นว่าแม้เป็นวันธรรมดาซึ่งต่างคนต่างก็มีงานต้องทำ ยังอุตสาห์เสียสละเวลาที่จะพึงมีรายได้ มารวมกันและทำบุญ เป็นปัจจัยบอกถึงกำลังใจที่เป็นมหากุศลอย่างยิ่ง จึงตัดสินใจสร้างสำนักปฏิบัติกรรมฐานที่นี่ มีกำหนดส่วนใหญ่ให้แล้วเสร็จไม่เกิน ๓ ปี คือ

    ๑.สร้างอาคาร หลังคาแบนเป็นฐานรับ และสร้างอาคารเหมือนอุโบสถอยู่เบื้องบน

    [​IMG]
    * แบบศาลาแท่นพระอุโบสถ หลวงพ่อให้สร้างชั้นบนเป็นมณฑป ชั้นล่างเป็นศาลาปฏิบัติธรรม *

    [​IMG]

    สำหรับอาคารตามข้อ ๑ นั้น
    ชั้นล่างที่เป็นห้องโถง เป็นศาลาทำบุญหรือห้องฝึกกรรมฐานเบื้องต้น
    ชั้นบนที่มีรูปเป็นพระอุโบสถ เป็นที่เจริญกรรมฐานของท่านที่ฝึกคล่องแล้ว

    ๒.สร้างอาคารที่อาศัย ชั้นล่างเป็นห้องโถง เป็นที่ฉันอาหารของพระและรับแขกวันธรรมดา
    ชั้นบนมีห้องนอน ๑๐ ห้อง ขนาดห้องลึก ๘ เมตร กว้าง ๔ เมตร รวม ๑๐ ห้อง
    มีห้องโถงพอสมควร พอเป็นที่รวมสนทนากันได้ มีห้องส้วมห้องน้ำไม่น้อยกว่า ๖ ห้อง

    [​IMG]


    สถานที่แห่งนี้ เป็นสำนักปฏิบัติพระกรรมฐาน ขึ้นตรงกับวัดท่าซุง
    เนื้อที่ไม่จำเป็นต้องครบ ๖ ไร่ มีที่พอปลูกอาคารก็ใช้ได้
    เมื่อทำการก่อสร้างและร่วมปฏิบัติกันจริงจัง แล้วเรื่องขยายเนื้อที่มีคนช่วยเอง
    ปัจจุบันขอให้เร่งรัดการก่อสร้างซึ่งสำคัญกว่าซื้อที่ เพราะเท่าที่มีอยู่แล้วรู้สึกว่าจะพอสร้าง

    มุมการก่อสร้าง

    มุมการก่อสร้างนี้ มีความสำคัญมาก เพราะถ้าไปถูกมุมมหาทุกขตะเข้า
    จะมีแต่ความแร้นแค้นยากจนทั้งสถานที่ปฏิบัติ และคนที่มาร่วมทำบุญ
    แต่ถ้าถูกมุมมหาเศรษฐี สถานที่ปฏิบัติก็ดี ผู้ร่วมทำบุญก็ดี จะมีความเป็นอยู่คล่องตัวมาก

    เคยสังเกตการณ์เรื่องมุมการก่อสร้างนี้มาแล้ว ๔๐ ปีเศษ ไม่เคยผิด
    มุมที่ส่งผลมี ๘ มุม แต่มุมที่สมควรมี ๒ มุม คือ มุมมหาเศรษฐี กับมุมสารีบุตร
    ฉันชอบมุมมหาเศรษฐีมาก เพราะคณะที่ทำบุญร่วมไม่ยากจน



    ให้วัสดุก่อสร้างเริ่มต้น

    ๑. ให้ปูนซิเมนต์ ๑๐๐ ตัน
    ๒. ให้เหล็ก ๒๐ ตัน

    หมายเหตุ ปูนและเหล็ก ให้ตามราคาที่ซื้อใด้ในปัจจุบัน
    แต่ถ้าคณะกรรมการซื้อได้ถูกกว่า ก็จะได้ปูนหรือเหล็กมากกว่าที่กำหนดให้

    เพราะจะขออนุญาต ญาติโยมและลูกหลานขอเอาเงินที่ถวายเพื่อใช้สอยส่วนตัว
    ไปซื้อปูนและเหล็ก ซึ่งมีมูลค่าประมาณสามแสนเศษ
    และถ้าทำงานเข้มแข็งเอาจริงเอาจัง และพอจะหาได้จะให้อย่างนี้ ๓ ปี
    และปีหนึ่งๆ จะกำหนดทำบุญร่วมกันครั้งหนึ่ง
    ถ้าบังเอิญได้เงิน ก็จะร่วมสร้างสถานที่นี้จนแล้วเสร็จ

    ท่านที่อ่านแล้ว จะร่วมทำบุญมากน้อยได้ตามกำลังทรัพย์และศรัทธา
    ส่งเงินทำบุญทางธนาณัติก็ได้ ขอให้บอกว่า ร่วมสร้างสำนักกรรมฐานท่าลาน



    อาคารทำดังนี้


    ศาลาแท่นพระอุโบสถ

    ๑. ทำพื้นติดดิน กว้าง ๒๐ วา เทหลังคาแบบเหมือนศาลา ๒ ไร่
    ๒. พระอุโบสถอยู่ชั้นบน ให้ทำเป็นอาคาร ๔ มุข ความกว้างของห้องกว้าง ๔ เมตร
    เหมือนกันทั้งศาลาและพระอุโบสถ รูปร่างอย่างนี้มีความประสงค์ให้มีรูปเหมือนวิมาน
    มุขแต่ละด้านกว้าง ๘ เมตร รูปทรงให้ช่างพิจารณาออกแบบให้เหมาะสม
    ๓. ที่ดินที่นี่ดูแล้วมีความแข็งพอไม่ต้องตอกเข็มก็ได้ ให้ทำเท้าช้างก้นเสา ๒.๕ เมตร
    ใช้คานดึงเข็มแผ่น เมื่อขณะที่จะเทพื้น ให้เทพร้อมกับคาน ให้เอาเหล็ก ๔ หุน
    เป็นเหล็กยืนของพื้น สอดเข้าไปในคานแล้วเทพร้อมกัน
    คานจะดึงพื้น อย่างนี้เรียกว่า คานดึงเข็มแผ่นจะไม่มีทรุด

    กุฏิที่อาศัย

    ๑. เทพื้นเกาะคานเหมือนศาลา
    ๒. กว้างห้องละ ๔ เมตร เหมือนกันพื้นใช้กว้าง ๖ ห้อง ทำเป็นห้องนอน ๒ แถว
    ลึกห้องละ ๘ เมตร ถ้าสงสัยให้ดูที่อาคารรับแขก ห้องนอนด้านละ ๕ ห้อง
    ๓. ยาว ๑๐ ห้อง เป็นห้องนอน ๕ ห้อง เว้นด้านตะวันตกไว้ ๒ ห้อง เอาไว้เป็นห้องโถง
    พอนั่งคุยกันได้ ๒ ห้อง อีกห้องหนึ่งทำห้องส้วมห้องน้ำ
    ควรมีห้องส้วมห้องน้ำ ชั้นละไม่น้อยกว่า ๖ ห้อง ทำด้านตะวันตกตรงกัน
    ๔. หลังคาของห้องพระให้เทแบนก่อน ต่อไปจะทำเป็นหลังคาทรงไทยแฝด๓ หลังก็ได้
    ใส่ช่อฟ้าหน้าบันได้

    หมายเหตุ โดยเฉพาะชั้นล่างของศาลาและกุฏิ ควรทำให้เสร็จในปีแรก จะได้มีที่ไว้รับแขก
    ส่วนรายละเอียดนอกจากนี้ เอาไว้หารือกันเพราะไม่มีอะไรน่าหนักใจ ควรรีบลงมือทำ

    เงินที่รับสองครั้งคือเดือนมกราคมและกุมภาพันธ์ ๒๕๓๒ เอาเป็นเงินลงทุนเริ่มต้นก่อน
    ส่วนปูน ๑๐๐ ตัน เหล็ก ๒๐ ตัน ให้ไปเบิกที่ฉันได้ ตามที่สั่งซื้อแล้ว เป็นคราวๆ
    หรือจะหาเงินจากใครสำรองจ่ายไปก่อน แล้วเอาใบรับเงินไปเบิกที่ฉันได้
    เพราะเงินมีพร้อมแล้ว แต่ต้องให้ทันเวลาธนาคารทำงาน

    หมายเหตุ
    ให้ลงมือเทเสาไปก่อนแล้วกำหนดงานวางศิลาฤกษ์เพื่อรวบรวมทุน เมื่อฉันมีเวลาว่าง

    [​IMG]

    ศูนย์พุทธศรัทธา
    สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง
    เชิญท่านแวะชมและโมทนาบุญ
    มีข้อมูลที่น่าสนใจเพิ่มจากเดิมอีกหลายรายการครับ



    [​IMG]
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2010
  3. MBNY

    MBNY Administrator ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2003
    โพสต์:
    6,807
    ค่าพลัง:
    +22,104
    ขออนุโมทนาสาธุด้วยค่ะ

    __________________________

    <embed src=http://vdo.palungjit.org/player.swf width="360" height="270" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true" flashvars="width=360&height=270&file=http://vdo.palungjit.org/flvideo/1786.flv&image=http://vdo.palungjit.org/thumb/1_1786.jpg&displayheight=270&link=http://vdo.palungjit.org/video/1786/ศูนย์พุทธศรัทธา-สระบุรี-4&searchbar=false&linkfromdisplay=true&recommendations=http://vdo.palungjit.org/feed_embed.php?v=fde848669bdd9eb6b76f" pluginspage=http://www.macromedia.com/go/getflashplayer type="application/x-shockwave-flash" />


    [​IMG][​IMG]
    http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=zeedhama&month=25-10-2008&group=2&gblog=1

    ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐาน สาขาวัดท่าซุง ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี การเดินทางไปมาสะดวก มีกิจกรรมบำเพ็ญกุศลตลอดปี

    ณ ปัจจุบัน ศูนย์พุทธศรัทธา ยังมีงานที่ค้างอยู่หลายอย่าง เช่น ปิดทอง-ประดับเพชร พระพุทธชินราช ๓ ศอก รวมทั้งสร้างฐานพระพุทธชินราช ๓ ศอก, สร้างรูปหล่อหลวงปู่ปานกับหลวงพ่อฤาษี, สร้างมณฑปจตุรมุข, ช่อฟ้าใบระกา, หน้าบันติดกระจกในมณฑป, ปูกระเบื้องพื้นศาลา , กองทุนธรรม ฯลฯ

    ท่านที่อ่านแล้ว ต้องการทราบรายละเอียดเพิ่มเติม หรือจะร่วมทำบุญตามกำลังศรัทธา

    ติดต่อได้ที่ :

    คุณชนะ สิริไพโรจน์ ประธานศูนย์พุทธศรัทธา
    โทร 036 - 201 600 และ 084 - 107 6106
    หรือ http://palungjit.org/private.p...newpm&u=224628

    โอนปัจจัยร่วมบุญได้ที่ :

    [​IMG]
    ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    เลขบัญชี 211 23 28796
    MR. CHANA SIRIPAIROJN




    [​IMG]


    ขอเชิญร่วมบำเพ็ญกุศล
    ถวายเป็นพุทธบูชา ในวันวิสาขบูชา

    ร่วมสร้างพระทันใจ ปางปฐมเทศนา หน้าตัก ๓ ศอก
    สร้างเสร็จภายในวันเดียว วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๕๒

    งานบวชเนกขัมมะบารมีครั้งที่ ๖๔
    และทอดผ้าป่าประจำปี ๘ - ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๒

    ณ ศูนย์พุทธศรัทธา สำนักปฏิบัติพระกรรมฐานสาขาวัดท่าซุง
    อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี โทร ๐๘๔-๑๐๗๖๑๐๖


    [​IMG][​IMG]
     
  4. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    พระพุทธรูปสำคัญและถาวรวัตถุต่างๆ ของศูนย์พุทธศรัทธา

    [​IMG]

    [​IMG]
    *สมเด็จองค์ปฐมทรงเครื่องพระเจ้าจักรพรรดิ หน้าตัก ๓ ศอก*
    **********ประดิษฐานในมณฑปจตุรมุข***********

    [​IMG]
    **** สมเด็จพระพุทธกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า หน้าตัก ๘ ศอก****

    [​IMG]
    *****สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ขนาดหน้าตัก ๓ ศอก*****
    ประดิษฐานในมณฑปจตุรมุข กำลังทำฐานแท่นประทับและปิดทองประดับเพชร

    [​IMG]
    ******บุษบกประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ภายในมณฑปจตุรมุข******

    [​IMG]

    [​IMG]
    ****พระประธานศาลาพระสุธรรมยานเถระ(หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง) *****

    [​IMG]
    **ธรรมจักร เพื่อน้อมระลึกบูชาพระธรรม เป็นธรรมานุสสติกรรมฐาน**

    [​IMG]
    *มณฑปจตุรมุข ชั้นบนเป็นที่ประดิษฐานสมเด็จองค์ปฐมฯ หน้าตัก ๓ ศอก*
    สมเด็จองค์ปัจจุบัน หน้าตัก ๓ ศอก และบุษบกประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

    [​IMG]

    [​IMG]
    *****หน้าบันมณฑปจตุรมุข ด้านทิศเหนือ(ยังไม่แล้วเสร็จ)*****


    [​IMG]
    *ซุ้มหน้าต่างมณฑปจตุรมุข ในช่องซุ้มประดิษฐานสมเด็จองค์ปฐมจำลอง*

    [​IMG]

    [​IMG]
    ****ซุ้มประตู มณฑปจตุรมุข (ยังไม่แล้วเสร็จ)****

    [​IMG]

    [​IMG]
    ***********กุฏิอำนวยการ เป็นที่พักและรับแขก***************
    *********สำหรับพระที่ทางศูนย์นิมนต์มาเจริญศรัทธา***********

    [​IMG]
    *ศาลาพระภาวนาวิสุทธิคุณ เป็นศาลาเอนกประสงค์ใช้ในการบำเพ็ญกุศล*

    [​IMG]
    **************ตึกกรรมฐานและโรงอาหาร*****************

    [​IMG]
    *กุฏิกรรมฐาน ป้ายศูนย์พุทธศรัทธา ด้านหลังเป็นอาคารพระชำระหนี้สงฆ์*

    [​IMG]
    ***********มุมมองจากยอดมณฑปจตุรมุข*************
    [​IMG]
    [​IMG]

    [​IMG]

    [​IMG]

    *****ขอขอบคุณและโมทนากับทุกท่านที่ได้กรุณาเข้ามาเยี่ยมเยือน*****
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2009
  5. ถนอม021

    ถนอม021 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กันยายน 2008
    โพสต์:
    2,099
    ค่าพลัง:
    +3,158
    กราบอนุโมทนาบุญด้วยครับ สาธุ

    ขอให้ข้าพเจ้าพบแดนพระนิพานในภพภูมินี้ชาตินี้ด้วยเทอญ

    นิพานนะ ปัจจุโย โหตุ
     
  6. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,164
    กระทู้เรื่องเด่น:
    14
    ค่าพลัง:
    +59,276
    โมทนาด้วยครับ

    ผมก็เพิ่งรู้จักศูนย์นี้ เพราะว่า น้องkomodo เอาไปเล่าให้ฟังว่ามีศูนย์นี้
    และคุณชนะดูแล โดยได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อฤาษีลิงดำให้ดูแลศูนย์อยู่

    ผมเห็นรูปภาพนึกว่าเป็นวัดเพราะว่าใหญ่เหมือนวัดเลย
     
  7. เทพออระฤทธิ์

    เทพออระฤทธิ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    4,579
    ค่าพลัง:
    +21,981
  8. คุณ 4

    คุณ 4 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +5,123
    สาธุครับ ... _/|\_
    ถ้าโอนเงินไปร่วมบุญแล้วจะแจ้งให้ทราบคับพี่ชนะ
     
  9. คุณ 4

    คุณ 4 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มิถุนายน 2005
    โพสต์:
    731
    ค่าพลัง:
    +5,123
    โอนไปแล้วครับวันนี้ผ่าน ATM ขอร่วมบุญด้วย 300 บาทครับ ... ^^
     
  10. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับคุณคูณ ๔
    ช่วยกรุณาส่งที่อยู่ให้ผมทาง pm. ด้วยครับ
    จะส่งของที่ระลึกให้เพื่อเป็นจาคานุสสติครับ
     
  11. nut5467

    nut5467 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กุมภาพันธ์ 2006
    โพสต์:
    252
    ค่าพลัง:
    +165
    <meta http-equiv="Content-Type" content="text/html; charset=utf-8"><meta name="ProgId" content="Word.Document"><meta name="Generator" content="Microsoft Word 11"><meta name="Originator" content="Microsoft Word 11"><link rel="File-List" href="file:///C:%5CDOCUME%7E1%5CADMINI%7E1%5CLOCALS%7E1%5CTemp%5Cmsohtml1%5C01%5Cclip_filelist.xml"><!--[if gte mso 9]><xml> <w:WordDocument> <w:View>Normal</w:View> <w:Zoom>0</w:Zoom> <w:punctuationKerning/> <w:ValidateAgainstSchemas/> <w:SaveIfXMLInvalid>false</w:SaveIfXMLInvalid> <w:IgnoreMixedContent>false</w:IgnoreMixedContent> <w:AlwaysShowPlaceholderText>false</w:AlwaysShowPlaceholderText> <w:Compatibility> <w:BreakWrappedTables/> <w:SnapToGridInCell/> <w:ApplyBreakingRules/> <w:WrapTextWithPunct/> <w:UseAsianBreakRules/> <w:DontGrowAutofit/> </w:Compatibility> <w:BrowserLevel>MicrosoftInternetExplorer4</w:BrowserLevel> </w:WordDocument> </xml><![endif]--><!--[if gte mso 9]><xml> <w:LatentStyles DefLockedState="false" LatentStyleCount="156"> </w:LatentStyles> </xml><![endif]--><style> <!-- /* Font Definitions */ @font-face {font-family:"Angsana New"; panose-1:2 2 6 3 5 4 5 2 3 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:roman; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} @font-face {font-family:"Cordia New"; panose-1:2 11 3 4 2 2 2 2 2 4; mso-font-charset:0; mso-generic-font-family:swiss; mso-font-pitch:variable; mso-font-signature:16777219 0 0 0 65537 0;} /* Style Definitions */ p.MsoNormal, li.MsoNormal, div.MsoNormal {mso-style-parent:""; margin:0cm; margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:12.0pt; mso-bidi-font-size:14.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-fareast-font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Angsana New";} @page Section1 {size:612.0pt 792.0pt; margin:72.0pt 90.0pt 72.0pt 90.0pt; mso-header-margin:36.0pt; mso-footer-margin:36.0pt; mso-paper-source:0;} div.Section1 {page:Section1;} --> </style><!--[if gte mso 10]> <style> /* Style Definitions */ table.MsoNormalTable {mso-style-name:"Table Normal"; mso-tstyle-rowband-size:0; mso-tstyle-colband-size:0; mso-style-noshow:yes; mso-style-parent:""; mso-padding-alt:0cm 5.4pt 0cm 5.4pt; mso-para-margin:0cm; mso-para-margin-bottom:.0001pt; mso-pagination:widow-orphan; font-size:10.0pt; font-family:"Times New Roman"; mso-bidi-font-family:"Times New Roman"; mso-ansi-language:#0400; mso-fareast-language:#0400; mso-bidi-language:#0400;} </style> <![endif]--> [FONT=&quot]นิพพาน อันปรากฎแก่ผู้สิ้นตัณหา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ต่อไปนี้ เป็นเนื้อความ ในธัมมัตถาธิบาย ขยายคำในพระพุทธอุทาน ต่อจากอรรถกถาออกไปอีก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เพื่อให้เป็นที่เข้าใจแก่ผู้ใฝ่ใจทั้งหลาย กล่าวคือ ในพระพุทธอุทานนั้นมีเนื้อความว่า[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]สิ่งที่ไม่มีเครื่องน้อมไปเป็นของที่เห็นได้ยากของจริงไม่ใช่เป็นของที่เห็นได้ง่าย[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เครื่องกังวลย่อมไม่มีแก่ผู้แทงตลอดตัณหาแล้วรู้อยู่เห็นอยู่ ดังนี้ คำเหล่านี้พระอรรถกถาจารย์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ได้แก้ทุกคำแล้ว คือ คำว่า เห็นได้ยากนั้น พระอรรถกถาจารย์แก้ไขไว้ว่า ผู้ที่ไม่ได้สะสมญาณบารมี[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ไม่อาจเห็นได้ เพราะนิพพานเป็นของลึก ตามสภาพ เป็นของละเอียดสุขุมอย่างยิ่ง ดังนี้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คำของพระอรรถกถาจารย์นี้ เป็นคำปฏิเสธว่า ไม่เห็นเสียเลย ไม่ใช่ว่าเห็นได้ยาก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]นัยที่ ๒ พระอรรถกถาจารย์แก้ไขไว้ว่า สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงการบรรลุนิพพานได้ยาก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ด้วยคำว่าเห็นได้ยาก โดยอ้างเหตุว่า การอบรมสิ่งที่ไม่มีปัจจัย ไม่ใช่เป็นของที่สัตว์โลกทั้งหลายจะทำได้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ง่ายโดยเหตุว่าสัตว์โลกทั้งหลาย ได้อบรมสิ่งที่มีปัจจัยด้วยกิเลสมีราคะเป็นต้น ซึ่งเป็นของทำปัญญา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ให้ทุผลภาพเสียกำลังดังนี้ ฯ ได้ใจความตามนัยที่ ๒ นี้ว่า ที่ว่าเห็นได้ยากนั้น คือ สำเร็จได้ยาก ฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]โดยเหตุนี้ขอให้ท่านทั้งหลายจงจำไว้เถิดว่า คำว่าเห็นได้ยากนั้น พระอรรถกถาจารย์ว่าไว้ ๒นัย[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]นัยที่๑ ว่า ผู้ไม่ได้สะสมญาณบารมีไว้ไม่อาจเห็นได้ นัยนี้ชี้ให้เห็นว่า เห็นไม่ได้ทีเดียว ฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]นัยที่ ๒ ว่าสำเร็จได้ยาก ฯ นัยนี้ชี้ให้เห็นว่า ต่อเมื่อไรได้สำเร็จจึงจะเห็นได้ การสำเร็จนั้นย่อมเป็นการสำเร็จได้ยากฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ขยายคำข้อนี้ออกไปอีกชั้นหนึ่งว่า การจะเห็นพระนิพพานนั้น ต้องเห็นได้ด้วยปัญญาจักษุ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อันเป็นปัญญาที่ประเสริฐ ปัญญาจักษุนั้น เป็นของที่ทำให้เกิดขึ้นได้แสนยาก ด้วยเหตุว่า ต้องอบรมบารมี[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]มีทาน ศีล ภาวนาเป็นต้น อยู่จนตลอดกาลนาน จึงอาจทำปัญญาจักษุ คือ ดวงปัญญาอันประเสริฐ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ให้เกิดขึ้นได้ ขอให้ดูแต่พระพุทธเจ้าของเราทั้งหลายเป็นตัวอย่างเถิด คือพระพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญบารมี มาตลอด ๔ อสงไขยกับอีกแสนมหากัลป์ นับแต่ได้พุทธพยากรณ์มาแล้ว[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก่อนแต่ยังไม่ได้พุทธพยากรณ์มานั้น พระองค์ก็ทรงบำเพ็ญมาแล้วตลอดกาลนานคือ ทรงบำเพ็ญในเวลา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ที่ตั้งความปรารถนาในใจว่า จะเป็นพระพุทธเจ้านั้นอีก สิ้น ๙ อสงไขย จึงได้พุทธพยากรณ์จาก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]สำนักพระพุทธเจ้าทั้ง ๒๔ พระองค์มี พระทีปังกรเป็นต้น รวมเวลาบำเพ็ญบารมีทั้ง ๓ ตอน เข้าด้วยกัน[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก็เป็น ๒๐ อสงไขย เศษแสนมหากัลป์ จึงจะทำพระปัญญาจักษุอันประเสริฐให้เกิดขึ้นแต่ถึงอย่างนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระองค์ก็ยังทรงทำได้แสนยากต้องทนลำบากพระองค์บำเพ็ญทุกขกิริยาอยู่ถึง ๖ พรรษาเพื่อแสวงหา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ดวงจักษุ คือ ปัญญาอันประเสริฐจึงได้ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเห็นพระนิพพานแจ่มแจ้งด้วยพระองค์เอง โดยไม่เกี่ยวกับทุกขกิริยาที่ทรงกระทำมานั้น ไม่ใช่เป็นหนทางให้พระองค์ได้ตรัสรู้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ส่วนหนทางที่ให้พระองค์ตรัสรู้นั้น ได้แก่ อัฏฐังกิมรรค ๘ ประการ มีสัมมาทิฐิเป็นต้น มีสัมมาสมาธิ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เป็นปริโยสาน ที่พระองค์ทรงทำให้เกิดขึ้นด้วยทรงเจริญอานาปานสติกัมมัฏฐาน คือ ทรงตั้งพระหฤทัย[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]กำหนดลมหายใจเข้าออกเป็นอารมณ์ เมื่อพระองค์ทรงบ่ม อานาปานสติ การกำหนด ลมหายใจเข้าออก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]นั้นให้แก่กล้านั้นก็เกิดเป็นสมาธิชั้นที่ ๑ ที่๒ ที่๓ ที่๔ ซึ่งเรียกตามบาลีว่า ปฐมฌาน ทุติยฌาน ตติยฌาน[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]จตุตถฌาน เมื่อ จตุตฌานเกิดขึ้นแล้ว พระหฤทัยของพระองค์ดำรงมั่นบริสุทธิ์ผ่องใส ปราศจากเครื่องเศร้าหมอง อ่อนโยน ละมุนละไม ตั้งอยู่ในฐานะที่จะบังคับได้ดังประสงค์ ดำรงมั่นไม่หวั่นไหวแล้ว[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระองค์ก็ทรงน้อมพระหฤทัยไป เพื่อให้เกิด บุพเพนิวาสญาณ ให้ระลึกการหนหลังได้ ในลำดับนั้น พระองค์ก็ทรงระลึกกาลหนหลังได้ ตั้งแต่ ชาติหนึ่งเป็นต้นไป จนกระทั่งถึงปลายกัลป์ หากำหนดมิได้ พร้อมทั้งอาการและอุเทศ คือทรง ระลึกได้ว่า ในชาติโน้น พระองค์มีพระนาม และโครต ผิวพรรณ วรรณะ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อาหาร สุขทุกข์ อายุ อย่างนั้นๆ จุติจากชาตินั้นแล้ว ได้มาเกิดในชาติโน้น ทรงระลึกได้อย่างนี้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เป็นลำดับมา จนกระทั่งชาติปัจจุบันนั้น บุพเพนิวาสญาณ การระลึกชาติหนหลังนี้ ได้เกิดมีแก่พระองค์ในปฐมยาม ฯ ในปฐมยามนั้น พระองค์ทรงพิจารณา ปฏิจจสมุปบาท โดยอนุโลมจนตลอดแล้ว ก็ทรงเปล่ง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อุทานขึ้น ดังที่แสดงมาแล้วในกัณฑ์ ที่ ๑ โน้น เมื่อถึง มัชฌิมยาม พระองค์น้อมพระหฤทัยไปเพื่อให้รู้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]การจุติ และอุบัติของสัตว์โลกทั้งหลาย พระองค์ก็ได้ทรงเห็นสัตว์โลกทั้งหลายที่จุติ และเกิดได้ทุกจำพวก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คือจำพวกที่เลวและดี ทั้งพวกที่มีผิวพรรณดีและไม่ดี ทั้งจำพวกที่ไปดีและไปไม่ดีด้วยทิพพจักษุญาณ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คือพระองค์ทรงทราบว่าพวกที่ประกอบด้วย กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ติเตียนพระอริยะเจ้า[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เป็นมิจฉาทิฐิ ถือมั่นมิจฉาทิฐิทำกาลกิริยาตายแล้ว ก็ไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก การที่พระองค์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทรงทราบนั้น คือ ทรงเล็งเห็นด้วย ทิพพจักษุ เหมือนกับบุคคลยืนอยู่บนปราสาทซึ่งเล็งเห็นผู้ที่อยู่รอบ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ปราสาทฉะนั้น เมื่อพระองค์ทรงได้ทิพพจักษุอันเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจตูปปาตญาณแล้ว พระองค์ก็ทรง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พิจารณา ปฏิจจสมุปบาทในฝ่ายปฏิโลม แล้วทรงเปล่งอุททานเป็นครั้งที่ ๒ ดังที่แสดงมาแล้ว ในกัณฑ์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ที่ ๒ โน้น เมื่อพระหฤทัยของพระองค์บริสุทธิ์ดังที่แสดงมาแล้วในกัณฑ์ที่ ๓ โน้น ฯ ในขณะที่พระองค์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทรงไว้ อาสวักขยญาณอันทำให้สิ้น อาสวะกิเลสนั้น สรรพปรีชาญาณทั้งสิ้น คือ เวสารัชชญาณ ๔[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทศพลญาณ ๑๐ และสัพพัญญุตญาณเป็นต้น ก็เกิดขึ้นพร้อมกัน ฯ เป็นอันว่าในขณะนั้น พระองค์ได้ตรัสรู้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในโลก เป็นอันว่าพระปัญญาจักษุ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คือ ดวงปัญญาอันวิเศษ ซึ่งเป็นเหตุให้เห็นพระหฤพาน ก็เกิดมีขึ้นแก่พระองค์ พร้อมทั้ง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระพุทธจักษุพระสมันตจักษุ ทิพพจักษุทุกประการ ฯ เท่าที่สังวัณณนาการแล้วนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระนฤพานนั้น เป็นของที่เห็นได้แสนยาก เพราะเหตุว่า เป็นของละเอียดลึกซึ้งไม่มีสิ่งจะเทียมถึง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]โดยเหตุนี้ ควรที่พุทธศาสนิกชนทั้งหลาย จะอุตสาหะบำเพ็ญ บารมีทั้ง ๑๐ ประการ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คือ ทานบารมี ศีลบารมี เนกขัมมบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจจบารมี อธิษฐานบารมี[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี อันกล่าวโดยย่อว่า ได้แก่ ทาน ศีล เนกขัมมะ บรรพชา ปัญญา วิริยะ ขันติ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]สัจจะ อธิฐาน เมตตา อุเบกขา ตามกำลังสามารถของตน ตามภูมิชั้นของตน ๆ ที่ปรารถนาเป็น สาวก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]สาวิกา หรือเป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามโอกาส บริสุทธิ์ มาด้วยบุพเพนิวาสญาณ และ จุตูปปญาณ ในปฐมยาม และมัชฌิมยามดังนี้แล้ว พระหฤทัยของพระองค์ก้ผ่องแผ้วยิ่งขึ้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระองค์จึงทรงน้อมพระหฤทัยไปเพื่อให้เกิดอาสวักขยญาณ ทำให้สิ้น อาสวะจากสันดานของพระองค์ ฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระองค์ก็ทรงทราบตามความเป็นจริงว่า สิ่งไรเป็นทุกข์ สิ่งไรเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ สิ่งไรเป็นความดับทุกข์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]สิ่งไรเป็นทางดับทุกข์ฯ พระองค์ก็ทรงทราบตามความเป็นจริงว่า สิ่งเหล่านี้เป็นอาสวะ เป็นเหตุ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ให้เกิดอาสวะ เป็นความดับอาสวะ เป็นทางให้ดับอาสวะ ฯ เมื่อพระองค์ทรงรู้เห็นอย่างนั้น พระหฤทัย[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ของพระองค์ก็หลุดพ้นจาก กามาสวะ ภวาสวะ อวิชชาสวะ ฯ เมื่อพระหฤทัยของพระองค์หลุดพ้นจาก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อาสวะ ทั้ง ๓ อย่างนั้นแล้ว ก็เกิดพระปรีชาญาณขึ้นว่า พระหฤทัยของเราหลุดพ้นแล้ว พระองค์สิ้นความ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เวียนตายเวียนเกิดอยู่ในกำเนิด ๔ คติ ๕ สัตตาวาส ๙ อันนับเข้าในสงสารเสร็จแล้ว พระองค์สำเร็จ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พรหมจรรย์แล้ว ได้ทรงทำสิ่งที่ควรทำ สำเร็จแล้ว ลำดับนั้น พระองค์ก็ทรงพิจารณาปฏิจจสมุปบาท[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]กลับไปกลับมาทั้งฝ่าย อนุโลมและปฏิโลม แล้วทรงเปล่งอุทานขึ้นเป็นครั้งที่ ๓ ดังที่ได้ ที่ควรกระทำ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่อผู้ใดพยายามบำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ มีทานเป็นต้น ตามสมควรแก่เวลาแล้ว ผู้นั้นก็ใกล้ต่อการเห็นนิพพาน[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ไปโดยลำดับ ด้วยเหตุว่า จิตใจของผู้นั้น จะผ่องใสไปโดยลำดับ เหมือนกับทองที่ช่างทองได้ไล่ขี้ไป[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]โดยลำดับฉะนั้น ฯ ด้วยเหตุนี้ สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้า จึงได้ทรงสอนไว้ว่า บุคคลผู้มีปัญญา ควรกำจัด[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]มลทินของตนไปทีละน้อยๆ ไปตามขณะสมัย ในเวลาอันสมควร ให้เหมือนกับช่างทองไล่สนิมทองฉะนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ดังนี้ ฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]แต่ขอเตือนท่านทั้งหลายอีกอย่างหนึ่งว่า ท่านทั้งหลายอย่าท้อใจว่า กว่าจะได้เห็นนิพพานนั้นต้อง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]บำเพ็ญบารมีอยู่ตลอดกาลนาน เพราะเหตุว่าเมื่อเราทำไป วันเวลาเดือนปี ก็สิ้นไปตามลำดับ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่อเราดับจิตแล้ว เราก็เกิดชาติใหม่ เมื่อเราเกิดชาติใหม่แล้วเราก็ลืมชาติเก่า เรานึกไม่ได้ว่าเราได้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]บำเพ็ญบารมีมานานแล้ว เมื่อเราเกิดอยู่ในชาติใด เราก็นึกได้แต่เพียงชาตินั้น อันนี้ไม่เป็นเหตุให้เรา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เบื่อหน่าย ท้อทอยต่อการบำเพ็ญบารมี ถ้าเราไม่ลืมชาติหนหลัง เหมือนดั่งเราเดินทาง แล้วไม่ลืมระยะทาง[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ที่เดินมาแล้วในวันก่อนๆนั้นแหละ จึงจักทำความหนักใจท้อถอยให้แก่เรา อีกประการหนึ่ง การเดินทางนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ย่อมทำให้เกิดความเหนื่อยมากในวันแรก และวันที่ ๒ ที่ ๓ เท่านั้น สำหรับวันต่อๆไป ความเหนื่อยนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก็คลายลงไปทีละน้อยๆ ด้วยเหตุว่า ความคุ้นเคยต่อการเดินทางนั้น ย่อมมีขึ้นกับเท้าและแข้งขาของเรา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]การบำเพ็ญบารมี ก็ทำให้เรามีความชำนิชำนาญขึ้นทีละน้อยๆ ฉันนั้น เหมือนเราไม่เคยให้ทาน รักษาศีล[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ฟังพระสัทธรรมเทศนา เราย่อมรู้สึก ลำบากใจ เห็นว่าเป็นของทำได้ยาก แต่ว่าเมื่อเราทำได้มากขึ้นแล้ว[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก็จะเห็นว่าเป็นของทำได้ง่ายขึ้นทุกทีฯ อีกประการหนึ่งการบำเพ็ญบารมีเพื่อปรารถนาเป็น สาวก สาวิกา[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ปกตินั้น ย่อมไม่กินเวลานานเท่าไรนัก กินเวลาเพียงแสนมหากัลป์เท่านั้น ส่วนปรารถนาเป็นมหาสาวก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]และอัครสาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น จึวกินเวลานานมากกว่ากันขึ้นไปเป็นลำดับ ฯ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่อเราทั้งหลายไม่เห็นพระนิพพานอยู่ตราบใด ก็ไม่เห็นความสิ้นทุกข์อยู่ตราบนั้น เหมือนกับเรายังไม่เห็น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ความมั่งมีตราบใดเราก็ไม่เห็นการสิ้นความจนอยู่ตราบนั้น ฉะนั้นโดยเหตุนี้ จึงควรที่ทุกคนจะพยายาม[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]บำเพ็ญบารมีทั้ง ๑๐ ที่มีทานบารมีเป็นต้น ให้มีขึ้นในตนเสมอไป แก้ไขมาในคำว่า นิพพานเห็นได้ยาก[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก็พอเป็นที่เข้าใจของพุทธศาสนิกชนทั้งหลายแล้ว จึงจะได้อธิบายคำอื่นต่อไป[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]มีคำว่า นิพพาน ไม่มีเครื่องน้อมไปเป็นต้น คือ คำว่า นิพพานไม่มีเครื่องน้อมไปนั้น พระอรรถกถาจารย์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อธิบายว่าตัณหาชื่อว่าเป็นเครื่องน้อมไป เพราะน้อมไปในอารมณ์ทั้งหลาย มีรูปเป็นต้นและน้อมไปในภพ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทั้งหลาย มีกามเป็นต้น ซึ่งท่านย่นใจความว่า นิพพานนั้นไม่มีตัณหา ฯ คำของพระอรรถกถาจารย์ที่[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อธิบายดังนี้ เป็นอันได้ความแจ่มแจ้งแล้ว คือ พระนิพพานนั้น ไม่มีตัณหาที่จะให้น้อมไปในอารมณ์[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]และภพอันใดอันหนึ่ง จึงเป็นที่เกษมสุขอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่า สิ่งที่มีตัณหานั้น เป็นสิ่งที่ให้เกิดทุกข์ทั้งนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]คำว่านิพพานไม่มีเครื่องน้อมไป คือตัณหานี้ เป็นเครื่องชี้คุณของนิพพานให้เห็นว่าไม่มีเหตุที่จะให้เกิด[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทุกข์ จึงจัดเป็นเอกันตบรมสุขอย่างยิ่ง สมกับคำว่า นิพพานัง ปรมัง วทันติ พุทธา พระพุทธเจ้า[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ทั้งหลายย่อมกล่าวว่า นิพพานเป็นบรมสุขดังนี้ คำว่า ของจริงไม่ใช่เห็นได้ง่ายในพระอุทานนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]พระอรรถกถาจารย์อธิบายไว้ว่า นิพพานนั้นชื่อว่าเป็นของจริง เพราะเป็นของไม่วิปริต เป็นของมีอยู่โดยแท้[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ใครจะแก้ไขให้เห็นว่า นิพพานไม่มีนั้นเป็นอันไม่ได้ นิพพานนั้น ถึงผู้ได้สะสมบุญญาณไว้ได้ตลอดกาลนาน[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ก็ยังยากที่จะเห็นได้ ดังนี้ คำของพระอรรถกถาจารย์นี้เป็นคำที่แจ่มแจ้งอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องชี้แจงซ้ำ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]อีกให้พิสดารเป็นแต่จับใจความว่า ตามถ้อยคำของพระอรรถกถาจารย์นี้มีมาว่า นิพพานซึ่งเป็นของจริงนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ถึงผู้บำเพ็ญบารมีมานานแล้ว ก็ยากที่จะสำเร็จได้ คำว่าแทงตลอดตัณหานั้น พระอรรถกถาจารย์ว่า ได้แก่[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ละตัณหาอันเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ฯ คำว่าผู้รู้ผู้เห็นนั้น ได้แก่ ผู้รู้เห็นอริยสัจด้วยอริยมรรคปัญญา ฯ คำว่า[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ไม่มีความกังวลนั้นได้แก่ไม่มีกิเลสวัฏฏ์ กรรมวัฏฏ์ วิปากวัฏฏ์ คือ ความวนเวียนแห่งกิเลส และกรรม[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]กับทั้งผลแห่งกรรม ดังนี้ ฯ ถ้อยคำของพระอรรถกถาจารย์เหล่านี้ ก็มีใจความแจ่มแจ้งแล้วทั้งนั้น[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]โดยเหตุนี้ จึงของดธัมมัตถาธิบายในพระพุทธอุทาน ที่ ๗๒ อันมีเนื้อความว่า ธรรมชาติอันใดไม่มี[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เครื่องน้อมไปเป็นของเห็นได้ยาก เพราะของจริงไม่ใช่เป็นของเห็นได้ง่าย เครื่องกังวลย่อมไม่มีแก่[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ผู้แทงตลอดตัณหาแล้วรู้อยู่เห็นอยู่ ดังนี้ ......[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]<o:p> </o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]ที่มา กัณฑ์ ที่ ๗๒ คัมภีร์ ขุททกนิกาย พุทธอุทาน ว่าด้วยนิพพานอันปรากฎแก่ผุ้สิ้นตัณหา......[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]เมื่ออ่านจบแล้ว..... จักรวาลมีอยู่ประมาณเท่าใด สัตว์ทั้งหลายที่เกิดในจักรวาลมีอยู่ประมาณเท่าใด[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]จงได้รับส่วนบุญกุศล ในการอ่านพระไตรปิฏกนี้ด้วยเทอญ[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
    [FONT=&quot]หากพิมผิดกราบขอขมาพระรัตนไตรด้วยเทอญ....[/FONT][FONT=&quot]<o:p></o:p>[/FONT]
     
  12. tavee77

    tavee77 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +64
    ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ เมื่อกี้โอนเงินร่วมทำบุญด้วย 500 บาท

    Transaction date: 09/04/2009 10:07:59 AM.
    Reference Number: TRTR090409645470
    From account: ###-2-96548-#
    To account: 211-2-32879-6
    Account Name: Chana Siripairojn
    Amount (THB): 500.00
    Fee (THB): 10.0
    Your Note:
     
  13. Flow

    Flow เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    640
    ค่าพลัง:
    +1,354
    ขออนุโทนาบุญด้วยครับ
     
  14. Komodo

    Komodo หัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    11,251
    กระทู้เรื่องเด่น:
    40
    ค่าพลัง:
    +103,732
    อ้างอิงกระทู้นี้ http://palungjit.org/threads/ขอเชิญ...้อมกองบุญพิเศษ-12-กอง-กับชมรมโมทนาบุญ.162992/

    วันนี้โอนเงินจากชมรมโมทนาบุญให้ศูนย์พุทธศรัทธาเพิ่มเติมอีก 10,000 บาทครับ (รวมเป็นโอนแล้ว 35,000 บาท จาก 45,000 บาท ขาดอีก 10,000 บาทนะครับ)

    เรียน คุณ ชยาคมน์ ธรรมปรีชา
    เรื่อง แจ้งผลการทำรายการโอนเงินให้บุคคลอื่น (สำเร็จ)
    ตามที่ ท่านได้ทำรายการโอนเงินให้บุคคลอื่นผ่านบริการ K-Cyber Banking โดยมีรายละเอียด ดังนี้

    วันที่ทำรายการ: 08/05/2009 07:39:11 PM.
    หมายเลขอ้างอิง: TRTR090508342644
    โอนเงินจากบัญชี: ###-2-13005-#
    เพื่อเข้าบัญชี: 211-2-32879-6
    ชื่อบัญชี: MR. CHANA SIRIPAIROJN
    จำนวนเงิน (บาท): 10000.00
    ค่าธรรมเนียม (บาท): 10.0
    บันทึกของท่าน: ค่าซุ้มประตู

    ธนาคารขอเรียนให้ทราบว่า ธนาคารได้ดำเนินการโอนเงิน ตามที่ท่านได้ทำรายการไว้เรียบร้อยแล้ว
    ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบผลของการทำรายการได้ โดยตรวจสอบรายการเดินบัญชี (Statement Inquiry)
    ยอดเงินคงเหลือในบัญชี (Balance Inquiry) หรือตรวจสอบสถานะการทำรายการจากเมนูรายการเคลื่อนไหว
    ออนไลน์ (Online Transaction)

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ K-Contact Center (24 ชั่วโมง) โทร. 0 2888 8888 กด 06 หรือ
    อีเมล์: K-CyberBanking@kasikornbank.com โดยแจ้งหมายเลขอ้างอิงของท่านในการติดต่อกับธนาคาร

    ขอแสดงความนับถือ
    บมจ. ธนาคารกสิกรไทย
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 พฤษภาคม 2009
  15. sean2738

    sean2738 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2008
    โพสต์:
    804
    ค่าพลัง:
    +1,761
    สร้างสมเด็จองค์ปฐมหน้าตัก 10 วา
    http://www.palungjit.org/board/showthread.php?t=65729


    ร่วมสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ "สมเด็จองค์ปฐม" ก้บวัดธรรมยาน

    http://palungjit.org/showthread.php?t=119095
    <!-- google_ad_section_end -->
    อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ ข้าพเจ้าขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนาย<?xml:namespace prefix = st1 ns = "urn:schemas-microsoft-com[​IMG]</st1:personName>เวรทั้งหลาย จงโมทนา ส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่บัดนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า และเทพเจ้าทั้งหลาย ทั่วสากลพิภพ และพระยายมราช ขอเทพเจ้าทั้งหลาย และพระยายมราช จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงเป็นสักขีพยาน ในการบำเพ็ญกุศล ของข้าพเจ้าในครั้งนี้ด้วยเถิด และขออุทิศส่วนกุศลนี้ ให้แก่ท่านทั้งหลาย ที่ล่วงลับไปแล้ว ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี เป็นญาติก็ดี มิใช่ญาติก็ดี ขอท่านทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ พึงได้รับประโยชน์ ความสุข เช่นเดียวกับข้าพเจ้า จะพึงได้รับ ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด หากท่านทั้งหลายยังไม่มีโอกาสได้อนุโมทนาเพียงใด ขอเทพเจ้าทั้งหลายและพระยายมราชจงเป็นสักขีพยานให้แก่ข้าพเจ้าด้วย เจอเธอเมื่อใด ขอให้เธอได้อนุโมทนาส่วนกุศลนี้ด้วยเถิด ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้า ได้บำเพ็ญแล้ว ตั้งแต่ต้นชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ขอผลบุญนี้ จงเป็นปัจจัย ให้ข้าพเจ้า ได้เข้าถึง ซึ่งพระนิพพานในชาติปัจจุบันนี้ด้วยเถิด หากแม้นยังไม่ถึงพระนิพพานเพียงใด ขอคำว่าไม่รู้ ไม่มี ในสิ่งที่ดี จงอย่าได้บังเกิดแก่ข้าพเจ้าเลย ขอผลบุญทั้งหลาย ที่ข้าพเจ้า ได้กระทำแล้ว จงบังเกิดผล ณ กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด<O:p</O:p<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end -->
     
  16. wara43

    wara43 ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 เมษายน 2006
    โพสต์:
    9,138
    ค่าพลัง:
    +16,165
    fairy3(f) ขอโมทนาสาธุครับ สาธุ...(f)fairy3<!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end --><!-- google_ad_section_end -->
     
  17. ohaey_19

    ohaey_19 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    40
    ค่าพลัง:
    +579
    คุณชนะค่ะ ดิฉันได้โอนเงินร่วมทำบุญ จำนวน 400 บาทนะค่ะ

    โอนเงินให้แล้วค่ะ วันนี้ เวลา 12.28 น. แล้วแต่คุณชนะจัดสรรตามสมควรนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
     
  18. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ

    สาธุ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ
    ผมขอแบ่งทำบุญให้ดังนี้ครับ
    ๑. ร่วมสร้างช่อฟ้าใบระกา ๑๐๐.-
    ๒. ร่วมสร้างมณฑปจตุรมุข ๑๐๐.-
    ๓. ปิดทองประดับเพชรพระพุทธชินราชหน้าตัก ๓ ศอก ๑๐๐.-
    ๔. ทำแท่นพระพุทธชินราช ๑๐๐.-

    ช่วยกรุณาส่งที่อยู่ให้ผมทาง pm ด้วยครับ
    จะได้จัดส่งของที่ระลึกให้ครับ
     
  19. laecheln

    laecheln เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2009
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +175
    คุณชนะคะ ดิฉันได้โอนเงินร่วมทำบุญ จำนวน 1,500 บาท

    โอนเงินแล้วค่ะ วันนี้ แล้วแต่คุณชนะจัดสรรตามสมควร ขอบพระคุณค่ะ<!-- google_ad_section_end -->
     
  20. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    ค่าพลัง:
    +35,106
    สาธุ ขออนุโมทนาเป็นอย่างสูงครับ
    ขอแบ่งทำบุญให้ดังนี้ครับ
    ๑. ปิดทองประดับเพชรพระพุทธชินราช(พระศาสดา) หน้าตัก ๓ ศอก และสร้างฐานพระ ๑,๐๐๐.- บาท
    ๒. สร้างมณฑปจตุรมุข ๕๐๐.- บาท
    ขอทุกท่านได้โมทนาบุญในครั้งนี้ร่วมกันครับ

    กรุณาส่งที่อยู่ให้ผมทาง pm ด้วย จะได้จัดส่งของที่ระลึกให้ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 สิงหาคม 2009
Loading...