ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช

    เกิดเหตุยิงกันที่ถนน Champs Elysees กรุงปารีส ตำรวจดับ 1 บาดเจ็บ 2 ผู้มือปืนถูกวิสามัญคาที่ ปธน.ฝรั่งเศสบอกว่าเป็นการก่อการร้าย ไอซิสรีบบอกว่าฝีมือของกลุ่มตนเอง ในตอนเย็นวันพฤหัสบดีที่ 20 เม.ย.60 ตามเวลาท้องถิ่น คนร้ายชื่อ Abu Yusuf alBeljiki มาจากเบลเยี่ยม ผอ.หน่วยข่าวกรองของฝรั่งเศสกล่าวว่าผู้ก่อเหตุอยู่ในบัญชีของหน่วยข่าวกรอง พยานในที่เกิดเหตุกล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าเห็นคนร้ายออกจากรถยนต์คันหนึ่งและเปิดฉากยิงด้วยปืนไรเฟิล Kalashnikov AK-47 ใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง


    -----------
    https://www.rt.com/news/385468-officer-killed-shooting-paris/
    https://www.rt.com/news/385476-paris-champs-elysees-attack/
    https://sputniknews.com/europe/201704201052829034-paris-shooter-known-to-authorities/
    https://sputniknews.com/news/201704211052829927-paris-attack-terrorist-nature-hollande/
    https://sputniknews.com/europe/201704211052830310-daesh-claims-responsibility-paris-shooting/
    http://heavy.com/news/2017/04/abu-y...ck-gunman-shooter-islamic-state-name-belgium/
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    เสร็จอเมริกาอีกจนได้... สหรัฐประกาศประสบความสำเร็จในการขายอาวุธสงครามลอตใหญ่มูลค่าเกือบ $300 ล้านให้กับกบฏเคิร์ดแบ่งแยกดินแดนในอิรัค
    -----------

    วันที่ 20 เม.ย.60 RT พาดหัวข่าวว่า "รถฮัมวี่และปืนใหญ่ลากจูง: สหรัฐอนุมัติขายยุทโธปกรณ์มูลค่าเกือบ $300 ล้านให้กับกองกำลังชาวเคิร์ดในอิรัค" (Humvees & howitzers: US approves $300mn sale of military equipment for Iraq’s Kurdish forces)

    สหรัฐได้อนุมัติการขายอาวุธยุทโธปกรณ์มูลค่า $295.6 ล้าน (ประมาณ 10,493,800,000 บาท) ให้กับทหารปืนใหญ่และทหารราบของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเคิร์ด Peshmerga ในอิรัค หน่วยงานของเพนตากอนประกาศโดยอ้างว่าการขายในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายไอซิสให้กับประเทศอิรัค

    "รัฐบาลอิรัคได้ร้องขอการขายอุปกรณ์ที่จำเป็นเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อเสริมกองพันทหารราบท้องถิ่นขนาดเล็กทั้งสองหน่วยของชาวเคิร์ด Peshmerga อย่างเต็มรูปแบบ รวมทั้งอุปกรณ์อื่นๆที่จำเป็นให้กับเหล่าทหารปืนใหญ่สองกองพันซึ่งจะให้การสนับสนุนต่อกองทัพทหารท้องถิ่นเหล่านั้นอย่างถึงที่สุดด้วย" Defense Security Cooperation Agency (DSCA) ของเพนตากอนแถลงข่าวเมื่อวันพุธนี้

    อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ได้มีการร้องขอประกอบด้วย...
    1.) ปืนไรเฟิล M16A4 จำนวน 4,400 กระบอก
    2.) ปืนกล M2 50-caliber จำนวน 46 กระบอก
    3.) ปืนกล M240B จำนวน 186 กระบอก
    4.) รถฮัมวี่ M1151 (แบบธรรมดา) จำนวน 36 คัน
    5.) รถฮัมวี่ M1151 เสริมเกราะด้านบน จำนวน 77 คัน
    6.) เครื่องปั่นไฟฟ้า Tactical Quiet Generator ขนาดสามกิโลวัต จำนวน 12 เครื่อง
    7.) ปืนใหญ่ลูกจูง M119A2 105mm จำนวน 36 กระบอก
    8.) อะไหล่เสริมและการฝึกการใช้งานอาวุธและยุทโธปกรณ์ตามที่กล่าวมาข้างต้น
    9.) อุปกรณ์ทางแพทย์และวิทยุสื่อสาร รถพยาบาล อุปกรณ์ตรวจจับและค้นหาวัตถุระเบิด พาหนะป้องกันการถูกซุ่มโจมตี

    DSCA กล่าวว่าการขายอาวุธในครั้งนี้จะนำไปสู่นโยบายด้านการต่างประเทศและวัตถุประสงค์ด้านความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ โดยการสนับสนุนศักยภาพของอิรัคเพื่อลดระดับและเอาชนะพวกผู้ก่อการร้ายไอซิส

    ในปีงบประมาณ 2017 นี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติการขายอาวุธไปแล้วทั้งสิ้น $48,857,700 (ประมาณ 1,734,448,350 บาท) โดยในปี 2017 ขายได้ $68,600,000,000 (ประมาณ 2,435,300,000,000 บาท)

    [เมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ แนวร่วมชาวเคิร์ดสองกลุ่ม (Patriotic Union of Kurdistan (PUK) and Kurdistan Democratic Party (KDP)) ในอิรัคได้เคลื่อนไหวโดยประกาศว่าจะทำประชามติประกาศเอกราช (Independence) ในปี 2017 ฝ่ายรัฐบาลอิรัคบอกว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก ตุรกีคัดค้านแนวคิดดังกล่าวของชาวเคิร์ดในอิรัค เพราวะว่าเติร์กไม่สนับสนุนนโยบายประกาศแบ่งแยกดินแดนของเคิร์ดทั้งในตุรกี ซีเรีย และอิรัค แต่เติร์กชื่นชอบนโยบายรุกรานอธิปไตยของเพื่อนบ้าน

    สหรัฐและแก๊งนาโต้สนับสนุนทั้งฝ่ายรัฐบาลอิรัคและฝ่ายเคิร์ด บางครั้งกองทัพของรัฐบาลกลางอิรัคกับกองกำลังชาวเคิร์ดในพื้นที่ก็ขัดแย้งกัน บางครั้งก็ร่วมมือกันในการต่อสู้ไอซิส หลังจากสหรัฐและแก๊งนาโต้รุกรานอิรัคเพื่อโค่นล้มประธานาธิบดีซัดดัม ฮุสเซนได้แล้ว (2003) โดยประกาศว่าจะทำให้อิรัคเป็นประชาธิปไตยหลังจากกำจัดผู้นำเผด็จการออกไปได้แล้วด้วยข้อหามีอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงตามที่มโนกันขึ้นมาเอง จากนั้นไอซิสก็เข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศอิรัค เคิร์ดถือโอกาสเสริมกองกำลังของตนเองให้เข้มแข็ง และเป็นอิสระจากรัฐบาลกลางมากขึ้น

    สหรัฐและแก๊งนาโต้ก็บอกว่าจะทำสงครามในอิรัคต่อไป เพื่อปราบปรามกองทัพของขบวนการก่อการร้ายไอซิสให้สิ้นซาก เวลาล่วงเลยมาจนถึงทุกวันนี้ สหรัฐก็ยังไม่สามารถปราบไอซิสในอิรัคได้หมดเลย แต่ก็เปิดสงครามในประเทศอื่นที่อยู่ติดกันด้วย วันหนึ่งสมมุติว่า อิรัคและสหรัฐสามารถปราบไอซิสในอิรัคได้หมดแล้ว กองทัพของรัฐบาลกลางอิรัคก็ยังจะต้องหันมารบกับเคิร์ดอีกรอบ เป็นประเทศที่ไม่เคยว่างเว้นจากสงคราม

    การเมืองภายในของอิรัคเองก็เกิดความแตกแยกและขัดแย้งกันระหว่างมุสลิมซุนนีและชีอะห์ ส่วนเคิร์ดก็ทะเลาะกันแย่งชิงพื้นที่กันเองระหว่างเคิร์ด Peshmerga กับเคิร์ด Yazidi ในอิรัคนั้นมิติหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือการแก่งแย่งอำนาจทางการเมืองกันระหว่างซุนนีกับชีอะห์ เช่นพอฝ่ายซุนนีได้เป็นรัฐบาล ก็จะมีการปล่อยข่าวและปลุกกระแสต่อต้านว่าซุนนีรังแกชีอะห์ พอฝ่ายชีอะห์ได้เป็นรัฐบาลบ้าง ก็มีการปล่อยข่าวและปลุกกระต่อต้านว่าชีอะห์รังแกชุนนี เป็นแบบนี้เรื่อยมา

    ส่วนในตุรกีนั้นแม้ว่าจะเป็นนิกายเดียวกัน (ซุนนี) แต่ซุนนีเติร์กกับซุนนีเคิร์ดก็ไม่ถูกกัน นี่แหละโลกมนุษย์ ถ้าไม่อ้างเรื่องความแตกต่างทางชาติพันธุ์ ก็อ้างความแตกต่างทางศาสนาและ/หรือนิกายในการก่อสงครามห้ำหั่นกันเอง

    แต่ทั้งหลายทั้งมวลนี้มีสาเหตุมาจากผลประโยชน์เรื่อง น้ำมันและแก๊สธรรมชาติเป็นหลัก ด้วยการแทรกแซงและสนับสนุนจากต่างชาติ ยุให้คนท้องถิ่นบ้าคลั่งเข่นฆ่ากันเอง จากนั้นฝ่ายตะวันตกก็ร่ำรวยจากการค้าอาวุธให้กับทั้งสองฝ่าย เพราะว่าแต่ละฝ่ายต่างก็ต้องการการสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจด้วยกันทั้งนั้น สรุป… คนอิรัค ลิเบีย ซีเรีย เยเมน ฆ่ากันตาย สหรัฐและอียูนั่งนับตังค์จากการค้าอาวุธและส่วนแบ่งในน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    21/04/2560
    ------------
    https://www.rt.com/usa/385445-us-military-equipment-iraq/
    http://www.dsca.mil/major-arms-sale...a-infantry-brigades-and-two-support-artillery
    https://sputniknews.com/middleeast/201704111052539590-iraqi-kurdistan-independence/
    https://sputniknews.com/middleeast/201704021052216592-kurdistan-independence-referendum/
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    ปธน.อัสซาดแห่งซีเรีย: ไม่มีความแตกต่างใดๆระหว่างพวกผู้ก่อการร้ายและการรุกรานจากสหรัฐและตุรกีในซีเรีย
    -----------

    1.) ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ของรัสเซียเมื่อวันที่ 21 เมษายน 2560 นั้น ประธานาธิบดีบัชชาร์ อัลอัสซาดแห่งซีเรียกล่าวว่า "พวกพันธมิตรนำโดยสหรัฐได้ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อต้านพวกดาอิชและให้การสนับสนุนทางทหารแก่พวกกบฏในประเทศซีเรียโดยปราศจากการอนุมัติจากกรุงดามัสกัสและยูเอ็น ดังนั้นจึงเป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ"

    "เมื่อคุณพูดถึงการรุกรานจากตุรกี เมื่อคุณพูดถึงกองทัพของอเมริกัน - ก็อีกนั่แหละครับ มันเป็นการรุกราน (again, it's an invasion) - และเมื่อคุณพูดถึงพวกผู้ก่อการร้ายบนพื้นดิน มันก็เป็นก๊วนเดียวกัน ไม่มีความแตกต่างอะไรเลย" ปธน.อัสซาดกล่าว

    2.) ผู้นำซีเรียกล่าวถึงบทบาทของรัสเซียในซีเรียว่า รัสเซียไม่ได้กระทำให้ความขัดแย้งในซีเรียกลายเป็น "สงครามพาณิชย์" (commercial war)

    "ในสถานการณ์นี้ ผมหมายถึงสงครามของพวกเรา รัสเซียมองไปที่สงครามนี้มากกว่าสงครามซีเรีย และมากกว่าสงครามระหว่างซีเรียกับรัสเซีย ผมคิดว่ามันเป็นสงครามของทุกประเทศที่ต้องการจะปกป้องพลเมืองของตนเองจกาพวกผู้ก่อการร้าย ดังนั้น เมื่อรัสเซียสนับสนุนกองทัพของพวกเรา มันจึงไม่ใช่เพียงแค่การปกป้องพลเมืองของซีเรียเท่านั้น ยังเป็นการปกป้องพลเมืองของรัสเซียด้วย และผมก็คิดว่ารวมถึงชาวยุโรปและประเทศอื่นๆด้วยเช่นกัน ดังนั้น สำหรับพวกเขา (รัสเซีย) แล้ว พวกเขาไม่ได้มองมันว่าเป็นสงครามพาณิชย์ เหมือนกับพวกอเมริกัน" ปธน.อัสซาดกล่าว

    ผู้นำซีเรียกล่าวอีกว่า นโยบายของรัสเซียนั้นแตกต่างจากของสหรัฐเป็นอย่างมาก โดยที่นโยบายของสหรัฐนั้นซึ่งผู้นำเซียกล่าวว่าเปิดสงครามต่างๆเพื่อการสร้างงานจำนวนมากจากผลของความขัดแย้ง

    3.) ประธานาธิบดีของซีเรียยืนยันว่า กรุงดามัสกัสเปิดรับความร่วมมือการต่อต้านการก่อการร้ายกับทุกประเทศในการปลดปล่อยเมืองรัคคา

    พูดถึงความเป็นไปได้ในการมีส่วนร่วมของรัสเซียและกองกำลังชาวเคิร์ด ประธานาธิบดีอัสซาดได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรุงดามัสกัสได้ทำการติดต่อกับแนวร่วมต่างๆในซีเรียซึ่งต่อสู้พวกผู้ก่อการร้าย โดยเสมออยู่แล้ว และพวกเราก็ได้ติดต่อโดยตรงกับชาวเคิร์ด และแน่นอนกับฝ่ายรัสเซียด้วย ในเรื่องนี้

    "เกี่ยวกับการต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายนั้น พวกเราได้ประกาศเสมอมาว่า พวกเราพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศใดๆก็ตามที่พร้อมอย่างหรือต้องการหรือมีความประสงค์ที่จะต่อสู้ขบวนการก่อการร้ายอย่างแท้จริง พวกเราไม่ได้ระบุประเทศไหนเลย ประเทศไหนก็แล้วแต่ ซึ่งรวมทั้งพวกตะวันตกด้วย เมื่อพิจารณาแล้ว พวกเราก็รู้ว่าฝ่ายตะวันตกได้ให้การสนับสนุนพวกผู้ก่อการร้าย และก็ไม่มีเจตนาที่จะต่อสู้พวกผู้ก่อการร้ายด้วยซ้ำ แต่เราก็พูดว่าใครก็ตามที่พร้อม พวกเราก็พร้อมเสมอ" ปธน.อัสซาดกล่าว

    4.) สหรัฐยังคงเดินหน้าโค่นล้มรัฐบาลซีเรียต่อไป สหรัฐจะพยายามเดินหน้าเพื่อโค่นล้มรัฐบาลซีเรีย ในความพยายามนำ "พวกหุ่นเชิด" (puppets) ของตนเอง เข้ามาปกครองประเทศในตะวันออกกลาง ผู้นำซีเรียกล่าว

    สหรัฐและพันธมิตรของตนเองย้ำอยู่เสมอว่าการแก้ไขปัญหาในซีเรียจะเป็นไปไม่ได้ หากอัสซาดยังคงอยู่ในอำนาจต่อไป ในขณะที่กรุงมอสโคและกรุงเตหะรานกล่าวว่า ประชาชนชาวซีเรียเท่านั้นที่มีสิทธิ์ตัดสินใจเกี่ยวกับชะตากรรมของผู้นำของพวกเขา (สหรัฐ อียู ตุรกี ซาอุดิอาระเบีย อย่าแส่!)

    "จุดมุ่งหมายของพวกเขาก็คือบ่อนทำลายซีเรีย (Their aim is to destabilize Syria…) จุดมุ่งหมายของพวกเขาก็คือเปลี่ยนรัฐบาล เพื่อโค่นล้มรัฐบาล และนำพวกหุ่นเชิดของพวกเขาเข้าไปแทน ดังนั้นพวกเขาจะทำทำอย่าง สำหรับพวกเขาแล้วการสิ้นสุดจะเป็นตัวกำหนดความยุติธรรมให้กับวิธีการ ไม่มีคุณค่าอะไร ไม่มีศีลธรรมอะไรทั้งนั้น อะไรก็อาจจะเกิดขึ้นได้" ปธน.อัสซาดกล่าว

    5.) กรุงดามัสกัสเชื่อ 100% เลยว่าพวกผู้ก่อการร้ายได้รับอาวุธเคมีจากตุรกีโดยตรง "โดยตรงจากตุรกี และก็มีหลักฐานที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ หลักฐานบางอย่างมีให้เห็นอยู่ในอินเตอร์เน็ทเมื่อไม่กี่ปีมานี้ คุณมีพรรคต่างๆ และสมาชิกรัฐสภาในตุรกี ซึ่งได้ตั้งคำถามกับรัฐบาลเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านั้น ดังนั้น มันจึงไม่ใช่บางอย่าที่ซ่อนเร้น พวกเขาไม่มีทางอื่นที่จะมาจากทางเหนือได้ ดังนั้นมันจึงเป็นตุรกีร้อยเปอร์เซ็นต์"

    6.) กรณีสหรัฐยิงจรวดร่อนโจมตีฐานทัพอากาศ Shayrat ของซีเรียในจังหวัด Homs เพื่อล้างแค้นให้กับลูกสมุนของตนเองที่เสียชีวิตหลังเครื่องบินรบของฝ่ายรัฐบาลซีเรียทิ้งระเบิดใส่คลังเก็บอาวุธเคมีของพวกกบฏในเมือง Khan Sheikhoun จังหวัดอิดลิบ ปธน.อัสซาดกล่าว่า ปธน.ทรัมป์ผู้นำของสหรับเป็นคนที่ปากพูดอย่างแต่ทำอีกอย่าง ไม่ทำตามสัญญาที่ได้ให้ไว้

    "แต่ว่าตามปรกติแล้ว มันไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่พวกเขาสัญญาไว้ เพราะว่าพวกเราทั้งหมดต่างก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พวกเจ้าหน้าที่อเมริกันพูดบางอย่าง และก็ทำบางอย่างที่แตกต่างออกไป พวกเขาไม่ได้ยึดมั่นในคำสัญญาของพวกเขาหรือคำพูดของพวกเขาเลย" ผู้นำซีเรียยืนยัน

    7.) ปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดเขตปกครองตนเองของชาวเคิร์ดในซีเรีย ผู้นำซีเรียได้ตอบคำถามเกี่ยวกับแนวคิดและอุดมการณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเคิร์ดในซีเรียที่เรียกร้องการปกครองตนเอง (Self-governance) โดยบอกว่าจะต้องแก้ไขภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ไม่มีเหตุผลสำหรับการปกครองตนเองของชาวเคิร์ดอีกต่อไปเมื่อสันติภาพเกิดขึ้น

    "เมื่อคุณมีเสถียรภาพและมีรัฐบาลที่ควบคุมดูแลประเทศได้ แน่นอนไม่จำเป็นจะต้องมีข้อตกลงกับสถานการณ์เช่นนั้น ยกเว้นรัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้บางพื้นที่มีสหพันธรัฐหรือสหพันธ์ หรือแนวทางอื่นในการปกครอง" ปธน.อัสซาดกล่าว

    ผู้นำซีเรียกล่าวอีกว่า "จะเป็นการดีกว่าในการรอการหารือกันเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับต่อไประหว่างเฉดสีและสเปคตรัมที่แตกต่างกัน"

    [ทุกฝ่ายได้ทำการเรียกร้องให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของซีเรีย ซึ่งประเด็นนี้ฝ่ายรัสเซียก็เห็นด้วย และเคยเสนอกรอบหรือแนวทางสำหรับการร่างรัฐธรรมนูญให้กับฝ่ายต่างๆได้อ่านในที่ประชุมสันติภาพที่กรุง Astana ประเทศคาซัคสถานมาแล้วเมื่อวันที่ 23-24 มกราคมปีนี้ แต่ตัวแทนฝ่ายค้านซึ่งชักใยโดยสหรัฐ ตุรกี ซาอุดิอาระเบียไม่เห็นด้วย ฝ่ายรัฐบาลซีเรียขอคิดดูก่อน ฝ่ายค้านย้ำว่าอัสซาดจะต้องออกไป (จากนั้นให้ตัวแทนไอซิสเข้าไปปกครองแทน?) มิฉะนั้นก็จะสู้กันไปเรื่อยๆแบบไม่จบไม่สิ้นแบบนี้

    รัสเซียและฝ่ายรัฐบาลซีเรียก็บอกว่า ไม่มีปัญหา สู้ก็สู้สิ ผลก็คือ ฝ่ายที่พ่ายแพ้ครั้งแล้วครั้งเล่าในแทบทุกสนามรบก็คือฝ่ายต่อต้านรัฐบาลซีเรีย และเมื่อแพ้รบแล้วก็ขออพยพครอบครัวโจรย้ายออกจากพื้นที่ไปตั้งหลักและรบต่อที่สนามรบอื่น รัสเซียและฝ่ายรัฐบาลซีเรียก็อำนวนความสะดวกในการเดินทางให้ จากนั้นก็ตามไปบอมบ์ทีหลัง

    พอเห็นว่าพวกกบฏและผู้ก่อการร้ายกำลังแย่ สหรัฐก็สอดมือเข้ามาแทรกด้วยการโจมตีกองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรีย เพื่อยั่วยุให้อัสซาดและรัสเซียขัดแย้งหรือทำสงครามโดยตรงกับสหรัฐ แต่อัสซาดและปูตินไม่หลงกล ทรัมป์จึงเบนเข็มไปหาคิมน้อยที่เกาหลีเหนือแทน และกำลังเล็งเป้าไปที่อิหร่านด้วย]

    8.) ผู้นำซีเรียเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจอร์แดนกำลังวางแผนจะส่งกองทัพของตนเองเข้าไปในซีเรียในความร่วมมือกับสหรัฐ "เรามีข้อมูลเช่นนั้น แต่อย่างไรก็ตาม จอร์แดนก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการของอเมริกัตนตั้งแต่เริ่มสงครามซีเรีย" ปธน.อัสซาดกล่าว

    [เมื่อเร็วๆนี้คิงจอร์แดนได้เดินทางไปพบกับทรัมป์ ผลที่ตามมาก็คือสหรัฐและอังกฤษส่งทหารของตนเองเข้าไปในจอร์แดน อ้างเพื่อไปฝึกกำลังพลให้กับกองกำลัง FSA ของพวกกบฏซีเรีย เพื่อต่อสู้พวกไอซิส จากนั้นก็มีข่าวในพื้นที่ว่ากองกำลังดังกล่าวภายใต้การหนุนหลังของทหารสหรัฐและอังกฤษเคลื่อนทัพพร้อมด้วยรถถังเข้าประชิดชายแดนทางใต้ของซีเรีย ปัจจุบันนี้จอร์แดนกลายเป็นหนึ่งในสมุมนของอิสราเอลและสหรัฐไปแล้ว กลุ่มประเทศมุสลิมเพื่อนบ้านซีเรียโดยรอบหันไปร่วมมือกับอิสราเอลหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือให้อิสราเอลจูงจมูกกันหมดแล้ว

    อ้อ… ทางปธน.อัสซาดกล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายรัสเซียและกรุงดามัสกัสกำลังเจรจากการเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศให้กับกองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรียด้วย หลังถูกสหรัฐลอบกัดถล่มฐานทัพอากาศของซีเรียโดยไม่สนกฎหมายระหว่างประเทศ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    21/04/2560
    ------------
    https://sputniknews.com/middleeast/201704211052849909-assad-turkey-us-invasion/
    https://sputniknews.com/politics/201704211052846131-russia-syria-war-assad/
    https://sputniknews.com/middleeast/201704211052848738-assad-raqqa-west-cooperation/
    https://sputniknews.com/politics/201704211052847213-assad-us-attempts-topple/
    https://sputniknews.com/middleeast/...ria-terrorists-chemical-weapons-turkey-assad/
    https://sputniknews.com/politics/201704211052851298-us-missile-attack-syria-assad/
    https://sputniknews.com/middleeast/201704211052852360-self-governance-syria-constitution-assad/
    https://sputniknews.com/politics/201702011050212454-syria-constitution-text-russia/
    https://sputniknews.com/middleeast/201704211052854131-assad-syria-jordan-us-troops/
     
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    ข่าวด่วน! เครื่องบินรบ F/A-18E ของสหรัฐสังกัดกองเรือรบ USS Carl Vinson ตกนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์ ยังไม่ไปไม่ถึงสนามรบเลย ร่วงแล้วหนึ่ง กรรม!
    -----------
    วันที่ 21 เม.ย.60 RT พาดหัวข่าวว่า "เครื่องบินรบ F-18 จากเรือบรรทุกเครื่องบิน Carl Vinson ของกองทัพเรือสหรัฐตกนอกชายฝั่งฟิลิปปินส์" (US Navy F-18 from carrier Carl Vinson crashes off the Philippines)
    นักบินดีดตัวออกมาได้ระหว่างพยายามแลนดิ้งบนเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ในทะเลเซเลเบส (Celebes Sea) ทางใต้ของฟิลิปปินส์ กองทัพเรือสหรัฐกล่าว นักบินได้รับการช่วยเหลือโดยปลอดภัย
    เครื่องบินรบ F/A-18E ซึ่งอยู่หน่วย Carrier Air Wing 2 กำลังลงจอดในขั้นตอนสุดท้ายหลังปฏิบัติภารกิจการบินตามปรกติ ผู้บัญชาการกองเรือที่ 7 ของสหรัฐกล่าวในแถลงการณ์ กำลังมีการตรวจสอบเหตุการณ์ในครั้งนี้
    "ไม่มีการบาดเจ็บในครั้งนี้ บุคคลากรทางการแพทย์ประจำเรือ Carl Vinson กำลังประเมินอาการของนักบิน" กองทัพเรือกล่าว
    เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson เป็นเรือธงของภารกิจหลักซึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังทะเลญี่ปุ่นเมื่อต้นเดือนนี้ ทำเนียบขาวกล่าว
    วันที่ 15 กองทัพเรือสหรัฐได้โพสต์ภาพถ่ายในเว็บไซต์ Flickr พร้อมกับคำบรรยายว่าเรือ Carl Vinson อยู่ในช่องแคบ Sunda ของอินโดนีเซีย หลายร้อยไมล์จากทางใต้ของสิงคโปร (ตอนที่ได้รับคำสั่งครั้งแรกให้เดินทางไปยังคาบสมุทรเกาหลีนั้นอยู่ที่สิงคโปร และกำลังมุ่งหน้าลงใต้เพื่อไปยังออสเตรเลีย)
    [คิมน้อยคงจะบอกว่า ไม่ใช่หนูนะ! เมื่อวานนี้เพิ่งจะรายงานข่าวไปว่า เรือรบลาดตระเวน Varyag ติดตั้งขีปนาวุธ S-300 จอดรออยู่ที่กรุงมะนิลาประเทศฟิลิปปินส์ อันนี้คงจะไม่ใช่ฝีมือของรัสเซียมั๊ง นี่ถ้า F/A-18E ของสหรัฐตกในเขตคาบสมุทรเกาหลี เป็นเรื่องแน่ๆ - ผู้แปล]
    รายงานข่าวล่าสุดแจ้งว่าญี่ปุ่นประกาศว่าจะส่งเรือพิฆาตของตนเองสองลำเข้าร่วมภารกิจในคาบสมุทรเกาหลีร่วมกับกลุ่มเรือ USS Carl Vinson ด้วย
    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    21/04/2560
    ------------
    https://www.rt.com/usa/385606-us-navy-f18-crash/
    https://sputniknews.com/military/201704211052862419-f18-carl-vinson-philippines/
    http://www.rappler.com/nation/167396-russian-warship-goodwill-visit-manila
    http://news.abs-cbn.com/news/04/20/...ippines-as-duterte-tightens-ties-with-us-foes
    https://www.rt.com/news/385600-us-japan-naval-drill-north-korea/
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    เกาหลีใต้เริ่มไม่มั่นใจนโยบายทรัมป์เรื่องเกาหลีเหนือ
    หลายฝ่ายในเกาหลีใต้เริ่มมีความสงสัยมากขึ้นทุกขณะ เกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มีต่อสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวว่า "เคยเป็นส่วนหนึ่งของจีน" เสาร์ที่ 22 เมษายน 2560 เวลา 11.35 น.



    สำนักข่าวต่างประทเศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่ากระทรวงการต่างประเทศของเกาหลีใต้ออกแถลงการณ์เมื่อวันศุกร์ ว่าประวัติศาสตร์ได้บันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นไว้อย่างชัดเจน ว่าเกาหลีใต้กับจีนเป็นประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนานหลายพันปี โดยเคยมีความเชื่อมโยงกันในด้านอธิปไตยเมื่อครั้งเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิมองโกลระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 13 ถึง 14 แต่คาบสมุทรเกาหลีไม่เคยตกเป็น "ดินแดนส่วนหนึ่งของจีน" และข้อมูลทั้งหมดตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ย่อมเป็น "ความจริง" ที่ไม่มีผู้ใดสามารถปฏิเสธได้

    ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลโซลมีขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล ในสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งผู้นำสหรัฐกล่าวย้อนถึงการพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่รีสอร์ตมาร์-อา-ลาโก ในรัฐฟลอริดา เมื่อช่วงต้นเดือนนี้ ว่าได้หยิบยกประเด็นทางประวัติศาสตร์ขึ้นมาพูดคุยกัน "ย้อนกลับไปหลายพันปี ว่าเกาหลีเคยเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของจีน"

    ขณะที่นายลู่ คัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวถึงเรื่องนี้ว่าเกาหลีใต้ "อย่าไปใส่ใจ" กับคำพูดของประธานาธิบดีสหรัฐ แต่มีรายงานว่านักประวัติศาสตร์และนักกิจกรรมการเมืองจำนวนหนึ่งไปชุมนุมประท้วงกันที่หน้าสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงโซล เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อรายงานดังกล่าว ด้านหนังสือพิมพ์โชซอนซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อใหญ่ของเกาหลีใต้ วิจารณ์แนวคิดการเมืองของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ว่าเป็นแบบ "ชาตินิยมขยายอำนาจ" แต่สำหรับผู้นำสหรัฐคนปัจจุบันยังถือว่าขาดความรู้และความเข้าใจด้านการทูตอยู่มาก

    นอกจากนี้ การที่กองเรือพิฆาต "อาร์มาดา" นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินชั้นนิมิตซ์ "ยูเอสเอสคาร์ล วินสัน" ยังเดินทางมาไม่ถึงคาบสมุทรเกาหลีเสียที ทั้งที่ทรัมป์สั่งการให้ออกจากสิงคโปร์เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เรียกเสียงวิจารณ์จากเกาหลีใต้ไม่น้อย โดยนายฮง จุน-พโย หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในวันที่ 9 พ.ค. นี้ กล่าวว่าทุกคำพูดของทรัมป์มีผลต่อความมั่นคงของเกาหลีใต้ หากเรือคาร์ล วินสัน ไม่สามารถเข้าสู่คาบสมุทรเกาหลีด้วยเหตุผลใดก็ตาม เกาหลีใต้คงไม่อาจเชื่อถือรัฐบาลทรัมป์ได้อีกต่อไป ส่วนสื่อท้องถิ่นหลายแห่งวิจารณ์ว่า เกาหลีใต้กำลังสงสัยมากขึ้น ว่าทรัมป์จะจัดการสถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีได้จริงหรือ รัฐบาลเกาหลีใต้น่าจะหันไปเตรียมพร้อมมือกับ "ความเสี่ยง" จากรัฐบาลสหรัฐชุดนี้มากกว่า.

    คลิปประกอบ : Arirang News

    อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/foreign/569569
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ทำไม E-commerce ที่อเมริกาถึงได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำไมที่ไทยถึงไม่โตอย่างที่ควรจะเป็น โดยManoje Prutthisathaporn 20 Apr 17

    ในอเมริกาช่วงนี้มีแต่ข่าวว่าห้างค้าปลีกร้านค้าปลีกปิดสาขาปิดบริการ ขณะที่ในไทยเรากลับเห็นโครงการห้างใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง มันเกิดอะไรขึ้น?

    การวิเคราะห์ให้ครบนั้น เราต้องมองทั้งมิติด้าน culture and lifestyle และมิติด้านบริษัทและ product

    บทความนี้เป็น guest post ของคุณมาโนช ซึ่งเน้นพูดถึงช่ือของ mass e-commerce ที่เป็นที่รู้จัก ซึ่งคือ Amazon กับ Lazada ในฐานะตัวแทนที่สะท้อน e-commerce ในอเมริกา และในประเทศไทย

    1. Culture คนไทยผูกพันกับห้าง ขณะที่คนอเมริกันชอบ lifestyle outdoor
    สำหรับคนกทม.แล้ว หลังเลิกงานหรือวันหยุด ถ้าคิดอะไรไม่ออกหรือต่อให้คิดออกก็จะคิดออกแต่ห้าง จะว่าไปมันก็สอดคล้องกับสภาพอากาศของบ้านเราที่ไม่เหมาะกับสถานที่ที่ไม่ติดแอร์ ขณะที่คนอเมริกันถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากไปห้าง อยากไปสวนสาธารณะ อยากไปเล่นกีฬากลางแจ้ง

    Lifestyle นี้ทำให้การไปห้างไม่ใช่สิ่งที่คนไทยไม่อยากทำหรือหลีกเลี่ยงได้ ต่อให้ไม่ได้กะจะไปซื้อของ แต่เมื่อไปห้างแล้ว เดินผ่านร้านที่น่าสนใจก็ย่อมมีโอกาสที่จะใช้เงิน หรือถ้ามีสิ่งอยากซื้ออยู่แล้ว เดี๋ยวเสาร์อาทิตย์นี้ก็ไปห้างอยู่แล้ว รอซื้อในห้างดีกว่า ขณะที่คนอเมริกัน ถ้ามีทางเลือกที่ดีกว่าในการช็อปปิ้ง เขาก็พร้อมจะเปลี่ยน

    2. ความหนาแน่นของห้าง
    ในกทม. ภายใน 20 นาที ถ้ารถไม่ติด คุณจะเจอห้างหนึ่งแห่ง ขณะที่ในอเมริกา ประชากรที่มีเงินอยู่อย่างกระจัดกระจายตามเมืองต่างๆทั่วทั้งประเทศ การเดินทางไปห้างของคนที่ไม่ได้อยู่ในเมืองใหญ่ต้องใช้ความพยายาม

    3. ความยอดเยี่ยมยิ่งใหญ่ของห้างเมืองไทย
    ด้วย Lifestyle ที่กล่าวไปข้างต้น ทำให้ห้างในกทม.สามารถลงทุนสร้างห้างให้ยิ่งใหญ่ ใส่ทุกอย่างมาอยู่ในห้างเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของคนให้มากที่สุด ขณะที่ในอเมริกา ห้างไม่ใช่สถานที่ที่คนอยากไปใช้เวลาทั้งวัน ห้างในอเมริกาจึงไม่ได้มีทุกอย่างเหมือนห้างเมืองไทย

    4. Online payment infrastructure
    คนอเมริกันทุกคนมีบัตรเครดิตหรือเดบิต ซึ่งช่วยให้การซื้อของออนไลน์เป็นเรื่องง่าย

    5. รับของ
    ที่อเมริกาคนส่วนใหญ่พักอยู่ Apartment หรือ Condo ที่พักเหล่านี้จะมีห้องหรือบริเวณไว้สำหรับรับของอยู่แล้ว ที่ออฟฟิศก็เช่นกัน บริษัทส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการที่พนักงานให้จดหมายหรอสิ่งของมาส่งที่ออฟฟิศ เพราะไม่มีใครอยู่รับของที่บ้าน

    ขณะที่ในไทย อุปสรรคในการส่งของยังคงมีอยู่ จะส่งที่บ้านก็ไม่มีคนอยู่ จะให้มาส่งที่บริษัท บริษัทก็ไม่มีนโยบายรับ

    6. การสร้าง infrastructure ใช้เวลา
    Amazon เริ่มปี 1995 และใช้เวลาในการสร้าง warehouse and logistics infrastructure รวมถึงเครือข่าย partners และ 3rd party sellers และระบบต่างๆ ขณะที่ Lazada เริ่มปี 2013

    7. Focus on Quality and Customer service
    Amazon เข้าใจตั้งแต่วันแรกแล้วว่านี่คือเกม long term บริษัทจะประสบความสำเร็จได้ต้องซื้อใจลูกค้า สร้าง trust ต้องอย่าหวัง short term gain สินค้าบน amazon ถึงจะถูก แต่ต้องมีคุณภาพทั้งตัวสินค้าและบริการ Amazon จะ take action อย่างรวดเร็วสำหรับ 3rd party seller ที่ไม่จริงใจ

    อีกด้านคือ customer service บริษัทอันดับหนึ่งอย่าง Amazon ก็ยังมีส่งสินค้าพลาด แต่สิ่งที่ทำให้ Amazon อยู่ในใจลูกค้าคือทีม customer service ที่ได้รับการโหวตติดอันดับหนึ่งมาเป็นเวลาหลายปี

    ในขณะที่ประเทศไทย ยังไม่มี e-commerce ที่ได้รับคำชื่นชมเรื่อง customer service มากนัก

    8. Review
    เมื่อจะให้คนซื้อออนไลน์โดยไม่เห็นสินค้า สิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ รีวิวจากลูกค้าคนอื่น สินค้าขายดีบน Amazon มีคนโหวตเรตติ้งและให้รีวิวเป็นหมื่นคน สินค้าอื่นๆก็มีคนมารีวิวอย่างน้อยร้อยรีวิว รีวิวยัวช่วยในเรื่องของ SEO ทำให้เวลาคนทั่วไป google สินค้าแล้ว จะพบ link ของ Amazon ขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อกดเข้าไปดู ก็จะเจอรีวิวที่น่าเชื่อถือ ทำให้พร้อมจะสั่งซื้อเลย

    และรีวิวยังช่วยให้เราตัดสินใจว่าจะซื้อสินค้าไหนดี

    ขณะที่บน Lazada ยังไม่มีการกระตุ้นให้คนซื้อกลับมารีวิวมากนัก

    9. Trust ที่ว่าบน Amazon ถูกที่สุด
    ในวันที่เมืองไทยคนยังใช้เว็บเช็คราคาเปรียบเทียบราคา คนอเมริกันส่วนใหญ่เชื่อว่าซื้อบน Amazon ได้ราคาดีสุดหรือใกล้เคียง ความที่มีมากว่า 20 ปีและให้ความสำคัญกับ quality, variety และ price ทำให้คนเชื่อใน Amazon เป็นอย่สงมาก ยิ่งมี package อย่าง Amazon Prime แล้ว พวกเขาไม่เช็คที่อื่นเลย

    10. Amazon Prime
    Amazon Prime จะทำให้คุณสามารถสั่งสินค้านับล้านชิ้นบน Amazon แล้วการันตีว่าได้ภายใน สองวันโดยไม่เสียค่า shipping และสามารถคืนได้เกือบทุกชิ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายภายใน 30 วัน

    นี่คือเวทมนตร์ที่ทำให้การซื้อออนไลน์ดีเทียบเท่าหรือดีกว่าการไปซื้อที่ห้าง ถ้าคุณไม่ได้ต้องการสินค้าชิ้นนั้นเดี๋ยวนี้ การซื้อด้วย Amazon Prime ย่อมสะดวกสบายกว่าการไปห้าง

    ค่าสมาชิกต่อปีก็ถูกแค่ 100$ ต่อปี ถ้าเป็นนักเรียนนักศึกษา ลด 50%

    11. Amazon ‘s ecosystem
    Amazon ทดลองสร้าง product และ service ใหม่ๆ โดยมีเป้าหมายคือให้คนใช้เวลาบน Amazon ให้นานที่สุด ให้ใช้ฟรีก็เยอะ เมื่อคนใช้ service จาก Amazon แล้ว โอกาสในการ upsell ย่อมไม่ยาก

    Amazon สร้างมาแล้วนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ เครื่องอ่านหนังสือ Kindle, แท็บเลต Fire, On Demand VDO ซึ่งฟรีสำหรับ Prime member

    สรุป
    ผมเชื่อว่า e-commerce เป็นทางเลือกการชอปปิ้งที่สะดวกสบายกว่าการไปห้าง และมันจะใหญ่กว่านี้มากในไทย เพียงแต่ต้องใช้เวลา ทั้งเปลี่ยน behavior สร้าง infrastructure และที่สำคัญเลยคือบริษัทอย่าง Lazada ต้องให้ความสำคัญกับ long term และการสร้าง trust และออก product/service ที่คล้ายๆ Amazon Prime ที่ทำให้ ecommerce ดีเท่าห้าง

    AUTHOR

    Manoje Prutthisathaporn
    มาโนช - คนไทยที่เคยทำงานที่ Silicon Valley ใช้ชีวิตอยู่ที่อเมริกา 3.5 ปี สมัครงานบริษัทเทคโนโลยีในตำแหน่งด้านธุรกิจกว่า 3,000 งาน ศึกษาบริษัทเตรียมตัวสัมภาษณ์กว่า 200 บริษัท สุดท้ายได้งานที่บริษัทสตาร์ทอัพสายฟินเทคมูลค่านับแสนล้านเหรียญ ปัจจุบันมาโนชกลับมาทำ "Fred & Francis" สตาร์ทอัพด้านแฟชั่นที่ไทย

    https://techsauce.co/ecommerce/why-offline-retails-are-still-popular-in-thailand/
    .
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    เครื่องบินรบอิสราเอลโจมตีกองกำลังซีเรีย บริเวณที่ราบสูงโกลาน
    โดย เอบีนิวส์ทูเดย์ - 22 เมษายน 2017

    2017-04-22_05-16-41.jpg
    เครื่องบินรบอิสราเอลยิงขีปนาวุธโจมตีฐานที่มั่นทางทหารของซีเรียบริเวณที่ราบสูงเมืองโกลาน โดยอ้างว่าเพื่อตอบโต้การที่กองทัพซีเรียยิงปืนครกโจมตีเขตยึดครองซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของที่ราบสูงโกลาน

    ทั้งนี้ขีปนาวุธดังกล่าวไม่สร้างความเสียหายต่อชีวิต มีเพียงอาคารได้รับความเสียหายบางส่วนเท่านั้น

    http://presstv.com/Detail/2017/04/21/518943/Syria-Israel-Golan-Heights-mortar-airstrike-Quneitra

    เอบีนิวส์ทูเดย์
    http://www.abnewstoday.com
    เอบีนิวส์ทูเดย์ยินดีเป็นอย่างยิ่งให้นำข่าวและเนื้อหาอื่นๆ ของเราไปเผยแพร่ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่จะต้องให้เครดิตกับเอบีนิวส์ทูเดย์สำหรับเนื้อหาทุกชิ้นที่นำไปเผยแพร่
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ชุ่ย!? นักชีววิทยาติง EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ข้อมูลผิดเพียบ ภาค ปชช.ใต้เตรียมเปิดเวทีจี้ปฏิรูปกฎหมายสิ่งแวดล้อมทั้งระบบโดย MGR Online blank.gif 20 เมษายน 2560 12:41 น. (แก้ไขล่าสุด 20 เมษายน 2560 15:34 น.)
    blank.gif
    560000004133301.JPE
    แบบจำลองโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อ.เทพา จ.สงขลา
    blank.gif

    ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ - อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เผยอ่าน EHIA โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา อ.เทพา จ.สงขลา พบข้อมูลด้านชีววิทยาไม่ตรงต่อความเป็นจริงหลายประเด็น ติง กฟผ.อย่ามาบอกว่าตัดสินใจบนหลักวิชาการที่ถูกต้อง ขณะที่นักวิชาการ และภาคประชาชนใต้เตรียมเปิดเวทีชำแหละกระบวนการจัดทำ EIA-EHIA เพื่อยื่นข้อเสนอกระบวนการปฏิรูปกฎหมายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพทั้งระบบ

    วันนี้ (20 เม.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก Sakanan Plathong ระบุว่า “ที่ผ่านมาผมไม่เคยสนใจเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จะมาตั้งที่ อ.เทพา เพราะไม่เคยไปศึกษาในพื้นที่นี้

    แต่เจ้าหน้าที่ของ กฟผ. เข้ามาชวน ม.อ. ทำโครงการวิจัยระบบนิเวศชายฝั่งทะเล บริเวณที่จะสร้างท่าเรือ และโรงไฟฟ้าถ่านหิน ผมเลยเพิ่งไปนั่งอ่านรายงาน EHIA ตรงส่วนนิเวศวิทยาทางทะเล เพื่อดูว่าบริษัทที่ปรึกษาเขารายงานว่าอย่างไร

    เห็นจุดอ่อนมากมายของการศึกษาระบบนิเวศชายฝั่งทะเล ทั้งสัตว์หน้าดิน (Benthos) แพลงก์ตอนสัตว์ และสัตว์น้ำวัยอ่อน 1.สัตว์หน้าดินน้อยกว่าความเป็นจริง 10-20 เท่า 2.แพลงก์ตอนสัตว์ พบสัตว์กลุ่ม crustacean แค่กลุ่ม Copepod ทั้งๆ ที่ปกติจะมีความหลากหลายมากกว่านี้


    560000004133302.JPE
    นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ระบุว่า อ่านตารางแพลงก์ตอนสัตว์ ตรง Phylum Arthropoda Class crustacea สิครับ...เป็นไปได้อย่างไร?? มีแค่นี้
    blank.gif

    นอกจากนี้ ในรายงานไม่ปรากฏ Mysid หรือกุ้งเคย ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งควรจะสำรวจพบได้เป็นปกติในบริเวณนี้ 3.หัวข้อการศึกษาระบุให้ศึกษาสัตว์น้ำวัยอ่อน แต่การศึกษารายงานเฉพาะลูกปลา ไม่ปรากฏข้อมูลสัตว์น้ำวัยอ่อนประเภทอื่นๆ เช่น ลูกกุ้ง ลูกปลา ลูกหมึก ซึ่งพบได้เป็นปกติทั่วไป

    ดั้งนั้น ที่บอกว่าจะใช้การตัดสินใจบนฐานวิชาการนั้นมันจะถูกต้องได้อย่างไร ในเมื่อข้อมูลวิทยาศาสตร์ มันผิดมาตั้งแต่ต้น จะสร้างหรือไม่สร้างคงเป็นเรื่องของมวลชน และนโยบายของรัฐไปเคลียร์กันเอาเอง แต่อย่ามาบอกว่า “ตัดสินใจบนหลักวิชาการที่ถูกต้อง” รายละเอียดอยู่ใน Comment ตามอ่านกันนะครับ

    ทั้งนี้ ใน Comment มีการระบุว่าสามารถอ่านรายงาน EHIA โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ฉบับเต็มได้จากลิงก์ https://www.egat.co.th/index.php?option=com_content&view=article&id=351&Itemid=218

    นอกจากนี้ นายศักดิ์อนันต์ ปลาทอง อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตไว้ในช่องแสดงความคิดเห็นว่า ประท้วงกันมาตั้งนาน ไม่มีใครเห็นความผิดปกติ และยกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดกันเลย ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เห็นรายงาน 1,643 หน้าแล้ว ก็ไม่มีใครอยากเปิดอ่านแล้ว รายงานแบบนี้เป็นแค่กระบวนการทางพิธีกรรม..ทำเพื่อให้ดูขลัง ให้เป็นผักชีโรยไว้ เพื่อบอกว่าศึกษาแล้ว..


    560000004133303.JPE
    จำนวนชนิดและความชุกชุมของสัตว์หน้าดินก็น้อย
    blank.gif

    ผมสรุปได้ว่า การประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ดูเหมือนจะเป็นเพียงแค่การทำไปอย่างนั้น เพราะไม่มีใครสนใจว่าถูกผิดอย่างไร จะเอามาใช้ในการตัดสินใจอย่างไร เพราะกระบวนการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม แต่ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐ และความต้องการหรือไม่ต้องการของประชาชน

    “ผมไม่ได้อ่านส่วนอื่นๆ ตัวโรงไฟฟ้าจะปล่อยอะไรบ้าง ดูดน้ำไปเท่าไร ผมไม่ได้ตามอ่านครับ ถ้ามีการดูดน้ำไปใช้ การดูดน้ำทะเลไปใช้จะส่งผลเท่าไร ก็ขึ้นกับตัวเลข และบัญชีสัตว์ทะเล ที่เขานำไปใช้คำนวณครับ แต่ถ้าตัวเลขความหลากหลายไม่ถูกต้อง ก็แสดงว่าการประเมินผลกระทบ ทางสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าความเป็นจริงครับ”

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกี่ยวกับประเด็นความไม่โปร่งใสในการจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมในโครงการต่างๆ ทางภาคประชาชนเตรียมจัดกิจกรรมสัมมนาข้อเสนอกระบวนการปฏิรูปกฎหมายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA) (EHIA) จากเครือข่ายประชาชนและวิชาการพื้นที่ภาคใต้

    โดยระบุหลักการ และเหตุผลว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมายิ่งทำให้มีบทสรุปร่วมกันว่ากระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือที่เรียกว่าการทำ EIA และ EHIA ของประเทศมีปัญหาเรื่องมาตรฐาน และการยอมรับของประชาชนในสังคม รวมถึงกลุ่มนักสิ่งแวดล้อมและสุขภาพทั้งหลายว่า กระบวนการดังกล่าวเป็นเพียงตราประทับเพื่อรับรองให้โครงการต่างๆ เดินหน้าก่อสร้าง หรือจัดให้มีโครงการต่างๆ อย่างไม่สนใจข้อเท็จจริงที่ควรจะเป็น


    560000004133304.JPE
    ภาพนี้ ความประหลาด คือ..บอกว่าศึกษาสัตว์น้ำวัยอ่อน แต่ผลการศึกษา มีแต่ลูกปลาวัยอ่อน ลูกกุ้ง ลูกปู ลูกกั้ง ลูกหอย และสารพัดสัตว์น้ำอื่นๆ ทำไมไม่ศึกษา
    blank.gif

    และรวมถึงกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของชุมชน หรือประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการต่างๆ เหล่านั้น ด้วยความพิกลพิการ และการออกแบบในระเบียบกฎหมายที่เป็นอยู่ ถือเป็นข้อจำกัดอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด และได้กลายเป็นขั้นตอนที่จะต้องทำเพียงเพราะกฎหมายบังคับให้ทำเท่านั้น

    ผลปรากฏว่า ความขัดแย้ง ความเห็นต่างที่เกิดขึ้นจากการจะต้องมีโครงการใดๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชนต่างๆ กลับกลายเป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการไม่ยอมรับในเครื่องมือดังกล่าวนี้ และแทนที่เครื่องมือที่เรียกว่ากระบวนการศึกษาผลกระทบด้านต่างๆ จะกลายเป็นช่องทางให้เกิดกระบวนการคิด การออกแบบ และการตัดสินใจที่ยอมรับกันได้ ก็กลับใช้ไม่ได้ตามเจตนารมณ์

    จนหลายปีที่ผ่านมานี้เช่นกัน ที่ภาคประชาชน หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพต่างพร้อมใจกันที่จะให้มีการแก้ไข ปรับปรุงให้กระบวนการดังกล่าวให้เป็นที่ยอมรับร่วมกันมากขึ้น และให้เป็นเครื่องมือที่สามารถนำไปสู่ทางออกของสังคมได้จริง และในโอกาสนี้ก็เป็นอีกความพยายามหนึ่งของภาคประชาชน นักวิชาการ และนักสิ่งแวดล้อมในภาคได้จับมือกันเพื่อรวบรวมความคิด ความเห็น และข้อเสนอที่ควรจะให้มีการปรับปรุงให้กระบวนการดังกล่าวนั้นเป็นไปในทางที่ดียิ่งขึ้น

    โดยกิจกรรมนี้มีเป้าหมายเพื่อให้กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อม ปี 2535 ในการสร้างทางเลือกการพัฒนาที่เหมาะสม ซึ่งตลอดระยะเวลา 20 กว่าปีที่ผ่านมา กระบวนการขั้นตอนของการประเมินผลก่อปัญหาตลอดมาและกลายเป็นเป็นเครื่องมือของความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่กับเจ้าของโครงการทั้งนี้เพราะว่าในโครงสร้างกฎหมายฉบับนี้มีปัญหาทุกกระบวนการ ตั้งแต่ผู้จัดทำ กระบวนการจัดทำ กระบวนการประเมินผล และกระบวนการอนุมัติรายงาน

    เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความเที่ยงธรรมเพื่อการพัฒนาอย่างแท้จริงจึงควรแก้ไขโดยด่วน จึงมีการจัดกิจกรรมสัมมนาเพื่อรับฟังความเห็นข้อเสนอการแก้ไขประกาศกระทรวงว่าด้วยกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และกระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โดยมีการจัดกิจกรรมสัมมนาเดียวกันนี้ให้ครบทั้งภาคใต้ ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง ให้เป็นข้อเสนอร่วมของวงสัมมนาทั้งประเทศ

    โดยข้อเสนอที่ได้จะนำเสนอสู่รัฐบาล โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นกระทรวงที่รับผิดชอบโดยตรงต่อกฎหมายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทั้งนี้ ข้อเสนอร่วมที่ได้นั้นประชาชนจะร่วมกันผลักดันให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ได้รับฟังมาร่วมกันต่อไป

    โดยกระบวนการจะมีการศึกษาข้อมูล และข้อเสนอขององค์กรต่างๆ ที่ได้ศึกษาเรื่องการปฏิรูป อีไอเอ มาแล้วก่อนหน้านี้ และจะมีเวทีการรับฟังข้อเสนอเพื่อการแก้ไขกฎหมายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โดยมีเป้าหมายในการพูดคุย ถกเถียง รับฟังให้ทั่วทุกภาค ทั้งนี้มีสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นฝ่ายวิชาการเพื่อการประมวลสรุปข้อเสนอ

    องค์กรร่วมจัด 1.สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์วิทยาเขตหาดใหญ่ 2.คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ 3.คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ (กป.อพช.ใต้) 4.เครือข่ายประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกระบวนการ EIA EHIA

    เอกสารหลักประกอบการสัมมนา 1.กฎหมายเดิม EIA EHIA 2.ร่างกฎหมาย EIA EHIA ที่ประมวลผลจาก 4 หน่วยสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กรรมการปฏิรูปกฎหมาย สภาปฏิรูปแห่งชาติสภาขับเคลื่อนประเทศ

    กำหนดการกิจกรรมสัมมนา ข้อเสนอกระบวนการปฏิรูปกฎหมายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EIA) (EHIA) จากเครือข่ายประชาชนและวิชาการพื้นที่ภาคใต้ วันที่ 24 เมษายน 2560 ณ พญาบังสาโฮมสเตย์ ต.ควนโพธิ์ อ.เมือง จ.สตูล

    http://manager.co.th/South/ViewNews.aspx?NewsID=9600000039848
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ในขณะที่ยังไม่ชัดเจนว่าถุงบรรจุของเดิมหมดก่อนจะถูกยัดด้วย C4 แต่โชคร้ายที่ตุรกีมีนิสัยในการใช้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเป็นข้ออ้างในการลักลอบขนอาวุธเข้าประเทศซีเรีย

    C-4 เป็น 1 ในระเบิดพสลาติก (Plastic Explosive หรือ Plastique) ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเป็นวัสดุนิ่มคล้ายดินน้ำมันสามารถปั้นเป็นรูปต่างๆได้ด้วยมือ ที่รู้จักกันดีอีกอย่างคือ Semtex

    ระเบิดพลาสติกต่างๆนั้น เหมาะสำหรับการระเบิดทำลายเนื่องจากสามารถปั้นในเข้ากับโครงสร้างที่ต้องการทำลายได้ง่าย นอกจากนี้ยังมีการระเบิดที่รุนแรงและหนักแน่นด้วย ความเร็วสูงมาก อย่างไรก็ดี ไม่เป็นที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เนื่องจากมีราคาแพงกว่าวัสดุระเบิดอื่นๆมาก

    ระเบิดพลาสติกชนิดแรกคือ Gelignite คิดค้นขึ้นโดย Alfred Noble (ผู้ตั้งรางวัล Noble) ในค.ศ.1875 ต่อมาได้รับการพัฒนาในสงครามโลกครั้งที่สองเป็น Noble 808 และถูกใช้กว้างขวางในการจารกรรมทำลายกองทัพนาซี ซึ่งได้พัฒนาสาร RDX ขึ้นมา

    คำว่า RDX ย่อมาจาก Research Development Explosive หรือ Royal Demolition Explosive) ชื่อทางการว่า Cyclotrimethylene-Trinitramine คือวัสดุระเบิดที่ผสมอยู่ใน C-4 โดยผสมกับสิ่งที่เรียกว่า Binder และ Plasticizer เพื่อทำให้ไม่ระเบิดง่ายๆเมื่อถูกความร้อนหรือกระแทก อีกทั้งอ่อนนิ่มจนทำให้สามารถปั้นได้ ในการผลิต C-4 สาร RDX ในรูปผงจะละลายกับน้ำแล้วเติมสาร Binder จนละลายเข้าด้วยกันด้วยน้ำยาผสมการกระตุ้น เมื่อเอามากลั่นปละทำให่น้ำระเหยไปจะได้วัสดุที่มีรูปร่างคล้ายดินน้ำมัน

    C-4 จะระเบิดได้เมื่อมีพลังงานเข้าไปกระตุ้น (kick off) ให้เกิดกระบวนการทางเคมี ถ้าเกิดเอาไม้ขีดไฟไปเผา C-4 มันก็จะเผาไหม้อย่างช้าๆเหมือนไฟติดดินน้ำมัน หรือแม้แต่เอาปืนไปยัง C-4 ก็ไม่ระเบิด มันจะระเบิดต่อเมื่อมีตัวจุด (detonator) ซึ่งใช้กระแสไฟฟ้า

    เมื่อ C-4 ระเบิดนั้น จะเกิดการเผาไหม้อย่างรุนแรง ปล่อยก๊าซหลายอย่างออกในทุกทิศทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ไนโตรเจน เป็นระเบิดชนิดที่วิ่งหนีไม่ทันแบบพระเอกในภาพยนตร์

    C-4 ในปริมาณต่ำกว่า 1 ปอนด์สามารถฆ่าคนหลายคนได้สบายๆ รถบรรทุกทั้งคันพังทลายได้ด้วย C-4 หนักครึ่งกิโลกรัม เหล็กคานขนาด 8×8 นิ้วหักได้ด้วยแรงระเบิดของ C-4 หนัก 3.6-4.5 กิโลกรัม C-4 มีแรงระเบิดที่เร็วถึง 8,040 เมตร/วินาที หรือ 28900 กิโลเมตร/ชั่วโมง

    C-4 ยังมีคู่แฝดชาวอังกฤษชื่อ PE-4 ซี่งลักษณะของการระเบิดคล้ายคลึงกันมากนอกจากนั้นยังมีพี่น้องชาวอิตาเลียนคลานตามกันมาอีกคนชื่อ T-4 ซึ่งมีผลทะลุทะลวงที่คล้ายคลึงกัน

    C-4 เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกเพราะนิยมในหมู่เจ้าหน้าที่ CIA หรือผู้ก่อการร้าย เนื่องจากความเสถียรและความปลอดภัยในการพกพา แอบซ่อน (ตราบที่อยุ่ห่างตัวจุดระเบิดด้วยไฟฟ้าซี่งปกติใช้เสียบเข้าไปในก้อนดินน้ำมันอันตรายนี้

    ขอบคุณ วีรกร ตรีเศศ
    http://mrvop.wordpress.com/2010/04/25/c4/
    จากคุณ : arakball FriendFlock Bloggang
    เขียนเมื่อ : 6 ธ.ค. 53 21:37:02

    http://russia-insider.com/en/syrian-army-finds-turkish-flour-bags-full-c4/ri19667
    .
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    เวเนฯชี้ประเทศเหมือนอยู่ในภาวะสงคราม
    750x422_751422_1492843207.jpg
    22 เมษายน 2560

    รัฐบาลเวเนซุเอลา กล่าวหาฝ่ายค้าน ทำให้ประเทศเหมือนตกอยู่ในภาวะสงคราม หลังประท้วงใหญ่ทั่วประเทศบานปลาย กลายเป็นจลาจลและเกิดการปล้นสะดมไปทั่วเมืองหลวง

    รัฐบาลเวเนซุเอลา ยืนยันว่า มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 12 คน และบาดเจ็บ 6 คน ในเหตุปล้นสะดมในกรุงคาราคัส เมืองหลวงของเวเนซุเอลา ในจำนวนนี้ เสียชีวิตจากการถูกไฟฟ้าช็อต ระหว่างบุกปล้นสะดมร้านเบเกอรี่ในชุมชนเอล วาลล์ 8คน เนื่องจากร้านดังกล่าวติดรั้วไฟฟ้ารอบร้าน

    ขณะที่ยอดรวมผู้เสียชีวิต ระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาล ที่เกิดขึ้นตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 20 คน มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และมีผู้ถูกจับกุมตัวไปหลายร้อยคน

    ทั้งนี้ เจ้าของร้านที่ถูกปล้นสะดม กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในกรุงคาราคัสตอนนี้เหมือนกำลังเกิดสงคราม

    ขณะที่ฝ่ายค้านเวเนซุเอลา กล่าวหาว่า กองกำลังของรัฐบาลยิงแก๊สน้ำตาใส่โรงพยาบาลแม่และเด็ก ในระหว่างการประท้วง พร้อมทั้งประกาศว่าจะไม่ยุติการประท้วง และยืนยันให้ประธานาธิบดีนิโคลาส มาดูโรลาลาออก และจัดการเลือกตั้งใหม่ในปีนี้ พร้อมกับเรียกร้องให้ประชาชนสวมชุดขาวออกมาเดินขบวนอย่างสงบในวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่่น ทั้งในกรุงคาราคัสและตามเมืองต่างๆทั่วประเทศ เพื่อรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากการประท้วงตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา

    http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/751422
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    หลักฐานพันธมิตรนำโดยสหรัฐโจมตีทางอากาศในพื้นที่จังหวัด Deir ez-Zor ของซีเรียใกล้ชายแดนอิรัค อ้างว่าเพื่อกำจัดไอซิส แต่พลเรือน 23 คน ซึ่งรวมทั้งเด็กๆด้วยเสียชีวิตจากการสังหารโหดเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2560 ใครกันแน่ที่ควรถูกตำหนิและดำเนินคดีในข้อหา "ก่ออาชญากรรมสงคราม" สื่อกระแสหลักเงียบกริ๊บ!
    ----------------

    .
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    นี่คือโฉมหน้าของพวกผู้ก่อการร้ายตัวจริงภายใต้หน้ากาก "กบฏสายกลางซีเรีย" ( FSA) สหรัฐและอียูอยากจะรับไปเลี้ยงดูในประเทศของตนเองบ้างไหม? เมื่อพวกนี้จับทหารฝ่ายรัฐบาลซีเรียได้ พวกมันจะทรมานอย่างโหดร้ายและก็ฆ่าทิ้งหมด แต่พอทหารฝ่ายรัฐบาลซีเรียจับตัวพวกนี้ได้ กลับนำไปขังคุก ต่อมาพวกมันก็นำเอาชาวบ้านรวมทั้งเด็กๆและผู้หญิงที่พวกมันจับตัวไว้และลักพาตัวไปเป็นตัวประกัน มาเป็นข้อต่อรองแลกเปลี่ยนเชลยกับฝ่ายรัฐบาลซีเรีย ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่หลงคำโฆษณาชวนเชื่อของเดนมนุษย์เหล่านี้ว่าพวกมันเป็นคนดี ทำเพื่อศาสนาอิสลามและพระเจ้า (21 เม.ย.60)
    -------------

    .
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    South Front อัพเดทสถานการณ์การสู้รบในซีเรีย (สีแดงแทนพื้นที่ของทหารฝ่ายรัฐบาลซีเรีย สีเขียวแทนพื้นที่ของพวกกบฏและผู้ก่อการร้ายหลายกลุ่ม สีดำแทนพื้นที่ของพวกไอซิส) 22 เม.ย.60
    ----------------

    .
     
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    FB_IMG_1492881474885.jpg FB_IMG_1492881487761.jpg FB_IMG_1492881491961.jpg ปอกเปลือก ทรราช
    หลังจากถูกสหรัฐตัดหน้าขายอาวุธให้กับเคิร์ดเพชเมอร์กาในอิรัค เยอรมันบอกว่าจะไม่ส่งอาวุธใหม่ให้กับเคิร์ดเพชเมอร์กา
    -----------

    วันที่ 22 เม.ย.60 AMN รายงานว่า นาย Sigmar Gabriel รัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศเยอรมันได้เดินทางไปเยี่ยมภูมิภาคของชาวเคิร์ด (ในอิรัค) เมื่อวันพฤหัสบดี และกล่าวว่ารัฐบาลเยอรมันจะไม่ส่งอาวุธใหม่ให้กับกองกำลังชาวเคิร์ด Peshmerga อ้างข่าวจาก ARA News

    ARA News รายงานว่า อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้ทหารเยอรมันจำนวน 150 นายกยังคงฝึกกำลังพลให้กับทหารเคิร์ดในอิรัคต่อไป ตั้งแต่เดือนกันยายน 2014 เป็นต้นมา ตามรายงานระบุว่าเยอรมันได้ส่งอาวุธต่างๆไปให้กองกำลังชาวเคิร์ดแล้วถึง 2,000 ตัน มากกว่า 30 ชิปเม้นท์

    นอกจากนี้แล้ว นาย Gabriel ยังเน้นย้ำว่าแผนการของประธานาธิบดี Masoud Barzani ของเขตปกครองตนเองชาวเคิร์ดที่จะจัดให้มีการทำประชามติเพื่อประกาศเอกราชจากอิรัคนั้น "เป็นกิจการภายในของอิรัค" (internal Iraqi affair) [แปลว่าอะไร? ก็แปลว่า เดินหน้าเต็มที่เลยน้องรัก พี่จะสนับสนุนอย่างลับๆให้เอง นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวแสบที่คอยยุยงปลุกปั่นให้อิรัคเกิดความแตกแยก - ผู้แปล]

    ในสัปดาห์นี้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐได้อนุมัติความเป็นไปได้ในการขายอาวุธสงครามลอตใหญ่ให้กับกองกำลังชาวเคิร์ด Peshmerga ซึ่งมีมูลค่าถึง $295.6 ล้าน (ข่าวนี้รายงานแล้วเมื่อวันก่อน)

    [เยอรมันได้อะไรจากการสนับสนุนด้านอาวุธให้กับเคิร์ด Peshmerga ในอิรัค? คำตอบง่ายๆก็คือ "น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ" ราคาถูกๆ ของฟรีไม่มีในโลกครับ รัฐบาลอิรัคมีปัญญาขวางพวกแก๊งนาโต้เหล่านี้ไหม? ไม่มีทาง! ยังไงซะอิรัคก็จะต้องถูกหั่นแผ่นดินอยู่วันยังค่ำ พวกนี้ต้องการจะทำให้ซีเรียเป็นแบบเดียวกันนี้ด้วย ป้ายต่อไปน่าจะเป็นตุรกี แต่งานนี้ก็คงต้องงัดกับแอร์โดกันก่อน นาโต้กัดกันเองสนุกดีครับ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    22/04/2560
    ------------
    http://aranews.net/2017/04/germany-will-not-send-new-weapons-kurdish-peshmerga-forces/
    https://www.almasdarnews.com/article/kurdish-peshmerga-will-not-receive-new-weapons-germany/
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    สื่อตะวันตกและ CNN ประโคมข่าวว่าไม่ต้องกลัว เกาหลีเหนือเอาขีปนาวุธปลอมมาแห่ในขบวนสวนสนามของกองทัพในกรุงเปียงยาง แต่ทรัมป์ส่งกลับสั่งให้กองเรืออาร์มาดาไปคาบสมุทรเกาหลี ฮิ้วววว สหรัฐเรียกร้องให้จีนกดดันเกาหลีเหนือและทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์
    -----------

    ในงานวัน Day of The Sun ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือจัดขึ้นเนื่องในวันครบรอบวันเกิดปีที่ 105 ของอดีตประธานาธิบดี Kim Il Sung ผู้นำคนแรกของเกาหลีเหนือนั้น ทางกองทัพเกาหลีเหนือได้ขนอาวุธยุทโธปกรณ์นานาชนิดรวมทั้งขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ และระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-200 ของค่ายรัสเซียด้วย เข้าร่วมขบวนพาเหรดในกรุงเปียงยางอวดสายตานักข่าวต่างชาติราว 200 กว่าคนด้วย เพื่อแสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพทางทหารของกองทัพเกาหลีเหนือ

    สื่อตะวันตกหลายสำนักรวมทั้ง CNN บอกว่า นั่นมัน "ขีปนาวุธปลอม" (fake missiles) หมายถึง S-200 ของเกาหลีเหนือ ปัจจุบันนี้เกาหลีเหนือมีระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-200 ประมาณ 40 หน่วย เป็นของเก่ายุคโซเวียตมีใช้ในหลายประเทศทั่วโลก แม้ว่าสื่อฝั่งตะวันตกจะบอกว่าเกาหลีเหนือมีขีปนาวุธปลอม แต่ทรัมป์ก็สั่งให้กองเรือรบอาร์มาดานำโดยเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson ของสหรัฐมุ่งหน้าไปยังคาบสมุทรเกาหลี เพื่อยับยั้งขีปนาวุธปลอมของคิมน้อยมั๊ง?

    วันที่ 22 เม.ย.60 RT พาดหัวข่าวว่า "คาบสมุทรเกาหลีที่มีสันติภาพและปลอดนิวเคลียร์อาจจะเป็นไปได้ด้วยการกดดันจากจีน - รองปธน.เพนซ์ของสหรัฐกล่าว" (Peaceful & nuke-free Korean peninsula possible with China’s pressure – Pence)

    มันเป็นไปได้สำหรับคาบสมุทรเกาหลีที่จะปลอดอาวุธนิวเคลียร์ (nuclear-free) และสำหรับความตึงเครียดในปัจจุบันนี้ทำจะยุติลงอย่างสันติ หากจีนออกแรงกดดันฝ่ายเหนือ ร่วมกับเหล่าพันธมิตรของสหรัฐในภูมิภาค นายไม่เป็น (Mike Pence) รองประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว

    [จีนนั่งหัวเราะ ลูกไม้ตื้นๆว่ะ... การบอกให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็เหมือนกับการบอกให้จิ๋นซีฮ่องเต้ทุบทำลายกำแพงเมืองจีนนั่นแหละครับ ถ้าจีนบอกว่าทั่วโลกจะเกิดสันติภาพในทันทีหากสหรัฐกลายเป็นประเทศที่ปลอดอาวุธนิวเคลียร์ สหรัฐจะยอมทำตามไหม?

    และถ้าจีนบอกอีกว่าไม่มีปัญหา แต่มีข้อแม้ว่าสหรัฐจะต้องถอนทหารและกองทัพทั้งหมดของตนเองออกไปจากเกาหลีใต้และลงนามยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ จีนก็จะช่วยกล่อมให้เกาหลีเหนือยุติโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ให้ สหรัฐจะยอมทำตามเงื่อนไขนี้ไหมหละ? ไม่มีทาง

    อัฟกานิสถาน อิรัค ลิเบีย ซีเรีย และเยเมน มีอาวุธนิวเคลียร์ไหมครับ? ไม่มี! สภาพปัจจุบันของประเทศเหล่านั้นเป็นอย่างไร? เละ! เพราะว่าสหรัฐและสมุนยกกองทัพไปถล่มประเทศเหล่านั้น แต่สหรัฐกล้าทำแบบนั้นกับเกาหลีเหนือไหม? ยังไม่กล้า! เพราะอะไร? เพราะว่าคิมน้อยมี "เครื่องมือแห่งสันติภาพ" ไว้ในครอบครองไงครับ - ผู้แปล]

    "พวกเราเชื่อจริงๆว่า เหล่าพันธมิตรของพวกเราในภูมิภาคนี้และจีนจะเพิ่มแรงกดดัน มีโอกาสที่พวกเราจะบรรลุวัตถุประสงค์ครั้งประวัติศาสตร์เกี่ยวกับคาบสมุทรเกาหลีที่ปราศจากอาวุธนิวเคลียร์โดยสันติวิธี" นายไมค์ เพนซ์ กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับนาย Malcolm Turnbull นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลียในประเทศซิดนี่ (เรียกตามอดีตนายกหญิงคนหนึ่งของไทย) สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงาน

    [เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพจนี้ได้แปลข่าวจากสื่อรัสเซียให้ได้อ่านกันแล้ว ที่ผ่านมา แม้ว่าเกาหลีเหนือจะไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ไว้ในครอบครอง แต่เหล่าผู้นำและนักการเมืองของสหรัฐก็ยังข่มขู่คุกคามอยู่ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าจะถล่มเกาหลีเหนือด้วยอาวุธนิวเคลียร์ของตนเอง

    และเมื่อวานนี้ประธานาธิบดีบัชชาร์ อัลอัสซาดก็พูดไว้อย่างชัดเจนว่า พวกอเมริกันเชื่อถือไม่ได้ พวกเขาไม่รักษาคำพูดและคำสัญญาที่ได้ให้ไว้ พวกเขาพูดอย่างและทำอีกอย่างที่ตรงกันข้ามเสมอ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    22/04/2560
    ------------
    https://www.rt.com/usa/385672-us-korea-china-peace/
    http://edition.cnn.com/2017/04/20/asia/south-korea-worries-donald-trump-uss-carl-vinson/index.html
    http://www.abc.net.au/news/2017-04-17/do-not-be-fooled-by-fake-nk-missiles/8447716
    http://www.news.com.au/world/asia/k...m/news-story/002b72a9cd5d4db5bec31262cf17119b
    https://www.thesun.co.uk/news/33432...-and-north-korea-is-trying-to-fool-the-world/ FB_IMG_1492881864139.jpg FB_IMG_1492881898114.jpg FB_IMG_1492881903391.jpg
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    รอยยิ้มและน้ำตาแห่งความดีใจของชาวบ้านที่รอดพ้นจากความตายในการดักซุ่มโจมตีระหว่างทางโดยพวกกบฏซีเรียหลังอพยพออกจากจังหวัดอิดลิบมาถึงค่ายผู้ลี้ภัยที่จังหวัดอะเลปโปได้อย่างปลอดภัย
    -----------

    วันที่ 21 เมษายน 2560 RT รายงานว่าขบวนรถบัสจำนวน 30 คันที่โดยสารประชาชนชาวซีเรียเกือบ 3,000 คนจากหมู่บ้าน Fu'ah และ Kefraya ในพื้นที่จังหวัด Idlib ทางเหนือของซีเรียซึ่งถูกปิดล้อมและจับเป็นตัวประกันโดยพวกผู้ก่อการร้ายในนาม "กบฏสายกลางซีเรีย" (กองกำลัง FSA) ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐและพรรคพวก ได้เดินทางมาถึงค่ายผู้ลี้ภัยในจังหวัด Aleppo โดยปลอดภัยซึ่งอยู่ในการดูแลคุ้มครองโดยทหารฝ่ายรัฐบาลซีเรียและรัสเซีย

    นักข่าวสัมภาษณ์ประชาชนเหล่านั้นซึ่งกล่าวว่า "ฉันไม่รู้ว่าจะพูดอะไร...ฉันไม่รู้จะพูดอะไร ฉันขอให้พระเจ้าพาพวกเรากลับไปบ้านของพวกเรา ขอให้พระเจ้าช่วยปกป้องท่านประธานาธิบดีบัชชาร์ อัลอัสซาดด้วย" ชาวบ้านยกย่องหน่วยงานกาชาดที่ช่วยดูแลพวกเขาเป็นอย่างดีในการเดินทางตลอดเวลา 4 วันจนมาถึงอะเลปโป

    "แน่นอนมันยากที่ละทิ้งบ้านเรือนตนเองออกมา แต่พวกเราก็จำเป็นต้องทำ พวกเรากลายเป็นคนแปลกหน้าในบ้านของพวกเราเอง ซึ่งล้อมรอบไปด้วยพวกผู้ก่อการร้าย มันเป็นทางเลือกที่ยากมาก แต่พวกเราก็ไม่มีทางเลือกอื่น"

    ชาวบ้านเหล่านี้เป็นชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ อยู่ในหมู่บ้าน Fu'ah และ Kefraya จังหวัดอิดลิบ ก่อนที่พวกกบฏและผู้ก่อการร้ายจะเข้าไปยึดครอง การอพยพในครั้งนี้เกิดจากการทำข้อตกลงระหว่างพวกกบฏ+ผู้ก่อการร้าย กับฝ่ายรัฐบาลซีเรียโดยพวกผู้ก่อการร้ายจะยอมให้มีการอพยพประชาชนพลเรือนเหล่านี้ออกจากพื้นที่อันตรายในเขตยึดครองของพวกผู้ก่อการร้ายและพวกกบฏได้ แลกกับให้ฝ่ายรัฐบาลซีเรียปล่อยตัวพวกสมาชิกผู้ก่อการร้ายที่ถูกทหารฝ่ายรัฐบาลจับตัวขังคุกไว้ก่อนหน้านี้

    ในระหว่างการเดินทางจากอิดลิบมายังอะเลปโปนั้น พวกกบฏและผู้ก่อการร้ายได้ทำการลอบโจมตีขบวนรถผู้อพยพเหล่านี้ด้วยระเบิดฆ่าตัวตายและคาร์บอมบ์ โดยใช้ลูกไม้สกปรกด้วยการนำขนม เศษตังค์ไปแจกจ่ายให้เด็กๆไปแย่งกันในขณะที่ขบวนรถผู้อพยพกับหยุดพักระหว่างทาง จากนั้นก็กดระเบิดใส่กลุ่มเด็กๆและขบวนรถผู้อพยพ มีผู้เสียชีวิตเกือบร้อยคน สหรัฐ อียู ยูเอ็นไม่กล้าชี้ชัดว่าเป็นฝีมือของใคร ยูเอ็นทำเพียง "ขอประณาม" การก่อเหตุในครั้งนี้ เพราะรู้ว่าเป็นฝีมือของลูกน้องตนเอง

    หลังจากเกิดเหตุได้ไม่นาน ไฟยังลุกทั่วรถผู้อพยพอยู่เลย แก๊งหัวปิงปอง (White Helmets) ก็เข้าไปถึงพื้นที่โดยรวดเร็วมา ยังกับรู้ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนและเมื่อไร ก็ตามคอนเซ็ปเดิมๆ นักกิจกรรมบางคนอ้างว่าเห็นภาพในเหตุการณ์แล้วทำใจไม่ได้ จึงต้องเสี่ยงชีวิตและวางกล้องลงและรีบวิ่งไปอุ้มเด็กที่ได้รับบาดเจ็บออกจากสถานที่เกิดเหตุ โดยมีตากล้องอีกคนทำหน้าที่กดชัดเตอร์ให้ จากนั้นก็ส่งไปตามโซเชียลมีเดียและสื่อตะวันตก และได้รับคำชมเชยอีกครั้ง


    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    21/04/2560
    ------------
    https://www.almasdarnews.com/article/video-30-buses-arrive-aleppo-fua-kefraya/

    .
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    วันที่ 21 เมษายน 2560 ประธานาธิบดีโรดิโก ดูเตอร์เต้ แห่งฟิลิปปินส์ไปเยี่ยมเรือรบครูสเซอร์ Varyag ของรัสเซียซึ่งเดินทางไปเยือนกรุงมะนิลา ผู้นำฟิลิปปินสืกล่าวว่า "ชาวรัสเซียอยู่กับผม ผมจะไม่กลัว" (The Russians are with me, I shall not be afraid.)
    ----------

    http://www.thestar.com.my/news/regional/2017/04/22/philippines-duterte-tours-russian-warship/
    http://thediplomat.com/2017/04/russ...ilippines-put-military-ties-in-the-spotlight/
    .
     
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    วันพุธที่10 พฤษภาคม 2560 เแ็นวันสิสาขบูชาและถ้าบทความข้างฃ่างถูก ในวันวิสาขบูชาแีนี้ก็ครบ2500 ปีเป็นช่วงเริ่มต้นชองยุคหลังกึ่งพุทธกาล และที่หมอดูดังฉายา ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า ทำนายสงครามโลกครั้งที่ 3 จะอุบัติขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 - 13 ตุลาคม2560 โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้ง ก็อยู่ในช่วงที่น่าจะเกิดและยังจากฟากฟ้าในวันที่ 23 กันยายน 2017 สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ตรวจสอบย้อนหลังไป 6,200 ปี และ 1200 ปีในอนาคตพบว่ามีเพียงปี 2017 เท่านั้นที่พบปรากฏการณ์นี้ คือ23 กันยายน 2017: เป็นหญิงที่คลอดบุตร จุดเริ่มต้นของความดับทุกข์ 1,260 วัน ก่อนที่จะเข้าไปสู่ปีจอและกุน... ก่อนที่จะ 1,260 วัน ก็ได้มีสัญญาณจากฟ้าสวรรค์..คือการปรากฏเป็นสัญญาณในท้องฟ้าซึ่งเป็นการจัดแนวของดาวเคราะห์ที่มีการพูดถึงในหลายคำที่เกี่ยวข้อง ..
    หลายคนบอกว่านี่มันเป็นการเข้าสู่ช่วงเวลาในทำนายวิวรณ์ 12 ซึ่งในทำนายที่กางไว้ว่า : มีหมายสำคัญอันอัศจรรย์และยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้นในสวรรค์ หญิงคนหนึ่งมีดวงอาทิตย์เป็นอาภรณ์ ดวงจันทร์อยู่ใต้เท้า และดาวสิบสองดวงเป็นมงกุฎบนศีรษะ หญิงนั้นตั้งครรภ์และร้องด้วยความเจ็บปวดเพราะจวนจะคลอด.. หลังจากนั้น หญิงนั้นคลอดบุตรชายและถูกฉวยออกมาและนำขึ้นไปเข้าเฝ้าพระเจ้า ส่วนหญิงนั้นหนีไปยังถิ่นกันดารสู่ที่พำนักซึ่งพระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับนาง ที่นั่นนางจะได้รับการเลี้ยงดูเป็นเวลา 1,260 วัน ...1,260 วัน?! ...

    ?temp_hash=526ba8fe052eb07ee82532382caa1563.jpg

    ในวิวรณ์ หรือ Revelation 13:5 สัตว์ร้ายนั้นได้รับอนุญาตให้กล่าวถ้อยคำยโสโอหังและหมิ่นประมาทพระเจ้า มันได้รับอนุญาตให้ใช้อำนาจของมันเป็นเวลา 42 เดือน ( 3 ปีครึ่ง) ..

    "เขาทั้งหลายจะเหยียบย่ำนครศักดิ์สิทธิ์เป็นเวลา 42 เดือน เราจะมอบฤทธิ์อำนาจให้แก่พยานทั้งสองของเรา พวกเขาจะนุ่งห่มผ้ากระสอบและเผยพระวจนะเป็นเวลา 1,260 วัน"..


    บทความ#1
    #จากคอลัมน์ "คัมภีร์จากแผ่นดิน"

    หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ที่ 57 ฉบับที่ 17638 วันอาทิตย์ ที่ 7 พฤษภาคม 2549

    ว่าด้วยเรื่อง พ.ศ.ผิด 60 ปี ตามเนื้อความว่าดังนี้

    "การนับพุทธศักราช...เริ่มนับกันตั้งแต่ปีที่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน แต่กระนั้น ตัวเลขพุทธศักราช...ของบางประเทศ ก็ไม่ตรงกัน เหตุเพราะมีคติการนับที่ไม่เหมือนกัน

    ตัวอย่างใกล้ตัว...ประเทศลังกา และพม่า ใช้หลัก เลข 544 บวกกับเลข ค.ศ. เป็นพุทธศักราช แต่ประเทศไทย...ใช้หลัก เลข 543 บวกกับเลข ค.ศ. เป็นพุทธศักราช

    เพราะฉะนั้น พ.ศ.ของลังกา และพม่า จึงเร็วกว่าของไทยอยู่หนึ่งปี

    ก็เป็นอันว่า เมื่อไทยนับว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 2499 ปี ลังกา พม่า ก็จะเป็น 2500 ปี

    เหตุที่เป็นเช่นนี้ ศาสตราจารย์ประเสริฐ ณ นคร อธิบายไว้ในหนังสือ ประวัติศาสตร์ เบ็ดเตล็ด ศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ สำนักพิมพ์มติชน...ว่า

    เพราะพวกหนึ่ง นิยมนับปีย่าง...อีกพวกนับปีเต็ม

    ตัวอย่าง นาย ค. อายุ 29 ปี 3 เดือน พวกที่นับเต็ม ก็จะนับว่า อายุ 29 ปีเต็ม พวกที่นับปีย่าง ก็จะนับว่า อายุ 30 ปีย่าง

    เพราะความนิยมนับต่างกันแบบนี้ อาจารย์ประเสริฐ ท่านพบว่า ตัวเลข พระพุทธศักราช จึงเกินความจริงไป 1 รอบ หรือหกสิบปี

    อาจารย์สันนิษฐานว่า อินเดียไม่ได้ใช้ พ.ศ.ติดต่อกันมาตั้งแต่พระพุทธเจ้าปรินิพพาน ใช้การนับเป็นรอบ รอบละ 60 ปีเรื่อยมา

    จนมาเริ่มใช้ พ.ศ. ก็จะคำนวณกันว่า พระ พุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้วกี่รอบ และเศษอีกกี่ปี

    แต่เพราะวิธีนับรอบ ต่างกันเป็นสองพวก พวกหนึ่งนับรอบแบบอดีตล่วงไปแล้ว เช่น พ.ศ.80 ก็เรียกว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว 1 รอบ กับ 20 ปี

    แต่อีกพวก นับรอบใหม่ที่ย่างเข้า...เช่น พ.ศ.80 ก็ถือว่าเป็นปีที่ 20 ในรอบที่สอง

    เมื่อพวกหนึ่ง...ได้ยินว่า พระพุทธเจ้าปรินิพพานไปแล้ว รอบที่สอง ปีที่ 20 ก็เข้าใจว่า ล่วงไปแล้วสองรอบ กับอีก 20 ปี

    จึงเรียกว่า พ.ศ.140 ผิดความจริงไปรอบหนึ่ง

    ศาสตราจารย์ประเสริฐ บอกว่า การเรียก พ.ศ.ผิดนี้ เริ่มตั้งแต่สมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ตามชินกาลมาลีปกรณ์ ระบุว่า พระเจ้าอโศกเสวยราชย์ ระหว่าง พ.ศ.214-255

    ที่ทราบว่าผิดความจริง ก็เพราะพระองค์ส่งสมณทูตไปตามเมืองต่างๆ (กระทั่งสุวรรณภูมิ) เมืองเหล่านี้มีศักราชจดไว้แน่นอน เทียบศักราชดูแล้ว พบว่า นับ พ.ศ.มากเกินไป 1 รอบ คือ 60 ปี

    แต่จะเปลี่ยนแก้ว่าปีนี้ สมมติ พ.ศ. 2539 ควรจะเปลี่ยนเป็น พ.ศ.2479 ก็ทำไม่ได้ เพราะเหตุการณ์ที่จดไว้เมื่อ 60 ที่แล้ว ก็จดว่า พ.ศ.2479 ไปแล้วครั้งหนึ่ง."


    ตกลงมันผิดไปรอบหนึ่งจริงหรือเปล่าครับผม แล้วมีผลต่อตำรามากน้อยแค่ไหนครับนี่

    #จากคุณ Hotacunus


    เรื่อง พ.ศ. คลาดเคลื่อนนี้ เคยมีการประชุมนานาชาติกันมาแล้วครับ และมีกันเป็นสิบมติเลย

    การสรุปหามตินั้น ได้อาศัยเอกสารต่างๆ ตั้งแต่การเปรียบเทียบปีที่พระเจ้าอเล็กซานเดอร์เข้ามาทำสงคราม นับมาเรื่อยๆ จนถึงสมัยของพระเจ้าจันทรคุปต์ และเรื่อยๆ มาจนถึงสมัยพุทธกาล ที่ตรงกับรัชสมัยของพระเจ้าอชาติศัตรู และรุ่นต่อๆ มาจนถึงรัชสมัยของพระเจ้าอโศก หรือ อีกสายก็อาศัยเอกสารจีน เป็นเกณฑ์

    ส่วนเนื้อหานั้นยอมรับครับว่าจำไม่ได้แล้ว อ่านมาสี่ ถึงห้าปีได้แล้วครับ เสียดาย อ่านกระทู้นี้ช้าไป เพราะหนังสือไม่ได้อยู่ใกล้มือแล้ว

    ถ้าท่านใดพบหนังสือชื่อ
    ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนา โดย อาจารย์ เสถียร โพธินันทะ ก็ช่วยลองค้นมาพิมพ์ก็จะเป็นพระคุณครับ

    อ.เสถียร ได้สรุปมติต่างๆ ไว้อย่างน่าสนใจ มีทั้งที่มากกว่า พ.ศ.ที่เราใช้ และน้อยกว่า

    ถ้าจำไม่ผิด มีมติหนึ่งว่าไว้ว่า ๘๐ ปี ก็มีครับ

    ส่วนเรื่อง ทำไมต้องรอบ ๖๐ ปี ก็จะขอขยายความสำหรับท่านที่ยังไม่ทราบนะครับ เลข ๖๐ ปีนี้ เป็นการนับปีแบบอินเดียโบราณ และจีน เรียกกันว่า "พฤหัสบดีจักร" หมายถึง การนับปี โดยอ้างอิงรอบการเดินทางของดาวพฤหัสบดี รอบดวงอาทิตย์

    ดาวพฤหัสบดี เดินทางรอบดวงอาทิตย์จะใช้เวลาประมาณ ๑๒ ปี (คือ โลกเราใช้เวลา ๑ ปี แต่ดาวพฤหัสบดีใช้เวลา ๑๒ ปี)

    แล้วทำไมต้อง ๖๐ ปี ไม่นับแค่สิบสองปี เหตุที่ต้องนับ การโคจรของดาวพฤหัสบดี ถึง ๕ รอบ (๑๒ x ๕ = ๖๐) นั่นก็เพราะว่า การนับปีแบบพฤหัสบดีจักรนี้ เกี่ยวข้องกับ ปี ๑๒ นักษัตร กับ การลงตัวเลขศักราช คือ เลข ๑ ถึง ๑๐ ครับ การนับแบบนี้ เป็นการนับปีของจีนด้วยเช่นกัน ไทล้านนาของเราก็ใช้ เช่น ปีกดไจ๊ เป็นต้น ชื่อปีของล้านนาโบราณ ก็ยืมมาจากจีนครับ

    การเข้าชื่อปีของจีน และล้านนา จะนับเอาปีนักษัตรขึ้นก่อน แล้วตามด้วยเลข ศักราช โดยชื่อของแต่ละปีจะไม่ซ้ำกันเลย ตามหลักการ มีดังนี้ (ขอแปลชื่อปีเป็นแบบไทอยุธยาเข้าใจง่ายกว่าครับ) จะเริ่มนับปีแรกว่า ชวดเอกศก ก็ตรงกับ ศักราช ๑, ฉลูโทศก ก็ตรงกับศักราช ๒ ก็นับกันไปเรื่อยๆ พอถึง ระกา ก็จะเป็น ระกาสัมฤทธิ์ศก (คือ ปีที่สิบ เป็นระกา) ก็จะเริ่มนับเลขศักราช วนมาที่ เอกศก ใหม่ ดังนั้น ปีถัดไปก็จะนับว่า จอเอกศก และ ต่อไปเป็น กุนโทศก

    เมื่อถึงปี กุน ซึ่งเป็นปีที่ ๑๒ แล้ว ก็จะเริ่มนับปีนักษัตรใหม่ที่ชวดอีกครั้ง แต่เลขศักราชก็ยังคงนับต่อไปจาก กุนโทศก ดังนั้น ปีต่อมาจึงเป็น ชวดตรีศก

    ก็นับเหลื่อมกันไปเรื่อยๆ ครับ นับไปจนกว่าจะมีชื่อซ้ำก็หยุด ปรากฏว่า ได้ ๖๐ ปีพอดี

    อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติแล้ว บางศักราช จะมีชื่อปีต่างไปบ้าง คือ ขึ้นอยู่กับว่า จะเริ่มนับ ศักราชที่หนึ่ง ตรงกับปีนักษัตรอะไร เช่น จุลศักราช นับเอา ปีกุนเป็น จุลศักราชที่ ๑ ดังนั้น จึงชื่อว่า กุนเอกศก ปีต่อมาก็เป็น ชวดโทศก ก็จะนับไล่เลขไล่ปีกันไปตามนี้ครับ

    สำหรับชื่อปีทั้ง ๖๐ ปี ของอินเดียนั้น แต่ละปีนี้ จะมีชื่อเฉพาะครับ เคยจดไว้ ไว้หาเจอแล้วจะมาโพสแล้วกันครับ (คงอีกเป็นปี อิอิ) ช่วงนี้ใครทราบก็ขอเชิญนะครับ จะได้เป็นวิทยาทานร่วมกัน


    http://www.reurnthai.com/index.php?topic=1846.0

    บทความ#2
    หมอดูดังผุดคำทำนาย สงครามโลกครั้งที่ 3 จะเกิดขึ้นในวันที่ 13 พ.ค.

    หมอดูดัง ฉายา ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า ทำนายสงครามโลกครั้งที่ 3 จะอุบัติขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 โดยมีสหรัฐฯ เป็นผู้จุดชนวนความขัดแย้ง

    ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-เกาหลีเหนือ ตลอดจนความตึงเครียดจากการที่สหรัฐฯ ระดมยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์กโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรีย เพื่อตอบโต้กรณีรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีสังหารพลเรือน ก่อให้เกิดความหวั่นใจว่าเรื่องราวจะบานปลายจนนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 หรือไม่
    ขณะที่ล่าสุด (19 เมษายน 2560) เว็บไซต์มิเรอร์ รายงานว่า โฮเรซิโอ้ วิลเลกาส หมอดูคนดังซึ่งได้รับฉายา ผู้ส่งสารแห่งพระเจ้า ก็ได้ออกมาเผยคำทำนายว่า จะเกิดสงครามนิวเคลียร์ขึ้น ในวันครบรอบ 100 ปี การมาเยือนของแม่พระแห่งฟาติมา ซึ่งตรงกับวันที่ 13 พฤษภาคม 2560 โดยความขัดแย้งระดับโลกนี้จะดึงเอาสหรัฐฯ รัสเซีย เกาหลีเหนือ และจีน เข้ามาร่วมวงด้วย ก่อนที่สงครามจะสิ้นสุดในวันครบรอบ 100 ปี การมาเยือนครั้งสุดท้ายของแม่พระแห่งฟาติมา ซึ่งตรงกับวันที่ 13 ตุลาคม 2560

    ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2559 เขาได้เคยทำนายไว้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีคนดัง จะสามารถชนะการเลือกตั้งขึ้นเป็นผู้นำสูงสุดของสหรัฐฯ รวมทั้งทำนายเรื่องที่ทรัมป์จะเป็นผู้สั่งโจมตีซีเรีย และทรัมป์นี่เองจะเป็นผู้นำโลกเข้าไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ซึ่งบางส่วนในคำทำนายของเขาก็ได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ดังที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก


    ทั้งนี้วิลเลกาสได้ชี้ว่า สารสำคัญที่ผู้คนจำต้องทราบเพื่อเตรียมตัวรับมือ คือจะเกิดสงครามขึ้นในวันที่ 13 พฤษภาคม - 13 ตุลาคม 2560 ซึ่งจะจบลงด้วยหายนะและความตาย อย่างไรก็ตาม อาจมีเหตุการณ์จัดฉากขึ้นระหว่างวันที่ 13 เมษายน - 13 พฤษภาคม 2560 ซึ่งเป็นการโจมตีภายใต้ข้อมูลที่ผิดพลาด รวมถึงในซีเรียและเกาหลีเหนือ
    ?

    https://hilight.kapook.com/view/152196

    บทความ#3
    สัญญาณมหากลียุค Signs of the end in Current Events
    #1
    สัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์รูบร่างสีแดงที่ไล่ล่าหญิงมีครรค์ในพระคำภีร์ก็คือ "มังกรคึกคะนองจะข้ามท้องฟ้า" ในทำนายของแม่ชี Shipton ...

    มังกรไฟตวัดหางบินข้ามท้องฟ้า เป็นสัญญาณของโลกาวินาศ
    ..

    โบราณจะพูดมังกรแดง RED DRAGON แต่สมัยใหม่จะเรียกเป็นอย่างอื่นและถูกปิดกั้นในการมองเห็นตอนนี้


    *** ดาเนียล 12 และ Rev 12 มีการเชื่อมต่อโดยเทพบดีมีคาเอลผู้พิทักษ์มา = The beginning of the Great Tribulation.

    ... บังเอิญอะไรอย่างนี้?

    #2
    23 กันยายน 2017 สิ่งที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ของมนุษย์

    ตรวจสอบย้อนหลังไป 6,200 ปี และ 1200 ปีในอนาคตพบว่ามีเพียงปี 2017 เท่านั้นที่พบปรากฏการณ์นี้

    23 September 2017 Sign in the Heaven [Revelation 12]
    สัญญาณจากท้องฟ้าสวรรค์ (วิวรณ์ 12)
    1492871068733.jpg images.jpg
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    ปูตินจัดให้!
    -----------

    คลิปนี้ต้องดู! เทคนิคในการกำจัดพวกผู้ก่อการร้ายภายใต้หน้ากาก "FSA" (กบฏสายกลางซีเรีย) ทหารรัสเซียส่งโดรนสอดแนมไปจับตาดูการเคลื่อนไหวของพวกผู้ก่อการร้ายกลุ่ม Hay’at Tahrir Al-Sham ทางตอนเหนือของจังหวัด Hama (ใกล้เขตแดนจังหวัด Idlib ที่อยู่เหนือขึ้นไป) รอให้พวกผู้ก่อการร้ายไปรวมตัวกันในฐานใต้ดินให้หมดซะก่อน จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้เครื่องบินรบหย่อนระเบิด bunker buster bomb ทำลายรังใหญ่ของพวกผู้ก่อการร้ายในครั้งเดียวไปเลย แหล่ม! AMN รายงานว่า ก.กลาโหมรัสเซียเผยแพร่คลิปนี้ เสียใจด้วยนะครับคุณทรัมป์และคุณแอร์โดกัน (21 เม.ย.60)


    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    21/04/2560
    ------------
    https://www.almasdarnews.com/articl...ihadist-underground-base-northern-hama-video/
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    21,339
    ค่าพลัง:
    +33,430
    ปอกเปลือก ทรราช
    กรณีสื่อขยะของผู้ดีเทียมปล่อยข่าวปูตินสั่งเคลื่อนกองทัพเข้าใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือเตรียมทำสงครามหรือเปล่า?
    -----------
    ราววันที่ 18 เมษายน 2560 เป็นต้นมาสื่อแทบลอยด์ของอังกฤษหลายสำนักและโซเชียลมีเดียโปรตะวันตกพากันประโคมข่าวเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวทางทหารของฝ่ายรัสเซียแถวเมืองวลาวอดิวอสตอค (Vladivostok) ของรัสเซียซึ่งเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกไกลของรัสเซียและใกล้ชายแดนของเกาหลีเหนือมากที่สุด โดยเว็บไซต์ The Express ของอังกฤษพาดหัวข่าวว่า "ตรวจพบ: ปูติน 'เคลื่อนกองทัพ' เข้าประชิดชายแดนเกาหลีเหนือในขณะที่ทั่วโลกเตรียมรับสงคราม" (SPOTTED: Putin 'moves military forces' to North Korea border as world prepares for WAR)
    วันที่ 20 เม.ย.60 เว็บไซต์ของ Yahoo News พาดหัวข่าวว่า "รัสเซียส่งกองทัพไปยังชายแดนเกาหลีเหนือท่ามกลางความตึงเครียดขยายตัว" (Russia sends troops to North Korea border as tensions escalate)
    รายงานข่าวจากสื่อขยะของฝั่งตะวันตกก็จะพากันพาดหัวข่าวประมาณนี้ และโดยอ้างรายงานข่าวจากแหล่งเดียวกันคือจากเว็บไซต์ primemedia.ru (ของรัสเซีย?) ซึ่งลงคลิปที่มีการแชร์ในโลกอินเตอร์เน็ทที่เขียนว่า "ชาวบ้านท้องถิ่นสังเกตเห็นขบวนรถไฟขนยุทโธปกรณ์กำลังมุ่งหน้าไปยังภูมิภาค (จังหวัด) Primorsky (Primorsky Krai) ผ่านเมือง Khabarovsk" (Railway trains loaded with military equipment moving towards Primorsky region via Khabarovsk have been noticed by locals)
    สื่อตะวันตกยังรายงานอีกว่า เจ้าหน้าที่ในกองทัพกล่าวว่า "การเคลื่อนอุปกรณ์ทางทหารด้วยวิธีการขนส่งหลายแบบไปทางใต้มีการสังเกตการตลอดภูมิภาค Primorsky ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา" การเคลื่อนไหวในครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงแค่หนึ่งวันหลังจากรัสเซียและสหรัฐปะทะกันในยูเอ็นกรณีแถลงการณ์ในที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติซึ่งร่างโดยสหรัฐ ซึ่งเป็นการประณามการทดลอง (ยิงขีปนาวุธ) ที่ล้มเหลวครั้งล่าสุดของเกาหลีเหนือ สื่อตะวันตกอ้างว่าขบวนรถไฟขนอาวุธยุทโธปกรณ์เหล่านั้นมุ่งหน้าไปยังชายแดนรัสเซียและรัฐฤาษีจำศีล (the secretive hermit state) เพียงแค่ 11 ไมล์เท่านั้น (ประมาณ 17 กิโลเมตร)
    [ดูสไตล์การเขียนข่าวของสื่อพวกผู้ดีเทียม เขาเรียก "เกาหลีเหนือ" ว่า "รัฐฤาษีจำศีล" เพราะกล่าวหาฝั่งเกาหลีเหนือว่าปิดประเทศ เป็นพวกคอมมิวนิสต์ กดขี่ประชาชนตนเอง ฯลฯ เกาหลีเหนือเป็นคอมมิวนิสต์หนะถูกต้องครับ แต่ที่บอกว่าเป็นรัฐฤาษีจำศีลหรือปิดประเทศนี่มันไม่ค่อยจะยุติธรรมกับเขาเท่าไรนะ
    เพราะว่าฝ่ายที่ "กดขี่" เกาหลีเหนือก็คือ "แก๊งตะวันตกนำโดยสหรัฐ" นั่นแหละ แต่ใช้วาทกรรมว่า "การคว่ำบาตร" (sanction/embrago) ห้ามไม่ให้ประเทศต่างๆคบค้าสมาคมค้าขายกับเกาหลีเหนือ กีดกันการค้าของเกาหลีเหนือแทบจะทุกอย่างห้ามนำเข้าและส่งออกสินค้าเกาหลีเหนือด้วย ห้ามสายการบินนานาชาติบินไปยังเกาหลีเหนือ ซึ่งก็ไม่ต่างจากการมัดมือมัดเท้าเขาไว้แล้วก็ปล่อยให้เขากระเสือกกระสนดิ้นรนให้มีชีวิตรอดเอาเอง
    ปากก็พร่ำผ่านสื่อว่าตัวเองเป็นพวก "ลิเบอร์ร่าน" สนับสนุนเสรีภาพและความเท่าเทียมกัน แต่พฤติกรรมนั้นตรงกันข้ามชอบยกพวกรังแกผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ จะรุกรานประเทศไหนก็ห้ามไม่ให้ประเทศอื่นสนับสนุนหรือขายอาวุธให้กับประเทศที่กำลังจะตกเป็นเหยื่อ ไม่งั้นสหรัฐและแก๊งนาโต้จะรบไม่ชนะ - ผู้แปล]
    กลับมาที่เรื่องการเคลื่อนไหวทางกองทัพของรัสเซียใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ (?) ตามที่ถูกกล่าวหากันต่อนะครับ วันที่ 22 เม.ย.60 Sputink พาดหัวข่าวว่า "กองทัพรัสเซียอธิิบายเหตุผลเบื้องหลังการเคลื่อนไหวทางทหารและอาวุธหนักในเขตตะวันออกไกล" (Russian Military Explains Reason Behind Troops, Hardware Movement in Far East)
    ส่วนสำนักข่าว TASS หนึ่งในสื่อของรัฐบาลรัสเซียพาดหัวข่าววันเดียวกันนี้ว่า "เจ้าหน้าที่ในกองทัพรัสเซียกล่าวว่าสื่อเข้าใจผิดกรณีการซ้อมรบเพื่อตรึงกำลังหน่วยต่างๆใกล้ชายแดนเกาหลี" (Russian army official says media mistook exercise for pooling units along Korean border)
    Sputnik อ้างข่าวจาก The Daily Mail สื่อจอมเล่นข่าวสไตล์ "ขี้ผสมข้าว" ของอังกฤษซึ่งถูกแบนในระเทศไทย Alexander Gordeev หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์มณฑลทหารภาคตะวันออกของรัสเซียอธิบายกับ Sputnik ว่า "อุปกรณ์ทางทหารทั้งหมดและการเคลื่อนไหวทางทหารเป็นการปฏิบัติตามแผนการซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของฝึกซ้อมการสู้รบ การซ้อมรบเหล่านี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 - 29 เมษายน ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจนี้ หน่วยต่างๆจะต้องเตรียมพร้อมและจะต้องเดินทัพอย่างรวดเร็วไปยังสนามฝึกซ้อมที่ไม่มีความคุ้นเคย"
    Alexander Gordeev อธิบายอีกว่า "กองทัพรัสเซียได้ทำการยุทธต่างๆซึ่งรวมทั้งหน่วยป้องกันภัยทางอากาศและด้านการบินในภูมิภาค Buryatia (ใกล้มองโกเลีย) ด้วย ในขณะที่การซ้อมรบด้วยปืนใหญ่จัดขึ้นที่ภูมิภาค Transbaikalia (Zabaykalsky Krai) อยู่ติดกับ Buryatia และจากนั้นกองทัพก็เดินทางกลับไปยังฐานทัพของตนเอง"
    "ในภาคปฏิบัตินั้น ระบบป้องกันภัยทางอากาศทั้งหมดของมณฑลทหารภาคตะวันออกได้เข้ามีส่วนร่วมในการซ้อมรบครั้งนี้ และมีเครื่องยิงขีปนาวุธประมาณ 300 เครื่องได้เข้าร่วมในคอร์สซ้อมรบครั้งนี้ในการควบคุมการต่อสู้ของหน่วยป้องกันภัยทางอากาศและกองทัพอากาศด้วย" Alexander Gordeev กล่าว TASS รายงาน
    Alexander Gordeev กล่าวอีกว่า "เฟสแรกของการซ้อมรบเป็นการรวมหน่วยต่างๆจากฐานทัพต่างๆในมณฑลทหารภาคตะวันออกประมาณ 80 กว่าหน่วยเข้าด้วยกันเท่านั้น พวกเราได้มีการซ้อมรบในรูปแบบต่างๆถึง 22 รายการ"
    "เฟสที่สองจะรวมถึงการตรวจสอบความพร้อมรบอย่างเต็มที่ การเดินขบวนทัพด้วยพาหนะและอุปกรณ์ต่างๆผ่านการขนส่งทางรถไฟ และซ้อมรบในสนามพิเศษภาคพื้นดิน ซึ่งกองทัพจะต้องปฏิบัติภารกิจพิเศษให้ครบทุกอย่างตามที่ได้รับมอบหมาย การส่งทหารออกไปปฏิบัติการในพื้นที่ห่างไกลมากๆ และซ้อมรบในดินแดนที่ไม่มีความคุ้นเคยได้กลายเป็นการปฏิบัติภาคปรกติสำหรับกองทัพของรัสเซียเมื่อไม่กี่ปีมานี้"
    [ฟังจากที่กองทัพของรัสเซียอธิบายมากับข่าวที่สื่อขยะของพวกผู้ดีเทียมตีข่าวมันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลย รัสเซียบอกว่าทหารรัสเซียไปซ้อมรบด้วยระบบ้องกันภัยทางอากาศและปืนใหญ่อยู่ที่ภูมิภาค Buryatia และ Transbaikalia ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศมองโลเลียโน่น ส่วนสื่ออังกฤษบอกว่าเห็นขบวนรถไฟขนอาวุธยุทโธปกรณ์หนักของกองทัพรัสเซียปรากฎแถวเมืองวลาดิวอสตอคใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ
    ผู้คนที่ไม่ทราบที่ไปที่มาของเหตุการณ์นี้ก็จะตกหลุมพรางของสื่อขยะจอมมโนเหล่านั้นว่า เอาแล้วไง งานนี้ปูตินจัดร่วมจัดหนักให้กับสหรัฐแน่ รัสเซียกำลังเตรียมการเพื่อสกัดกั้นเหล่าผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือที่จะหนีตายจากภัยสงครามเกาหลีครั้งที่สองเข้าไปในรัสเซียแน่นอน
    จริงๆแล้ว ช่วงต้นเดือนเมษายน ตอนที่สหรัฐยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คโจมตีฐานทัพอากาศของซีเรียในจังหวัดฮอมส์นั้น สื่อรัสเซียก็ลงข่าวการซ้อมรบด้วยขีปนาวุธ S-300 และระบบป้องกันภัยทางอากาศอื่นๆในภูมิภาค Buryatia ด้วยมีคลิปให้ดูด้วย พอเสร็จจากภารกิจซ้อมรบในพื้นที่ห่างไกลแล้ว หทารรัสเซียก็พากันทะยอยเดินทางกลับไปยังฐานทัพของตนเอง เมือง Vladivostok คือที่ตั้งของกองเรือแปซิฟิก (Pacific Fleet) ของรัสเซีย
    กองบัญชาการใหญ่ของมณฑลทหารภาคตะวันออกของรัสเซียอยู่ที่เมือง Khabarovsk ขึ้นไปทางเหนือของเมือง Vladivostok ห่างกันประมาณ 100 กม. ระหว่างเมืองนี้ก็มีกองบัญชาการกองทัพบกที่ 5 และหน่วยสนับสนุนที่ 33 ของกองทัพอากาศรัสเซียตั้งอยู่ด้วย เฉพาะที่กองเรือแปซิฟิกนี้มีทหารรัสเซียประจำการอยู่อย่างน้อย 6 กองพลน้อยมีทั้งเรือรบผิวน้ำและเรือดำน้ำด้วย อาณาเขตของเมือง Vladivostok อยู่ติดกับชายแดนของเกาหลีเหนือ มีสะพานทางรถไฟเชื่อมถึงกันด้วย
    มันจะแปลกตรงไหน เมื่อทหารรัสเซียเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบแล้วก็พากันเดินทางกลับฐานทัพของตนเอง? เว็บไซต์ medium.com ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวของกองทัพรัสเซียในครั้งนี้ว่า นอกจากการซ้อมรบตามปรกติแล้ว อาจจะเป็นการเตรียมตัวไปซ้อมเดินพาเหรดของทหารจากค่ายต่างๆในละเขตตะวันออกไกลเนื่องในวัน Victory Day (9 พฤษภาคม) ที่จะถึงนี้ในเมือง Vladivostok ก็ได้
    เพราะว่าปีที่แล้วก็มีการเดินขบวนสวนสนามของทหารรัสเซียที่เมืองนี้ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกันกับที่กรุงมอสโค มีการขนอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆของกองทัพรัสเซียไปร่วมงานพิธีสไตล์กองทัพรัสเซีย และมี S-300 เข้าร่วมงานด้วย - ผู้แปล]
    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    23/04/2560
    ------------
    https://sputniknews.com/military/201704221052884171-russia-military-hardware-movement/
    http://tass.com/defense/942676
    http://www.express.co.uk/news/world/792225/Russia-Putin-North-Korea-nuclear-Trump
    https://www.yahoo.com/news/russia-sends-troops-north-korea-border-tensions-escalate-145609168.html
    http://www.presstv.com/Detail/2017/...rces-equipment-North-Korea-border-Vladivostok
    http://metro.co.uk/2017/04/20/putin...ea-over-fears-us-could-launch-attack-6586444/
    http://www.telegraph.co.uk/news/201...s-super-mighty-preemptive-strike-will-reduce/

    http://www.chinadaily.com.cn/world/2016-05/09/content_25168146.htm

     
Loading...