ติดตามสถานะการณ์

ในห้อง 'ภัยพิบัติและการเตรียมการ' ตั้งกระทู้โดย สุกิจSukit, 8 มิถุนายน 2013.

  1. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    ยุทธการขอทานทุบชามข้าวตนเองขู่เศรษฐี... แร้งขู่มังกรห้ามจีนใช้เงินยูเอสดอลลาร์หากไม่ยอมคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ

    FB_IMG_1505284810511.jpg

    -------------

    วันที่ 12 ก.ย.60 RT พาดหัวข่าวว่า "สหรัฐขู่ว่าจะตัดจีนออกจากเงินดอลลาร์ ถ้าจีนไม่ยอมแซงชั่นเกาหลีเหนือ" (US threatens to ‘cut China off’ from dollar if it does not uphold sanctions against N. Korea)

    [เอ… หรือว่านี่คือข้ออ้างสำหรับการเบี้ยวหนี้และปล้นจีนกันนะ? - ผู้แปล]

    สหรัฐอาจจะดำเนินการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจต่อจีน หากจีนไม่ยอมดำเนินการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่อเกาหลีเหนือ รัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหรัฐเตือนจีน นาย Steven Mnuchin กล่าวว่าข้อจำกัดต่างๆอาจจะรวมถึงการห้ามไม่ให้จีนเข้าถึงระบบการเงินของสหรัฐด้วย

    [แปลเป็นภาษาชาวบ้านว่า "ผมจะไม่จ่ายหนี้ให้คุณหละนะ" อย่างนั้นหรือเปล่า? อันที่จริงทั้งจีนและรัสเซียกำลังจับมือกันฆ่าดอลลาร์สหรัฐเงียบๆ ด้วยการลดการใช้เงินดอลลาร์สหรัฐลงเรื่อยๆ ดูเหมือนว่าคำขู่นี้ของสหรัฐจะเข้าทางจีนกับรัสเซียพอดี เหมือนกันทุบหม้อข้าวตนเอง แต่ปัญหาก็มีอยู่ว่า แล้วหนี้สินจำนวนมหาศาลที่สหรัฐติดค้างจีนอยู่นั่นจะว่าอย่างไร? - ผู้แปล]

    นาย Steven Mnuchin กล่าวเมื่อวันอังคารนี้ในงานประชุม Delivering Alpha Conference ที่นิวยอร์กในหัวข้อ North Korea economic warfare works ว่า "เราได้ส่งข้อความออกไปว่า ใครก็ตามที่ต้องการจะค้าขายกับเกาหลีเหนือ - เราจะพิจารณาพวกเขาว่าไม่ค้าขายกับเรา" (We sent a message that anybody who wanted to trade with North Korea – we would consider them not trading with us.)

    [เป็นไงครับ ประชาธิปไตย เสรีภาพแบบอเมริกัน การได้เอาปืนกดหัวคนอื่นและชี้นิ้วสั่งได้ตามอำเภอใจนี่มีความสุขเจงๆ ถ้าประเทศไหนไม่ยอมให้นักธุรกิจของสหรัฐเข้าไปทำธุรกิจด้วย เขาก็บอกว่าเป็นเผด็จการ เป็นคอมมิวนิสต์ พวกต่อต้านระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม แต่ถ้าตัวเองต้องการเอารัดเอาเปรียบคนอื่น ประพฤติเยี่ยงจอมเผด็จการโลก เขาก็จะบอกว่า "นี่แหละเสรีภาพ และการรักษาผลประโยชน์ของตนเอง" ตรรกะโจร - ผู้แปล]

    นาย Mnuchin กล่าวเพิ่มอีกว่า "ถ้าจีนไม่ปฏิบัติตามการคว่ำบาตรเหล่านี้ เราก็จะเพิ่มการคว่ำบาตรต่อพวกเขาอีก และห้ามไม่ให้พวกเขาเข้าถึงระบบดอลลาร์ของสหรัฐและนานาชาติด้วย"

    กรุงวอชิงตันขาดดุลการค้าให้จีนถึง $350,000 ล้านต่อปี (ประมาณ 11.9 ล้านล้านบาท) สหรัฐเป็นหนี้จีนถึง $1 ล้านล้าน (ประมาณ 34 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 28% ของหนี้สินทั้งหมดของสหรัฐที่รัฐบาลต่างประเทศถือครองอยู่ในขณะนี้

    [จีนเป็นหนึ่งในสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การโหวตสนับสนุนมติของยูเอ็นที่ร่างโดยสหรัฐเมื่อวันจันทร์นี้ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งจีนและรัสเซียด้วย มติเป็นเอกฉันท์ แปลว่าจีนก็เห็นด้วยกับการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือในรอบใหม่นี้ (จำกัดการนำเข้าน้ำมันของเกาหลีเหนือจากต่างประเทศ ห้ามเกาหลีเหนือส่งออกผลิตภัณฑ์สิ่งทอ) - ผู้แปล]

    หลังยูเอ็นผ่านมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่ นาย Kim Yong-jae เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือประจำกรุงมอสโคออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า "พวกเราใช้ขีวิตอยู่ภายใต้การคว่ำบาตรของสหรัฐมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ภายใต้การคว่ำบาตรที่สุดโหดนี้ แต่พวกเราก็ยังสามารถหาสิ่งต่างๆมาได้ตามที่พวกเราต้องการ ถ้าสหรัฐยังหวังว่าจุดยืนของพวกเราจะสั่นคลอนและเปลี่ยนแปลง นั่นมันเป็นภาพลวงตานะครับ"

    ทูตเกาหลีเหนือกล่าวอีกว่าโครงการนิวเคลียร์และจรวดของเกาหลีเหนือจะช่วยให้ประเทศของตนเองยับยั้งนโยบายที่เป็นศัตรูของสหรัฐ (หมายถึงนโยบายของสหรัฐ ที่มุ่งเป็นศัตรูต่อเกาหลีเหนือ) และช่วยปกป้องคาบสมุทรเกาหลีจากสงครามนิวเคลียร์ด้วย

    ส่วนนิตยสาร Politico ของสหรัฐรายงานว่า ทรัมป์กำลังเสนอแพ็กเก็จ "มินิ-นุก" เพื่อเร่ขายอาวุธนิวเคลียร์ขนาดเล็กให้กับประเทศต่างๆที่เป็นพันธมิตรของตนเอง อ้างว่าเพื่อยยับยั้งอาวุธนิวเคลียร์ของบางประเทศ เช่นจากรัสเซียและเกาหลีเหนือ

    ความเคลื่อนไหวจากรัสเซีย หลังยูเอ็นผ่านมติคว่ำบาตรเกาหลีเหนือไปหมาดๆ รัสเซียประกาศความสำเร็จในการทดลองปล่อยขีปนาวุธข้ามทวีป RS-24 Yars ICBM เพื่อยืนยันความน่าเชื่อถือของขีปนาวุธเหล่านี้ของตนเอง

    การทดลองครั้งนี้จัดขึ้นที่ฐานปล่อยจรวดขึ้นสู่อวกาศที่เมือง Plesetsk ภูมิภาค Arkhangelsk ทางภาคเหนือของรัสเซีย เป็นการปล่อยจากไซโลใต้ดิน ทางภาคเหนือ (ขีปนาวุธ RS-24 Yars ในครั้งนี้ใช้เชื้อเพลิงแข็ง) โดยยิงไปที่พื้นที่เป้าหมายทดลอง Kura ในคาบสมุทร Kamchatka ระยะทางจากจุดยิงไปถึงเป้าหมายราว 6,000 กว่ากิโลเมตร ขีปนาวุธรุ่นนี้บรรจุหัวรบนิวเคลียร์ได้ 3-6 หัวรบ รัศมีทำการไกลสุดราว 11,000 กม. - 12,000 กม.

    [6,000 กม. นี่ยิงถึงแผ่นดินไทยไหมครับ? จะเหลือรึ? และ 12,000 กม.นี่ ยิงถึงแผ่นดินใหญ่ของสหรัฐไหมครับ? จะเอาจุดไหนหละ? อ้าว… แล้วสื่อไทยไม่ลงบทความว่าขีปนาวุธข้ามทวีปของรัสเซียมีรัศมียิงถึงไทยได้ด้วยเหมือนกับกรณีของขีปนาวุธของเกาหลีเหนือที่ขู่ว่าจะยิงเกาะกวมบ้างรึ?

    อ้อ… รัสเซียไม่ได้ซ้อมแค่จุดเดียวนะครับ ในช่วงที่กำลังมีการเจรจาต่อรองกันแบบลับๆในเวทียูเอ็นเกี่ยวกับเรื่องการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือรอบใหม่นี้ สื่อรัสเซียรายงานว่ากองทัพรัสเซียจัดซ้อมรบนิวเคลียร์ถึง 11-20 หน่วย สำหรับขีปนาวุธนิวเคลียร์ Topol ที่ติดตั้งบนรถบรรทุก ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มีพาหนะของกองทัพราว 400 คันและผู้บัญชาการ 150 นาย เข้าร่วมการฝึกในครั้งนี้ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/09/2560
    -----------
    https://www.rt.com/usa/403118-usa-china-sanctions-north-korea/
    https://www.rt.com/news/403062-no-us-sanctions-will-make-cnahnge-stance/
    https://sputniknews.com/politics/201709121057321648-us-north-korea-sanctions/
    https://sputniknews.com/cartoons/201709111057293000-mini-nuclear-weapons-proposal/
    https://sputniknews.com/military/201708041056196781-us-mini-nukes-future-weapons/
    https://sputniknews.com/military/201709121057320450-russia-icbm-yars-test/
    http://tass.com/defense/965197
    http://tass.com/defense/963532
     
  2. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    จีนออกโรงปกป้องรัฐบาลพม่า
    Wednesday, September 13, 2017 - 00:00
    khaamaemnamnaafmaathuengemuuengethkhnaafkhngbangklaaethsemuuewanthii_12_kanyaayn_2560_phaaph_afp.jpg
    ผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาอุ้มคนชราเดินทางข้ามแม่น้ำนาฟมาถึงเมืองเทคนาฟของบังกลาเทศเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2560 ภาพ AFP

    จีนออกโรงแล้ว ประกาศสนับสนุนรัฐบาลเมียนมารักษาสันติสุขและเสถียรภาพในรัฐยะไข่ ที่กองทัพกำลังเปิดปฏิบัติการกวาดล้างกองกำลังติดอาวุธโรฮีนจา ส่งผลให้ชาวโรฮีนจาอพยพเข้าบังกลาเทศแล้ว 370,000 คน ขณะทำเนียบขาววิตกความรุนแรงที่เกิดจากทั้ง 2 ฝ่าย

    สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ท่าทีของรัฐบาลจีนที่แถลงโดยเกิ้งซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เมื่อวันอังคารที่ 12 กันยายน 2560 ดูเหมือนเป็นการแทรกแซงที่มีเจตนาสกัดกั้นคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติออกแถลงการณ์ตำหนิเมียนมาในที่ประชุมที่นิวยอร์กวันพุธนี้

    คำกล่าวของโฆษกจีนยังมีออกมาไล่หลังทำเนียบขาวของสหรัฐแสดงความห่วงกังวลต่อวิกฤติในเมียนมาล่าสุดนี้ ซึ่งสหรัฐประณามความรุนแรงทั้งการโจมตีที่ตั้งทางทหารของเมียนมาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม และความไม่สงบที่ตามมา

    ในคำแถลงที่กรุงปักกิ่ง โฆษกจีนกล่าวว่า จีนประณามการโจมตีด้วยความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในรัฐยะไข่ของเมียนมา และจีนสนับสนุนความพยายามของรัฐบาลนางอองซาน ซูจี ในการ "ธำรงสันติสุขและเสถียรภาพ" ในรัฐยะไข่ของเมียนมา จีนหวังว่าความเป็นระเบียบเรียบร้อยและชีวิตปรกติสุขจะกลับคืนสู่ที่นั่นโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

    "เราคิดว่าประชาคมระหว่างประเทศควรสนับสนุนความพยายามของเมียนมาในการปกปักรักษาเสถียรภาพของการพัฒนาประเทศนี้" โฆษกจีนกล่าว

    เหตุการณ์รุนแรงรอบล่าสุดในเมียนมาทำให้ชนกลุ่มน้อยชาวโรฮีนจา ซึ่งไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นพลเมืองเมียนมาและถูกกดขี่มาช้านาน พากันอพยพข้ามชายแดนเข้าบังกลาเทศ ข้อมูลล่าสุดของโฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติประเมินว่า มีโรฮีนจาเข้าบังกลาเทศเพิ่มขึ้นเป็น 370,000 คนแล้ว

    จำนวนมากที่เดินทางมาถึงบอกเล่าถึงความโหดร้ายด้วยน้ำมือของทหารและม็อบชาวพุทธยะไข่ที่เผาหมู่บ้านของพวกเขา คำกล่าวอ้างนี้ไม่สามารถตรวจสอบอย่างอิสระได้เนื่องจากรัฐบาลเมียนมาไม่อนุญาตให้ผู้ตรวจสอบต่างชาติหรือสื่ออิสระเข้าพื้นที่

    รัฐบาลของนางซูจียืนกรานปฏิเสธคำกล่าวหาเหล่านี้ แต่กลับกล่าวโทษพวกกลุ่มติดอาวุธโรฮีนจาว่าวางเพลิงหมู่บ้านนับพันๆ แห่ง รวมถึงของชาวโรฮีนจาเอง และเมื่อคืนวันจันทร์ กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมายังออกแถลงการณ์ปกป้องกองทัพว่าปฏิบัติหน้าที่ฟื้นฟูเสถียภาพตามกฎหมาย และทหารใช้ความอดกลั้นและพยายามหลีกเลี่ยงความเสียหายข้างเคียงแล้ว

    เซอิด ราอัด อัลฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งยูเอ็น เพิ่งกล่าวประณามเมียนมาต่อที่ประชุมที่เจนีวาเมื่อวันก่อนว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮีนจาในรัฐยะไข่ตรงตามตัวอย่างในตำราของการล้างเผ่าพันธุ์

    รัฐบาลอังกฤษและสวีเดนได้ร้องขอให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งยูเอ็นประชุมหารือวิกฤติในเมียนมาวันพุธที่ 13 กันยายน หลังจากที่คณะมนตรีฯ เคยปิดห้องประชุมกันมาแล้วเมื่อปลายเดือนสิงหาคม เพื่อหารือสถานการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น แต่ไม่สามารถออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการได้

    อีกด้านหนึ่ง นายกฯ เชค ฮาสินา ของบังกลาเทศซึ่งได้ไปเยือนค่ายผู้ลี้ภัยโรฮีนจาที่เมืองคอกซ์บาซาร์เมื่อวันอังคาร ได้กล่าวย้ำว่าเมียนมาต้องเป็นฝ่ายแก้ไขวิกฤตินี้ "เราจะร้องขอให้รัฐบาลเมียนมายุติการกดขี่ประชาชนผู้บริสุทธิ์"

    บังกลาเทศรองรับผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาอยู่แล้ว 400,000 คนก่อนเกิดวิกฤติรอบใหม่นี้ และรัฐบาลมีแผนจะสร้างค่ายขนาดใหญ่แห่งใหม่เพื่อรองรับ ซึ่งรวมถึงบนเกาะเธงกาชาร์หรือชื่อใหม่ว่าพาชันชาร์ ที่อยู่ปากแม่น้ำเมฆนาและไม่เหมาะต่อการอยู่อาศัย.

    http://www.thaipost.net/?q=node/35402
     
  3. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    นักวิจัย 38 North ชี้ “นุก” โสมแดงมีแรงระเบิดถึง 250 กิโลตัน มากกว่า “ลิตเติลบอย” ที่ถล่มฮิโรชิมา 16 เท่า
    เผยแพร่: 13 ก.ย. 2560 12:49:00 ปรับปรุง: 13 ก.ย. 2560 12:51:00
    560000009726203.jpg

    ชาวโสมแดงในกรุงเปียงยางยืนดูหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่ ซึ่งผู้ประกาศข่าวหญิงคนดัง รี ชุน ฮี กำลังประกาศความสำเร็จของรัฐบาลในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน เมื่อวันที่ 3 ก.ย.

    เอเอฟพี - ระเบิดนิวเคลียร์ที่เกาหลีเหนือนำมาทดสอบเมื่อวันที่ 3 ก.ย. อาจมีอานุภาพร้ายแรงถึง 250 โลตัน มากกว่าตัวเลขประเมินอย่างเป็นทางการหลายเท่าตัว นักวิจัยในสหรัฐฯ เผยวันนี้ (13 ก.ย.)

    เกาหลีเหนืออ้างว่าการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินครั้งที่ 6 ของพวกเขาใช้ “ระเบิดไฮโดรเจน” ที่ย่อส่วนจนสามารถติดตั้งบนหัวรบได้

    สำนักงานสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) วัดค่าการสั่นสะเทือนของแผ่นดินได้ที่ 6.3 แมกนิจูด หลังมีรายงานว่าโสมแดงทดสอบนิวเคลียร์ ส่วนองค์การสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ (Comprehensive Nuclear Test Ban Treaty Organization - CTBTO) และสำนักงานตรวจวัดแผ่นดินไหวของนอร์เวย์ (NORSAR) วัดค่าความรุนแรงได้ 6.1

    เว็บไซต์ 38 North ของสถาบันสหรัฐฯ-เกาหลีแห่งมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของเกาหลีเหนือได้นำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ และสรุปว่าอาวุธนิวเคลียร์ลูกนี้น่าจะมีแรงระเบิดอยู่ที่ “ราวๆ 250 กิโลตัน” หรือแรงกว่าระเบิดปรมาณู “ลิตเติลบอย” ขนาด 15 กิโลตันที่สหรัฐฯ ใช้ถล่มเมืองฮิโรชิมาเมื่อปี 1945 กว่า 16 เท่าตัว

    “อานุภาพขนาดนี้ยังใกล้เคียงกับตัวเลขที่ 38 North เคยคาดการณ์ไว้ว่าเป็นแรงระเบิดสูงสุดที่สถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ ปุงกเย-รี จะรองรับได้” เว็บไซต์ดังกล่าวระบุ

    รัฐบาลแต่ละประเทศวิเคราะห์ค่าความรุนแรงของระเบิดนิวเคลียร์ลูกนี้แตกต่างกันออกไป โดยเกาหลีใต้ระบุว่าอยู่ที่ราวๆ 50 กิโลตัน ขณะที่ญี่ปุ่นเชื่อว่าสูงถึง 160 กิโลตัน

    เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อยู่ระหว่างประเมินว่าสิ่งที่เกาหลีเหนือทดสอบนั้นเป็นระเบิดไฮโดรเจน หรืออาวุธนิวเคลียร์ความร้อนจริงหรือไม่ แต่พวกเขายอมรับว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่พบหลักฐานที่ขัดแย้งกับข้ออ้างของเปียงยาง

    38 North อ้างภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (8) หรือเพียง 5 วันหลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่ามีกิจกรรมใหม่ๆ เกิดขึ้นบริเวณทางเข้าอุโมงค์ทดสอบที่ปุงกเย-รี เช่น รถบรรทุกหลายคันถูกนำมาจอด รถเข็นที่ใช้ในเหมือง และเครื่องไม้เครื่องมืออื่นๆ

    เปียงยางงัดขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีป (ICBM) ออกมาออกมายิงทดสอบ 2 ครั้งเมื่อเดือน ก.ค. ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าสามารถที่จะโจมตีแผ่นดินสหรัฐฯ ได้เกือบทุกภูมิภาค

    เมื่อวันจันทร์ (11) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติลงมติเป็นเอกฉันท์ 15 ต่อ 0 รับรองมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออีกชุดใหญ่ ซึ่งถือเป็นบทลงโทษครั้งที่ 8 นับตั้งแต่เปียงยางเริ่มทดสอบนิวเคลียร์เมื่อปี 2006

    อย่างไรก็ตาม การคว่ำบาตรทั้ง 7 ครั้งก่อนหน้านี้แทบจะหยุดยั้งโครงการอาวุธของโสมแดงไม่ได้เลย

    560000009726201.jpg

    ลี มี ซอน ผู้อำนวยการศูนย์แผ่นดินไหวและภูเขาไฟแห่งชาติเกาหลีใต้ ชี้ไปยังจุดที่เกิดแผ่นดินไหวเทียมจากการทดสอบนิวเคลียร์ในเกาหลีเหนือ เมื่อวันที่ 3 ก.ย.

    560000009726202.jpg

    ภาพถ่ายดาวเทียมบริเวณสถานที่ทดสอบนิวเคลียร์ ปุงกเย-รี ของเกาหลีเหนือเมื่อวันที่ 4 ก.ย. จาก www.Planet.com
    https://mgronline.com/around/detail/9600000093898
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กันยายน 2017
  4. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    มองเป้าหมายที่เหนือกว่า (ผลประโยชน์ที่ได้มากกว่า)

    ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาสหรัฐฯ ค้านตำนิ “ซูจี” ชี้เป็นความหวังเปลี่ยนแปลงประเทศ
    เผยแพร่: 13 ก.ย. 2560 10:58:00
    560000009729201.jpg

    มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาสหรัฐฯ. -- Reuters/Joshua Roberts.
    รอยเตอร์ - มิตช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำเสียงข้างมากวุฒิสภาสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกัน ระบุว่าเขาจะไม่สนับสนุนมติที่มุ่งเป้าโจมตีนางอองซานซูจี เกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชาวมุสลิมโรฮิงญาของพม่า และชี้ว่าวอชิงตันไม่ควรตำหนิเธอ

    “ผมไม่เห็นด้วยกับมติที่จะมีขึ้นกับเธอ ผมคิดว่าเธอเป็นความหวังอันยิ่งใหญ่ที่เรามีเพื่อผลักดันพม่าออกจากสิ่งเคยเป็น ‘ระบอบเผด็จการทหาร’ ไปยังสิ่งที่เราหวังให้เกิดขึ้น” แมคคอนเนลล์ กล่าว

    จอห์น แมคเคน วุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน และริชาร์ด เดอร์บิน จากพรรคเดโมแครต ได้เสนอมติเมื่อสัปดาห์ก่อนประณามความรุนแรงและเรียกร้องให้ซูจีทำหน้าที่ แต่แมคคอนเนลล์กล่าวว่า เขาไม่สนับสนุนมติเหล่านั้น

    “มุมมองส่วนตัวของผมคือการที่อเมริกาตำหนิวิจารณ์เธอเมื่อเธออยู่ในตำแหน่งที่ท้าทายอย่างมาก มันไม่มีประโยชน์ ดังนั้นผมไม่มีความตั้งใจที่จะมีส่วนเรื่องนี้” แมคคอนเนลล์ กล่าว

    แรงกดดันจากนานาประเทศกำลังเพิ่มขึ้นกับพม่าที่เรียกร้องให้ยุติความรุนแรง ที่ส่งผลให้ชาวมุสลิมโรฮิงญาราว 370,000 คน ต้องอพยพหลบหนีไปบังกลาเทศ และฝ่ายบริหารของทรัมป์ เรียกร้องให้ปกป้องพลเรือน ขณะที่บังกลาเทศเรียกร้องให้มีเขตปลอดภัยเพื่อให้ผู้ลี้ภัยสามารถเดินทางกลับประเทศได้.
    https://mgronline.com/indochina/detail/9600000093849
     
  5. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ไฟเขียว “ทรัมป์” สั่งแบนผู้ลี้ภัยแบบกว้างขวาง
    เผยแพร่: 13 ก.ย. 2560 10:48:00 ปรับปรุง: 13 ก.ย. 2560 10:58:00

    รอยเตอร์ - ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำพิพากษาวานนี้ (12 ก.ย.) ให้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สามารถสั่งแบนผู้ลี้ภัยจากทั่วโลกอย่างกว้า้งขวาง หลังจากที่รัฐบาลได้ขอให้ศาลสูงสุดใช้อำนาจยับยั้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ซึ่งจะเปิดทางให้มีผู้ลี้ภัยเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้เพิ่มอีกราวๆ 24,000 คน

    คำตัดสินของศาลสูงสุดถือเป็นการหยิบยื่นชัยชนะบางส่วนให้แก่ ทรัมป์ ก่อนที่ศาลจะเริ่มไต่สวนในเดือน ต.ค. ว่าประธานาธิบดีผู้นี้ใช้อำนาจโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ในการออกคำสั่งบริหารห้ามชาวมุสลิมจาก 6 ประเทศเดินทางเข้าสหรัฐอเมริกา และจำกัดการรับผู้ลี้ภัย

    ทรัมป์ ประกาศคำสั่งเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ว่าสหรัฐฯ จะไม่อนุญาตให้ชาวมุสลิมจากอิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย ซูดาน ซีเรีย และเยเมน เดินทางเข้าประเทศเป็นเวลา 90 วัน และงดรับผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นเวลา 120 วัน โดยให้เหตุผลว่าต้องการสกัดภัยคุกคามก่อการร้าย และเพื่อให้รัฐบาลได้มีเวลาคิดหามาตรการคัดกรองคนที่เข้มงวดยิ่งขึ้น

    คำสั่งนี้เริ่มมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายเดือน มิ.ย. หลังจากศาลสูงสุดได้พิพากษาลดขอบเขตของคำสั่งศาลชั้นต้นลงมา

    สัปดาห์ที่แล้ว ศาลอุทธรณ์ที่ 9 (9th US Circuit Court of Appeals) ได้ตัดสินให้ปู่ย่าตายาย, ลุงป้าน้าอา และลูกพี่ลูกน้องของผู้ที่มีถิ่นพำนักในสหรัฐอเมริกาอย่างถูกกฎหมาย ได้รับการยกเว้นจากคำสั่งแบนด้วย ซึ่งกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านในประเด็นนี้

    อย่างไรก็ตาม ศาลอุทธรณ์เขต 9 ยังวินิจฉัยด้วยว่า นโยบายแบนผู้ลี้ภัยของ ทรัมป์ นั้น “กว้างเกินไป” และศาลอนุญาตให้ผู้ลี้ภัยทั่วโลกที่ถือเอกสารรับรองจากองค์กรตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ สามารถเดินทางเข้าประเทศได้

    กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ไม่ยอมรับในประเด็นดังกล่าว และได้อุทธรณ์ไปยังศาลสูงสุด ซึ่งศาลก็ได้อ่านคำพิพากษาสั้นๆ เพียง 1 ประโยคเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลเมื่อวานนี้ (12)

    เนารีน ชาห์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายรณรงค์ขององค์การนิรโทษกรรมสากล (เอไอ) ในสหรัฐฯ ประณามคำสั่งแบนผู้ลี้ภัยของ ทรัมป์ ว่าเป็นเรื่องโหดร้ายทารุณ

    “วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ศาลสูงสุดลงโทษผู้อ่อนแอที่แสวงหาความปลอดภัยให้แก่ตนเองและครอบครัว... พวกเขาตกเป็นเหยื่อการทารุณกรรมและการข่มขู่ที่ยากจะจินตนาการได้ และกำลังเผชิญความทุกข์แสนสาหัส”

    ก่อนที่ศาลสูงสุดจะอ่านคำพิพากษา กลุ่มทนายความในรัฐฮาวายซึ่งคัดค้านนโยบายของ ทรัมป์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลว่า รัฐบาล “ยังสามารถปิดกั้นไม่ให้ผู้ลี้ภัยหลายแสนคนเดินทางเข้าประเทศได้” และสิ่งที่ศาลอุทธรณ์เขต 9 ทำนั้น “ก็แค่ปกป้องผู้ลี้ภัยกลุ่มเปราะบาง และเปิดทางให้แก่องค์กรในอเมริกาที่พร้อมจะต้อนรับคนเหล่านี้”

    ดัก ชิน อัยการสูงสุดรัฐฮาวาย ยืนยันว่าจะเคารพคำตัดสินของศาลสูงสุด และเตรียมที่จะเข้าร่วมการไต่สวนในวันที่ 10 ต.ค.

    https://mgronline.com/around/detail/9600000093841
    .
     
  6. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ส.ส.ฟิลิปปินส์หั่นงบ'กรรมการสิทธิมนุษยชน' เหลือเพียง660บาท
    วันพุธ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2560, 14.38 น.

    สภา ฟิลิปปินส์ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ซีเอชอาร์

    13 ก.ย.60 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ส.ส.ฟิลิปปินส์ ลงมติตัดงบสนับสนุนประจำปีที่จัดสรรให้แก่คณะคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (ซีเอชอาร์) เหลือเพียง 1,000 เปโซ (ราว 650 บาท) ระหว่างการผ่านร่างงบประมาณปี 2561 มูลค่า 3.8 ล้านล้านเปโซ (ราว 2.47 ล้านล้านบาท) ในการอภิปรายครั้งที่สองเมื่อคืนที่ผ่านมา
    ด้าน ส.ว.ฟรานซิส ปันไกไลนาน หัวหน้าพรรคเสรีนิยม ซึ่งเป็นฝ่ายค้านหลักของประเทศแถลงในวันนี้ว่า การกระทำของสภาผู้แทนราษฎรกำลังนำประเทศมุ่งหน้าสู่ระบอบเผด็จการ เขาจะไม่ยอมปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านวุฒิสภา แม้ว่าจะทำให้ร่างงบประมาณปี 2561 ไม่ผ่านสภาไปด้วยก็ตาม

    ทั้งนี้ ซีเอชอาร์ ถือเป็นองค์กรอิสระเพียงไม่กี่แห่ง ที่เข้าไปตรวจสอบเรื่องสงครามปราบปรามยาเสพติด ของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต โดยจากปฏิบัติการทำให้มีผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตแล้วมากกว่า 3,800 คน โดยตำรวจและเจ้าหน้าที่อ้างว่าเป็นปฏิบัติการที่ชอบธรรม รวมถึงยังวิจารณ์ว่ายุทธวิธีดังกล่าวเป็นการฆ่านอกกฎหมาย
    http://www.naewna.com/inter/291882/preview
    .
     
  7. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    “ซูจี” งดร่วมประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น เหตุต้องอยู่แก้วิกฤติโรฮิงญาในประเทศ เผยแพร่: 13 ก.ย. 2560 12:42:00
    560000009732901.jpg

    รอยเตอร์ - สำนักงานที่ปรึกษาแห่งรัฐของพม่าระบุวันนี้ (13) ว่านางอองซานซูจี ผู้นำของพม่า จะไม่เข้าร่วมการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติที่จะมีขึ้นเนื่องจากวิกฤติโรฮิงญา วิกฤติที่ทำให้ซูจีต้องเผชิญกับกระแสความไม่พอใจจากเหตุความรุนแรงที่เกิดกับชาวโรฮิงญาในประเทศ จนทำให้ชนกลุ่มน้อยมุสลิมโรฮิงญาราว 370,000 คน ต้องหลบหนีไปบังกลาเทศ

    การอพยพของผู้ลี้ภัยจำนวนมาก ที่เป็นผลจากการตอบโต้อย่างรุนแรงกองกำลังรักษาความมั่นคงที่ต้องการปราบปรามผู้ก่อการร้ายโรฮิงญาที่ก่อเหตุโจมตีในรัฐยะไข่เมื่อเดือนก่อน กลายเป็นปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ซูจีเผชิญตั้งแต่ขึ้นเป็นผู้นำพม่า ขณะที่นักวิจารณ์ได้เรียกร้องให้ถอนรางวัลโนเบลสันติภาพของซูจีจากความล้มเหลวที่ซูจีไม่สามารถระงับความรุนแรงที่เกิดขึ้นได้

    ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติในฐานะผู้นำพม่าครั้งแรกเมื่อเดือนก.ย. 2559 ซูจีได้กล่าวปกป้องความพยายามของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหาวิกฤติเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อชนกลุ่มน้อยมุสลิม

    แต่ในปีนี้ สำนักงานของซูจีระบุว่า ซูจีจะไม่เข้าร่วมการประชุมเพราะภัยคุกคามด้านความมั่นคงที่เกิดขึ้นจากผู้ก่อการร้ายและความพยายามที่จะฟื้นฟูสันติภาพและเสถียรภาพ

    “เธอกำลังพยายามที่จะควบคุมสถานการณ์ความมั่นคง เพื่อให้ได้ซึ่งความสงบสุขและความมั่นคงภายในประเทศ และป้องกันการแพร่ลามของความขัดแย้งระหว่างชุมชม” ซอ เต โฆษกสำนักงานของนางอองซานซูจี กล่าว.
    https://mgronline.com/indochina/detail/9600000093900
     
  8. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    ปิดให้แซ็ด! F-35 ร่วง?: อากาศยานของสหรัฐตกในเนวาดา ลือกันว่าน่าจะเป็น "F-35" นักบินเสียชีวิต ทอ.สหรัฐรีบออกมาปฏิเสธว่า "ไม่ใช่ F-35" แต่ไม่เปิดเผยว่าเป็นเครื่องบินรบรุ่นไหน น่าสงสัย... หรือจะจริงอย่างที่ลือ?

    FB_IMG_1505308005643.jpg


    -------------

    วันที่ 13 ก.ย.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "กองทัพอากาศสหรัฐจะไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอุบัติเหตุที่ร้ายแรงและเป็นความลับในเนวาดา" (US Air Force Won’t Disclose Nature of Secretive Fatal Nevada Crash)

    กองทัพอากาศสหรัฐได้ปฏิเสธที่จะเปิดเผยประเภทของเครื่องบินที่ น.ท. Erin Schultz บินเมื่อวันอังคารที่แล้วเมื่อนักบินประสบอุบัติเหตุและเสียชีวิต

    Lt. Col. Erin Schultz จบปริญญาเอกด้านวิศวกรการบินและอวกาศจาก Caltech และ MBA จาก Pennsylvania State University เคยบินปฏิบัติสนับสนุนในอัฟกานิสถานถึง 50 ครั้ง และเป็นหนึ่งใน 30 นักบินที่เคยขับเครื่องบินรบ F-35 Joint Strike Fighter นิตยสาร Popular Mechanics รายงาน

    ข้อมูลเพิ่มเติมระบุว่า นาวาอากาศโท (Erin Schultz) เป็นนักบินทดลองที่ Naval Air Warfare Center อีกด้วย นักบินที่มีประสบการณ์และเก่งขนาดนั้นจะเสียชีวิตระหว่างการฝึกเหนือหนึ่งสในพื้นที่ทดลองที่นิยมใช้มากที่สุดของกองทัพอากาศสหรัฐได้อย่างไร?

    David Goldfein เสนาธิการกองทัพอากาศสหรัฐกล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า "ผมสามารถบอกได้เลยว่า มันไม่ใช่ F-35" (I can definitely say it was not an F-35.) อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของกองทัพอากาศสหรัฐที่ส่งไปยังเว็บไซต์ Military.com ระบุว่า "ข้อมูลที่เกี่ยวกับประเภทของอากาศยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในครั้งนี้เป็นความลับ และไม่สามารถเปิดเผยได้" (นั่นสิ... หรือว่าสหรัฐแอบเอายานเอเลี่ยนมาทดลองขับ และบังเอิญตก จึงไม่สามารถเปิดเผยได้? ฮ่าๆๆ)

    เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อในตอนเย็นของวันอังคารที่แล้วระหว่างปฏิบัติภารกิจฝึกบินราว 100 ไมล์ทางเหนือของฐานทัพอากาศ Nellis ในเนวาดา โฆษก USAF กล่าว อากาศยานลำนี้สังกัดหน่วย Air Force Materiel Command (ทั้ง F-22 และ F-35 ก็ทดสอบที่ฐานทัพแห่งนี้ด้วย)

    แหล่งข่าวทางทหารกล่าวกับนิตยสารรายสัปดาห์ The Aviationist ของสหรัฐว่า Schultz มีส่วนร่วมในฝูงบินที่ตามปรกติแล้วจะ "ทดลองและประเมิน" เครื่องบินรบของต่างประเทศ (เดี๋ยวจะเม้าท์แบบเจาะลึกให้ฟังในตอนท้ายนะครับ)

    การบริการดูเหมือนว่าจะมุ่งไปที่ภาพต่างๆของกองทัพอากาศของประเทศหนึ่งเป็นการเฉพาะเจาะจง: กองทัพอากาศรัสเซีย "มันอาจจะเป็น Su-27 หรือบางทีก็อาจจะเป็นรุ่นที่ใหม่กว่า อย่างเครื่องบินรบหลากบทบาท Su-30 ก็ได้" Popular Mechanics รายงาน (ฮั่นแน่... มามุกนี้อีกแล้ว "Russia DID it." ฮ่าๆๆ)

    และยังได้ตั้งข้อสังเกตอีกว่า พันธมิตรต่างๆของสหรัฐ อย่างเช่นเวียตนามและอินโดนีเซียก็ซื้อเครื่องบินรบ Su-30 สองเครื่องยนต์ของรัสเซียไปหลายลำ กองทัพอากาศสหรัฐอาจจะสนใจในการทดสอบเครื่องบินรบเหล่านั้น หลังจากมีการเผชิญหน้ากันแบบอากาศสู่อากาศ (air-to-air encounters) ระหว่างเครื่องบินของรัสเซียกับสหรัฐในซีเรีย "ซึ่งก็เป็นเรื่องปรกติทั่วไป" สื่อมะกันรายงาน

    เรื่องของเรื่องก็คือว่า เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินรบ A-10C Thunderbolt II สองลำของสหรัฐตกในพื้นที่ทดลองในเนวาดาและพื้นที่ฝึกใกล้ Nellis AFB ในลาสเวกัส เมื่อวันพุธที่แล้ว (หลังจาก F-16 จาก 162FW ตกทำให้นักบินของอิรัคที่ไปฝึกบินอยู่ที่นั่นเสียชีวิตหนึ่งนาย) สื่อหลายสำนักรายงานว่ามีอากาศยานลำที่สามประสบอุบัติเหตุด้วย (น่าจะหมายถึงอุบัติเหตุครั้งทีสาม) แต่ครั้งนี้ไม่มีการระบุชนิดของอากาศยาน และภารกิจก็ไม่ได้มีการเปิดเผย รายงานระบุว่าอุบัติเหตุครั้งที่สามนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 กันยายนนี้ ก่อนที่ A-10 สองลำจะประสบอุบัติเหตุ (ร่วง)

    เบื้องต้นได้มีการสันนิษฐานกันว่า น่าจะเป็น F-35 ก็ได้ ต่อมาก็มีการพยายามปล่อยข่าวว่าไม่ใช่ F-35 น่าจะเป็น Su-37 ของรัสเซียที่สหรัฐเคยซื้อมาจากยูเครนตั้งแต่ปีมะโว้แล้วก็ได้ หรืออาจจะเป็น Su-30 ของเวียตนามและอินโดนีเซียที่สหรัฐอาจจะแอบขอให้สองประเทศเหล่านั้นนำเครื่องบินรบ Su-30 ไปทดลองในสหรัฐก็ได้ บ้างก็บอกว่า เอ๊ะ… หรืออาจจะเป็น B-21 ของสหรัฐเองก็ได้ บางเว็บไซต์ของสื่อสายทหารสหรัฐขึ้นภาพ Su-27 ของรัสเซียในข่าวนี้เลย

    ข้อมูลจากเว็บไซต์ military.com ระบุว่า Schultz ขับทั้ง F-35, CF-18 (F/A-18 Hornet เวอร์ชั่นสำหรับแคนาดา) และ F-15E ด้วย

    สรุป… ลำไหนตก? F-35 หรือเปล่า? ไม่ทราบครับ เขาไม่เปิดเผย กลัวยอดสั่งซื้อ F-35 จะลดมั๊ง มันมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าเยอะนะ ถ้าเป็น F-35 จริงๆ

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/09/2560
    -----------
    https://sputniknews.com/military/201709131057337718-us-secretive-fatal-nevada-crash/
    http://www.afmc.af.mil/News/Article-Display/Article/804192/hill-welcomes-f-35-workload/
    http://www.af.mil/About-Us/Fact-Sheets/Display/Article/104481/air-force-materiel-command/
    https://theaviationist.com/2017/09/...llis-afb-fuels-speculations-of-f-35-involved/
    https://theaviationist.com/2017/09/...llis-afb-fuels-speculations-of-f-35-involved/
    https://theaviationist.com/2017/09/...did-crash-near-nellis-here-are-some-theories/
    http://www.military.com/daily-news/...nother-plane-crash-nevada-training-range.html
     
  9. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    ได้ทีขี่ S-400 ไล่: ปธน.แอร์โดกันแห่งตุรกีเย้ยสหรัฐว่า การที่ตุรกีตัดสินใจซื้อระบขบีปนาวุธป้องกันภัยทางอากาศ S-400 จากรัสเซียทำให้สหรัฐ "คลุ้มคลั่ง" (Made US Furious)
    ----------

    ก่อนหน้านี้กระทรวงกลาโหมของสหรัฐออกมาแถลงว่า สหรัฐรู้สึกเป็นกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง กรณีตุรกีลงนามในข้อตกลงซื้อระบบป้องกันภัยทางอากาศ S-400 ที่ล้ำสมัยของรัสเซีย โดยไม่ใช้ของนาโต้ด้วยกัน

    ผู้นำตุรกีเน้นย้ำว่า "เราจะต้องรอคอยคุณ [สหรัฐ] ด้วยรึ? เราใช้ และจะเดินหน้าใช้มาตรการที่จำเป็นทุกอย่างเพื่อรับประกันความมั่นคงของประเทศเรา พวกเราเป็นเจ้าบ้านในบ้านของพวกเรา" (แปลว่า คนนอกอย่าแส่! ไสหัวไป เอาก้นมา จะได้ช่วยถีบส่ง แบบนั้นหรือเปล่าครับท่านแอร์โดเกรียน?)

    แอร์โดกันแฉอีกว่า หลังจากที่อิสราเอลและสหรัฐปฏิเสธที่จะจัดส่งโดรนต่อสู้ให้กับตุรกี กรุงอังการาก็พัฒนาและเริ่มการผลิตโดรนเหล่านั้นด้วยตนเอง และมันก็ทำให้ทั้งสองประเทศนั้นรู้สึกกังวลใจด้วย

    https://sputniknews.com/politics/201709131057347565-erdogan-turkey-russia-s400-us/

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/09/2560
    -----------
     
  10. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    กลัวซะที่ไหนหละ... คิมน้อยประกาศชัด จะเพิ่มแสนยานุภาพทางทหารเป็นสองเท่า หลังถูกคว่ำบาตรรอบใหม่จากยูเอ็น

    FB_IMG_1505311540329.jpg

    ----------

    วันที่ 13 ก.ย.60 RT พาดหัวข่าวว่า "เกาหลีเนหือสัญญาว่าจะเพิ่มแสนยานุภาพทางกองทัพเป็นสองเท่า หลังถูกแซงชั่นแซงชั่นแบบปีศาจที่นั่งเทียนเขียนโดยสหรัฐ" (N. Korea vows to redouble military strength over 'evil, US-fabricated' sanctions)

    "DPRK (สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี) จะเพิ่มศักยภาพขึ้นเป็นสองเท่า เพื่อเสริมความเข้มแข็งของตนเอง เพื่อปกป้องอธิปไตยของประเทศ และสิทธิ์ที่จะมีอยู่ และเพื่อดำรงค์ไว้ซึ่งสันติภาพและความปลอดภัยในภูมิภาค โดยการสร้างสมดุลให้เท่าสหรัฐ" กระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือแถลง อ้างคำแถลงการณ์โดยสำนักข่าว KCNA

    เกาหลีเหนือได้เรียกมติของยูเอ็นในครั้งนี้ว่า เป็น "สิ่งที่ไม่ขอบด้วยกฎหมายและเป็นปีศาจ" โดยกล่าวว่า มันถูกชี้นำและประดิษฐ์ประดอยโดยสหรัฐอย่างชัดเจน

    "มตินี้เป็นผลผลิตของการยั่วยุที่ชั่วร้าย มีจุดมุ่งหมายที่การกีดกันสิทธิ์ของเกาหลีเหนือในการป้องกันตนเอง และกดขี่ข่มเหงประเทศและประชาชนของเกาหลีเหนือด้วยการปิดกั้นทางเศรษฐกิจอย่างเต็มรูปแบบ" แถลงการณ์กล่าว (นี่แหละประชาธิปไตยและเสรีภาพแบบอเมริกันของแท้)

    แถลงการณ์ของกระทรวงต่างประเทศเกาหลีเหนือกล่าวอีกว่า "มติฉบับนี้ได้เปิดโอกาสให้ DPRK พิสูจน์ว่าเส้นทางที่ตนเองเลือกที่จะก้าวลงไปนั้น ถูกต้องโดยประการทั้งปวง (absolutely right) และเพื่อหนุนการตัดสินใจของตนเองให้มีความเข้มแข็งมากขึ้นในการที่จะเดินไปตามถนนสายนี้ให้เร็วที่สุดโดยไม่ต้องหันกลับไปมองข้างหลัง จนกระทั่งการต่อสู้นี้จะจบลง"

    นายจิมมี่ คาร์เตอร์ (Jimmy Carter) อดีตประธานาธิบดีคนที่ 39 ของสหรัฐได้ตราหน้าประเทศสหรัฐว่าทำงานเหมือนกับ "พวกคณาธิปไตย" (oligarchy) มากกว่า "ประขาธิปไตย" (democracy) ในขณะเดียวกันก็วิจารณ์แนวทางของทรัมป์อย่างดุเดือดว่า "สิ้นหวัง" (hopeless) ในการแก้ไขปัญหาอิสราเอล-ปาเลสไตน์ และเพิ่มความตึงเครียดกับเกาหลีเหนือ RT รายงาน อ้างข่าวจาก AP ของสหรัฐ

    ส่วนนายแอนโตนิโอ กูเตอร์เรส (Antonio Guterres) เลขาธิการสหประขาชาติได้กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik ของรัสเซียว่า รู้สึกมีความกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง กรณีการขยายความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และยินดีหากกรุงมอสโคจะมีบทบาทในการนำกรุงเปียงยางและกรุงโซลเข้าสู่โต๊ะเจรจา

    [เลขาฯ ยูเอ็นไม่ได้เอ่ยถึงสหรัฐ และปัจจุบันนี้ ตั้งแต่เกาหลีใต้มีรัฐบาลใหม่ ก็ยังไม่มีการเจรจากันอย่างเป็นทางการระหว่างสองเกาหลีเลย สหรัฐก็ยังไม่ยอมเจรจากับเกาหลีเหนือด้วย

    สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ สหรัฐ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ยกกองทัพไปซ้อมรบใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือทั้งทางบก ทะเล และอากาศ โดยอ้างว่าเกาหลีเหนือยั่วยุด้วยการทดลองขีปนาวุธ และสหรัฐก็เสริมอาวุธยุทโธปกรณ์ให้ทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น แถมยังสร้างฐานทัพใหม่อีกสองแห่งในเกาหลีใต้ด้วย

    ส่วนเกาหลีเหนือก็บอกว่า การซ้อมรบของสหรัฐและพันธมิตรอย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เป็นการยั่่วยุเกาหลีเหนือ และมีโอกาสที่การซ้อมรบอาจจะกลายเป็นการยกทัพเข้าไปถล่มเกาหลีเหนือจริงๆ ได้ทุกเมื่อ เพราะไม่มีใครรับประกันได้ว่าสหรัฐจะไม่ทำอย่างนั้น ยูเอ็นก็ไม่กล้ารับรอง เป็นได้แค่หุ่นเชิดของสหรัฐเท่านั้น แค่สหรัฐขู่ว่าจะถอนตัวจากการเป็นสมาชิกของยูเอ็น ยูเอ็นก็นอนไม่หลับแล้ว

    จีนกับรัสเซียก็เรียกร้องให้สหรัฐถอน THAAD ออกจากเกาหลีใต้ สหรัฐบอกว่าฝันไปเถอะ จีนกับรัสเซียขอให้ทุกฝ่าย หมายถึงทั้งฝ่ายเกาหลีเหนือ และฝ่ายสหรัฐ (รวมทั้งเกาหลีใต้และญี่ปุ่นด้วย) หยุดอยู่แค่นั้น เกาหลีเหนือก็ห้ามทดลองขีปนาวุธและนิวเคลียร์อีก สหรัฐและพันธมิตรก็ห้ามไปซ้อมรบในคาบสมุทรเกาหลีอีก สหรัฐบอกว่า "เสียใจครับ" เป็นไปไม่ได้ ให้เกาหลีเหนือหยุดฝ่ายเดียวสิ สหรัฐและพรรคพวกจะไม่หยุด แล้วจะเจรจากันอย่างไรหละนี่? - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    13/09/2560
    -----------
    https://www.rt.com/news/403161-north-korea-un-weapons/
    https://www.rt.com/usa/403169-carter-us-oligarchy-korea/
    https://sputniknews.com/politics/201709131057346526-un-guterres-russia-north-korea/
     
  11. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    พิษทาส (THAAD) สายการบิน Asiana Airlines ซึ่งใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีใต้ กำลังจะเจ๋ง และได้ประกาศลดเที่ยวบินไปจีนลง เริ่มต้นปลายเดือนหน้า โดยจะเปลี่ยนไปใช้เครื่องบินโดยสารขนาดเล็กแทน ใช้ Airbus321 แทน Boeing 767 ได้อย่างเสียอย่างครับ เมื่อหลีใต้เลือก THAAD ของสหรัฐ จีนก็ดึงนักท่องเที่ยวกลับ (เทมาไทยแทน) เครื่องบินขนาดใหญ่ของสหรัฐไม่คุ้มทุน หลีใต้หันไปใช้ของยุปโรปขนาดเล็กแทน
    ------------
    https://sputniknews.com/world/201709131057340235-asiana-cuts-flights-thaad/
    .
     
  12. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    ยิวโวย นีโอนาซีใช้เสรีภาพในการเดินขบวนเหยียดผิวอย่างเปิดเผยใกล้โบสถ์ยิว Synagogue ในเมือง Gothenburg ประเทศสวีเดน และเรียกร้องให้ตำรวจเปลี่ยนการตัดสินใจที่อนุญาตให้มีการเดินขบวน
    -------------
    https://sputniknews.com/art_living/201709131057351777-sweden-jews-holiday-nazi-march/
    https://www.thelocal.se/20170911/swedish-jews-to-appeal-neo-nazi-march-permit-synagogue
    .
     
  13. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ซูจีนัด 19 ก.ย. แถลงใหญ่ปมโรฮิงยา ยันไม่ได้หลบหน้าใคร ยกเลิกรวมประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น วันที่ 13 กันยายน 2560 - 19:57 น.

    suunew-696x413.jpg
    AFP PHOTO / REUTERS
    เมื่อวันที่ 13 ก.ย. เอเอฟพีรายงานว่า นางออง ซาน ซู จี ผู้นำพม่าในฐานะที่ปรึกษาแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งกำหนดแถลงต่อประชาชนผ่านโทรทัศน์ทั่วประเทศถึงวิกฤตโรฮิงยาในรัฐยะไข่ วันที่ 19 ก.ย.ที่จะถึงนี้ หลังจากถูกวิจารณ์และถูกกดดันจากนานาประเทศอย่างหนักว่านิ่งเฉยมานาน

    ก่อนหน้านี้ นางซูจีเพิ่งยกเลิกกำหนดการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นจีเอ ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 19-25 ก.ย.นี้ ทำให้ถูกมองว่าไม่ต้องการถูกกดดันในวิกฤตโรฮิงยา


    สถานการณ์สู้รบในรัฐยะไข่ ประเทศพม่า ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. ส่งผลให้มีชาวโรฮิงยาอพยพข้ามพรมแดนเพื่อหนีไฟสงครามไปยังบังกลาเทศแล้วกว่า 380,000 คน มีเด็กหลายร้อยคนที่เดินทางหนีภัยเข้าไปโดยลำพัง คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหรือยูเอ็นเอสซี จะเปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อหารือในวันที่ 13 ก.ย.นี้ ขณะที่จีนส่งสัญญาณจะออกโรงปกป้องพม่า เพื่อไม่ให้มีมติใดๆ จากที่ประชุม

    300138-01-02-696x463.jpg
    ชาวโรฮิงยาในค่ายผู้อพยพที่กูตูปาลอง บังกลาเทศ . / AFP PHOTO / Munir UZ ZAMAN
    นายจอ ฮเทย์ โฆษกรัฐบาลพม่า กล่าวว่า นางซูจีไม่เคยเกรงกลัวต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์ และการเผชิญหน้ากับปัญหา แต่การประชุมสมัชชาใหญ่นี้ตัวแทนรัฐบาลจะเป็นรองประธานาธิบดีเฮนรี วาน ธีโอ เดินทางไปแทน เพราะนางซู จีมีติดภารกิจอื่นที่มีความสำคัญกว่า



    วันเดียวกัน นางเชก ฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ กล่าวระหว่างเยี่ยมผู้อพยพ เรียกร้องให้ทางการพม่ารับผู้อพยพชาวโรฮิงยากลับไป เนื่องจากบังกลาเทศกำลังต้องแบกรับผู้อพยพชาวโรฮิงยาเพิ่มขึ้นอย่างไม่ขาดสาย หลังเดิมที่ต้องแบกรับอยู่แล้วกว่า 4 แสนคน

    AP17255390940724-655x696.jpg
    นางฮาสินาไปเยี่ยมเด็กผู้ลี้ภัยในค่ายกูตูปาลอง AP Photo/Saiful Kallol)
    “ข้อเรียกร้องของดิฉันนั้นชัดเจนอย่างที่สุด คือ ขอให้รัฐบาลพม่ามองเรื่องนี้จากมุมของมนุษยธรรม เพราะผู้คนเหล่านี้ รวมไปถึงเด็กและผู้หญิง กำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส พวกเขาควรได้อยู่บนแผ่นดินของพม่า เพราะเขาก็อยู่มาแบบนั้นไม่ต่ำกว่า 100 ปีแล้ว จะไม่รับว่าเขาเป็นพลเมืองของตัวเองได้ยังไงกัน” นางฮาสินากล่าว

    325926-01-02-696x463.jpg
    ประธานาธิบดีโจโกวี (เสื้อขาว) คุมการขนส่งเสบียงไปช่วยโรฮิงยา / AFP PHOTO / ADEK BERRY
    ด้านอินโดนีเซีย ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด สั่งส่งเสบียงและสิ่งของบรรเทาทุกข์ 34 ตันขึ้นเครื่องบินเฮอร์คิวลิสไปให้ผู้อพยพชาวโรฮิงยาที่อยู่ในค่ายพักพิงแนวชายแดนบังกลาเทศและพม่า

    https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_507775
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2017
  14. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    FB_IMG_1505349094422.jpg

    นางฮาสินา นายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ ซึ่งนางเองก็ยอมรับเองว่าโรฮิงญาไม่ใช่ชนพื้นเมืองเพราะบอกว่า "พวกเขาควรได้อยู่บนแผ่นดินของพม่า เพราะเขาก็อยู่มาแบบนั้นไม่ต่ำกว่า 100 ปีแล้ว" นาง ควรไปศึกษาประวัติศาสตร์ของพม่าเพิ่มเติมบ้างว่าโรฮิงญาไปทำอะไรกับพม่าบ้าง ถ้านางเป็นคนดีก็ควรเปิดประเทศรับโรฮิงญาไปเป็นพลเมือง
    “ข้อเรียกร้องของดิฉันนั้นชัดเจนอย่างที่สุด คือ ขอให้รัฐบาลพม่ามองเรื่องนี้จากมุมของมนุษยธรรม เพราะผู้คนเหล่านี้ รวมไปถึงเด็กและผู้หญิง กำลังทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส พวกเขาควรได้อยู่บนแผ่นดินของพม่า เพราะเขาก็อยู่มาแบบนั้นไม่ต่ำกว่า 100 ปีแล้ว จะไม่รับว่าเขาเป็นพลเมืองของตัวเองได้ยังไงกัน” นางฮาสินากล่าว
     
  15. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    Jeerachart Jongsomchai
    20170914_073951.png

    ... "อีแร้งค่อยๆแทรกแซงพม่าอย่างช้าๆ"

    ... อีแร้งกำลังจะใช้ยูเอ็นแทรกแซง "พม่า" โดยประกาศว่าความรุนแรงต่อผู้อพยพโรฮีนจาในรัฐยะไข่นั้นเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบร่วมกันของชาวโลกที่ต้องเข้ามาช่วยกันแก้ไข

    ... โดยกำลังจะทำแบบ "ยูเครน" ที่ส่งซีไอเอส ไปป่วนปลุกระดมผสมโรงแล้วสุดท้ายก็เปลี่ยนแปลงรัฐบาลในประเทศนั้น , และล่าสุดก็ "รัฐเคิร์ด" ที่อีแร้งต้องการจะสร้างให้ตั้งรัฐมาเป็นหอกข้างแคร่ของทั้งอิรัก อิหร่าน ตุรกีให้ได้

    ... ทั้งสามจังหวัดภาคใต้ไทย มาลาวีของฟิลิปปินส์ และยะไข่ของพม่าก็ล้วนแนวคิดเดียวกัน คือพยายามทำให้แตกแยกจากภายใน แล้วแทรกแซงโดยยูเอ็นหรือผู้ก่อการร้าย อย่างใดอย่างหนึ่ง

    ... ลองนึกดูว่าถ้า ภาคใต้ไทย มาลาวี และยะไข่ เคิร์ด เป็นรัฐอิสระ และเป็นลูกสมุนของอเมริกาต่อไปทางนโยบายต่างประเทศ และเมืองที่เกิดปัญหาล้วนเป็นเป็นแหล่งน้ำมันชั้นดี และจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกทั้งนั้น มาลาวีในมินดาเนานั้นรวยน้ำมันมาก เคิร์ดก็รวยน้ำมันเช่นกัน สามจังหวัดไทยนอกอ่าวก็ด้วย ส่วนยะไข่นั้น เป็นเมืองท่าที่สำคัญในย่านอ่าวเบงกอล ในการเชื่อมกับตอนใต้และทางสายไหมของจีน

    ... แต่ในกรณีของ "ซีเรีย" และ "อียิปต์์" ตัวเองกลับไปแทรงแซงประเทศเขาเอง

    ... จับตาดีๆ "อีแร้งกำลังจะใช้ชาวโรฮีนจา" ในการทำให้อาเซี่ยนแตกแยกทีละนิด

    ... null - Via euronews: http://www.euronews.com/2017/09/06/un-chief-calls-for-restraint-in-myanmar

    https://www.facebook.com/jeerachart.jongsomchai?fref=ts
     
  16. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    เลขาฯยูเอ็นย้ำวิกฤตโรฮิงยาสาหัสแล้ว พม่าลั่นไม่รับคืนผู้อพยพ – ทิ้ง 176 หมู่บ้านร้างว่างเปล่า วันที่ 14 กันยายน 2560 - 00:53 น.
    rohingya-burn-696x371.jpg
    เมื่อ 13 ก.ย. เอพีรายงานจากสำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ว่า นายอันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวถึงวิกฤตผู้อพยพโรฮิงยา ว่าเสี่ยงกับความหายนะ หลังจากจำนวนผู้อพยพจากรัฐยะไข่ข้ามแดนไปยังบังกลาเทศแล้ว 380,000 คน พร้อมเรียกร้องให้พม่ายุติความเคลื่อนไหวทางทหารและความรุนแรง ยึดหลักนิติธรรม



    ในการแถลงข่าว นายกูแตร์เรสกล่าวถึงรายงานที่กองกำลังความมั่นคงทำร้ายพลเรือน ว่าเป็นเรื่องที่รับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง เมื่อนักข่าวถามว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่ว่าประชากรโรฮิงยาถูกกวาดล้างทางชาติพันธุ์ เลขาธิการยูเอ็นตอบว่า “เมื่อหนึ่งในสามของประชากรโรฮิงยาต้องทะลักออกนอกประเทศ คุณหาคำอธิบายอื่นที่ดีกว่านี้ได้ไหม"

    ด้านรัฐบาลอังกฤษและรัฐบาลสวีเดนยื่นข้อเสนอถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติให้ออกมติเพื่อยุติความรุนแรงในรัฐยะไข่ อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มสูงอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจีนจะคัดค้านการออกมติที่มีผลต่อรัฐบาลพม่า เนื่องจากจีนเห็นด้วยกับการที่พม่าปราบปรามกองกำลังติดอาวุธโรฮิงยา แม้ว่าชาวบ้านเป็นฝ่ายที่ได้รับผลกระทบ

    ก่อนหน้านี้ นายจอ ฮเทย์ โฆษกรัฐบาลพม่าเพิ่งแถลงว่า จากการสำรวจพื้นที่ชุมชนของชาวโรฮิงยาในรัฐยะไข่ (โฆษกรัฐบาลพม่าใช้คำเรียกว่าชาวเบงกาลี) พบว่าขณะนี้มีหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้างว่างเปล่าแล้ว หลังจากชาวโรฮิงยาอพยพหนีออกไป 176 หมู่บ้าน จากทั้งหมด 471 หมู่บ้านใน 3 เมือง และทั้งนี้ทั้งนั้น พม่าจะไม่รับคืนผู้ที่อพยพทั้งหมดที่ออกไปแล้ว จะรับได้ต่อเมื่อพิสูจน์ว่าเคยอยู่ในชุมชนจริง

    fake-696x471.jpg
    ภาพที่อ้างว่าเป็นมุสลิมโรฮิงยาเผาบ้านตัวเอง
    ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานเผยถึงความล้มเหลวของเจ้าหน้าที่รัฐบาลพม่าในการให้ข่าวว่า ชาวโรฮิงยาเป็นฝ่ายเผาบ้านเรือนของตนเอง โดยเตรียมภาพและชาวบ้านไว้ให้นักข่าวต่างชาติสัมภาษณ์ รวมถึงพระสงฆ์ด้วย แต่ปรากฏว่า ภาพที่ชาวบ้านนับถือพุทธใช้แฉว่าชาวโรฮิงยาเผาบ้านตนเองนั้น คนในภาพกลับปรากฏตัวให้นักข่าวเห็น ว่าที่แท้เป็นชาวเชื้อสายอินเดียที่นับถือฮินดู

    AP17254302043407-696x525.jpg
    หญิงที่ถูกอ้างเป็นมุสลิมโรฮิงยา ที่แท้เป็นชนอินเดียนับถือฮินดู (AP Photo)
    กรณีนี้จึงเข้าข่ายเป็นข่าวปลอมอย่างชัดเจนและทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลพม่าลดลงไปด้วย หลังจากนางออง ซาน ซู จี เพิ่งจะโพสต์ข้อความตำหนิว่ามีข่าวปลอมที่บิดเบือนเหตุการณ์ในครั้งนี้

    AP17254302008156-696x349.jpg
    ชายคนนี้ถูกอ้างเป็นมุสลิมโรฮิงยาเช่นกัน แต่ไปๆ มาๆ ก็เป็นฮินดูอีกคน Myanmar. (AP Photo)

    https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_508214
     
  17. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ไม่มีใครไปสาปเขาหรอก พวกเขาทำเองทั้งนั้น จากเนื้อหาบทความที่ว่า "อังกฤษทิ้งอาวุธให้โรฮิงญา เพื่อจะเอาไว้เป็นกันชนไม่ให้ญี่ปุ่นตามเข้าไปถึงอินเดีย สถานการณ์นี้เป็นรอยแผลสำคัญเลยที่เกิดขึ้น" นั้นควรจะเพิ่มความจริงเข้าไปด้วยว่า [อังกฤษได้สัญญาว่าหากชาวมุสลิมสนับสนุนฝ่ายสัมพันธมิตร พวกเขาจะได้รับ "พื้นที่แห่งชาติ" อย่างไรก็ตาม กองกำลังของโรฮีนจากลับพยายามที่จะทำลายหมู่บ้านของชาวยะไข่แทนที่จะต่อต้านญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ความขัดแย้งระหว่างยะไข่กับโรฮีนจาจึงเกิดขึ้น]
    https://th.m.wikipedia.org/wiki/การกบฏโรฮีนจาในพม่าตะวันตก

    โรฮิงญา ชนชาติที่ถูกสาป
    วันพฤหัสบดี ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2560, 08.47 น.

    เป็นปัญหาที่ยาวนานและเป็นเรื่องที่ชาวโลกจับตามอง กับกรณีความขัดแย้งใน เมียนมา ระหว่าง “รัฐบาลพม่า” กับกลุ่มชนชาว “โรฮิงญา” (“โรฮีนจา” หรือที่ทางการเมียนมาพยายามให้เรียกว่า “เบงกาลี”) ที่ปรากฏเป็นข่าวเสมอว่ารัฐบาลเมียนมามีนโยบายค่อนข้างรุนแรง เพื่อกดดันให้กลุ่มชนดังกล่าวออกไปจากประเทศ ทำให้เกิด “คลื่นผู้อพยพ” เข้าไปยังบังกลาเทศบ้าง หรือเป็น “มนุษย์เรือ” /ฝ่าคลื่นลมทะเลมาแวะใน “ประเทศไทย” ก่อนเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย หรือไปไกลถึงออสเตรเลีย

    ชนชาวโรฮิงญาที่เป็นรู้จักของสังคมไทย เมื่อปรากฏหลุมศพขนาดใหญ่ของชาวโรฮิงญาในจังหวัดทางภาคใต้ของไทยนำไปสู่การสืบสวนจับกุมในข้อหาค้ามนุษย์กับผู้ต้องหาหลายราย อาทิ พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตนายทหารสังกัด กองอำนวยการรักษาความสงบภายใน (กอ.รมน.) ซึ่งศาลได้อ่านคำพิพากษาในคดีนี้ไปเมื่อ 19 ก.ค. 2560 ที่ผ่านมา ทว่ารัฐบาลไทย ฝ่ายความมั่นคงไทย และสังคมไทย ต้องกลับมาอยู่ในภาวะกังวลกับผู้อพยพโรฮิงญาอีกครั้ง หลังรัฐบาลพม่าดำเนินการปราบปรามชาวโรฮิงญาอย่างรุนแรง ช่วงปลายเดือน ส.ค. 2560

    บ่ายวันที่ 13 ก.ย. 2560 ที่งานเสวนาเรื่อง “โรฮิงญา : เรื่องที่ใกล้ตัวกว่าที่คิด” ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในงานนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านเมียนมาคนหนึ่งของไทยอย่าง รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์ คณบดีบัณฑิตวิทยาลัย จุฬาฯ บอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ฟังแล้วคงไม่ผิดนัก หากจะบอกว่าชาวโรฮิงญานั้นเป็น “ชนชาติที่ถูกสาป” เพราะอยู่ในดินแดนที่ไม่มีใครต้องการ และไปที่ไหนก็ไม่ค่อยจะมีใครอยากอ้าแขนรับ

    13(4).jpg
    รศ.ดร.สุเนตร ชุตินธรานนท์

    อาจารย์สุเนตร เล่าถึง “ประวัติศาสตร์กระแสหลัก” ของเมียนมา ที่มองว่าชาวโรฮิงญาเป็น “คนนอก” (Foreigner) เป็นชาวต่างด้าวต่างชาติ ไม่ใช่ “ชนดั้งเดิม” ในแผ่นดินเมียนมาอย่างกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ อาทิ มอญ ไทยใหญ่ กะเหรี่ยง ว้า ฯลฯ ขณะเดียวกัน พื้นที่ที่ชาวโรฮิงญาอยู่อาศัยนั้น เรียกว่า “อาระกัน” (Arakan) หรือ “ยะไข่” เดิมก็เป็นรัฐอิสระเช่นกัน กระทั่งในปี 2327 (ค.ศ.1784) อาณาจักรพม่าจึงสามารถยึดครองดินแดนอาระกันได้สำเร็จ ซึ่งก็มีเรื่องเล่าว่า ชาวอาระกันที่นับถือศาสนาอิสลาม “หนีตาย” ออกจากเมืองไปเป็นจำนวนมาก

    12(4).jpg แผนที่ดินแดน “อาระกัน” (Arakan) หรือ “ยะไข่” (Rakhine)

    ภาพจากเว็บไซต์ https://joshuaproject.net/people_groups/13207/BM

    แต่นั่นก็ตามมาซึ่ง “ปัญหาใหม่” นั่นคือกลายเป็นว่าพม่ามีพรมแดนติดกับ “เอเชียใต้” ซึ่งตกอยู่ใต้อิทธิพลของ “อังกฤษ” มหาอำนาจโลกตะวันตกขณะนั้น และเมื่อเกิดเหตุกระทบกระทั่งจนพม่ากับอังกฤษทำสงครามกันในปี 2367 - 2368 (ค.ศ.1824 - 1825) ผลคือพม่าเป็นฝ่ายแพ้ และต้อง “เสียอาระกัน” ให้กับอังกฤษ โดยถูกผนวกรวมเข้ากับอินเดียและบังกลาเทศ ซึ่งช่วงนี้เองที่การโยกย้ายถิ่นฐานไปมาของผู้คนระหว่างบังกลาเทศกับอาระกันเกิดขึ้นทั่วไป

    “ช่วงที่เข้ามากันมาก คือช่วงต้นคริสตศวรรษที่ 20 (ค.ศ.1900 หรือ พ.ศ.2443 เป็นต้นมา) อังกฤษต้องการใช้แรงงานคนแขกซึ่งก็มีหลายเผ่า แต่ส่วนใหญ่เป็นมุสลิม จึงมีการนำคนจากฝั่งโน้น (บังกลาเทศ) เข้ามาจำนวนมาก จะรู้ได้อย่างไรว่าโรฮิงญากลุ่มไหนอยู่เก่าแก่ หรือกลุ่มไหนอังกฤษนำเข้ามา แต่รัฐบาลพม่าเหมาเอาทั้งหมดว่าเข้ามาหลัง ค.ศ.1824” อาจารย์สุเนตร ระบุ

    นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมียนมาท่านนี้ เล่าต่อไปว่า เมื่ออังกฤษนำคนแขกมุสลิมเข้ามา ก็มีปัญหาระหองระแหงกระทบกระทั่งกันบ้างกับชาวพื้นถิ่นที่เป็น “ชาวพุทธ” แต่เหตุการณ์ที่เป็น “รอยร้าว” ระหว่างชน 2 กลุ่ม อยู่ในช่วง “สงครามโลกครั้งที่ 2” เมื่อพม่าที่ขณะนั้นตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ “ขบวนการกู้เอกราชพม่า” ได้จับมือกับ “ญี่ปุ่น” เพื่อหวังให้กองทัพลูกพระอาทิตย์มาขับไล่มหาอำนาจตะวันตกออกไป ในทางตรงกันข้าม กองทัพอังกฤษก็ได้ทิ้งอาวุธจำนวนมากไว้ให้ชาวโรฮิงญาในอาระกัน เพื่อต่อสู้กับญี่ปุ่นเช่นกัน

    “อังกฤษทิ้งอาวุธให้โรฮิงญา เพื่อจะเอาไว้เป็นกันชนไม่ให้ญี่ปุ่นตามเข้าไปถึงอินเดีย สถานการณ์นี้เป็นรอยแผลสำคัญเลยที่เกิดขึ้น ส่วนรอยแผลอันที่ 2 คือหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีปรากฏการณ์การแยกประเทศ เช่นมีปากีสถานตะวันตก ปากีสถานตะวันออก (ปัจจุบันคือบังกลาเทศ) โรฮิงญาก็มีกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อแยกประเทศเช่นกัน อย่างที่มีชื่อออกมาคือ Arakanistan ในช่วงนั้น ซึ่งเป็นเรื่องสุดท้ายที่รัฐบาลพม่าจะยอมให้เกิด” อาจารย์สุเนตร กล่าว

    11(2).jpg “สะพานข้ามแม่น้ำแคว” ทางรถไฟที่สร้างขึ้นจากชีวิตเชลยศึกในกองทัพญี่ปุ่น มุ่งให้เป็นเส้นทางเดินทัพเข้าสู่พม่าในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

    ท่าทีของพม่าหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษใหม่ๆ ในปี 2491 (ค.ศ.1948) รัฐบาลพม่าในขณะนั้น “แม้จะยังไม่ยอมรับชาวโรฮิงญาเป็นชนเผ่าหนึ่งของประเทศ แต่ก็ได้ให้สิทธิเสรีภาพพอสมควร” ชาวโรฮิงญาตั้งสมาคม ชมรมต่างๆ อย่างเปิดเผย ถึงขนาดมีสถานีวิทยุเป็นของตนเอง ทว่าทุกอย่างได้เปลี่ยนไป เมื่อเกิดการยึดอำนาจในปี 2505 (ค.ศ.1962) โดยผู้นำฝ่ายทหาร นายพล “เน วิน” (Ne Win) จากนั้นก็เป็นที่ทราบกันดีว่า แผ่นดินพม่าได้เข้าสู่ “ยุคมืด” เพราะมีการ “ปิดประเทศ” และเปิดฉากสมัยแห่ง “ระบอบเผด็จการ” ยาวนานนับทศวรรษ

    22(1).jpg

    นายพล “เน วิน” (Ne Win) ผู้นำพม่าเข้าสู่ยุคเผด็จการปิดประเทศ

    อาจารย์สุเนตร กล่าวว่า เมื่อ เน วิน ขึ้นครองอำนาจ ท่าทีของรัฐบาลพม่าต่อชนชาวโรฮิงญาได้เปลี่ยนไปแบบ “จากยืดหยุ่นสู่กวาดล้าง” โดยเฉพาะในปี 2521 (ค.ศ.1978) รัฐบาลทหารพม่าได้ใช้นโยบาย Operation Nagamin เข้าควบคุมพื้นที่อาระกัน โดยอ้างว่า “เพื่อรักษาความสงบ” หรือก่อนหน้านั้น ในปี 2517 (ค.ศ.1974) มีการออกกฎหมาย “ยกเลิกบัตรประชาชน” ของชาวโรฮิงญา และในปี 2525 (ค.ศ.1982) ได้ยกระดับสู่การ “ยกเลิกทุกสิทธิ” ที่ชาวโรฮิงญาเคยมีเหมื่อนชนกลุ่มอื่นๆ หรือก็คือการไม่ยอมรับ “การมีตัวตน” ของโรฮิงญาบนแผ่นดินพม่าอีกต่อไป

    นั่นคือเรื่องราวในอดีต แต่ในวันนี้ที่ประชาคมโลกถามหา “อองซานซูจี” (Aung San Suu Kyi) ว่าหายไปไหน? ทำไมไม่พูดอะไรเกี่ยวกับวิกฤติโรฮิงญาบ้าง ทั้งที่เคยถูกยกย่องเป็น “วีรสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย” จนได้รับ “รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ” (Nobel Peace Prize) ในปี 2534 (ค.ศ.1991) ในขณะที่ถูกรัฐบาลทหาร SLORC และ SPDC สั่งจองจำในบ้านพักของเธอเอง กระทั่งในเวลาต่อมาถูกปล่อยตัวและกลับมามีบทบาทสำคัญทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อพม่าปฏิรูปการเมืองสู่ประชาธิปไตย และพรรค NLD ของเธอชนะเลือกตั้งในปี 2558 (ค.ศ.2015)

    14(3).jpg “อองซานซูจี” (Aung San Suu Kyi)

    นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เมียนมาท่านนี้ อธิบายสภาพสังคมเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ไว้อย่างน่าสนใจ คือ “2 พรรคใหญ่” ในการเมืองเมียนมา คือ พรรค NLD ของนางอองซานซูจี กับ พรรค USDP หรือพรรคการเมืองของ “ฝ่ายทหาร” ซึ่งถือเป็น “คู่แข่ง” ของพรรค NLD โดยตรง แน่นอนว่าในสังคมประชาธิปไตย “ฐานเสียง” จากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ทว่านั่นคือ “โชคร้าย” เพราะชนชาวพม่า “ส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธ และไม่ชอบโรฮิงญา” ประเด็นโรฮิงญาจึงเป็นเรื่อง “ต้องห้าม” ที่นักการเมืองทุกรายไม่ควรเอ่ยปากพูดถึง

    “ไม่ว่าจะ NLD หรือ USDP ต่างคาดหวังว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน ซึ่งกว่า 90 เปอร์เซ็นต์เป็นพุทธ ดังนั้นถ้ารัฐบาลแสดงทีท่าเห็นอกเห็นใจมุสลิมโรฮิงญา ก็จะถูกต่อต้านจากประชาชน หมวกที่อองซานซูจีสวมอยู่ขณะนี้คือหมวกนักการเมือง ไม่ใช่หมวกของผู้ชนะรางวัลโนเบลสันติภาพ ฉะนั้นเขาก็ต้องระวัง ถ้าไปทำอะไรมากคะแนนเสียงจะเสีย” อาจารย์สุเนตร กล่าว

    นอกจากพรรคการเมืองใหญ่ระดับชาติแล้ว ยังมี “ตัวแปร” อื่นๆ เช่น พรรคการเมืองท้องถิ่นรัฐอาระกัน แน่นอนว่ามีแนวทางแบบ “พุทธหัวรุนแรง” ไม่ต่างจากชนชาวพม่าส่วนใหญ่ที่มองโรฮิงญาเป็นคนนอก ความสำคัญของพรรคการเมืองนี้ต่อรัฐบาลกลางเมียนมา คือ “พรรครัฐบาลเอาชนะเลือกตั้งที่อาระกันไม่ได้” ทำให้ขั้วการเมืองรัฐบาลต้องให้ความใส่ใจอย่างมาก หรือแม้แต่ “ภาคประชาชน” ในรัฐอาระกัน ที่จำนวนมากก็เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวของชาวพุทธที่ไม่เอาชาวโรฮิงญา แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ และยังมีกลุ่มย่อยอื่นๆ ออกไปอีก

    “โรฮิงญายังเป็นปัญหาเรื่องสีผิว เพราะมีสีผิวต่างจากคนพม่าชัดเจน ภาษาก็คนละภาษา แถมศาสนายังแตกต่าง ปัญหาของโรฮิงญาจึงเห็นภาพว่ามีกลุ่มยะไข่พุทธกับโรฮิงญาที่ขัดแย้งกัน ทั้งๆ ที่ในอาระกันไม่ได้มีแค่ 2 ชาติพันธุ์ แต่กลุ่มที่เด่นๆ คือยะไข่พุทธกับมุสลิมโรฮิงญา พอเป็นแบบนี้รัฐก็วางตัวยาก จะเอนเอียงสนับสนุนไปทางไหน? แน่นอนก็ต้องทางพุทธ แล้วพอเป็นแบบนี้มันก็ข้ามพรมแดนแล้ว ไม่ได้อยู่แต่ในรัฐยะไข่เท่านั้น แต่กระจายไปพม่าส่วนอื่นๆ ที่เป็นชาวพุทธด้วยกัน ก็มีความเคลื่อนไหวต่อต้านโรฮิงญา” อาจารย์สุเนตร กล่าวย้ำ

    สุดท้ายเมื่อถามหา “กลไกระหว่างประเทศ” เช่น ประชาคมอาเซียน อาจารย์สุเนตร ระบุว่า รัฐบาลพม่ายืนยันเสมอว่า “นี่คือเรื่องภายในของฉัน คนอื่นอย่าเข้ามายุ่ง” ดังนั้นแล้ว ชะตากรรมของชาวโรฮิงญา จึงต้อง

    “เคว้งคว้าง” อย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด!!!

    SCOOP@NAEWNA.COM

    http://www.naewna.com/likesara/292023
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 กันยายน 2017
  18. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    อพยพ 20,000 ทั่วกรุงมอสโค หลังถูกขู่บึ้มหลายแห่ง อะไรแว้... แค่ปูตินขาย S-400 ให้แอร์โดกันแค่นี้ ถึงกลับขู่บึ้มกันเลยรึ? เอ... หรือจะเป็นเพราะว่าพวกไอซิสในซีเรียกำลังพ่ายแพ้ให้กับกองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรียและพันธมิตรนำโดยรัสเซียอย่างหนัก วันก่อนรัสเซียแถลงว่าตอนนี้ฝ่ายรัฐบาลซีเรียสามารถยึดพื้นที่คืนจากพวกไอซิสและพวกกบฏได้แล้ว 85% เหลืออีกแค่ 15% เท่านั้น
    ---------------
    https://www.rt.com/news/403195-moscow-malls-university-evacuation/
    .
     
  19. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    สำนักข่าว TASS ของรัฐบาลรัสเซียรายงานว่า มีการโทรขู่บึ้มถึงเกือบ 100 สาย ในกรุงมอสโค
    ------------
    http://tass.com/society/965491
    .
     
  20. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    ข่าวดี กองทัพฝ่ายรัฐบาลซีเรียและพันธมิตรนำโดยรัสเซียสามารถยึดโรงกลั่นน้ำมันและแก๊สใกล้เมือง Deir ez-Zor คืนจากพวกขบวนการก่อการร้ายไอซิสได้แล้ว เยสสสสส! นักข่าวของ RT ในพื้นที่ยืนยัน (14 ก.ย.60)
    ----------
    https://www.rt.com/news/403296-oil-fields-syria-army/
    https://www.almasdarnews.com/article/liberated-syrian-gas-fields-begin-pump-fuel-first-time-years/
    .
     
  21. สุกิจSukit

    สุกิจSukit เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 เมษายน 2013
    โพสต์:
    22,476
    ค่าพลัง:
    +33,564
    ปอกเปลือก ทรราช
    หลังจากที่สหรัฐล้มเหลวในการพยายามอายัดทรัพย์ (ปล้น) ผู้นำเกาหลีเหนือ มะกันก็มามุกใหม่ด้วยการยัดข้อหา "เกาหลีเหนือขโมยเงินดิจิตัลของเกาหลีใต้" เอาเข้าป๊ะ!

    FB_IMG_1505389301634.jpg FB_IMG_1505389285392.jpg FB_IMG_1505389298334.jpg

    ----------

    วันที่ 13 ก.ย.60 Sputnik พาดหัวข่าวว่า "เกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าหาเงินเพิ่มด้วยการขโมยเงินบิทคอยจากการแฮ็ก" (North Korea Accused of Raising Money by Stealing Bitcoins in Hack Attacks)

    [ข่าวนี้สื่อรัสเซียเอามาจากสื่อของสหรัฐ ก่อนหน้านี้ พอเกิดปัญหาต่างๆขึ้น สหรัฐก็มักจะพูดว่า "ฝีมือรัสเซีย/รัสเซียทำ" (Russia DID it.) หลังจากถูกรัสเซียตอกกลับไปจนหน้าหงายนับครั้งไม่ถ้วน อินเทรนด์หน่อย ตอนนี้กระแสรุมกินโต๊ะเกาหลีเหนือกำลังมาแรง ลงมันที่เกาหลีเหนือนี่แหละ แต่หนึ่งในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องการคอรัปชั่นมากที่สุดก็คือ "เกาหลีใต้" - ผู้แปล]

    สื่อมะกันรายงานว่า บริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้เตือนว่า เกาหลีเหนือกำลังเริ่มปฏิบัติการโจมตีด้วยการแฮ็ก เพื่อสะสมเงินบิทคอยและเงินดิจิตอลอื่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการคว่ำบาตรที่โหดที่สุดต่อเกาหลีเหนือโดยสหประชาชาติ (จริงๆแล้วโดยสหรัฐ แต่ใช้ยูเอ็นเป็นเครื่องมือ)

    "ตั้งแต่เดือนพฤศภาคม 2017 เป็นต้นมา พวกเราได้สังเกตการณ์ผู้กระทำซึ่งเป็นชาวเกาหลีเหนือซึ่งกำหนดเป้าหมายอย่างน้อยไปที่การแลกเปลี่ยนเงินดิจิตัลสามแห่งของเกาหลีใต้ โดยสงสัยว่ามีเจตนาที่จะขโมยเงินทุน" รายงานของบริษัทตาไฟ (FireEye) ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ที่มีการซื้อขายอย่างเปิดเผยและทำกำไรสูงกล่าว

    [บริษัทนี้ (FireEye, Inc.) เป็นของสหรัฐ สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Milpitas รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดย Ashar Aziz ชาวอเมริกันเชื้อสายปากีสถานด้วยเงินสนับสนุนจากกองทุนรวม Sequoia Capital ของสหรัฐอีกนั่นแหละ เคยรับงานตรวจสอบกรณีที่บริษัทต่างๆถูกแฮ็ก ในปี 2012 นาย Dave DeWalt อดีต CEO ของบริษัท McAfee เจ้าของโปรแกรมป้องกันไวรัสชื่อดังของค่ายสหรัฐเข้าร่วมงานกับ FireEye ในตำแหน่งประธานบริษัท - ผู้แปล]

    ตาไฟรายงานว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ "อาจจะ" มีความสนใจในสกุลเงินเสมือน (virtual currencies) ก็ได้ เพราะว่าเงินเหล่านี้มีความปลอดภัยและเป็นความลับ ทำให้พวกเขาเคลื่อนย้ายเงินไปที่ไหนๆตามที่พวกเขาต้องการโดยไม่ต้องเจอกับการถูกตรวจสอบจากระบบธนาคารระหว่างประเทศ

    [ตอนนี้ผมสนใจแต่นุกและขีปนาวุธเท่านั้นครับ คิมน้อยไม่ได้กล่าว ก็ในเมื่อคุณบริษัทตาไฟบอกว่าเงินประเภทนี้มันปลอดภัย แล้วทำไมถึงพยายามกล่าวหาเกาหลีเหนือซึ่งถูกดูถูกมาโดยตลอดว่า "โลเท็ค ด้อยพัฒนา" ขโมยไปได้หละครับ? - ผู้แปล]

    "พวกเราได้ประจักษ์แล้วว่าการคว่ำบาตรเป็นคันเร่งอันใหญ่ที่ขับเคลื่อนให้เกิดกิจกรรมประเภทนี้" Luke McNamar นักวิจัยผู้เขียนรายงานฉบับนี้กล่าวกับสำนักข่าว Bloomberg "พวกเขาอาจจะมองว่าเป็นวิธีที่ไม่สิ้นเปลืองในการทำให้เป็นเงินสด"

    [ที่พูดมานี่มีหลักฐานอะไรสนับสนุน "การมโน" บ้างไหม? ไม่มีครับ เขานั่งเทียนเขียนขึ้นมาล้วนๆ สันดานพวกเขาเป็นเช่นนั้น และมันก็กำลังเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมใหม่ในวงการการเมืองและสื่อกระแสหลักของพวกตะวันตกซะด้วย - ผู้แปล]

    จอมป้ายสีเดินหน้ามโนต่อไปอีกว่า "แต่มันก็มีปัจจัยอื่นด้วย: คุณก็เงินดิจิตัลมีค่ามากตั้งแต่ต้นปีนี้ ดังนั้นคุณจึงเห็นการแลกเปลี่ยนเงินดิจิตัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาหลีใต้ ซึ่งก็กลายเป็นเป้าหมายที่สมเหตุสมผลนะ" ตั้งแต่ต้นปีนี้ ค่าเงินบิทคอยเพิ่มขึ้นจาก $963 มาอยู่ที่ $4,222

    รายงานข่าวระบุว่า การกล่าวหาที่ใหญ่หลวงที่สุดเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน ซึี่งเกาหลีเหนือถูกกล่าวหาว่าโจมตีเว็บไซต์ Bithumb ซึ่งตั้งอยู่ที่กรุงโซล และเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนเงินเสมือนจริงที่ใหญ่เป็นอันดับสี่ของโลก แฮ็กเกอร์ได้โจมตี Bithumb ด้วยการโจมตีแบบ spear phishing attack โดยการใช้อีเมล์และมัลแวร์เพื่อขโมยเงินดิจิตัล

    ไม่ได้มีการคำนวณยอดการสูญเสียทั้งสิ้นใน Bithumb แต่ผู้ใช้งานรายบุคคลรายงานว่ามีเงินหลายแสนดอลลาร์ถูกขโมยไปจากบัญชีของพวกเขา

    [มีหลักฐานไหมว่าเกาหลีเหนือทำ? ไม่มีอีกแล้ว แต่ขอสงสัยเกาหลีเหนือเอาไว้ก่อน เพราะว่าเขาจน เขาต้องออกปล้นมั๊ง? แต่ได้ที่ยกพวกไปปล้นกลางวันแสกในอิรัค อัฟกานิสถาน ลิเบีย ซีเรีย เยเมน และยูเครนนั่นคือแก๊งไหนหละ? - ผู้แปล]

    ในเดือนเมษายน เงินจำนวนประมาณ $5 ล้านถูกขโมยไปจากเว็บไซต์ Yapizon สำหรับแลกเปลี่ยนเงินบิทคอยของเกาหลีใต้ แต่ก็ "ไม่มีหลักฐาน" ที่บ่งชี้ว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังของการแฮ็กในครั้งนี้

    McNamara จอมป้ายสีเขียนอีกว่า "ไม่ต้องแปลกใจเลยว่าสกุลเงินดิจิตัล ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่เกิดใหม่ กำลังตกเป็นเป้าหมายที่น่าสนใจของระบอบ (เกาหลีเหนือ) ซึ่งปฏิบัติการในหลายทาง เช่นบริษัทก่ออาชญากรรมขนาดใหญ่"

    "ในขณะที่ปัจจุบันนี้เกาหลีเหนือบางอย่างที่โดดเด่นทั้งในแง่ของเจตจำนงเพื่อก่ออาชญากรรมทางการเงิน และการครอบครองความสามารถในโลกไซเบอร์ของพวกเขา ดูเหมือนว่าเอกลักษณ์ของการผสมผสานกันนี้จะไม่ยาวนาน เนื่องจากมหาอำนาจในโลกไซเบอร์อาจจะมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน"

    [เหลือเชื่อ พวกนี้สามารถปั้นน้ำเป็นตัวได้จริงๆ และบอกว่า "อำนาจในโลกไซเบอร์อาจจะมีศักยภาพที่ใกล้เคียงกัน" หมายถึงใครหรือครับ? ทรัมป์อย่าหันหน้าหนีไปทางอื่นสิ

    จำเรื่องการแพร่ระบาดไวรัสเรียกค่าไถ่ WannaCry ที่แพร่ระบาดครั้งแรกได้ไหมครับ? จากการแกะรอยพบว่า มันมาจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐนั่นแหละ และเครื่องมือเจาะประตูหลังคอมพิวเตอร์ทั่วโลกก็ตกไปอยู่ในมือของแอ็กเกอร์กลุ่มหนึ่งที่มีความสัมพันธ์กับหน่วยข่าวกรองของสหรัฐ และแฮ็กเกอร์กลุ่มนั้นก็อ้างว่าส่งเครื่องมือชนิดนี้ไปให้แฮ็กเกอร์อีกกลุ่มหนึ่ง ต่อมาพัฒนาเป็นไวรัสเรียกค่าไถ่ ระบาดไปทั่วโลก

    จากนั้นหน่วยข่าวกรองและพวกรับจ้างปั้นน้ำเป็นตัวแบบรายข้างบนนี้ก็ออกมาสาดโคลนในคนอื่นว่า สงสัยเป็นฝีมือรัสเซีย บางรายบออกว่า อาจจะเป็นฝีมือของเกาหลีเหนือก็ได้ ขนาดเรือพิฆาตของสหรัฐที่ติดตั้งระบบขีปนาวุธ AEGIS พร้อมด้วยระบบเรดาร์ที่คุยว่าเจ๋งที่สุดในสามโลก ชนกับเรือพาณิชย์ถึงสองครั้ง พี่แกก็ยังกล้าพูดว่า สงสัยถูกรัสเซียแฮ็ก

    เพื่อให้สมมุติฐานของเซียนไซเบอร์เติมเงินค่ายสหรัฐดูสมจริงมากขึ้น แอ็ดมินจึงนำภาพบรรดาแฮ็กเกอร์ระดับพระกาฬของเกาหลีเหนือมาประกอบข่าว นั่นแหละกองทัพแฮ็กเกอร์ของคิมน้อยที่พวกสหรัฐกลัวนักกลัวหนา ฮ่าๆๆ - ผู้แปล]

    The Eyes
    เพจ: ปอกเปลือก ทรราช
    https://www.facebook.com/fisont
    https://vk.com/theeyesproject
    14/09/2560
    -----------
    https://sputniknews.com/asia/201709131057370034-north-korea-bitcoin-hack-heist/
    https://sputniknews.com/science/201701031049220682-bitcoin-china-currency-growth/
    http://uriminzokkiri.com/index.php?ptype=photo&pagenum=&no=5102
    http://www.todayonline.com/world/asia/north-korea-hackers-step-bitcoin-attacks
    https://www.bloomberg.com/news/arti...-step-up-bitcoin-attacks-amid-rising-tensions
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

แชร์หน้านี้

Loading...