"ทุเรียนนนท์"ราชาแห่งราชาผลไม้

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 5 มิถุนายน 2006.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,225
    ค่าพลัง:
    +141,927
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=headline vAlign=baseline align=left>"ทุเรียนนนท์"ราชาแห่งราชาผลไม้ </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD bgColor=#cccccc height=1>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left>โดย ผู้จัดการออนไลน์</TD><TD class=date vAlign=baseline align=left>5 มิถุนายน 2549 17:03 น.</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=4 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=400>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ทุเรียนนนท์ราชาแห่งราชาผลไม้สดๆใหม่ๆจากสวน</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> หากกล่าวถึงเมืองนนท์ หลายต่อหลายคนคงนึกถึงเกาะเกร็ด ชุมชนชาวมอญที่ขึ้นชื่อในเรื่องของเครื่องปั้นดินเผา และขนมไทยแสนอร่อยนานาชนิด แต่นอกจากสิ่งเหล่านี้ก็ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่หลายคนอาจจะลืมเลือนไปแล้วว่า นนทบุรีนั้นเป็นเมืองที่มีผลไม้เลื่องชื่อมากชนิดหนึ่ง นั่นก็คือ "ทุเรียน" ราชาแห่งผลไม้ที่เรียกว่าถ้าอยากกินทุเรียนดีก็ต้องนึกถึงทุเรียนนนท์ เพราะเป็นดังราชาแห่งราชาผลไม้ที่ปัจจุบันนี้หากินได้ยากมาก

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=400 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=400>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ทุเรียนจากสวนป้าไสว สำหรับก้านยาวจะห่อก้านด้วยใบตอง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> หากย้อนกลับไปในอดีตนับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ตำบลที่เป็นที่ตั้งเมืองนนทบุรีนั้น เดิมเรียกว่า บ้านตลาดขวัญ ซึ่งเป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์และเป็นสวนผลไม้ที่ขึ้นชื่อ ริมสองฝั่งที่แม่น้ำเจ้าพระยาตัดผ่านเรียงรายไปด้วยสวนผลไม้นานาชนิด และด้วยสภาพภูมิประเทศที่ตั้งอยู่ในที่ราบลุ่มดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำ ดินที่อยู่บริเวณนี้จึงเป็นดินตะกอนที่เกิดจากการพัดพามาของน้ำ ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุอย่างมาก และยังทำให้ปลูกผลไม้ได้รสชาติดี โดยเฉพาะทุเรียน ซึ่งในอดีตนั้นทุเรียนนนท์มีชื่อเสียงโด่งดังก้องเมืองไทย จนถือเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของจังหวัดนนทบุรี

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=380 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=380>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ต้นทุเรียนออกผลชวนตัดลงมากินในสวนลุงแสวง</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> จนกระทั่งเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในปี 2538 สวนทุเรียนในจังหวัดนนทบุรีต้องแช่อยู่ในน้ำเป็นแรมเดือน ชาวสวนต้องจำใจเห็นทุเรียนของตนที่เฝ้าถนอมเพาะปลูกดูแลมากับมืออายุหลายสิบปีทยอยตายลงต่อหน้าต่อตา ส่งผลให้ชาวสวนท้อแท้และเลิกกิจการไปตามๆกัน และจนทุกวันนี้ทุเรียนนนท์ก็แทบจะเหลือแต่เพียงตำนานไว้เล่าขานเท่านั้น เด็กสมัยนี้แทบไม่รู้เลยว่านนทบุรีนั้นเคยเป็นเมืองทุเรียนที่โด่งดัง

    ป้าไสว ทัศนียะเวช ชาวสวนผู้ปลูกทุเรียนวัย 68 ปี เล่าให้ฟังถึงสมัยที่ทุเรียนนนท์ยังเฟื่องฟูว่า ตนทำสวนทุเรียนต่อจากรุ่นพ่อ-แม่ ก่อนที่น้ำจะท่วมในปี 2538 ตนมีสวนอยู่หลายสิบไร่ แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 15 ไร่เท่านั้น ซึ่งแต่ละไร่จะปลูกทุเรียนประมาณ 20 ต้น ผสมกับพืชผลไม้อื่นๆ ทุเรียนบางต้นตนก็เป็นผู้ปลูกเองจากการตอนกิ่ง ทาบกิ่ง บางต้นก็เหลือรอดปลอดภัยมาจนถึงตอนนี้อายุประมาณ 55 ปีก็มี ดังนั้นในสวนจะมีทั้งทุเรียนต้นเล็กต้นใหญ่ปนๆกันไป

    "ในสวนมีทุเรียนหลายพันธุ์เช่น หมอนทอง ก้านยาว ทองย้อยฉัตร กำปั่นทอง กบแม่เฒ่า ป้าจะไปสวนรดน้ำตอน 8 โมงเช้า แล้วก็ดูแลเขาทุกอย่าง คอยถางคอยเกี่ยวพวกวัชพืช ให้ปุ๋ย ปุ๋ยที่ให้จะเป็นปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ และปุ๋ยจากต้นทองหลางที่ปลูกอยู่ในสวน เพราะใบทองหลางเป็นปุ๋ยอย่างดีของทุเรียน ป้าจะอยู่ในสวนจนประมาณ 11 โมง หรือบางวันก็ถึงเที่ยงๆ"

    การจะดูว่าทุเรียนสุกพอจะเก็บได้หรือไม่นั้น ป้าไสว บอกว่า "ต้องดูตั้งแต่ตอนที่เขาเริ่มออกดอก ถ้าออกดอกในเดือน มกราคม-เมษายน ก็จะเก็บผลได้ในเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน แล้วแต่สายพันธุ์เช่น หมอนทองจะเก็บผลได้อีก 120 วันจากวันที่ออกดอก กระดุม 90 วัน ชะนีกับก้านยาว 110 วัน และแต่ละต้นจะติดผลไม่เท่ากันแล้วแต่อายุและความสมบูรณ์ของต้น บางต้นทั้งปีไม่ออกผลเลยก็มี"

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=right border=0><TBODY><TR><TD width=5>[​IMG]</TD><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=280 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=280>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ทองย้อยฉัตรเนื้อเหลืองๆกลิ่นหอมๆชวนน้ำลายสอ</TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> ป้าไสวเล่าถึงราคาของทุเรียนนนท์ในยุคนี้ที่อาจทำให้หลายคนตกใจว่า สำหรับ"ก้านยาว" ซึ่งถือว่าเป็น"ราชาทุเรียน"นั้น มีราคาลูกใหญ่อยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท/ลูก ถ้าลูกเล็กราคาก็อยู่ที่ 500-1,000 บาท/ลูก ส่วนรสชาติจะออกรสมันปนหวานเล็กน้อย เนื้อละเอียด ไม่มีกลิ่น สีเหลืองเข้มกว่าหมอนทอง

    สำหรับ"หมอนทอง" มีกลิ่นเล็กน้อย รสชาติหวานมัน ออกรสหวานมากกว่าก้านยาว ราคา 2 กิโลกรัม 300 บาทสำหรับลูกเล็ก ถ้าลูกใหญ่หน่อยก็ตกประมาณ 5 กิโลกรัม 700 บาท ถ้าใหญ่มากก็ขึ้นไปถึงหลักพัน ส่วน "ทองย้อยฉัตร" ทุเรียนพันธุ์เก่าแก่ดั้งเดิมนั้นสังเกตง่ายๆตรงก้นของลูกจะมีก้อนย้อยๆคล้ายฉัตร รสชาติหวานมัน สีเหลืองเข้ม มีกลิ่นเล็กน้อย และมีปลูกอยู่ที่จังหวัดนนทบุรีเท่านั้น

    เหตุที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีราคาสูงถึงหลักพันต่อลูก เนื่องจากปัจจุบันผู้ปลูกมีน้อยบ้างก็ล้มเลิกไปตอนน้ำท่วม บ้างก็ขายที่ให้กับพวกนายทุนเอาไปทำบ้านจัดสรรเพราะได้ราคาดีกว่า ทำให้ทุเรียนนนท์มีผลผลิตออกมาน้อย หาทานได้ยากขึ้นทุกวัน ประกอบกับทุเรียนนนท์มีรสชาติอร่อย เนื้อดีจึงส่งผลให้มีราคาแพง

    สำหรับชาวสวนทุเรียนอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี ลุงแสวง นาคนาค วัย 64 ปี เล่าว่า ตนรับช่วงสวนต่อมาจากรุ่นพ่อ-แม่ และได้เริ่มตัดทุเรียนครั้งแรกตอนอายุ 12 ปี ตนโชคดีที่เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2538 ไม่ส่งผลเสียหายต่อสวนทุเรียน เนื่องจากได้สร้างที่กั้นน้ำไว้แล้ว เพราะทุเรียนถึงจะชอบน้ำแต่ไม่ชอบให้น้ำท่วมขัง ดังนั้นการปลูกทุเรียนต้องดูแลเอาใจใส่อย่างดี

    ลุงแสวงบอกเคล็ดลับการดูแลทุเรียนว่า "ลุงจะตื่นมารดน้ำตอนตี 1-2 เพราะเป็นช่วงที่อากาศสมดุล ทำความชื้นให้ต้นไม้ได้ดี รดน้ำช่วงนี้จะทำให้ต้นไม้งาม ถ้ารดน้ำช่วงเช้าต้นไม้จะเย็นแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็จะร้อนเพราะแดดออก ถ้ารดช่วงเย็นไอร้อนจากดินจะทำให้ต้นไม้ไม่เย็นอีกเช่นเดียวกัน แต่ก่อนลุงก็เคยรดน้ำช่วงสายๆ แต่เนื่องจากลุงมีภารกิจอย่างอื่นที่ต้องทำ ทำให้ต้องเปลี่ยนมารดน้ำตั้งแต่ตี 1-2 เพื่อที่จะได้ไม่กระทบกับภารกิจอื่นๆ และสังเกตได้ว่าต้นไม้ดูงามดีกว่าเดิม"

    </TD></TR><TR><TD class=body vAlign=baseline align=left><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 align=left border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=380 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top align=middle width=380>[​IMG] </TD></TR><TR><TD class=Image vAlign=baseline align=left>ลักษณะของพันธุ์ทองย้อยฉัตรสังเกตจากที่ตรงก้นจะมีก้อนย้อยๆคล้ายฉัตร</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=5>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top align=middle height=5>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE> "ทุเรียนที่สวนส่วนมากจะเป็นก้านยาว และหมอนทอง ส่วนพันธุ์เก่าแก่เช่น กบตาขำ กบแม่เฒ่า ทองย้อย พันธุ์ลวงก็มีแต่น้อย สำหรับก้านยาวนั้นที่สวนมีประมาณ 50 กว่าต้น รสชาติก็หวานมัน เนื้อเนียน ละเอียด เนื้อหนึบ ใครกินต้องติดใจ ยิ่งถ้าต้นที่อายุมากๆ ผิวจะบาง ไส้เล็ก เนื้อสีเหลืองเข้ม จะได้เนื้อเยอะ ส่วนราคาขายอยู่ที่ลูกเล็ก ต่ำสุดประมาณ 500 บาท ลูกใหญ่ 2,000-3,000 บาท ส่วนหมอนทองมีอยู่ประมาณ 40 กว่าต้น รสชาติจะอ่อนกว่าก้านยาว ออกรสหวานกว่า ราคาประมาณ 300-500 บาทต่อลูก"

    ลุงแสวงเจ้าของสวนแนะว่า ทุเรียนนนท์หนามจะคม ยิ่งแก่หนามก็จะยิ่งคม สีคล้ำ ผิวแห้ง หยิบแล้วรู้สึกเบามือ เห็นภายนอกก็รู้แล้วว่าเนื้อข้างในจะเป็นยังไง สุกมากสุกน้อยแค่ไหน ซึ่งคนที่อยู่กับทุเรียนอย่างตนจะดูรู้ได้ทันที โดยไม่ต้องปลอกเปลือกเลยก็ได้

    สำหรับคนที่อยากจะลิ้มรสทุเรียนเมืองนนท์นั้น ลุงแสวงบอกว่า จะมีวางขายกันใกล้ๆ ละแวกบ้านหรืออยู่ในจังหวัดนนทบุรี ส่วนมากจะมีลูกค้าที่พยายามเสาะแสวงหา หรือพวกลูกค้าประจำตามไปซื้อกันถึงในสวน ไปเลือกกันถึงบนต้นเลยทีเดียว และถ้าจะกินทุเรียนเมืองนนท์ให้อร่อยนั้น หลังจากที่ทุเรียนแก่ลงจากต้นแล้ว จะต้องเก็บไว้อีกสัก 3-5 วัน ให้ทุเรียนส่งกลิ่นหอมก่อน เรียกว่าตัดให้เขาลืมต้นแล้วจะค่อยๆ สุก จึงจะกินได้รสชาติหอมอร่อย และสำหรับทุเรียนก้านยาวเมืองนนท์เมื่อกินแล้วเวลาเรอจะไม่มีกลิ่นอีกต่างหาก

    เรื่องนี้จริงเท็จอย่างไรคงต้องไปลองพิสูจน์กันเอาเอง...

    **************************************************
    **************************************************

    วันที่ 10-14 มิ.ย.นี้ จังหวัดนนทบุรี จะจัดงาน "ทุเรียน และไม้ดอกไม้ประดับ 2549" ขึ้น ณ ตลาดพระราม 5 ถนนนครอินทร์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น.

    ภายในงานมีกิจกรรมที่น่าสนใจ อาทิ การออกร้านจำหน่ายทุเรียน มังคุด กระท้อน มะม่วง มะปราง และผลไม้ราคาถูกของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้จังหวัดนนทบุรี การสาธิตการแปรรูปผลไม้ นิทรรศการทุเรียนนนท์ ผลไม้ประจำถิ่นซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดนนทบุรี การแสดงสินค้าOTOP และไม้ดอกไม้ประดับ การแข่งขันกินผลไม้เร็ว การประกวดทุเรียนคุณภาพเยี่ยม ประมูลทุเรียนคุณภาพดีที่แพงที่สุดในโลก เพื่อนำเงินรายได้ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ โดยเสด็จพระราชกุศล ที่คาดว่าจะประมูลกันด้วยราคาสูงถึงลูกละหลายหมื่นบาท การประกวดขวัญใจชาวทุเรียนนนท์ ฯลฯ

    ณ ต ลาดพระราม 5 พร้อมทั้งมีการประมูลทุเรียนคุณภาพที่แพงที่สุดในโลก เพื่อนำเงินรายได้ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีฯ คาดว่าจะมีราคาประมูลสูงหลายหมื่นบาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โทร.0-2804-2280 , 0-2413-0645

    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
Loading...