บทสวดมนต์เมตตาใหญ่ในมโนยิทธิของข้าพเจ้า

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย วันทนี, 22 พฤศจิกายน 2016.

  1. วันทนี

    วันทนี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กันยายน 2015
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +113
    บทสวดมนต์เมตตาใหญ่ในมโนยิทธิของข้าพเจ้า
    ทำไมต้องใช้คำว่า "ในมโนยิทธิของข้าพเจ้า" เพราะจิตคนเรานั้นแตกต่างกันไปตามเครื่องปรุงสารพัดอยู่ที่ให้สลัดขยะทิ้งได้มากที่สุดจนจิตนั้นใสสะอาดปราศจากฝุ่นละอองอันเปรียบได้กับเครื่องร้อยรัด สิ่งที่เห็นในมโนยิทธิของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไปตามสิ่งที่ตนสะสมไว้นั่นเอง เป็นเหตุหนึ่งที่ผู้เขียนขอให้ผู้อ่านได้พิจารณาโดยใช้ความเข้าใจ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ ไม่ชอบก็ขอให้ผ่านไป จะได้ไม่ติดกรรมใดๆต่อกัน ไม่ใช่แต่กับผู้เขียน แต่กับสิ่งที่ผู้อื่นได้เขียนออกมาเพื่อหวังให้เป็นธรรมะทาน แต่สิ่งนั้นขัดต่อความเชื่อของท่านก็ขอให้คิดเช่นเดียวกันว่า จิตแต่ละดวงนั้นแตกต่างกัน เราเองจิตดวงเดียวยังสารพัดที่จะเชื่อตนเองได้
    บทสวดเมตตาพรหมวิหาระภาวนา (มหาเมตตาใหญ่) ผู้เขียนอ่านมาจากบทความหรือหนังสือของหลวงพ่อจรัล วัดอัมพวัน จ.สิงห์บุรี นานมากแล้วอ่านแบบผ่าน ๆ ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรเป็นพิเศษ ท่านใดสนใจต้องลองค้นคว้าเองนะคะว่าหลวงพ่อจรัล ท่านเขียนเกี่ยวกับบทสวดนี้ว่าอย่างไรบ้าง
    วันคืนผ่านไปคนเรานะถ้าไม่ลำบากก็ไม่นึกถึง ช่วงประมาณปี พ.ศ. 2557 ผู้เขียนดวงตก ตกแบบหน้าไถดิน สารพัดปัญหารุมเร้า แบบไม่คิดว่าจะเจอก็เจอ ไม่คิดจะโดนก็โดน ว่ามาเลยคะแบบไหนที่ว่าซวย ท้อมากแบบถังแตกปัญหาเงินทองก็สารพัด จนบางครั้งเผลอคิดว่าทำดีไม่เห็นความดีนั้นจะช่วยอะไรเราได้เลย ทุกครั้งเวลาท้อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ทางธรรมท่านก็คอยประคองไว้โดยเฉพาะหลวงปู่บุญ ผู้เป็นดั่งพ่อทางธรรม ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ธุดงค์มานานแสนนานในแดนโลกทิพย์หลังจากท่านสิ้นกายหยาบไปนานแล้ว ท่านคอยมาเตือนและสอนธรรมะให้ บางทีท่านพูดขำๆว่า ท้อนะเขาเอาไว้กิน ไม่ใช่ไว้ท้อถอย แค่นี้อย่ามาฟูมฟาย ถ้าเจ้าได้เห็นดวงจิตในโลกทิพย์ที่มีความลำบากที่หลากหลาย เจ้าจะรู้ว่าเจ้านั้นโชคดีเพียงไหน สิ่งใดอันใดที่เกิดก็มาจากผลการกระทำตนของเจ้านั่นเอง ยอมรับมันสะแล้วอยู่กับมันให้ได้.....นะคะ ฟังแล้วเข้าใจคะ แต่พอมันอยู่ในสถาการณ์แบบนั้นจิตมันตกแล้วหมดกำลังใจแต่ก็หน้าไถดินยอมรับไป
    อยู่มาวันหนึ่งอ่านไปเรื่อยประสาคนชอบอ่าน อ่านสารพัด ก็ไปเจอบทความที่่ท่านผู้หนึ่งนำบทสวดมนต์เมตตาใหญ่และประวัติย่อๆ ของหลวงพ่อจรัลที่เล่าไว้เกี่ยวกับบทสวดนี้ ท่านว่าแก้กรรมบรรเทาวิบากกรรมได้ ก็แบบเอ้าลองดูแบบตันหน้าตันหลังเงินทองก็ต้องประหยัดจะไปทุ่มรับขันธ์ครูไปสเดาะห์เคราะห์ตรงไหนก็เสียดายเงินที่หายาก ก็หาปริ้นบทสวดเมตตาใหญ่ "บทสวดเมตตาพรหมวิหาระภาวนา" มาสวดเวลาสวดมนต์ผู้เขียนเป็นคนสวดออกเสียงปกติไม่ดังมาก เอาแบบตัวเองได้ยิน สวดครั้งแรกก็ตั้งใจมากคะภาษาบาลีต้องจ้องอ่านจะได้ไม่ผิด ความตั้งใจทีละตัวกลัวผิดกลายเป็นสมาธิไปเอง ท่องไปๆๆๆวันละครั้ง จนพอคล่องขึ้นแล้ว ก็ลองท่องใหม่ทีนี้ท่องให้น้องสาวผู้เขียนฟัง ให้เขาช่วยดูในมโนยิทธิว่าขณะที่ผู้เขียนท่องอยู่นั้น เขาเห็นสิ่งใดในจิตของผู้เขียนขณะนั้น
    น้องสาวผู้เขียนได้พูดตามที่เขาเห็นว่า ขณะที่ข้าพเจ้าสวดมนต์เมตตาใหญ่อยู่นั้น ปรากฏพระสงฆ์นั่งหันหลังชนกันเป็นวงกลม สวดมนต์เมตตาใหญ่ไปพร้อมข้าพเจ้า รอบๆบริเวณนั้นมีดวงจิตมากมาย บางดวงจิตก็ดูลำบากมากสังเกตจากเสื้อผ้า การแต่งกาย ผมเฝ้า เข้ามารายล้อมเป็นวงกลมระยะห่างจากพระสงฆ์พอสมควร พอสวดมนต์จบหนึ่งรอบ ดวงจิตผู้ลำบากแถวแรกก็กราบพระสงฆ์แล้วหายวับไป แถวที่ 2 ก็เข้ามาฟังบทสวดมนต์นั้นต่อ เป็นเช่นนั้นไปเรื่อย ๆ นั่นคือสิ่งที่น้องสาวผู้เขียนเห็นได้จากมโนยิทธิของเขาว่าเมื่อข้าพเจ้าสวดมนต์บทนี้อยู่เกิดอะไรขึ้น
    ผู้เขียนจึงถามน้องสาวต่อไปว่า ผู้ที่มารับอานิสงฆ์ผลบุญจากการสวดเมตตาใหญ่นี้คือเจ้ากรรมนายเวรของผู้เขียนทั้งหมดหรือ น้องสาวตอบว่าบางส่วนเท่านั้น แต่บุญนี้ส่งไปถึงกระทั่งผู้ที่ลำบากอื่นๆด้วยอีกมากมายมหาศาล บทสวดนี้มีคุณอนันต์หาที่สุดไม่ได้ หากท่านใดคิดว่า จะได้บุญก็ต้องมีเงินไปซื้อของไปทำบุญที่วัดถึงจะได้บุญ ก็ขอบอกคะว่า แค่ท่านสวดมนต์เมตตาใหญ่ทุกวันเป็นปกติ ท่านก็ได้บุญภาวนาที่จะไปแจกจ่ายแก่เจ้ากรรมนายเวรของตนแล้วยังไปเกื้อหนุนจุนเจือผู้ลำบากอื่นๆด้วย ไม่ต้องสวดวันละหลายๆจบขนาด 108 จบนะคะ สวดรอบเดียวก็ได้แต่ขอให้ขณะสวดนั้นท่านอยู่ในภาวะที่มีสมาธิพอควรไม่ฟุ้งซ่าน ตาและใจจดจ่ออยู่ที่บทสวด หากขณะนั้นเกิดอารมณ์เข้าสู่อานาปนสติได้ ยิ่งทวีคูณเข้าไปอีก
    สิ่งที่เกิดขึ้นกับท่านอื่นที่สวดมนต์เมตตาใหญ่นี้อาจแตกต่างกันไปกับผู้เขียน อยู่ที่ว่า ก่อนที่ท่านคิดจะสวดมนต์บทนี้ท่านตั้งใจจะสวดเพื่อใคร เพื่ออะไร ผลที่ได้ก็แตกต่างกันไปคะ แต่ไม่มีคำว่าเสียมีแต่คำว่าได้กุศล บางคนกลัวสวดแล้วผีมานุ่นนี่นั่น ผี ไหนจะน่ากลัวเท่าใจคนไม่มีอีกแล้ว เราก็ตายผ่อนส่งกันทุกเวลาทุกนาที เดี๋ยวก็ไปเป็นผีเช่นกัน เรามีทางเลือก แต่เขาไม่มีทางเลือกมากนัก ขอแค่ทำอะไรอย่าท้อนะคะ ตั้งใจจะสวดมนต์บทนี้เพื่อสิ่งใด ไม่ใช่จะต้องดีขึ้นภายใน 3 วัน 7 วัน ทุกอย่างใช้เวลาคะ เหมือนชีวิตเราผ่านมานานไม่รู้กี่อสงไขยปีบุญบาปคละเคล้ากันไป ถ้านึกอสงไขยปีไม่ออกเอาแค่ดีชั่วในชีวิตนี้ที่เกิดมาแบบไม่ลำเอียงเข้าข้างตนเองก็พอคะ ดังน้ำสกปรกดำปึด ความดีเป็นน้ำใส ๆ กว่าจะเจือจางได้ ก็ต้องใช้เวลาทุกอย่างอยู่ที่ความเพียรคะเมื่อตั้งใจจะสวดแล้วก็ไม่ต้องคิดถึงผลที่จะเกิด เพราะจิตที่ตั้งใจจะสวดเพื่อสิ่งใดนั้นตั้งไว้ดีแล้วกุศลย่อมบังเกิดเสมอจากจิตอันเป็นกุศล
    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกดวงจิตคะ จริงๆแล้วเรานั้นไม่มีหรอก มีแต่ดวงจิตที่ร่อนเร่เกิดตายในสังสารวัฏ ไม่ได้แตกต่างกันเลยกับสรรพสัตว์ทั้งหลาย ขออย่าได้ดูถูกดูหมิ่นซึ่งกันและกัน หมั่นชำระจิตตนเองให้เครื่องร้อยรัดนั้นหลุดไปให้มากที่สุด ท่านจะรู้เองเมื่อท่านมองและเห็นผู้อื่นด้วยจิตเมตตา..........
    ว.บุญแสงทอง
    อ่านบทความเก่าๆได้ที่ ว.บุญแสงทอง : Inspired by LnwShop.com
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 พฤศจิกายน 2016
  2. Dalida75

    Dalida75 สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 ธันวาคม 2016
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +0
    私はこのフォーラムの円滑な実行を保証するずっとみんなを祝福します。

    voyance gratuite immediate
     
  3. จีรัชญ์

    จีรัชญ์ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    56
    ค่าพลัง:
    +79
  4. -พุทธบูชา-

    -พุทธบูชา- สมาชิก สมาชิก Premium

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2016
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +9
    บทสวดมนต์นี้ ยาวเป็นพิเศษ ทำให้เกิดสมาธิได้ง่าย สวดบ่อยๆ แล้วเห็นผลจริง

    ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ตั้งใจสวดประมาณ 1 เดือน จะเริ่มเห็นผลเองครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...