ประสบการณ์เรียนคาถาอาคม

ในห้อง 'เรื่องผี' ตั้งกระทู้โดย yanjai_makmy, 13 สิงหาคม 2017.

  1. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    หลังจากที่ได้โดนมาทั้งคุณไสย และโดนปอบเข้า ผีทั่วไปเข้า โดนเป็นว่าเล่นอยู่หลายปีแต่คงเป็นเพราะกรรมยังหนาอยู่เลยไม่ตายสักทีเลยต้องอยู่ทุกข์ทรมานต่อไป ไปรักษาจากทั้งหมอธรรม ร่างทรงเทพไทย เทพจีน เทพฮินดู ไปมาหลายสำนัก รับขันธ์มามากมาย ทั้งหมดทั้งมวลคือคนรอบตัวที่เขาหวังดีต้องการจะช่วยเราแต่กลายเป็นเคราะห์ซ้ำด้ามพลอยเพราะโดนหนักขึ้น ไปใหม่ๆมันก็ดีหลังจาก 7 วันก็เป็นเหมือนเดิม หมอปลาก็เคยไปหามาแล้ว 3 ครั้ง แรกๆก็ดีเหมือนกันเกิน 7 วันก็เหมือนเดิมไม่ได้ดิสเครดิตหมอนะ ถ้าพูดถึงแค่ผีทั่วไปหมอปลาเอาอยู่แน่นอนผมรับประกันให้เลย แต่เป็นพวกคุณไสยน่ะพอเราถอดออกเขาก็จะใส่มาใหม่ทุกครั้งที่มาใหม่มันจะแรงขึ้นเท่าทวีคูณ นอกจากการรักษาแบบกินน้ำมนต์ อาบน้ำมนต์ กินว่านกินยาต่างๆ ก็ยังมีลงของ สักน้ำมันกลางแผ่นหลัง สักแขน มีดกรีดหลังลงของ เหล็กครูลงของกลางกระหม่อม ลงกลางหน้าผาก เอาเป็นว่าจำได้เท่านี้เพราะเยอะมาก ทีนี้เข้าเรื่องตอนเริ่มเรียนคาถาอาคมเลย(เอาเฉพาะเรื่องคาถานะ) เริ่มแรกเลยก็ได้อาจารย์ กู Google มนต์ท่องมาจากเนทก็จะมี กันผี ถอนของ ทั้งคาถาของครูบาอาจารย์ดังๆหลายๆท่าน บางคาถาก็ใช้ได้ผลนะแต่มันมีวิธีใช้(แต่ไม่แนะนำ) แต่คาถาที่ผมคิดว่าที่สุดเลยที่ผมได้จากอาจารย์กูคือคาถา เปิดทวารทั้ง9 ตอนนั้นเริ่มเป็นผู้วิศษละเลยอยากถอดจิตเตือนนะครับถอดได้จริงเห็นจริงได้กลิ่นได้ยินจริงๆแต่จะบอกว่าเราเข้าออกร่างกายเราได้จิตอื่นมันก็เข้าเราได้เหมือนกันถ้าไม่มีอะไรป้องกันนั่งในห้องพระไม่ช่วยอะไรนะบอกก่อนแม้ว่าของจะมีอยู่เต็มหิ้งก็ตามเพราะผมโดนมาเพราะใช้คาถาบทนี้แหละมีวิญญาณเข้ามาอยู่ในร่างกายเรามันจะเหมือนเนื้อกระตุก ดิ้นตุ๊บๆแขนบ้างขาบ้างในท้องบ้างทีแรกคิดว่าเป็นลางบอกเหตุพอบ่อยๆเข้ามันไม่ใช่ละจนได้ไปหาครูบาอาจารย์ท่านถอดออกและอาจารย์ท่านก็ห้ามมาตั้งแต่นั้นว่าอย่าได้ริไปศึกษาเองเรียนเองอีกเพราะของจะเข้าตัวได้แม้ไม่ได้ยกครูก็ตามเพราะว่าครูบาอาจารย์(เจ้าของมนต์)ไม่ได้อนุญาติให้เราใช้และเราก็ไม่รู้ข้อห้ามของการเรียนคาถานั้นๆด้วย ตั้งแต่นั้นความสัมพันธ์ของผมกับอาจารย์กูก็เป็นอันขาดสะบั้นลง หลังจากนั้นมาก็ได้เรียนคาถาจริงๆแล้วทีนี้ ช่วงก่อนที่จะได้ตัดสัมพันธ์กับอาจารย์กูผมก็ได้เรียนกับอาจารย์จริงๆมาบ้างแล้วเหมือนกัน จากพระวัดป่าสายกรรมฐาน จากฆราวาส แต่ไม่ได้ยกครูอะไร หลังจากที่เคยเป็นผู้วิเศษมาแล้วเห็นมาหลายอย่างไม่เคยลงไปแค่นรกเท่านั้น(ไม่คิดจะลงด้วย555) ก็ได้มาพบกับอาจารย์พระเกจิวัดป่าสายกรรมฐานอีกรูปหนึ่งซึ่งเก่งมากๆและนี่เองที่ทำให้ผมค้นพบทางสว่างท่านบอกได้หมดเลยว่าที่ผมเคยพบเจอมาคืออะไรเรียกว่าอะไร สรุปที่ผ่านมาไม่ว่าจะเรียกลม เรียกฝน ถอดจิต รักษาคนโดนของ เรียกตะกรุดกลับบ้านได้(ใช้จิตเรียก) เรียกเหล็กไหล มองเห็นวิญญาณทั้งผีทั้งเทพเป็นปกติ ถอดจิตขึ้นสวรรค์ได้ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าว่าจะเกิดอะไรที่ไหนกับใคร บอกได้เลยธรรมดามากกรรมฐานของพระป่าทำได้ยิ่งกว่านั้นมากโดยที่ไม่ต้องใช้คาถาอาคมใดๆ เมื่อไหร่ก็ตามที่เราหลงติดอยู่ในรสแห่งกิเลสนั้นเราจะไม่สามารถข้ามผ่านบททดสอบขั้นนั้นๆไปได้เลย เราคิดว่าเราเก่งแล้วมีอำนาจเหนือคนอื่นจริงๆแล้วไม่เลยที่เก่งๆกว่าเราเยอะแยะ และอยากฝากอีกอย่างมนต์คาถาเรียนแบบไม่มีครูมันอันตรายมากนะผลด้านลบมากกว่าด้านบวกแน่นอน

    คาถา ปิด เปิด ทวาร อยากเปิดก็เปลี่ยนคำว่า ปิด เป็น เปิด แค่นั้น ลองดูสิใครอยากเจอผีอยากเป็นผู้วิเศษ อย่าให้ความสงสัยในตัวคุณเป็นเครื่องหมาย ? มันต้องลองเอง ^v^

    กันหะเนหะ กันนะพุทธัง กันนะธัมมัง กันนะสังฆัง สะระนังคัจฉามิ นะปิด นะป้อง นะล้อม นะกัน อะมาพะพักโข มาตาปิดตา พุทธังปิดนะวะทะวารา ธัมมังปิดนะวะทะวารา สังฆังปิดนวทวารา พระพุทธเจ้าแผลงฤทธิ์ ปิดด้วยนะโมพุทธายะ อุทธังอัดโธ อะสังวิสุโลปุสะภุพะ โธอุทธังอัด อิติปิโสพุทโธ ภะคะวาติฯ
     
  2. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    มีแถมอีกหน่อย ทุกๆครั้งที่เรียนมนต์คาถาแต่ละบทก็จะมีบทสอบทุกครั้งหน้าที่เราก็คือต้องผ่านมันไปให้ได้เพราะถ้าทำไม่ได้ก็อาจจะเป็นบ้าได้เลย อย่างเรียนคาถากันผีไล่ผีก็จะมีผีมาทดสอบบ่อยๆมาแบบว่ายังไม่หลับแต่ตัวแข็งอ้าปากท่องมนต์ไม่ได้ หรือเจอผีแบบมาทำให้ตกใจต้องพยายามทำตัวให้ชินเพราะเวลาตกใจขวัญหนีจะทำให้วิญญาณแทรกได้ บางทีก็ไม่ใช่ผีมาทดสอบแต่เป็นครูบาอาจารย์เราเองอันนี้หนักกว่าเพราะว่าคาถาอาคมอะไรก็ใช้ไม่ได้ผลเลย ทีแรกๆก็แยกไม่ได้นะว่าอันไหนเรียกว่าเทวดาหลอกอันไหนคือผีหลอก ถ้าเรียนมนต์ถอนของให้คนอื่นก็จะโดนเองของจะมาเข้าตัวเราเองไม่แน่จริงอย่าทำ(อันนี้แนะนำ)ยิ่งถ้าเป็นมนต์คาถาจากอาจารย์กูแล้วละก็นะมันก็ใช้ได้เหมือนกันนะแต่เวลาของมันมาหาเรานี่สิไม่รู้จะกันยังไงเลย ที่ต้องเรียนกับครูบาอาจารย์เพราะก่อนจะรักษาจะต้องอาศัยบารมีรูบาอาจารย์เวลาถอดของออกแล้วของจะไม่มากระทบเราแต่อาจารย์เราจะรับแทนเอง เล่าให้ฟังพอเป็นกระสัยนะครับผมก็ไม่มีอะไรหรอกครับตอนนี้เพราะถอดออกหมดแล้วผีก็มองไม่เห็นแล้ว ผมรู้สึกดีกว่าตอนที่ผมมองเห็นอีกนะ 555
     
  3. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    เพิ่มเติมอีกหน่อยแล้วกัน คิดว่าคงมีคนสงสัยว่ารู้ขนาดนั้นเห็นขนาดนั้นทำได้ขนาดนั้นแล้วทำไมถึงเลือกที่จะไม่รู้อะไรเลย เหตุเพราะว่าถึงรู้ถึงเห็นแต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้ก็คือไม่สามารถแก้ไขอะไรได้พอถึงเวลาของมัน มันก็จะเกิดขึ้นอยู่ดีถึจะบอกใครยังไงก็เหมือนเดิมสุดท้ายเลยถามตัวเองว่าจะรู้จะเห็นให้เป็นทุกข์ทำไมรู้ไปก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อยู่ดี ดีที่สุดที่ทำได้ก็แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบาเท่านั้นแต่ทุกครั้งที่เราไปเปลี่ยนแปลงอะไรมันจะมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอ(แบบสมน้ำสมเนื้อเลยทีเดียว) แต่ไม่มีเลยว่าจะไม่เกิดขึ้น และอีกอย่างเวลาไปช่วยใครแล้วเขาหายเจ็บหายป่วยหายจาการรังควาญของผีสางคือเขาหายแต่เราก็ต้องมาทรมานแทนเพราะจะโดนเอง สรุป ถึงจะรู้อดีดและอนาคตแต่จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ทั้งนั้น เพราะถ้าคุณคิดว่าคุณเปลี่ยนได้นั่นหมายถึงพุทธทำนายของพระพุทธเจ้าไม่มีทางเป็นจริงหรอกถ้าคุณแก้ไขเรื่องพวกนี้ได้คุณจะเก่งกว่าพระพุทธเจ้าอีกนะ อาจารย์ปู่ผมคุยกับสัตว์ได้ฟังเสียงสัตว์รู้เรื่องท่านเป็นหลานแท้ๆของหลวงปู่มั่นตามหลวงปู่ไปธุดงตั้งแต่เด็กๆ คนส่วนใหญ่ที่ได้มีโอกาสเข้าถึงฌาญอภิญญาต่างๆก็มักจะหลงอยู่ในอิทธิฤิทธิอำนาจนั้นหลงในความวิเศษอัศจรรย์นั้นคิดว่าตัวเองเป็นผู้วิเศษ นั่นแหละทำให้เราไม่หลุดพ้น
     
  4. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    460
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +1,276
    ปูเสื่อรอต่อค่ะ ^_^
     
  5. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,963
    ค่าพลัง:
    +27,290
    ยังมีอีก..รอฟังตอนต่อไป..
     
  6. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    คุณ วงกรตน้ำ,nopphakan คงไม่ต่อแล้วครับเอาแค่นั้นพอครับ พอเป็นกระสัยรอบหน้าเล่าเรื่องผีดีกว่า 555
     
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,963
    ค่าพลัง:
    +27,290
    เอ้านึกว่าจะมีต่อ ๕๕๕
    เอ่อ แต่ก็เป็นคนที่ขยันท่องดีเหมือนกันเนาะ......

    ถ้าส่วนตัว มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับคาถาดังนี้นะ...
    คือ มี ๒ แนวทางสำหรับการสวดคาถาแล้วได้ผล...
    ๑.เป็นเซียนสมาธิที่ สามารถเข้าถึงระดับกำลังฌาน ๓ ได้ไว้อย่างน้อยเป็นทุน
    (หมายถึงกำลังระดับที่ใช้งานได้จริงในขณะลืมตาปกติ
    และไม่ว่าเมื่อใด ที่ใด สถานะการณ์ใดและ
    ภายในเวลาไม่กี่วินาที และ ไม่ใช่สมาธิที่เคยเข้าถึงได้)
    วิธีการนี้ เหมาะสำหรับบุคคลที่ฟิตหน่อย ขยันหน่อย
    จำบทคาถาได้ดี ..แต่ว่าก็ต้องออกแรงมากหน่อยเป็นธรรมดา
    แต่ต้องพึ่งระลึกไว้ว่า วิธีการแบบนี้ มันมีเสื่อมได้เป็นธรรมดา...

    ๒.ฝึกจิตให้เกิดกำลังจิต ทางกิริยาหมายถึงว่า เคยออกกำลังกายให้จิต
    ด้วยการปั่นปฏิภาคนิมิต ในกำลังสมาธิระดับสูงให้ได้(ย้ำว่าระดับสูงนะ
    ไม่ใช่ระดับอุปจารสมาธิ ที่ลืมๆตาก็มองเห็นแล้วปั่นมันเล่นได้นะ
    นั่นมันเอาไว้ซ้อมพอได้ แต่ไม่ส่งเสริมเกี่ยวกับเรื่องของกำลังจิต)
    ไม่ว่ากรรมฐานอะไร ที่ขึ้นด้วยภาพได้หมด
    ส่วนการถอดจ่ง ถอดจิต ไปโน้นนี่นั้น พวกนี้ไม่ได้เสริมสร้าง
    กำลังจิตอะไร เป็นผลของสมาธิเฉยๆ แม้ว่าดูไม่ยึด
    แต่ให้ระวัง เพราะมันเป็นกิเลสอย่างหนึ่ง เรียกว่า กิเลสธรรม
    ซึ่งมันจะโน้นให้เราไม่สนใจเรื่อง สติ เรื่องเดินปัญญาเพื่อ
    ลดละคลายกิเลสได้อย่างที่เราไม่รู้ตัว ซึ่ง
    เอาไว้พอฮาๆ เล่าเพื่อความบันเทิงได้อยู่
    เพราะระดับใช้งานจริงๆ เค้าจะไม่ทำกัน
    มันมีวิธีใช้งานที่ได้ผลเหมือนๆกันอยู่
    วิธีการนี้ข้อดี ถ้าได้แล้วได้เลย
    และไม่ต้องใช้บทคาถายาว
    และผลที่ได้เหมือนกัน..
    การพัฒนาขึ้นอยู่กับ ระดับตัวจิต
    ที่สามารถคลาย โลภะ โทสะ โมหะ ของจิต
    ได้มากน้อยแค่ไหน และจะยิ่งพัฒนาได้เรื่อยๆ
    ถ้าจิตสามารถคลายตัวเองได้โดยธรรมชาติ
    ในระหว่างวันแบบไม่ใช้วิธีการใดๆไปทำให้คลายตัว
    วิธีนี้ ข้อดีคือ เบา ไม่เหนื่อย ไม่เสื่อม ใช้แรงน้อย
    แต่ได้ผลดีกว่า......

    ปล.แต่ทั้ง ๒ วิธีใช้แล้วต้องวาง ต้องทิ้ง
    ไม่งั้นจะเตลิด กลายเป็นตั้งท่าใช้งาน
    จะทำให้ขาดๆเกิ๊นๆ...

    ส่วนบทคาถาใด ที่มีเจ้าของวิชา
    โดยปกติแม้ไม่ยกขันธ์ แต่เราขอเชื่อม
    กระแสกับเจ้าของวิชาก่อน
    และขอใช้คาถา ในลักษณะเพื่อเอาไว้
    เป็นประโยชน์ทางธรรมหรือเพื่อผู้อื่นๆ
    โดยปกติ ถ้าทำได้ จะสามารถเข้าถึง
    ผลสำเร็จได้เลยภายใน ครั้งหรือสองครั้ง
    ทั้งที่ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับ เจตนาว่า
    ทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อผู้อื่นๆ จบการโม้.....
     
  8. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    460
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +1,276
    2 ท่านนี้(คุณนบกับคุณ yanjai ) น่าจะมีแนวใกล้เคียงกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน น่าจะมีประโยชน์ คุยกันรู้เรื่อง อิอิ..

    ส่วนดิฉัน และเพื่อนๆ ได้ประโยชน์ตรง เปิดหูเปิดตาอ่าน 555

    จริงๆก็อยากให้เล่าต่อว่า ผีหลอก กับเทวดาหลอก ดูกันยังไงคะ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,963
    ค่าพลัง:
    +27,290
    คนละแนว ปกติไม่ใช้เสียด้วยซ้ำ
    และถ้าใช้ ส่วนตัวบทคาถาที่ใช้
    มากสุดไม่เกิน ๑๐ ตัว
    เอาไปเทียบกับเจ้าของกระทู้ไม่ได้หรอก
    อายเค้า.....
     
  10. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    ไว้โดนหลอกแล้วค่อยมาถามดีกว่านะครับ 555 มันตอบยากนะเพราะว่ากว่าที่ผมจะแยกได้ผมใช้เวลานานมากนะครับ 20 กว่าปีที่โดนๆมาก็คือแยกไม่ได้เลย(กรณีที่มองไม่เห็น) ไม่ใช่ว่าจะเห็นได้หมดนะครับเทวดาหรือวิญญาณที่เขามีพลังมากกว่าถ้าเขาไม่อยากให้เห็นเองไม่มีทางเห็นได้เลยแต่ก็ยังสัมผัสได้อยู่ พอมันเหลือแต่สัมผัสนี่แหละมันถึงแยกได้ยากเพราะถึงเป็นผีไม่ใช่เทวดาก็ตามถ้าเขามีอำนาจมากกว่าเรามนต์เราก็ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับผีพวกนี้นะครับก็ต้องเปลี่ยนคาถาไปเรื่อยเปลี่ยนจนโดนจุดมันนั่นแหละ จริงๆที่ผมมองเห็นนั้นไม่ใช้เพราะเวทมนต์คาถาซะทีเดียวหรอกครับเพราะฝึกนั่งกรรมฐานนั่นแหละแต่ก็ยังเป็นขั้นต้นอยู่ฝึกมาตั้งแต่สมัยบวชพระแล้วครับ ถ้ายากกว่านี้ก็จะเป็นอย่างครูบาอาจารย์พระเกจิหลายๆท่านในอดีตที่โด่งดังไม่ว่าจะเป็นเรื่อง กสิน หรือการไปในหลายๆที่ได้ในเวลาเดียวกัน หรือนั่งอยู่วัดแต่มีคนไปเห็นอยู่ที่อื่น หรือแม้แต่ฟังภาษาของสัตว์หรือพูดกับสัตว์ได้โดยที่ไม่อ้าปากสักคำ อันนี้คือขั้นสูงแล้วครับผมก็ทำไม่ได้หรอกครับยากมากต้องทำงานทำการจิตมันไม่สงบไม่เหมือนเพศสมณะ แล้วของแบบนี้ไม่ใช่ว่ามีแล้วหรือเคยทำได้แล้วจะคงอยู่นะไม่ได้ทำบ่อยๆมันก็หายไปเองเหมือนกันก็ต้องมาเริ่มกันใหม่อีกถ้าอยากมีอีก แค่เรื่องเล่าในอดีตนะครับทุกวันนี้ผมไม่รับรู้อะไรทั้งนั้นแหละครับไม่อยากรู้ด้วยหมดห่วงเมื่อไหร่ค่อยว่ากันใหม่คงอีกนานหรืออาจไม่หมดเลยก็ได้ 555
     
  11. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    460
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +1,276
    555 รอปูเสื่ออ่านเรื่องต่อไปค่ะ ประสบการณ์ คุณyanjai ไม่ใช่ว่าจะได้ฟังกันง่ายๆ
     
  12. Jindamunee

    Jindamunee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    330
    ค่าพลัง:
    +1,144
    เล่าประสบการณ์เรื่องราวต่างๆทั้งของท่านและครูบาอาจารย์ท่านให้ทราบกันบ้างจะเป็นพระคุณครับ อยากได้ฟังประสบการณ์ดีๆ :D
     
  13. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    จัดให้ครับเอาเป็นอาจารย์ทางฆราวาสแล้วกันนะ ทางพระผมไม่เล่าแล้วนะ
     
  14. samarin_140

    samarin_140 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +255
    พี่ yanjai_makmy ขยันพิมพ์มากเลยค่ะ หนูตามอ่านเกือบครบทุกกระทู้แล้วนะคะ
    เรื่องที่พี่นำมาเล่าให้ฟัง สนุก น่าติดตามมาก แล้วก็ไม่ได้หาอ่านได้ทั่ว ๆ ไป (สำหรับหนู)
    โพสต์ตอบกระทู้โดยคุณ Nopphakan หนูก็อ่านครบทุกตัวอักษรเช่นกันค่ะ ขอบคุณในสาระดี ๆ

    หนูมีคำถามจะถามพี่ yanjai_makmy (หรือใครจะตอบก็ได้นะคะ) ที่พี่บอกว่า...
    "ถึงรู้ถึงเห็นแต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำไม่ได้ก็คือ ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ พอถึงเวลาของมัน มันก็จะเกิดขึ้นอยู่ดี ถึงจะบอกใครยังไงก็เหมือนเดิม สุดท้ายเลยถามตัวเองว่า จะรู้จะเห็นให้เป็นทุกข์ทำไม รู้ไปก็ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อยู่ดี ดีที่สุดที่ทำได้ก็แค่ผ่อนหนักให้เป็นเบาเท่านั้น"
    จะแปลว่า อนาคตบางส่วนถูกกำหนดเอาไว้แล้ว ได้ไหมคะ?
     
  15. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    สำหรับผมคิดว่าอย่างนั้นครับ คุณ samarin_140samarin_140 แต่ก็อยู่ที่มุมมองของแต่ละท่านแหละครับ จริงๆทุกๆเรื่องมันเป็นวิทยาศาสตร์หมดแหละแค่ศาสตร์เรื่องแบบนี้มันยังหาสมการมาพิสูจน์ให้เห็นเป็นรูปธรรมไม่ได้ก็เท่านั้นเอง แต่ที่ผมเล่าให้ฟังคือผมลองทำมาแล้วเห็นมาโดนมาเองกับตัวเองผมไม่ได้อ้างถึงทฤษฎีอะไรเพราะจริงๆแล้วผมมาเข้าใจทีหลัง(หลังจากที่ผมผ่านจุดๆนั้นมาแล้ว)พระอาจารย์ท่านที่ 2 เป็นผู้ไขข้อสงสัยผมทั้งหมด ผมไม่ได้บอกว่าที่ผมพูดมันถูกทั้งหมดเป็นจริงทั้งหมด จริงๆผมแค่อยากแชร์ประสบการณ์เฉยๆครับ ขอบคุณที่มีมานะอ่านจนหมดนะครับยินดีมากครับ
     
  16. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    5,963
    ค่าพลัง:
    +27,290
    ตอบน้อง samarin_140
    ในมุมของพี่นะ...กิริยาอย่างน้องเค้าเรียกว่า
    อนาคตังสญาน เพียงแต่ว่ามันเป็นแบบที่ส่วนตัว
    เรียกว่า อย่างอ่อน ครับ อย่างอ่อนคือไม่ใช่ว่าไม่ดีไม่เก่งนะ
    แต่จะบอกว่า กิริยาอย่างนี้มันสามารถเกิดขึ้นได้
    กับทุกๆคน แม้ว่าเราจะไม่เคยฝึกอะไรมาเลยก็ตามครับ
    และที่จะเป็นเหมือนๆกันหมดก็คือ
    จะยังไม่มีความสามารถในการเปลี่ยนแปลงอะไร
    ในสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ครับ ย้ำว่าเรื่องปกตินะครับ....


    ถ้าน้องลองได้สังเกตุเพิ่มเติมอีกหน่อยนะครับ
    ไม่ว่าเราจะรับรู้ สัมผัสกิริยาแบบนี้ได้ไม่ว่าแบบฝัน
    หรือแบบอยู่เฉยๆก็เกิด หรือแบบที่ฝึกสมาธิแล้วค่อยมาเกิดก็ตาม
    แรกมันจะเป็นถูกแบบหลักปี
    คล้ายๆว่า เอ๊ะตรงนี้ คนนี้ สถานที่ตรงนี้ เหตุการณ์นี้
    เหมือนเราคุ้นๆ
    เหมือนคล้ายๆว่า เราเคยฝันมาก่อนอะไรทำนองนี้
    แล้วมันก็จะลดจากหลักปี ลงมาเป็นหลักเดือน
    หลังจากนั้นมันก็จะมาเป็นหลักวัน
    จนกระทั่งกลายมาปัจจุบัน กลายเป็น
    ที่เราเรียกกันเท่ห์ๆว่า ปัจจุบันสญาน
    ประมาณว่า วันนี้จะไปโน้นนี่นั้นจะเจอเหตุ
    การณ์โน้นนั้นนี้ เจอคนนี้โน้นนี่นั้น
    หรือรู้ว่าเหตุการณ์ข้างหน้าจะต้องเป็น
    อย่างโน้นนี่นั้น นั่นหละครับ
    ที่พูดโน้นนั่นนี่ (หลายนี่หลายโน้นเหลือเกิน)
    เป็นการเกริ่นเฉยๆ และจะบอกว่า มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ


    ที่นี้เราจะอยู่กับมันอย่างไรหละ...
    ก็ให้ทิ้งมันไปเลยครับ จำนัยยะนี้ให้ดีๆนะครับ
    '' ถ้ามันจะรู้ก็ช่างมัน รู้แล้วก็แล้วไป
    ไม่ต้องไปอะไรๆกับมัน
    ถ้ามันจะไม่รู้ก็ช่างมัน ไม่ต้องไปพยายามจะรู้
    และก็ไม่ต้องไปอะไรๆกับมัน
    ถ้ามันจะไปรู้เรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่เรื่องเรา
    ก็ปล่อยมันรู้ไป และไม่ต้องไปสนใจ
    และถ้ามันจะมารู้เรื่องของเรา รู้ได้ก็ช่างมัน
    แต่อย่าไปยึดครับ''
    ย้ำอีกที คือ ทิ้งมันไปเลยครับ และไม่ต้องกลัวว่า
    พอทิ้งแล้วมันจะหายไปไหนนะครับ เพราะยิ่งทิ้ง
    จะทำให้เราอยู่กับปัจจุบันได้ดีขึ้น
    ที่สำคัญการรู้ของเรามันจะดีขึ้นด้วยครับ....
    ที่บอก ว่าจากหลักปี มาหลักเดือน หลักสัปดาห์ หลักวัน
    จนกระทั่งมาถึงปัจจุบันได้......
    พอมาถึงรู้ปัจจุบันได้ มันก็จะกลับย้อนไปรู้ได้เองว่า
    เรื่องโน้นนี่นั้น จะเกิดภายใน กี่ปี กี่เดือน กี่วัน
    พอนึกภาพออกเนาะ.
    ถ้าเรามาถึงจุดนี้ได้. เราก็จะรู้เองว่า
    สิ่งที่เรารู้นั้นยึดไม่ได้ซักอย่าง
    และจะพบว่า อนาคตนั้นมันสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้
    เพราะตัวจิตเราเองเป็นผู้กำหนดยังไงหละครับ


    รู้ไหมเพราะอะไร ที่แรกๆมันมักจะเป็นอย่างที่เราเคยรู้
    ก็เพราะว่า เราทิ้งการรู้ตรงนี้ไม่เป็น คือเรายังจำได้
    ยังระลึกถึงมันได้ ยังนึกถึงมันได้อยู่
    เราไม่สนใจเลิกไม่ใส่ใจมันไม่เป็นนั่นเอง
    มันเลยกลายเป็นสัญญาความจำได้ที่ฝั่งในจิตเราเอง
    พอมันฝั่งในจิตเรา มันก็เลยเป็นการสร้างแนวทางเดิน
    ให้จิตของเราที่จะต้องไปเจอเรื่องแบบที่เคยรับรู้มายังไงหละครับ


    ดังนั้นหัดทิ้งซะ หัดไม่อะไรกับมันซะ
    เราก็จะรู้ว่า ทุกอย่างที่รู้มันยึดไม่ได้
    และพบว่า ตัวจิตเราเองนี่หละที่จะเป็น
    ตัวกำหนดอนาคตของเราเองครับ

    ปล.พวกที่มีอะไรพิเศษในโลกนี้ ถ้าไม่เข้าใจมันนะ
    จะทำตัวอยู่ประมาณ
    ๑.สิ่งพิเศษนั่น เอามาย้อนทำร้ายจิตใจตัวเอง
    จนส่งผลต่อร่างกายตัวเอง เช่น รู้อดีตตัวเอง
    อดีตคนอื่นๆ แล้วยึดจากกลายเป็นตัวเองมีส่วนร่วมไปด้วย

    ๒.สิ่งพิเศษนั่น เป็นเหตุให้ตัวเองต้องตาย
    ยกตัวอย่าง เช่น สมมุติมีปีกแล้วบินไปถูกดวงอาทิตย์เผา
    คือฉลาดน้อยนั่นหละ...

    ๓.สิ่งพิเศษนั้น ทำให้ตนเองกลายเป็นผู้วิเศษคิดว่าตนเอง
    เก่งกว่าใครเค้า อยู่เหนือโลก....

    ๔.สิ่งพิเศษนั้น ทำให้ตนกลายเป็น ผู้ยิ่งใหญ่กว่าใครในโลก
    ใหญ่กว่าพระพุทธฯ ใหญ่กว่าเทพองค์ใด ตนเอง
    กลายเป็นบุคคลสำคัญคนหนึ่งระดับโลก

    ทั้ง ๔ พวกที่คิดว่าตนมีอะไรพิเศษนั้น แก้ได้ถ้ากลับมาทางพุทธศาสนา แล้วรู้จักใช้สิ่งพิเศษที่ตนมี
    ให้เกิดประโยชน์สาธารณะ. เกิดประโยชน์ต่อตนเอง
    เพื่อการหลุดพ้น หรือใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่นๆ
    ทั้งทางโลกและทางธรรม. แต่ต้องไม่ไปยึดในลาภ ยศ
    สุข สรรเสริญ อย่างใดอย่างหนึ่ง

    มันถึงจะเป็นอะไรที่เดินอยู่ในเส้นทาง ใช้ชีวิตปกติ
    และจะสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างแยบยล
    แยบยลในที่นี้คือ อยู่กับธรรมชาติ ที่มีอยู่แล้วปกติ
    ได้อย่างแยบยลนั้นหละครับ
    ปล.แค่เพียงแต่เล่าให้ฟัง
     
  17. samarin_140

    samarin_140 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +255
    ขอบคุณ พี่ @nopphakan มากค่ะ ที่เมตตาตอบหนู ยาวเชียว
    ที่หนูสนใจเรื่อง "เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอนาคต เป็นสิ่งที่มักจะเกิดขึ้น อย่างเปลี่ยนแปลงไม่ได้"
    เพราะว่าเวลามีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นมาซักหนึ่งอย่าง หนูจะรู้สึกเป็นทุกข์มากค่ะ
    หนูจะย้อนกลับไปทบทวน เป็นลำดับว่า เพราะอะไร และทำอย่างไร ถึงจะไม่ผิดพลาดซ้ำอีก
    แต่ไม่ว่าจะระวังอย่างไร ป้องกันอย่างไร บางครั้งก็ยังสามารถมีช่องให้เกิดเรื่องจนได้
    พอคิดว่า เอ๊ะ หรือว่า มันจะมีเรื่องแบบ เรื่องราวในอนาคตบางส่วนเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น
    ก็พอจะช่วยให้หนู ปล่อยวางได้บ้างค่ะ
    แต่ปล่อยวางในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงปล่อยไปตามยถากรรมนะคะ
    แต่พยายามทำปัจจุบันให้ดี ทำเหตุให้ดีเข้าไว้ค่ะ
    ส่วนเรื่องที่สนใจ ก็สนใจต่อไปค่ะ เวลามีใครมาเล่าเรื่องประมาณนี้ให้ฟัง
    จะชอบอ่านมาก ๆ คล้าย ๆ เป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่งค่ะ^^
     
  18. วงกรตน้ำ

    วงกรตน้ำ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 เมษายน 2015
    โพสต์:
    460
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +1,276
    อ้าวไหนบอกจิมาเล่าให้ฟังกัน หายยาวววเลยนะคะ มาเล่าต่อเลยรอปูเสื่อนานแระนะ ^_^
     
  19. samarin_140

    samarin_140 ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    36
    ค่าพลัง:
    +255
    พี่ @yanjai_makmy จะมาอีกไหมนะ หนูก็รออ่านอีกคนนะคะ^^
     
  20. yanjai_makmy

    yanjai_makmy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กุมภาพันธ์ 2012
    โพสต์:
    157
    ค่าพลัง:
    +357
    ใจเย็นๆครับคุณ วงกรตน้ำ และคุณ samarin_140 ช่วงนี้ติดงานขอเคลียร์งานก่อนคร้าบเพิ่งเริ่มงานที่ใหม่อะไรๆยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ไม่ได้อยู่ใกล้ๆอาจารย์เลยแล้วก็ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยในชีวิตประจำวันถึงเจอก็เฉยๆ แต่ก็มีปรึกษาอาจารย์บ้างเป็นครั้งคราวทำงานเสร็จดึกๆจะเล่าให้ฟังละกันเอาเรื่องใหม่ๆเลยแล้วกันรอก่อนนะ อิอิ
     

แชร์หน้านี้

Loading...