ฝันไปถึง เมืองบังบด เมืองผี แดนลับแล แล้วแต่จะเรียก

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย jarujun, 21 มกราคม 2015.

  1. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    เมื่อคืน ป้าจารุ ล้มตัวลงนอน หัวสัมผัสหมอน ก็เกิดนิมิตทันใด
    เห็นท่านท้าวเวสสุวรรณ ชัดเจนมาก หลับฝันดีทีเดียว

    ท่านพ่อ ท้าวเวสสุวรรณ มาในนิมิต พื้นฟ้าเป็นดั่งราตรี สีดำสนิท
    รัศมีสีทองงดงามมาก แม้จะมาในรูปยักษ์ แต่เครื่องทรงทองประดับเพชรงดงาม
    เกินบรรยาย พร้อมกระบองคู่ใจ

    คือก่อนนอน ดันคิดขึ้นมาได้ไงไม่รู้ว่า มีคนทำเครื่องราง เป็นอาวุธของเทวดา เช่น
    จักร หรือ ตรีศูรย์ ของพระอินทร์ แต่ไม่ยักมีใครทำ กระบองของท่านท้าวเวสสุวรรณบ้าง
    น่าจะไล่ภูติผีปิศาจได้ดี และมีฤทธิ์ มาก ทำลายอาวุธของเทวดาฝ่ายมารได้
    คือคิดเองเออเองว่า ถ้ามีโอกาสได้เห็นกระบองอันเป็นของวิเศษ ในสามโลก
    คงเป็นบุญตานัก

    ในฝันท่านว่า ดูได้ แต่ไม่ให้เอาเป็นเครื่องราง เพราะกระบองอันนี้ ท่านใช้ได้ตนเดียว

    หุหุหุ เหมือนท่านจะรู้จิตของป้า ว่าอยากชื่นชม

    ปล.เป็นนิมิต ของคนเพ้อๆ

    ปล.2 คิดถึงนะญาติยักษ์ทุกท่าน

    ปล.3 ในสรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา มีญาติยักษ์อยู่นะ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 1_7.jpg
      1_7.jpg
      ขนาดไฟล์:
      23.3 KB
      เปิดดู:
      50
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 5 กรกฎาคม 2017
  2. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ในฝัน เห็นท่านไม่เหมือนยักษ์ตนอื่น ที่เคยเห็น ตรงในรูปลักษณ์ของยักษ์นั้น
    เขี้ยวของท่านงดงาม เพราะเป็นเพชร
     
  3. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ในนิมิต ท่านไม่ให้สัมผัสกระบอง แต่ท่านหักเขี้ยวเพชรให้ แปลว่าอะไรน้อ
    ????

    ปล. แต่ก็รับมา ในฝันดีใจ มาก มาก มาก แบบปิติ เหมือนน้ำตาจะไหล ตัวจะสั่น

    ปล.2 นิมิตนี้มาได้ไง
     
  4. Chollada.Saowakarn

    Chollada.Saowakarn สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +4
    ขอทราบได้มั้ยคะว่า ในฝันที่เห็นนั้น พญานาคมีกายเป็นสีอะไร และดวงตาสีอะไร มีเกล็ดรึป่าว
     
  5. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    พญานาคมีกายสีดำเหลือบเขียว ดวงตาเปลี่ยนสีไปตามอารมณ์ค่ะ
     
  6. Higtmax

    Higtmax ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,070
    ค่าพลัง:
    +2,710
    ถ้าเป็นสีแดงก็คงสยองใช่ น้อย
     
  7. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ตอนทำสงคราม? ตอนโกรธ ไม่ได้เป็นสีแดงนะจ๊ะ แค่สีเข้มขึ้นเท่านั้น
     
  8. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    สิงห์ค่อยยังชั่วแล้ว ก็เดินลงเรือนมา ซาเงก็รีบรายงานว่า ขบวนของ
    ท่านพระยารีบเดินทางกลับ ด้วยกิจราชการด่วน
    ท่านชายอยากเข้ามาเยี่ยมพี่เสือของตนมาก แต่ก็มิอาจขัดคำสั่งของท่านพระยา
    ที่มิให้รบกวนขุนสิงห์ ยังฝากฝังซาเงให้บอกขุนสิงห์ ให้กลับไปเยี่ยมตนที่เรือน
    ส่วนท่านพระยาก็ว่า คงจักได้พบกันที่อโยธยา

    สิงห์ทราบข่าว แล้วก็อยากจะหารือ กับท่านขุนทั้งสาม แต่ซาเงให้รอบนเรือน
    มิให้ลงเรือน สิงห์ให้หงุดหงิดนัก ซาเงเลยเฉยว่า
    "แม่บัว มาเฝ้าอยู่ที่ใต้เรือน เกาะเหนียวแน่น ยิ่งกว่าตุ๊กแกติดฝาอีกขอรับ"

    สิงห์ได้ฟัง ก็คิดแผนทันที
     
  9. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    "ซาเง ใยเจ้าจักจงชังนางนัก ใยไม่ถามข้าซักคำ ว่าเต็มใจฤาไม่"

    ซาเง หันมามองเหมือนจะค้อน

    "โถว ขุนสิงห์ หากวันนั้นเต็มใจพลีกาย ใยต้องเรียกข้าไปขัดทัพ

    แต่ข้าว่า หากขุนสิงห์อยากได้นางมาแนบกาย คงจักมิยาก ยิ่งกว่าใส่

    พานรอประเคนให้อีกขอรับ

    ข้าไม่เข้าใจ เจ้าหอหน้าก็อีกคน หากได้สาวงานมาประเคนให้

    ก็ทรงอิดออด ทำลำบากใจหนักหนา

    ข้าก็ว่ารับๆไปเสียก็สิ้นเรื่อง เป็นข้าไม่ได้ จักวิ่งไล่ตะครุบเลย"

    หางเสียงฟังดูห้วนแปลกๆ

    สิงห์ได้แต่หัวเราะ

    "ที่เจ้าซาเง อยากตะครุบ คงเป็นแม่สาวแถวนี้กะมัง ว่าแต่ซาเงคนป่า

    ใยยังไม่มีเมีย หรืออยากมีมากเมีย"

    ซาเงรีบหันมาเหมือนจะค้อนอีกครา

    "คนเมืองอย่างท่านขุน คงนิยมมากเมีย แต่ข้าคนป่า มีผัวเดียวเมียเดียวจนตาย

    ข้ายังไม่พบคนต้องใจ ต้องกะเตงตามเจ้าหอหน้าไปรบ หากเจ้าหอหน้าไม่เป็นใจ

    ข้าก็มิกล้ามีเมียหรอกขอรับ"
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 8 กรกฎาคม 2017
  10. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    "ซาเง ข้าว่า การหลบหน้า มิใช่การแก้ไข เราคงต้องแก้ที่ต้นเหตุกะมัง
    จงเร่งไปบอกท่านขุนทั้งสามเถิด ข้าจักไปเจรจากับพ่อหมอเฒ่า เพลาพรุ่ง
    ข้าจักเดินทางไปอโยธยา แล้วรีบตามข้าไปบ้านพ่อหมอ"

    ซาเง แคลงใจ แต่ก็รีบไปทำตามขุนสิงห์สั่ง

    ขุนสิงห์เดินลงเรือนมา ก็เห็นแม่บัวมารอเมียงมองที่ใต้ถุนเรือน เมื่อเห็นขุนสิงห์
    นางก็ทำท่าละอายใจ ขุนสิงห์ได้แต่ถอนใจ แล้วเอ่ยทัก
    "แม่บัว ข้าจักไปหาพ่อหมอ พ่อหมออยู่เรือนไหมจ๊ะแม่"

    แม่บัวได้ฟังวาจารื่นหู ก็ให้ชื่นใจนัก ดูขุนสิงห์มิได้โกรธเคือง
    กลับดูอ่อนโยนนัก
    "ข้าจักไปตามพ่อหมอให้จ๊ะขุนสิงห์ ขุนสิงห์ไปรอที่เรือนพ่อหมอก่อนนะจ๊ะ"
    แล้วแม่บัวก็รีบวิ่งไปตามพ่อหมอให้ทันใด
     
  11. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ขุนสิงห์ตั้งจิตเป็นสมาธิ ดวงตาทอดลงต่ำมองไปยังพื้นเรือนของพ่อหมอ นอกชานเรือน
    ได้ยินเสียงฝีเท้าอันสงบของพ่อหมอขึ้นเรือนมา ตามด้วยเสียงฝีเท้าของแม่บัว

    ขุนสิงห์รอจนพ่อหมอนั่งข้างๆตนโดยมิลุกขึ้นต้อนรับ
    "ใยพ่อหมอทำกับข้าเช่นนี้ กะไรเสีย พ่อหมอก็รู้ว่าข้าเป็นคนมีวิชชา
    หากอยากยกแม่บัวให้ ใยมิถามข้าก่อน กะไรเสียนางก็เป็นหญิง
    มิควรมาเป็นเครื่องมือในสงครามของชาย แม้นนางจักเต็มใจก็ตาม"

    แม่บัวได้ยินชัดเต็มสองหู น้ำตาก็ซึมออกมา ทั้งอายแลสงสารตนเอง

    "ท่านคงมีความแค้นมากนัก จนบดบังคุณงามความดีในตนจนสิ้น
    ข้านั้นหลงนับถือ ท่านคงอยู่มานาน จนหลงลืมไปแล้วว่า จักรักษา
    วิชชาอันดีวิเศษในตนได้ จักต้องรักษาสัจจะวาจา แลยังต้องรักษาคุณธรรม
    ประจำตน"

    "เรื่องที่พ่อหมอทำ ข้ามิเห็นเป็นเรื่องเล่น ผู้หญิงก็เหมือนข้าวสุก นางยังไม่รู้ใจตน
    ท่านก็จักยัดเยียดให้นางต้องมาเป็นเมียข้า ข้ามิใช่คนดีวิเศษนัก ไม่ใช่ชายที่จักรัก
    แลดูแลนางจนสิ้นชีวี นางไม่มีแม่ มีพ่อก็มิได้เลี้ยงดู ท่านเลี้ยงดูนางมา ใยต้อง
    ผลักไสนางให้ไปพบกับชะตาลำเค็ญอีก ชะตาอาจกำหนดไว้ แต่ท่านผู้รู้ ใยมิ
    ฝืนชะตา ให้ความดี ชนะชะตานาง"
     
  12. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    พ่อหมอเฒ่า มองหน้าเด็กหนุ่มตรงหน้า แล้วมิอาจเอื้อนเอ่ยวาจาใด
    ได้แต่ทอดถอนใจ สิงห์นิ่งเงียบรอให้คู่สนทนาของตนได้กลั่นกรองความคิด
    "แต่เรื่องก็ผ่านมาแล้ว ข้ามิอยากฟื้นฝอย ข้ามิติดใจเอาความใด แต่ขอเพียง
    ให้ท่านตั้งสัตย์สาบานว่า จักมิเอาชะตาของใคร แลมิเอาสตรีมาเป็นเครื่องมือ
    เช่นนั้น จักเป็นชายชาตรีได้เยี่ยงไร ท่านก็เป็นนักรบเช่นข้า ตงจักเข้าใจว่า
    เราจักไม่ยอมแพ้ แต่ต้องไม่ลดศักดิ์ศรี ใช้สตรีในการสงคราม"

    พ่อหมอ ได้แต่ถอนใจ
    "ข้าคงแก่ชราไปมาก กะไรเสีย ก็มิอยากให้เป็นเรื่องใหญ่โต ข้าจักสอนวิชชา
    ให้เจ้าเป็นการตอบแทน ขอให้เจ้ารักษาสัตย์ว่า วิชชาที่ข้าสอน จักถ่ายทอดให้
    กับทายาทข้าที่เป็นชาย อันได้แก่เหลนข้า ลูกชายของแม่บัว"

    "ใยท่านมิสอนให้ลูกท่าน" ขุนสิงห์เอ่ยอย่างขัดใจ

    "วิชชาของข้า ต้องเสี่ยงทายผู้สืบทอด ผู้สืบวิชชาข้า คือลูกของแม่บัว
    แต่เจ้านั้นมีครูอยู่แล้ว รับวิชชาข้าไปก็ไม่เป็นโทษ แต่ลูกชายข้า
    ควบคุมวิชชามิได้ หากรับไปทั้งหมด จุดจบวิชชาคงกลืนกินร่าง
    จนกลายเป็นสมิงไพร"
     
  13. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    สิงห์รู้สึกแคลงใจนัก "วิชชาอันใดกัน จักกลืนกินผู้ใช้ ให้เป็นสมิงไพร"

    พ่อหมอเฒ่า ได้แต่ถอนใจ "สิงห์ในย่ามที่เจ้าพกติดตัวไปมา แลสัมภาระ
    มีเหล่าโหงพราย แลวัวธนู หากเจ้าไม่มีครูคอยคุ้ม เจ้าก็คงกลายเป็นสมิง
    เพราะเจ้ามิเคยดูแลมันเลย วัวของเจ้าเคยให้น้ำให้หญ้าฤาไม่ โหงพราย
    ของเจ้าเคยเซ่นสรวงฤาไม่ หากจักรับ ไว้ทั้งวิชาเทพ วิชชาคน ก็ต้องรักษา"

    "อันยันต์ อักขระในกายเจ้านั้น เปี่ยมด้วยพุทธานุภาพ กันภูติผีปิศาจได้ทั้งปวง
    เจ้าจึงเหมาะที่จะกำหราบวันใดที่วิชชาร้อน "

    สิงห์ได้ฟัง ก็นั่งนึกคิดตรึกตรอง หากขรัวอินทร์ บรมครูของสิงห์ให้สิ่งเหล่านี้
    คงจักต้องมีเหตุให้ต้องใช้แลรักษา สิงห์ตรึกตรองอยู่นาน
    "ข้ายังมิรับปาก หากข้ากลับจากเฝ้าเจ้าหอหน้า จึงจักให้คำตอบ"

    มิได้ตัดรอนให้เสียน้ำใจ แต่ก็มิได้รับปาก

    แล้วสิงห์ก็ผุดลุกขึ้น "ข้าขอตัว" สิงห์มองแม่บัวที่เอาแต่ก้มหน้า มิกล้าลุกตามสิงห์
    มาอีก ใจนึงก็ให้สงสารนางนัก แต่นางได้ฟังความทั้งหมดไปแล้ว สิงห์ก็หวังว่านางจัก
    คิดได้ มิยอมให้ความหลงบังตา
     
  14. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ใจจริงสิงห์ก็สงสารนางนัก ด้วยนึกถึงมารดาตน กับชะตาอันน่าสงสารของนาง

    สิงห์เดินลงเรือนมา เห็นซาเง รออยู่ที่ตีนเรือน ก็รู้ว่าคงได้ยินถ้อยความหมด
    ก็มิกล่าวอันใด รีบจ้ำอ้าว กลับเรือน มีเรื่องอยากหารือ กับทั้งขุนทั้งสาม

    ส่วนซาเง ที่มองตามแผ่นหลังขุนสิงห์ไป ก็ได้แต่นับถือน้ำใจขุนสิงห์นัก
    อีกใจก็รู้สึกสงสารแม่บัวคนงาม ซาเงผู้มิทันรู้ใจตน ก็ได้แต่ใจลอยไปหาสาวงาม
    บนเรือน ทั้งหมั่นไส้ ทั้งสงสาร แต่ก็มิอาจสลัดเรื่องราวของแม่สาวตาคมจากใจได้
    ซาเงคงกรำศึกมานาน จนมิทันจักรับมือกับศึกรักที่เพิ่งเริ่มต้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 กรกฎาคม 2017
  15. aumzaza

    aumzaza เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    362
    ค่าพลัง:
    +570
    พี่สิงห์กลับมาแล้ววว
     
  16. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    คืนนี้จันทร์งามมาก
     
  17. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    หลังจากป้าหยุดดูหมอ มาเกือบสามเดือน ก็มีคนติดต่อมาดูเรื่อยๆ
    แต่ป้าขอพักยาวๆ นะจ๊ะ

    ล่าสุดก็มีหนึ่งท่าน ที่มีโอกาสไปปรับสถานที่ให้ มาติดต่อให้น้องชาย
    เนื่องจากบ้านที่ได้ไปเปิดภูมิให้ ขายได้ภายในสามเดือน หลังจากไม่
    มีแม้แต่คนเช่ามาเป็นปี ขายได้ในราคา 1x,xxx,xxx

    ป้าไม่ได้ภูมิใจที่ทำให้บ้านขายได้ แต่ดีใจที่ท่านเจ้าที่ ไม่ต้องไปอยู่ในต้นไม้หน้าบ้าน

    สองจิตสองใจว่า จะทำงานช่วยภพภูมิในด้านปรับสถานที่ต่อดีไหม แต่เรื่องดูดวงคง
    ไม่น่าจะดูแล้วค่ะ
     
  18. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    สิงห์เดินลงเรือนพ่อหมอ จะกลับเรือนตน อารมณ์ยังกรุ่นอยู่ในอก
    ก็รู้สึกถึงเสียงตึกตักวิ่งมาด้านหลัง แล้วชนกับร่างของตน

    ลืมไปเสียสิ้น เพราะเรื่องยุ่งเหยิง เจ้าช้างน้อยบุญทิ้ง เมื่อเห็นดวงตา
    รีเล็ก ฉ่ำวาวไปด้วยน้ำ ก็อดเอามือลูบหนังอันหยาบกร้าน สิงห์อด
    อมยิ้มเอ็นดู ท่าทางเหมือนเด็กของเจ้าช้างน้อย ที่ทำท่าดีใจ
    งวงก็แกว่ง หัวแลตัวโยก หางก็ยกขึ้นเล็กน้อย

    สิงห์จูงเจ้าบุญทิ้ง เจ้าบุญทิ้งก็ไม่นำพา รีบเดินตามสิงห์ ทั้งคู่เดินจ้ำไปหน้าหมู่บ้าน
    แม้เพลาจะพลบค่ำแล้ว ซาเงรีบตามไป
     
  19. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    สิงห์ทำท่าจะเดินไปปากทางหมู่บ้าน ตามแนวป่ากล้วยแน่นขนัด
    ซาเงรู้ใจทันใด รีบวิ่งมาขวาง
    "ขุนสิงห์ขอรับ ไปไม่ได้นะขอรับ พลบค่ำแล้ว เชิญอาบน้ำบนเรือนเถิด"

    ขุนสิงห์เห็นท่าทีจริงจัง ของซาเง แล้วมีอยากจะขุ่นอารมณ์ เดินเลี้ยวกลับ
    ไปที่ใต้เรือนตน เห็นตุ่มน้ำสองสามใบตั้งอยู่ด้านล่าง ก็รีบเดินเข้าไป
    เจ้าช้างน้อยแสนรู้เมียงมองไม่กล้าตามไปใต้เรือน
    สิงห์ทำท่าเรียก เจ้าช้างน้อยไม่กลัวใคร รีบเดินตามไปไกล้ตุ่มน้ำทันที
    มันเอางวงแจะที่น้ำในตุ่มอย่างหยั่งเชิง สิงห์รู้ใจ จับงวงเจ้าช้างเบาๆ จุ่มลงไปในตุ่ม
    ใช้สองมือ วักน้ำ ประพรมหัวเจ้าช้างน้อย เจ้าช้างน้อยเล่นน้ำ ขุนสิงห์อาบน้ำ
    จากตุ่มเดียวกัน เสียงคนแลช้าง ดังขึ้นไปบนเรือน จนสามท่านขุนอดลงมาดูมิได้

    ขุนเข้มเห็นสิงห์แข็งแรงดีก็พอใจ เรียกซาเง รีบเตรียมสำรับมาคอยท่า หาข้าวหาปลา
    ให้ขุนสิงห์ทันที
     
  20. jarujun

    jarujun เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2013
    โพสต์:
    3,089
    ค่าพลัง:
    +11,589
    ขุนสิงห์ อาบน้ำอาบท่าเสร็จ ก็ไม่ยอมขึ้นเรือน ไปนั่งผึ่งลมที่แคร่ ใต้ร่มไม้หน้าบ้าน
    เจ้าช้างน้อยบุญทิ้ง อาบน้ำจนชื่นใจ ก็เดินส่ายก้น มากลิ้งเกลือกคลุกฝุ่นหน้าลาน
    อันเป็นวิสัยของช้าง

    สิงห์ปล่อยใจล่องลอยไป แล้วใจก็ลอยไปหยุดที่ แม่เอื้อมอย่างไม่รู้ตน
    "สิงห์" เสียงพี่เข้มเรียกสิงห์ สิงห์สะดุ้งในใจ แต่เสงี่ยมท่าที ค่อยๆ หันหน้า
    มิกล้าจักสบตาพี่ชายตน ด้วยเกรงนักว่าพี่เข้มจักรู้จักตน
    "พี่ขอให้เจ้าอภัยให้พี่ ที่พี่ไม่ได้ยับยั้งชั่งใจตน จนเกือบพลั้งมือให้เจ้าเลือดตกยางออก
    ที่ลานประลอง กี่หัวของพี่คงไม่พอ " เสียงเข้มถอนหายใจอย่างหนักอก

    สิงห์เสก้มหน้า ตาทอดมองเจ้าบุญทิ้ง
    "สมควรแล้วขอรับ ข้าอยู่กับพี่มาตั้งนาน ไม่รู้เลยว่า พี่ออมฝีมือให้ข้ามาตลอด
    เพลงดาบของพี่เข้มคนใจเย็น ใยดุดันเพียงนี้ พี่เข้มไม่เป็นรองข้าเลย"

    ขุนเข้มเห็นขุนสิงห์ดูไม่ใส่ใจที่ตนทำตามอารมณ์ ก็ให้สบายใจนัก อย่างไรเสีย
    สิงห์ก็เป็นน้องรัก ที่เข้มยังตั้งสัจจะเหมือนเดิมว่า แม้ชีวิตก็ให้ได้
    แลไม่อยากพูดถึงสาเหตุที่ตนแลขุนสิงห์ต้องหมางใจกันอีก จึงแกล้ง
    พูดกลบเกลื่อน
    "ข้าเป็นถึงผู้สืบทอดสำนัก หากแพ้ไม่มีท่า พ่อครูคงหวดข้าไม่ยั้งแน่ แล
    ข้ายังอยากจะแสดงให้ขุนแก้ว ขุนทองเห็นเพลงมวยแลดาบของสำนักดาบ
    ลพบุรี ว่าไม่เป็นรองใคร"

    ขุนแก้วขุนทองเดินเข้ามาทันำด้ยินถ้อยนั้น อดรนทนไม่ได้ จนต้องเอ่ยปาก
    "อยากให้วันนี้เจ้าหอหน้ามาเห็นเสียจริง ท่านโปรดการประดาบโดยไม่ออมมือ
    หากเจ้าได้เห็นเพลงดาบ ของเจ้าหอหน้าแลพระอนุชา เจ้าจะไม่เสียดายชีวี"
    ขุนแก้วเอ่ยขึ้น เพลานี้ทั้งสี่ รู้สึกดั่งเป็นเกลอที่สนิทใจกันมาแต่อ้อนแต่ออก

    ขุนทองเอ่ยเย้าขุนแก้ว
    "ข้าชอบการรำดาบของทางเหนือแบบที่เจ้าแสดง แต่ข้าถนัดตีไม่พูดไม่รำมากกว่า"

    ขุนแก้วรีบหันไปแก้ "ข้าไม่ได้รำ ข้าควงดาบ ในสนามศึกคงมิมีเวลารำดอกท่านขุนทอง"

    ขุนเข้ม เอ่ยต่อ" ข้าว่า เรากินข้าว แล้วถกไม้แก้กันดีกว่า คงจะดีมิน้อย"

    ซาเงได้ยินดังนั้น รีบยกสำรับอาหารบ้านป่าลงมา ทั้งสี่ คุยกันอย่างออกรส
    ดั่งคอเดียวกันในเรื่องหมัดมวย ในวงสำรับวันนั้น มีแต่เสียงพูดคุยหัวเราะ

    ซาเง มองท่านขุนทั้งสี่ แล้วนึกถึงวันที่ได้พบคราแรก ท่านขุนทั้งสี่ที่ยังสงวนท่าทีต่อกัน
    บัดนี้ได้รวมเป็นเนื้อเป็นน้ำเดียวกัน

    ดั่งที่เจ้าหอหน้าผู้มองการณ์ไกล ได้คะเนไว้ทุกประการ ความลำบากร่วมกัน จักทำให้เป็น
    น้ำหนึ่งใจเดียวกัน ดั่งเพื่อนพ้องพี่น้อง ที่ร่วมเป็นร่วมตายในสนามรบ
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - ฝันไปถึง เมืองบังบด เมืองผี
  1. supatorn
    ตอบ:
    16
    เปิดดู:
    4,839

แชร์หน้านี้

Loading...