พระกริ่งเขมร

ในห้อง 'พระเครื่อง วัตถุมงคล' ตั้งกระทู้โดย joni_buddhist, 25 กรกฎาคม 2008.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. joni_buddhist

    joni_buddhist ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กันยายน 2005
    โพสต์:
    12,203
    กระทู้เรื่องเด่น:
    12
    ค่าพลัง:
    +61,190
    พระกริ่งเขมร


    <CENTER>[​IMG]</CENTER>


    กรรมวิธี การสร้างพระกริ่งเขมร พระกริ่งหน้าตั๊กแตน หรือ พระกริ่งเขมร มีวิธีการสร้างที่แตกต่างไปจากพระกริ่งของไทย จีน และทิเบต โดยสิ้นเชิง การสร้างพระกริ่งในประเทศไทย จีน และทิเบต
    นั้นมีรูปแบบที่ถอดมาจาก แม่พิมพ์เป็นมาตรฐานเดียวกัน เมื่อหล่อหลอมเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงมีขนาด น้ำหนักและตำหนิในพิมพ์เช่นเดียวกัน เช่น พระกริ่งใหญ่ บาเก็ง พระกริ่งหนองแส เป็นต้น
    ส่วนการสร้างพระกริ่งตั๊กแตนนั้น ใช้วิธีปั้นหุ่นเทียนเป็นแต่ละองค์ไป ไม่ใช้วิธีถอดแม่พิมพ์เหมือนการสร้างพระกริ่งในประเทศไทย จีน และทิเบต ฉะนั้นพระกริ่งของเขมร เช่น พระกริ่งตั๊กแตน จึงไม่เหมือนกันสักองค์เดียว มักจะพูดกันว่า ถ้าพระกริ่งตั๊กแตน หนึ่งองค์ใดเกิดไปเหมือนกันราวกับจุติมาจากแม่พิมพ์เดียวกันแล้วไซร้ ท่านว่า ต้องมีเก๊องค์หนึ่งเป็นแน่ หรือไม่ก็ทั้งสององค์เลย
    <CENTER>[​IMG]</CENTER>


    ทั้งนี้ก็ด้วยพระกริ่งตั๊กแตนท่านมีวิธีการสร้างโดยวิธีการปั้นหุ่นเทียนเป็นแต่ละองค์ๆ ไปดังกล่าวแล้ว
    พูดกันถึงการสร้างพระกริ่งในประเทศเขมร ก็คงจะเหมือนกับการสร้างพระกริ่งในประเทศไทย คือมีการสร้างกันอยู่ทุกยุคทุกสมัย นับตั้งแต่เจ้าพระยามหากษัตริย์ จนแม้กระทั่งท่านโบราณาจารย์ทั้งหลาย เราจึงมักจะพบเห็นพระกริ่งเขมร หรือพระกริ่งตั๊กแตน ที่มีศิลปะรูปแบบ ตลอดจนฝีมือและเนื้อหาที่จัดมากน้อย ดีงาม แตกต่างกันไป
    พระกริ่งเขมร หรือ พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน รูปลักษณะเป็นพระหล่อแบบลอยองค์ คือ มีส่วนละเอียดแสดงทั้งด้านหน้าและด้านหลังรอบองค์ พระเกศ เป็นตุ่มนูนสูงเด่น รูปลักษณะของพระเศียร ป่องกลมแบบศีรษะพระกริ่งทั่วๆ ไปเม็ดพระศก (ผม) เป็นตุ่มนูนเฉพาะด้านหน้า วางเรียบร้อยลงมามาก จนแสดงเป็นกรอบพระพักตร์ (หน้า) พระกรรณ (หู) เป็นเส้นวางอยู่บนเม็ดพระศก และยาวลงมาจรด พระอังสา (บ่า) พระพักตร์ (หน้า) เป็นรูปนูนและแหลม เป็นที่ส่วนแสดงเป็นพระนาสิก (จมูก)
    <CENTER>[​IMG]</CENTER>


    ส่วน พระพระเนตร (ตา) นั้นตอกเป็นเส้นลึกและเฉลียงขึ้นไปทางด้านบนแบบตาจีน ไม่มีส่วนละเอียดแสดงเป็นพระโอษฐ์ (ปาก) และพระโขนง (คิ้ว) แต่อย่างใด พระศอ (คอ) จะคล้องประคำทุกองค์ พระหัตถ์ (มือ) ถ้าไม่ถืออะไรส่วนมากจะประสานสมาธิ ส่วนที่ถือดอกบัว สังข์ จักร และตรี ก็มี แตกต่างกันไปตามคตินิยมของผู้สร้าง แต่ส่วนมากจะถือดอกบัวเป็นพื้น
    ดอกบัว สังข์ จักร และตรีนั้น ท่านว่าล้วนแต่เป็นเครื่องอุปโภคของพระนารายณ์ทั้งสิ้น การประทับนั่งส่วนมากเป็นแบบขันเพชร อยู่เหนืออาสนะ ยกเป็นฐานสูงสองชั้น ที่ด้านหน้าเฉพาะองค์นี้ประดับด้วยบัวขมวดเป็นวงคล้ายเลข ๑ ลากหางซ้อนๆ กัน ที่นักนิยมสะสมพระเครื่องนิยมเรียกกันว่า บัวฟองมัน ซึ่งเป็นบัวแบบหนึ่งของพระกริ่งเขมร ที่สูงส่งไปด้วยราคาค่านิยม และนำมาเรียกเป็นชื่อของพระกริ่งตั๊กแตนอีกด้วยว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน
    บางท่านก็ว่า เหตุที่เรียกชื่อบัวชนิดนี้ว่าบัวฟองมันก็เพราะดูคล้ายๆ กับมันรังนกเชื่อมที่มีลักษณะเป็นเส้นเรียงซ้อนกัน เป็นก้อนกลมก็ดูเข้าเค้าดี
    <CENTER>[​IMG]</CENTER>


    ส่วน คำว่า ตั๊กแตน หรือบางท่านนิยมเรียกว่า พระกริ่งตั๊กแตนก็มี ทั้งนี้เข้าใจว่าท่านอาจจะหมายถึงรูปลักษณะของพระพักตร์ (หน้า) ที่นูนแหลม และยื่นออกมามากกว่า คล้ายกับหน้าตั๊กแตนก็เป็นได้
    เมื่อท่านโบราณคณาจารย์ท่านเรียกของท่านว่าอย่างนี้มานานแล้ว ครั้นจะเรียกชื่อท่านเป็นอย่างอื่นก็เกรงเขาจะหาว่าดัดจริต เมื่อเรียกชื่อท่านอย่างนั้น และเป็นที่รู้จักกันแพร่หลาย ก็เป็นอันว่าใช้ได้ ชื่อเสียงเรียงนามสำคัญไฉน พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมันนี้จะมีบัวฟองมันปรากฏอยู่เฉพาะฐานด้านหน้าเท่า นั้น ส่วนด้านหลังอาจจะเป็นบัวขีดหรือบัวฟันปลาผสมผสานกันอยู่ หรืออาจจะเป็นบัวอย่างใดอย่างหนึ่งก็เป็นได้ ไม่เป็นที่ยุติ
    พระกริ่งตั๊กแตน อันดับรองลงมาได้แก่ พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อย รูปลักษณะส่วนใหญ่ละม้ายเหมือนพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน จะมีที่ผิดแผกแตกต่างไปบ้างคือบัวที่หน้าฐาน แทนที่จะเป็นบัวฟองมัน กลับเป็นตุ่มกลมๆ เรียงรายกันอยู่ มีจำนวนตั้งแต่ ๗ เม็ด ถึง ๙ เม็ด เป็นอย่างสูง
    ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตรงบัวเป็นตุ่มกลมที่ฐาน จึงเอามาตั้งเป็นชื่อ พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม เฉพาะที่มีชื่อเรียกว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อยนั้น ลักษณะส่วนใหญ่จะเหมือนกันกับพระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่มทุกประการ เว้นแต่ที่ใต้บัวตุ่มเม็ดสุดท้ายทั้งสองข้างจะมีบัวตุ่มอีกดอกหนึ่งประดับ อยู่ข้างละ ๑ ดอก
    ดอกบัวตุ่มทั้งสองดอกที่ย้อยลงมาติดอยู่ที่ตรงใต้สุดของบัวดอกสุด ท้ายทั้งสองข้างนี้แหละ ทำให้มีชื่อเรียกต่างออกไปเป็น พระกริ่งตั๊กแตน บัวตุ่ม บัวย้อย พระกริ่งตั๊กแตนบัวเม็ดมะยม
    สำหรับพระกริ่งตั๊กแตนบัวเม็ดมะยม ซึ่งเป็นพระกริ่งตั๊กแตนที่หาได้ยากมากอีกแบบหนึ่ง มีรูปลักษณะเหมือนกันกับพระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม บัวย้อย ทุกประการ เว้นแต่ที่เม็ดบัวตุ่มและบัวย้อยที่ฐานด้านหน้า มีรอยบากลึกเป็นรูปกากบาททุกดอก เฉพาะบัวที่ฐานด้านหลังอาจจะเป็นบัวขีดหรือบัวฟันปลาได้ทั้งสองประการ ยังไม่เป็นที่ยุติ
    พระกริ่งตั๊กแตนบัวขีด ด้วยรูปลักษณะละม้ายเหมือนพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน บัวตุ่ม บัวย้อย และบัวเม็ดมะยมทุกประการ แต่ทว่าเอกลักษณะที่เด่นชัดของพระกริ่งตั๊กแตนบัวขีดก็คือ บัวที่อาสนะฐานด้านหน้าไม่เป็นรูปดอกบัวแต่อย่างใด แต่ทว่ากลับเป็น รอยขีด เป็นเส้นลึกลงไปในเนื้อ ลักษณะของการขีดเป็นลักษณะทแยงขึ้นลงสลับไปมาโดยรอบอาสนะ
    พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลา เป็นชื่อเรียกพระกริ่งตั๊กแตนอีกชื่อหนึ่ง เฉพาะพระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลานี้นิยมสร้างกันเป็นพื้น ซึ่งมักจะพบเห็นมากกว่าบัวชนิดอื่น ลักษณะสำคัญก็เหมือนๆ กับพระกริ่งตั๊กแตนทั่วๆ ไป จะมีส่วนผิดแผกแตกต่างกันไปบ้างก็ตรงฐานบัวรอบๆ มีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงอยู่รอบๆ ฐาน อาจจะเป็นบัวสองชั้นและชั้นเดียวก็มี
    ด้วยลักษณะของบัวที่เป็นรูปสามเหลี่ยมวางเรียงกันดูคล้ายกับฟัน ปลานี้แหละ ท่านจึงนำมาตั้งเป็นชื่อพระกริ่งเขมรอีกชื่อหนึ่งว่า พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลา
    จึงพอสรุปได้ว่าเหตุที่พระกริ่งตั๊กแตนซึ่งมีรูปลักษณะละม้าย เหมือนกันเป็นอย่างยิ่ง แต่ทว่ากลับมีชื่อเสียงเรียงนามเรียกแตกต่างกันไป เช่น พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน บัวตุ่ม บัวย้อย บัวเม็ดมะยม บัวขีด และบัวฟันปลา นั้นท่านหมายเอารูปลักษณะของบัวที่ฐานมาเรียกเป็นชื่อนั่นเอง
    เฉพาะราคาค่านิยมและการเสาะหายากง่าย ถ้าจะเรียงตามลำดับคงจะได้ดังนี้ ๑.พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟองมัน สวยสมบูณณ์ ค่านิยมประมาณ ๔-๖ แสนบาท ๒.พระกริ่งตั๊กแตนบัวตุ่ม ค่านิยม ๓-๕ แสนบาท และ ๓.พระกริ่งตั๊กแตนบัวฟันปลา ค่านิยมประมาณ ๒-๔ แสนบาท
    การสร้างพระกริ่งหน้าตั๊กแตน นั้นใช่ว่าจะมีสร้างแต่เฉพาะในประเทศเขมรแห่งเดียวก็หาไม่ ในประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง เช่น ประเทศลาว และท่านเกจิอาจารย์ในประเทศไทย ที่เป็นพระเขมร จาริกมาจำพรรษา ก็มีอยู่มิใช่น้อย
    สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณ นายวันชัย สุพรรณ เจ้าของรายการ "วัดดี พระเครื่องดัง พระเกจิขลัง" ออกอากาศทางสถานีวิทยุ จส.๑ ผู้ดำเนินรายการ "คุยเฟื่องเรื่องพระ" ทางเคเบิลทีวีเอ็นวี ๑ และเจ้าของเว็บไซต์ www.phradunk.com ที่เอื้อเฟื้อข้อมูลและภาพถ่าย
    [​IMG]

    ที่มา http://www.tumsrivichai.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538686795&Ntype=40
     
  2. ครึ่งชีวิต

    ครึ่งชีวิต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 ตุลาคม 2005
    โพสต์:
    4,012
    ค่าพลัง:
    +14,772
    [​IMG] สาธุ ขอรับ
     
Loading...