มงคลสูตรคำกลอน

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย Gemini Saga, 13 มิถุนายน 2012.

  1. Gemini Saga

    Gemini Saga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    246
    ค่าพลัง:
    +215
    มงคลสูตรคำกลอน<O:p</O:p

    ก่อนอื่นก็ขอบอกที่มาของ มงคลสูตรคำกลอนนี้ก่อนนะครับ มงคลสูตรคำกลอนนี้แต่งโดย พระวิสุทธิศีลาภรณ์ จล.วัดตันตยาภิรม ตรัง ประพันธ์ไว้เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๓ และพิมพ์แจกในงาน ฉลองสมณศักดิ์ พระครูอรรถศาสน์วิจิตร เจ้าอาวาสวัดไตรสามัคคี อำเภอห้วยยอด ตรัง เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๐๓ (บทประพันธ์จะมีภาษาปักษ์ใต้อยู่บ้างครับและความหมายตรงไปตรงมา)
    สองกรกุมสักการสมานจิต น้อมเศียรนึกถึงพระธรรมสามิสร์<O:p></O:p>
    อันสถิตที่สุขแสนแดนนิพพาน<O:p></O:p>
    ทั้งพระธรรมค้ำชูผู้วิสุทธิ์ รักษ์มนุษย์ให้มีสุขทุกสถาน<O:p></O:p>
    ทั้งพระสงฆ์ทรงศีลปิ่นธรรมญาณ ผู้สุขศานต์สืบศาสน์ไม่ขาดวัน<O:p></O:p>
    พระนามสามตามที่ฉันอัญชลี นี้คือศรีมงคลยิ่งและมิ่งขวัญ<O:p></O:p>
    ขอพระศรีตรัยรัตน์เป็นฉัตรชั้น ช่วยป้องกันสิ่งอุบาทว์ให้ปราศไป<O:p></O:p>
    ให้มวลหมู่มนุษย์ทั่วทุกทิศ ได้มีจิตกลับกลายสบายใหญ่<O:p></O:p>
    โปรดเชิญฟังมงคลอย่างสนใจ ตามกลอนไขที่ฉันจะบรรยาย<O:p></O:p>
    จะสาธกยกมงคลสูตรวิเศษสุ ในพระพุทธศาสนามาขยาย<O:p></O:p>
    เป็นคำกลอนชนังทั้งหญิงชาย เด็กอ่านได้ผู้ใหญ่อ่านดีมีสุขจริง<O:p></O:p>
    สมัยหนึ่งสมเด็จสรรเพชญ์พุท ประทับหยุด ณ อารามงามทุกสิ่ง<O:p></O:p>
    “เชตวัน” คืออารามนามเพราะพริ้ง สะอาดยิ่งวิหารห้องมองกุฎี<O:p></O:p>
    นายอนาถะบิณฑ์เสียสินสร้าง เป็นวัดกว้างใกล้กรุงสาวัตถี<O:p></O:p>
    ปรากฏเรื่องปรัมตามคัมภีร์ สิบสองปีที่เทวาและมนุษย์<O:p></O:p>
    ต่างถกเถียงแสดงหาถึงสาเหตุ อันพิเศษคือ “มงคล” ไม่สิ้นสุด<O:p></O:p>
    เถียงกันไปไม่พบคำธรรมยุติ ในที่สุดเกิดอุบาทว์ตัดญาติกัน<O:p></O:p>
    สามัคคีแตกทรามเป็นสามฝ่าย เกิดเรื่องร้ายแรงยิ่งแข็งขัน<O:p></O:p>
    ร้อนถึงเจ้าดาวดึงส์จอมเทวัญ ธ จึงบัญชาใช้ให้เทวา<O:p></O:p>
    ลงไปเฝ้าเจ้าธรรมพระสัมพุท ตัดวิรุธข้อคิดปริศนา<O:p></O:p>
    เทพบุตรรุดลงไปไม่รอช้า มุ่งตรงมา “เชตวัน” ในราตรี<O:p></O:p>
    ถวายบังคมบรมบาท มุนีนาถธรรมินทร์พระชินสีห์<O:p></O:p>
    ทูลเล่าเรื่องเคืองข้องหมองฤดี โปรดฉันทีตรัสมงคลสักหนเอย<O:p></O:p>
    ฝ่ายพระองค์ทรงในไตรสิก ยินเทวาถามเรื่องล้วนควรเปิดเผย<O:p></O:p>
    จึงตรัสออกโอฐเอื้อนอรรถตรัสภิเปรย ฟังเฉลย “เรื่องมงคล” แยบยลเทอญ<O:p></O:p>
    จงอย่าคบคนพาลน่ะท่านหนา จงคบแต่คนดีมีสรรเสริญ<O:p></O:p>
    บูชาผู้ควรบูชาพาเจริญ โปรดดำเนินตามนี้ศรีมงคล<O:p></O:p>
    คบคนพาลพาลพาไปหาผิ คบบัณฑิตท่านก็พาหากุศล<O:p></O:p>
    เป็นภาษิตเข้าแบบฟังแยบยล มีเหตุผลเข้าที่ควรวิจารณ์<O:p></O:p>
    คำว่าพาลนั้นแปลหลายแง่นัก แต่จะชักพอให้เห็นเป็นหลักฐาน<O:p></O:p>
    แปลโดยอรรถชัดว่าเป็นปราณ คำว่าปราณนั้นก็ได้แก่หายใจ<O:p></O:p>
    ผู้ใดมีชีวิตสถิตอยู่ แต่ไม่รู้ดีชั่วที่ตรงไหน<O:p></O:p>
    เพียงหายใจเข้าออกกรอกตาไป จักษุใหญ่คือปัญญาหาไม่มี<O:p></O:p>
    เป็นผู้ตัดประโยชน์โสตถิสุข เพิ่มแต่ทุกข์มากมายหลายวิถี<O:p></O:p>
    ยึดถือชั่ว มัวเมาเหมาว่าดี ปวงเมธีจึงเรียกขานว่าพาลชน<O:p></O:p>
    อันพาลชนคนชั่วโดยทั่วไป มีนิสัยกักขฬะอกุศล<O:p></O:p>
    คิดก็ชั่วพูดก็ชั่วตัวเป็นซน ประพฤติตนไม่ต้องตามคลองธรรม<O:p></O:p>
    ใจอิจฉาพยาบาทขาดเมตตา ปากชอบด่าคนเล่นเป็นของขำ<O:p></O:p>
    ตีนมือชอบที่สุดประทุษกรรม เรื่องระยำพร้อมในไตรทวาร<O:p></O:p>
    นี่เป็นสิ่งย่อ ๆ ส่อนิสัย ที่กล่าวไขให้เห็นเป็นมูลฐาน<O:p></O:p>
    เป็นเครื่องหมายไว้พินิจจริตพาล ตามหลักการคบหาสมาคม<O:p></O:p>
    เมื่อผู้ใดปรารถนาสัมมามิตร ควรพินิจพิเคราะห์ให้เหมาะสม<O:p></O:p>
    เพียงเห็นรูปฟังเสียงสำเนียงนิยม แล้วก็ชมว่าดีนั้นมิควร<O:p></O:p>
    ส่วนผู้ใดมีธรรมประจำจิต เรียกบัณฑิตน่าเลื่อมใสไปทุกส่วน<O:p></O:p>
    จะขอแปลความหมายไว้ตามควร ตามกระบวนแบบฉบับศัพท์บัณฑิต<O:p></O:p>
    บัณฑิตศัพท์ขับขยายง่ายๆว่า คนดีมีปัญญาก็ไม่ผิด<O:p></O:p>
    ทำสิ่งชอบรอบรู้ธุรกิจ ทุกชนิดที่กระทำเป็นสัมมา<O:p></O:p>
    งดเว้นกิจผิดกฎบทบัญญัติ ปฏิบัติสมแก่ชาติศาสนา<O:p></O:p>
    ดำรงตนด้วยดีชาญปรีชา ผิดชอบหาเหตุผลค้นวิจารณ์<O:p></O:p>
    กายวาจาสัมประยุตสุจริต เรื่องที่คิดก็ดีมีหลักฐาน<O:p></O:p>
    กรรมวิธีชี้ช่องต้องหลักการ สมกับท่านเรียกบัณฑิตชน<O:p></O:p>
    บัณฑิตชนคนดีที่ทั่วไป พึ่งทราบที่นิสัยใจกุศล<O:p></O:p>
    มีเมตตาอารีไม่วิกล มองดูคนเป็นคนตามผลกรรม<O:p></O:p>
    ไม่โลภลาภอาบจิตคิดประทุษ เพื่อนมนุษย์ มีแต่ชุบอุปถัมภ์<O:p></O:p>
    วาจาเด่นเป็นภาษิตไม่ผิดธรรม ล้วนแนะนำในประโยชน์โสตถิคุณ<O:p></O:p>
    กายกรรมทำการงานน้อยใหญ่ ไม่ไปก่อเรื่องให้เคืองขุ่น<O:p></O:p>
    ตัดทุกข์โทษยึดประโยชน์โสตถิคุณ เป็นนาบุญแก่ประชาสมาคม<O:p></O:p>
    นี่เป็นสิ่งย่อๆ ส่อจริต ของบัณฑิตอันสดชื่นไม่ขื่นขม<O:p></O:p>
    หากผู้ใดปรารถนาสมาคม จะชิ่นชมชอบจิตไม่คิดระอา<O:p></O:p>
    อันบิดารมารดาครูอาจารย์ อุปการเรามากหลายใช่มุสา<O:p></O:p>
    ทั้งพระสงฆ์พระธรรมพระสัมมา ควรบูชาอย่างยิ่งทุกสิ่งไป<O:p></O:p>
    เช่นเคารพนบไหว้ให้สิ่งของ อย่างถูกต้องด้วยจิตคิดเลื่อมใส<O:p></O:p>
    จงบูชาอย่าลบหลู่ปูชไนย จะยิ่งใหญ่สวัสดีมีมงคล<O:p></O:p>
    อีกนัยหนึ่งซึ่งจะตั้งสิ่งหลักฐาน เช่นสร้างบ้านเพื่ออาศัยในสถล<O:p></O:p>
    ต้องดูถิ่นให้ถูกแบบอย่างแยบยล เพื่อสบผลศรีสวัสดิ์วัฒนา<O:p></O:p>
    ถิ่นที่ดีมีคนชนชั่วน้อย ทั้งเรียบร้อยด้วยสถานการศึกษา<O:p></O:p>
    ทั้งใกล้วัดใกล้หมอพอหายา มารักษาได้ไม่ยากหากจำเป็น<O:p></O:p>
    ทั้งเพื่อนบ้านเล่าก็ดีอารีเอื้อ ช่วยแผ่เผื่อผลสุขคราวทุกข์เข็ญ<O:p></O:p>
    เชิญอยู่เถิดที่นี้มิลำเค็ญ จะร่มเย็นตลอดไปยอดมงคล<O:p></O:p>
    ประการหนึ่งซึ่งหญิงชายได้ชีวิต ไม่แผกผิดมนุษย์นี้มีกุศล<O:p></O:p>
    คือบุญกรรมเก่าก่อนไม่ร้อนรน อำนวยผลให้เกิดกายสบายใจ<O:p></O:p>
    ช้ำมาพบศีลธรรมของพระสัมพุทธ ประเสริฐสุดทุกครรลองแสนผ่องใส<O:p></O:p>
    มีรูปสวยรวยเสียงอันเกรียงไกร ทรัพย์ภายในสินภายนอกบอกญาติโยม<O:p></O:p>
    ผลเหล่านี้เป็นบุญกรรมทำไว้ก่อน จึงอวยพรให้ชาตินี้มีสุขโสมย์<O:p></O:p>
    แต่บางเหล่ามนุษย์ที่ทรุดโทรด เพราะขาดสมบุญไว้เองในเพรงกาล<O:p></O:p>
    ฉะนั้นขอมวลญาติที่มาดหมาย ความสบายจงสร้างบุญสุนทรสาร<O:p></O:p>
    จะเป็นยอดมงคลล้นทุกวาร แม้วายปราณก็สุขสมอารมณ์ดี<O:p></O:p>
    เราเกิดมาชาติหนึ่งพึงประกอบ แต่ความชอบให้มากมายหลายวิถี<O:p></O:p>
    ตั้งตนไว้ในศีลธรรมกอปรกรรมดี ถูกวิธีกรรมนิยมบรมครู<O:p></O:p>
    วางตัวดีมีคนมาปรนปรือ รับนับถือไม่ประสบความลบหลู่<O:p></O:p>
    ทุกคืนค่ำธรรมะจะค้ำชู ไร้ศัตรูเวรภัยทั้งใจกาย<O:p></O:p>
    การศึกษาพาคนให้พ้นยาก ยิ่งเรียนมากยิ่งมากสุขหลากหลาย<O:p></O:p>
    แต่อย่าทำตามที่รู้ครูห้ามไว้ ด้วยจะกลายเป็นยากนานเพราะการเรียน<O:p></O:p>
    เรียนอย่างเดียวเชี่ยวชาญทำงานคล่อง คนยกย่องทุกเวลาไม่พาเหียร<O:p></O:p>
    จัดเป็นศิลปะศาสตร์อย่าขาดเพียร หนุ่มแก่เรียนไว้เถิดเกิดมงคล<O:p></O:p>
    อีกวินัยหน้าที่มีระเบียบ ให้ราบเรียบเรียนรู้สู้ฝึกฝน<O:p></O:p>
    ไม่ฝ่าฝืนบัญญัติฝึกหัดตน โดยมุ่งผลดีงามความเจริญ<O:p></O:p>
    การพูดจาปราศรัยกับใครนั้น ต้องมุ่งมั่นในธรรมคำสรรเสริญ<O:p></O:p>
    ให้หวานมันมีเมตตาพาเพลิดเพลิน ชวนดำเนินน้อมนำทำกรรมดี<O:p></O:p>
    การพูดดีนั้นต้องมีใจดีด้วย จึงจะช่วยชักพาชูราศี<O:p></O:p>
    ถ้าพูดมากปากใสใจราคี ก็อัปรีย์ไม่ถูกต้องตามคลองธรรม<O:p></O:p>
    อีกบิดามารดาเจ้าพระคุณ ได้การุณย์ชูชุบอุปถัมภ์<O:p></O:p>
    เป็นพระพรหมของบุตรสุดสรรคำ มาร้องร่ำคุณเทียบเปรียบฟ้าดิน<O:p></O:p>
    ฉะนั้นเราเหล่าบุตรธิดาท่าน เมื่อทราบสารฉันนี้อย่าติฉันท์<O:p></O:p>
    จงบำเรอสนองคุณบุญระบิล ให้ท่านภิญโญยิ่งสิ่งจำนง<O:p></O:p>
    คุณความดีที่บำรุงผู้เกิดเกล้าฯ ทุกค่ำเช้าสวัสดีอานิสงส์<O:p></O:p>
    ถ้าท่านตายวายปราณรานชีพลง ทำบุญส่งเป็นนิตย์อุทิศไป<O:p></O:p>
    หากเราเป็นบิดามารดาเขา อย่าดูเบาปล่อยลูกให้เหลวไหล<O:p></O:p>
    ต้องสงเคราะห์ตามหน้าที่ด้วยมีใจ การุณย์ให้บุตรดีมีวิชา<O:p></O:p>
    ทั้งความชั่วมัวหมองเรื่องจองเวร เป็นหลักเกณฑ์ห้ามทำตามประสา<O:p></O:p>
    ทรัพย์สมบัติที่สร้างสมอบรมมา ถึงเวลามอบให้ได้ตามสมควร<O:p></O:p>
    หญิงชายใดที่รักกันฉันท์เมียผัว อย่าทำชั่วผิดกามตามพระสอน<O:p></O:p>
    จงสัตย์ซื่อถือความตามกระบวน ทุกสิ่งล้วนสงเคราะห์กันฉันท์ผัวเมีย<O:p></O:p>
    เกิดเป็นคนต้องทำการงานทั้งหลาย อย่าปล่อยให้อากูลจะสูญเสีย<O:p></O:p>
    อย่าทิ้งขว้างส่ำส่อนจะอ่อนเพลีย เมื่องานเสียก็ยุบยับอัปมงคล<O:p></O:p>
    อยากมีเงินต้องทำงานโบราณกล่าว อย่างอเท้ามือง้อขอแต่ผล<O:p></O:p>
    ทำเหตุดีผลดีมีแก่ตน ทำเหตุชั่วกลั้วผลที่ข้นแค้น<O:p></O:p>
    ถ้างานดีเงินดีเป็นศรีหน้า ไปไหนมาคล่องกายสบายแสน<O:p></O:p>
    ขอพี่น้องทุกผู้อย่าดูแคลน เกรงยากแค้นจงทำงานอย่าคร้านนา<O:p></O:p>
    การให้ทานคืองานเสียสละ เปลื้องจิตตระหนี่แน่นตังแผ่นผา<O:p></O:p>
    งานแผ่เผื่อเจือจานการศรัทธา เป็นมหามงคลชนนิยม<O:p></O:p>
    ชั้นของทานท่านแบ่งแสดงความ แจกเป็นสามตามประเภทมีเหตุสม<O:p></O:p>
    ประเภทหนึ่งคือทานมีนานนม เป็นประถมวัตถุทานการแบ่งปัน<O:p></O:p>
    เช่นให้เงินให้ทองผองเสื้อผ้า สวนไร่นาข้าวน้ำตามจัดสรร<O:p></O:p>
    แก่มิตรญาติศาสนาสารพัน โดยมุ่งมั่นประโยชน์สุขทุกสิ่งไป<O:p></O:p>
    อันคนดีทรัพย์น้อยพลอยได้พึ่ง เหมือนน้ำบึงน้ำบ่อพออาศัย<O:p></O:p>
    ฝ่ายคนชั่วมั่งมีตระหนี่ใน ดื่มไม่ได้น้ำสมุทรมันสุดเค็ม<O:p></O:p>
    ประเภทสองเลิศล้ำธรรมทาน เหมือนอาจารย์ที่ดีท่านมีเข็ม<O:p></O:p>
    คอยประสิทธิ์วิทยาน่าปรีเปรม ให้ศิษย์เต็มวิทยาวิชาการ<O:p></O:p>
    ชี้ข้อผิดข้อถูกปลูกจริต ให้ละผิดประพฤติดีมีหลักฐาน<O:p></O:p>
    ทานข้อนี้เรียกซ้ำธรรมทาน ชนะการบริจาคอื่นมากมาย<O:p></O:p>
    ประการสามงามใจอภัยทาน เป็นทานในใจประหารชั่วทั้งหลาย<O:p></O:p>
    โลภโกรธหลงลามากใจรกร้าย ระงับได้ด้วยจิตคิดให้อภัย<O:p></O:p>
    ไม่อิทฉาพยาบาทอาฆาตโกรธ ลุแก่โทษเมื่อผิดแม้แก่ผู้ไหน<O:p></O:p>
    หรือผู้ใดประทุษกรรมทำเราไซร้ เราก็ไม่โทโสโหสิกรรม<O:p></O:p>
    อีกอย่างหนึ่งใครใจกุศล อยากสับผลบุญชูอุปถัมภ์<O:p></O:p>
    ด้วยจิตเจตน์ยั้งยึดประพฤติธรรม ทุกค่ำเช้าอบรมบ่มปัญญา<O:p></O:p>
    ไม่อาสัตย์ปฏิบัติเป็นสัจจะ ไม่หลวมหละให้คนบ่นกังขา<O:p></O:p>
    อย่าทำเล่ห์หลอกลวงปวงประชา ให้สักการะรักจักตกตม<O:p></O:p>
    ผลขี้กาเมื่อสุกลูกแดงดี ภายในผีเหลวหมดรสก็ขม<O:p></O:p>
    เฉกคนบ่อนชาวบ้านมารสังคม หลอกคนงมโง่ให้หลงว่าทรงญาณ<O:p></O:p>
    ฉะนั้นขอชาวบ้านท่านชาววัด ปฏิบัติธรรมรักษ์ตรงหลักฐาน<O:p></O:p>
    จะผิดชอบชั่วดีมีหลักการ ก็ว่าขานกันตามตรงเกิดมงคล<O:p></O:p>
    ข้อต่อไปหญิงชายได้ทรัพย์แล้ว ย่อมผ่องแผ้วเอิบอาบในลาภผล<O:p></O:p>
    อย่าตระหนี่เหนียวสินกินแต่ตน เจือลาภผลแก่ญาติบ้างทางเจริญ<O:p></O:p>
    เห็นงานใดพอหนุนจุนชีวิต เมื่อไม่ผิดศีลธรรมคำสรรเสริญ<O:p></O:p>
    อย่าละอายให้ขยันหมั่นทำเทอญ จะเพลิดเพลินให้มงคลไม่จนเลย<O:p></O:p>
    ความชั่วช้าพาตัวให้ชั่วช้า เรียกกันว่า “บาปกรรม” นำเฉลย<O:p></O:p>
    เช่นเวรห้ามฆ่าสัตว์เป็นต้นเอย เราเฉยเมยเสียบ้างเป็นทางคุณ<O:p></O:p>
    ถ้าจะทำกรรมบาปบางคาบนั้น คิดให้ถ้วนครวญให้ครันอย่าหันหุน<O:p></O:p>
    หากงดได้เด็ดขาดปราถน์แต่บุญ ไม่ขาดทุนมีแต่ชอบกอบกำไร<O:p></O:p>
    ศีลข้อห้าสุราแปลว่าเหล้า ดื่มแล้วเมาเกเรเถลไถล<O:p></O:p>
    รวมของเมาอย่างอื่นดาษดื่นไป ทั้งเมรัยกัญชาก็ขาเมา<O:p></O:p>
    จะขอพูดเรื่องเหล้าเจ้าพารา ดวงยิหวาประดางานการเราเขา<O:p></O:p>
    งานมงคลทั้งหมดซดน้ำเมา ทั้งงานเผางานผีมีสุรา<O:p></O:p>
    ทั้งงานบ้านงานวัดจัดสนุก บางหัวซุกหัวซ่อนนอนกับหมา<O:p></O:p>
    ทั้งงานราษฎร์งานรัฐจัดสภา ต้องสุราร่วมรักสามัคคี<O:p></O:p>
    หากงานใดไร้เหลาเข้ามาซด คนทั้งหมดมักพูดว่าหมดราศี<O:p></O:p>
    งานไม่ใหญ่เพื่อนก็น้อยกร่อยสิ้นดี เกลียดงานนี้ที่สิ้นกลิ่นสุรา<O:p></O:p>
    อันความจริงข้อนี้มีมานาน ไม่ใช่ฉันเสกสรรเพื่อหรรษา<O:p></O:p>
    และมิได้หมายหมาดประกาศด่า แต่ยกมาให้พี่น้องลองวิจารณ์<O:p></O:p>
    จงวิจัยในดวงจิตคิดเป็นกลาง ให้ชอบทางเหตุผลกุศลสาร<O:p></O:p>
    คนดีๆ ที่เหล้าเป็นเจ้าการ กลายเป็นมารสังคมมีถมไป<O:p></O:p>
    งานก็เสียลูกก็เศร้าทุกเช้าค่ำ ปัญญาต่ำกำลังลดหมดแจ่มใส<O:p></O:p>
    ที่กำลังเมามายสบายใจ บ้างทำใหญ่พูดจาไม่น่าฟัง<O:p></O:p>
    สรุปความตามกลอนกล่าวข้างต้น ว่าทุกคนที่สุราพาให้ขลัง<O:p></O:p>
    ย่อมเกิดโทษก่อวิวาทขาดสัจจัง จนกระทั่งตนตายก็หลายคน<O:p></O:p>
    จึงพระพุทธสุทธิ์วิเศษท่านเมตตา เทศนาเตือนตักชักเหตุผล<O:p></O:p>
    ว่าสุราพาเพลียเสียมงคล ขอปวงชนอย่าเขลาเมาเช้าเย็น<O:p></O:p>
    ที่ยังอยากปากกล้าสุราบาน ดื่มบางกาลไม้ให้ผิดข้อคิดเห็น<O:p></O:p>
    มีสติคอยระมัดวิรัตเวร ก็ถูกเกณฑ์เป็นมงคลผลสำรวม<O:p></O:p>
    มงคลข้อต่อไปนี้เรื่องใหญ่มาก พูดลำบากพากย์เป็นเพลงเกรงหละหลวม<O:p></O:p>
    ไม่ประมาทในธรรม “คำก้ำกวน” จะรวบรวมอธิบายพอได้ความ<O:p></O:p>
    “ความประมาท” แปลว่า “ขาดสติ” จะดำริพูดทำกรรมทั้งสาม<O:p></O:p>
    พฤติกรรมไตรทวารการณ์ไม่งาม มักผลีผลามพลั้งพลาดขาดวิจารณ์<O:p></O:p>
    จะได้ดีได้ชั่วก็ตัวเรา มีทุกข์เศร้าหรือสุขสนุกสนาน<O:p></O:p>
    ไม่ใช่ผลแห่งกรรมธรรมประทาน แต่เหตุการณ์เหล่านี้มักมีเอง<O:p></O:p>
    ผู้ใดคิดชนิดนี้มีประมาท เหมือนประกาศกลโกงอันโฉงเฉง<O:p></O:p>
    เพราะความจริงบาปกรรมน่ายำเยง ทั้งบุญเพรงก็เป็นธรรมนำสบาย<O:p></O:p>
    อันบาปกรรมระยำแท้แม้หน่อยนิด อย่าพึงคิดว่าน้อยจะบอกให้<O:p></O:p>
    ดูหมิ่นบาปเหมือนหมิ่นกับชิ้นไฟ ไฟอาจไหม้หมดสิ้นทั้งดินดล<O:p></O:p>
    ส่วนบุญกรรมทำดีที่เราก่อ อย่าคิดท้อว่าทำไปไม้มีผล<O:p></O:p>
    ถึงทำน้อยถ้าบ่อยเหมือนฝอยชล ย่อมพาตนล้นเปี่ยมเรียมใจกาย<O:p></O:p>
    ฉะนั้นหนอขอท่านที่อ่านพบ อย่าหลู่ลบประมาทธรรมทั้งหลาย<O:p></O:p>
    “ความประมาทเป็นทางแห่งความตาย” พระตรัสไว้เป็นคติจิรังกาล<O:p></O:p>
    “ไม่ประมาทเป็นมงคลยอดผลบุญ” คือธรรมหนุนสร้างสุขทุกสถาน<O:p></O:p>
    “อย่าประมาท” พระตรัสไว้ใกล้นิพพาน จะโศกนานถ้า “ประมาท” ทุกชาติไป<O:p></O:p>
    เกิดเป็นคนควรสังคมชมรมรัก ด้วยตระหนักในจิตคิดเลื่อมใส<O:p></O:p>
    คือให้เกียรติแก่คนชนทุกวัย หรือสิ่งใดมีคุณค่าน่าเคารพ<O:p></O:p>
    จงเคารพอบรมบ่มนิสัย กายละไมใจละมุลหนุ่นขนบ<O:p></O:p>
    จะเป็นที่ต้องใจเมื่อใครพบ ก็อยากคบเพราะเขาเห็นเป็นมงคล<O:p></O:p>
    จงถ่อมตัวทำตนเป็นคนเจียม สงบเสงี่ยมไม่จองหองหรือพองขน<O:p></O:p>
    ย่อมเป็นที่สรรเสริญเจริญชนม์ เกิดมงคลมิตรไมตรีดีกว่าพาล<O:p></O:p>
    ความยินดีสิ่งที่เรามีอยู่ ไม่หดหู่โลภนักทำหักหาญ<O:p></O:p>
    คือสันโดษสุจริตในกิจการ พึงโปรดปรานทรัพย์ที่ตนผลิตผลทำ<O:p></O:p>
    กตัญญูรู้คุณคนจุนเจือ ใครเคยเกื้อเคยชุบอุปถัมภ์<O:p></O:p>
    กตเวทีตอบให้ชอบธรรม ปฏิกรรมดูดดื่มไม่ลืมคุณ<O:p></O:p>
    การฟังเทศน์ฟังธรรมตามสมัย ซักฟอกให้ถอนกิเลสเหตุเคืองขุ่น<O:p></O:p>
    ย่อมได้ทั้งปัญญาจิตการรุณย์ เป็นทางบุญมงคลวัฒน์สวัสดี<O:p></O:p>
    การเกิดมาเป็นมนุษย์สุดลำบาก เป็นอยู่ยากหากจะคิดให้ถ้วนถี่<O:p></O:p>
    ต้องสู้ทนผจญทุกข์หลายวิธี ทุกชีวิตต้องสู้ทนผจญไป<O:p></O:p>
    ทนลำบากตรากตรำทำการงาน เพื่อเลี้ยงท่านเลี้ยงตนคนน้อยใหญ่<O:p></O:p>
    ทนต่อความเจ็บช้ำระกำใจ ทนโรคภัยนานาสารพัด<O:p></O:p>
    ความอดทนภาษาธรรม์เรียก “ขันติ” เป็นธรรมผลิมงคลนำคำพระตรัส<O:p></O:p>
    งานทั้งหลายฝ่ายดีพระชี้ซัด จะวิวัฒน์สุขสนองต้องทนทำ<O:p></O:p>
    ความเป็นคนสอนง่ายไม่อวดดี ต่อผู้ชี้ความผิดคิดถลำ<O:p></O:p>
    ไม่ดื้อด้านทานทัดขัดเคืองคำ ไม่กระด้างห่างผู้พร่ำสอนเรา<O:p></O:p>
    เกิดเป็นคนจะสอนคนสอนตนก่อน ถ้าถูกสอนอย่าทำค้อนคำสอนเขา<O:p></O:p>
    จะติเขาหรือเขาติจงติเรา จะโกรธเขาหรือเขาโกรธดุโทษตัว<O:p></O:p>
    เมื่อตาดูหูฟังชั่งใจคิด เห็นชอบผิดละผิดกิจที่ชั่ว<O:p></O:p>
    ที่คำชอบประกอบเกียรติอย่าเกลียดกลัว น้อมจิตตัวประพฤติตามจะงามครัน<O:p></O:p>
    การได้เห็นภิกษุสมณะ ผู้ซึ่งละกามกิจจิตไม่หวั่น<O:p></O:p>
    ปฏิบัติชอบตรงจิตทรงธรรม์ การเห็นนั้นย่อมประเสริฐเกิดมงคล<O:p></O:p>
    อนึ่งใครใจต้องการศาสนติสุข สงบทุกข์รุมใจให้ได้ผล<O:p></O:p>
    หรือเกิดข้อขัดข้องหมองกมล หรือมุงผลเรียนร่ำธรรมวิชาน<O:p></O:p>
    หรือทบทวนความรู้มีอยู่เดิม หรือเพิ่มเติมสิ่งแปลกให้แตกฉาน<O:p></O:p>
    เชิญชุมนุมสนทนาวิชาการ ตามโอกาสธรรมประสานสามัคคี<O:p></O:p>
    พูดถึงการสนทนาวิสาสะ ถกธรรมมะมักเกิดพลาดการร้อนจี้<O:p></O:p>
    ธรรมละลายกลายเป็นมวยซวยสิ้นดี เรื่องขันติเป็นขันแตกแปลกแต่จริง<O:p></O:p>
    ควรประจักษ์นักธรรมคำที่พูด อย่ากราวรูดพูดพร่ำทำสุงสิง<O:p></O:p>
    พูดแต่น้อยฟังมากหากท้วงติง จงอ้างอิงติงต่อพอหวานมัน<O:p></O:p>
    เพียงเป็นเครื่องลื่นหล่อข้อธรรมมะ มิใช่จะโต้เถียงเยี่ยงแข่งขัน<O:p></O:p>
    ก็จะเกิดมงคลผลอนันต์ เกื้อกูลปัญญายงคงแก่เรียน<O:p></O:p>
    การบำเพ็ญตบะละกิเลส พฤติเหตุเผาตัณหาพาเกษียณ<O:p></O:p>
    ขันติธรรมล้ำเลิศประเสริฐเพียร เป็นทางเธียรปฏิบัติตัดโลกีย์<O:p></O:p>
    การประพฤติพรหมจรรย์นั้นอย่างเอก เป็นสัลเลขขัดกิเลสเหตุหมองศรี<O:p></O:p>
    เช่นรักษาศีลสัตย์กัตเวที มีปราณีเมตตามั่นในสันดาน<O:p></O:p>
    หรือละเพศคฤหัสถ์ตัดเมถุน บำเพ็ญคุณในธรรมกรรมฐาน<O:p></O:p>
    ศีลสมาธิปัญญาสมาจาร มุ่งนิพพานพึ่งนิยมพรหมจรรย์<O:p></O:p>
    สิ่งประเสริฐทั้งสี่อริยสัจ พระพุทธตรัสรู้เห็นเบญจขันธ์<O:p></O:p>
    ล้วนทุกข์เข็ญเวรภัยไปทั้งนั้น เกิดแก้ตายเวียนว่ายกันทุกวันไป<O:p></O:p>
    เหตุตัณหากล้าหาญทยานอยาก โลภลาภมากราคจริตจิตหลงใหล<O:p></O:p>
    จงเห็นแจ้งแทงตลอดปลอดโปร่งใจ ในพระไตรลักษณาปัญญาญาณ<O:p></O:p>
    ปลงปัญญาเห็นอริยสัจ รู้แจ้งชัดในธรรมกรรมฐาน<O:p></O:p>
    ตัดถอนตัณหาอวิชชาอุปาทาน ข้ามสงสารถึงวิสุทธิ์โลกอุดร<O:p></O:p>
    จิตผู้ใดไม่หวั่นไหวไม่โศกเศร้า เมื่อคราวประสบทุกข์หรือสุขถอน<O:p></O:p>
    เช่นลาภยศสรรเสริญเจริญพร ทำยอกย้อนย่อยยับกลับเจริญ<O:p></O:p>
    เจริญลาภอาบยศปรากฏสุข เรื่องสนุกคำสนองพร้องสรรเสริญ<O:p></O:p>
    อย่ายินดีปรีดาออกหน้าเกิน หากทำเมินเฉยได้ก็ให้คุณ<O:p></O:p>
    ถ้าเลื่อมลาภเสื่อมยศหมดความสุข ก็อย่าทุกข์ให้เกินการณ์มานหมองขุ่น<O:p></O:p>
    ทำจิตเป็นอุเบกขามาเจือจุน รีบปัดฝุ่นให้ใจปลดหมดธุลี<O:p></O:p>
    เมื่อจิตเราไม่หวั่นไหวในโลกธรรม ก็เกิดกรรมปรีดิ์เปรมเกษมศรี<O:p></O:p>
    ความเกษมแห่งจิตปลิดราคี เกิดความดีอุดมยิ่งมิ่งมงคล<O:p></O:p>
    มงคลมิ่งยิ่งอุดมสามสิบแปด เหมือนแสดงแดดส่องหล้าสถาผล<O:p></O:p>
    ท่านผู้ใดใจใคร่ฝ่ายมงคล โปรดทำตนตามคำพระสัมมาฯ<O:p></O:p>
    จะเกิดสุขทุกสถานทุกบ้านช่อง สิ่งที่ปองสมมาดปรารถนา<O:p></O:p>
    ทั้งทุกข์โศกโรคน้อยใหญ่ภัยนานา ปวงอาชญาไม่ย่ำยีไม่มีมาร<O:p></O:p>
    ชนเหล่าใดใฝ่ทำมงคลนี้จะ ถึงความสวัสดีทุกสถาน<O:p></O:p>
    เพราะอุดมมงคลผลตระการ ทุกวันวารศานติสุขหมดทุกข์เอย.<O:p></O:p>
    ที่มา:หนังสือที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ พระวิสุทธิศีลาภรณ์ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๒<O:p></O:p>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 14 มิถุนายน 2012
Loading...