เรื่องเด่น วันอัฏฐมีบูชา

ในห้อง 'ข่าวพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 18 พฤษภาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
    UtthamiPucha.jpg
    วันอัฏฐมีบูชา
    วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า
    หลังจากเสด็จดับขันธปรินิพพานได้ ๘ วัน
    คือหลังจาก “วันวิสาขบูชา” แล้ว ๘ วัน

    ถือได้ว่าเป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนาอีกวันหนึ่ง
    ซึ่งเกี่ยวเนื่องต่อจาก “วันวิสาขบูชา”

    “วันอัฏฐมีบูชา” เป็นวันที่ชาวพุทธต้องสูญเสีย
    พระพุทธสรีระแห่งองค์พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า
    ซึ่งเป็นที่เคารพบูชาสักการะอย่างสูงยิ่ง

    เราชาวพุทธควรใช้วันนี้เป็นวันแสดงธรรมสังเวช อัปปมาทธรรม
    (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งความไม่ประมาทมัวเมาในอารมณ์ทั้งปวง)
    ทำจิตใจให้สงบน้อมระลึกถึงพระพุทธคุณอันหาประมาณมิได้
    ให้สำเร็จเป็นพุทธานุสสติภาวนามัยกุศลด้วยเถิด
    นอกจากนี้แล้ว วันนี้ยังเป็น วันคล้ายวันที่พระนางสิริมหามายา

    พระพุทธมารดา สิ้นพระชนม์ หลังประสูติเจ้าชายสิทธัตถะ
    และเป็น วันคล้ายวันที่พระพุทธองค์ทรงประทับเสวยวิมุตติสุข
    ณ พระแท่นวัชรอาสน์ หรือโพธิบัลลังก์ ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์
    ตลอด ๗ วัน หลังจากตรัสรู้อนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ อีกด้วย
    หลังจากพระพุทธองค์ทรงเสด็จดับขันธปรินิพพานแล้ว
    เหล่าภิกษุสงฆ์ เทพ พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ ได้ถวายการสักการะพระพุทธสรีระ
    พวกเจ้ามัลลกษัตริย์จัดบูชาด้วยของหอม ดอกไม้
    และเครื่องดนตรีทุกชนิดที่มีอยู่ในเมืองกุสินาราตลอด ๗ วัน
    แล้วให้พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ระดับหัวหน้า ๘ คน สระสรงเกล้า นุ่งห่มผ้าใหม่
    อัญเชิญพระพุทธสรีระไปทางทิศตะวันออกของพระนครเพื่อถวายพระเพลิง
    พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ถามถึงวิธีปฏิบัติพระพุทธสรีระกับพระอานนท์เถระ
    แล้วทำตามคำของพระอานนท์เถระนั้น คือ
    ห่อพระพุทธสรีระด้วยผ้าใหม่แล้วซับด้วยสำลี
    แล้วใช้ผ้าใหม่ห่อทับอีก ทำเช่นนี้จนหมดผ้า ๕๐๐ คู่
    แล้วอัญเชิญลงในรางเหล็กที่เติมด้วยน้ำมัน
    แล้วทำจิตกาธานด้วยดอกไม้จันทน์ และของหอมทุกชนิด
    จากนั้นให้พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ระดับหัวหน้า ๔ คน
    พยายามจุดไฟที่เชิงตะกอน แต่ก็ไม่อาจให้ไฟติดได้ จึงสอบถามสาเหตุ
    พระอนุรุทธะเถระแจ้งว่า “เพราะเทวดามีความประสงค์ให้รอ
    พระมหากัสสปเถระและหมู่ภิกษุใหญ่ ๕๐๐ รูป
    ผู้กำลังเดินทางมาเพื่อถวายบังคมพระบาทเสียก่อน

    ครั้งนั้นพระมหากัสสปเถระและหมู่ภิกษุใหญ่ ๕๐๐ รูป
    เดินทางจากเมืองปาวาเพื่อเข้าเฝ้าพระบรมศาสดา
    ระหว่างทางได้พบกับพราหมณ์คนหนึ่งถือดอกมณฑารพสวนทางมา
    พระมหากัสสปเถระได้เห็นก็ทราบว่ามีเหตุการณ์ไม่ปกติเกิดขึ้น
    ดอกมณฑารพนี้มีเพียงในเทวโลกไม่มีในเมืองมนุษย์
    การที่มีดอกไม้นี้อยู่แสดงว่าจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับพระบรมศาสดา
    พระมหากัสสปเถระถามพราหมณ์นั้นว่า
    ได้ข่าวอะไรเกี่ยวกับพระบรมศาสดาบ้างหรือไม่
    พราหมณ์นั้นตอบว่า พระสมณโคดมได้ปรินิพพานไปล่วงเจ็ดวันแล้ว
    MaghutpantanaJedi.jpg
    มกุฏพันธนเจดีย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย
    สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า
    คนท้องถิ่นเรียกว่า “รามภาร์-กา-ดีลา” หรือ รัมภาร์สถูป


    เมื่อพระมหากัสสปเถระและหมู่ภิกษุใหญ่เดินทางมาถึงสถานที่ถวายพระเพลิง
    “มกุฏพันธนเจดีย์” เมืองกุสินาราแล้ว ห่มจีวรเฉวียงบ่าข้างหนึ่ง
    ประนมอัญชลี กระทำประทักษิณรอบเชิงตะกอน ๓ รอบ
    พระมหากัสสปเถระเปิดผ้าทางพระบาทแล้ว
    ถวายบังคมพระบาททั้งสองด้วยเศียรเกล้าแล้วอธิษฐานว่า
    “ขอพระยุคลบาทของพระองค์ที่มีลักษณะเป็นจักร
    อันประกอบด้วยซี่พันซี่ จงชำแรกคู่ผ้า ๕๐๐ ออกเป็นช่อง
    ประดิษฐานเหนือเศียรเกล้าของข้าพระองค์ด้วยเถิด”
    เมื่ออธิษฐานเสร็จ พระยุคลบาทก็แหวกคู่ผ้า ๕๐๐ คู่ออกมา
    พระเถระจับพระยุคลบาทไว้และน้อมนมัสการเหนือเศียรเกล้าของตน
    เมื่อพระเถระและหมู่ภิกษุใหญ่ ๕๐๐ รูปถวายบังคมแล้ว
    ฝ่าพระยุคลบาทก็เข้าประดิษฐานในที่เดิม
    ครั้นแล้วเปลวเพลิงก็ลุกโพลงท่วม
    พระพุทธสรีระของพระบรมศาสดาด้วยอำนาจของเทวดา
    เมื่อเพลิงใกล้จะดับ ก็มีท่อน้ำไหลหลั่งลงมาจากอากาศ
    และมีน้ำพุ่งขึ้นจากกองไม้สาละ ดับไฟที่ยังเหลืออยู่นั้น

    พวกเจ้ามัลลกษัตริย์ก็ประพรมพระบรมสารีริกธาตุด้วยของหอม ๔ ชนิด
    รอบๆ บริเวณก็โปรยข้าวตอกเป็นต้น แล้วจัดกองกำลังอารักขา
    จัดทำสัตติบัญชร (ซี่กรงทำด้วยหอก) เพื่อป้องกันภัย
    แล้วให้ขึงเพดานผ้าไว้เบื้องบน
    ห้อยพวงของหอม พวงมาลัย พวงแก้ว
    ให้ล้อมม่านและเสื่อลำแพนไว้ทั้งสองข้าง
    ตั้งแต่มกุฏพันธนเจดีย์จนถึงศาลาด้านล่าง ให้ติดเพดานไว้เบื้องบน
    ตลอดทางติดธง ๕ สีโดยรอบ ให้ตั้งต้นกล้วย และหม้อน้ำ
    พร้อมกับตามประทีปมีด้ามไว้ตามถนนทุกสาย

    พวกเจ้ามัลลกษัตริย์นำพระบรมสารีริกธาตุทั้งหลายวางลงในรางทอง
    แล้วอัญเชิญไว้บนคอช้าง นำพระบรมสารีริกธาตุเข้าพระนคร
    ประดิษฐานไว้บนบัลลังก์ที่ทำด้วยรัตนะ ๗ อย่าง
    กั้นเศวตรฉัตรไว้เบื้องบน แล้วจัดกองกำลังอารักขา
    จากนั้นจัดเหล่าช้างเรียงลำดับกระพองต่อกันล้อมไว้
    พ้นจากเหล่าช้างก็เป็นเหล่าม้าเรียงลำดับคอต่อกัน
    จากนั้นเป็นเหล่ารถ เหล่าราบ รอบนอกสุดเป็นทหารธนูล้อมอยู่
    พวกเจ้ามัลลกษัตริย์จัดฉลองพระบรมสารีริกธาตุตลอด ๗ วัน

    “มกุฏพันธนเจดีย์” ตั้งอยู่ห่างจาก “มหาปรินิพพานสถูป”
    ไปทางด้านทิศตะวันออก ๑ กิโลเมตร
    เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า
    เดิมทีเป็นเชิงตะกอนไม้จันทร์หอม
    หลังจากที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระแล้ว ก็ได้สร้างพระสถูปครอบลง
    ต่อมาก็ได้ถูกรุกรานทำลายเหลือแต่ซากปรักหักพัง
    ภายหลังได้ถูกขุดค้นพบเป็นซากกองอิฐพระสถูปขนาดใหญ่
    ดังที่เห็นในปัจจุบัน พระสถูปนี้วัดโดยรอบฐานได้ ๔๖.๑๔ เมตร
    และขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๓๗.๑๘ เมตร
    อย่างไรก็ตาม ตามหลักฐานก็เป็นที่ชัดเจนว่านั่นคือ
    สถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า
    หรือมกุฏพันธนเจดีย์ตามที่ชาวพุทธเรียกชื่อกัน
    ปัจจุบันรัฐบาลอินเดียได้เข้ามาบูรณะซ่อมแซมไว้อย่างดี
    ************************
    ขอบพระคุณที่มา :- http://www.dhammajak.net/forums/viewtopic.php?f=86&t=53713&p=406788#p406788
     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  3. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  4. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  5. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  6. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  7. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  8. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  9. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  10. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  11. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
  12. ครูเรือง

    ครูเรือง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2010
    โพสต์:
    745
    ค่าพลัง:
    +545
    อนุโมทนา สาธุ ครับ
    หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง เคยสอนว่า กลางสมัยรัชกาลที่ ๑๐ ไทยจะเป็นประเทศมหาอำนาจ
    และ พ.ศ.๑,๐๐๒,๕๓๑ พระศรีอาริยเมตตรัย จะมาเกิด คนจะมีอายุ ๘๐,๐๐๐ ปี คนทั่วโลกนับถือศาสนาพุทธ (เท่านั้น) นี่แหละครับ ความยิ่งใหญ่ของพุทธศาสนา ขอสาธุ ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 พฤษภาคม 2017 at 18:22
  13. mrmos

    mrmos สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    122
    ค่าพลัง:
    +83
  14. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    7,069
    กระทู้เรื่องเด่น:
    23
    ค่าพลัง:
    +24,109
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - วันอัฏฐมีบูชา
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร
    ตอบ:
    3
    เปิดดู:
    363
Loading...