เรื่องเด่น วิธีดูรูปหล่อโบราณหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม A และธรรมชาติเนื้อโลหะเก่า

ในห้อง 'วิธีดูพระเครื่อง-เครื่องรางของขลัง' ตั้งกระทู้โดย Chailai65, 9 กรกฎาคม 2017.

  1. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    บทความรูปหล่อหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ วัดหิรัญญาราม (บางคลาน) พิมพ์นิยม โดย เกี๊ยก ทวีทรัพย์

    รูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมจัดว่าเป็นรูปหล่อเกจิอาจารย์ที่มีอายุการสร้างที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่มีการศึกษาค้นคว้าในประเภทรูปหล่อขนาดเล็กและยังจัดได้ว่าเป็น รูปหล่อที่มีค่านิยมสูงสุดในบรรดาพระเครื่องประเภทรูปหล่อคณาจารย์ แต่ก็อาจเป็นข้อกังขาของผู้ที่ศึกษาพระเครื่องที่คงได้รับรู้มาว่า หลวงพ่อเงินรูปหล่อพิมพ์ขี้ตาสร้างก่อนพิมพ์นิยม ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจว่า พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม ค่อนข้างจะมีหลักฐานในการจัดสร้างแน่นอน ว่าทางวัดบางคลานได้ว่าจ้างช่างเทหล่อพระ มาจากบ้านช่างหล่อกรุงเทพฯ โดยรูปหล่อที่สร้างอยู่ระหว่าง พ.ศ.๒๔๔๘-๒๔๕๕ และมีข้อมูลว่าเป็นการจัดสร้างครั้งแรกของวัดโดยเทหล่อพร้อมเหรียญหล่อพิมพ์จอบใหญ่ และเหรียญหล่อพิมพ์จอบเล็ก ส่วนรูปหล่อพิมพ์ขี้ตาเป็นฝีมืองานช่างพื้นบ้านซึ่งมีการกล่าวว่าสร้างหลายคราวแต่ขาดหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด เป็นเพียงคำบอกเล่าเท่านั้น แต่ด้วยความที่เป็นรูปหล่อที่ดูแล้วเกิดความเข้มขลังเพราะงานหล่อที่ขาดความประณีตเท่ารูปหล่อพิมพ์นิยม ทำให้เมื่อสังเกตเกิดความรู้สึกว่ารูปหล่อพิมพ์ขี้ตาน่าจะสร้างในคราวแรกๆ แต่อย่างไรก็ตามทั้งรูปหล่อพิมพ์นิยมและพิมพ์ขี้ตาน่าจะเทหล่อในเวลาใกล้เคียงกัน
    หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ ท่านเกิดในช่วง พ.ศ.๒๓๔๘-๒๓๕๕ โดยประมาณเพราะโบราณไม่มีการบันทึกเวลาเป็นแน่นอน (ทางวัดบันทึกว่าท่านเกิด พ.ศ.๒๓๕๓) นับจนถึงปัจจุบันก็เป็นเวลา ๒๐๐ ปี และด้วยรูปหล่อพิมพ์นิยมที่กล่าวกันว่าสร้างเมื่อระหว่าง พ.ศ.๒๔๔๘-๒๔๕๕ ถ้านับตามปีหลังแล้วรูปหล่อนี้ก็จะมีอายุความ ๑๐๐ ปี ฉะนั้นนักนิยมพระที่รักการศึกษาสะสมควรจะรู้รายละเอียดปลีกย่อยบ้าง เพื่อประกอบพิจารณาว่าการสร้างนั้นมีวิธีกรรมอย่างไร มวลสารเนื้อหาเป็นอย่างไร พิธีกรรมตลอดจนกระบวนการช่างหล่อ ช่างแต่ง รูปหล่อหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ พิมพ์นิยม วัดบางคลาน จำแนกพิมพ์ออกเป็น ๒ แบบพิมพ์ คือ
    ๑.พิมพ์นิยมมีมือรองนั่ง หรือพิมพ์ชายชิด
    ๒.พิมพ์นิยมไม่มีมือรองนั่ง หรือพิมพ์ชายห่าง
    ในส่วนรายละเอียด พิมพ์นิยมมีมือรองนั่ง หรือพิมพ์ชายชิด หรือพิมพ์ชายติดให้สังเกตุมือซ้ายขององค์พระจะเห็นรูปมือวางมีนิ้วชี้วางซ้อนรับนิ้วหัวแม่มือ ส่วนมือขวามีเพียงนิ้วหัวแม่มือไม่ปรากฎมีนิ้วรอง (น่าจะเรียกว่าพิมพ์มีนิ้วรองจะง่ายกว่า) และชายจีวรด้านซ้ายมือของรูปหล่อส่วนที่ติดข้อมือซ้ายชายจีวรสองเส้นจะเชื่อมติด
    ส่วนรายละเอียดของพิมพ์นิยมไม่มีมือรองนั่ง หรือพิมพ์ชายห่าง หลวงพ่อจะไม่ปรากฎนิ้วชี้รองรับ (บางองค์อาจเห็นเป็นทิวบางๆแต่ไม่ชัดเจน) และในริ้วจีวรด้านซ้ายมือของหลวงพ่อที่ติดกับข้อมือซ้าย จะเห็นเป็นชายจีวรเป็นเส้นเรียงไม่ติดกัน จุดสังเกตอีกสองจุดคือเท้าซ้ายของหลวงพ่อที่พ้นจากริ้วจีวรจะมีเนื้อเกินนูนขึ้นเป็นรูปสามเหลี่ยม และเกือบปลายเท้าซ้ายด้านบนจะมีติ่งเนื้อนูน สองติ่ง ซึ่งจุดตำหนิทั้งสองจุดนี้จะอยู่บนเท้าซ้ายและอยู่ล่างเท้าขวาหลวงพ่อ รายละเอียดของหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยมทั้งสองแบบ
    พิมพ์ที่กล่าวมาเป็นรายละเอียดปลีกย่อย ส่วนเค้าโครงร่างโดยรวมแทบจะไม่แตกต่าง ทำให้เราสามารถเข้าใจได้ว่าทั้งสองพิมพ์ล้วนใช้แม่แบบ (ตัวแม่) ตัวเดียวกันแต่เกิดจากการถอดแม่พิมพ์สองครั้งทำให้เกิดรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย
    พระรูปหล่อหลวงพ่อเงินพิมพ์นิยม เป็นพระที่ผ่านการแต่งรายละเอียดในขั้นตอนที่เป้นหุ่นเทียน เช่นช่างจะทำการแต่งรายละเอียดตาและปากตลอดจนเก็บรอยตะเข็บและแต่งริ้วจีวรด้านข้างทั้งสองข้างเพราะฉะนั้นเมื่อเทหล่อสำเร็จเป็นองค์พระเรียบร้อยแล้วไม่ปรากฎรอยตะเข็บข้างให้เห็น รายละเอียดเกี่ยวกับใบหน้าจะแตกต่างกันไปเล็กน้อยก็เพราะผ่านการแต่งให้เกิดความสวยความมาตั้งแต่ต้นไม่ใช่มาแต่งภายหลังเมื่อเทเสร็จ ใต้ฐานองค์พระจะเห็นรอยช่อชนวนประมาณเล็กกว่าแท่งดินสอเล็กน้อย รายละเอียดที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นจุดในการพิจารณาและยังมีรายละเอียดเกี่ยวกับเนื้อองค์พระต้องเป็นเนื้อทองเหลืองปนขาวเล็กน้อยตามซอกองค์พระมักจะมีคราบน้ำตาลคลุมนั้นคือ สีสนิมที่เกิดจากธรรมชาติตลอดจนต้องเป็นพระที่เกิดจากเทหล่อด้วยดินไทย คือจะมีเม็ดดินเบ้าสีดำเล็กๆฝังอยู่ตามผิวองค์พระ ซึ่งเม็ดดินเบ้าเหล่านี้นักนิยมพระรุ่นครูอาจารย์เรียกว่าแร่น้ำพี้และต่างย้ำนักหนาว่าต้องมีถึงจะเป็นอีกจุดหนึ่งที่บ่งชี้ว่าเป็นพระแท้ โดยสรุปในการศึกษารูปหล่อหลวงพ่อเงินทั้งพิมพ์นิยม และพิมพ์ขี้ตาต้องพิจารณา
    ๑.พิมพ์ หมายถึงรายละเอียดรูปแบบขององค์พระตำหนิในพิมพ์ต้องถูกต้อง ขนาดองค์พระต้องถูกแบบ ต้องอ่านพิมพ์ออกว่าเป็นพิมพ์อะไร พิมพ์นิยมหรือพิมพ์ขี้ตา
    ๒.เนื้อหา เนื้อพระสีสันต้องถูกต้องกระบวนการผลิตต้องอ่านออกว่าเป็นพระที่เทหล่อดินไทยแบบโบราณเท่านั้นทั้งสองข้อที่กล่าวมาข้างต้น ถ้าทำความเข้าใจก็ย่อมศึกษาพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินได้ไม่ยากและทั้งหมดนี้ผู้เขียนขออาธนาคุณบารมีหลวงพ่อเงิน พุทธโชติ คุ้มครองทุกท่านให้โชคดีปราศจากโรคภัยใดๆกล่ำกลาย ให้ได้วัตถุมงคลหลวงพ่อคุ้มครอง

    ?temp_hash=17cf7020fc3b94cab255496707fecab3.jpg

    ?temp_hash=17cf7020fc3b94cab255496707fecab3.jpg

    ?temp_hash=17cf7020fc3b94cab255496707fecab3.jpg

    ?temp_hash=17cf7020fc3b94cab255496707fecab3.jpg

    ?temp_hash=17cf7020fc3b94cab255496707fecab3.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • P3020108.jpg
      P3020108.jpg
      ขนาดไฟล์:
      305.4 KB
      เปิดดู:
      4,602
    • P2280044.jpg
      P2280044.jpg
      ขนาดไฟล์:
      327.8 KB
      เปิดดู:
      1,341
    • P2280047.jpg
      P2280047.jpg
      ขนาดไฟล์:
      298.2 KB
      เปิดดู:
      1,139
    • P2280046.jpg
      P2280046.jpg
      ขนาดไฟล์:
      254.5 KB
      เปิดดู:
      1,123
    • P2280049.jpg
      P2280049.jpg
      ขนาดไฟล์:
      421 KB
      เปิดดู:
      1,168
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 กรกฎาคม 2017
  2. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    เริ่มแรกมาฟังประวัติหลวงพ่อเงินและพิมพ์ทรง จากคลิปตามหาพระแท้ หลวงพ่อเงิน โดย อ.ชวลิต จันคนา

    ประวัติหลวงพ่อเงิน ตอน1


    ประวัติหลวงพ่อเงิน ตอน2


    พิมพ์ทรง ตอน 1


    พิมพ์ทรง ตอน 2


    พิมพ์ทรง ตอน 3


    พิมพ์ทรง ตอนจบ
    https://youtu.be/q4RHVwTq7ow

    หลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม มีทั้งหมด 4 พิมพ์ พระหล่อโบราณแม้เป็นพิมพ์เดียวกัน ก็ไม่เหมือนกัน100% หากเหมือนกันแบบฝาแฝดก็เก๊ครับ

    ลักษณะแม่พิมพ์ A และ B
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg

    ลักษณะแม่พิมพ์ C และ D
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg

    ตำหนิพิมพ์นิยม
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg

    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg

    [​IMG]

    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg

    วิธีดูเอกลักษณ์หลวงพ่อเงิน พิมพ์นิยม จาก http://www.prasomdej.net/พระหลวงพ่อเงิน-๒๒-กันยา/

    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.png

    อาจารย์ราม วัชรประดิษฐ์ได้สอนวิธีดู พิมพ์นิยม A ดังนี้
    [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG]

    รูปด้านล่างเป็นรูปเก่ารูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยมA ที่ถ่ายจากศาลาไม้หลังเก่าวัดบางคลาน
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg
    เปรียบเทียบเอกลักษณ์พิมพ์ A และตำหนิต่างๆรูปหล่อหลวงพ่อเงินของผมกับรูปแขวนที่วัด
    ?temp_hash=7d9282cd83c65e0b066ad7868858f82b.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 กรกฎาคม 2017
  3. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    โลหะที่เป็นส่วนประกอบของพระรูปหล่อ หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน จากบทความ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ในการที่จะเข้าใจวิวัฒนาการของเนื้อพระหลวงพ่อเงิน จำเป็นจะต้องเข้าใจถึงองค์ประกอบว่ามีอะไรบ้าง

    โดยพื้นฐานของส่วนประกอบเหล่านี้ จะสามารถพิจารณาได้จากสีของสนิมที่เกิดขึ้นมาในพระที่มีเนื้อจัด และแก่โลหะชนิดนั้นๆ

    เท่าที่ส่องดูในองค์จริงจะมองเห็นความแวววาวของโลหะสามชนิดในเนื้อพระอย่างชัดเจน คือ
    ทองคำ เงิน และ ทองแดง ทั้งที่เป็นโลหะเดิม และโลหะที่กำลังเกิดสนิมกล่าวคือ สนิมทองคำ จะออกสีแดงเรื่อๆ แบบสนิมน้ำหมาก สนิมเงินจะออกดำๆ แบบสนิมตีนกา และสนิมทองแดง เป็นสีเขียว ที่นิยมเรียกว่าสนิมหยก

    จึงอนุมานได้ว่า โลหะสามชนิดนี้มีอยู่ในพระรูปหล่อหลวงพ่อเงินแน่นอน ดังจะได้กล่าวถึงการเกิดสนิมตามลำดับต่อไป

    อีกโลหะหนึ่งที่แทบจะไม่มีการกล่าวถึงคือ สังกะสี ที่เป็นส่วนประกอบของทองเหลือง โดยผสมอยู่กับทองแดง

    ทั้งนี้ ทองเหลืองจะเป็นวัสดุที่มีราคาถูกและหาง่ายกว่าทองและเงิน ที่มีหลายเกรด ตั้งแต่มีสังกะสี 5% จนถึง 40%

    จึงอาจกลายเป็นส่วนประกอบหลักของการหล่อพระทั่วไป ที่ทำให้ส่วนผสมเกิดสนิมช้าลง จากบทบาทของสังกะสีที่ทำปฏิกิริยาเกิดสนิมช้ากว่าทองแดง

    ดังนั้นในชั้นนี้ จึงคาดว่า โลหะหลักๆ ในรูปหล่อพลวงพ่อเงิน จึงน่าจะมี ทองแดง สังกะสี เงิน และทองคำ เป็นหลัก หรือตามลำดับ โดยโอกาสจากมากไปน้อยก็ว่าได้

    ดังนั้น การพิจารณาพัฒนาการของเนื้อและผิวพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน จึงควรเข้าใจองค์ประกอบ และลำดับการเกิดสนิมของโลหะแต่ละชนิด ดังนี้

    โลหะ ที่เกิดสนิมได้ง่ายและเร็วที่สุดก็คือ เงิน ที่จะมีสนิมสีดำ หรือเทาดำ

    จากรูปด้านล่างจะเห็นคราบเบ้าดินขี้วัวและผิวไฟตามซอกจากการหล่อโบราณ
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png

    ลำดับต่อมาก็คือ ทองแดง ที่จะออกสีสนิมเป็นสีหยก เขียวอมน้ำเงิน
    ลำดับต่อมาก็คือ ทองคำ ที่ออกสีสนิมน้ำหมาก แดงเรื่อๆ ทั้งในเนื้อและที่ผิว
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png

    ลำดับสุดท้ายก็คือ สังกะสี ที่จะออกสนิมขาวๆนวลๆ ที่คนในวงการเรียกว่า เนื้อโลหะตกสี
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png
    แต่การเกิดสนิม ยังขึ้นอยู่กับสัดส่วนของโลหะที่มีในเนื้อพระ

    พระที่แก่เงิน เนื้อก็จะออกดำ และอาจคลุมและบดบังสนิมอื่นๆไว้ ทำให้เห็นไม่ค่อยชัด
    พระที่แก่ทองแดง ก็จะมีสนิมหยกจัดจ้าน คลุมสนิมดำของเงิน และสนิมแดงของทองไว้ภายใน แบบเดียวกับสำริดโบราณ
    พระที่แก่ทองคำ ผิวจะแดงจัด เห็นได้ชัด
    แต่พระที่ได้อายุ และแก่สังกะสี จะออกสีนวลๆ แบบพระตกสี
    ดังนั้น
    1. พระที่มีส่วนผสมดังนี้จะมีความแวววาวในเนื้อ มองเห็นโลหะทั้งสามอย่างชัดเจน เมื่อส่องแสงเข้มๆ เช่นส่องกับแสงอาทิตย์ และ
    2. พระที่ได้อายุจะมีลำดับและส่วนประกอบของสนิมถูกต้อง
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png
    พระที่ได้อายุ เก่าถึงยุค ก็จะมีสนิมผสมกัน ระหว่าง ดำ แดง เขียว และขาว ของโลหะทั้งสี่ชนิดหลักดังกล่าว

    รูปด้านล่างจะเห็นสนิมทองคำสีแดงน้ำหมากด้านหลัง และมีสนิมสังกะสีสีขาว สนิมเงินสีดำเป็นสนิมขุมที่แขน และรอยหดโลหหะผสมเป็นเส้นนูนริ้วๆที่แขนเช่นกัน
    ?temp_hash=f353ec16bd0deb4907ef74b87eb4f9fa.png

    ที่สามารถใช้ในการพิจารณาอายุของพระจากเนื้อได้

    ดังตัวอย่างรูป

    นอกจากลักษณะของการเกิดสนิมแล้ว การส่องด้วยกล้องจุลทรรศน์ ยังพบสภาพการเหี่ยวของผิวโลหะ ที่คาดว่าน่าจะเกิดทั้งจากการกร่อน การตกผลึก และการเซทตัวของเนื้อพระ

    ทำให้เห็นผิวเป็นริ้วๆ เป็นเส้นนูนๆ ละเอียดยิบ คล้ายลายผ้า หรือลายรากไม้

    ที่พอจะสังเกตได้จากเลนส์กำลังขยาย 20x ขึ้นไป แต่จะชัดเจนที่กำลังขยาย 40x ขึ้นไป

    สำหรับท่านที่เคยเห็นที่กำลังขยายสูงแล้ว ก็จะจำได้ และรู้วิธีการสังเกตด้วยเลนส์กำลังขยายต่ำ ที่ 10x ก็พอได้ แต่ก็แค่จะเห็น “ผิวไม่เรียบ ไม่มัน” เท่านั้น

    นี่คือหลักเบื้องต้นในการดูเนื้อพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน

    นอกจากนี้ใช้หลักการของความหลากหลายเพื่อดูเนื้อโลหะ ผิว และสนิมพระรูปหล่อหลวงพ่อเงิน
    สิ่งที่จะพบเห็นและสังเกตได้ง่ายมากๆ ก็คือ
    1. เนื้อพระไม่สม่ำเสมอทั้งองค์ เมื่อส่องดูในเนื้อพระ จะมีโลหะต่างๆปรากฏอยู่แบบ “ลายพร้อย” ลักษณะคล้ายลายตุ๊กแก ที่ไม่มีรูปแบบที่แน่นอน บางจุดสีเนื้อเงินมาก บางจุดสีเนื้อทองมาก ไม่ซ้ำกันเลยรอบองค์ แม้ในองค์เดียวกัน screenshot_20170709-172619-png.png
    2. สนิมหลากหลายได้อายุ ทั้งชนิดและความหลากหลาย ทั้งในเนื้อ ผิวใน และที่ผิวด้านนอก โดยการสังเกต
      • การเกิดสนิมของโลหะที่อยู่ในเนื้อเป็นเม็ดสีตามลักษณะของสนิมโลหะที่เป็นองค์ประกอบ
      • การปรากฏของสนิมที่อยู่ที่ผิวเนื้อ ต้องสอดคล้องกับเนื้อโลหะที่รองรับข้างในเนื้อ
      • คราบสนิมที่เคลื่อนตัวออกมาอยู่ที่ผิวนอก ก็ต้องสอดรับกับโลหะและสนิมที่รองรับอยู่ที่ชั้นใน

      จากรูปด้านล่างจะเห็นกระแสโลหะต่างๆอยู่ใต้ผิวพระทั้งกระแสทองคำ กระแสเงินที่เป็นสีดำ กระแสทองแดงที่มีสนิมเขียวบริเวณเศียรขององค์พระ
    p2280059-2-jpg.jpg
    1. ในบริเวณที่สนิมหลุดหายไป หรือพระล้างจนเห็นผิวเปิดชัดเจน จะยังปรากฏสนิมในเนื้อ และสนิมที่ผิวอยู่ และจะพบว่ามีลักษณะการเซทตัวของเนื้อผิวของโลหะ คล้ายๆการหดตัว หรือตกผลึก เป็นเส้นสัน และร่องเล็กๆ ทำให้ดูเป็นริ้วละเอียดยิบเมื่อมองด้วยกล้องกำลังขยายสูง และมองเป็นผิวไม่เรียบ ที่เลนส์กำลังขยายต่ำ

    2. ..... อ่านต่อได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/502220
    ..... อ้างอิงได้ที่: https://www.gotoknow.org/posts/502154
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2017
  4. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    วิธีการตรวจสอบพระเครื่อง พระพุทธรูปบูชา เนื้อสัมฤทธิ์ เก่าหรือใหม่

    พระเก่าไม่ว่าจะเป็นพระเครื่องพระบูชาสร้างด้วยเนื้อหินศิลา สัมฤทธิ์ ชิน ตะกั่ว ดิน ผง ว่านฯ ต้องมีความเก่า คือมีคราบ มีสนิม มีรอยสึกกร่อน แอ่ง รูพรุนปรายเข็ม ริ้วระแหงแตกร้าวเหี่ยวย่น ผิวเข้ม เนื้อแห้งสนิทพื้นผิวของ เนื้อพระไม่ตึงเรียบ เนื้อไม่มันวาว ไม่กะด้าง ถ้าใช้มานานถูกเสียดสีเนื้อพระจะเข้มขึ้นแลมันใส ลูบดูทั่วองค์พระจะไม่มีขอบคมเลย ดมดูจะไม่มีกลิ่น เอาลิ้นแตะดูจะไม่ดูดลิ้นอย่างนี้เป็นต้น หลักการพิจารณาตรวจสอบพระพุทธรูปบูชาเนื้อสัมฤทธิ์เก่าหรือใหม่ เป็นของแท้ของเทียมหรือของปลอมดังจะได้เรียนต่อไปนี้ ขอท่านผู้อ่านโปรดพิจารณาทุกตัวอักษร และตีความหมายไปด้วย แล้วท่านจะเข้าใจในการดูพระแท้พระปลอม การที่จะตรวจสอบว่าเป็นพระเก่าพระใหม่โดยการเขียนเป็นตัวอักษรให้เข้าใจได้แน่ชัดนั้นยากนัก และแต่ละหัวข้อให้ถามตนเองว่าพระที่สร้างแบบนี้ทำปลอมได้ไหม



      • พระเก่าเราดูรูปแบบว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปศิลปะสมัยใด เป็นสมัยลพบุรี เชียงแสน อู่ทอง สุโขทัย อยุธยา ถูกต้องหรือไม่เป็นฝีมือช่างราษฎร์ (สร้างไม่สวยงาม) หรือฝีมือช่างหลวง (สวยงาม)
      • พระเก่าต้องมีคราบมีสนิม มีรอยสึกกร่อน แอ่งรูพรุนปรายเข็ม รอยชำรุดแตกร้าวเนื้อแห้งสนิทผิวเข้ม เป็นไปตามธรรมชาติอย่างที่ว่าสนิมอยู่ในเนื้อ
      • พระเก่าแท้เห็นแล้วได้ไว้เป็นเจ้าของมีความซึ้งตา ซึ้งใจ เนื้อผิวของพระเนียนสนิท
      • พระเก่าเอามือจับลูบดูทั่วองค์พระทุกแห่ง จะไม่มีขอบคมติดมือเลย
      • ถ้าตรงไหนมีเนื้อในของพระสึกกร่อนจนเห็นเนื้อโลหะ เนื้อโลหะสัมฤทธิ์ตรงนั้นจะมองเห็นสีแดงปนเหลือง หรือค่อนข้างแดง หมองหม่น คล้ำ สีซีด ไม่มันวาว ไม่เป็นเหลืองเหมือนทองเหลืองล้วนๆพระเก่าผิวเนื้อจะมันใส แห้งสนิท ของทำเทียมเลียนแบบผิวเนื้อพระจะมันวาวเช่นดำมันวาวหรือแดงน้ำตาลไหม้มันวาว พระของใหม่เนื้อจะกะด้าง ไม่งามติดตา หรือให้ช่างรมดำเอา
      ?temp_hash=b66f6f0300bcf0fe48e27b9f031a50f0.jpg
      • พระเก่าผิวเนื้อจะมันใส แห้งสนิท ของทำเทียมเลียนแบบผิวเนื้อพระจะมันวาวเช่นดำมันวาวหรือแดงน้ำตาลไหม้มันวาว พระของใหม่เนื้อจะกะด้าง ไม่งามติดตา หรือให้ช่างรมดำเอา
      ?temp_hash=b66f6f0300bcf0fe48e27b9f031a50f0.jpg
      • พระเก่าถ้าเป็นพระนั่งเคาะดูที่ฐานนั่งจะมีเสียงดังแปะๆ ถ้าเป็นพระใหม่จะมีเสียงดังหนักแน่นกังวาล ก็เพราะเนื้อพระยังใหม่กินตัวกับอากาศไม่นานพอวัสดุที่โบราณาจารย์ นิยมเอามาสร้างเป็น พระพุทธรูปบูชาอย่างแพร่หลายได้แก่โลหะ ทองคำ นาค เงิน ทองเหลือง ทองแดง ตะกั่ว สังกะสี ลงหิน เมื่อผสมกัน แล้วเรียกว่าสัฤทธิ์นี้ เฉพาะแร่ทองคำ เงินและทองแดง เป็นธาตุแท้ นอกนั้นเป็นโลหะผสม เนื้อทองคำเหลืองอร่ามสวยงามมีราคาสูงไม่กลายสภาพเป็นอย่างอื่น เมื่อผสมกับแร่ธาตุอื่นจะทำให้แร่ธาตุอื่น จะทำให้ แร่ธาตุนั้นผิวกลับดำ ถ้าธาตุนั้นเก่าก็จะทำให้มองเห็นความเก่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เนื้อทองแดงเมื่อผสมกับแร่ธาตุอื่น จะทำให้แร่ธาตุนั้นเปลี่ยนไป เช่นทองแดงผสมสังกะสีจะกลายเป็นทองเหลืองเนื้อสัมฤทธิ์ตามความหมายของนักเล่นพระ หมายถึงโลหะผสมผิวกลับดำหมองคล้ำย่อมมีผิวเนื้อแตกต่างกัน ทั้งนี้แล้วแต่ส่วนผสม เช่นถ้าส่วนผสมแก่เงินผิวโลหะนั้นจะกลับดำ ถ้าโลหะนั้นมีทองคำผสมด้วยแม้จะไม่มากนักก็ทำให้โลหะนั้น มีความมันในสวยงามขึ้น โลหะที่ผสมเป็นเนื้อสัมฤทธิ์สร้างพระบูชา นิยมเรียกชื่อต่างกันตามผสม เช่น ปัญจโลหะ, และนวโลหะ
      • พระเก่าเนื้อแห้งสนิท ผิวเนื้อของพระไม่เรียบตึง เนื้อพระเก่าจะมีรอยย่นเหี่ยวแอ่งรู พรุน สึกกร่อนสวนมากมีรอยชำรุดแตกร้าวใช้แว่นขยายกำลังสูงส่องจะมองเห็นชัดเจน
      ?temp_hash=b66f6f0300bcf0fe48e27b9f031a50f0.png
      • พระเก่ามีรูสนิมขุม หรือขุมสนิมจะเกิดจากด้านในมาด้านนอก ปากสนิมขุมจะเล็กด้านในกลวง สนิมที่ทำเทียมใช้น้ำกรดราดกัดเนื้อพระปากสนิมจะกว้างด้านในเล็ก สนิมจะกัดกินเนื้อพระสม่ำเสมอ พระเก่าสนิมขุมจะเป็นแอ่งขรุขระสูงๆ ต่ำๆ ไม่สม่ำเสมอ
      • พระเก่าผิวเนื้อ ผิวสนิมจะมองดูเห็นมีสีอ่อนแก่ได้ชัดเจน ไม่ใช่ผิวสนิมเนื้อของพระมองดูเป็นสีเดียวโล้นๆ ซึ่งเป็นผิวสนิมของพระใหม่
      ?temp_hash=b66f6f0300bcf0fe48e27b9f031a50f0.jpg
      • พระเก่าดมดูจะไม่มีกลิ่นฉุน เมื่อดมดูจะรู้สึกเฉยๆ หรือเมื่อเอาลิ้นแตะเนื้อพระดูจะไม่ดูลิ้น เนื้อพระใหม่เอาลิ้นแตะดูจะดูดลิ้นเพราะในเนื้อพระน้ำยาเคมียังระเหยไปไม่หมด
      • พระบูชาที่เอาเนื้อพระเก่าที่แตกหักชำรุดหรือไม่สวยงามมาเทสร้างใหม่ให้เป็นพระสมัยสูงมีราคาแพงเช่นพระพุทธรูปเชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี นี้นั้นขอให้สังเกตุให้ดี ผิวสนิมเนื้อของพระที่เทใหม่จะไม่มันใส แต่มีความเก่า เนื้อพระนี้จะมองดูด้านๆ และเนื้อโลหะไม่เข้ากันสนิท คือดำๆ ด่างๆ ผิวหยาบ ทำกินหุ่นไม่เหมือนของเก่าหรือบางทีก็ไม่มีดินหุ่น เอามือจับลูบดูอาจมีขอบคมอยู่บ้าง
      • พระสัมฤทธิ์เนื้อมันใส จัดเป็นเนื้อเก่าแท้ ความมันใสเกิดจากพระสร้างมานานเนื้อพระกินตัว กับอากาศถูกความร้อนเย็นนานเข้าเนื้อพระแห้งสนิท เกิดคราบสนิมมีความสึกร่อนตามธรรมชาติ ความแห้งไล่ความชื้นในเนื้อพระออกไปทำให้พระแห้ง เกิดความมันใส ความมันใสนี้ดูด้วยตาจะอยู่ในระหว่างความมันวาวและความกระด้าง
      ?temp_hash=b66f6f0300bcf0fe48e27b9f031a50f0.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 10 กรกฎาคม 2017
  5. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    ปรากฏการณ์ สูญเพลิงของพระหล่อโบราณ

    เราจะเห็นว่าผิวพระจะไม่เรียบ จะมีรูพรุนปรากฏให้เห็นกระจัดกระจายอยู่ทั่วไปบริเวณพื้นผิวองค์พระ พวกรูพรุนเหล่านี้เราเรียกว่า ตามด ด้วยเหตุที่ตามดปรากฏอยู่บนพื้นผิวพระ มีรูพรุนละเอียดเล็กๆ คล้ายๆ กับลูกตาของมด ซึ่งถือเป็นธรรมชาติที่สำคัญประการหนึ่งในพระหล่อโบราณ และเป็นจุดสังเกตในการแยกแยะแท้-เก๊ ได้ ทีนี้การเกิดตามดบนผิวพระเกิดขึ้นได้อย่างไรมีที่มาที่ไปอย่างไร หรือว่าช่างหล่อจงใจทำ จริงๆแล้วการเกิด ตามด บนผิวพระเกิดตามธรรมชาติของพระหล่อเนื้อโลหะที่มีโลหะหลายชนิดมาผสมกัน เมื่อมีโลหะหลายชนิดเช่น ทองแดง ดีบุก สังกะสี ปรอท เงิน ทอง ซึ่งการหล่อพระในสมัยโบราณจะมีผู้ศรัทธานำโลหะหลายชนิดเพื่อหล่อพระ เช่น ขันลงหิน ทัพพีทองเหลือง เข็มขัดนาค กำไล สร้อยทอง ทองคำใส่เข้าไปในเบ้าหล่อเพื่อหลอมรวมกันโดยอาศัยความร้อนโลหะบางชนิดต้องใช้ความร้อนสูงจึงจะละลายในขณะที่โลหะบางชนิดใช้ความร้อนไม่สูงมากก็ละลายได้โดยง่าย ทั้งนี้เพราะโลหะหลายชนิดมีจุดหลอมเหลวแตกต่างกัน และช่างใช้ความร้อนสูงในการหลอมโลหะให้เป็นเนื้อเดียวกัน เพื่อให้ละลายเป็นน้ำ เพื่อให้ง่ายแต่การเททองหล่อพระในแม่พิมพ์ ในขณะที่ช่างใช้ความร้อนสูงในการหลอมโลหะต่างชนิดกัน ก็จะเกิดปรากฎการณ์ที่เรียกว่า สูญเพลิง ของโลหะต่างชนิดขึ้นมาในกระบวนการหล่อพระ กล่าวคือโลหะที่มีจุดหลอมเหลวต่ำกว่าก็จะละลายก่อนในขณะที่โลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูงยังไม่ละลาย ช่างหลอมก็จะเพิ่มความร้อนให้สูงในการหลอมละลายนั้น กว่าที่โลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูงจะละลายหรือละลายได้หมด โลหะที่มีจุดหลอมเหลวต่ำซึ่งละลายไปก่อนหน้านั้นแล้วก็จะมอดไหม้ กลายเป็นขี้เถ้า ปรากฎการณ์เช่นนี้เรียกว่า สูญเพลิง และเป็นที่มาของตามดในผิวพระเมื่อโลหะที่มีจุดหลอมเหลวต่ำเกิดการ สูญเพลิงกลายเป็นขี้เถ้าไปแล้วก็จะปะปนกับเนื้อโลหะอื่น ที่ยังไม่สูญเพลิง(โลหะที่มีจุดหลอมเหลวสูงและละลายช้ากว่า) ที่ภาษาช่างเรียกว่าขี้เถ้า ไปฝากกับเนื้อโลหะที่ยังไม่สูญเพลิง เมื่อนำโลหะนั้นไปเทในแม่พิมพ์และเย็นตัวลงขี้เถ้าเหล่านั้นก็จะเกาะติดแน่นบนผิวโลหะ ซึ่งเราจะเห็นเป็นเม็ดเล็กๆสีดำๆบ้าง อมเทาขุ่นๆ บ้าง แทรกอยู่ในเนื้อโลหะตามผิวให้เห็น ที่นักเลงพระเรียกว่า เม็ดแร่ นั่นแหละ และหากขี้เถ้าติดไม่แน่นก็จะหลุดออกมาเนื้อโลหะก็จะมีรูพรุนที่เรียกว่า ตามด โดยเป็นรูพรุนเล็กๆ
    ?temp_hash=1d432fe1c250d58a085a5b1008ba4a88.png
    ?temp_hash=1d432fe1c250d58a085a5b1008ba4a88.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  6. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    กรรมวิธีการสร้างรูปหล่อโบราณ

    กรรมวิธีในการสร้างรูปหล่อโบราณเริ่มจากการแกะพิมพ์ขึ้นมาก่อน เมื่อแกะและตกแต่งพิมพ์เรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงถอดหุ่นเทียนด้วยขี้ผึ้งออกมาหลายๆตัว นำหุ่นเทียนนั้นมาติดกับช่อชนวน เมื่อติดเป็นช่อเรียบร้อยดีแล้วก็เอาดินนวลผสมกับมูลโคซึ่งจะมีลักษณะเป็นดินอ่อนๆทาไล้พอกทับเอาไว้รอจนดินนวลนั้นแห้งแข็งดีแล้วก็จะเอาดินเหนียวทาทับชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง พอดินเหนียวแห้งและแข็งดีแล้วก็เอาไปสุมไฟเพื่อให้ความร้อนไล่ขี้ผึ้งออกให้หมดจนภายในเป็นช่องว่าง จากนั้นก็เอาเนื้อโลหะที่หลอมจนเหลวดีแล้วเทลงไป เนื้อโลหะจะไหลเข้าไปแทนที่หุ่นเทียน รอจนเนื้อโลหะแข็งและเย็นดีแล้วจึงทำการทุบดินเบ้าออกก็จะได้รูปหล่อติดกับแกนชนวนเป็นช่อๆ ตัดรูปหล่อออกจากแกนชนวนทีละรูปก็จะได้รูปหล่อโบราณที่สมบูรณ์

    จากกรรมวิธีการสร้างแบบนี้จึงทำให้รูปหล่อโบราณมีลักษณะไม่ค่อยสวยงาม รายละเอียดไม่ค่อยสมบูรณ์ มักจะมีรอยตำหนิเป็นเนื้อเกินหรือเนื้อขาดอยู่เสมอ รูปหล่อจึงมักถูกนำไปทำการตกแต่งขูดเกลาผิวให้ดูเรียบร้อยและสวยงามมากขึ้นด้วยตะไบ ตามซอกลึกหรือตามพื้นผิวมักมีรอยคราบเบ้าปรากฎให้เห็นซึ่งถือได้ว่าเป็นข้อในการพิจารณาความเก๊-แท้ข้อหนึ่งของรูปหล่อ

    ตัวอย่างเนื้อขาด-เกินในรูปหล่อ

    หลักในการพิจารณารูปหล่อโบราณ

    ถึงแม้รูปหล่อแต่ละองค์จะไม่เหมือนกันเพราะเกิดจากหุ่นเทียนคนละตัวและมีรายละเอียดไม่ค่อยสมบูรณ์แต่ก็มีหลักการที่ใช้ในการพิจารณาดังต่อไปนี้

    o ถึงแม้รูปหล่อจะมีรายละเอียดของส่วนต่างๆไม่ค่อยคมชัดอย่างรูปปั๊ม แต่ว่ารูปหล่อก็ต้องมีความคมชัดในพิมพ์ ไม่เบลอตื้นหรือลางเลือน ยกเว้นรูปหล่อที่ผ่านการใช้ ถูกสัมผัสจนเกิดความสึกหรอหรือลบเลือนไปบ้าง จึงควรพิจารณาข้ออื่นๆ ประกอบไปด้วย

    o แม้ว่าเนื้อโลหะหรือผิวของรูปหล่อจะไม่เรียบตึงแบบรูปปั๊ม แต่ลักษณะของเนื้อรูปหล่อของแท้จะต้องไม่ฝ่อเพราะนั่นเป็นลักษณะของพระเก๊ที่ถอดพิมพ์จากพระแท้ และพื้นผิวของรูปหล่อจะไม่เรียบเสมอกันทั้งองค์ แต่จะมีลักษณะขรุขระลุ่มๆดอนๆ บางแห่งก็มีรอยเนื้อขาดบางแห่งก็มีรอยเนื้อเกิน

    ตัวอย่างรอยเนื้อเกินบริเวณใต้เปลือกตาจนคล้ายมีลูกตา2ข้าง ในช่องปากจะเห็นคล้ายฟัน2ซี่
    ?temp_hash=72d503a72b5f9203de24b1bbf2974bfa.jpg

    ตัวอย่างตุ่มเกินบริเวณซอกแขนด้านซ้ายและฐาน
    ?temp_hash=72d503a72b5f9203de24b1bbf2974bfa.png

    ตัวอย่างเนื้อขาดตามร่องขาและร่องเท้า และหากสังเกตดีๆจะมีตำหนิของพิมพ์นิยมA คือมีติ่งเกินที่หน้าแข้งขวาไม่ใช่เพียง1ติ่ง แต่มีติ่งเกิน3ติ่งเรียงต่อกัน 2ติ่งเล็กๆและ1ติ่งใหญ่
    ?temp_hash=72d503a72b5f9203de24b1bbf2974bfa.png

    o ตามพื้นผิวของรูปหล่อจะปรากฎคราบเบ้าดินขี้วัวและผิวกะไหล่ แม้ว่าร่องรอยเหล่านี้จะมีการขูดทำความสะอาดหรือผ่านการใช้มาบ้างแต่ตามซอกลึกก็ยังคงต้องมีปรากฎให้เห็นอยู่บ้าง

    o เนื่องจากรูปหล่อมักสร้างมาจากเนื้อโลหะผสมหลายชนิดรวมกัน จึงทำให้กระแสเนื้อโลหะมีความเข้ม มองเห็นเป็นส่วนผสมของเนื้อโลหะหลายชนิดตามพื้นผิว รูปหล่อบางชนิดเนื้อโลหะไม่รวมกลืนเป็นเนื้อเดียวกัน ทำให้เกิดมีรอยย่นเป็นเสี้ยนๆหรือแตกรานได้เช่นกัน

    o รูปหล่อเป็นพระเครื่องที่มีอายุการสร้างมานาน เนื้อโลหะจึงต้องมีความแห้ง ซีด เป็นมัน แต่จะไม่มีประกายแวววาวเป็นอันขาด

    o รูปหล่อมักผ่านการตะไบตกแต่งเพื่อความสวยงาม ในสมัยนั้นมักใช้ตะไบจีนซึ่งรอยตะไบค่อนข้างใหญ่และหยาบ
    ?temp_hash=72d503a72b5f9203de24b1bbf2974bfa.jpg
    ?temp_hash=72d503a72b5f9203de24b1bbf2974bfa.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2017
  7. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    รูปหล่อหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยมควรมีเปลือกตาคล้ายหมวกแก๊ป ใต้เปลือกตาเว้าลึกเข้าไปด้านใน แต่องค์นี้นอกจากมีเปลือกตาคล้ายหมวกแก๊ปแล้วยังมีลักษณะพิเศษเฉพาะองค์ คือมีตุ่มเนื้อเกินใต้เปลือกตาทำให้ดูคล้ายรูปหล่อหลวงพ่อมีลูกตาทั้งสองข้างด้วย

    ?temp_hash=90f74039d3f03a1b03ecbcc3dc64fefd.png
    ?temp_hash=90f74039d3f03a1b03ecbcc3dc64fefd.png
    ?temp_hash=90f74039d3f03a1b03ecbcc3dc64fefd.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 กรกฎาคม 2017
  8. Chailai65

    Chailai65 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มิถุนายน 2017
    โพสต์:
    33
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +31
    เมื่อวันอาทิตย์ที่30ก.ค. ได้แวะเข้าไปกราบรูปหล่อเท่าองค์จริงของหลวงพ่อเงิน ที่วัดบางคลาน เจ้าหน้าที่ที่วัดได้ขอชมรูปหล่อพิมพ์นิยมที่ผมแขวน พอชมเสร็จเอ่ยปากชมว่าเนื้อพระแห้งมากๆ แถมยังได้ชมพระชัยวัฒน์มงคลวราภรณ์ พระชัยวัฒน์ประจำรักาลที่5อีกองค์ด้วย
    ?temp_hash=277a77ae847b493d7842a57a867243dd.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  9. watgeang_e

    watgeang_e เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มิถุนายน 2009
    โพสต์:
    457
    ค่าพลัง:
    +434
    แบบมีมือรองนั่ง ชายจีวรชิด..
    ไม่รู้ว่าแท้หรือไม่แท้ครับ..ชอบความชัดเจนยิ่งตรงจุดผ้าคลุมไหล่แกะแม่พิมพ์ได้สมจิงมากผมว่าเหมือนมีทีผ้าคลุมจิงๆซึ่งต่างจากที่เคยเหนหัวไหล่มักเปิดเห็นคล้ายไหล่เปลือยจึงดูเหมือนไหล่ลึกเหมือนไม่สมมดุล..ไหล่เปิดว่างั้น..ติดตามครับ
    FB_IMG_1453217776881.jpg FB_IMG_1453217771846.jpg
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 สิงหาคม 2017
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - วิธีดูรูปหล่อโบราณหลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน พิมพ์นิยม
  1. PornBrahma
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    24
  2. In Now
    ตอบ:
    3
    เปิดดู:
    182
  3. undertaker89
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    638
  4. กำปะนาท
    ตอบ:
    2
    เปิดดู:
    507
  5. supatorn
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    3,172

แชร์หน้านี้

Loading...