เสียงธรรม วินาทีพระธุดงค์บรรลุธรรมขณะที่เสือกิน ทุกข์ของพระติสสเถระ อริยมรรค

ในห้อง 'ประวัติและนิทานธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 26 ธันวาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    10,143
    กระทู้เรื่องเด่น:
    127
    ค่าพลัง:
    +25,068
    Prah.jpg Bali+Tiger2.jpg
    วินาทีพระธุดงค์บรรลุธรรมขณะที่เสือกิน ทุกข์ของพระติสสเถระ อริยมรรค

    PLODLOCK - ปลดล็อค
    Published on Dec 12, 2017


    ภิกษุ ๓๐ รูป อีกกลุ่มหนึ่ง เรียนกัมมัฏฐานในสำนักของพระผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจำพรรษาในวัดป่า ทำกติกากันว่า ผู้มีอายุ เราควรทำสมณธรรม ตลอดคืนฝนยามทั้งสาม เราไม่ควรมายังสำนักของกันและกัน แล้วต่างคนต่างอยู่ เมื่อภิกษุเหล่านั้นทำสมณธรรม ตอนใกล้รุ่งก็โงกหลับเสือตัวหนึ่งก็มาจับภิกษุไปกินทีละรูป ๆ ภิกษุไร ๆ ก็มิได้เปล่งแม้วาจาว่าเสือคาบผมแล้ว ๆ ภิกษุถูกเสือกินไป ๑๕ รูป ด้วยอาการอย่างนี้ ถึงวันอุโบสถภิกษุที่เหลือก็ถามว่า ท่านอยู่ที่ไหน และรู้เรื่องแล้วกล่าวว่า ถูกเสือคาบควรบอกว่า บัดนี้เสือคาบไป ๆ แล้วอยู่กันต่อไป ต่อมาเสือก็จับภิกษุหนุ่มรูปหนึ่ง โดยนัยก่อน ภิกษุหนุ่มก็ร้องว่า เสือขอรับ ภิกษุทั้งหลายก็ถือไม้เท้า และคบเพลิงติดตามหมายว่าจะให้ทันปล่อย เสือก็ขึ้นไปยังเขาขาด ทางที่ภิกษุทั้งหลายไปไม่ได้ เริ่มกินภิกษุนั้น ตั้งแต่นิ้วเท้า ภิกษุทั้งหลายนอกนั้น ก็ได้แต่กล่าวว่าสัปบุรุษ บัดนี้ กิจที่พวกเราจะต้องทำไม่มี ขึ้นชื่อว่าความวิเศษของภิกษุทั้งหลายย่อมปรากฏในฐานะเช่นนี้
    ภิกษุหนุ่มนั้น นอนในปากเสือ ข่มเวทนา เจ็บปวด แล้วเจริญวิปัสสนาตอนเสือกินข้อเท้า เป็นพระโสดาบัน ตอนกินไปถึงหัวเขาเป็นพระสกทาคามี ตอนเสือกินถึงท้อง เป็นพระอนาคามี ตอนเสือกินไปยังไม่ถึงหัวใจ ก็บรรลุพระอรหัตผลพร้อมด้วยปฏิสัมภิทา จึงเปล่งอุทาน ดังนี้
    สีลวา วตฺตสมฺโน บญฺญวา สุสมาหิโต
    มุหุตฺตํ ปมาทมนฺวาย พฺยคฺเฆ โน รุทฺธมานโส ปญฺชรสฺมึ โส
    คเหตฺวา สิลาย อุปรี กโต กามํ ขาทตุ มํ พฺยคฺโฆ

    อฏฺฐิยา จ นฺหารุสฺส จ กิเลเส เขปยิสฺสามิ ผุสิมฺสามิ วิมุตฺติยํ
    เรามีศีล ถึงพร้อมด้วยวัตร มีปัญญา มีใจมั่นคงดีแล้ว อาศัยความไม่ประมาท ครู่หนึ่ง
    ทั้งที่มีใจไม่คิดร้ายในเสือ มันก็จับไว้ในกงเล็บ พาไปไว้บนก้อนหิน เสือจงกินเราถึงกระดูกและเอ็นก็ตามที เราจักทำกิเลสให้สิ้นไป จักสัมผัสวิมุตติ ดังนี้…
     

แชร์หน้านี้

Loading...