สัตตะ-สัตตานัง-หรือสัตโต คืออะไร เกี่ยวข้องยังไงกับขันธ์ 5 ครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย เราโตมาคนละแบบ, 16 กุมภาพันธ์ 2017 at 11:34.

ขณะนี้มีคนกำลังดูกระทู้นี้อยู่ 1 คน ( สมาชิก 0 คน และ บุคคลทั่วไป 1 คน )
  1. เราโตมาคนละแบบ

    เราโตมาคนละแบบ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2017
    โพสต์:
    241
    ค่าพลัง:
    +53
    :mad: พวกเราเรียนพระไตรปิฏกมาทั้งชีวิต จนปัจจุบัน มีใครเคยเห็นพระองค์ไหนนำคำนี้มาสอนเรามั่งครับ แล้วมันคืออะไร พุทธวจน ถือว่าสำคัญมากเลยครับ ชวนสนทนาธรรมครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กุมภาพันธ์ 2017 at 12:36
  2. Tboon

    Tboon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    1,452
    ค่าพลัง:
    +3,077
    ผมศึกษาพุทธวจนมาน้อย เพิ่งได้ยินคำนี้มาไม่นาน ประมาณปีหนึ่ง แต่ถ้าใช้ประสบการณ์ทางธรรมที่มีเปรียบเทียบ สัตตานัง คืออาการที่หลงคิดไปเองว่าขันธ์ ๕ เป็นตัวเรา กลายเป็นสัตว์บุคคลตัวตนเราเขาขึ้นมา แล้วก็เลยพากันเวียนว่ายตายเกิดอยู่นี่ ถ้าแจ้งชัดในความหลงถือเอาเป็นสัตตานัง เห็นทุกข์มันก็วาง แยกทางใครทางมัน สมาทานความไม่หลงประกอบเป็นตนขึ้นมาอีก ไม่รู้เข้าใจถูกหรือเปล่า ถ้าผิดก็ช่วยบอกหน่อยเป็นธรรมทานครับ
     
  3. เราโตมาคนละแบบ

    เราโตมาคนละแบบ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2017
    โพสต์:
    241
    ค่าพลัง:
    +53
    ตามพุทธวจน..หมายถึงสิ่งๆหนึ่งที่ชอบยึดติด มันมายึดติดขันธ์5 ว่าเป็นเรา สัตตานังนี้จะเกาะวิญญาณขันธ์ไปตลอด แล้วเปลี่ยนแล่นไปเกาะอีกสี่ขันธ์ตามโอกาสของเขา แต่เขาจะไม่ทิ้งวิญญาณขันธ์ ตัวนี้เลย
     
  4. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    คิดไปเรื่อยๆ ครับ คิดต่อไปครับ...เป็นสัตว์โลก ก็ย่อมคิด...ต่อไป
    อิ
    เลิกคิด ได้เมื่อไหร่ก็คง พ้นจากความเป็นสัตว์...อ่ะนะ...
    เลิกคิด แปลว่าคิดได้ แต่ไม่คิด ให้เสียเวลา...เข้าใจป๊ะ
     
  5. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    สุขขี อัตตานัง ปาริหะรันตุ....จงมีความสุขกายสุขใจ รักษาตนให้รอดพ้นจากทุกข์ภัยทั้งสิ้นเทอญ....นี่ อัตตานัง

    สัตตานัง...ก็ความหมายเดียวกัน...คือ อัตตา นี่แหล่ะ....แต่สัตตาตานัง คือสัตว์โลก ...ความเป็นสัตว์ในโลก....อัตตานัง ความมีตัวตนในโลก

    ...
    อย่าตีความ ไปโง่ๆ อีกล่ะ...ว่า มันคืออะไรที่ไม่ไช่ขันธ์5...
    มีบางคน เข้าใจว่า อวิชชา ความไม่รู้ คือ สิ่งที่เข้ามายึดมั่น ถือมั่นในขันธ์5 จึงทำให้ขันธ์5....มีตัวตนขึ้นมา...(มันช่างคิด ขึ้นมาได้ เน๊าะ..บางคน...

    ขันธ์5....คือ...ผลจากการอุปทาน....ซึ่งมันก็คือ การเข้าใจผิด เองแหล่ะ...(ของใครก็ไม่บอก อิ) บางคนอ่านแล้วคิด...ก็จงคิดต่อไป

    รู้คือรู้ จะไม่คิด.....ถ้ายังคิด แปลว่า...มันยังไม่รู้...ไม่รู้แปลว่า มันไม่เข้าใจ..ไม่เข้าใจแปลว่า มันคิดเอาเอง...มันไม่เคยเห็นความจริง...
     
  6. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    ถ้ามีคน มาตั้งคำถามว่า....อัตตาตัวตน เกี่ยวข้องอะไรกับขันธ์5...

    ขันธ์5 เกี่ยวข้องอะไร กับ อัตตาตัวตน.....แสดงว่า ถามเพื่อ...อยากรู้

    แต่ถ้าอยากรู้ เขาไม่ได้ให้คิดเอา.....เขาให้ ค้นหาเอา...ค้นหาเอา ในขันธ์5 นั่นแหล่ะ
    ถ้าบอกอย่างนี้ มันก็จะมีคนคิดเอา อีกนะ ว่า...ขันธ์5 ก็แบ่งออกเป็นกองๆ ไปแล้ว จะค้น หาอะไรได้อีก..ล่ะ...(นี่ไง..โง่)

    การค้นหา...เขาให้ค้นหา เวลามันทำงาน เวลามันอุปทานฟัดกัน...เขาไม่ได้ค้นแบบชำแหระ แยกมันออกมา....ดังนั้น การฝึกสติปัฏฐายสี่ ดูกาย เวทนา ความคิด ใจ ...มันจึง เป็นบทเรียนที่สอนให้ เข้าไปค้นหาความจริง โดยดูการทำงานของกาย เวทนา ความคิด ใจ ผัสสะ อายตนะ...นั่นเอง

    พอมาถึง..ฐาน จิต....(คือฐานขันธ์5อุปทาน หรือฐานอัตตาตัวตน...มันถึงจะพูดคุยกันรู้เรื่อง)...ว่า ขันธ์5 เขาทำงานกันยังไง..ใครกันที่รู้ ใครกันที่มี ใครกันที่ไม่รู้ ว่า ตนเองมี....
     
  7. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    เคยมีนะ...ยกตัวอย่าง ตัวผมเองนี่แหล่ะ...

    ตอนที่ คิดว่า ชำแหระขันธ์5 ได้แล้ว รู้หมด แต่...ดันหาอัตตาตัวตน ของตนเองไม่เจอ....หาอวิชชาไม่เจอ....อิ

    นี่ไม่ได้คุยเรื่องตลกนะ....รู้...ว่ามี...แต่ไม่เห็นอวิชชา หาไม่เจอ ไม่เข้าใจ...เพราะเรา ไม่เข้าใจ ในการทำงาน หรือการอุปทานกันของมัน

    เช่น อะไรนะ รูปคืออะไร เวทนาคืออะไร สังขารคืออะไร วิญญาณคืออะไร สัญญาคืออะไร รู้ความหมายหมด...มันมีหน้าที่ อย่างไรรู้หมด...แต่หาอวิชชาไม่เจอ....งง มั้ย...

    รู้ทุกข์ รู้เหตุแห่งทุกข์....แต่ดับทุกข์ ไม่ได้ เพราะ หาอวิชชาไม่เจอ หาอัตตาตัวตน ไม่เจอ....อิ
     
  8. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    7,947
    ค่าพลัง:
    +3,036
    น้าจร เคย เรียน เคมี ไหม

    น้าจร เคย ฟังเทศนาหลวงปู่ดูลย์ไหม

    สภาวะ "รู้" หลวงปู่ดูลยอธิบาย ถึง ลักษณะ วนรอบของ electron รอบนิวเคลียส

    เมื่อมีการกระทบ หรือ ลบกวน จาก พลังงาน ความเคลื่อนไหว แรงดึงดูด
    หรือเทหะวัตถุ(เจอของแข็ง หรือ collission)

    สภาพของเส้นทาง โคจร ของ อิเลคตรอน จะถอดรูป เปลี่ยนวิถี

    เนี่ยะ อาการที่มัน แปรปรวน ตั้งอยู่ไม่ได้ ควบคุมไม่ได้ แปรไปตาม ผัสสะ
    ที่เข้าไปกระทบ จะเรียกว่า เกิด " สภาวะรู้ " [ ถ้ามันหมุนควบคู่ ก็เป็นยินดี
    ถ้ามันเบี่ยงวิถี มันยินร้าย ถ้ามันคงที่แต่มีบางอย่างเปลี่ยนด้วยการสัมปยุต
    นั่นก็จัดว่า มันเกิดเวทนาอยู่ดี ]


    ดังนั้น สภาวะรู้ ที่ พระพุทธศาสนา บัญญัติใช้ ไม่ใช่ อาการ รู้แบบคิดๆนึกๆ

    แต่เป็น ระดับ ปรมณู ( จริงๆ ใช้ อีเลคตรอน ถือว่า หยาบมาก จริงๆ
    จะเป็น สุขุมรูป ปรมณูรูป ที่ นักวิทย์ยังหาไม่เจอ)

    รู้ทุกข์ รู้ทุกข์

    จึงไม่ใช่ อาการ นั่งเสียหมา เมาหัวราน้ำ

    รู้ทุกข์ รู้ทุกข์ คือ เห็นสภาพของ ธาตุรู้ ที่ไม่มีทางไปควบคุมอะไรมันได้
    มันตั้งอยู่ไม่ได้เป็นธรรมชาติ มีการเคลื่อนออกตลอดเวลา
     
  9. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    อาการของการดับทุกข์ไม่ได้...เพราะหาตัวมันไม่เจอ

    อาการคือ...ไม่โล่ง ไม่เบา ไม่หลุด..รู้ว่ามันติดอะไรสักแห่ง..สักอย่าง แต่ หามันไม่เจอ....
     
  10. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    เคยเรียนเคมี แต่ไม่สน
    ไม่เคยฟังเทศหลวงปู่ดุลย์...ไม่ต้องยกหลวงพ่อใดๆมา..ไร้สาระ

    แต่สภาวะรู้ เนี่ย รู้จัก...ก็ มันเคลื่อน มันเกิดปฏิกิริยา ของ ธาตุ ของขั้วบวกลบ..มันเคลื่อน ...เรียกว่า รู้

    ระดับปรมณู ไม่เคยเรียน รู้แต่ระดับ อรูป....คือรู้ว่า มันมี...แต่ไม่เห็น
    ....
    ผมแค่เอามาเล่า เรื่องที่ผ่านมา ให้ฟัง....ไม่ได้มาถามใคร
     
  11. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    7,947
    ค่าพลัง:
    +3,036
    เคยเรียน ก็ดีแว้ว

    รู้จัก อาภัสระสัตว์ ไหม

    อาภัสสระสัตว์ ก็คือ อนุภาคของแสงบางประการ ที่เกิดดับ ตามจักรวาล

    ถ้า มหาจักรวาลนี้ดับ (เกิด bigbang) เศษส่วนเหลือของ อนุภาคแสง
    ก็จะฝุ้งไปรวมกับ มหาจักรวาลอื่น

    หาเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้

    ภาวนาทำสมาธิ ตัดกิเลส ตัดให้ตาย ก็ โง่ดัดดาน ไม่มีทาง บริสุทธิได้ หน่าคร้าบ

    ดังนั้น

    รู้ทุกข์

    รู้ทุกข์

    นี่รู้อะไร

    หากไม่ภาวนา ไม่ฟังธรรมเทศนา เอาแต่ปฏิเสธ แล้วไปอธิบาย ด้วยอุปทาน
    เห็นพลังงานเป็นปูเสฉวน หาร่าง แสวงหาหนทางหลุดพ้น ตายฮ่าน แน่นอน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 กุมภาพันธ์ 2017 at 14:29
  12. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    อาภัสสะสัตว์ก็ไม่รู้ ไม่เคยเรียน...เคยอ่านผ่านตา อาภัสสะพรหม...มั้ง

    ดังนั้นจึงรู้ว่า....ปัญญาของพระพุทธเจ้า...สวดยวดกว่า....ตำราใดๆ


    พลังงาน...ก็ รู้...ก็เป็นกลางซะสิ...ทำตนเองให้เป็นกลาง

    บางคนโง่อีก...กลางในมรรคเปล่า....กลางในมรรคน่ะไช่ แต่อย่าคิดเอาเอง

    เพราะกลางจริงๆ....แปลว่า...อนัตตา หรือ นิพพาน...

    ก็โม้ได้แค่แหล่ะ....
     
  13. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    นิวรณ์ แกก็ตอบลูกศิษย์แกสิ...ชั้นไม่ได้ถาม...

    สำนักเดียวกัน ก็ ช่วยกันสิ....อิ ปล่อยให้ลูกศิษย์ ทำตัวเป็นวัยว้าวุ่น อยู่ได้

    อาจารย์นิวรณ์ก็วัยขาดประจำเดือน...ลูกศิษย์ก็วัยประจำเดือนมาไม่ปกติ

    เออ สำนักกะลาทองคำเนี่ย....วุ่นวายจริง
     
  14. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    7,947
    ค่าพลัง:
    +3,036
    น้ำตา จิไหล

    พึงเห็น น้าจร เผยความในใจ ส่วนลึก ตรงมาจากก้นบึ้ง
    เก็บงำไว้มาน ไม่ยอมเอื้อนเอ่ย

    " ปัญญาของพระพุทธเจ้า...สวดยวดกว่า....ตำราใดๆ "

    ช่างเป็น คำหวาน ไพเราะ จับใจยิ่งนัก ดุจจะยกขึ้น ทูลหัว

    .
    ดื่อ ดือ ดื๊ด ดือ ดื๊อ ดื๊อ ดื๊อ .......................
     
  15. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    ก็เมื่อยามระลึกถึง น้ำตาก็จิไหล ครือกัน เลยไม่ค่อยจะระลึก ไม่ค่อยจะพูดถึง เพราะ เหนื่อย เช็ดน้ำตา....เรื่องเป็นแบบนี้

    อิ...เอาไว้ระลึกนึกถึงคนเดียวพอ....แกไม่ต้องมา ซึ้งด้วยหรอก เกะกะ
     
  16. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    7,947
    ค่าพลัง:
    +3,036
    สิบอกให่ เวลา ระลึก ให้หน่วงเหนี่ยวเอาไว้ อย่าละการเห็น

    เห็นอะไร

    เห็นไปตรงๆ ว่า ไม่เที่ยง

    เห็น น้ำตาไหลไม่เที่ยง เห็นอะไร

    เห็น จลสัททา ไหลกลับกลอก ไปคว้าความเป็น ผู้ข้องติด สัตตานัง ไม่อนุโลมไป

    คะเต คะเต ปารสัง คะเต ................
     
  17. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    พูดมากจริงๆ....ก็แค่ ระลึก...
    ปกตืก็ไม่ ระลึก ไง....
    รู้ตัว พอ น่า...ว่า ทำอะไรอยู่....ข้อง เขิ้ง อะไร...

    พระพุทธเจ้าน่ะ....อาจารย์ผม พ่อผม เพื่อนผม คนที่รักผม....และคนที่ผมรัก

    ระลึกแค่นี้...ข้อง ตรงไหน....คืดมากไปเปล่า เกะกะจริงๆ
     
  18. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    7,947
    ค่าพลัง:
    +3,036
    ระลึกถึง แล้ว แบ่งแยกเป็นสอง

    นั่น มานะ9 ย่อมปราศจาก สามัญผล และเป็น อาการของ ธรรมลามก เท่านั้น
     
  19. วรณ์นิ

    วรณ์นิ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2016
    โพสต์:
    2,309
    ค่าพลัง:
    +1,022
    เป็น...ไป๋.....ได้

    ว่า.....ไป.....นั่น
     
  20. เราโตมาคนละแบบ

    เราโตมาคนละแบบ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2017
    โพสต์:
    241
    ค่าพลัง:
    +53
    มีอวิชชาเป็นตัวกั้น มีตัณหาเป็นเครื่องผูก..สัตตานังเลยเกาะวิญญาณในขันธ์5 ไปตลอด และเป็นตัวที่จะพาจิตไปเกาะอารมณ์ กิเลส แล้วไปเกิด..นี่สำคัญมากครับ
     
Loading...