เรื่องเด่น สาธุ!! ยอดพระคาถา "หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค" หมั่นท่อง หมั่นจำ รับรองดีจริง! มีวิธีอย่างไร ต้องลองดู!!

ในห้อง 'บทสวดมนต์ - คาถา' ตั้งกระทู้โดย SiTa, 16 กรกฎาคม 2017.

  1. SiTa

    SiTa เป็นที่รู้จักกันดี ทีม ธรรมทาน

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2006
    โพสต์:
    8,814
    กระทู้เรื่องเด่น:
    709
    ค่าพลัง:
    +27,545
    ลป.ปาน-พลังจิต-01.jpg

    หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา

    หลวงพ่อปาน เกิดเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2418 ในสมัยรัชกาลที่ 5 โยมบิดาชื่อ อาจ โยมมารดาชื่อ อิ่ม นามสกุล สุทธาวงศ์ ที่ย่านบางนมโค จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยอาชีพทางครอบครัว คือ ทำนา ครอบครัวของท่านนับได้ว่าเป็นครอบครัวที่ค่อนข้างมีฐานะ สมัยนั้นเขายังมีทาสกันอยู่ ที่บ้านท่านก็มีทาส เมื่อตอนท่านเกิดมา มีปานแดงอยู่ที่นิ้วก้อยมือซ้ายตั้งแต่โคนนิ้วถึงปลายนิ้วคล้ายปลอกนิ้ว โยมบิดาจึงตั้งชื่อท่านว่า "ปาน"

    ประวัติของท่านในวัยเด็ก เมื่อตอนอายุสัก 3 - 4 ขวบ ก็มีเหตุที่ทำให้ท่านได้ยินคำว่า “พระอรหัง” เป็นครั้งแรก โดยในเรื่องนี้ท่านเล่าให้หลวงพ่อพระราชพรหมญาณ (วีระ ถาวโร หรือ หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ) ซึ่งหลวงพ่อพระราชพรหมญาณ (ซึ่งต่อๆ ไปในนี้จะเรียกสั้น ๆ ว่า หลวงพ่อฤๅษีฯ ) ได้เขียนไว้ในหนังสือ ประวัติหลวงพ่อปาน พอสรุปได้ว่า


    วันหนึ่งท่านวิ่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านย่าของท่าน ก็ปรากฏว่าย่าของท่านกำลังป่วยหนักใกล้จะตาย เวลานั้นเป็นเวลาบ่ายประมาณ 2-3 โมง คนทุกคนเขามาเยี่ยมย่า พ่อแม่ของท่านก็ไป เมื่อคนทุกคนขึ้นไปแล้ว ท่านก็ได้ยินเสียงร้องดัง ๆ บอก “แม่ แม่ อรหังนะ อรหัง ภาวนาไว้ อรหัง พระอรหังจะช่วยแม่”

    ท่านยืนฟังอยู่ใต้ถุน ก็สงสัยว่า เขาว่าอรหังกันทำไม พอท่านสงสัยก็ย่องขึ้นไปที่หน้าบันไดชานเรือน พอท่านขึ้นไป ก็เห็นคนเขาเอาปากกรอกไปที่ข้างหูของคุณย่าท่าน บอก “แม่ แม่ อรหังนะ อรหัง” แต่ว่าพอเขามองเห็นท่านเข้าไป เขาก็ไล่ท่านไป ท่านก็เลยไปเล่นใต้ถุนบ้านอื่น พอมาถึงตอนเย็นเวลากินข้าว ท่านแม่ก็เรียกลูกกินข้าว

    เมื่อทุกคนมาพร้อมกันแล้ว ท่านแม่ก็จัดกับข้าวมาวางกลาง สำหรับตัวท่านเองเป็นเด็ก เขาเอาข้าวใส่จานมาให้แล้วเอาแกงเท

    ท่านบอกว่า ไอ้แกงฉู่ฉี่แห้งท่านชอบ เขาใส่มาให้ เรียกว่าไม่ต้องไปหยิบกับข้าว กินแบบประเภทข้าวราดแกง เวลาที่ท่านกินข้าว กับข้าวมันอร่อยถูกใจ ก็เกิดความชุ่มชื่น พอจิตมันนึกขึ้นได้ว่า เขาบอกอรหัง อรหัง นึกถึงคำว่า อรหัง ขึ้นมาได้ ท่านก็เลยปลื้มใจ อย่างไรชอบกล เลยเปล่งวาจาออกมาดัง ๆ ว่า อรหัง อรหัง ว่า 2-3 คำ

    ท่านแม่มองตาเขม็ง ลุกพรวดจับชามข้าวที่ท่านถืออยู่ วางไว้ แล้วจับตัวท่านวางปังออกไปนอกชาน แล้วร้องตะโกนเสียงเขียว

    “เอ้า มึงจะตายโหงตายห่า ก็ตายห่าคนเดียว มันจะมาว่าอรหังที่นี่ได้รึ คำว่าอรหัง พุทโธ นี่คนเขาจะตายเท่านั้นแหละเขาว่ากัน นี่ดันมาว่าอรหังที่นี่ ทำเป็นลางร้ายให้คนอื่นเขาพลอยตายด้วย มึงจะตายโหงตายห่าก็ไปตายคนเดียว”

    ท่านแปลกใจคิดว่า นี่เราว่าดี ๆ นี่ แม่ดุเสียงเขียวปัด นี่มันเรื่องอะไรกัน ในเมื่อถูกแม่ดุอย่างนั้นจะขืนว่าอีกก็เกรงไม้เรียว ก็เลยไม่ว่าอีก ตอนนี้ไม่ว่า ลุกไปหยิบข้าวไปกินทั้งน้ำตาคลอ เสียใจว่านี่เวลาท่านให้ผู้อื่นพูดว่าได้ แต่เราเป็นเด็กจะว่ามั่งว่าไม่ได้ มันแปลก ท่านแปลกใจ แต่ก็ไม่ว่าอะไร กินข้าวด้วยอาการตื้นตันใจ วันนั้นกลืนไม่ค่อยลง

    ท่านพูดถึงตอนนี้แล้วท่านก็หัวเราะบอกว่า “คุณแม่ฉันน่ะโง่นะ ไม่ได้ฉลาดหรอก อีตอนใหม่นั้น ตอนฉันมาบวชได้แล้ว คุณอรหังหรือพุทโธนี้ถ้าใครภาวนาไว้ เป็นวาจาที่กล่าวถึงคุณงามความดีของพระพุทธเจ้าและพระอริยสงฆ์ทั้งหมด ถ้าใครภาวนาคำนี้ได้ตกนรกไม่ได้ เขาห้ามตกนรก”


    นี่ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ท่านจำได้ในสมัยเด็ก ๆ และนำมาเล่าให้พระเณรฟัง ซึ่งท่านทำเป็นประจำภายหลังจากเสร็จการประชุมพระเณรแล้วในทุกวันโกน

    หลวงพ่อปานเมื่อเป็นหนุ่ม

    ต่อมาเมื่อท่านโตขึ้น เป็นชายหนุ่มที่มีหน้าตาดี เป็นคนผิวขาวนวล ลักษณะสมส่วนทุกอย่าง หลวงพ่อฤๅษีฯ เคยให้ท่านนั่งขัดสมาธิ แล้วก็ขออภัยท่าน เอาเชือกวัดรอบศีรษะ วัดตัก วัดตักไปถึงบ่า ได้ส่วนทุกอย่าง ได้ส่วนเดียวกับส่วนของพระพุทธรูป เป็นผู้ที่มีเสียงเพราะมาก

    เมื่อโตขึ้นท่านก็ช่วยบิดามารดาทำนา ท่านเป็นคนขยัน ท่านได้ช่วยเหลือในกิจการงานของบิดามารดามาตลอดจนอายุใกล้จะครบบวช ทางฝ่ายบิดามารดาก็จะไปขอหญิงสาวเพื่อจะมาเป็นคู่ครอง โดยบิดามารดาท่านให้เหตุผลว่า เมื่อบวชแล้วสึกมาจะได้แต่งงานกัน หญิงสาวที่บิดามารดามองหาให้นั้นเป็นลูกคนรวย แต่ท่านบอกว่า เรื่องแต่งงานเอาไว้ทีหลัง ขอให้บวชเสียก่อน บวชแล้วไม่แน่จะสึกหรือไม่สึก ถ้าสึกก็แต่ง ไม่สึกก็ไม่แต่ง ไปขอเขาอย่างนั้นจะเป็นการลากหนามจุกตรอก คนอื่นที่เขาดีกว่าเขามาขอจะได้แต่งงานไป ทำอย่างนั้นไม่ควร

    ในที่สุดเมื่อบิดามารดาท่านเห็นว่าท่านค้านก็เลยตามใจ แล้วพอดีถึงตอนจะบวช ในสมัยนั้นเวลาก่อนจะบวชต้องอยู่วัดก่อนถึง 3 เดือน เขาเรียกกันว่า ติฎฐิยะปริวาส พระพุทธเจ้ามีพระบัญญัติอย่างนั้น มีพระพุทธบัญญัติสั่งแบบนั้น เมื่อคนจะบวชจะต้องอยู่วัดถึง 3 เดือน อบรมธรรมวินัยให้มีนิสัยดี ถ้า 3 เดือนยังไม่ดี ยังไม่ให้บวช ให้อยู่ต่อไปอีก 3 เดือน ถ้ายังดีไม่ได้ไม่ให้บวช ให้อยู่ไปอีก 3 เดือน ถ้า 9 เดือนไม่ดีเลิกเลย ไม่ให้บวชเลย แล้วอุปัชฌาย์สมัยนั้นท่านเคร่งครัดเอาตามนี้ทุกอย่าง

    ตอนก่อนที่ท่านจะเข้าวัดบวช บิดาท่านมาบอกว่า

    “ลูกปานเอ๊ย ลูกอายุย่างเข้า 21 ปีแล้ว ครบ 20 ปีบริบูรณ์สมควรจะบวชได้แล้วนะ พรุ่งนี้พ่อจะนำไปฝากหลวงพ่อสุ่นนะ ไปบวชที่วัดบางปลาหมอนะ วัดบางนมโคใกล้บ้านของเราน่ะอย่าบวชเลย พ่อไม่เลื่อมใสพระ”

    บิดาท่านไม่เลื่อมใสพระวัดบางนมโค ซึ่งเป็นวัดบ้านท่าน ท่านบอกว่าพระอย่างนี้ถ้าลูกไปบวชอยู่ด้วยก็จะเสีย อย่าบวชเลย ไปบวชกับหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอเถิด ท่านดี

    ในเมื่อ พ่อแนะนำอย่างนั้น ท่านรับคำว่า พรุ่งนี้จะเข้าวัด


    พระคาถา ตำรับ หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค


    คาถาพระปัจเจกะโพธิ์โปรดสัตว์ หรือ คาถาพระปัจเจกพระพุทธเจ้า



    ก่อนภาวนาให้ตั้ง นะโม 3 จบ จากนั้นจึงกล่าว พระคาถาบทนำ (ครั้งเดียว)



    พุทธะ มะอะอุ นะโมพุทธายะ



    จากนั้นจึงเริ่มสวด พระคาถา ว่า



    วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา วิระทาสี วิระทาสา วิระอิตถิโย



    พุทธัสสะ มาณี มามะ พุทธัสสะ สวาโหม.



    สวด 3 จบ, 5 จบ, 7 จบ หรือ 9 จบ แล้วแต่สะดวก



    หมั่นสวดพระคาถานี้อย่างสม่ำเสมอ จึงจะเกิดผล





    คาถามหาอำนาจ ตำรับ หลวงพ่อปาน



    ก่อนภาวนาให้ตั้ง นะโม 3 จบ จากนั้นจึงกล่าว



    เอวัง ราชะสีโห มะหานาทัง สีหะนาทะกัง



    สีหะนะเม สีละเตเชนะ นามะ ราชาสีโห



    อิทธิฤทธิ์ พระพุทธังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง



    อิทธิฤทธิ์ พระธัมมังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง



    อิทธิฤทธิ์ พระสังฆังรักษา สารพัดศัตรู อะปะราชะยัง

    สำหรับพระคาถามหาอำนาจนั้น บางตำรากล่าวไว้ว่า หากผู้ประพฤติดีมีศีลธรรม

    ใช้เสกน้ำล้างหน้าในยามเช้า อำนาจบารมีจะบังเกิด ศัตรูภัยพาลจะพ่ายสิ้น

    ******************



    คาถาอิทธิฤทธิ์ ตำรับ หลวงพ่อปาน



    พุทโธ พุทธัง นะ กันตัน อะระหัง พุทโธ นะโม พุทธายะ



    บทนี้เป็นคาถาป้องกันตัว เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีศาสตาวุธร้ายแรงให้ภาวนาดังนี้



    อุทธัง อัทโท นะโม พุทธยะ

    --------------------------------


    ที่มา www.dharma-gateway.com

    มงคลพระคาถา

    ศักดิ์ศรี สำนักข่าวทีนิวส์.

    http://www.tnews.co.th/contents/304643




     
  2. mrmos

    mrmos Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2016
    โพสต์:
    305
    ค่าพลัง:
    +275
  3. นายธนาคาร

    นายธนาคาร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 มกราคม 2017
    โพสต์:
    117
    ค่าพลัง:
    +100
  4. Jindamunee

    Jindamunee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    330
    ค่าพลัง:
    +1,144
    ขอเสริมอีกคาถาครับ
    บทนี้เคยให้น้องผู้หญิงโดนแฟนฝรั่งรังควาญนำไปสวด
    ได้ผลมาก อยู่ๆมาขอโทษแล้วเลิกรังควาญ

    ข้อมูลเดิมมีอยู่ว่า :


    คาถาขจัดทุกข์ภัย(ของพระมหาโพธิสัตว์หลวงปู่ปาน โสนันโท วัดบางนมโค)


    นโม3จบ
    นะเท พังโต หายะ เทยะ

    เป็นคาถาที่คัดมาจากหนังสือหลวงปู่ปานวัดบางนมโคโดยท่านให้สวดเป็นประจำทำเป็นกรรมฐานก็ได้
    เคยมีเด็กผู้หญิงคนนึง(อายุ9ขวบ)มักจะโดนเพื่อนแกล้งดึงผมเปียและครูก็ไม่สนใจเพื่อนต่างแกล้งเป็นประจำคุณพ่อผมเลยเอาคาถานี้สอนเด็กผู้หญิงสวดและบอกว่าท่องเยอะๆดี
    หลังจากนั้นเพียง2อาทิตย์แม่ของเด็กเล่าว่าเพื่อนที่แกล้งก็เลิกแกล้งคุณครูที่ไม่สนใจก็กลับมาชอบเธอถึงขั้นเลี้ยงขนมบ่อยๆเพื่อนก็ต่างดีกับเด็กคนนี้นี่ก็เป็นผลพวงจากคาถานี้ครับ
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - สาธุ ยอดพระคาถา หลวงพ่อปาน
  1. โพธิสัตว์
    ตอบ:
    4
    เปิดดู:
    2,238
  2. SiTa
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    13,408
  3. nippanamata
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    107
  4. โพธิสัตว์ ชาวพุทธ
    ตอบ:
    1
    เปิดดู:
    3,841
  5. phrapuwadon
    ตอบ:
    3
    เปิดดู:
    205

แชร์หน้านี้

Loading...