เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 17 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้ คือ

    ๑ . ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าใ…ห้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

    ๒ . ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๓ . ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้มีศีล ๘ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๔ . ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานแก่ผู้มีศีล ๑๐ คือสามเณรในพุทธศาสนา แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๕ . ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ
    พระด้วยกันก็มีคุณธรรมแตกต่างกัน จึงเป็นเนื้อนาบุญที่ต่างกัน บุคคลที่บวชเข้ามาในพระพุทธศาสนามีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อนั้น องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังไม่ตรัสเรียกว่าเป็น ” พระ ” แต่เป็นเพียงพระสมมุติเท่านั้น เรียกกันว่า ” สมมุติสงฆ์ ” พระที่แท้จริงนั้น หมายถึงบุคคลที่บรรลุคุณธรรมตั้งแต่พระโสดาปัตติผลเป็นพระโสดาบันเป็นต้นไป ไม่ว่าท่านผู้นั้นจะได้บวชหรือเป็นฆราวาสก็ตาม นับว่าเป็น ” พระ ” ทั้งสิ้น และพระด้วยกันก็มีคุณธรรมต่างกันหลายระดับชั้น จากน้อยไปหามากดังนี้คือ ” พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ พระปัจเจกพุทธเจ้า สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธมเจ้า ” และย่อมเป็นเนื้อนาบุญที่แตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

    ๖ . ถวายทานแก่พระสมมุติสงฆ์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานแก่ – พระโสดาบัน แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม ( ความจริงยังมีการแยกเป็นพระโสดาปัตติมรรคและพระโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นลำดับไปจนถึงพระอรหัตผล แต่ในที่นี้จะกล่าวแต่เพียงย่นย่อพอให้ได้ความเท่านั้น )

    ๗ . ถวายทานแก่พระโสดาบัน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระสกิทาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๘ . ถวายทานแก่พระสกิทาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอนาคามี แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๙ . ถวายทานแก่พระอนาคามี แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระอรหันต์ แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๐ . ถวายทานแก่พระอรหันต์ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๑ . ถวายทานแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายทานดังกล่าวแด่พระองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะถวายทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๒ . ถวายทานแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะถวายสังฆทานดังกล่าวเพียงครั้งเดียวก็ตาม

    ๑๓ . การถวายสังฆทานที่มีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่า ” การถวายวิหารทาน ” แม้จะได้กระทำแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม ” วิหารทาน ได้แก่การสร้างหรือร่วมสร้างโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ ศาลาโรงธรรม ศาลาท่าน้ำ ศาลาที่พักอาศัยคนเดินทางอันเป็นสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ” อนึ่ง การสร้างสิ่งที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสิ่งที่ประชาชนใประโยชน์ร่วมกัน แม้จะไม่เกี่ยวเนื่องกับกิจในพระพุทธศาสนา เช่น ” โรงพยาบาล โรงเรียน บ่อน้ำ แท็งก์น้ำ ศาลาป้ายรถยนต์โดยสารประจำทาง สุสาน เมรุเผาศพ ” ก็ได้บุญมากในทำนองเดียวกัน

    ๑๔ . การถวายวิหารทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ( ๑๐๐ หลัง ) ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ ” ธรรมทาน ” แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม ” การให้ธรรมทานก็คือการเทศน์ การสอนธรรมะแก่ผู้อื่นที่ยังไม่รู้ให้รู้ได้ ที่รู้อยู่แล้วให้รู้ยิ่งๆขึ้น ให้ได้เข้าใจมรรค ผล นิพพาน ให้ผู้ที่เป็นมิจฉาทิฐิได้กลับใจเป็นสัมมาทิฐิ ชักจูงผู้คนให้เข้าปฏิบัติธรรม รวมตลอดถึงการพิมพ์การแจกหนังสือธรรมะ ”

    ๑๕ . การให้ธรรมทาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าการให้ ” อภัยทาน ” แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม การให้อภัยทานก็คือ ” การไม่ผูกโกรธ ไม่อาฆาตจองเวร ไม่พยาบาทคิดร้ายผู้อื่นแม้แต่ศัตรู ” ซึ่งได้บุญกุศลแรงและสูงมากในฝ่ายทาน เพราะเป็นการบำเพ็ญเพียรเพื่อ ” ละโทสะกิเลส ” และเป็นการเจริญ ” เมตตาพรหมวิหารธรรม ” อันเป็นพรหมวิหารข้อหนึ่งในพรหมวิหาร ๔ ให้เกิดขึ้น อันพรหมวิหาร ๔ นั้น เป็นคุณธรรมที่เป็นองค์ธรรมของโยคีบุคคลที่บำเพ็ญฌานและวิปัสสนา ผู้ที่ทรงพรหมวิหาร ๔ ได้ย่อมเป็นผู้ทรงฌาน ซึ่งเมื่อเมตตาพรหมวิหารธรรมได้เกิดขึ้นแล้วเมื่อใด ก็ย่อมละเสียได้ซึ่ง ” พยาบาท ” ผู้นั้นจึงจะสามารถให้อภัยทานได้ การให้อภัยทานจึงเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและยากเย็น จึงจัดเป็นทานที่สูงกว่าการให้ทานทั้งปวง
    อย่างไรก็ดี การให้อภัยทานแม้จะมากเพียงใด แม้จะชนะการให้ทานอื่น ๆ ทั้งมวล ผลบุญนั้นก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ” ฝ่ายศีล ” เพราะเป็นการบำเพ็ญบารมีคนละขั้นต่างกัน

    10154340_504314123013669_8744042294159286888_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    1504369803_753_hqdefault.jpg

    http://youtu.be/tQWzwfuBWJI
    (วีดีโอ ) ตอบปัญหาทางธรรมและการปฏิบัติธรรม ที่ บ้านสายลม – โดย พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) แห่ง วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุ…
    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    1504369564_165_hqdefault.jpg

    http://youtu.be/2ZmlZItUcks
    (วีดีโอ ) ตอบปัญหาทางธรรมและการปฏิบัติธรรม ที่ บ้านสายลม – โดย พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) แห่ง วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุ…
    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    1504369323_638_hqdefault.jpg

    http://youtu.be/sFMBeprhGPs
    (วีดีโอ ) ตอบปัญหาทางธรรมและการปฏิบัติธรรม ที่ บ้านสายลม – โดย พระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) แห่ง วัดจันทาราม (วัดท่าซุง) อ.เมือง จ.อุ…

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    การโมทนา” เขาแปลว่า ยินดีด้วย
    ต้องยินดีด้วยความจริงใจนะ
    สักแต่ว่า สาธุ มันไม่ได้อะไร

    คำว่า “สาธุ” ไม่จำเป็นต้องออกเสียง
    ไม่จำเป็นต้องยกมือไหว้ก็ได้…
    เอาใจยินดีใช้ได้เลย

    และการแสดงความยินดีมันก็คือ “มุทิตา”
    เป็นตัวหนึ่งใน พรหมวิหาร ๔ นี่บุญตัวใหญ่
    ที่พระพุทธเจ้าบอกว่า

    “จิตเต อสังกิลิฏเฐ สุคติ ปาฏิกังขา”
    ถ้าก่อนตายจิตผ่องใสก็ไปสู่สุคติ
    หมายถึง สวรรค์ ก็ได้ พรหมก็ได้
    นิพพานก็ได้ สุดแล้วแต่กำลังใจเรา

    และการโมทนานี่ทำให้ชุ่มชื่นใจ ใช่ไหม
    เขาทำดีเรายินดีด้วย ยินดีกับความดีของเขา
    ไม่ช้าเราก็ดีตามเขา เพราะเราเห็นเขาดี
    เราก็ชอบดีใช่ไหม แต่อย่าไปชอบดีเฉย ๆ นะ
    ต้องทำดีด้วยนะ ทำบุญด้วยตนเองบ้าง

    10007407_504318946346520_8887956983193778695_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ~ ทำกรรมฐานได้ผลดีบ้าง-เลวบ้าง อย่ากลุ้มใจ เพราะทุกอย่างมันไม่เที่ยง และอย่าเอาผลการปฏิบัติในแต่ละวัน แต่ละเวลาไปวัดกัน มันจักทำให้ท้อถอย เพราะจิตมักจะติดดี คือยึดผลของการปฏิบัติมาเป็นมาตรฐานของการวัด ซึ่งมันไม่ถูก เพราะขึ้นอยู่กับสุขภาพของร่างกาย ซึ่งแปรปรวนอยู่เป็นปกติ ขึ้นอยู่กับสภาพของจิต ซึ่งมีอารมณ์แปรปรวนอยู่เป็นปกติ นี่เป็นเพราะตัวอุเบกขายังอ่อนกำลังอยู่ หรือสังขารุเบกขาญาณยังอ่อนไปนั่นเอง ~

    ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น เล่มที่ ๕ หน้า ๗๙
    รวบรวมโดย : พล.ต.ท. นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน

    485565_504601349651613_7985786568034187609_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    maxresdefault.jpg

    http://youtu.be/iE8PBr8coUQท้าวมหาพรหมในชั้นสุทธาวาสทั้ง ๕ ได้ลงมาประกาศแก่ชาวโลกว่า นับแต่นี้ไปอีกแสนปี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าจะเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ผู้ที่ปรารถนาจะพบพระองค์ต้องรักษาศีล …
    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    เราต้องการเฉพาะ นิพพานจุดเดียว

    สมาธิต้องทรงตัว วิปัสสนาญาณต้องทรงตัว พรหมวิหาร 4 ต้องทรงตัว ต้องระงับนิวรณ์ 5 ประการทรงตัว จิตมีการคล่องในสังโยชน์ทั้ง 10 ประการ (คำว่า คล่อง คือว่ามีความเข้าใจในสังโยชน์ทั้ง 10 ประการทั้งหมด) ถึงแม้ว่าเราจะยังตัดไม่ได้ แต่ก็ต้องคล่องก็หมายความว่า สักกายทิฏฐิ อย่างต่ำคือ นึกว่าตาย อย่างกลางคือ นึกว่าร่างกายมันจะต้องตาย และก็สกปรก มีชีวิตอยู่ก็เต็มไปด้วยความสกปรก อย่างสุงสุดคือ ร่างกายไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา โดยมากก็จะใช้ข้อสุดท้าย กับข้อที่ 2

    ต่อจากนั้นไปก็ ความมั่นใจในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ และระงับอารมณ์ของกามคุณ ระงับอารมณ์ของโทสะ เล่นฌานให้คล่อง แต่ไม่ติดในฌานไม่มีการถือตัวว่า คนกับคน คนเหมือนคน คนเท่าคน เกิดแก่เจ็บตายเหมือนกัน จิตไม่ฟุ้งซ่าน คือ จิตหวังคิดว่า เวลานี้เราตาย เราไปนิพพานกันแน่ เราไม่ต้องการ มนุษย์โลก เทวโลก พรหมโลก เราต้องการเฉพาะ นิพพานจุดเดียว

    คำสอน พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)

    1538793_505504316227983_7337098287479927115_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    อุเบกขา

    อุเบกขาตัวนี้ คือวางเฉยต่ออาการของชาวบ้าน ชาวบ้านที่ทำให้เราไม่ชอบใจก็ดี ทำให้เราชอบใจก็ตาม เราเฉยเสียไม่ยอมรับนับถือทั้งชอบใจและไม่ชอบใจนะขอรับ นี่เป็นเรื่องธรรมดาๆ นะ แล้วถ้าสูงขึ้นไปอีกนิด ก็อุเบกขาเหมือนกัน วางเฉยในขันธ์ 5 นี่สำคัญนะขอรับตัวนี้เป็นตัวแท้ ไอ้ตัวเมื่อกี่นี้ตัวหน้าตัววางเฉยเรื่องราวของชาวบ้านที่เขาพูดไม่ถูกหรือทำไม่ถูกใจ หรือทำไม่ถูกใจ พูดไม่ถูกใจ เราวางเฉยไม่เอาอารมณ์ไปยุ่ง ไอ้ยังงี้เป็นเรื่องเปลือกๆ เป็นอาการของเปลือก ไม่ใช่เนื้อ อุเบกขาที่แท้ต้องเป็นสังขารรุเปกขาญาณวางเฉยในขันธ์ 5 เรื่องของขันธ์ 5 มันจะรับอะไรมาก็ตาม เราเฉยเสีย คิดว่านี่เป็นธรรมของคนที่เกิดมามีชีวิต คนที่เกิดมามีขันธ์ 5 มันต้องมีอาการอย่างนี้เป็นปกติ ไม่มีใครจะพ้นอาการอย่างนี้ไปได้ ถึงแม้ว่าเราจะหลีกหนีให้พ้นไปสักขนาดใดก็ตาม เราจะมีเงินมีทองมีอำนาจวาสนาบารมียังไงก็ตาม ไม่สามารถจะพ้นโลกธรรม 8 ประการไปได้ คือ 1. มีลาภ 2. เสื่อมลาภ 3. มียศ 4. เสื่อมยศ 5. นินทา 6. สรรเสริญ 7. สุข 8.ทุกข์

    อาการ 8 ประการนี้ คนในโลกทั้งหมดหนีไม่พ้น ที่นี้เมื่ออาการภายนอกอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นมา เราก็วางเฉยเสีย ถือว่าเรื่องของขันธ์ 5 เป็นธรรมดา คนมีขันธ์ 5 ต้องมีการกระทบกระทั่งทั้งทางหูและทางตา หนีไม่ได้ก็ปล่อยมัน เหมือนกับคนเดินอยู่กลางทุ่งที่ไม่มีอะไรบัง ฝนจะตกก็ดี แดดจะออกก็ดี ก็ต้องถูกตัว แต่เราก็ไม่โกรธแดดโกรธฝน เพราะถือเราเป็นคนเดินดิน มันหนีไม่พ้น ทีนี้มาถ้าขันธ์ 5 มันป่วยไข้ไม่สบาย หรือมันจะตาย เราก็วางเฉยอีก เพราะว่าขันธ์ 5 สภาวะมันเป็นอย่างนี้ มันจะพังอย่างนี้ มันจะต้องป่วยอย่างนี้เป็นของธรรมดา เราก็เฉยมันเสียแต่ไม่เฉยเปล่านะ เอาจิตเข้าไปจับพระนิพพานเป็นอารมณ์ด้วย และนอกจากนั้น ถ้ารักษาเพื่อระงับเวทนาได้ก็ควรรักษา เมื่อรักษามันหายก็หาย ไม่หายก็ตามใจ นี่เรื่องของมัน วางเฉยไว้ คิดว่าถ้ามันทรงอยู่เราก็จะเลี้ยงมันไว้ ถ้ามันทรงอยู่ไม่ได้ เราก็จะไปนิพพาน ขันธ์ 5 มันเป็นตัวถ่วง เป็นตัวให้เกิดในวัฏฏสงสาร ถ้าเราข้องใจในมันเมื่อไร ความทุกข์ก็ไม่ถึงที่สุดเมื่อนั้น หมายความว่าความทุกข์มันก็จะปรากฏเมื่อนั้น ถ้าเราเลิกข้องใจกับมันเมื่อไร เลิกสนใจกับมันเมื่อไร เราก็สิ้นทุกข์เมื่อนั้น

    คำสอน พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
    จาก หนังสือ มหาสติปัฏฐาน สี่

    10156166_505506232894458_6311366550455774731_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ไม่ทรงยึดถือในโลกธรรมทั้ง ๘ ประการ

    องค์สมเด็จพระจอมไตร เดิมทีพระองค์มีชีวิตอย่างเรา แต่องค์สมเด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงยึดถือในโลกธรรมทั้ง ๘ ประการ ใครจะนินทา ใครจะด่า จะว่า จะสรรเสริญ เป็นประการใด จะมีลาภสักการมากน้อยเพียงใด ลาภไม่เพียงใดพระองค์ไม่เคยวิตก เรื่องยศบรรดาศักดิ์เพียงใดพระองค์ไม่เคยปรารถนา เป็นอันว่าองค์สมเด็จพระบรมศาสดามีขนตกอยู่เสมอ คำว่าขนตก ถ้าไปอ่านในบาลีจะมี ขนตกอยู่เสมอ เป็นอันว่าไม่มีขนลุก ขนชัน ไปไหนก็มีจิตใจเป็นปกติ ไม่มีอาการหวาดหวั่นหรือยินดียินร้ายอะไร เราก็ชอบทำแบบพระพุทธรูปเสียบ้าง เมื่อมีใจก็ทำเหมือนคนไม่มีใจ มีความรู้สึกก็แกล้งทำเหมือนคนไม่มีความรู้สึก มันจะหนาว มันจะร้อน มันจะหิว มันจะกระหาย มันจะมีทุกขเวทนา จะมีสุขเวทนา อย่างไรก็ตาม ถือว่าช่างมัน มันไม่ปรารถนา ชื่อว่าร่างกายไม่มีความสำคัญ ร่างกายนี้มีแล้วก็ไม่มีประโยชน์ มีแต่โทษอย่างเดียว ใจก็เกิดอารมณ์สบาย ไม่ยึดถือวัตถุ หรือว่าอามิส เรียกว่า สี เสียง แสง ใด ๆ ทั้งหมด ทำจิตตกมีอารมณ์ปลอดโปร่ง เพราะว่ามีสุขที่ไม่จริง อามิส หรือว่าไม่มีสุข ไม่มีทุกข์ คำว่าไม่มีทั้งสุขและก็ไม่มีทั้งทุกข์ คำว่าสุขกายเพราะอาศัยกามคุณ คือว่าวัตถุที่เราพึงปรารถนาหรือว่าอารมณ์ที่เราพึงปรารถนา อย่าคิดว่านี่เป็นพระนี่ได้เปรียบนะ ไม่ต้องทำมาหากินอะไรมาก เช้าก็ถือหม้อออกจากวัดชาวบ้านก็ใส่มาให้ กลับมาแล้วก็สบาย กินแล้วก็นอน นี่คิดอย่างนี้พระนรกนะ ไม่ใช่พระสวรรค์ แต่คิดอย่างนี้ ใจเกิดสบายขึ้นมา อย่างนี้กล่าวว่าจิตตกอยู่มีความสุข เพราะอาศัยกามคุณ คืออารมณ์มีความใคร่ ความทุกข์ใจเพราะอาศัยวัตถุก็เหมือนกัน

    คำสอน พระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ)
    จาก หนังสือ ธรรมะปกิณกะ ๒

    10155277_505506616227753_3553202782357398128_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    พระจนไปสวรรค์
    มาตอนนี้ขอเหาะตามท่านมหาโมคคัลลาน์บ้าง คืนหนึ่งท่านไปสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ท่านเห็นเทพบุตรคนหนึ่งมีนางเทพอัปสรเป็นบริวารห้อมล้อมมากมาย วิมานก็สวยสดงดงาม สวยกว่าวิมานของนางเทพธิดามนุษย์ขี้เหนียวมาก รัศมีกายก็สว่างมากมายยิ่งนัก หาเทวดาที่สว่างเท่านั้นยาก จึงขนานนามท่านผู้นี้ว่า อเณกวรรณเทพบุตร เมื่อพบแล้วท่านถามว่า เมื่อเป็นมนุษย์ทำบุญอะไรไว้จึงมีบุญญาธิการขนาดนี้ ท่านเทพบุตรตอบว่า เมื่อเป็นมนุษย์ผมเป็นสาวกของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงพระนามว่า สุเมธ ผมเป็นปุถุชนยังไม่ได้ตรัสรู้มรรคผลบวชอยู่ ๗ พรรษา เมื่อพระศาสดานิพพานแล้ว ได้ไหว้พระเจดีย์ที่บรรจุพระบรมธาตุเป็นปกติ มีความเลื่อมใสพระบรมธาตุของพระองค์เท่ากับพระพุทธเจ้า ไม่มีการให้ทานเพราะจน ไม่มีอะไรจะให้ แต่ชักชวนคนอื่นให้ทานและชักชวนให้คนอื่นบูชาพระบรมธาตุ โดยแนะนำว่าได้ยินหรือรู้มาว่า คนที่บูชาพระบรมธาตุตายแล้วไปสวรรค์ การทำบุญเพียงเท่านี้เป็นเหตุให้ผมได้อานิสงส์ตามที่พระคุณเจ้าเห็นอยู่นี้ครับ ไม่มีคำอธิบาย เพราะพระสูตรอธิบายหมดแล้ว
    หนังสืออ่านเล่น เล่มที่ 1 โดย.. ส. สังข์สุวรรณ

    10176196_505506712894410_3604867802157330819_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    การถือตัวถือตน
    ว่าเราเสมอเขาก็ดี เราดีกว่าเขาก็ดี เราเลวกว่าเขาก็ดี เป็นปัจจัยของความทุกข์ ทีนี้เราจะวางใจอย่างไรถึงจะสบาย อาการที่เราจะวางใจในตอนนี้ ก็วางใจแต่เพียงว่าชราปิ ทุกขา ความแก่เป็นทุกข์ มรณัมปิ ทุกขัง ความตายเป็นทุกข์ โสกะปริเทวะทุกขะ โทมะนัส อุปายาส ความเศร้าโศกเสียใจเป็นทุกข์ ทุกข์มาจากไหน ทุกข์มาจากการเกิด แล้วการเกิดนี่มันมาจากไหน การเกิดมาจาก กิเลส ตัณหา อุปาทาน อกุศลกรรม เป็นอันว่าวางใจเป็นกลาง ใครจะดีใครจะชั่วอย่างไรก็ช่าง เราทำใจไว้เสมอ เห็นคนใดเขาดี ก็ยินดีกับเขา เห็นคนใดเขามีความสม่ำเสมอกับเราโดยธรรมเราก็พอใจ เห็นใครเขาเลวกว่าเรา เราก็แสดงธรรมสังเวชว่าเขาไม่น่าจะประมาทในชีวิต ควรจะคิดปรับปรุงตัว ควรจะคิดปรับปรุงใจให้มีความดี เป็นอันว่าเราจะไม่เหยียดหยามใครเราจะไม่ตีเสมอใคร เราจะไม่ข่มขู่ใคร รักษากำลังใจของเราให้เป็นสุข
    การที่คิดว่าเราเสมอกับเขา มันเป็นตัวทะเยอทะยาน การที่คิดว่าเราดีกว่าเขาเป็นการข่มขู่ คิดทะนงตนว่าตนเป็นใหญ่ ถ้าคิดว่าเราเสมอเขา มันก็เสียอีก เพราะบางคนเขามีจริยาเลวเราคิดว่าเรากับเขาเสมอกัน ก็ต้องพยายามเลวตามเขา ความเลวมันเป็นปัจจัยของความทุกข์ ไม่ใช่ปัจจัยของความสุข ถ้าหากเขาดีกว่าเรา เราดีไม่เท่าเขา แต่เราคิดว่าเราดีเท่าเขา ก็เกิดความประมาทคิดว่าเราดีแล้วก็เป็นการทำลายความดีที่เราจะพึงแสวงหาต่อไป ถ้าเราคิดว่าเราเลวกว่าเขา ตอนนี้ก็เป็นการทำลายความดีของตนเอง จิตใจมันก็มีความสุขไม่ได้ เป็นอันว่าการถือตัวถือตนว่าเราเสมอเขาก็ดี เราดีกว่าเขาก็ดี เราเลวกว่าเขาก็ดี เป็นปัจจัยของความทุกข์
    อ้างอิง จากหนังสือโอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุง

    10253795_505506829561065_7387069661322976465_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ท่านพระยายม ฝากหลวงพ่อ มาบอกกับลูกหลาน ว่าเวลาทำบุญ ให้
    บอกท่านเป็นพยาน และโมทนาด้วย เกิดเวลาตายนึกถึงบุญไม่ออก
    ไปผ่านสำนักท่าน ท่านจะบอกว่าทำบุญอะไรไว้บ้าง แล้วส่งให้ไป
    สวรรค์ก่อน
    ถึงนรกแล้ว ก็ไปสำนักของพระยายม แกนั่งพุงปลิ้น ก็คุ้นเคยกับท่านดี เราก็ถามว่า เคยเป็นเพือนกันมาก่อนไม่ใช่หรือ เขาก็เลยอ้างตัวเองว่า็เป็นพี่เมีย(สมัยเป็นมนุษย์) ลงอีแบบนี้เราก็เลยเบ่งมันเลย(เป็นญาติกับพระยายม)
    ถามว่า”วันนี้ไม่ไปจุฬามณีหรือ”ก็บอกว่า”ไป แต่เดียวนั่งคุยกันก่อน
    ซิ” เขาก็เลยหยิบบัญชีนรกออกมาปึกหนึ่ง วันนี้เป็นวันส่งบัญชี
    อยากจะรู้เรื่องขึ้นมา เขาหยิบขึ้นมาให้ดู แกพูดอย่างปวดหัว
    แกบอกว่า “ดูซิท่าน คนทั้งโลกนะ บัญชีคนทำบุญจริงๆ วันนี้นะชั่ว7
    วัน มันไม่ถึงล้านคน คนทั้งโลกนะ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย”แล้ว
    แกก็หยิบบัญชีคนทำผิดขึ้นมาปึกเบ่อเร่อ บอกว่า “นี่แน่ะดูซิท่าน
    นี่นะเัป็นบัญชีคนทำบาปทั้งนั้น แต่ไอ้ที่บาปผสมบุญ(หมายความว่า
    ทำบาปบ้าง ทำบุญบ้าง)แต่้ไอ้ที่บาปจริงๆมันมาก
    แล้วแกก็เลยสั่งบอกว่า ไอ้ท่านนี่มันลืมเรื่อยนะ
    ถาม “ทำไม”
    ผมเคยสั่งท่านแล้วนะ ใำ้ห้บอกลูกหลาน เวลาทำบุญอุทิศส่วนกุศล
    บอกผมบ้าง ให้ผมเป็นพยาน
    ถามว่า”เพื่ออะไร”
    บอก”อ้าว เขาบอกให้ผมเป็นพยาน แล้วแดนนี้มันเป็นแดนกันคนลง
    นรก ไม่ใช่เอาลงนรก กันไว้ แล้วเวลาใครพลัดลงมาละก็ ผมจะได้
    บอกว่าเขาทำบุญ เขาเคยบอกให้ผมโมทนานะ จำได้ เขามีความดี
    อยู่ ควรให้ผลของความดีก่อน ก็เัลยไล่เปิดขึ้นมาเสียก่อน
    (ไปสวรรค์ก่อน) นี่มันเท่านี้แหละ ไอ้ท่ีานก็ลืมเรื่อย”
    ก็เลยบอกเขาว่า”ไอ้เมืองนรกนี่มันมีการคอรัปชั่น เล่นพวกเล่นพ้อง
    เหมือนกันเรอะ” ท่านบอกว่า”เหอะ ไม่เล่นหรอก ใครบอกข้า(โมท
    นา)ข้าก็จำทั้งนั้นแหละ ช่วยทั้งนั้น แต่ว่าถ้าไม่บอก ก็ไม่ช่วย
    (ถึงเป็น)ลูกหลานข้า ก็ไล่มันลงไปตามกรรม
    สนทนาธรรม เล่ม 8

    10258732_505507312894350_4991027352230688053_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    วิธิฝึกตาทิพย์แบบสั้นๆ ง่ายๆ
    *********************
    ฝึกทิพยจักษุญาณแบบโบราณ

    ท่านวางแบบของท่านไว้ว่า ให้จัดธูป 7 ดอก เทียนหนัก 1 บาท 7 เล่ม ดอกไม้ 7 กระทง ข้าวตอก 7 กระทง บาตรใส่น้ำเต็ม 1 ใบ ท่านให้ภาวนาด้วยคาถานี้ตามแต่จะสบาย

    คาถาภาวนา

    นะมะพะทะ พุทโธ โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ

    ธัมโม โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ

    สังโฆ โลกทีปัง อาโลกกสิณัง วิโสธายิ

    เมื่อภาวนาจนจุใจแล้ว ท่านให้เอาน้ำมนต์ในบาตรนั้นอาบทุกๆ วัน ตามตำราท่านว่าทำอย่างนี้ 7 วัน ของท่านได้ทิพยจักษุญาณ จงรักษาสมาธิให้ดี ดูของท่านแล้วก็อาโลกกสิณดีๆ นั่นเอง ถ้าว่าคาถาเป็นนกแก้วนกขุนทองไม่มีหวังแน่ ต้องตั้งอารมณ์ตามแบบกสิณ มีหวังแน่ตามที่ท่านบอกไว้

    ———————————

    จาก “คู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน”
    โดย พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อพระราชพรหมยาน)

    10253953_506395682805513_4244316874527534111_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    เวลาไหนที่เราฝึกหัด อิริยาบถ เดินไปข้างหน้า ถอยมาข้างหลัง แบบเดินธรรมดา อิริยาบถนี่พระพุทธเจ้าต้องการอย่างเดียว อย่างเราเดินไปบิณฑบาต เดินไปทำธุระ ทำกิจการงานทุกอย่าง ให้รู้อยู่ว่าเวลานี้เราทำอะไร ให้ถืออารมณ์ปกติ เราเดินธรรมดา นี่เราก้าวเท้าซ้าย เราก้าวเท้าขวา ก้าวไปข้างหน้า หรือถอยมาข้างหลัง เหลียวซ้าย หรือเหลียวขวา ใช้สติเข้าควบคุม ทีนี้ก็อย่าลืมนะ เราต้องมี โพชฌงค์ ประจำใจ แล้วก็มี อานาปานุสสติ ประจำอยู่ตลอดเวลา อย่าทิ้งนะแม้แต่พระพุทธเจ้ายังไม่ทิ้ง ถ้าพวกคุณทิ้ง อานาปานุสสติ แสดงว่าพวกคุณดีกว่าพระพุทธเจ้า
    ท่านผู้ใดปฏิบัติกรรมฐาน ถ้าไม่สามารถจะทำจิตปลงให้ตกในด้าน กายคตานุสสติกรรมฐาน ทำจิตเป็นเอกัคตารมณ์ มีอารมณ์อย่างเดียว เห็นว่าร่างกายของเราก็สกปรก ร่างกายคนอื่นก็สกปรก เป็นของไม่น่ารัก ถ้าไม่สามารถผ่านกรรมฐานบทนี้ไปได้ ความเป็น พระอนาคามี ไม่ปรากฏแก่ท่านแน่ ๆ
    อ้างอิงจากหนังสือโอวาทหลวงพ่อวัดท่าซุงเล่ม ๑

    10169205_506396156138799_8419029963657077774_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    “.. เพราะความดีของลูกของพ่อทุกคน ทั้งลูกหญิงลูกชาย ตลอดจนกระทั่งลูกที่เป็นพระและเณร เป็นคนดีทั้งหมด ภาระทุกอย่างที่พ่อหนักอยู่ เป็นอันว่าทุกคนก็ ช่วยกันแบกและแบกจนกระทั่งพ่อคาดไม่ถึง เป็นอันว่าความดีของลูกมันเกินกว่าที่พ่อจะพรรณนาถึงความดี ..

    คำว่าเหนื่อยเพื่อลูกจึงไม่มีสำหรับพ่อ มันเหนือความเหนื่อย และเหนือความเบื่อหน่ายของพ่อ ถึงแม้พ่อจะเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็ตาม ไม่มีความสำคัญ เพราะว่าพ่อเห็นว่า ชีวิตของพ่อไม่มีความสำคัญไปกว่าความดีของลูก ลูกของพ่อทุกคนมีความดี พึงดี ลูกทุกคนรักพ่อ ลูกทุกคนยอมเหน็ดเหนื่อยเพื่อพ่อ ลูกทุกคนพยายามสละผลประโยชน์ทุกอย่างเพื่อพ่อ ความดีของลูกอย่างนี้เป็นปัจจัยให้พ่อรักลูกทุกคนยิ่งกว่าชีวิตของพ่อ ..

    ฉะนั้น ขอบรรดาลูกทุกคน จงรักษาความดีของลูกไว้ เหมือนเกลือรักษาความเค็ม ชีวิตและร่างกายของพ่อไม่มีความสำคัญ ถ้าห่วงมันมากเท่าไร ประโยชน์ที่ลูกจะพึงได้ ก็จะน้อยไปเท่านั้น เพราะวันเวลาที่เราพึงจะต้องตาย เราห้ามมันไม่ได้ มันมีเวลาแน่นอน พ่อไม่อยากจะจากลูกไป พ่อรักลูกทุกคนมาก พ่อสงสารลูกทุกคน เห็นน้ำใจของลูก แต่ลูกรัก ขันธ์ ๕ พ่อห้ามมันไม่ได้ ..

    ฉะนั้น สิ่งใดก็ตามถ้าเป็นประโยชน์แก่ลูก พ่อจะทำทุกอย่างเพื่อลูกของพ่อ และพ่อจะไม่ห่วงใยอาลัยในชีวิตของพ่อ ถึงแม้ว่าเลือดและเนื้อของพ่อ จะเหือดแห้งไปก็ตามทีหรือว่าชีวิตนทรีย์ของพ่อจะสลายไปก็ตาม พ่อทำทุกอย่างได้เพื่อลูก ..”

    หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    10245460_507210796057335_8214050283686738643_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    รักษาอารมณ์ให้เห็นความไม่เที่ยงของสังขาร
    โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง
    ให้พยายามพิจารณาใคร่ครวญเสมอ ๆ ว่า
    สังขารนี้มีความเกิดขึ้นในเบื้องต้นแล้ว
    ต่อไปก็แตกสลายทำลายไปหมด
    ไม่มีสังขารประเภทใดเหลืออยู่
    พยายามหาเหตุผลในคำสอนนี้ให้เห็นชัด
    ดูตัวอย่างคนที่เกิดแล้วตาย
    ของที่มีขึ้นแล้วแตกทำลาย
    ดูแล้วคิดทบทวนมาหาตน
    และคนที่รักและไม่รัก
    ของที่มีชีวิตและไม่มี
    คิดว่านี่ไม่ช้าก็ต้องตาย
    พิจารณาทบทวนอย่างนี้จนอารมณ์เห็นเป็นปกติ
    ได้อะไรมา เห็นอะไรก็ตาม แม้แต่เห็นเด็กเกิดใหม่
    อารมณ์ใจก็คิดว่า นี่ไม่ช้ามันก็พัง ไม่ช้ามันก็ทำลาย
    แม้แต่ร่างกายเรา ไม่ช้ามันก็สิ้นลมปราณ
    อะไรที่ไหน ที่เราคิดว่ามันจะยั่งยืนถาวรตลอดกาลไม่มี
    รักษาอารมณ์ให้เป็นอย่างนี้

    224800_507213982723683_8903135808855811571_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,446
    ค่าพลัง:
    +2
    ทาน ศีล ภาวนา
    ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง จะถึงนิพพานไม่ได้
    ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    ทานนั้นเป็นปัจจัยตัดโลภะ ความโลภ เป็นก้าวหนึ่งที่จะถึงนิพพาน ศีลเป็นเหตุตัดโทสะ ความโกรธ เป็นก้าวที่สองที่จะทำให้ถึงนิพพาน ภาวนาเป็นตัวตัดกิเลสตัวสำคัญทั้งใหญ่และเล็ก เป็นปัจจัยให้กิเลสหมดจริง เข้าถึงนิพพานแน่นอน แล้วทั้ง ๓ อย่างนี้ จะถืออะไรสำคัญกว่ากันไม่ได้เลย ต้องถือว่าสำคัญเท่ากัน ถ้าเราขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง เราจะถึงนิพพานไม่ได้

    1184845_507214862723595_336836008999035739_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
     
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - เพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง
  1. phrapuwadon
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    72
  2. วิญญาณนิพพาน
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    120
  3. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    ตอบ:
    2,142
    เปิดดู:
    1,381
  4. ศิษย์หลวงพ่อฤาษีลิงดำ
    ตอบ:
    2,792
    เปิดดู:
    2,918
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,300
    เปิดดู:
    1,489
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...