"เมืองเก่า-เล่าใหม่" จ.ภูเก็ต

ในห้อง 'ท่องเที่ยว - อาหารการกิน' ตั้งกระทู้โดย sithiphong, 2 กันยายน 2007.

  1. sithiphong

    sithiphong เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    45,225
    ค่าพลัง:
    +141,927

    วันที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2550 ปีที่ 30 ฉบับที่ 10767​

    "เมืองเก่า-เล่าใหม่"


    คอลัมน์ บันทึกเดินทาง

    โดย ชาติ ภิรมย์กุล chart.14@hotmail.com



    <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]
    หาดป่าตอง 18.30 น.

    </TD></TR></TBODY></TABLE>"เฮ้อ!...ทำไมมันถึงได้เศร้าขนาดนี้"

    ไม่คิดว่าชีวิตจะต้องมาเจอเรื่องเศร้าๆ เคล้าเกลือคลุกขมิ้นชันในวันที่ฟ้าใส-ลมแรง

    อีก 15 นาที จะ 7 โมงเช้า

    ผมอยู่ที่ชายหาดกะรน จ.ภูเก็ต ลมเย็น-คลื่นแรง-อากาศดี๊ดี

    อิ...อิ...หุ...หุ...จุ๊บ...จุ๊บ...เศร้าเนาะ!

    ผมนั่งที่ริมชายหาดกำลังประคับประคองลมหายใจอย่างช้าๆ เนิบๆ ตามวัยที่กำลังผลิ-ผุดตีนกาชุดเล็ก

    ข้างหน้าผมเป็นท้องทะเลสีฟ้ากว้างสลับกับสีขาวเป็นคลื่นยาวๆ ตามแนวชายหาดยาวเกือบ 3 กิโลฯ

    ลมแรงจากทะเลปะทะที่ใบหน้าเต็มๆ ทำให้เนื้อบางส่วนที่บอบบางและเกือบเหลวปลิวระริกระรี้ไปตามแรงลม แลดูอ่อนเยาว์ทั้งหน้าตาและปัญญา

    ผมขยับ-ปรับเตียงสนามที่ชายหาดให้สูงขึ้นและค่อยๆ วางตัวเองลงนอนท่ามกลางสายลม-เสียงคลื่น

    ใครชอบดูคลื่น-ฟังเสียงคลื่นมาที่หาดกะรนจะสมหวังเหมือนฝัน

    "ตามแนวชายหาดกะรนมีธงสีแดง-สีส้มปักไว้เป็นการเตือนให้รู้ว่าที่นี้คลื่นแรงมาก-อาจมีอันตรายได้"

    ถ้าเด็กจะลงเล่นน้ำทะเลต้องมีพ่อ-แม่-ปู่-ย่า-ตา-ยาย-หมอ-พยาบาล-พระสงฆ์-มาดูแลอย่างใกล้ชิด

    คลื่น-ลมแรงขนาดไหน ยังมีฝรั่งสองพ่อ-ลูกลงเล่นน้ำทะเลแบบไม่กลัวอะไรทั้งนั้น

    เขามีวิธีเล่นกับคลื่นง่ายๆ สนุกๆ แบบนี้ครับ

    "เดินลงทะเลดูจังหวะที่คลื่นกำลังมา-พอคลื่นมาเขาหันหลังให้คลื่นและพุ่งตัวลงน้ำให้คลื่นซัดเข้าฝั่ง"

    สนุกดีนะ...ขนาดนั่งดูเขาเล่นยังมันขนาดนี้ ถ้าเราลงเล่นเองคงขึ้นอืดลอยไปติดเกาะที่ไหนสักแห่ง

    นอกจากคลื่นลมแรงเอกลักษณ์ของหาดกะรนคือ "ผักบุ้งทะเล" ที่เลื้อยเลาะอยู่ตามพื้นทราย

    ประโยชน์ของผักบุ้งทะเลช่วยถอนพิษจากแมงกะพรุน (ใช้ใบผักบุ้งทะเลตำละเอียดทาที่แผล)

    เกือบ 2 ชั่วโมง ที่นั่งฟอกปอดอยู่ที่ชายหาดได้เวลากลับไปที่โรงแรมเซ็นทารา กะรนรีสอร์ต

    นัดกับน้องๆ ที่มาด้วยกันจะไปไหว้พระเกจิอาจารย์ที่อายุยืนที่สุดในเมืองไทย

    9 โมงเช้า เรามาถึง "วัดสีลสุภาราม" ตั้งใจมากราบไหว้ "หลวงปู่สุภา กันตสีโล" พระเกจิอาจารย์ 5 แผ่นดิน โชคดีมากวันที่ไปหลวงปู่สุภาอยู่ที่วัด เราค่อยๆ คลานเข้าไปกราบไหว้หลวงปู่ในห้องพัก

    ไม่น่าเชื่อนะครับ

    "หน้าตา-ผิวพรรณของหลวงปู่สุภาดูผ่องใส-เปล่งประกายแผ่รังสีแห่งความเมตตาปกคลุมทั่วห้อง"

    หลวงปูสุภา กันตสีโล อายุ 112 ปี (เดือนกันยายน ปี 2550 อายุครบ 113 ปี)

    ประวัติของหลวงปู่สุภาก่อนที่จะมาจำพรรษาที่วัดนี้ หลวงปู่ได้เดินทางไปที่ต่างๆ หลายจังหวัดพร้อมทั้งสร้างวัดและสำนักสงฆ์ไว้รวม 36 แห่ง <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=right border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]
    ตึกแถวเก่าสไตส์ชิโน-โปรตุกีสบนถนนถลาง

    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    นั่งอยู่ในห้องหลวงปู่ประมาณ 5 นาที มีญาติ-โยมเข้ามากราบไหว้หลวงปู่

    ผมกับน้องๆ กราบลาหลวงปู่สุภาไปไหว้หลวงพ่อแช่มที่ "วัดฉลอง"

    ไม่ถึง 15 นาที รถจอดที่วัดฉลอง หรือวัดไชยธาราราม ที่ชาวภูเก็ตให้ความศรัทธา-เลื่อมใส "หลวงพ่อแช่ม อดีตเจ้าอาวาส" วัดมาจนถึงปัจจุบัน

    ภายในวิหารมีรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม-หลวงพ่อช่วงและหลวงพ่อเกลื้อมที่ชาวบ้านมากราบไหว้-บนบานตลอดทั้งวัน

    ที่วัดฉลองมีเจดีย์ "พระธาตุจอมไทย บารมี" บรรจุพระบรมสารีริกธาตุอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา

    ผมกำลังจะเดินไปชั้น 3 ของเจดีย์ เพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุ.....เสียงโทรศัพท์มือถือดังกังวาน

    ชื่อที่ปรากฏหน้าจอโทรศัพท์ ถ้าไม่รับชีวิตผมจะอับเฉาและมอดไหม้ไปด้วยคำด่าต่างๆ นานา

    "ตอนนี้คุณอยู่ไหน #^&"(_+&""()+##%^("&^^&#+"

    ขออภัยผู้อ่านผมไม่สามารถเขียนออกมาได้ทุกประโยค มันน่ากลัวมาก เอาเป็นว่าเสียงที่ได้ยินเป็นเสียงของ...คุณพี่บุญชอบ ล้ออุไร (เจ้าเก่า) ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์จากเซ็นทารา โรงแรมและรีสอร์ต

    คุณพี่แกสั่งให้ซื้อกล้วยน้ำว้า 5 หวี ต้องการด่วนที่สุด

    ไม่รู้อารมณ์ไหนของแก อยู่ๆ นึกอยากจะกินกล้วยแต่เช้า (สงสัยคงจำอดีตชาติตัวเองได้)

    กลับถึงโรงแรมเซ็นทาราฯ ลืมซื้อกล้วยน้ำว้า สงสัยต้องโดนพี่ชอบด่าสาดแน่ๆ

    แอบหนีเข้าเมืองดีกว่า...

    นั่งรถสองแถวเข้าตัวเมืองภูเก็ต ค่ารถทั้งคนไทยและต่างชาติ 25 บาท เท่ากัน

    เกือบๆ เที่ยงรถจอดให้ลงแถววงเวียนในตัวเมืองภูเก็ต-ไม่รู้ชื่อวงเวียนอะไร-เขาให้ลง-ก็ลง

    เดินข้ามถนนไปอีกฝั่งเจอไส้กรอกหมูตั้งโต๊ะขายอยู่ริมฟุตปาธ ถุงละ 20 บาท

    ซื้อไส้กรอกหมู 1 ถุง พร้อมกับสอบถามเส้นทางไปดูตึก-อาคารเก่าๆ

    คนภูเก็ตอัธยาศัยดีมาก ตั้งใจบอกเส้นทางให้เราแบบจริงใจและไม่รำคาญที่ถามซ้ำ

    เจอแล้วถนนถลาง-ตึกแถวเก่าสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสที่เป็นเสน่ห์ของเมืองภูเก็ต

    ถนนถลางเป็นถนนเส้นเล็กๆ มีรถจอดเต็มทั้ง 2 ฝั่ง การเดินดูตึกไม่ค่อยสะดวกมีรถวิ่งเข้า-ออกตลอด

    ผมกำลังเดินอยู่ใต้ช่องทางเดินด้านหน้าบ้านของตึกเก่าที่เรียกว่า "หง่อคาขี่"

    บางช่วงตึกแถว หง่อคาขี่ ถูกปิดกั้นไม่ได้เปิดโล่งตลอด ต้องลงไปเดินบนถนนแทน

    ผมแหงนหน้าดูลวดลายปูนปั้นที่อยู่บนหน้าต่างและด้านบนของตึกเกือบโดนรถเฉี่ยวหลายครั้ง

    โชคดีที่หุ่นผมคล้ายๆ ตึกชิโน-โปรตุกีสรถเลยไม่กล้าชน

    มีหลายห้องปรับปรุง-ทาสีใหม่แต่ยังรักษาเอกลักษณ์ของตึกเก่าไว้ <TABLE cellSpacing=5 cellPadding=1 width="20%" align=left border=0><TBODY><TR bgColor=#f8b8cb><TD>[​IMG]
    ศาลเจ้าอ้ามบางเหนียว

    </TD></TR></TBODY></TABLE>

    บ้านบางหลังมีหิ้งบูชาสีแดงขนาดเล็กติดตั้งอยู่ตรงเสาหน้าบ้าน-บนหิ้งบูชามีสับปะรด 1 ลูก

    คนจีนที่ภูเก็ตถือว่าสับปะรดเป็นผลไม้มงคล เหมาะสำหรับการบูชาเทวดา-ฟ้า-ดิน

    ผมเดินกลับไป-กลับมาบนถนนถลาง-จนหิวข้าว เดินเข้า "ร้านวิไล" สั่งหมี่ซั่วผัดรวมมิตร

    หมี่ซั่วผัดรวมมิตรที่ร้านวิไลเส้นนุ่ม-หอม-อร่อย-อร่อยมาก-อร่อยจริงๆ

    ถ้าผมตายไปซื้อหมี่ซั่วใส่บาตรอุทิศให้ผมด้วย สัญญาว่าจะมาขอบคุณด้วยตัวเองถึงห้องนอน

    กินหมี่ซั่วเสร็จ เจ้าของร้านวิไลแนะนำถ้าอยากดูตึกเก่าๆ แบบนี้ให้เดินไป "ถนนดีบุก" อยู่ใกล้ๆ กัน

    ถนนดีบุก กว้างกว่าถนนถลาง-มีตึกแถวสถาปัตยกรรมแบบชิโน-โปรตุกีสทาสีใหม่สดใสทั้ง 2 ฝั่ง

    จากถนนดีบุกผมมาที่ "ซอยซุ่นอุทิศ" ถนนเยาวราช นั่งกินขนมหวานโอ๊ะเอ๋วคล้ายๆ น้ำแข็งใสใส่ถั่วแดง

    กินขนมหวานเสร็จเหมือนคนว่างงาน ได้แต่เดินไป-เดินมาระหว่างถนนถลาง-เยาวราช-ดีบุก-พังงาไปหมดแรงและนั่งพักที่ร้าน COFFEE MAX ใกล้กับวงเวียนที่ผมลงจากรถสองแถว

    อเมริกาโนร้อน 1 ถ้วย นั่งนึกถึงตึกเก่าๆ สไตส์ชิโน-โปรตุกีสที่มีอยู่ในตัวเมืองภูเก็ตแทบทุกจุด

    "ตึกแต่ละตึกเป็นสิ่งก่อสร้างที่บันทึกประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ตและงานศิลปะสถาปัตยกรรมของช่างในยุคนั้น มันบ่งบอกถึงความรุ่งเรืองทางด้านเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตในอดีต"

    นอกจากตึกเก่าๆ ที่เป็นประวัติศาสตร์ของเมืองภูเก็ต ยังมีร้านขายหนังสือที่เป็นตำนานของเมืองภูเก็ต

    "เส้งโห" ตำนานร้านขายหนังสือที่ลูก-หลานคนภูเก็ตรู้จักกันทั้งจังหวัด

    เส้งโห เปิดดำเนินการมาตั้งแต่ พ.ศ.2468 ยาวนานและยั่งยืนมาจนถึงปัจจุบัน

    ออกจากร้านกาแฟ ผมเดินอย่างใจเย็นไปยืนดูมังกรทองตัวใหญ่มากตรงหน้าสวนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี 2547

    ถ่ายรูปมังกรเสร็จเดินไปสุดถนนแล้วเลี้ยวซ้ายเดินตรงไปอีกนิดตรงหัวมุม 4 แยกคือร้าน เส้งโห

    ร้านเส้งโหแบ่งเป็น 3 ชั้น มีหนังสือให้เลือกอ่านอย่างจุใจ ผมแอบไปเซ็นชื่อไว้ในผลงานหลายเล่ม

    "น้องนะ" ที่ร้านเส้งโหแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนที่ชื่อ "จั้ม" เป็นไก๊ด์พาเที่ยวศาลเจ้าจีนในตัวเมืองภูเก็ต

    ก่อนทัวร์ศาลเจ้าจีน เราไปดูบ้านโบราณเก่าแก่อยู่บนถนนกระบี่ใน "ซอยชินประชา"

    บ้านโบราณสไตส์ชิโน-โปรตุกีส 2 หลังใหญ่โตมาก-ชื่อบ้านชินประชา

    บ้านโบราณๆ มักมีบริเวณบ้านกว้างๆ ต้นไม้ใหญ่หลายต้นปกคลุม บรรยากาศครึ้มๆ เงียบๆ เย็นๆ เหมาะสำหรับคนที่ความดันต่ำมานอนพักสัก 2 คืน

    จากบ้านชินประชามาที่ศาลเจ้า "ซัมส้วนเที่ยนเฮวกึ๋ง" ฟังชื่อก็รู้ว่าไม่ใช่โบสถ์คริสต์แน่นอน

    ภูเก็ตมีงานประเพณีกินเจที่ยิ่งใหญ่-โด่งดังและหวาดเสียวมากกับบรรดาม้าทรงที่ใช้เหล็กท่อนใหญ่ๆ ทิ่มทะลุแก้ม ใครเป็นสิวที่แก้มต้องมาเป็นม้าทรง สิวหายแน่นอน

    ศาลเจ้าที่สองชื่อศาลเจ้า "อ้ามบางเหนียว" ศาลเจ้านี้เก่งเรื่องม้าทรงไต่บันไดมีด

    ใครที่บ่นปวดเมื่อยขาแบบไม่รู้สาเหตุ ลองมาไต่บันไดมีดที่ศาลเจ้านี้ดูนะครับเผื่อเท้าจะหาย...ขาด

    อีก 1 ศาลเจ้าจีนที่ใหญ่โตมากชื่อ "ศาลเจ้าจุ้ยตุ่ยเต้าโบ้เก้ง" (ถ้าเขียนผิดขอภัย)

    กระแสขององค์จตุคามรามเทพแรงมาก-ขนาดศาลเจ้าจีนยังต้องปลุกเสกจตุคามฯแข่งกับวัดไทย

    น้องจั้มเล่าให้ฟัง วันสุดท้ายของงานประเพณีกินเจ ศาลเจ้าทุกศาลเจ้าต้องมารับ-ส่งพระที่ศาลเจ้ากิ๋วเที้ยนเก้ง อยู่ที่สะพานหิน

    มาภูเก็ตหลายครั้งเพิ่งเคยมาสะพานหิน บรรยากาศที่นี้ดีมาก เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ติดทะเล

    สะพานหินตอนเย็นๆ เป็นที่ออกกำลังกาย-นั่งเล่น-นั่งรับลม-กินข้าว-กินขนมแล้วแต่กิ๊กเป็นผู้กำหนด

    หลัง 2 ทุ่ม สะพานหินกลายเป็นที่นัดพบคนรักรถและเครื่องเสียงมาประชันกัน (เป็นเขตปลอดลุงกับยาย)

    จากสะพานหินไปดูศาลเจ้ากะทู้

    ประเพณีกินเจที่ภูเก็ตเริ่มมีมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2368 เริ่มต้นพิธีที่ศาลเจ้ากะทู้

    ศาลเจ้ากะทู้ เป็นต้นกำเนิดประเพณีกินเจในจังหวัดภูเก็ต และถือปฏิบัติกันมาจนถึงปัจจุบัน

    ศาลเจ้าในจังหวัดภูเก็ต ศาลเจ้าไหนจะเปิดใหม่ต้องมาขอขี้ธูปจากศาลเจ้ากะทู้ไปบูชา

    จากศาลเจ้ากะทู้ เราขึ้นเขารัง-ไปชมวิวตัวเมืองภูเก็ตแบบเต็มๆ บนที่สูง

    บนเขารังสวยนะครับ-ร่มรื่น-อากาศดีได้ข่าวมา-มีบางวัดจะมากดพิมพ์องค์จตุคามฯบนเขารัง

    ลงจากเขารังไปดูพระอาทิตย์ตกที่หาดป่าตองและหาดกะหลิม

    กลับถึงโรงแรมตอนทุ่มกว่าๆ รีบขึ้นไปเสนอหน้าที่ห้องจัดเลี้ยงบนชั้น 9

    ทริปของเซ็นทรัลฯหรือในชื่อใหม่ "เซ็นทารา โรงแรมและรีสอร์ต" มีคุณ "สุพัตรา จิราธิวัฒน์" รองประธานอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต มาดูแลและต้อนรับสื่อมวลชน

    ตรงทางไปหาดป่าตองจัดงานเลี้ยงตอนกลางคืนที่เซ็นทารา กะรนรีสอร์ต

    ได้เวลาร้องเพลงคาราโอเกะสนุกสนานเบิกบานใจ นั่งดูลีลาท่าเต้นหยุดคลื่นทะเลของช่างภาพชื่อ "ปั๊ก"

    เห็นท่าเต้นของน้องปั๊ก ผมต้องขอเพลง "ซมซาน" ของเสก-โลโซ

    ไม่น่าเชื่อ...มีน้องคนหนึ่งได้ยินเสียงผมร้องเพลงซมซาน เธอสลบไปเลย

    ร้องเพลง "ซมซาน" ในสไตส์ชิโน-โปรตุกีส

    "ผิดตรงไหน!"

    http://matichon.co.th/matichon/matichon_detail.php?s_tag=01tra01020950&day=2007-09-02&sectionid=0139
     
Loading...