เรื่องเด่น เรื่องของนายกาละ อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม

ในห้อง 'ภพภูมิ-สวรรค์ นรก' ตั้งกระทู้โดย supatorn, 7 ธันวาคม 2017.

  1. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    9,757
    กระทู้เรื่องเด่น:
    114
    ค่าพลัง:
    +24,725
    AnathabintikahspreadGoldCoins.jpg
    อนาถบินฑิกะเศรษฐีจ้างลูกชายไปฟังธรรม
    เรื่องของนายกาละ
    นายกาละเป็นลูกชายคนเดียวของอนาถบิณฑิกะเศรษฐี นายกละมีนิสัยไม่ดีต่างจากพี่สาวทั้ง ๓ คนยิ่งนัก เป็นมิจฉาทิฏฐิว่านอนสอนยาก ชอบการเที่ยวเตร่ ชอบคบนักเลงนี้คือนิสัยของลูกผู้ดีทั้งหลายชอบประพฤติ เขาทำให้เศรษฐีหนักใจกับลูกคนนี้ยิ่งนัก วันหนึ่งท่านเศรษฐีมาคิดว่า "ถ้าเราช่วยเหลือลูกคนนี้ไม่ได้ ตายไปเขาก็จะตกนรกอย่างแน่นอน จำเราจะหาวิธีช่วยเขาให้ได้" พอคิดได้เช่นนี้แล้ว ท่านเศรษฐีก็ให้เรียกลูกชายมาหาแล้วพูดขึ้นว่า "กาละ ลูกอยากได้เงินไปเที่ยวไหม๊ ? พ่อจะให้เธอสัก ๑๐๐ กหาปณะ แต่เธอต้องทำธุระให้พ่ออย่างหนึ่ง"

    นายกาละเห็นโอกาสจะได้เงินไปเที่ยวก็ถามพ่อว่า "พ่อจะให้ผมทำอะไรหรือ"

    ท่านเศรษฐีพูดว่า "ถ้าเจ้าไปถืออุโบสถศีลที่พระเชตวันมหาวิหาร ๑ วัน แล้วตื่นเช้ามาให้เจ้ามารับเงินจากพ่อได้เลย"

    นายกาละมีความยินดีมากที่จะได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ ก็ตอบตกลง นายกาละไปรักษาศีลก็เพราะอยากได้เงิน ๑๐๐ กหาปณะ เมื่อรับศีลแล้วก็ไปหลบนอนอยู่มุมหนึ่ง พอรุ่งเช้าก็รีบไปรับเงินจากพ่อ ท่านเศรษฐีก็เอาเงินให้ด้วยความยินดีแล้วก็พูดกับลูกชายว่า "ถ้าเจ้าไปรักษาศีลในวันต่อไปให้เจ้าจำเอาข้อความบทหนึ่งมาบอกพ่อว่าเจ้าจำบทนี้ได้ พ่อก็จะให้เงินเจ้า ๑๐๐๐ กหาปณะ นายกาละได้ฟังพ่อพูดดังนั้นก็ดีใจแทบจะกระโดดโลดเต้นแล้วพูดว่า "ตกลงพ่อ ผมจะต้องจำบทความหนึ่งบทมาเล่าให้พ่อฟังให้ได้" พอวันพระมาถึงนายกาละก็ไปรักษาศีลอีก คราวนี้เขารอฟังเทศน์ด้วย วันนั้นพระพุทธเจ้าเจ้ามองเห็นอุปนิสัยของเขาที่จะได้บรรลุธรรมจึงเสด็จมาแสดงธรรมเอง ในขณะที่พระพุทธเจ้ากำลังแสดงพระธรรมเศนานั้นเขาพยายามจำว่า "นะโม" ตัวเดียว พระพุทธองค์รู้วาระจิตของเขาจึงทำให้เขาลืมเสีย เมื่อลืมบทนะโมแล้วเขาก็ตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาใหม่ เมื่อตั้งใจฟังด้วยความเคารพเขาก็ได้บรรลุเป็นโสดาบันในขณะนั้นนั่นเอง พอวันรุ่งขึ้นเขาก็มาจากวิหารพร้อมพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อีก ๕๐๐ รูป เพื่อฉันภัตตารเช้าที่บ้านเศรษฐี เศรษฐีเมื่อจัดการเลี้ยงพระเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ยกเงิน ๑๐๐๐ กหาปณะมาให้เขาต่อหน้าพระ พุทธเจ้าพร้อมพระสงฆ์ ๕๐๐ รูป เขามีความละอายมาก จึงพูดกับเศรษฐีว่า "ไม่เอาแล้วพ่อ" นี้แสดงให้เห็นว่าคนเราเมื่อได้บรรลุธรรมแล้ว ความเกเรก็จะหายไปความโลภก็จะลดลงเพราะมีหิริโอตตัปปะเกิดขึ้นในใจ พระพุทธองค์จึงตรัสกับเศรษฐีว่า "ตอนนี้กาละบุตรชายของท่าน เขาได้โสดาปัตติผลซึ่งเป็นการได้ที่ประเสริฐกว่าดีกว่ามีอานุภาพมากกว่าการได้ทรัพย์ ๑๐๐๐ กหาปณะแล้ว ท่านเศรษฐี"

    นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาเขาก็กลับกลายเป็นคนดีของพ่อแม่ ทำให้ท่านเศรษฐียิ้มแย้มเป็นสุขจนลืมความตายของลูกสาวไปเลยทีเดียว

    การที่ท่านอนาถบิณฑิกะมหาเศรษฐีหาอุบายสั่งสอนลูกชายที่เกเรให้กลับกลายเป็นคนดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดี ที่ท่านเศรษฐีได้มอบนิพพานสมบัติให้แก่ลูกชายอันเป็นสมบัติที่ประเสิฐกว่า มนุษย์สมบัติ, สวรรค์สมบัติ, และสมบัติที่เป็นเศรษฐี คนรวยและเศรษฐีทั้งหลายควรจะเอาเป็นแบบอย่างจงหาวิธีสั่งสอนลูกที่เกเรให้เป็นคนดีให้ได้ ท่านก็จะเป็นพ่อแม่ที่ดีมีคุณภาพ อย่าเอาแต่ดุด่าว่าตีและเอาใจจนลูกเสียคน

    ขอบพระคุณที่มา :- http://www.internetuniversity999.com/15877276/๓ประวัติอนาถบิณฑิกะเศรษฐี

     
  2. supatorn

    supatorn ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    9,757
    กระทู้เรื่องเด่น:
    114
    ค่าพลัง:
    +24,725
    อนาถบิณฑิกเศรษฐี หรือ สุทัตตอนาถปิณฑิกคฤหบดี เป็นชาวเมืองสาวัตถีในสมัยพุทธกาล มีชีวิตร่วมสมัยกับพระพุทธเจ้า เดิมท่านมีนามว่าสุทัตตะเศรษฐี เกิดในตระกูลของสุมนะเศรษฐีผู้เป็นบิดา ท่านเป็นเศรษฐีที่ใจบุญ ชอบช่วยเหลือคนตกยาก ทำให้ท่านถูกเรียกจากชาวเมืองสาวัตถีว่า อนาถบิณฑิกเศรษฐี แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก (แปลตามศัพท์ว่า เศรษฐีผู้มีก้อนข้าวให้กับคนยากจน) อนาถบิณฑิกเศรษฐี ได้ไปค้าขายและได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าที่เมืองราชคฤห์จนบรรลุเป็นพระโสดาบัน ท่านจึงมีศรัทธาสร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายแก่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยเงินจำนวนมาก ท่านได้เป็นผู้ให้ความอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธเจ้าและพระสงฆ์อย่างดีมาก เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พระพุทธเจ้าเสด็จประทับจำพรรษาที่วัดพระเชตวันที่ท่านสร้างมากกว่าที่ประทับใด ๆ ถึง 19 พรรษา เรื่องราวของอนาถบิณฑิกเศรษฐี มีปรากฏมากมายในคัมภีร์ทางพระพุทธศาสนา เป็นเรื่องราวที่แสดงถึงความศรัทธา ความมีสติปัญญา และความเอาใจใส่ในการบำรุงพระพุทธศาสนา ทำให้ท่านได้รับยกย่องจากพระพุทธเจ้าให้เป็น อุบาสกผู้เลิศในการเป็นผู้ถวายทาน (เอตทัคคะในฝ่ายผู้เป็นทายก)
     
  3. thawat32

    thawat32 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2011
    โพสต์:
    207
    ค่าพลัง:
    +292
    สาธุ สาธุ สาธู
     

แชร์หน้านี้

Loading...