แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง, 2 กันยายน 2017.

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ทำไมจึงต้องกำหนดเอาการดื่มสุราเข้าไว้ในศีล ๕ ด้วย?

    “หลวงพ่อครับ ผมก็ไม่เห็นว่าสุราจะเลวร้ายอะไรนักหนา ทำไมจึงต้องเอามากำหนดเข้าไว้ในศีล ๕ ด้วยเล่าครับ?”

    “ไอ้สุรานี่แหละตัวร้ายที่สุดละคุณ เพราะมันเป็นตัวทำลายสตินะ หากดื่มเข้าไปแล้วจะทำให้ขาดสติ และทำลายศีลทั้ง ๔ ข้อแรกได้ทั้งหมดเลยนะ เป็นยังไง ดูคุณอาลัยอาวรณ์มากจริงนะ” หลวงพ่อตอบและเย้าข้าพเจ้า

    “ก็เป็นบ้างครับ แต่ผมสงสัยว่าสุราจะไปทำลายศีลทั้ง ๔ ข้อแรกได้อย่างไรครับหลวงพ่อ?” ข้าพเจ้ารับอ่อยๆ

    “อ้าว ก็ดื่มแก้วแรก แก้วสอง แก้วสาม ก็ยังคุยกันได้เป็นเรื่องเป็นราวสนุกสนานครื้นเครงดี พอแก้วที่สี่ ที่ห้า ชักหน้าตึง หูตึง ลิ้นไก่สั้น เสียงเริ่มดัง ใครเก่งทางใดก็เริ่มอวดลวดลาย คุยอวดความเก่งกล้าสามารถของตัว บางรายก็ชักแสดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการเคี้ยวแก้วเล่นก็มี บางรายก็ถอดถุงเท้าของตัวเองลงในแก้ว แล้วนั่งดื่ม บางรายก็ร้องไห้ หากมีการพูดผิดหูกันขึ้นอาจถึงขั้นมีการท้าดวล ยิ่งโต๊ะข้างเคียงไม่ถูกกันมาก่อน พูดจาแขวะกันไปแขวะกันมาก็ขาดสติ ยั้งคิด ถึงขั้นฆ่ากันตาย ก็ผิดศีลปาณาขึ้นมาด้วยขาดสติใช่ไหม?
    และถ้าคุณเมามายขาดสติ แล้วเกิดไปหยิบฉวยข้าวของมีค่า เช่นปากกาปลอกทอง หรือนาฬิกาของเพื่อนฝูงที่เมาด้วยกัน ติดไม้ติดมือกลับบ้าน หรือทำเงินที่เขาฝากมาหายไป แล้วพอได้สติก็หาใช้เขาไม่ได้ ก็เป็นการผิดศีลอทินนาเข้าอีก
    หรือถ้าคุณเกิดเมามายขาดสติ กลับเข้าบ้านเกิดไปสะดุดสายมุ้ง มุดเข้าไปหลับนอนกับใครที่มิใช่เมียของคุณ ก็ผิดศีลกาเมเข้าไปอีก
    หรือถ้าในขณะที่คุณเมามายขาดสติ เกิดไปรับปากสัญญาอะไรกับใครเขาไว้แต่พอวันรุ่งขึ้นเมื่อสร่างเมา คุณก็ลืมเสียสิ้น ปล่อยให้เขาต้องเสียเวลาไปรอคอยก็ดี หรือผิดหวังที่คุณผิดสัญญาในเรื่องที่คุณรับปากไว้ก็ดี ก็ผิดศีลมุสา อีกใช่ไหม?
    นี่แหละฉันจึงว่าสุรานั้นเป็นตัวทำให้ขาดสติและทำลายศีลทั้ง ๔ ข้อแรกได้ หรือคุณว่าไม่ใช่?” หลวงพ่ออธิบาย

    18527873_1471874886166724_8949961369505307948_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  4. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    หัวใจพระพุทธศาสนา โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน

    (วันสุดท้ายของการสอนพระกรรมฐานหลวงพ่อสอนเสร็จ รับของถวายเสร็จ ก็ขึ้นพัก แต่สักประเดี๋ยวเดียวหลวงพ่อก็ลงมาคุยใหม่ คนเลยยังไม่กลับหลวงพ่อท่านมักจะสบายใจมากเมื่อสอนเสร็จวันสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราวนี้สอนเรื่อง บารมี 10 ทั้ง 3 วันเลย แสดงว่ากำลังใจของคนดีขึ้นมาก

    มีนายทหารนอกเครื่องแบบยศพันเอกท่านหนึ่ง ได้ถือโอกาสนี้คุยกับหลวงพ่อหลายเรื่องด้วยกัน หลวงพ่อก็โปรดเมตตาตอบให้ ทำให้คิดว่าที่หลวงพ่อมาใหม่คงจะสงเคราะห์นายทหารคนนี้เป็นแน่ รู้สึกท่านคุยดีเสียด้วยของอ่านดูนะ)

    “ได้ทราบว่าสมัยก่อน ๆ นั้น มีพระพุทธเจ้าหลายพระองค์ แต่ว่าสมัยก่อนคนยังเป็นคนป่าคนดอยจะฟังธรรมะได้รู้เ รื่องหรือ….?

    โอ๊ย! เจริญเยอะ เอาอะไรมาเป็นป่า เขาเจริญกว่าเรา ใช่ไหมเล่า วิทยาศาสตร์เวลานี้ไม่ทันเขาหรอก อย่าลืมว่าวิทยาศาสตร์สมัยปัจจุบันนี้ถึงพันปีหรือยัง เขาคิดเป็นหมื่นปีเขาเจริญกว่านะ

    อย่างคนสมัย พระพุทธกัสสป มีอายุ 20000 ปี ถ้าเขาเริ่มคิด 10000 ปี คนรอง ๆ มาก็ตามกันเป็นแถวใช่ไหม ถอยหลังไปดูจะเห็นว่าเขาเจริญกว่านี้มาก ของเราอย่างเก่งแค่ 40 ปีก็ตายแล้ว สมัยนั้นเป็นหมื่นปีก็มีการติดต่อกันนาน

    และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีอายุขัยยาวแสดงว่าเขามีบุญมาก การทำบาปเขาน้อย การละเมิดศีลเขาน้อยเต็มที สมัยนั้นมีแต่ความเยือกเย็น ความเร่าร้อนไม่มี ถ้าหากว่าคนเป็นพระอรหันต์ไม่ได้ เพราะพระพุทธเจ้าไม่ทรงอุบัติขึ้น ต้องขึ้นมีบารมีทุก ๆ แบบ บางส่วนไม่ใช่หมดทั่วโลก กลุ่มประเทศที่มีคนจะบรรลุมรรคผลได้พระพุทธเจ้าจึงตรัสไม้งั้นท่านไม่ลงมา

    ก็แบบถ้าฝนไม่ตกเราก็ไม่รองน้ำฝน หรือถ้าฝนตกเราเอาตะกร้าไปรองมันก็ได้บ้าง สมันนั้นคนมีอายุมาก มีบุญมาก มีความเยือกเย็นมาก ในเมื่อจิตใจเขาเยือกเย็นมากกว่า เขาก็บรรลุมรรคผลมากกว่า

    อย่าง พระพุทธกัสสป ท่านประกาศพระศาสนาเองตั้ง 10000 ปี ถ้าพระพุทธเจ้าเทศน์เองอย่าห่วง ถ้าคนไม่บรรลุมรรคผลที่ไหนท่านก็ไม่ไป

    ตอนเช้ามืดท่านใช้อำนาจพระพุทธญาณ วันนี้จะมีใครบรรลุมรรคผลบ้าง เห็นหน้า เห็นชื่อ รู้สถานที่อยู่ รู้บุญเก่า แล้วท่านก็ไปแคะของเก่า คนก็บรรลุมรรคผลทันที รวมความว่าคนจะบรรลุมรรคผลมาก ท่านจึงอยู่นาน

    “แล้วแนวการสอนที่ท่านตรัส เข้าใจว่าเป็นแนวกันทุกองค์เลยใช่ไหมครับ ?”

    พระพุทธเจ้าตรัสว่าอย่างนี้
    “สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง”
    แนะนำให้ทุกคนไม่ทำความชั่วทุกประเภท

    “กุสลัสสูปสัมปทา”
    แนะนำให้ทุกคนทำแต่ความดี

    “สจิตตะปริโยทะปะนัง”
    นำให้ทุกคนทำจิตใจให้แจ่มใสจากกิเลส

    “เอตัง พุทธานะสาสะนัง”
    ทรงยืนยังว่าพระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกั นหมด ที่ใครเขาบอกให้แต่ง หัวใจพระศาสนา อันนี้แหละ หัวใจพระศาสนา

    ถ้าบอกว่า อริยสัจ อันนั้นไม่ใช่ ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระศาสนาใครบรรลุใหม่ ๆ ใครได้พระโสดาบันก็ส่งไปเลย ใครเป็นพระอริยเจ้าท่านส่งไปประกาศพระศาสนาทุกองค์ แต่ว่าการส่งไปท่านยังไม่แนะนำในการสอนคน แต่อย่าลืมว่าพระอริยเจ้าท่านสอนไม่ผิด พอถึงกลางเดือน 3 พระทั้งหมดมาประชุมกัน ท่านก็เลยประกาศ เอ้า! สอนให้เหมือน ๆ กันนะ เอาอย่างนี้นะ

    “สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง”
    เธอจงแนะนำให้คนละจากความชั่วทุกอย่าง

    “กุสลัสสูปสัมปทา”
    แนะนำให้ทุกคนทำแต่ความดี

    “สจิตตะปริโยทะปะนัง”
    แนะนำให้ทุกคนทำจิตใจให้แจ่มใสจากกิเลส

    ทรงยืนยัน”เอตัง พุทธานะสาสะนัง”
    พระพุทธเจ้าทุกองค์ตรัสอย่างนี้เหมือนกันหมด

    “กระผมเคยถามพระพุทธองค์ว่าทำไมทุกคนตั้งใจปฏิบัติเพื่อมรรคผลนิพพานโดยตรง ทำไมถึงยังไม่ได้เป็นพระอรหันต์ ท่านตรัสว่า ที่ยังไม่ได้เพราะกาลเวลายังไม่ถึง มันเกี่ยวกับกาลเวลาด้วยหรือครับ ?”

    มรรคผลกับกาลเวลา
    เดี๋ยว! คำว่า กาลเวลา แปลว่า บุญเก่าที่ทำไว้แล้ว ยังเข้ามารวมตัวไม่พอ ยังไม่ครบ และก็บุญที่เข้ามาก็กำลังไม่แก่กล้าพอ และก็ประการที่ 3 ไอ้บาปที่เราทำไว้แต่ชาติปางก่อนมันขวางหน้า ไอ้ตัวนี้มาก่อน ถ้าจะถามว่าขวางเวลาไหนก็ต้องดูกาลเวลาของมัน ถ้ามันขยายตัวเมื่อไหร่ บุญเก่ากับบุญใหม่ชนกันเมื่อไร ก็เป็นพระอรหันต์เมื่อนั้น

    “หมายความว่าเราต้องรออายุขัยของแต่ละคนที่ไม่เท่ากั นหรือครับ ?”

    ไม่ใช่ รอกาลเวลาที่บุญจะเข้ามาถึง
    ดูตัวอย่าง อย่าง ราธพราหมณ์ อยู่ในสำนักของพระพุทธเจ้าเองถึง 3 ปี พระพุทธเจ้าท่านเห็นหน้าอยู่เสมอ แต่วาระยังไม่เข้ามาถึง พอตอนเช้ามืด ท่านก็ตรวจอุปนิสัยของสัตว์ ก็ทรงทราบว่า พราหมณ์นี้จะเป็นอรหันต์ภายในไม่ช้านี้ หลังจากท่านแสดงธรรมแล้ว ตอนเย็นท่านก็เดินอ้อมวิหารไปทำเหมือนว่าเดินเล่น

    ในเมื่อพระพุทธเจ้าเดินเล่นเรื่อยไป พระก็ต้องตามไป ก็พอดี ราธพราหมณ์ กินข้าวเสร็จ ล้างถ้วยล้างชาม เอาของที่เหลือมาเท เอาน้ำล้างชามมาเท

    พระพุทธเจ้าเสด็จถึงพอดี ก็ทรงหยุดถามว่า”พราหมณ์ เธออยู่เพื่ออะไร”
    พราหมณ์บอกว่า “เวลานี้ผมเป็นวิทาสาโท เป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าข้า”

    ท่านถามว่า “ทำไมจึงมาอยู่ที่นี่”
    พราหมณ์ก็บอกว่า “อยากบวชครับ! แต่ไม่มีใครบวชให้พระพุทธเจ้าข้า”

    ท่านก็ถามพระว่า
    “ภิกขเว ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ใครรู้คุณของพราหมณ์คนนี้บ้าง พราหมณ์คนนี้เคยมีคุณกับใครบ้าง”
    ก็มี พระสารีบุตร นั่งกระหย่งยกมือไหว้ บอกว่า
    “ข้าพระพุทธเจ้ารู้คุณพราหมณ์พระพุทธเจ้าข้า”

    พระพุทธเจ้าถามว่า
    “พราหมณ์คนนี้ มีคุณกับเธอเมื่อไหร่”
    พระสารีบุตร ก็กล่าวว่า “ในสมัยที่พราหมณ์ยังอยู่ที่บ้านพระพุทธเจ้าบิณฑบาตผ่านไป เมื่อพราหมณ์เห็นก็ใส่บาตรให้ทัพพีหนึ่งถือว่าเป็นผู้มีคุณ”

    พระพุทะเจ้าตรัสว่า “สารีปุตตะ ดูก่อนสารีบุตร บุรุษที่มีความกตัญญูกตเวทีเป็นคนดี เพราะฉะนั้น เธอจงเป็นอุปัชฌาย์บวชให้พราหมณ์”

    พอบวชแล้ว ราธพราหมณ์ ก็ไปจำพรรษา พระพุทธเจ้ากับพระสารีบุตร จำพรรษาอยู่กันคนละที่ เวลาออกพรรษาก็มาเฝ้าพระพุทธเจ้า

    พระพุทธเจ้าถามว่า
    “ลูกศิษย์ของเธอดื้อด้านหรือว่าง่าย”
    พระสารีบุตร บอกว่า “ว่าง่ายเหลือเกินพระพุทธเจ้าข้า แนะนำว่าสิ่งไหนไม่ดีไม่ทำสิ่งนั้นมันอะไรดีทำแน่”
    เพราะฉะนั้นจึงเป็นพระอรหันต์เร็ว ก่อนจะมาก็เป็นอรหันต์แล้วนะ ต้องอยู่ถึง 3 ปี นี่ยังไกลนะ

    อีกองค์หนึ่งชื่อ วักกลิ นี่ใกล้มาก เวลาที่พระพุทธเจ้ารูปทรงสวยเสียงก็เพราะและ ก็มีฉัพพรรณรังสี ท่านบวชแล้วท่านไม่สนใจในธรรม
    เวลาที่พระพุทธเจ้าท่านเทศน์ท่านก็ไปสนใจความสวยอย่างเดียว ดูอย่างนี้ถึง 3 ปี ถ้าจะถามว่า ทำไมพระพุทธเจ้าไม่เตือน ก็เพราะเวลามันยังไม่ถึง

    การสอนตามระดับกำลังใจ
    พอถึง 3 ปี ครบเต็มแน่ พระพุทธเจ้าเห็นว่า พระวักกลิ มีบารมีเต็มแน่ แต่ว่าการสอนธรรมดา พระวักกลิ ไม่บรรลุผลแน่ ต้องใช้วิธีรุนแรง

    จึงเรียก พระวักกลิ เข้ามาบอกว่า
    “วักกลิ เธอเป็นโมฆบุรุษเป็นคนผู้ไร้ประโยชน์อยู่กับตถาคต ตั้ง 3 ปี ไม่บรรลุมรรคผล อัปเปหิ จงไปจากที่นี่ พอพระพุทธเจ้าขับ พระวักกลิ ก็คิดว่า ถ้าจะกลับไปบ้านเพื่อนที่มาด้วยกัน ก็เป็นพระอรหันต์ไปหมด ตัวเองไม่ได้เป็นอรหันต์ ก็ชาวบ้านเขา จะอยู่ที่นี่ก็อยู่ไม่ได้ ทำยังไง ตายดีกว่า ตายดีกว่า ก็ขึ้นยอดเขาตั้งใจ จะโดดเขาตาย

    ความตั้งใจจะโดดให้ตาย มันไม่ห่วงร่างกายแล้ว
    คราวนี้แหละ ความเป็นอรหันต์มันอยู่ตรงนั้น

    พอตัดสินใจว่าจะโดดเข้า พระพุทธเจ้าเปล่งฉัพพรรณรัศมี 6 ประการพุ่งเข้าไปข้างหน้า ก็เหมือนพระองค์นั่งข้างหน้า พอเห็นพระพุทธเจ้ามา พระวักกลิ ก็ยั้งไม่โดด พระพุทธเจ้าตรัสว่า
    “วักกลิ บุคคลใดเห็นธรรม บุคคลนั้นเห็นเราตถาคต”
    เท่านี้เอง พระวักกลิ เป็นพระอรหันต์เลย

    อารมณ์สุดท้ายคือไม่ห่วงร่างกาย
    การสอน ถ้านิ่มนวลไม่มีผล เพราะว่าท่านเกาะร่างกายพระพุทธเจ้า เกาะร่างกายไม่ใช่เกาะธรรมะ ถ้าขืนเทศน์แกก็ไม่เป็นพระอรหันต์ จึงต้องหาวิธีการให้ตัดร่างกาย ถ้าอารมณ์ก็จะถึง “รวมความว่า คนที่มีของเก่าตามมา ก็ใช้กำลังจิตเพียงเล็กน้อย ทีนี้ตอนที่พิสูจน์อยากทราบว่า อย่างตอนที่เห็นองค์ท่านหรือเห็นแสงกลม ๆ ขาดใหญ่ ๆ ในขณะทำใจสบาย ๆ ผมเองก็ไม่แน่ใจว่า แสงที่เห็นเป็นแสงของใคร ผมถามท่าน ๆ ก็ทรงเฉยๆ..? ” เราไม่รู้ว่าเป็นแสงของใคร ก็นึกว่าเป็นแสงของเราก็หมดเรื่อง แต่ก่อนที่จะภาวนานึกถึงใครล่ะ ?
    “นึกถึงพระพุทธเจ้า”

    อ้าว ! แล้วแสงใคร ถ้าเรานึกถึงใครก็เป็นแสงของบุคคลนั้น ถ้าแสงสว่างจ้ามากแสดงว่าจิตใจเราสะอาดมาก

    18556382_1472851979402348_110085220579433141_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  5. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ความจริงคนกับมนุษย์นี่ไม่เหมือนกัน รูปร่างอย่างเดียวกัน แต่ว่าความรู้สึกของจิตใจไม่เท่ากัน

    “คน” นี่แปลว่า “ยุ่ง” คือ ไม่ยอมรับนับถือใครจริงๆ ไม่ยอมปฏิบัติในด้านของความดีจริงจัง อย่างที่จะรักษาศีล ก็รักษาไม่จริง ทำเป็นศีลหัวเต่าผลุบเข้าผลุบออก รักษาบ้าง ไม่รักษาบ้าง สิกขาบทแค่ ๕ ประการ ก็ถือว่าอย่างนั้นจำเป็น อย่างนี้จำเป็นแก่สังคม ถ้าปฏิบัติตามศีลก็ขาดสังคม คนในสังคมนั้นไม่คบหาสมาคม อย่างนี้ เข้าเรียกว่า “คน”
    สำหรับ “มนุษย์” แปลว่า “ใจสูง” คนนี่แปลว่ายุ่ง ถ้าปฏิบัติในศีลในธรรมไม่ได้ ก็มีแต่ยุ่ง สำหรับมนุษย์ แปลว่าใจสูง คนที่มีใจสูงคือมีกรรมบท ๑๐ ประการครบถ้วน คือ “มีทั้งศีลทั้งธรรมครบถ้วน ทางกายไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ทางวาจาไม่พูดปด ไม่พูดส่อเสียด และไม่พูดคำหยาบ ไม่พูดจาเหลวไหลไร้ประโยชน์ ทางใจไม่คิดอยากได้ทรัพย์สมบัติของคนอื่นใด ไม่คิดจองล้างจองผลาญใคร มีความเห็นตรงตามความจริง ยอมรับนับถือความจริง ที่เป็นเหตุบันดาลให้มีความสุขอารมณ์อย่างนี้ท่านเรียกว่ามนุษย์” ขอประทานอภัยเถอะบรรดาท่านพุทธบริษัท ที่ท่านทั้งหลายกำลังฟังอยู่นี่ ท่านลองวัดกำลังใจของท่านดูซิว่า เวลานี้นะท่านเป็นมนุษย์หรือว่าท่านเป็นคน หากว่าท่านเป็นคน ก็รู้สึกว่าความสุขของท่านยังน้อยเกินไป เมื่อกำลังใจของท่านเป็นมนุษย์ ความสุขของท่านจะมีมากมายเหลือเกิน เกือบจะหาอารมณ์ของความทุกข์ไม่ได้

    คัดลอกจาก…..หนังสือแนะวิธีหนีนรกแบบง่ายๆ

    18620212_1478855528801993_7470827526734757865_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  6. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ทำบุญไม่ทันอธิษฐาน

    ผู้ถาม : หลวงพ่อเจ้าขา ตอนที่เพื่อนข้างบ้านเขาจะฝากมาทำบุญกับหลวงพ่อ พอลูกบอกปุ๊บ เขาก็ศรัทธาหยิบปั๊บใส่มือลูกปุ๊บไม่ทันอธิษฐาน เมื่อไม่ทันอธิษฐานก็ปรากฏว่าเมื่อลูกกลับไปแล้วไปบอกเขาว่า เงินที่ให้ลูกไปนั้นน่ะได้ทำบุญกับหลวงพ่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขามีความสงสัยว่า
    เอ๊ะ ลืมอธิษฐาน ลืมจด อานิสงส์จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซนต์เหมือนกับที่ท่านทั้งหลายอธิษฐานก่อนล่วงหน้าหรือเปล่าเจ้าค่ะ

    หลวงพ่อ : อธิษฐานล่วงหน้าหรือล่วงหลังมีผลเท่ากัน การตั้งใจทำบุญจริงย่อมเป็นบุญใช่ไหม อานิสงส์มันสมบูรณ์แบบแล้ว อย่างแบงก์ 100 บาท ยังไงๆ ก็100 บาท มันไม่ใช่ 99 บาทใช่ไหม
    ไม่เป็นไรนะ อธิษฐานก่อนหลังเหมือนกัน

    อธิษฐานน่ะเป็นการตั้งใจเพื่อจะไปไหน เขาเรียก “อธิษฐานบารมี” ใช่ไหม ตั้งใจว่าตายจากชาตินี้แล้วจะไปอเวจี ไปไหม

    ที่มา : หนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ 374 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2555 หน้าที่ 107 โดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง

    18698125_1479811135373099_6678846000178536540_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  7. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
  8. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    กำแพงด้านหน้า “วิหารสมเด็จองค์ปฐม” ถูกต้นไม้ล้มพังเสียหาย เมื่อวันที่ 3 มิ.ย. 60 ท่านเจ้าคุณฯ บอกว่าจะสร้างกำแพงให้ใหม่อย่างสวยงาม
    1. สร้างกำแพงใหม่ด้านหน้า “วิหารสมเด็จองค์ปฐม”
    2. ทำบุญวันอาสาฬหบูชา และ ทำบุญถวายกุศลหลวงปู่ปาน วันที่ 8 กรกฎาคม 2560
    3. ทำบุญวันเข้าพรรษา และ งานพิธีฉลองชัยชนะพระเจ้าพรหมมหาราช วันที่ 9 กรกฎาคม 2560
    4. ทำบุญซ่อมพระจุฬามณี
    5. ปรับปรุงศาลา 4 ไร่ (ทำหลังคาคลุมโรงอาหารและห้องพักทั้งหมด)
    6. ซ่อมแซมปราสาททองคำ (เริ่มงาน มกราคม 2560 คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6 เดือนแล้วเสร็จ)
    7. อาคารพิพิธภัณฑ์ “สมบัติพ่อให้”
    8. สร้างวิหารหลวงพ่อ 5 พระองค์
    9. ชำระหนี้สงฆ์
    10. ค่าน้ำ – ค่าไฟฟ้า
    11. ค่าภัตตาหารพระสงฆ์
    12. สร้างพระพุทธรูป วิหารทาน สังฆทาน ธรรมทาน

    หมายเหตุ : ท่านที่โอนเงินจากการใส่บาตร “วิระทะโย” ทางวัดจะได้นำเงินส่วนนี้ไปเป็น “ค่าน้ำ-ค่าไฟ” และ “ค่าภัตตาหาร” ถวายแด่พระสงฆ์ นับเป็น “สังฆทาน” อีกด้วย ฉะนั้น ผู้ที่ใส่บาตร “วิระทะโย” เป็นประจำ สามารถส่งเงินออนไลน์ได้เป็นประจำทุกเดือน.

    สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาต้องการจะร่วมทำบุญกับทางวัดท่าซุง เพราะในขณะนี้ ท่านเจ้าคุณพระภาวนากิจวิมล (พระครูปลัดอนันต์) ได้มีการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ และมีการปฏิสังขรณ์ภายในวัดอีกหลายแห่ง ฉะนั้น ผู้ที่มีความประสงค์จะร่วมทำบุญตามรายการดังกล่าว สามารถโอนเงิน ONLINE ผ่านทาง..

    ธนาคารกรุงไทย สาขาอุทัยธานี
    ชื่อบัญชี…วัดจันทาราม (วัดท่าซุง)
    เลขที่ 619 – 0 – 18966 – 0

    http://www.watthasung.com/wat/viewthread.php?tid=350

    18921752_1492725357415010_1366335135633484588_n.jpg
    18951304_1492725360748343_2675977128093115644_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  9. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ ตอบปัญหาธรรม ตอน อานิสงส์บริจาคโลหิตเป็นทาน
    โดย พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

    ผู้ถาม :- “ทีนี้การ บริจาคโลหิตเป็นทาน นั้น อยากจะเรียนถามว่าเป็นทานขั้นไหนครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “เขาเรียกว่า “ทานภายใน” นะ จะถือว่าเป็นปรมัตถทานก็ยังไม่ได้ เขาเรียกทานภายใน คือให้ของภายในกายนี่เป็น “ทานภายใน” ให้ของนอกกายเขาเรียก “ทานภายนอก” นะ ยังจะถือว่าเป็นปรมัตถทานไม่ได้นะ ถ้าเป็นปรมัตถทานต้องอย่างที่พระพุทธเจ้าท่านทำ”

    ผู้ถาม :- “เป็นยังไงครับหลวงพ่อ…?”

    หลวงพ่อ :- “เชือดเนื้อเอาไปเลี้ยงเขาเลย”

    ผู้ถาม :- “ถึงขนาดนั้นเชียวหรือครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ใช่ นั่นเป็น “ปรมัตถทาน” เราถือว่าเป็นปกติทานก็แล้วกัน แต่เป็นทานภายในเพราะอานิสงส์สูงมาก อาจจะสูงกว่าทานภายนอกสักหน่อยหนึ่งนะ”

    ผู้ถาม :- “แล้ว การบริจาคโลหิต กับ การอุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาล เป็นทาน อันไหนมีอานิสงส์มากกว่ากันครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “อุทิศเลือดให้ขณะยังไม่ตายมีอานิสงส์สูงกว่าเมื่อตายแล้ว ตายแล้วเหมือนของเขาทิ้งแล้ว ร่างกายใช้อะไรไม่ได้ มีประโยชน์เพียงแค่วัตถุทาน จะให้มีอานิสงส์สูงเท่ากับให้เลือดตอนมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้แน่ ใช่ไหม…

    ดูอย่างพระพุทธเจ้าเมื่อสมัยเป็นพระเวสสันดร ตอนนั้นที่คนเขามาขอช้างหรือของต่าง ๆ พระองค์ก็คิดว่าทำไมไม่ขอดวงตา ถ้าขอท่านก็จะให้ ไม่ว่าจะเป็นแขนซ้ายหรือแขนขวาก็จะให้ นี่ท่านตั้งใจให้ตอนมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่ตอนตายแล้ว ฉะนั้นถ้าให้ได้ก็เป็นปรมัตถบารมี

    ผู้ถาม :- “ทีนี้ถ้าจะบริจาคร่างกายให้นักศึกษาแพทย์เขาศึกษาต่อเมื่อเราตายแล้ว แต่อธิฐานไว้ว่า “ตายเมื่อไรขอพ้นจากวัฏฏสงสาร” อย่างนี้จะมีโอกาสไม่ให้มาเกิดอีกใช่หรือเปล่าครับ…?”

    หลวงพ่อ :- “ถ้าเวลาจะตายนะ จิตตัดกิเลสแน่นอน ไม่อยากมาเกิดอีก หรือเมื่อนั้นเมื่อเวลาจะตาย จิตตัดความรักในระหว่างเพศ ตัดความโกรธ ก็ไม่มาเกิดอีก มันไม่แน่นะ เดาส่งไม่ได้ มันเฉพาะจิตใช่ไหม…จะเดาไม่ได้ แต่บังเอิญก่อนที่จะตาย เวลานี้ทรงอารมณ์ของพระโสดาบันได้นะ และก็ตัดสินใจไว้เสมอทุกเช้าว่า “ร่างกายนี้ตายเมื่อไร ขอไปนิพพานเมื่อนั้น” อันนี้จิตทรงตัวแน่นอน อย่างนี้ไปได้ทันที”

    จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๗๖-๗๗
    พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง)

    18951305_1495912083763004_3187328824775436409_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  10. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ยอมรับนับถือกฎของกรรม

    ถ้าเลวมากเท่าไหร่ เราก็เพ่งเล็งความเลวของบุคคลอื่นมากเท่านั้น ถ้าเราดีมากเท่าไหร่ เราก็ไม่มองเห็นความเลวของบุคคลอื่น เพราะยอมรับนับถือกฎของกรรม ที่เรายังไปแส่หาความเลวของบุคคลอื่น เสียดสีเขาบ้าง พูดกระทบกระเทียบเขาบ้าง ทำลายความสุขใจเขาบ้าง นั่นแสดงว่า เรามันเลวที่สุดของความเลว

    ⚙ที่มา: หนังสือทางสายเข้าสู่พระนิพพาน หน้า ๓๕
    โดย: หลวงพ่อพระราชพรหมยานวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี

    19148930_1499686663385546_3534455341142886059_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  11. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    วิ่งสวดมนต์ – หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    ผู้ถาม : เวลาประมาณตี ๕ ลูกได้ออกมาวิ่งออกกำลังกาย ในขณะที่วิ่งลูกก็สวดมนต์ไปด้วย ตัดขันธ์ ๕ ไปด้วย มาวันหนึ่งคิดว่า ทำไปทำมา
    เอ สติจะเสียหรือเปล่า ชักไม่ไว้ใจตัวเอง

    หลวงพ่อ : เขาทำถูกแล้วไม่เสีย นั่นสติดี นั่นดีมากจริงๆ แบบจงกรม เขาวิ่งนี่ฉันเคยใช้นะ ใช้ก็สะดวกดีเมื่อก่อนก็เดิน เดินช้าหน่อย ต่อมาก็เร็ว หนักๆ เข้าในป่าไผ่ ล่อกันครึ่บๆ วิ่ง วิ่งแบบกวดหมานะ วิ่งกวดวัวแต่หนีหมาปรากฏว่ามีท่านผู้เฒ่าท่านหนึ่งย่องแอบไปเห็นเข้า ก็ฟ้องหลวงพ่อปาน พระ ๓ องค์ วิ่งกันพรึ่บๆ ไม่เป็นพระเป็นเจ้า หลวงพ่อปานเลยสวดเอาว่า เขาทำในป่าแล้วเสือกเห็นทำไมท่านบอกว่าปากหมา นั่นเขาทำกรรมฐานกัน สังเกตไหม
    ♢♢♢ เขาวิ่งเขาไม่ได้วิ่งส่งเดช เขาวิ่งภาวนาไปด้วย ♢♢♢
    นี่เหมาะสำหรับพระที่ไปธุดงค์หรือคนเดินป่า เพราะอะไรรู้ไหมเวลาเสือกวดเรา เราวิ่งหนีเป็นตัวคุมสติให้อยู่ นี่ทำถูกต้องแล้วนะสังเกตไหมแค่จงกรมธรรมดา สมาธิยังไม่เสื่อมเลย ต้องถือว่าเก่งมาก น่าจะฝึกอภิญญา

    ผู้ถาม : อย่างนี้ฝึกได้จริงๆหรือครับ?

    หลวงพ่อ : ฝึกได้ จะได้หรือไม่ได้ไม่รู้ เอางี้ซิ ว่างๆ ก็ตั้งเวลาไว้โก้ๆ สัก ๑ ชั่วโมง นั่งบ้าง นอนบ้าง
    ♢♢♢ ภาวนาว่า สัมปจิตฉามิ เป็นอภิญญาตรง ♢♢♢

    จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม ๔ หน้า ๕๘-๖๑ (หลวงพ่อฤาษี วัดท่าซุง)

    19366404_1509101502444062_3679606418963874689_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  12. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ทำบุญอย่างไร จึงจะให้ความจำดี : หลวงพ่อพระราชพรหมยาน
    ผู้ถาม : กราบเท้าหลวงพ่อที่เคารพอย่างสูง คือ ลูกอยากจะทราบว่า.. คนที่เกิดมาอย่างเช่นลูกนี้เป็นต้น ความจำไม่ค่อยดี ได้หน้าลืมหลัง สวมนต์ภาวนาไปก็เลอะ ๆ เลือน ๆ… ก็อยากจะเรียนถามหลวงพ่อว่า วิธีที่จะทำบุญทำกุศลให้เกิดปัญญาบารมีปัจจุบันทันด่วน คือให้จำได้เหมือนกับเขาทั้งหลายนั้น มีบ้างหรือเปล่าเจ้าคะ ขอหลวงพ่อ ได้โปรดเมตตาด้วยเถิดจ้าค่ะ.
    หลวงพ่อฯ : มี..ต้องไปใช้ชาติหน้า..!
    ผู้ถาม : ทำชาตินี้ ได้ชาตินี้ ไม่มีหรือครับ..?
    หลวงพ่อฯ :ไม่มี.. เขาเอาปัจจุบันทันด่วน นี่… ถ้าค่อยๆทำมันมี คือใช้อานาปานุสสตินะ จิตจะค่อยๆทรงตัว ความจำจะดีขึ้น ในเมื่อความจำดีขึ้น ปัญญามันก็ดีขึ้น ใช้ลมหายใจเข้าออกทุกวัน… เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน นับ ๑ ถึง ๑๐ หายใจเข้าออก นับเป็น ๑.. หายใจเข้าออกนับเป็น ๒.. ตั้งใจอย่างนี้ครั้งละ ๑๐.. ก่อนหลับ ๑๐.. ตื่นจากหลับ ๑๐ เท่านั้นพอ.. ไม่กี่วัน ค่อยๆไปนะ.
    (จากหนังสือ “หลวงพ่อตอบปัญหาธรรม ฉบับพิเศษ” เล่มที่ ๙ หน้าที่ ๔๐ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี )

    19424481_1514313061922906_7161137280072887864_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  13. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ฝันว่าเหาะได้

    “หลวงพ่อคะ หนูภาวนาสัมปจิตฉามิแล้วหลับไป ปรากฏว่าฝันว่าเหาะได้เสมอ ๆ อย่างนี้แสดงว่าในอนาคตจะได้อภิญญาหรือเปล่าคะ”

    ความจริงถ้าฝันว่าเหาะได้ ถ้าเอาความฝันนะ เขาถือว่างานที่ต้องการนั้นสำเร็จผล แต่ถ้าฝันว่าเหาะได้ ความจริงกำลังใจเริ่มดีแล้ว ทำไปเรื่อย ๆ นะ

    “ตามที่ในหนังสือธัมมวิโมกข์เขียนไว้บอกว่า ถ้าภาวนาไปเรื่อย ๆ วันละ ๑ ชั่วโมง จะมีผลคล้ายอภิญญา”

    คือท่านเจ้าของบอกมาอย่างนั้น คาถาบทนี้ไปได้ที่นิวซีแลนด์ นอนอยู่ที่เมืองควีนทาวน์ ท่านบอกให้ ท่านบอกว่าเป็นคาถาของอภิญญา ใครเขากลั่นแกล้งเราด้วยกรณีใดๆ ก็ตาม เขาได้รับผลนั้นโดยฉับพลัน ถ้ากำลังใจดีนะ

    แล้วท่านบอกว่า ใช้กำลังใจเรื่อย ๆ ไป วันหนึ่งประมาณ ๑ ชั่วโมง นั่งก็ได้ นอนก็ได้ ทำเรื่อย ๆ ไป พอถึงที่สุดก็จะเหาะได้ ไม่ใช่ลอยเฉยๆ นะ เหาะนี่ต้องการจะไปไหนมันไปได้ ถ้าลอยดีไม่ดีหล่นตุ้บข้างทาง ลอยก็เหมือนเขาจับโยน จะลงที่ไหนบังคับไม่ได้ ถ้าเหาะนี่เราบังคับได้ ถ้าเหาะได้เมื่อไรอภิญญาทั้ง ๑๐ เข้าครบถ้วนเมื่อนั้น ไม่ใช่ได้แต่เหาะอย่างเดียว

    สัมปจิตฉามิ เป็นคาถาอภิญญารวม นั่นหมายความว่า คนนั้นต้องได้อภิญญาในชาติก่อน เอามารวมใช้นั่นเอง

    จาก หนังสือธัมมวิโมกข์ ฉบับที่ ๔๓๔

    19511560_1520221244665421_9010358119806458733_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  14. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    19937600_1791193981171398_8291983416367251456_n.jpg

    LIVE (สด) : การฝึกมโนมยิทธิ (ญาณ 8 ประการ) ที่วิหารแก้ว 100 เมตร วัดท่าซุง จ.อุทัยธานี
    Like & Share & โมทนา ขอให้ได้บุญครั้งนี้

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  15. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    อารมณ์อิจฉาริษยา
    จิตต้องประกอบไปด้วยความกรุณา ความสงสาร เห็นคนและสัตว์เราเห็นว่าเป็นคนที่เห็นว่าเราควรจะสงเคราะห์ทั้งหมดตามกำลังที่เราจะพึงทำได้ อารมณ์จิตเราจะอ่อนโยน ไม่หวั่นไหวไปในความชั่ว พลอยยินดีเมื่อบุคคลอื่นได้ดี ไม่อิจฉาริษยาบุคคลอื่น อารมณ์อิจฉาริษยาน่ะมันเป็นอารมณ์ของสัตว์นรก มันมีแต่ความเร่าร้อน อารมณ์ที่ไม่มีจิตอิจฉาริษยาใครเป็นอารมณ์เยือกเย็น เป็นอารมณ์ของสวรรค์ เป็นอารมณ์ของพรหม เป็นอารมณ์ของนิพพาน แล้วเราก็มีอุเบกขา หมายความว่ารู้ว่าสิ่งใดที่มันเป็นธรรมดา เราไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้
    ที่มา : ทางสายเข้าสู่พระนิพพาน หน้า ๘

    19665157_1524869680867244_4066807538130056951_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  16. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
  17. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ลาภลอย
    ลาภสองแบบ
    ผู้ถาม :- “เวลามีคนมาขอทานหน้าบ้าน เขามักจะขอโดยการร้องเพลงยาวๆ ฟังแล้วอดสงสารไม่ได้ค่ะ แต่บางทีก็รำคาญต้องรีบบอกให้หยุดร้อง ให้สตางค์แล้วก็ให้เขารีบไปเร็วๆ อย่างนี้จะเป็นไรไหมคะ…?”
    หลวงพ่อ :- “ไม่เป็นไรหรอกหนู เมื่อสมัยบวชใหม่ๆ หลวงพ่อปานบอกว่า ถ้าจะให้ทานคนขอทาน อย่าให้เขาพูดมาก หมายความว่าพอมาถึงไม่ต้องยกมือไหว้พูดขอ ถ้าเขาจะขอก็บอกไม่ต้อง ฉันให้แล้ว ฉันเต็มใจให้แล้ว คือว่าเราจะให้ใคร อย่าให้เขาพูดมาก อย่าให้เสียเวลา ให้เร็วๆ ที่สุด ตั้งใจเป็นการสงเคราะห์จริงๆ แล้วผลมันให้ชาตินี้ ฉันทดสอบมาแล้ว เป็นความจริง ถ้าเกิดไปชาติหน้าจะได้ลาภสองแบบ หมายความบุญที่มีการเตรียมการ จะร่ำรวยจากการประกอบอาชีพ และที่ถือของไปตามทางเจอะที่ไหนให้ที่นั่น โดยไม่ตั้งใจไว้ก่อนจะได้ ลาภลอย คือ ถูกล็อตเตอรี่ การให้ทานโดยไม่เตรียมการไว้ก่อน ใครมาก็ได้เราให้ได้ ถ้าทำอย่างนี้เสมอๆ คนมาขอทาน เราไม่ยอมให้พูดขอ รีบควักเลย แล้วมันจะมีผลในชาตินี้ คือ สิ่งที่เราขัดข้องคิดว่าจะไม่ได้มันจะโผล่ เราก็ให้เท่าที่เราจะให้ได้ เขาไม่บังคับเรานี่ พอทำไปไม่กี่ปีก็เริ่มให้ผล ของที่จะได้มามันมีการคล่องตัวมากขึ้น แต่ว่าเวลาให้ เราอย่าไปคิดถึงผลอันนี้นะ ต้องให้ด้วยการสงเคราะห์จริงๆ คือตัดไปเลย มันได้เท่าไรก็ช่าง ถ้าไปคิดว่าเราต้องการให้เพื่อต้องการผลตอบแทน ผลจะถูกตัด เพราะเป็นการให้ทานประกอบด้วยความโลภ

    ปัญหาเรื่องการบริจาคทาน โดยหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    19905300_1531376490216563_505864420946391269_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  18. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
  19. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
    ถ้าเรามีความจำเป็นต้องทำลายศีล ๕
    เราก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงนรกก่อน
    สิ่งที่มีความสำคัญก็ขอย้ำว่า
    พยายามทรงศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ อย่าคิดว่ามันมีความจำเป็นอะไรต้องทำลายศีล ๕ ถ้าเราถือว่าเรามีความจำเป็น เราก็ต้องคิดว่า เราจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลงนรก คิดไว้ด้วยนะ
    เพราะถ้าจำเป็นจะต้องทำลายศีล ๕ ข้อใดข้อหนึ่ง
    ก็ต้องถือว่า เรามีความจำเป็นจริงๆที่จะไปพระนิพพานยังไม่ได้ ต้องลงนรกก่อน เตือนไว้นะ เพราะศีล ๕ แต่ละข้อ ถ้าผิดข้อไหนก็ตาม เปิดโอกาสลงอบายภูมิทั้งหมด
    ศีลทั้ง ๕ ข้อนี้จะเป็นข้อหนึ่งข้อใดก็ตาม ถ้าเราละเมิด นั่นก็หมายความว่า เราเปิดช่องของอบายภูมิ หรือเปิดทางเดินไปสู่อบายภูมิ มีเกิดเป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน
    ธรรมโอวาทหลวงพ่อฤๅษี วัดท่าซุง

    20139799_1539557166065162_266052326274419537_n.jpg

    ที่มา คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
     
  20. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง

    ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 กันยายน 2017
    โพสต์:
    3,322
    ค่าพลัง:
    +0
Loading...
กระทู้ที่คล้ายกัน - แฟนเพจ คำสอนหลวงพ่อฤาษี (ลิงดำ)
  1. SiTa
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    4,652
  2. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,195
    เปิดดู:
    506
  3. ศิษย์หลวงพ่อวัดท่าซุง
    ตอบ:
    1,288
    เปิดดู:
    378
  4. เผยแพร่ธรรมะ
    ตอบ:
    0
    เปิดดู:
    208
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...