เรื่องเด่น ใช้วัตถุมงคลให้ถึงธรรม

ในห้อง 'พุทธศาสนา และ ธรรมะ' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 17 มีนาคม 2017.

  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร เป็นที่รู้จักกันดี ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    13,347
    กระทู้เรื่องเด่น:
    160
    ค่าพลัง:
    +55,262
    ?temp_hash=df4f8e481a0cffa1f0c932508fad7f90.jpg



    "ศาสนสถาน และศาสนวัตถุ" ไว้เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของศาสนาทุกศาสนาในโลก รวมถึงพระพุทธศาสนา ซึ่งโดยส่วนใหญ่เป้าหมายของการสร้างวัตถุ ก็เพื่อให้บุคคลได้ยึดเหนี่ยวจิตใจ ใช้เตือนสติ ให้ทำความดี ละเว้นความชั่ว และปฏิบัติตามหลักของศาสนา จนนำไปสู่การเรียกวัตถุที่สร้างขึ้นในลักษณะนี้ว่า "วัตถุมงคล"

    โดยเฉพาะในพระพุทธศาสนา ที่มีการสร้างวัตถุมงคลเป็นรูปเคารพของพระพุทธเจ้า เป็นจำนวนมากกว่าศาสดาของศาสนาใด ๆ จนถูกนำไปบันทึกไว้ใน กินเนสส์บุ๊ก (The Guinness Book of Records) ว่า พระพุทธเจ้าเป็นบุคคล ที่มีอนุสาวรีย์รูปเคารพมากที่สุดในโลก เพราะเพียงแค่ประเทศไทยก็มีมากมายจนนับไม่ได้แล้ว ดังนั้น เรื่องวัตถุมงคลจึงกลายเป็นเรื่องใหญ่ในพระพุทธศาสนาของประเทศไทย แต่ก็มีนักวิชาการบางส่วน หรือสำนักเรียนบางแห่ง ที่ออกมาตำหนิวัตถุมงคลว่า เป็นสิ่งที่ทำให้คนเข้าไม่ถึงแก่นแท้ของศาสนา


    ซึ่งในความเป็นจริง โบราณาจารย์ท่านมีความเข้าใจสภาพของบุคคลมากกว่าคนในปัจจุบัน โดยท่านทราบว่า พุทธศาสนิกชนนั้นมีความแตกต่างกัน เปรียบเหมือนพีระมิดที่มีส่วนฐานกว้างใหญ่สุด คือบุคคลที่ยึดติดในพิธีกรรมและสิ่งมงคลต่างๆ ส่วนตรงกลาง คือผู้ที่พยายามจะศึกษาให้เข้าใจว่า พระพุทธศาสนาสั่งสอนอะไร ส่วนยอดเพียงเล็กน้อย คือ คนที่ตั้งใจปฏิบัติธรรมเพื่อความหลุดพ้นอย่างแท้จริง แม้แต่พระพุทธเจ้าเอง ก็มีการจำแนกบุคคลออกเป็น 4 ประเภท และใช้วิธีการสอนที่ไม่เหมือนกัน เพราะทรงทราบว่า แต่ละบุคคลมีการสะสมบุญบารมีมาแตกต่างกัน จะให้มาเหมือนกันหมดทั้งโลกนั้นย่อมเป็นไป ไม่ได้

    ดังนั้น ปราชญ์ในอดีตท่านจึงจำเป็นต้องหาสิ่งมายึดโยงกำลังใจของพุทธศาสนิกชนส่วนใหญ่ให้อยู่กับพระพุทธศาสนา ด้วยการสร้างวัตถุมงคลขึ้นมา ทำให้บุคคลทั่วไปที่กำลังใจยังต้องการยึดเกาะสิ่งต่างๆ อยู่ มีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจในด้านความดี จะได้อยู่ในขอบเขตที่ถูกต้องและสมควร
    ซึ่งโดยหลักการที่จะบูชาวัตถุมงคลให้มีผลอย่างแท้จริงนั้นประกอบด้วย...

    1.มีศรัทธาในคุณของพระรัตนตรัย และครูบาอาจารย์ผู้สร้างวัตถุมงคลนั้นอย่างมั่นคง ไม่ใช่เพียงหาบูชาวัตถุมงคลตามกระแส หรือหลงเชื่อสรรพคุณร้อยแปดพันประการที่มีการโฆษณาชวนเชื่อกัน

    2. มีความดีในเบื้องต้นเพียงพอ เช่น รักษาศีล 5 เจริญจิตตภาวนา หรือใส่บาตรทำบุญเป็นปกติ ดังที่ครูบาอาจารย์สมัยก่อน เมื่อแจกวัตถุมงคล จะบอกกล่าวกับลูกศิษย์ตนเองว่า ให้รักษาความดีบางประการ เช่น หลวงปู่ปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา บอกลูกศิษย์ให้รักษาศีลข้อ 2 และ 5 จึงจะบูชาพระของท่านแล้วมีผล หรือหลวงพ่อคูณ วัดบ้านไร่ จ.นครราชสีมา บอกกล่าวแก่ผู้บูชาพระของท่านว่า ห้ามด่าพ่อแม่ผู้มีคุณโดยเด็ดขาด เป็นต้น

    3. อาราธนาพระทุกเช้า เป็นการระลึกถึงคุณงามความดีของพระรัตนตรัย และครูบาอาจารย์ หมั่นสวดมนต์บูชาวัตถุมงคล ให้เหมือนกับบูชาพระพุทธเจ้า เพราะวัตถุมงคลไม่ใช่เครื่องดูดทรัพย์สำเร็จรูป ที่เพียงวางไว้บนหิ้ง หรือผูกติดคออยู่ทุกวัน โดยไม่นึกถึงพระ ก็จะทำให้ผู้ใช้ปลอดภัยหรือร่ำรวยเป็นมหาเศรษฐีได้

    4.หมั่นระลึกอยู่เสมอว่า มีพระและครูบาอาจารย์อยู่กับตัว จะทำสิ่งใดต้องมีสติ ถ้าเรื่องใดไม่ดีงามก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะโดยธรรมชาติ พระย่อมไม่ช่วยใครทำชั่วอย่างแน่นอน

    ถ้าสามารถบูชาวัตถุมงคลได้ ดังที่กล่าวมานี้ ก็ย่อมสามารถเข้าถึงประโยชน์และอานุภาพสูงสุดของวัตถุมงคลนั้นได้อย่างแท้จริง
    ส่วนผลพลอยได้อื่นๆ ที่มากับวัตถุมงคลนั้น ให้ถือเสียว่าเป็นของแถมพิเศษเพราะการทำความดีของเรา ใช้วัตถุมงคลให้ถึงธรรม


    คอลัมน์ ‪#‎ฝึกจิต‬ พระเฉลิมชาติ ชาติวโร พระธรรมทูตเชิงลึกแดนพุทธภูมิ สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย ๙๘๐ ข่าวสดออนไลน์
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • 6-3.jpg
      6-3.jpg
      ขนาดไฟล์:
      53.5 KB
      เปิดดู:
      69

แชร์หน้านี้

Loading...