ใต้ร่มฉัตรพระบรมราชจักรีวงศ์.......อุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา

ในห้อง 'ในหลวงกับพุทธศาสนา' ตั้งกระทู้โดย WebSnow, 6 เมษายน 2007.

  1. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    55
    ค่าพลัง:
    +60,186
    kings013ft9.jpg


    วันนี้วันที่ 6 เมษายน เป็นวันจักรี วันสำคัญอย่างยิ่งยวดวันหนึ่งของประเทศไทยและประชาชาติไทย เพราะเป็นวันสถาปนาพระบรมราชจักรีวงศ์ขึ้นในสุวรรณภูมิ อันเป็นราชอาณาจักรไทยในทุกวันนี้

    ในยามนั้นแผ่นดินเป็นจลาจล และยังต้องเผชิญกับศึกเหนือเสือใต้ไม่ว่างเว้น แต่ด้วยพระบรมเดชานุภาพและพระบุญญาธิการแห่งพระมหากษัตริย์องค์พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ จึงทำให้ชาติบ้านเมืองฝ่าฟันภยันตรายทั้งผอง และอยู่รอดปลอดภัย

    ทำให้ประชาชาติไทยทั้งมวลสามารถตั้งหลักปักมั่นอยู่ในแผ่นดินอันสงบสุขสันตินี้สืบเนื่องยาวนานจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และจะสืบทอดต่อไปสู่อนาคตอันยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด

    ยามแผ่นดินจลาจล พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์นี้ทรงใช้ความเด็ดขาด ความเที่ยงธรรม และความเมตตาดับร้อนทุกข์เข็ญให้เย็นลงทุกครั้งไป ความรุ่มร้อนทุกข์ตรมและประหวั่นพรั่นพรึงจึงสร่างสิ้นไปโดยไว

    ยามเผชิญศึกเหนือเสือใต้ พระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์นี้ทรงเป็นศูนย์รวมแห่งความสามัคคีของประชาชาติไทย และทรงนำพาประชาชาติไทยเข้าปกปักรักษาราชอาณาจักรนี้ด้วยความกล้าหาญ ด้วยความเสียสละ ด้วยความมานะบากบั่น

    ราชอาณาจักรนี้จึงฝ่าฟันผองภัยมาได้ทุกยุคทุกสมัย เหล่านี้ล้วนเป็นพระมหากรุณาธิคุณ พระเมตตาคุณแห่งสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์นี้ที่ไม่เคยขาดช่วงห้วงต่อแม้แต่สักน้อยนิด

    พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์แห่งพระบรมราชวงศ์นี้ทรงเปี่ยมด้วยพระเมตตาคุณ พระมหากรุณาธิคุณแก่พสกนิกรของพระองค์ ทรงพระราชทานความรัก ความอบอุ่นใจ ความอิ่มเอิบใจ และความมั่นใจให้กับพสกนิกรของพระองค์ ทำให้มวลมหาประชาราษฎร์ไม่มีความโดดเดี่ยว ไม่มีความว้าเหว่หรือเปล่าเปลี่ยว

    ยามเผชิญหน้ากับวิกฤตใด ๆ คนไทยทุกคนจะรู้สึกว่าแผ่นดินนี้หาได้ว่างเปล่า หากยังมีอุ้งหัตถ์แห่งมหาเทพ คือองค์พระสยามินทร์ที่คอยพิทักษ์ปกปักษ์รักษาดูแลอาณาประชาราษฎร์ให้มีความร่มเย็นเป็นสุข ให้ปราศจากทุกข์เข็ญและเภทภัยทั้งมวล

    นับแต่วันที่พระบรมราชจักรีวงศ์นี้ลงหลักปักฐานมั่นคงในสุวรรณภูมินี้แล้ว องค์พระปฐมบรมกษัตริย์แห่งพระราชจักรีวงศ์ได้ทรงตั้งปฏิญญาอันแน่วแน่ไว้เป็นหลักบ้านหลักเมืองว่า




    " ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา
    ป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี"
     
  2. WebSnow

    WebSnow ผู้ก่อตั้งเว็บพลังจิต ทีมงาน Administrator

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 เมษายน 2003
    โพสต์:
    8,342
    กระทู้เรื่องเด่น:
    55
    ค่าพลัง:
    +60,186
    พระราชปณิธานของ
    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


    " ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา
    ป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี"


    (พระราชนิพนธ์นิราศท่าดินแดง)
    (พ.ณ.ประมวลมารค,สิบสองกวี.สำนักพิมพ์แพร่พิทยา,๒๕๑๐,หน้า ๑๐๓)


    "แล้วมีพระราชโองการปฏิสันถารแก่เจ้าพระยาและพระยาทั้งปวงว่า "สิงของทั้งนี้จงจัดทำนุบำรุงไว้ให้จงดีจะได้ป้องกัน รักษาแผ่นดิน ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และพระราชอาณาเขตสืบไป" แล้ว อัครมหาเสนาธิบดีรับพระราชโองการกราบบังคมทูล ว่า"ข้าพระพุทธเจ้า ขอรับพระราชโองการ มานพระบัณฑูรสุรสิงหนาทใส่เกล้าใส่กระหม่อมขอเดชะ" แล้วเสด็จกลับขึ้นข้างใน เสด็จประทับเหนือพระที่นั่งภัทรบิฐ...

    ครั้นเสร็จการฉลองพระนครแล้ว จึงพระราชทานนามพระนครใหม่ให้ต้องก้บนามพระพุทธรัตนปฏิมากรว่า

    "กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพนพรัตนราชะานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์ มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์" เป็นพระมหานครที่ดำรงรักษาพระมหามณี รัตนปฎิมากรเป็นแก้วอยา่งดีมีสิริอันประเสริฐสำหรับพระบาร มีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผุ้ประดิษฐานกรุงเทพ มหานครนี้ตั้งแต่พระราชทานนามนี้มาบ้านเมืองก็อยู่เย็น เป็นสุขเกษมสุมบูรณ์ขึ้น (ครั้นในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัวทรงแปลงสร้อยที่ว่า บวรรัตนโกสินทร์ นั้นเป็นอมรรัตนโกสินทร์ นอกนั้นคงไว้ตามเดิม)



    (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์ (ขำ บุนนาค) สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงตรวจชำระและทรงพระนิพนธ์อธิบาย, พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑,
    กรมศิลปากร, ๒๕๒๖,หน้า ๖๑-๖๒ และ ๖๓



    "....ทุกวันนี้ตั้งพระทัยแต่ที่จะทำนุบำรุงวรพระพุทธศาสนา ไพร่ฟ้าประชากรให้อยู่เย็นเป็นสุขตั้งอยู่ในคติธรรมทั้ง ๔ดำรงจิตจัตุรัสบำเพ็ญศีล ทาน จะได้สุคติภูมิ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพานสมบัติเป็นประโยชน์แก่ตน"

    (กฎหมายตราสามดวง, กรมศิลปากร, ๒๕๒๑,หน้า ๗๖๙)




    "...พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรฯ เมื่อได้ทรงสดับพระสงฆ์ราชาคณะ ถวายพระพร โดยพิศดารดังนั้น จึงดำรัสว่า

    "ครั้งนี้ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวงจงมีอุตสาหะ ในฝ่ายพระพุทธจักรให้พระไตรปิฎกบริบูรณ์ขึ้นให้จงได้ ฝ่ายข้างอาณาจักรที่จะเป็นศาสนูปถัมภก นั้นเป็นพนักงานโยม โยมจะสู้เสียสละละชีวิตบูชาพระรัตนตรัย สุดแต่จะให้พระปริยัติบริบูรณ์เป็นมูล ที่จะตั้งพระพุทธศาสนาจงได้" พระราชาคณะทั้งปวงรับสาธุแล้วถวายพระพร



    (เจ้าพระยาทิพากรวงศ์,พระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ , กรมศิลปากร, ๒๕๒๖ หน้า ๑๑๓)

    ------------------------






    ราชวงศ์จักรี เป็นราชวงศ์ที่ปกครองประเทศไทย ต่อจากสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (พระนามเดิม ทองด้วง ทรงสืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนางในสมัยกรุงศรีอยุธยา) ทรงสถาปนาราชวงศ์โดยการปราบดาภิเษกเมื่อ พ.ศ. 2325 ยุคของราชวงศ์นี้เรียกว่า "ยุครัตนโกสินทร์"


    ที่มาของชื่อและสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรี
    ชื่อของราชวงศ์จักรีมีที่มาจากบรรดาศักดิ์ "เจ้าพระยาจักรีศรีองครักษ์" ตำแหน่งสมุหนายก ซึ่งเป็นตำแหน่งทางราชการที่พระองค์เคยทรงดำรงตำแหน่งมาก่อนในสมัยกรุงธนบุรี คำว่า "จักรี" นี้พ้องเสียงกับคำว่า "จักร" และ "ตรี" ซึ่งเป็นเทพอาวุธของพระนารายณ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระแสงจักรและพระแสงตรีไว้ 1 สำรับ และกำหนดให้ใช้เป็นสัญลักษณ์ประจำราชวงศ์จักรีสืบมาจนถึงปัจจุบัน

    พระมหากษัตริย์ไทยแห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์

    [​IMG]

    รัชกาลที่ 1 พระบาทสมเด็จพระปรโมรุราชามหาจักรีบรมนาถ ฯ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช
    รัชกาลที่ 2 พระบาทสมเด็จพระปรมพงษเชษฐ์มเหศวรสุนทร ฯ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย
    รัชกาลที่ 3 พระบาทสมเด็จพระปรมาธิวรเสษฐ์มหาเจษฎาบดินทร์ ฯ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎ ฯ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 6 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธ ฯ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 7 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก ฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
    รัชกาลที่ 8 พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ฯ พระอัฐมรามาธิบดินทร์
    รัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ฯ



    [​IMG]



    ที่มาของข้อมูล: สถาบันพระมหากษัตริย์กับพระพุทธศาสนา
    http://www.geocities.com/buddhistworld/page0104.html
     
  3. KomAon11

    KomAon11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    4,805
    ค่าพลัง:
    +18,954
    สาธุ

    วันจักรี ขอนอบน้อมในพระบารมีปกเกล้าของทุกรัชกาลที่ทรงมีเมตตาต่อประชาราษฎร์

    สีแดงหมายถึงชาติ สีขาวศาสนา สีน้ำเงินหมายถึงว่า พระมหากษัตริย์ไทย

    ไชโย ไชโย ไชโย
     
  4. tamsak

    tamsak ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    7,844
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +160,940


    ผู้เขียนกล่าวได้ชอบยิ่งนัก โดยเฉพาะข้อความที่หยิบยกมานี้



    .
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 เมษายน 2007
  5. ธรรมวิวัฒน์

    ธรรมวิวัฒน์ ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2006
    โพสต์:
    20,452
    ค่าพลัง:
    +94,588
    ในยามนั้นแผ่นดินเป็นจลาจล และยังต้องเผชิญกับศึกเหนือเสือใต้ไม่ว่างเว้น แต่ด้วยพระบรมเดชานุภาพและพระบุญญาธิการแห่งพระมหากษัตริย์องค์พระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ จึงทำให้ชาติบ้านเมืองฝ่าฟันภยันตรายทั้งผอง และอยู่รอดปลอดภัย

    ทำให้ประชาชาติไทยทั้งมวลสามารถตั้งหลักปักมั่นอยู่ในแผ่นดินอันสงบสุขสันตินี้สืบเนื่องยาวนานจนกระทั่งถึงปัจจุบัน และจะสืบทอดต่อไปสู่อนาคตอันยาวไกลไม่มีที่สิ้นสุด

    ***********************************************
    เป็นพระราชกรณียกิจที่น่าสรรเสริญ ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
     
  6. HONGTAY

    HONGTAY ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    36,538
    กระทู้เรื่องเด่น:
    125
    ค่าพลัง:
    +147,084
    ในยามใดที่บ้านเมืองอยู่ในคราวสงบ พระเจ้าอยู่หัวของเราทุกรัชกาล ได้ปรับปรุง พัฒนาและเพิ่มพูนให้มหาชนชาวสยามกินดี อยู่ดี ทำนุบำรุง ศิลปะวัฒนธรรมและศาสนา พัฒนาความเจริญแก่ประเทศ

    ในยามใดที่บ้าสนเมืองอยู่ในภาวะสงครามและวุ่นวาย พระเจ้าอยู่หัวทุกราชกาลจะเป็นแม่ทัพและเป็นเสาหลัก และเป็นศุนย์รวมจิตใจของคนทุกไทยทุกคน

    เป็นบุญอันหาที่สุดมิได้ ที่คนไทยได้เกิดมาใต้ร่มโพธิสมภารของพระมหากษัตริย์ไทยทุกรัชกาล

    และด้วยพระมหาบารมีของพระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี ขอได้โปรดจงดลบันดาลให้ประเทศไทยเกิดความสงบร่มเย็นด้วยเถิด

    -----------------------------------------------------------------------
    เรารักในหลวง ทำดีเพื่อพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย
     
  7. mahaasia

    mahaasia เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ตุลาคม 2006
    โพสต์:
    1,134
    ค่าพลัง:
    +4,985
    จะรักษาคำสอนบวรสวัสดิ์ ปฏิบัติกายใจให้ผ่องศรี
    จะเทิดทูนคุณงามและความดี จะเพิ่มพุนสามัคคีมีเมตตา
    จะทรงอภิญญาจารวัตร จะปกป้องสมบัติพระศาสนา
    จะสืบทอดสาธารณะปฏิปทา จะยังประโยชน์ปวงประชาสืบไป

    พระราชพรหมยานบูชา
    พระราชาทรงธรรมราษฎรก็เป็นสุข
     
  8. อายุมั่น

    อายุมั่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2007
    โพสต์:
    534
    ค่าพลัง:
    +3,957
    เย็นศิระเพราะพระบริบาล

    ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมกราบนมัสการพระมหาบุรพกษัตราธิราชไทยทุกๆพระองค์

    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
     
  9. ท่าข้าม

    ท่าข้าม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 เมษายน 2006
    โพสต์:
    466
    ค่าพลัง:
    +2,510
    โมทนาบุญด้วยจ้ะ เพราะพระบารมีบูรพกษัตริย์ไทยปกเกล้าประเทศชาติ ประชาชน เราจึงอยู่กันอย่างร่มเย็นเสมอมา แผ่นดินนี้ท่านรักษาไว้ให้ลูกหลาน บริวารทั้งปวง พวกเราควรน้อมใจตั้งมั่นในการทำความดีตอบแทนพระคุณทุกๆพระองค์
     
  10. บุญบันดาล

    บุญบันดาล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2006
    โพสต์:
    688
    ค่าพลัง:
    +1,000
    อนุโมทนา สาธุ สาธุ สาธุ
    ขอคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช บูรพระมหากษัตริย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจักรวาล โปรดอภิบาลปกป้องรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ขอพระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ ศัตรูผู้ที่คิดไม่ดีกับพระองค์ขอให้แพ้ภัยตนเอง พ่ายแพ้ต่อพระบารมีของพระองค์ ขอให้ประเทศไทยสงบสุขปวงประชาอยู่เย็นเป็นสุขในร่มพระบารมีของพระองค์ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ
     
  11. มุ่งเต็มใจ

    มุ่งเต็มใจ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2006
    โพสต์:
    7,829
    ค่าพลัง:
    +23,562
    [​IMG] [​IMG]

    สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทนามิ
    ขออัญเชิญอำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย พระสยามเทวาธิราช บุรพมหากษัตริย์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในจักรวาล โปรดอภิบาลปกป้องรักษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช แห่งราชวงศ์จักรี ขอพระองค์จงทรงพระเกษมสำราญ เจริญในทศพิธราชธรรม อุปถัมภ์พระพุทธศาสนา ศัตรูผู้ที่คิดไม่ดีกับพระองค์ขอให้กลับตัวกลับใจคิดได้ กลับมาทำการอันเป็นคุณ ต่อชาติ ศาสนา มหากษัตริย์ ต่อพระบารมีของพระองค์ ขอให้ประเทศไทยสงบสุขปวงประชาอยู่เย็นเป็นสุขอยู่ในสัมมาปฏิบัติ ภายใต้ร่มพระบารมีของพระองค์ ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ
    <!-- / message --><!-- sig -->
     
  12. อุดรเทวะ

    อุดรเทวะ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    1,927
    ค่าพลัง:
    +130
    ขออนุโมทนาสาธุครับ เป็นบุญของประชาชนไทยโดยหาที่สุดมิได้
     
  13. TupLuang

    TupLuang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    3,143
    ค่าพลัง:
    +1,365
    วีรบุรษ

    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 1
    <DD>พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณร
    พระประวัติ

    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท กรมพระราชวังบวรสถานมงคลในรัชกาลที่ 1 และพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณร สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุนสิงหนาท เป็นสมเด็จพระอนุชาธิราชในสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ประสูติในรัชกาลสมเด็จพระเต้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อวังพฤหัสบดี เดือน 11 ขึ้น 1 ค่ำ ปีกุน จ.ศ. 1150 (พ.ศ.2286) มีพระนามเดิมว่า “บุญมา” ต่อมาได้ทรงรับราชการในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสุริยามรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) ตำแหน่ง นายสุจินดาหุ้มแพร เมื่อ พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาใกล้จะเสียกรุงแก่พม่า นายสุจินดากับเพื่อน ๆ ได้ลอบหนีออกจากเมือง และไปสมัครรับราชการอยู่กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ได้รับบรรกาศักดิ์เป็นพระมหามนตรี เจ้ากรมพระตำรวจในขวา เมื่อ พ.ศ. 2310 เป้นยอดขุนพลสำคัญของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทำการรบมีชัยชนะศึกหลายครั้ง ใน พ.ศ. 2311 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนตำแหน่งเป็นพระยาอนุชิตราราชา ให้เป็นแม่ทัพขึ้นไปตีเมืองพิษณุโลก เมื่อตีเมืองได้แล้ว โปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าพระยาสุรสีห์ ผู้สำเร็จราชการเมืองพิษณุโลก พม่าเรียกว่า “พระยาเสือ”
    <DD>ต่อมาเกิดเหตุจลาจลในกรุงธนบุรี สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก ทรงปราบจลาจลเรียบร้อยแล้ว บรรดาเสนาบดีและข้าราชการราษฎรทั้งหลายได้อัญเชิญสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งบรมราชวงศ์จักรีวงศ์ และได้โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระอนุชาธิราชเจ้าพระยาสุรสีห์ เสด็จเถลิงพระราชมณเฑียรที่พระมหาอุปราช เป็นกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เมื่อ พ.ศ. 2325 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุนสิงหนาท สวรรคตเมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 12 แรม 4 ค่ำ ปีกุน เบญจศก จุลศักราช 1165 ตรงกับวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2346
    <DD>ส่วนพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณรนั้นเป็นพระอนุชาต่างพระมารดา กับเจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ กรมพระราชบวรสถานพิมุข (วังหลัง) ในรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
    พระเกียรติประวัติ

    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาท และพระเจ้าหลานเธอองค์เจ้าขุนเณรเกี่ยวข้องกับจังหวัดกาญจนบุรี ในฐานะที่เป็นวีรบุรุษที่สำคัญยิ่งในยุทธภูมิทุ่งลาดหญ้าครั้งสงครามเก้าทัพ เมื่อ พ.ศ. 2328 ซึ่งในสงครามครั้งนั้นพระเจ้าปะดุงกษัตริย์พม่า ได้ยกทัพมามีจำนวนพลถึง 144,000 จัดเป็นกระบวนทัพ 9 ทัพ แยกย้ายกันเข้ามาตีไทยทั้งทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ หัวเมืองปักษ์ใต้ ฝ่ายตะวันตกและกรุงเทพฯ พร้อม ๆ กันทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทัพที่ยกเข้ามาตีกรุงเทพฯ ซึ่งเข้ามาทางด่านพรเจดีย์สามองค์ ทางชายแดนตะวันตกนั้นมีกำลังพลถึง 55,000 และมีพระเจ้าปะดุงเป็นจอมทัพ <DD>
    <DD>ฝ่ายไทยเมื่อทราบข่าวศึกด็วางแผนต่อสู้ โดยจัดกองทัพออกไปสกัดกองทัพพม่าไว้ 3 ทาง คือ
    <DD>ทัพที่ 1 เจ้าฟ้ากรมหลวงอนุรักษ์เทเวศร์ (กรมพระราชบวรสถานพิมุข) ถือพล 15,000 ไปตั้งขัดตาทัพอยู่ที่เมืองนครสวรรค์ คอยป้องกันมิให้พม่าที่ยกทัพลงมาทางข้างเหนือล่วงเลยเข้ามาถึงกรุงเทพฯได้ ในช่วงเวลาที่กำลังต่อสู้ข้าศึกทางเมืองกาญจนบุรี
    <DD>ทัพที่ 2 สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทเสด็จเป็นจอมทัพถือพลจำนวน 30,000 ไปตั้งรับพม่าที่เมืองกาญจนบุรี (เก่า) คอยต่อสู้กองทัพพระเจ้าปะดงที่จะยกมาทางด่านพระเจดีย์สามองค์
    <DD>ทัพที่ 3 เจ้าพระยาธรรมมาธิบดี (บุญรอด) กับเจ้าพระยายมราชถือพล 5,000 ไปตั้งรับพม่าที่เมืองราชบุรี คอยต่อสู้พม่าซึ่งจะยกทัพเข้ามาทางใต้หรือทางเมืองทะวาย
    <DD>ส่วนพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงคุมกำลังไพร่พลประมาณ 20,000 เศษ เป็นกองทัพหลวง เตรียมไว้ในกรุงเทพฯ ถ้าหากกำลังข้าศึกบุกหนักทางด้านไหนก็จะได้ยกไปช่วยได้ทันที
    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้เสด็จยกกองทัพออกไปตั้งรับกองทัพพม่าที่ทุ่งลาดหญ้า (ปัจจุบันอยู่ในท้องที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี) โดยตั้งค่ายหลายค่ายชักปีกกาถึงกันทุกค่าย และให้ขุดสนามเพลาะปักขวากหนามไว้ด้วย แล้วทรงจัดให้พระยามหาโยธา (เจ่ง) คุมกองมอญ 3,000 ยกออกไปตั้งค่ายขัดตาทัพพม่าอยู่ทางด่านกรามช้างอันเป็นช่องเขาริมลำน้ำแควใหญ่
    กองทัพพม่าซึ่งยกเข้ามาทางด่านพระเจดีย์สามองค์ได้ยกทัพหน้าเดินเรื่อยมาและเข้าโจมตีกองทัพมอญที่ด่านกรามช้างแตกพ่ายถอยร่นเข้ามายังค่ายที่ทุ่งลาดหญ้า กองทัพพม่าได้ยกติดตามเข้ามา และปะทะกับกองทัพไทยที่ตั้งค่านอยู่ที่ทุ่งลาดหญ้า กองทัพพม่าจึงได้หยุดยั้งตั้งค่ายอยู่บริเวณชายทุ่งลาดหญ้านั่นเอง ส่วนกองทัพหนุนของพม่าที่ยกตามมาก็หยุดยั้งตั้งค่ายเป็นระยะ ๆ ที่ท่าดินแดง สามสบและบริเวณชายแดน ซึ่งได้รับความลำบากมาเในเรื่องการส่งและจัดหาเสบียงอาหารจากแดนพม่าข้ามภูเขาและบุกป่าฝ่าดงเข้าส่งให้กับทุกกองทัพ
    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทได้ให้ทหารออกไปโจมตีค่ายพม่า แต่พม่าก็ต่อสู้อย่างเข้มแข็ง พลทหารไทยและพม่าต่างยิงโต้ตอบกันทั้งสองฝ่าย ทำให้บาดเจ็บล้มตายลงทั้งสองข้าง ทัพไทยหักเอาค่ายได้ก็ถอยเข้าค่าย ทหารทั้งปวงเกิดความหวาดหวั่นในการสู้รบกับพม่า สมเด็จพระบวรราชมหาสุรสิงหนาท ต้องใช้อำนาจเด็ดขาดของแม่ทัพ สั่งให้ทำครกขนาดใหญ่ไว้ในค่ายแล้วประกาศว่า “ถ้าใครถอยหนีแก่พม่าข้าศึกจะเอาตัวลงครกโขลกเสีย” บรรดาทหารทั้งปวงกลัวจับลงครกโขลกให้ตายทั้งเป้นจึงต่อสู้กับพม่าอย่างไม่เสียดาย-ชีวิต นอกจากนี้ยังทรงตั้งกองโจรให้พระยาสีหราชเดโช พระยาท้ายน้ำ พระยาเพชรบุรี ทั้งสามนายเป็นนายทัพกองโจร และให้พระยารามคำแหง พระยาเสนานนม์เป็นปลัดทัพ ถือพล 500 ยกทัพกองโจรลัดป่าไปคอยซุ่มสกัด คอยตีกองลำเลียงเสบียงอาหารของพม่าที่พุไคร้ ทางลำน้ำแควไทรโยค แต่นายกองโจรทั้งสามนายอ่อนแอ และย่อท้อได้หลบหนีไปซุ่มตั้งทัพอยู่ที่อื่น สมเด็จพระบวรราชเจ้าสุรสิงหนาทจึงดำรัสสั่งให้ประหารชีวิตนายทัพกองโจรทั้ง - สามนาย แล้วนำศีรษะไปเสียบประจานไว้หน้าค่ายหลวงที่ทุ่งลาดหญ้า ส่วนปลัดทัพสองนายนั้นก็ให้เอาดาบสับศีรษะคนละ 3 เสี่ยง เป็นการลงโทษไม่ให้ผู้ใดเอาเยี่ยงอย่าง แล้วให้พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณรเป็นนายทัพกองโจรกับข้าหลวงหลายนาย ถือพล 1,000 ยกไปบรรจบกองโจรเดิม อีก 500 รวมเป็น 1,500 ไปคอยสกัดกองลำเลียงพม่าที่พุไคร้ มิให้ส่งกองลำเลียงเสบียงอาหารถึงกันได้ กองทัพพม่าที่ตั้งค่ายอยู่ที่ทุ่งลาดหญ้าจะได้ขาดเสบียงอาหารและอ่อนกำลังลง พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณร ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง จับได้พม่า ช้าง ม้า และโค ต่าง ๆ ส่งมายังค่ายหลวงที่ทุ่งลาดหญ้าอยู่เนือง ๆ
    <DD>ฝ่ายแม่ทัพหน้าพม่าทั้งสองนายที่ตั้งค่ายอยู่ที่ชายทุ่งลาดหญ้า ได้แต่งหอรบขึ้นที่ค่ายหน้าหลายแห่ง แล้วให้เอาปืนใหญ่ตั้งขึ้นบนหอรบยิงค่ายกองทัพไทย สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทก็ให้เอาปืนลูกไม้แต่ครั้งกรุงธนบุรี (ปืนใหญ่ที่ใช้ท่อนไม้เป็นกระสุน) เข็นออกมาตั้งหน้าค่ายยิงค่ายและหอรบพม่าพังลงหลายแห่งทำให้ไพร่พลบาดเจ็บล้มตาย จนพม่าครั่นคร้ามไม่กล้าออกมาโจมตีค่ายไทยทั้งเสบียงอาหารก็ขาดแคลนลง
    <DD>ในขณะที่สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทสู้รบกับพม่าติดพันกันอยู่ ที่ทุ่งลาดหญ้านั้น พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระปริวิตกเกรงว่ากำลังไพร่พลจะไม่พอตีทัพพม่าให้แตกพ่ายไป จึงเสด็จยกกอวทัพหลวงหนุนไปจากกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์เดือนยี่ ขึ้น 9 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2328 เมื่อเสด็จไปถึงค่ายหลวงที่ทุ่งลาดหญ้าก็ทรงปรึกษาราชการสงคราม สมเด็จพระบวนราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทกราบทูลว่าพม่าอดอยากมากอยู่แล้วขออย่าได้ทรงพระวิตกถึงการรบที่ทุ่งลาดหญ้าเลย พม่าคงจะแตกพ่ายไปในไม่ช้านี้อย่างแน่นอนขอให้เสด็จกลับคืนพระนครเถิด เผื่อข้าศึกจะหนักแน่นมาทางอื่นจะหนุนกันได้ทันท่วงที พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงเห็นชอบด้วยจึงเสด็จยกกองทัพหลวงคืนพระนคร
    <DD>ต่อมาสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสีหนาททรงทำกลอุบายลวงข้าศึกว่ากองทัพไทยมีกำลังไพร่พลและศาสตราวุธมาหนุนเนืองเป็นจำนวนมาก โดยแบ่งกำลังพลในกองทัพให้ลอบออกจากค่ายในเวลากลางคืยอย่างเงียบและไปให้ไกลพอควร ครั้นรุ่งเช้าก็ยกกระบวนเดินพลช้างม้าเรียงรายเนืองกันขึ้นไปอย่างไม่ขาดสายตั้งแต่เช้าจนเย็นเพื่อกลับเข้าค่าย สมเด็จกรมพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงทำกลลวงข้าศึกเช่นนี้อยู่หลายวัน พม่าซึ่งอยู่ที่สูงกว่าและเห็นก็เข้าใจว่ากองทัพไทยได้กำลังเพิ่มเติมเสมอก็ยิ่งครั่นคร้ามมากขึ้น และบังเอิญรี้พลของพม่าเกิดเจ็บป่วยด้วยไข้ทรพิษ
    <DD>สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาททรงสังเกตเห็นว่ากองทัพพม่าอดอยากและครั่นคร้ามมากแล้ว จึงสั่งให้ไพร่พลเจ้าโจมตีค่ายพม่าพร้อมกันทุกค่ายในเวลาเดียวกัน เมื่อวันศุกร์ แรม 4 ค่ำ เดือน 3 ปีมะเส็ง ซึ่งตรงกับวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2328 ฝ่ายพม่าพยายามสู้รบอยู่ตั้งแต่ช้าจนค่ำครั้นเวลาประมาณทุ่มเศษ แม่ทัพพม่าเห็นเหลือกำลังที่จะต่อสู้ก็แตกฉานออกจากค่ายหนีไป ไทยได้ค่ายพม่าหมดทุกค่ายจับไพร่พล และเครื่องศาสตราวุธ ปืนใหญ่น้อยได้เป็นอันมาก ส่วนพระองค์เจ้าขุนเณรซึ่งเป็นนายทัพกองโจรเมื่อทราบว่าทัพพม่าแตกพ่ายแล้วก็นำกองโจรออกสกัดตีซ้ำเติม จับได้ผู้คนเครื่องศษสตรวุธ ช้าง ม้า ส่งเข้ามาถวายสมเด็จพระบวรราชเจ้ามาหสุรสิงหนาท ณ ค่ายหลวงที่ทุ่งลาดหญ้าเป็นอันมาก
    <DD>ครั้งพระเจ้าปะดงทรงทราบว่ากองทัพหน้าแตกกลับไปก็เห็นว่าจะทำการสู้รบต่อไปไม่สำเร็จ จึงสั่งให้เลิกทัพออกไปเมืองเมาะตะมะอย่างรวดเร็ว สงครามที่ทุ่งลาดหญ้าคราวนี้ไทยกับพม่าสู้รบขับเครี่ยวกันมาเป็นเวลาประมาณสองเดือนเศษ ผลขอลสงครามนั้นก็เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าพม่าเป็นฝ่ายปราชัยอย่างยับเยิน และการประสบชัยชนะอย่างงดงามของกองทัพไทยนั้น ก็เป็นผลเนื่องมาจากความเข้มเแข็งความห้ามหาญเด็ดเดี่ยว และความมีสติปัญญาเฉลียวฉลาดมีไหวพริบปฏิภานในด้านกลศึกอย่างลึกซึ่ง ของสมเด็พระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทประการหนึ่ง อักประการหนึ่งก็เป็นผลเนื่องมาจากวีรกรรมอันห้าวหาญของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณร ผู้มีสายเลือดนักรบอันเข้มข้น ที่ได้นำทหารกองโจรออกซุ่มสกัดกองลำเลียงเสบียงอาหารของพม่าอย่างไม่หวาดหวั่น จนทำให้กองทัพพม่าที่ทุ่งลาดหญ้าต้องอ่อนกำลังลงเพราะขาดเสบียงอาหาร และประการสุดท้ายก็คือชาวกาญจนบุรีเป็นจำนวนมากภายใต้การนำของเจ้าเมืองกาญจนบุรีหรือพระยากาญจนบุรีก็ได้เป็นกำลังอันสำคัญในการต่อสู้กับพม่าข้าศึกอย่างเข้มแข็งด้วย ดังนั้นเราจึงควรภูมิใจในวีรกรรมของบรรพบุรุษของเราที่ได้พยายามปกป้องผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักและหวงแหนของเราไว้ได้ และจากสมครามคราวนี้เองได้ทำให้ชื่อเสียงของทุ่งลาดหญ้าจารึกอยู่ในประวัติศาสตร์ของชาวไทยตั้งแต่นั้นมา
    <DD>จึงนับได้ว่าสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทและพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าขุนเณรเป็นวีรบุรุษแห่งยุทธภูมิทุ่งลาดหญ้า และเป็นบุคคลสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรีด้วย และปัจจุบันนี้กรมทหารราบ กองพลทหารราบที่ 9 ค่ายกาญจนบุรี ได้สร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ของสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาสุรสิงหนาทในลักษณะทรงยืนถือพระแสงดาบกำลังบัญชาการรบอยู่ ประดิษฐานไว้ที่หน้ากองบัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 และจัดงานวันชนะศึก ณ ยุทธภูมิทุ่งลาดหญ้า เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 – 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2526 เพื่อเป็นเกียรติประวัติของกองทัพไทยและชาวเมืองกาญจนบุรี </DD><DD> </DD><DD> </DD><DD>http://lib.kru.ac.th/rLocal/print.php?story=05/08/16/3391986


    </DD>
     
  14. TupLuang

    TupLuang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    3,143
    ค่าพลัง:
    +1,365
    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช


    พระราชปณิธาน





    "ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา ป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี"


    "ทุกวันนี้ตั้งพระทัยแต่ที่จะทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ไพร่ฟ้าประชากรให้อยู่เย็นเป็นสุข ให้ตั้งอยู่ในคติธรรมทั้ง 4 ดำรงจิตจตุรัสบำเพ็ญศีลทาน จะได้สุคติภูมิ มนุษยสมบัติ สวรรคสมบัติ นิพพานสมบัติเป็นประโยชน์แก่ตน..."


    "พระบาทสมเด็จบรมบพิตรพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรฯ เมื่อได้ทรงสดับพระสงฆ์ราชาคณะถวายพระพรโดยพิสดารดังนั้น จึงตรัสว่า "ครั้งนี้ขออาราธนาพระผู้เป็นเจ้าทั้งปวงจงมีอุตสาหะในฝ่ายพระพุทธจักรให้พระไตรปิฎกบริบูรณ์ขึ้นให้จงได้ ฝ่ายข้างอาณาจักรที่จะเป็นศาสนูปถัมภกนั้นเป็นพนักงานโยม โยมจะสู้เสียสละชีวิตบูชาพระรัตนตรัย สุดแต่จะให้พระปริยัติบริบูรณ์เป็นข้อมูลที่จะตั้งพระพุทธศาสนาจงได้" พระราชาคณะทั้งวงรับสาธุแล้วถวายพระพร..."


    จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี





    *******************************




    เขมร ญวน และพม่า ในสมัยรัชกาลที่ 1




    [15 ส.ค. 51 - 19:55]










    นิติภูมิได้รับคำแนะนำจากท่านผู้ใหญ่ให้ค่อยๆทยอยนำ ประวัติศาสตร์ไทยในส่วนที่เกี่ยวดองหนองยุ่งกับเพื่อนบ้านมารับใช้ ในคอลัมน์เปิดฟ้าส่องโลก เพื่อให้เยาวชนคนไทยได้รู้ประวัติศาสตร์ ชาติของตัวอย่างแท้จริง เบื้องแรก ท่านแนะนำว่ายังไม่ต้องย้อนประวัติศาสตร์ไปให้ไกลนัก ควรเริ่มตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช



    กราบขอบพระคุณท่านที่กรุณาแนะนำ นิติภูมิมีความคิดเช่นนี้เหมือนกันครับ ขออนุญาตเริ่มต้นที่กรณีกัมพูชา ต้นรัชกาลที่ 1 เมื่อมีข่าวว่าจามจะยกทัพมาตีเขมร พระยายมราชและพระยากลาโหม (ปก) จึงพานักองเองและพระญาติพระวงศ์เขมรเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารรัชกาลที่ 1 ของไทย



    สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ ทรงรับรองนักองเองอย่างพระราชบุตร บุญธรรม เมื่อไทยไปปราบจามได้แล้ว รัชกาลที่ 1 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นักองเองกลับไปครองเมืองเขมร


    __________________​
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 2 พฤศจิกายน 2008
  15. TupLuang

    TupLuang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2008
    โพสต์:
    3,143
    ค่าพลัง:
    +1,365
    <TABLE height=34 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD style="PADDING-LEFT: 10px">
    พระพุทธเลิศหล้า

    [2 พ.ย. 51 - 15:19]


    </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE class=text cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" align=center border=0><TBODY><TR><TD align=middle><TABLE class=text cellSpacing=0 cellPadding=10 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD>สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวง อิศรสุนทร ดำรงพระเกียรติยศ เป็นพระมหา อุปราช กรมพระราชวังบวรสถานมงคล อยู่ 3 ปี พระชันษา 43 ก็ได้เสวยราชสมบัติ มีพระปรมาภิไธย ขึ้นต้นว่า </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>
     
  16. tamsak

    tamsak ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2004
    โพสต์:
    7,844
    กระทู้เรื่องเด่น:
    10
    ค่าพลัง:
    +160,940
    ถาม : เมื่อก่อน โบราณเขาบอกว่ารัชกาลที่ ๑๐ นี่ไม่มี ?

    ตอบ : ไม่มีได้ไง เยอะแยะไป ถ้าไม่ตายซะก่อนเดี๋ยวก็ได้รู้ รับประกัน ราชวงศ์จักรีอายุยาวมากเป็นร้อยๆ รัชกาลล่ะคราวนี้ ต่อไปในภายภาคหน้าพวกประเทศต่างๆ ที่มีกษัตริย์อยู่เห็นว่าระบบกษัตริย์แบบไทยดี ช่วยให้ประเทศชาติร่มเย็นประชาชนเป็นสุข ก็พยายามจะฟื้นระบบกษัตริย์ของตัวเองคืนมา ประเทศที่ไม่มีเห็นว่าดีบางทีอยากจะมีบ้าง ก็อาจจะมีการตั้งราชวงศ์กันขึ้นมา

    ถ้าหากว่าใครเกิดใหม่ก็ตามดู ต่อไประบบกษัตริย์จะปกครองเยอะมาก พื้นฐานใหญ่ก็ รัชกาลที่ ๙ นี่ล่ะ กลายเป็นคนของโลกไปแล้ว เจอฝรั่งเดนมาร์กคนหนึ่งห้อยเหรียญในหลวง บอกเฮ้ย ! ยูเอาคิงของไอไปห้อยได้ยังไง ? เขาบอกว่าเราใจคับแคบ ในหลวงเป็นคนของโลกไม่ใช่คนของคนไทย เขาย่อมมีสิทธิ์ เขาว่าอย่างนั้น อ๋อ ... มันว่าเราเสียหมาเลย (หัวเราะ) เราก็ปากเสียเจอฝรั่งความคิดเค้าอิสระดี เขาเห็นว่าอะไรดีอะไรเหมาะสมเขารับไว้เลย เขาไม่มีการมาดัดจริตกัน เห็นว่าสมควรก็เอาแล้ว เขาเห็นว่าพระมหากษัตริย์ของไทยดีเขาก็เก็บไว้เป็นที่ระลึก เอาเหรียญไปเลี่ยมห้อยคอเฉยเลย เหรียญที่เราใช้ซื้อของกันนี่ล่ะ ก็ไม่ได้เลือกที่ดีที่เด่นอะไรอย่างของเรา อาตมาอุตสาห์หาเหรียญพระมหาชนกมาให้ ของเขาๆไม่หาหรอก แสดงว่ากำลังใจมันเต็มกว่าเรา เอาเหรียญบาทเลี่ยมใส่คอ ทุกประเทศพูดถึงในหลวงก็มีแต่ชื่นชม

    จนกระทั่งบางประเทศบอกว่า ถ้าหากว่าคนไทยทำงานให้ได้ครึ่งหนึ่งของในหลวงนี่รับรองว่าไม่มีประเทศไหนในโลกสู้ได้ แต่ญี่ปุ่นนี่แสบที่สุด ญี่ปุ่นมันบอกว่าคนไทยนอกจากในหลวงแล้วมันโกงทั้งนั้นล่ะ (หัวเราะ) เหมารวมพระไปด้วย (หัวเราะ) คำว่าโกงของเขา เขาใช้คำว่าคอร์รัปชั่น คอร์รัปชั่นนี่ฟังดูแล้วมันเบา คำว่าโกงแรงหน่อย นอกจากในหลวงแล้วคอร์รัปชั่นทั้งนั้น เล่นเหมาหมดทุกวงการเลย

    อย่างน้อยๆ ของเราถ้าเอาตั้งแต่ราชวงศ์จักรีมาเราก็มีพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิธราชธรรมเป็นพระมหากษัตริย์ที่เหมาะกับยุคสมัยตลอดมา ตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๑ ยังมีศึกเสือเหนือใต้อยู่เป็นปกติต้องรบทัพจับศึกอยู่เป็นปกติ เราก็มีรัชกาลที่ ๑ ที่เข้มแข็งเก่งกล้าในการรบ พอมาถึงรัชกาลที่ ๒ แผ่นดินเริ่มสงบลง ของท่านเองท่านก็มาทางด้านศิลปวัฒนธรรม วรรณคดี ดนตรีการ จนขนาดฝากฝีมือเอาไว้ที่ปานประตูวัดสุทัศน์ โอ้โห... แกะสลักลายนี่ประเภทที่พูดง่ายๆ ว่าแทบจะหลุดจะบินออกมาจากข้างในได้เลย

    พอมาถึง รัชกาลที่ ๓ พวกฝรั่งต่างชาติเข้ามาเยอะ ท่านเองท่านมองการณ์ไกล ค้าขายกับต่างประเทศถึงขนาดมีกองเรือพาณิชย์ของตัวเอง ค้าขายกับจีนหาเงินเข้าท้องพระคลังเอาไว้ถ้าหากว่ารัชกาลที่ ๔ ขึ้นครองราชย์จะได้มีเงินส่วนนี้เอาไว้กอบกู้ประเทศชาติเวลาที่ฝรั่งยุโรปมาเบียดเบียน

    พอ รัชกาลที่ ๔ เข้ามา พวกฝรั่งเยอะแล้วนี่ แล้วรัชกาลที่ ๔ เก่งภาษาอังกฤษมากเลยเก่งอย่างชนิดที่ฝรั่งเขาทึ่ง เขาบอกว่านึกไม่ถึงว่าคนที่อยู่ไกลขนาดนี้จะใช้ภาษาได้ดีขนาดนี้ แล้วก็ยังมีการเอาพวกข้าราชการฝรั่งอะไรต่างๆ มารับราชการสำรวจทำแผนที่บอกเขตประเทศให้ชัดเจน บังเอิญว่ายังทำไม่สำเร็จ พอมา รัชการที่ ๕ นี่พวกบรรดาอังกฤษ ฝรั่งเศสก็แย่งกันครอบครองดินแดน เราก็มีพระมหากษัตริย์ที่เปรื่องปราชญ์ปรีชาสามารถ สามารถตัดสินใจยอมเสียสละส่วนน้อยเพื่อรักษาส่วนมากได้ มีการเลิกทาส มีการนำความเจริญสมัยใหม่มา ไม่ว่าจะเป็นโทรเลข โทรศัพท์ การไฟฟ้า รถไฟ อะไรพวกนี้

    มาถึง รัชกาลที่ ๖ สมัยนี้แผ่นดินจนหน่อย เพราะว่ารัชกาลที่ ๕ ทุ่มเทเพื่อแผ่นดินมาก รัชกาลที่ ๖ ก็จะมีการดุลข้าราชกาล คือว่าปรับสมดุล สมัยนี้ก็เหมือนกับเลย์เอ้าท์ให้ออกเพื่อให้ส่วนที่เหลืออยู่สามารถทำงานได้ พระองค์ท่านก็เปรื่องปราชญ์ถือเป็นนักปราชญ์เอกเลย แต่งหนังสือหนังหาเอาไว้เยอะมาก พอมาถึง รัชกาลที่ ๗ นี่ยุคสมัยของประชาธิปไตยโดยท่านเองท่านตั้งใจจะให้อยู่นานแล้วแต่คณะราษฏร์ใจร้อนไปหน่อย รีบเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าแปลงดินไปเลย ท่านก็ไม่ได้หวงพระราชอำนาจอะไร วินิจฉัยได้ถูกต้องซะด้วยซ้ำไปว่า ท่านมอบพระราชอำนาจให้ประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ให้แก่หมู่คณะใดคณะหนึ่ง

    มาถึงรัชกาลที่ ๘ ช่วงสงครามโลกพอดี เราก็มีพระราชาที่เรียกว่าเป็นหนุ่มน้อยน่ารักใครเห็นก็รักใครเห็นก็ชม พระองค์ท่านสามารถวางพระองค์ได้ถูกต้องกับเหตุการณ์ได้หมดจนคนเขาทึ่ง ครองราชย์ตั้งแต่ยังเล็กๆ ทำไมถึงทำได้ดีขนาดนี้ อันนี้ต้องยกเครดิตทั้งหมดให้กับสมเด็จย่า สมเด็จย่าอบรมมา พอมาถึงรัชกาลที่ ๙ นี่อายุท่านยืนยาวกว่า ท่านต้องทำงานเหมือนกับทำงานสองรัชกาลเลย พี่สวรรคตตั้งแต่อายุยังน้อยอยู่ น้องขึ้นครองราชย์เท่ากับว่าทำงานยาวมาถึงปัจจุบันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่เหมือนยังกับว่ามันเป็นไปตามวาระ ตามเวลาถึงกรรมจะมีแต่บุญก็แรงอยู่ เราก็เลยมีพระมหากษัตริย์มีผู้นำที่พูดง่ายๆ ว่าเหมาะสมกับยุคสมัยตลอดมา เพราะฉะนั้นรัชกาลที่ ๑๐ ก็ต้องเหมาะสม

    ถาม : จะเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย ?

    ตอบ : เขาว่าอะไรน่ะ โบราณคำทำนายของ สมเด็จพุทธโฆษาจารย์ สมัยอยุธยาว่า มหากาฬผ่านมหายักษ์ รัชกาลที่ ๑ กับสมเด็จพระเจ้าตากสิน พอรัชกาลที่ ๒ ก็รู้จักธรรม ไม่รู้จักธรรมได้ไงบูรณะวัดไปไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ ขนาดสร้างวัดสุทัศน์แกะสลักบานประตูเอง รัชกาลที่ ๓ จำต้องคิด ไม่คิดก็ไม่ได้ฝรั่งมันล่าเมืองขึ้นอยู่

    รัชกาลที่ ๔ สนิทธรรม บวชเองตั้งยี่สิบกว่าพรรษา กำเนิดธรรมยุติด้วย รัชกาลที่ ๕ จำแขนขาด ต้องเสียแผ่นดินบางส่วนเพื่อรักษาประเทศเอาไว้ รักษาความเป็นเอกราชเอาไว้ รอบข้างของเรากลายเป็นทาสของฝรั่งเศสกับอังกฤษแต่ประเทศไทยอยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้ รัชกาลที่ ๖ ราษฏร์ราชาจน จนถึงกับเงินหมดพระคลัง

    รัชกาลที่ ๗ นั่งทนทุกข์ ปฏิวัติต้องระเห็จไปอยู่ต่างประเทศแล้วก็สิ้นพระชนม์ต่างประเทศด้วย รัชกาลที่ ๘ ยุคทมิฬ ยุคสงครามโลกนับอีกทีก็พระมหากษัตริย์โดนปลงพระชนม์ด้วย รัชกาลที่ ๙ นี่ ถิ่นกาขาว โดดเด่นไม่เหมือนใคร เขาเป็นคอมมิวนิสต์ก็ไม่เป็นกับเขา เศรษฐกิจล่มประเทศอื่นจะเป็นจะตายคนไทยก็เชื่อในหลวงอย่างเดียว

    รัชกาลที่ ๑๐ นี่ชาววิไล ถึงเวลาสบายซะที เพราะรัชกาลที่ ๙ วางพื้นฐานเอาไว้ดีแล้ว พอรัชกาลที่ ๑๑ ก็ ไทยมหารัฐ เริ่มมีอำนาจขึ้นมารอบข้างเราต้องพึ่งพา พอรัชกาลที่ ๑๒ จักรพรรดิราช ถึงเวลาประเทศอื่นๆ เขาปกครองด้วยระบบพระมหากษัตริย์ก็ต้องลอกเลียนแบบของเราไป ก็เท่ากับว่ามาจากของเรานั่นเอง ว่าไปเรื่อยเดี๋ยวครบ ๑๕๐ รัชกาลแล้วจะยุ่ง

    ถาม : ...........................................

    ตอบ : บอกว่าอยู่เป็นพันปี ตอนนี้เพิ่ง ๒๒๐ ปี เมื่อวานมีใครไป วัดพระแก้ว มั่งมั้ย ? ประสาทพระเทพบิดร เปิด พระบรมรูปทั้ง ๘ รัชกาลก็อยุ่ที่นั่น พระบรมอัฐิก็อยู่ที่นั่น ถ้ามีโอกาสก็ไปกราบไหว้ให้เป็นสิริมงคลแก่ตัวบ้าง พวกเรานานๆ ไปนี่จิตสำนึกเกี่ยวกับชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์มันจางๆ ลง ต้องไปดูจะได้รู้ว่าบรรพบุรุษของเราน่ะทำมาอย่างไร ? ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ? ประเทศชาติบ้านเมืองทุกตารางนิ้วสละเลือดทาแผ่นดินเอาไว้เขาว่าอะไร ..ดาบไทยหลายแสนเล่มตกอยู่เต็มปฐพี




    สนทนากับพระเล็ก สุธมฺมปญฺโญ
    เดือนเมษายน ๒๕๔๕
    ณ บ้านอนุสาวรีย์ฯ




    .
     
  17. anoldman

    anoldman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กุมภาพันธ์ 2008
    โพสต์:
    1,924
    ค่าพลัง:
    +4,493
    สาธุๆ

    พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

    พระราชปณิธาน


    "ตั้งใจจะอุปถัมภก ยอยกพระพุทธศาสนา ป้องกันขอบขัณฑสีมา รักษาประชาชนและมนตรี"
    ขออนุโมทนาครับ
     
  18. ชนะ สิริไพโรจน์

    ชนะ สิริไพโรจน์ ทีมผูัดูแลเว็บบอร์ด ทีมงาน ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กรกฎาคม 2008
    โพสต์:
    5,892
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +35,126
    สาธุ ขอกราบบูชาพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่
    ที่บูรพมหากษัตริย์ทุกๆ พระองค์ทรงปกป้องบ้านเมือง
    และทำนุบำรุงสืบทอดพระพุทธศาสนามาจนถึงปัีจจุบัน

    สาธุ ขออนุโมทนากับท่านเจ้าของกระทู้เป็นอย่างสูงครับ

    เว็บทางนิพพาน
    เว็บไซด์ เผยแพร่ ธรรมที่นำไปสู่ความหลุดพ้น<O:p</O:p
    ที่รวบรวมโดย พล.ต.ท.นพ.สมศักดิ์ สืบสงวน<O:p</O:p
    ขอเชิญทุกท่านเข้าไปอ่านได้ที่
    www.tangnipparn.com<O:p</O:p

    <O:p>ขอเชิญแวะเยี่ยมชมและโมทนาบุญเว็บศูนย์พุทธศรัทธา


    [​IMG]</O:p>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 6 เมษายน 2010
  19. zunwu

    zunwu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2007
    โพสต์:
    728
    ค่าพลัง:
    +1,627
    ขอกราบแทบพระบาทพ่อหลวงของคนไทยทุกพระองค์
     
  20. wvichakorn

    wvichakorn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    3,531
    ค่าพลัง:
    +9,129
    [​IMG]

    ร่มฉัตร

    ปวงราษฏร์ทั่วถิ่นแคว้นไทย มอบดวงใจถวายทุกเวลา
    แด่องค์ร่มฉัตรราชา ทรงเมตตา ต่อชาวประชาทุกนาม


    ดังร่มโพธิ์ร่มไทร กางกั้นใบกิ่งงาม
    ปกคลุมทั่วถิ่นเขตคาม
    ทุกหย่อมแดนสยาม ร่มเย็นสุขสันต์

    หลายสิ่งอาจแปรผันไป สิ่งใดๆ ไม่คงชั่วนิรันดร์
    แต่ความภักดีไทยนั้น มอบทรงธรรม์ ไม่มีวันเปลี่ยนผันไป
    ทรงเมตตาห่วงใย ไทยทุกยามเรื่อยมา
    ดั่งบุญเกื้อกูลไพร่ฟ้า ได้กำเนิดเกิดมาใต้ร่มฉัตรไทย


    ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

    ขออนุโมทนาค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 7 เมษายน 2010

แชร์หน้านี้

Loading...