“ กายในกาย ”

ในห้อง 'หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ' ตั้งกระทู้โดย บ้องแบ้ว, 11 มกราคม 2017.

  1. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    2,986
    กระทู้เรื่องเด่น:
    87
    ค่าพลัง:
    +4,892
    “ กายในกาย ”
    โดย
    หลวงพ่อฤาษีลิงดำ

    ใน “มหาสติปัฏฐานสูตร”
    พระพุทธเจ้า ทรงตรัสถึง “กายในกาย” ไว้
    สำหรับนักปฏิบัติขั้นต้น ... ก็ถือเอา อวัยวะภายใน เป็น กายในกาย

    ส่วนท่านที่ได้ “จุตูปปาตญาณ” แล้ว
    (จุตูปปาตญาณ คือ ญาณหยั่งรู้การจุติและอุบัติของสัตว์ทั้งหลาย)
    ก็ถือเอา กายที่ซ้อนกาย อยู่นี้เป็น กายในกาย

    “กายในกาย” มีได้อย่างไร ?
    ขอตอบว่า เป็นกายประเภท อทิสมานกาย
    คือ ดูด้วยตาเนื้อไม่เห็น
    ต้องดูด้วย “ญาณ” ... จึงเห็น

    ตามปกติ กายในกาย หรือ กายซ้อนกายนี้
    ก็ปรากฏตัวให้เจ้าของกายรู้อยู่เสมอ ... ในเวลาหลับ
    ในขณะหลับนั้น ฝันว่าไปไหน
    ทำอะไรที่อื่น จากสถานที่เรานอนอยู่
    ตอนนั้นเราว่าเราไป และทำอะไรต่ออะไรอยู่
    ความจริงเรานอน และเมื่อไปก็ไปจริง จำเรื่องราวที่ไปทำได้
    บางคราวฝันว่าหนีอะไรมา พอตื่นขึ้น ก็เหนื่อยเกือบตาย
    กายนั้นแหละที่เป็น กายซ้อนกาย หรือ กายในกาย
    ตามที่ท่านกล่าวไว้ใน “มหาสติปัฏฐาน”
    ตามที่ นักเจโตปริยญาณ ต้องการรู้
    (เจโตปริยญาณ คือ ญาณหยั่งรู้ใจผู้อื่นได้)

    “กายในกาย” แบ่งออกเป็น ๕ ขั้น คือ

    ๑. กายอบายภูมิ
    มีรูปร่างลักษณะคล้ายกับขอทาน ที่มีกายเศร้าหมองอิดโรย
    หน้าตาซูบซีด ไม่ผ่องใส
    พวกนี้ตายแล้วไป อบายภูมิ

    ๒. กายมนุษย์
    มีรูปร่างลักษณะค่อนข้างผ่องใส เป็นมนุษย์เต็มอัตรา
    กายมนุษย์นี้ต่างกันบ้างที่ มีสัดส่วนผิวพรรณ
    ขาวดำ สวยสด งดงามไม่เสมอกัน
    แต่ลักษณะก็บอกความเป็นมนุษย์ชัดเจน
    พวกนี้ตายแล้วไปเกิดเป็น มนุษย์ อีก

    ๓. กายทิพย์
    คือ กายเทวดา (ชั้นกามาวจร) มีลักษณะผ่องใส ละเอียดอ่อน
    ถ้าเป็น เทวดา ชั้นอากาศเทวดา หรือ รุกขเทวดา ...ขึ้นไป
    ก็จะเห็นสวมมงกุฎแพรวพราว เครื่องประดับสวยสด งดงามมาก
    ท่านพวกนี้ตายแล้วไปเกิดเป็น เทวดา ชั้นกามาวจรสวรรค์

    ๔. กายพรหม
    มีลักษณะคล้ายเทวดา แต่ผิวกายละเอียดกว่า
    ใสคล้ายแก้ว มีเครื่องประดับสีทองล้วน
    แลดูเหลืองแพรวพราวไปหมด ตลอดจนมงกุฎที่สวมใส่
    ท่านพวกนี้ตายไปแล้ว ไปเกิดเป็น พรหม

    ๕. กายแก้ว หรือ กายธรรม (ธรรมกาย)
    กายของท่านประเภทนี้ เป็นกายของ พระอรหันต์
    จะเห็นเป็น ... ประกายพรึกทั้งองค์
    ใสสะอาดยิ่งกว่ากายพรหม และเป็นประกายทั้งองค์
    ท่านพวกนี้ตายแล้วไป “นิพพาน”
    การที่จะรู้กายพระอรหันต์ได้ ต้องเป็นพระอรหันต์เองด้วย
    มิฉะนั้น จะดูท่านไม่รู้เลย

    * ที่มา
    หนังสือคู่มือปฏิบัติพระกรรมฐาน
    โดย พระมหาวีระ ถาวโร (หลวงพ่อฤาษีลิงดำ FB_IMG_1484114423325.jpg
     
  2. บ้องแบ้ว

    บ้องแบ้ว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    2,986
    กระทู้เรื่องเด่น:
    87
    ค่าพลัง:
    +4,892
    พิจารณาเห็นกายในกาย

    ในตอนท้ายพระพุทธเจ้าท่านแถมวิปัสสนาญาณเข้าไว้ ท่านว่าอย่างไร พิจารณาเห็นกายในกายบ้าง พิจารณาเห็นกายในกายทั้งภายในและภายนอกบ้าง ย่อมพิจารณาเห็นธรรมดา คือความเกิดขึ้นในกาย ย่อมพิจารณาเห็นธรรมดาคือความเสื่อมไปในกาย ย่อมพิจารณาเห็นธรรมดาคือความเกิดขึ้นและความเสื่อมไปในกายบ้าง หรือมีสติว่ากายนี้มีอยู่ เข้าไปตั้งอยู่โดยเฉพาะหน้าแก่เธอ แต่เพียงสักแต่ว่าเป็นที่รู้ แต่เพียงสักแต่ว่าเป็นที่อาศัยระลึก เธอย่อมไม่ติดอยู่ด้วย ย่อมไม่ยึดถืออะไรในโลกด้วย ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุย่อมพิจารณาเห็นกายเนืองๆอย่างนี้

    ⛭ ที่มา : หนังสือรวมคำสอนธรรมปฏิบัติของหลวงพ่อพระราชพรหมยานเล่ม๑ หน้า ๔๑

    นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ นิพฺพานํ ปรมํ สุขํ FB_IMG_1484195303370.jpg
     
Loading...

แชร์หน้านี้

Loading...