คุณคือ "ผู้พเนจรจากฟากฟ้า" (Wanderer) หรือ "เมล็ดพันธุ์แห่งดวงดาว" (Star Seed) หรือไม่??

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Chayutt, 20 มีนาคม 2010.

แท็ก: แก้ไข
?
  1. คำตอบที่ "ใช่" รวมได้ < 12 คะแนน

    2 vote(s)
    66.7%
  2. คำตอบที่ "ใช่" รวมได้ 12 - 15 คะแนน

    1 vote(s)
    33.3%
  3. คำตอบที่ "ใช่" รวมได้ 1ุ6 - 19 คะแนน

    0 vote(s)
    0.0%
  4. คำตอบที่ "ใช่" รวมได้ 20 คะแนนขึ้นไป

    0 vote(s)
    0.0%
  1. รอดู

    รอดู เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    6
    ค่าพลัง:
    +110
    ขอบคุณที่ช่วยแปลและแบ่งปันค่ะ
     
  2. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    ไปเอามาจากไหนหนอจ้าวนี้..

    ที่ว่า Star seed จะต้องมีชิปฝังอยู่มาตั้งแต่กำเนิด
    ผมอ่านและแปลข้อความพวกนี้มาร่วม 3 ปีนี่..
    ยังไม่เคยเจอข้อความแบบนี้เลยนะ..

    ช่วยยกตัวอย่างแหล่งที่มาของข้อมูลให้หน่อยซักที่ได้ไหมครับ
    เผื่อจะเข้าไปค้นหาอ่านดูบ้าง...

    เพราะว่าที่ผมรู้มามันจะเป็นแบบนี้นะครับ..

    Star seed คือจิตวิญญาณจากมิติอื่น หรือ โลกอื่นๆ
    ที่วิวัฒน์ไปไกลกว่ามนุษย์โลกแล้ว แต่พวกเขาก็ยังพากันลงมาเกิดบนโลกใบนี้
    หรือดาวดวงไหนๆก็ตาม ที่กำลังต้องการความช่วยเหลือ
    หรือที่กำลังจะอยู่ในขั้นตอน หรือ วาระพิเศษๆหนึ่งๆอยู่

    เช่น ตอนนี้โลกของเรากำลังจะเข้าสู่ยุคพลังงานใหม่
    ซึ่งเรียกกันว่า กำลังอยู่ในกระบวนการเลื่อนระดับขึ้น (Ascension) อยู่
    เพราะฉะนั้น จึงกำลังต้องการแรง และ พลังงาน
    ของพวก Star seed เหล่านี้แหละมาช่วย

    ไม่มี chip ใดๆฝังอยู่ใน star seed ทั้งนั้น
    เพราะข้อมูลข่าวสารแห่งภารกิจของพวกเขาทั้งหมด
    ถูกบันทึกไว้ใน DNA ของพวกเขาแล้ว และ DNA ของพวกเขา
    ก็ได้ถูกเข้ารหัสให้ตื่นขึ้นมาในเวลาที่เหมาะสมเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

    และเพราะว่าพวกเขาไม่ได้มาเดี๋ยวๆ แบบหัวเดียวกระเทียมลีบ
    พวกเขาจึงมีรูปธรรมชีวิตต่างมิติ ที่เป็นเทพผู้นำทาง เป็นญาติพี่น้อง ฯลฯ
    ที่ไม่ได้ลงมาเกิดด้วย คอยดูแล คอยช่วยเหลือ และ คอยให้คำแนะนำอยู่เสมอๆ
    เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องห่วงเรื่องที่จะไม่ตื่นเลย

    "หากพวกเขารู้จักฟังเสียงจากภายในของตนเอง"

    ตอนนี้เท่าที่ผมพอจะมีข้อมูลอยู่ คือเท่าที่ได้อ่านผ่านๆมาหนะนะครับ
    รูปธรรมชีวิตที่ชื่อ "รา" บอกมาเมื่อ 60 กว่าปีที่แล้วว่า
    มี star seed อยู่บนโลกตอนนัั้น ราวๆ 80 ล้านคน

    ต่อจากนั้น นายเดวิด วิลคอร์ค ได้มีข้อมูลว่า มี star seed อยู่บนโลก
    ประมาณ 245 ล้านคน

    และล่าสุด "ครายออน" บอกเมื่อ 2 - 3 ปีมานี้ว่า มี star seed อยู่บนโลกตอนนี้
    ราวๆ 350 ล้านคน หรือประมาณ 1 คน ต่อ ชาวโลก 30 คน อะไรประมาณนั้น

    กลุ่มใดๆก็ตาม ที่คุณกล่าวถึง หากว่ามีเจตนาร้าย ก็มิอาจทำอะไรพวกเขาได้หรอก
    เพราะว่าผู้ที่คอยดูแลพวกเขาอยู่ มีพลังอำนาจมากกว่านั้นเยอะ..

    แต่อย่างไรก็ตาม..มนุษย์ก็ชอบที่จะคิด และ ตัดสินใครต่อใครด้วยสายตาอันสั้นของตัวเอง
    แม้ว่าสิ่งต่างๆ มันจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่มนุษย์เข้าใจไปเองเสมอก็ตาม

    นั่นแหละคือปัญหา และ ปัญญา ของมนุษย์หละ
    ที่มักจะถูกบดบัง บิดเบือน และ หลอกลวงด้วย ego ของตนเอง

    แต่ก็อย่าเพิ่งท้อแท้ใจไป เพราะว่า เมื่อโลกเข้าสู่กระบวนการเลื่อนระดับขึ้น มากขึ้นๆแล้ว
    ความจริงๆต่างๆ ก็จะปรากฎออกมามากขึ้น และ มากขึ้น ตามไปด้วย
    เมื่อนั้น สติ และ ปัญญาของมนุษย์หลายคน (แต่ไม่ทุกคน) ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

    ขึ้นอยู่กับว่า มนุษย์ผู้นั้น จะ "เลือก" ที่จะเป็นแบบนั้นหรือเปล่า?
    หรือยังเลือกที่อยู่บนเส้นทางสายเดิม เชื่อแบบเดิมๆ มองอะไรๆแบบเดิมๆอยู่
    ใช้สมองซีกซ้ายนำซีกขวาเหมือนเดิมอยู่ หรือใช้ ego นำทางเหมือนเดิมอยู่?

    ทุกสิ่งทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับทางเลือกเสรีของมนุษย์แต่ละคนเอง
    ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเป็น "ผู้ถูกเลือก" ใดๆทั้งสิ้น เพราะว่าไม่มีใครสามารถเลือกคุณได้
    คุณเองต่างหากหละ ที่จะเป็นผู้เลือกเอง ว่าคุณจะอยู่หรือจะไป
    จะรอด หรือ จะตาย เมื่อถึงเวลานั้น..ซึ่งก็คือเวลานี้แหละ..

    ..เพราะว่ากระบวนการ มันเริ่มต้นมาตั้งนานแล้ว..

    ไม่ว่าการเลือกนั้น จะอยู่ในรูปแบบใดก็ตาม เช่น

    - เลือกเอาไว้แล้ว ตั้งแต่ก่อนถือกำเนิด ในพันธะสัญญาทางจิตวิญญาณของตนเอง

    - หรือเลือกเอาไว้ ในรูปแบบของ "ระดับจิตสำนึก" คือโลกยุคพลังงานใหม่
    จะรองรับเฉพาะผู้ที่มีระดับจิตสำนึกสูงส่งเพียงพอเท่านั้น
    ใครที่มีระดับจิต และ ระดับความสั่นสะเทือนทางจิต ต่ำกว่าระดับที่จะไปอยู่ในโลกยุคใหม่
    ที่มีระดับความสั่นสะเทือนของพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมากนี้ได้ ก็ไม่อาจจะอยู่ได้
    เพราะร่างกายเนื้อ และ จิต จะทนทานระดับพลังงานที่สูงกว่านั้นไม่ได้เอง ตามธรรมชาติ

    - หรือเลือกด้วย "การจดจ่อ" แห่งจิต ไม่ว่าจะในแง่ไหนก็ตาม เช่น
    จดจ่อในทางลบ เพราะเชื่ออย่างหนักแน่นว่า มันคือวันโลกแตก
    เชื่อว่าในวันนั้นตัวเองจะต้องตายแน่ๆ เป็นต้น

    คุณก็อาจจะได้ทุกอย่างสมใจ เพราะคุณปราถนาเช่นนั้น
    "จิตใต้สำนึกของคุณ" และตาม "กฎแห่งการดึงดูด" มันจะจัดให้
    ตามคำสั่งของคุณ ด้วยความซื่อสัตย์และซื่อตรง

    จำไว้ว่า "กฎแห่งกรรม" ไม่ได้เป็น "กฎ" เพียงกฎเดียว
    ที่มีอยู่ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลนี้
    อย่างที่เราเข้าใจกันว่ามันเป็น และ ถูกสอนให้เชื่อตาม ว่ามันเป็น

    แต่มันยังมี "กฎอื่นๆ" อยู่อีกมากมาย เช่น "กฎแห่งการดึงดูด" เป็นต้น
    แม้ว่า กฎแห่งกรรม จะเป็นเพียงกฎๆเดียว ที่เราชาวพุทธส่วนใหญ่รู้จักก็ตาม



    ปล. เรื่องเกี่ยวกับพวกนี้ ผมโพสต์เอาไว้เยอะแล้ว และก็เยอะเหลือเกินแล้วด้วยครับ
    เยอะจนเกินพอ ที่จะทำให้มุมมองของชีวิตของใครคนหนึ่ง
    เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงได้เลยทีเดียว..หลายคนพิสูจน์มาแล้ว..
    เพราะฉะนั้น ผมก็ไม่รู้จะโพสต์อะไรอีกแล้ว..

    เพราะทั้งหมดทั้งสิ้นนั้น..มันก็อยู่ที่ "ทางเลือก" ของมนุษย์แต่ละคนเอง

    ...................................................................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 เมษายน 2011
  3. rossalen

    rossalen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    188
    ค่าพลัง:
    +323
    สุดยอดเลยค่ะสำหรับข้อชี้แจงของคุณชยุต เพราะที่รู้ตื่นภายในนั้นมันถูกกำหนดอยู่ใน DNA ของดิฉันแล้วค่ะ ;41rat_wting
     
  4. papajung

    papajung สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    4
    ค่าพลัง:
    +3
    ขอขอบคุณ คุณ<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->Chayutt<!-- google_ad_section_end --> ที่ได้แปลข้อความให้ทุุกท่านได้อ่านมากมาย สิ่งหนึ่งที่ได้เข้าใจมากขึ้น (และเพิ่มขึ้นทุกๆวันทุกๆวินาที) คือสิ่งที่สวยงามของความรัก ที่ไม่มีข้อแม้ใดๆมาจำกัดนิยามของความรู้สึก ขอขอบคุณจากหัวใจ ทุกท่านโชคดีมากๆที่ได้อ่านข้อความดีๆเช่นนี้ ขอบคุณจริงๆจากหัวใจ
     
  5. cosmiccell

    cosmiccell เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 ตุลาคม 2010
    โพสต์:
    184
    ค่าพลัง:
    +253
    กุญแจในการไข เข้าไปถึงตัวตนจริงๆ ซึ่งแต่ละท่านจะไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับความถนัด และเงื่อนไขที่สร้างขึ้นมา

    หากพวกคุณจะลองไขเข้าไปด้วยวิธีการหมุนข้างต้น สามารถลองดูได้ครับ อาจจะมีบางท่านในที่นี้ ที่ใช้วิธีนี้แล้วสามารถปลดล๊อคได้

    กุญแจไข และบานประตู จะถูกแยกไว้ตามจักระแต่ละที่ๆ กระจัดกระจายกันอยู่

    ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดจากจิต ก็ต้องเข้าไปปลดที่จิต

    ในช่วงก่อนตื่นนอน เป็นช่วงเวลา ที่สติสัมปชัญญะ จะคาบเกี่ยวกับโลกหลากมิติภายใน และโลกสามมิติ เป็นช่วงที่จะเปลี่ยนการจดจ่อเข้าสู่ภายในได้ง่าย

    สมมติปกติ คุณตื่นที่เวลา 9 โมงเช้า คุณอาจจะตั้งโปรแกรมให้ตื่นขึ้นมาก่อนซักครึ่งชั่วโมง

    เมื่อได้สติแล้ว อย่าเพิ่งลุกขึ้นจากเตียง ให้คุณหายใจเป็นวงกลม โดยเริ่มจากจุดที่ต่ำกว่าสะดือซัก 2 นิ้ว และไล่ขึ้นมาที่สะดือ หน้าอก คอ หน้าผาก กลางกระหม่อม ย้อนกลับมาที่ท้ายทอย ต้นคอด้านหลัง กลางหลัง ก้นกบ ฝีเย็บ แล้ววนกลับไปที่ตำแหน่งตันเถียน ครบ 1 รอบ
    หรืออาจจะวนในทิศทางตรงกันข้ามก็ได้

    ตอนที่ทำ หากยังไม่รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของพลังภายใน ไม่ต้องกังวล เพราะเหมือนเราลากเส้นไว้ให้ก่อน แล้วจิตจะดำดิ่งลึกลงไปให้รับรู้เอง อย่าลืมว่าจินตนาการคือตัวสร้างความเป็นจริง

    เมื่อคุณเริ่มรู้ถึงการเคลื่อนที่ของพลังงานเป็นวงรอบ ตอนนี้สติคุณ จะมีผู้เฝ้าดู ก็คือคุณ และสติอีกส่วนที่เป็นการเคลื่อนไหวของพลังงานที่ทำหน้าที่อยู่

    คุณคือผู้เฝ้าดู บทเรียนที่สติอีกส่วน กำลังวิ่งวนลึกลงไปในมิติต่างๆ ซึ่งคุณไม่ต้องกังวล ไม่ต้องสนใจ ว่ามันจะไปที่ไหน เพราะความทรงจำ เงื่อนไขต่างๆ มันไม่ได้เก็บเอาไว้ที่เดียว มันจะกระจายไว้ใน dna หลายๆส่วน สติที่วิ่งวนนี้ จะเก็บรวบรวมเงื่อนไข ความรู้สึกต่างๆในอดีต สิ่งที่คุณชื่นชอบ และสิ่งที่คุณไม่ชอบ ทุกๆอย่างจะวิ่งมาให้คุณรับรู้ คุณแค่เฝ้าดู

    การเฝ้าดู คือ การอ่านเงื่อนไขของคุณ และเป็นการปลดล๊อค สิ่งต่างๆออกมา

    ในระหว่างที่เฝ้าดูนี้ แรกๆ คุณอาจจะโดนโยกกลับไประหว่างการหลับ การตื่น แต่แล้วมันก็จะกลับมาที่จุดสมดุล คุณแค่เฝ้าดู เงื่อนไขต่างๆที่คุณสร้างขึ้นมาเท่านั้น รับรู้ และปล่อยวาง บางครั้งสติคุณจะกระโดดลงไปในเรื่องราวต่างๆเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว ก็ไม่เป็นไร เพราะสุดท้ายมันจะสวิตซ์กลับมายังสติที่เคลื่อนไหวเป็นวงกลมนี้

    เมื่อปลดล๊อคสิ่งต่างๆเรื่อยๆ คุณอาจจะรู้สึกทางจิตใจว่า ปลอดโปร่งขึ้น ร่างกายบางส่วนจะดังเปรี๊ยๆ เพื่อเปิดประตูต่างๆออก คุณไม่ต้องสนใจ เฝ้าดูไปเรื่อยๆ

    เมื่อปลดไปได้เรื่อยๆ คุณจะมีแรงบันดาลใจบางอย่าง ผุดขึ้นมา
    นั่นคือ สิ่งที่คุณจะต้องทำ

    ก่อนออกจากภาวะนี้ คุณจงขอบคุณ พลังงานความรักจากรูปธรรมจิตวิญญาณทั้งหลายในทุกมิติ ที่มอบความรักนี้มาให้คุณตลอดเวลา

    ลองทำเรื่อยๆ และคุณจะทราบด้วยตนเองครับ

    รับรู้ข้อความนี้ แล้วปล่อยไปครับ เพราะมันเป็นแค่นิยายสำหรับคุณเท่านั้น

    ครูตัวจริงของคุณ อยู่ภายในจิตใจของคุณเอง
     
  6. อาจีฟา

    อาจีฟา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    199
    ค่าพลัง:
    +307
    ข้อมูลคุณคล้ายๆกับที่ผมคิด เรื่องสตาร์ชีดจริงกับหลอก นึกว่าตัวเองคิดมั่วๆไปเอง
    แปลกมาก ประมาณว่าฝ่ายมืดทำเหตุการณ์บางอย่างเพื่อหลอกคนธรรมดาให้คิดว่าตัวเองเป็นสตาร์ซีด ถ้าคนที่เป็นสตาร์ซีดจริงๆเมื่อตื่นรู้จะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรและไม่ตกใจแปลกใจอะไรมากในการเปลี่ยนแปลงรอคอยเวลาในการทำภารกิจบางอย่าง
    ด้วยความใจเย็น
     
  7. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    ปกติมนุษย์เรา ก็รู้เท่าที่เรารู้อยู่นี้ เท่านั่นแหละครับ

    ลำพังตัวเราเอง..เรายังรู้จักตัวเองไม่ดีพอเลย
    ประสาอะไรกับการที่จะไปรู้จักคนอื่นๆได้หมดทุกคน..

    ..ว่าคนนั้นจริง ..ว่าคนนั้นปลอม ?..

    และไปๆมาๆ มันก็ไม่พ้นการพินิจพิเคราะห์ด้วยสมองซีกซ้าย
    ที่มี ego เป็นรากฐานใหญ่ เหมือนๆกันหมดทุกคนนั่นแหละครับ
    เพราะว่าพวกเราในนี้ ยังไม่มีใครเลย ที่รู้แจ้งโลกและจักรวาลแล้ว

    อีกประเด็นหนึ่ง ตามความเข้าใจส่วนตัวของผมนะครับ
    ผมว่าการจะเป็น star seed จริงหรือไม่นั้น ก็ไม่ได้สำคัญนักหรอก
    เพราะว่า ตามที่พวกเขาบอกมา star seed เอง ก็ยังมีที่ยังไม่ตื่น
    และที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่น รวมถึง กำลังหลงไปในด้านมืดอยู่ ก็มากมายก่ายกอง

    พวกเขาจึงบอกไงครับว่า ขอเพียง 10% ของ star seed เหล่านี้ทั้งหมด (35 ล้านคน)
    หรือเพียง 0.5% ของจำนวนประชากรโลกทั้งหมด (35 ล้านคน) เท่านั้น
    ที่สามารถตื่นขึ้นมาได้จริงๆ และทำภารกิจของตนเองให้ลุล่วงไปได้จริงๆ
    นั่นหนะ เป็นการเพียงพอ ที่จะช่วยโลก ในกระบวนการยกระดับขึ้นได้แล้วหละ

    เพราะฉะนั้น ตามนัยยะนี้ star seed ตัวจริงอีก 95% ที่ยังไม่ตื่นขึ้น
    และที่ยังหลงอยู่ในด้านมืด และที่ยังหลงภูมิใจอยู่ว่าตัวเองเป็น star seed ตัวจริง
    แต่กลับไม่ได้ทำประโยชน์อะไรให้แก่โลกใบนี้ และแก่มวลหมู่มนุษยชาติเลย
    วันๆก็เอาแต่นั่งภูมิใจอยู่ และ เที่ยวข้อนขอด และจับผิดคนโน้นที คนนี้ที

    แบบนี้แล้ว..อะไรหละ? คือความแตกต่างของ star seed และที่ไม่ใช่ star seed ?
    อะไรหละ คือประโยชน์ และคุณค่าของ star seed ตัวจริง?

    .................................................................
     
  8. rossalen

    rossalen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    188
    ค่าพลัง:
    +323
    ;ปรบมือ;ปรบมือ;ปรบมือ;ปรบมือ
     
  9. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    เผอิญเพิ่งนึกได้เพิ่ม ก่อนจะลืม ขอโพสต์ไว้อีกหน่อยหนึ่งเถอะนะครับ

    คือว่า ตามความเข้าใจของผม เท่าที่ผมเคยอ่านมา และรู้มา (ถูกผิดอีกเรื่องหนึ่งนะ)
    ก็คือว่า ปกติแล้ว มนุษย์เราทุกๆคน ไม่มีใครเลยที่ไม่เคยมีช่วงเวลาแห่งความมืดอยู่เลย
    ไม่ว่าจะเป็น อันเนื่องมาจาก สภาวะทางกาย ทางจิตใจ หรือทางอารมณ์ก็ตามแต่

    ท่านเมตาตรอนบอกว่า ทุกๆครั้งที่เรามีสภาวะแห่งความไม่สมดุลดังกล่าวเกิดขึ้น
    สนามพลังออร่าของพวกเราจะฉีกขาด และ มีพลังงานรั่วไหลออกมา
    จนเกิดความไม่สมดุลขึ้นด้านพลังงาน

    และ ความสามารถในการทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันตัวเราของมัน (สนามพลังออร่า)
    ก็จะลดลงด้วย มันจึงเป็นช่วงที่มนุษย์จะอ่อนแอมากที่สุด..เปรียบเหมือนช่วงที่งูกำลังลอกคราบ

    เพราะฉะนั้น เราจึงจะถูกโจมตีทางจิตได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นจากเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง
    หรือจากพลังงานของเราเอง ที่ส่งออกไปปองร้ายคนอื่นแล้ว มันย้อนกลับมาหาเราเอง
    และรวมทั้ง จากการโจมตีของ "ฝ่ายมืด" จากนอกโลก และ ต่างมิติด้วย

    เพราะฉะนั้น ตามนัยยะนี้ ผมจึงเข้าใจว่า ไม่มีมนุษย์คนไหนเลย
    ที่ไม่เคยถูกโจมตีทางจิต หรือถูกแทรกแซงทางจิต หรือถูกปั่นหัวเล่น
    หรือถูกหลอกลวงให้เชื่อ หรือถูก ฯลฯ โดยฝ่ายมืดเลย

    อย่างที่ข้อความของนายแมทธิวที่บอกว่า..ช่วงเวลาที่ร่างกายอ่อนแออยู่
    หรือช่วงเวลาที่กำลังมีอารมณ์ในด้านลบอยู่ เช่น กำลังคิดร้ายต่อคนอื่นอยู่
    กำลังโกรธอยู่ กำลังกลัวอยู่ กำลังลังเลสงสัย อยู่ เป็นต้น
    และช่วงเวลาที่ "กำลังมี ego" สูงๆอยู่

    เช่น นักบวช หรือนักปฏิบัติธรรมบางท่าน ที่หลงว่าตัวเองว่า
    มีอภิญญาเหนือใครๆ มีความสามารถเหนือใครๆ
    หรือเข้าใจว่าตัวเองดีกว่า และประเสริฐกว่าใครๆอยู่ เป็นต้น

    สภาวะเหล่านั้นแหละ คือสภาวะที่ "ไปด้วยกันไม่ได้กับแสงสว่าง"
    เพราะว่าระดับความสั่นสะเทือนของมันตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง

    ดังนั้น โอกาสนั้นแหละ ที่ระดับความสั่นสะเทือนของเรา
    จะไปดึงดูด หรือเชื้อเชิญฝ่ายมืด ให้มาแทรกแซงเราได้ อย่างง่ายดาย
    เพราะว่าพวกเขารอจังหวะอยู่แล้ว

    เพราะฉะนั้น ผมจึงอยากจะบอกว่า ไม่ใช่เพียง star seed ปลอมเท่านั้นหรอก
    ที่จะโดนแบบนี้ star seed แท้นั่นแหละตัวดี ที่จะต้องโดนกัน "ทุกๆคน"
    เพราะว่า นั่นคือแบบเรียน นั่นคือแบบฝึกหัด ที่คนพิเศษ ยิ่งพิเศษ
    ก็ยิ่งจะต้องเจอมากกว่าเขาหน่อย เป็นธรรมดา..

    แต่มันไม่ใช่ความผิดพลาด หรือ เรื่องน่าอายแต่อย่างใด
    เพราะว่ามันเป็นกระบวนการเรียนรู้อย่างหนึ่ง

    เพราะฉะนั้น ผมจึงไม่มีความรู้สึกเลยว่า ใครก็ตามที่กำลัง "ดูเหมือนว่า"
    กำลังถูกฝ่ายมืดชักจูงอยู่ จะเป็นคนเลวร้าย
    หรือ เป็น star seed ปลอมแต่อย่างใด

    เพราะว่า จริง หรือ ปลอม มันก็โดนเหมือนๆกันนั่นแหละครับ
    แล้วจะมานั่งหัวเราะเยอะ หรือ เยอะเย้ย หรือ ถากถาง
    หรือยกตัวเองให้สูงกว่าพวกเขาไปทำไมกัน
    พวกเขาก็แค่กำลังเรียนรู้บทเรียนบทหนึ่งอยู่เท่านั้นเอง

    นี่คือวัตถุประสงค์ที่ผมอยากจะอธิบายครับ
    ไม่ได้มีเจตนาจะแตกคอหรือทะเลาะกับใครทั้งสิ้นครับ
    วันนี้..แค่รู้สึกว่า อยากจะโต้ตอบข้อความของท่านเท่านั้นเอง

    เพราะอารมณ์นี้มันคุ้นๆ และกลัวว่า มันจะไปพาดพิงถึงใครบางคนที่กำลัง
    "โดน" ทดสอบอยู่เท่านั้นเองหละครับ..พวกเขากำลังโดนหนักอยู่แล้ว
    จึงไม่อยากให้พวกเขาถูกซ้ำเติม ให้หนักลงไปอีก จาก star seed ด้วยกันเองครับ
    ..................................................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 18 เมษายน 2011
  10. narata 12

    narata 12 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มกราคม 2010
    โพสต์:
    990
    ค่าพลัง:
    +1,462
    มีวิธีที่มนุษย์จะปลอดภัยจากการตกเป็นเหยื่อ จากผู้ที่ไม่หวังดีจากนอกโลก คือ การวางอุเบกขา ไม่อยากได้ใคร่ดี กับสิ่งเร้า หรือคำพูดโก้เก๋ หรือหูทิพย์ตาทิพย์ ที่มีผู้มาหยิบยื่นให้ เพราะในโลกนี้ ไม่มีอะไรที่ได้มาฟรีๆ ความสามารถ พิเศษต่างๆนั้นต้องเกิดจากการปฏิบัติจากจิตสำนึก และจิตใต้สำนึกเท่านั้น
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 เมษายน 2011
  11. vnassassin

    vnassassin สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 เมษายน 2011
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +0
    เหอๆ..นึกว่าผมคิดไปเอง..อะไรบางอย่างกำลังแนะนำผม...พอได้มาอ่านบทความก็เริ่มรู้อะไรขึ้นมามากทีเดียว แต่ผมมีข้อสงสัยว่าพวก Star seeds นี้จะมีออร่าสีม่วงหรือป่าวครับ...
     
  12. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    ไม่เสมอไปครับ เพราะว่าสีของออร่า
    มาจากหลายปัจจัยครับ
    ทั้งปัจจัยทางด้านสุขภาพร่างกาย
    สุขภาพจิต อารมณ์ ความรู้สึก
    และ ฯลฯ ครับ

    ตอนนี้ star seed ทั้ง 350 ล้านคน
    ยัง "ตื่น" ขึ้นมาไม่หมดครับ
    แต่ก็ทยอยกันตื่นมากขึ้นเรื่อยๆแล้วหละครับ
    ไม่ช้า โลกเราจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น
    เพราะความช่วยเหลือของพวกเขานี่แหละ
    ไม่ว่าพวกเขาจะรู้ตัวว่าตัวเองเป็น star seed หรือไม่ก็ตาม

    .................................
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 กรกฎาคม 2011
  13. rossalen

    rossalen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    188
    ค่าพลัง:
    +323
    ดิฉันตื่นแล้วก็ลุกขึ้นมานั่งแล้วค่ะ แต่ยังงัวเงียอยู่ กำลังนั่งคิดอยู่ว่าจะทำอะไรก่อนหลัง นั่งพิจารณาค่ะ
    อันแรกคือ ต้องชำระล้างสิ่งที่สกปรกอยู่ภายในตัวออกไปก่อน อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน
    อันดับ 2 จัดการกับตัวเองให้เรียบร้อย เตรียมความพร้อมที่จะเผชิญกับเรื่องราวและปัญหาต่างๆจากภายนอก (รับมือกับมันให้ได้)
    อันดับ 3 เติมพลังให้กับชีวิต เพื่อที่จะได้มีแรงต่อสู่กับสิ่งภายนอกเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นพลังกาย พลังจิตวิญญาณ (เรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า อย่าลืม ความรู้นอกกรอบที่เคยรู้บ้าง ยิ่งดีใหญ่)
    อันดับ 4 ก้าวออกไปเผชิญ ทดลอง ทดสอบ และ ลงมือทำ
    อย่างนี้ดิฉันพอจะมีแววเป็น starseeds ที่มาจากสากลจักรวาลกับเค๊าได้ไหมคะ fly_pig เพราะมันไหลเข้ามามากมายเหลือเกินข้อมูลหลายข้อมูลแต่ดิฉันไม่เคยสงสัยเลยค่ะ ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่ได้บ้าและไม่ได้เพี้ยน แต่เอ๊ะ ยังงงตัวเองอยู่เหมือนกัน บ้าป่าววะเราเนี่ย 55555+
     
  14. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    พวก star seed หรือใครที่กำลังสงสัยว่าตัวเองเป็น star seed หรือเปล่า?
    น่าจะลองติดตามอ่านข้อความที่สื่อสารมาจากท่านเทพไมเคิ้ลนะครับ
    เพราะท่านจะเน้นสอนพวก star seed โดยเฉพาะ

    ตัวอย่างเช่น ข้อความที่คุณเดรดเพิ่งแปลและโพสต์ไปนี้ด้วยครับ

    http://palungjit.org/threads/ข้อควา...ิ-ไปสู่มิติที่-5-a.246190/page-71#post4611951

    ............................................................
     
  15. rossalen

    rossalen เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    188
    ค่าพลัง:
    +323
    ฮ่าๆๆ เป็นการบอกเล่าเชิงเปรียบเทียบเปรียบเปรย (smile)
     
  16. ณ.

    ณ. เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 มกราคม 2006
    โพสต์:
    3,387
    ค่าพลัง:
    +9,080
    "ตื่นจากมนุษย์ธรรมดา กลายเป็นมนุษย์ไม่ธรรมดา"
    ความธรรมดาคืออะไร? ความไม่ธรรมดาคืออะไร?
    ไม่ได้มาสนับสนุนหรือขัดแย้งอะไรนะคะ แค่มาแสดงความคิดเห็นเท่านั้น
    ธรรมดาจะเรียกว่าความเคยชินได้ไหม?
    และไม่ธรรมดาจะเรียกว่าความไม่เคยชินได้หรือเปล่า?

    ณ ว่าคนเรามันก็ติดอยู่ตรงนี้นี่เอง
    ติดกันเยอะ ไอ้ตรงนี้นี่แหละ แม้แต่ตัว ณ เองก็ไม่ยกเว้น
    ก็แน่อยู่แล้ว ความแปลกแยกที่ดูดี มันก็ทำให้ฮึกเหิม
    ความแปลกแยกที่แตกต่างในทางที่ดูแย่ มันก็ทำให้เป็นจุดด้อย
    ซึ่งถ้ามองดูกันดีๆ ความแปลกแยก กับ ความไม่เคยชิน
    จะว่าไปแล้ว ณ ว่า มันก็คืออันเดียวกันนั่นแหละ

    แต่ทั้งหลายทั้งปวงเราทุกคนต้องเรียนรู้ไอ้เจ้าความแปลกแยก
    เพื่อจะให้เกิดเป็นความเคยชินและก้าวผ่านมันไปให้ได้ด้วยกันทั้งนั้น

    โดยส่วนใหญ่เรากำหนดค่าของสีขาวคือความบริสุทธิ์
    สีดำคือความมืดหม่น มืดมัว
    ถ้าสีขาวอยู่ซ้าย สีดำก็ต้องอยู่ขวา แล้วตรงกลางล่ะ?
    ตรงกลางมันก็คือการผสมผสาน
    คือเรื่องราวที่ก่อเกิดจากแรงดึงของทั้งสองฝ่าย
    ยื้อกันไป ก็ยื้อกันมา มันคือศิลปะของชีวิต

    เราหลายคนก็เป็นภาพที่ถูกวาดด้วยสีทั้งสอง
    และทุกเรื่องราวในภาพก็เป็นฝีมือเราทั้งนั้น
    และก็มีเราอีกเหมือนกันที่พยายามจะเป็นคนดู
    แล้วเมื่อไหร่ที่เราจะก้าวออกมาจากภาพ แล้วมาเป็นคนดูสักทีกันน๊อ
    เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้นละมั้ง...
    ส่วนในตอนนี้ก็แค่ วาดภาพให้ได้เรื่องซะก่อน ^^
     
  17. Nattika

    Nattika สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 มกราคม 2011
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +0
    ขอมาสมัครด้วยคนนะคะ

    ติดตามอ่านมาหลายวัน กำลังสนใจอยู่ เพราะว่าตรงกับประสบการณ์ส่วนตัวในหลายๆเรื่อง
    สมัยตอนเป็นเด็กชอบคิดบ่อยๆว่า ตัวเองไม่ใช่มนุษย์ของโลกนี้ แต่มาจากโลกอื่น แล้วก็
    เชื่อมากๆแบบน่าแปลกว่า สักวันตัวเองจะกลับไปสู่โลกอีกมิติหนึ่ง
    นอกจากนั้น ยังมีเหตุการณ์ช่วงเป็นวัยรุ่นที่เหมือนไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่มีคนมาสื่อสาร
    หรือพูดในหัว ยังคิดว่าบ้าไปเองหรือเปล่า เป็นอยู่หลายปี แล้วจู่ๆก็หายไปเอง จนบัดนี้ก็ยังหาคำอธิบายไม่ได้

    แล้วช่วงที่เคยทำสมาธิ เคยทำแล้วรู้สึกตัวเองลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆ บนฟ้า อยู่เหนือเมฆ มองเห็นวิวด้านล่างเป็นเมืองเล็กๆ มีแสงไฟระยิบระยับ แล้วก็หลุดออกไปนอกโลก มองเห็นดาวต่างๆ สวยงามมาก แล้วก็มีผู้หญิงคนหนึ่งมายิ้มให้ เขาสื่อสารมาบอกว่า เขาคือ "แม่ที่แท้จริง" ของเรา

    แต่ตอนนั้นไม่ได้สนใจภาพจากนิมิตอันนี้มาก เพราะไม่ได้สนใจเรื่อง UFO มาก่อนเลยค่ะ

    สำหรับแบบทดสอบของเด็ก ได้ 35 (เอาเฉพาะที่แน่ใจ บางข้อก็ไม่แน่ใจว่าเคยมีหรือเปล่า) ผู้ใหญ่ได้ 10 ค่ะ

    เนื่องจากไม่ได้อ่านหน้าหลังๆอาจจะมีพลาดตรงไหนที่คุยกันอยู่ไปบ้างต้องขออภัยด้วยนะคะ

    hello2

    ปอลอ..ถ้าต้องการคนช่วยแปล ยินดีค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 28 เมษายน 2011
  18. Plagruy

    Plagruy เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    196
    ค่าพลัง:
    +130
    ขอพูดตามความคิดของผม คำถามข้างต้นใช้ไม่ได้
    เพราะคนที่ฝึกพลังจิตสามารถทำหัวข้อเหล่านั้นได้หลายข้อฝึกได้ทุกคน
    หรือหากเป็นเด็ก ถ้ามีผู้รู้อัดพลังจิตไปเปิดสิ่งต่างๆ เด็กก็จะทำสิ่งเหล่านั้นได้เช่นกัน
    ดังนั้นผมจึงคิดว่าคำถามนี้มีไว้เพื่อหาสาวกบูชาต่างดาวเพิ่ม
     
  19. Chayutt

    Chayutt รูปเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยครับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 สิงหาคม 2005
    โพสต์:
    6,408
    ค่าพลัง:
    +50,772
    พักนี้เห็นมี Star Seed เข้ามาป้วนเปี้ยนในเวปนี้เยอะขึ้น
    เลยขออนุญาตดันขึ้นมาหน่อยนะครับ

    ..เผื่อว่าข้อมูลในกระทู้นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาได้บ้าง..

    ...............................................
     
  20. Starseedz

    Starseedz เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    160
    ค่าพลัง:
    +117
    ขอบคุณ ขอรับ ~ * ขอบคุณมากๆๆ
     

แชร์หน้านี้

Loading...