ไม่เคยฝึกมโนมยิทธิ แต่สิ่งที่ตัวเองสื่อได้ คล้ายๆจะมาทางด้านนี้

ในห้อง 'ประสบการณ์อภิญญา' ตั้งกระทู้โดย Me, myself, 3 มีนาคม 2009.

  1. Ricardo DeCalgary

    Ricardo DeCalgary เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    1,068
    ค่าพลัง:
    +11,341
    ผมต้องขออนุญาต ท่านกัปปิตัน และ เพื่อนกัลยาณมิตรทุกท่านอีกสักครั้งนะครับ

    ช่วงนี้ขอคุยให้กำลังใจ น้องฝน และท่านอื่นๆ ที่กำลังพบกับความติดขัด ขัดข้องในชีวิต ซึ่งอาจจะมีอะไรที่นอกเหนือจากธรรมะ เข้ามาคุยนะครับ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศการคุยกันที่ไม่เฉพาะธรรมะ

    มาคุยกับน้องฝนต่อนะครับ
    สิ่งที่พี่เคยปฏิบัติมาช่วงนั้น พี่เอง ณ ขณะนั้น ก็ไม่ทราบว่าผลจะเป็นอย่างไร
    มีอย่างเดียวคือ พี่เชื่อ คุณพระรัตนตรัย คุณพระพุทธเจ้า คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ คุณครูบาอาจารย์

    พ่อแม่ครูบาอาจารย์ทุกองค์ ทุกรูป ทุกท่าน ท่านดี ท่านประเสริฐหมดครับ ตัวเองพี่คิดว่า พี่กราบได้ด้วยหัวใจ หมดหัวใจ คือใช้ศรัทธานำครับ อจลศรัทธา

    ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ไม่เป็นไรครับ ขอให้ทำให้ดีที่สุด เป็นทำจริงๆ ที่ออกมาจากใจข้างใน เดี๋ยวดีเอง แต่ว่าถึงแม้ขณะนี้ พี่เอง ระดับความดียังติดลบอยู่ ก็พยามยามปฏิบัติอยู่ทุกวันครับ

    ฉะนั้นช่วงนี้ที่กำลังปฏิบัติอยู่ มีคำถามอย่างไร เข้ามาเขียนคุยกันนะครับ ท่านผู้รู้ในนี้มีอยู่หลายท่าน คงจะแลกเปลี่ยน และให้ข้อแนะนำ ข้อคิดเห็นกันได้

    ก่อนพักเบรคนี้ มีคำคมมาฝากทุกท่านครับ
    และหากท่านรู้สึกท้อ คุณสมศักดิ์ เป็นแบบอย่างที่ดีให้เราสู้ครับ

    ขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่าน ผ่าฟันอุปสรรคปัญหาที่กำลังพบได้ด้วยดีครับ

    "โลกนี้ไม่มีอะไรได้มาง่ายดาย ใจสู้หรือเปล่า......ศรัทธาไม่มีท้อ"

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=mlBuJ7P0bC8&feature=related]กีตาร์มือเดียว ศรัทธาจัดเต็ม One Hand Guitarist Thailand's Got Talent – 6 March 2011 - YouTube[/ame]

    จบเบรคนี้ครับ


     
  2. Ricardo DeCalgary

    Ricardo DeCalgary เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    1,068
    ค่าพลัง:
    +11,341
    โมทนาบุญด้วยครับ คุณโมกขทรัพย์

    ดีจริงๆครับ

    สาธุ สาธุ สาธุ

    รออ่านความศักดิ์ของพระคาถาชินบัญชรอยู่นะครับ


     
  3. Ricardo DeCalgary

    Ricardo DeCalgary เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    1,068
    ค่าพลัง:
    +11,341
    วิธีการอุทิศผลบุญของหลวงพ่อ

    สวัสดีครับท่านกัปปิตัน และกัลยาณมิตรทุกๆท่านครับ

    พอดีได้เห็นบางท่านได้โพสการอุทิศผลบุญของหลวงพ่อของเราครับ
    นำมาฝากทุกๆท่านครับ

    "การอุทิศผลบุญไม่ต้องมีพิธีรีตองมาก"

    สาธุ สาธุ สาธุ

    [ame=http://www.youtube.com/watch?v=TYlRhQOmtQo&feature=share]หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ14 - YouTube[/ame]
     
  4. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    อนุโมทนาด้วยค่ะ คุณริค..ใช่ ตอนนี้ต้องช่วยกันเข็นเจ้าฝนจอมยุ่งให้ผ่านพ้นอุปสรรค ฮาฮา เอาทั้งน้ำเย็น น้ำร้อน ทั้งไม้นวมและไม้แข็ง ประเคนกันเข้าไป ฮาฮา
     
  5. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    อันนี้ลงไว้ในเว็บชุมชนในกระทู้ คาถาเงินล้านค่ะ ยกบางตัวอย่างมาให้อ่าน

    --------------------------------------------------------------------------------

    อันนี้เป็นประสบการณ์ของน้อง kimura76 ค่ะ น้องคิมเพิ่งโทรมาคุยเมื่อวาน บอกว่าช่วงนี้ยุ่งมากก งานเยอะไม่มีเวลาว่างเลย น้องเขาก็เล่าให้ฟังว่า ได้ขอสมเด็จท่านเกี่ยวกับกิจการที่ทำ พร้อมทั้งได้ท่องคาถาเงินล้านด้วย ท่องไปได้สักพัก งานก็มีออเดอร์เข้ามา แล้วก็แปลกว่าบางที่มีคนไปเสนองานแต่เขาไม่เอา กลับโทรมาหาน้องคิมแล้วสั่งออเดอร์จากน้องคิมโดยที่ไม่ได้ไปวิ่งเสนอ ทีนี้พอเริ่มมีงานเข้าเพื่อนน้องคิมทีเป็นหุ้นส่วนก็ถาม น้องคิมก็เล่าให้ฟังเรื่องที่สวดคาถาเงินล้าน เพื่อนสนใจเลยเอาไปช่วยกันสวด ตอนนี้งานเพียบ ออเดอร์ยาวไปจนถึงปีหน้า แต่ว่าเหนื่อยมากไม่ค่อยมีเวลาดูแลลูกเลย น้องคิมเล่าแบบขำๆให้ฟังว่า ไปถามเพื่อนที่เป็นหุ้นส่วนว่า แกท่องคาถาวันละกี่จบ เพื่อนบอกว่า ๙ จบ น้องคิมเลยบอกว่า เฮ้ย แกลดจำนวนลงหน่อยดีไหมวะ เพื่อนหัวเราะบอกว่า ไม่เป็นไร ข้ายังไหว น้องคิมบอกว่า แต่ตรูไม่ไหวแล้วเว้ย (ฮา) จริงๆไม่มีไรหรอก น้องเขาว่าก็แซวกันเล่นขำๆ ก็บอกน้องคิมว่า เห็นไหมที่หลวงพ่อบอกว่า คนท่องคาถานี้อ่ะ งานจะเข้าจนเหนื่อย ต้องเหนื่อยมากเลย ฮา

    น้องเขาไม่ค่อยได้เข้าเนทเลยช่วงนี้ เพราะต้องวิ่งส่งสินค้า งานยุ่งตลอด เขาฝากมาบอกว่าให้ไปบอกคนอื่นได้เรื่องคาถาเงินล้านเพราะว่าใช้ได้ผลจริงๆ เอาเรื่องเขามาเล่าได้เลย ก็อนุโมทนากับน้องเขาด้วย
     
  6. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    อนุโมทนาครับพี่สาว สาธุๆๆ หลวงพ่อท่านบอกว่า คาถาทุกคาถามีความจะศักดิ์สิทธิ์ หากเราเป็นคนดีมีศีลธรรม แสดงว่าคุณคิมต้องไม่ธรรมดา ^ ^
     
  7. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    พี่ริค เอาเรื่องพี่ริคมาเล่าบ้างสิครับ มีอะไรบ้าง สลับๆกันน่ะครับ

    อนุโมทนาอย่างสูงครับ
     
  8. Sagen1994

    Sagen1994 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 มีนาคม 2010
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +202
    แจ้งอีกทีครับ ...
    ทำบุญสร้างพระ
    เมื่อวันที่ 27/03/2555 จำนวน 150 บาท

     
  9. GoiUSA

    GoiUSA เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    98
    ค่าพลัง:
    +1,549
    ตกงานก็เคยเหมือนกันค่ะ ลงทุนทำร้านอาหารกับเพื่อนก็ทะเลาะกันต้องแยกตัวออกมา จะทำร้านใหม่ก็มีคนอยู่อาศัยแถวๆนั้นที่เป็นนักธุรกิจใหญ่มาขวางไว้ แถมเอาเรื่องไปขึ้นศาล สรุปก็ตกลงใจไม่เปิดแล้วร้าน ล่าสุดโดนศาลตัดสินให้จ่ายค่าทนายให้เค้า และก็ต้องจ่ายค่าทนายของเรา ตอนนี้ก็ลุ้นๆ เรื่องค่าปรับยื่นเรื่องภาษีช้า มึนๆ งงๆ ค่ะ

    ของก้อยอาจจะไม่หนักเท่าคุณฝนนะคะ แต่ก้อยเชื่อว่าทุกครั้งที่ผ่านมาได้ก็เพราะคำสอนและบารมีของพระพุทธเจ้า หลวงพ่อ และครูบาอาจารย์ ที่เคารพ

    เอามาแชร์เป็นเพื่อนกันค่ะ ^__^ จะได้สู้ๆ ไปด้วยกัน เคยฟังมาพระท่านบอกว่า "ทนไม่ได้ก็ต้องทน" (คัดลอกมาได้ไม่หมดแต่จำคำนี้ได้ขึ้นใจ) และคุณครูที่เคารพท่านหนึ่งบอกว่า "เส้นทางพระนิพพานไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ" (ขออนุญาตยกมาให้กำลังใจคุณฝนและเพื่อนๆนะคะ) เพราะฉะนั้นสู้และทนไปด้วยกันนะคะ เพื่อพระนิพพานในชาตินี้

    ขอให้กำลังใจคุณฝนและทุกท่านที่ยังหนีความทุกข์ไม่พ้นนะคะ

    ป.ล. การปฏิบัติธรรมของก้อยก็ยังลุ่มๆ ดอนๆ มืดๆ มัวๆ ตามประสาคนยังมีความเลวและความขี้เกียจอยู่มาก ต้องโทษตัวเองที่อ่อนซ้อมมากไปนิดนึง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 4 เมษายน 2012
  10. Dang 88

    Dang 88 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    25 ตุลาคม 2008
    โพสต์:
    266
    ค่าพลัง:
    +946
    อนุโมทนา...กับประสบการณ์ที่แต่ละท่านนำมาให้อ่านครับ

    เมื่ออ่านประสบการณ์ของแต่ละท่านก็ทำให้ได้คิด และเกิดกำลังใจดีๆกับตัวเองด้วย

    และขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่านด้วยนะครับ
     
  11. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    อนุโมทนาครับพี่ริค หลวงพ่อทำเรื่องยากๆให้ง่ายๆเสมอครับ สาธุๆ
     
  12. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    เป็นกำลังใจให้คุณฝนครับ สู้ต่อไปเนอะ ไม่รู้ทุกข์ก็ไม่รู้สุขครับ ขอพระคุ้มครองครับ
     
  13. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    โมทนา้ด้วยครับ เห็นยอดบุญตอนนี้แล้วอิ่มใจครับ รู้สึกว่าตอนนี้จะเกินยอดไปแล้วนะครับ ุสาธุ สาธุ สาธุ
     
  14. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    ขออนุญาติ พี่สาวเจ้าของกระทู้นะครับ

    พอดีมีข่าวมาประชาสัมพันธ์ครับ



    ๑๓ - ๑๔ - ๑๕ - ๑๖ เมษายน (๔ วัน)
    ขอเชิญบวชเนกขัมมะปฏิบัติธรรมเฉลิมพระเกียรติ รุ่นที่ ๔/๒๕๕๕ และ งานทำบุญสงกรานต์

    ที่วัดท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจบุรี

    ดาวน์โหลดเอกสารในรูปแบบไมโครซอฟต์เวิร์ดได้ที่
    http://www.watthakhanun.com/doc/registerform.doc



    สำหรับคนใหม่ที่ไม่เคยสมัครบวชมาก่อน ดาวน์โหลดใบสมัครไปแล้ว กรอกข้อมูลและติดรูป จากนั้นส่งไปที่
    วัดท่าขนุน เลขที่ ๒๓๕ หมู่ที่ ๑ ตำบลท่าขนุน
    อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ๗๑ - ๑๘๐

    [​IMG] หรือท่านจะส่งใบสมัครที่บ้านวิริยบารมีตอนต้นเดือนที่พระอาจารย์ท่านรับสังฆทานก็ได้ครับ

    สงกรานต์นี้เจอกันที่วัดท่าขนุนนะครับ
     
  15. ขาโจ๋ข้าเอง

    ขาโจ๋ข้าเอง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 ธันวาคม 2004
    โพสต์:
    244
    ค่าพลัง:
    +4,856
    ยินดีต้อนรับการกลับมาของคุณ ฝน ด้วยขอรับ
    โมทนาบุญกับทุกท่านด้วยนะขอรับ รวมทั้งคุณ โมกขทรัพย์ ที่กล้าเขียนในสิ่งที่ได้กระทำอยู่ขอรับ และดีใจด้วยขอรับที่พาครอบครัวเข้ามาทางนี้ได้

    ตัวกระผมนั้นก็เพิ่งจะเห็นผลได้ไม่นานกว่าจะพาเข้ามาได้ ถึงจะยังไม่เต็มที่เต็มทาง แต่ก็พอจะพอใจได้ในระดับหนึ่งแล้วขอรับ เป็นระยะเวลาเกือบ 3 ปีเลยกะมังกว่าจะเรื่มเห็นผล เรื่มสวดมนต์ไปกันบ้างแล้ว แค่นี้ก็ดีใจจะแย่แล้วขอรับ ต้องหามุข หาหนทางกว่าจะทำให้หันมาทางนี้ได้ จากที่ท้อเลยทำให้มีกำลังใจขึ้น

    ส่วนเจ้าลูกชายคนโต ก็พาไปบวชเณรกับวัดแถวบ้านที่สอนเรื่องกรรมฐาน เมื่อต้นเดือนมานี่เอง ส่วนลูกสาวคนเล็กพาไปสอบที่วัดท่าซุงมาแต่ไม่ติด แต่เจ้าตัวก็หันมาทางนี้บ้างถึงจะเล็กๆน้อยๆ ก็ยังดีกว่าไม่หันมา พี่สาวของผมก็หันมาบ้างถึงจะยังเล็กน้อยไม่มากแต่ก็เรื่มไม่ขัดขวาง และเรื่มสนับสนุนมากขึ้น ทำให้ปลดห่วงลงไปได้เยอะขอรับ มีห่วงก็เหมือนมีทุกข์จริงๆ นี่ถ้าจะต้องลงมาเกิดใหม่อีกสักชาติ เห็นทีว่าคงไม่ไหวแล้ว แค่ชาตินี้ก็เต็มทนเต็มที

    หลังจากนี้ไปเขาจะเป็นไปในแบบไหนก็คงต้องดูกันต่อไป ส่วนโจ๋ถือว่าได้ทำสำเร็จไปส่วนนึงละขอรับ เรียกว่าให้เห็นช่องทางไปสู่เบื้องบนได้ก็พอใจละขอรับ

    ปล. ดีใจแทนพี่สาวด้วยขอรับ มีคนมาช่วยพี่เขียนแล้วอีกหนึ่งคนแล้วขอรับ ^^"
    ไม่ตายซะก่อนคงได้เจอกันอีกนะพี่นะ
     
  16. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    อนุโมทนากับน้องขาโจ๋ด้วย ยินดีด้วยที่ทางบ้านเริ่มหันมาทางนี้ ของพี่นี่พ่อมาทางนี้อยู่แล้ว เลยไม่ค่อยจะห่วง ส่วนแม่ท่าทางจะยากมากเลย เลยต้องปลงๆ แล้วเราก็ไม่ได้อยู่กับแม่ด้วย แม่เคยมาอยู่ด้วยประมาณอาทิตย์หนึ่ง บ่นอยากกลับบ้าน ไปพูดให้น้องๆฟังว่า ตบยุงก็ไม่ได้ มดก็ไม่ให้ฆ่า ฮา คือว่าแม่ชอบฆ่าสัตว์ เห็นเป็นเรื่องธรรมดาๆมาก เวลาที่บ้านมีมดขึ้น แม่ก็จะไปเอายามาโรยฆ่าตายทั้งรังเลย เคยเอายาเบื่อจะเบื่อหนู ปรากฏว่าเช้าขึ้นมาแมวนอนตายอยู่หน้าศาลพระภูมิเลย กรรมจริงๆ กรรมปาณาติบาตของแม่เยอะมาก

    พอมาอยู่บ้านเรา แกเห็นมดเดิน แกก็ว่าเนี่ยๆต้องเอายามาโรยเดี๋ยวตายเรียบ เรารีบบอกเลย ไม่ได้นะแม่ เห็นยุงแกก็บอกว่าให้ซื้อไอ้ไม้ตียุงไฟฟ้ามาช๊อตให้ตายๆ เปี๊ยะๆๆ เง้อ แกอึดอัดอยู่ไม่ได้ กลับไปอยู่บ้านเหมือนเดิม หุหุ ก็ยังอยากจะช่วยให้แกหันมาทางนี้นะ ก็ทำเท่าที่ทำได้ เพราะคนเรามีกรรมมาไม่เหมือนกัน ถ้าบุญเขายังไม่พอที่จะเดินมาทางนี้ พูดไปก็เท่านั้น ตอนนี้ก็อุเบกขาอ่ะ
     
  17. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    อนุโมทนาด้วยครับ พี่ขาโจ๋ การให้ธรรมทานถือว่าเป็นบุญที่ยิ่งใหญ่ครับ ดีใจด้วยครับที่ครอบครัวมาทางนี้
     
  18. โมกขทรัพย์

    โมกขทรัพย์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 มีนาคม 2012
    โพสต์:
    474
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +4,849
    ผมอยากวางอารมณ์ได้แบบพี่สาวจังครับ เรื่องบางเรื่อง ผมยัีงคล้อยตาม กิเลสอยู่มาก ต้องทรงพรหมวิหาร ๔ เยอะๆ แล้วล่ะมั้งครับ
     
  19. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    อยากจะแชร์ประสบการณ์ของตัวเองเรื่องการละในเรื่องต่างๆ อันนี้ไม่ได้เป็นการโอ้อวดแต่อย่างใดเพราะว่าเราก็ยังเลวและโง่อยู่อีกมาก ยังต้องปฏิบัติอีกเยอะ แต่ที่เอามาเขียนเล่าเพื่อให้เห็นว่าเรื่องแบบนี้มันเป็นเรื่องเฉพาะตน เป็นทางสายเอกของคนๆเดียว และแต่ละคนจะพบเจอหนทางของตัวเองแบบไหน เมื่อไหร่ อย่างไร เท่านั้นเอง

    ขอบอกก่อนว่าตัวเองไม่ใช่คนที่เคร่งในการปฏิบัติแบบเอาเป็นเอาตายหรอกนะ สมาธิก็ไม่ค่อยได้นั่งสักเท่าไหร่ ไหว้พระสวดมนต์เมื่อก่อนก็มีขาดบ้าง แต่เดี๋ยวนี้ก็ทำทุกวันเช้าเย็น ตั้งแต่โดนว่าเรื่องศีลกลวง เลยต้องสมาทานศีลทุกวันเช้าเย็นไม่ให้ขาด ก็เลยทำให้ต้องสวดมนต์ไปด้วยในตัว เรื่องการขึ้นไปหาพระท่านก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องเห็นพระท่านใสปิ๊ง นึกจะไปตอนไหนก็ไป ชัดไม่ชัด ใสไม่ใสไม่เคยเอามาคิดให้เปลืองสมอง แต่จิตเรารู้ว่าเราเป็นยังไง ตรงต่อพระท่านแค่ไหนนั่นต่างหาก ส่วนใครที่ทำได้ดีกว่านี้ก็อนุโมทนาด้วย ของแบบนี้มันถนัดใครถนัดมัน ไม่ว่ากัน

    เรื่องการนั่งสมาธินานๆ ไม่ต้องพูดถึง เพราะโดยจริตแล้วเป็นคนไม่ชอบนั่งนานขนาดนั้น อย่างสายสุกขวิปัสสโกนี่ นั่งกันทีอย่างต่ำสองชั่วโมง ฮา ข้าเจ้าทำไม่ได้ ต้องยกนิ้วให้สำหรับคนที่ฝึกมาทางนี้ บางคนนั่งได้เป็นสิบชั่วโมง สิบสองชั่วโมง นับถือค่ะนับถือ อย่างเรามันพวกขี้เกียจ สายหลวงพ่อฤาษีนี่แหละถูกจริตที่สุด หุหุ อีกอย่างก็รู้สึกว่าการนั่งสมาธินานๆๆ มันก็ได้แค่ความสงบ ความนิ่ง ถ้าคุณไม่หันมาวิปัสสนามองให้เห็นทุกข์ตามความเป็นจริง ปัญญาในการเห็นทุกข์จริงๆ ก็ไม่เกิดหรอก

    ตามคำสอนของครูบาอาจารย์ท่านก็บอกว่าให้เราละโน่นละนี่ แล้วเราจะพ้นทุกข์ ไม่มาเวียนว่ายตายเกิดอีก แต่ไอ้การละของเรานี่ล่ะ มันละได้จริงหรือยัง มันละได้ด้วยสัญญาหรือว่าปัญญากันแน่ นี่แหละที่จะเอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟัง

    เรื่องแรกเรื่องคู่ ก็ยังมีกรรมเรื่องคู่ครองเหมือนกัน ร้องไห้ก็หลายครั้งหลายหน เจ็บก็หลายครั้ง จนมันก่อเกิดเป็นความเบื่อหน่าย พอเบื่อมากๆเข้า จนวันหนึ่งมันก็หลุดออกจากตรงนั้น เพราะเกิดการเห็นทุกข์จริงๆของมัน เห็นด้วยปัญญานะ ไม่ใช่สัญญา ก็โทรไปขอเลิกแบบไม่ได้เสียอกเสียใจหรืออะไรเลย มันเหมือนปัญหาที่มีมันหายไปเลย โล่ง แล้วก็พอดีต้องไปบวชเนกขัมมะ ครั้งนั้นบวชแล้วสบายใจมากที่สุด เพราะไม่มีอะไรให้คาใจ แต่ทุกวันนี้ก็ยังคบกันอยู่ คอยรับฟังปัญหาและก็ให้คำแนะนำ แต่ว่าเราไม่ได้ทุกข์เหมือนก่อนแล้ว ไม่มีเขาเราก็ไม่ได้เดือดร้อนหรือเสียใจอะไร เพราะมันวางแล้ว

    เรื่องที่สองนี่โดนจากน้องสาวแท้ๆของเราเองเลย คือเราใช้ชื่อน้องสาวรีไฟแนนซ์รถ แต่ด้วยที่เราตกงานมานาน ทำให้สถานะการเงินร่อแร่มากๆ ค่างวดรถก็เลยค้างบ้างจ่ายบ้างมาตลอด เขาก็ไปตามที่น้องสาว เราก็พยายามไปหาเงินมาผ่อนเพื่อไม่ให้น้องสาวเดือดร้อน เพราะไม่อย่างนั้นจะติดแบล๊คลิสเหมือนเรา พอหลายหนเข้าน้องสาวก็ไม่พอใจ ส่งข้อความเข้ามือถือบอกว่า "ให้ไปจ่ายค่างวดรถซะ ถ้าจ่ายไม่ได้ก็ขายๆมันไปซะ เราเบื่อมากแล้วโว้ย" อ่านเข้าไปก็สะอึกเลย นี่หรือน้องสาวเรา ที่เราเคยช่วยเหลือมาตลอด ถ้าคนอื่นพูด เราจะไม่เจ็บเท่านี้ แต่นี่เป็นน้องเราแท้ๆ เราก็ตอบกลับไปดีๆ น้องสาวว่ากลับมาอีก แถมบอกว่า ไหนว่ามาทางธรรม ทำไมถึงมาทำให้คนอื่นเดือดร้อน หาว่าเราไปแช่งน้องบ้าง เฮ้อ..พอเห็นข้อความนี้ มันเกิดความคิดขึ้นมาว่า เออ หนอ เราเกิดมาก็มาคนเดียว ตายไป เราก็ตายคนเดียว ไม่มีใครตายไปกับเราสักคน พี่น้องที่เกิดมาเป็นพี่น้องกันก็แค่มาร่วมท้องแม่เดียวกันเท่านั้นเอง แต่ทุกคนก็ไม่ได้มีใครไปกับเราได้สักคน พอคิดได้แบบนี้ มันหลุดออกจากความยึดติดการเป็นพี่น้องตอนนั้นเอง เหมือนแค่พลิกฝ่ามือ ปัญญามันเกิดเอง แล้วก็ละได้ทันที จะรู้ได้เองเลยว่า อ๋อ นี่เองการที่เราละจากสิ่งที่ยึดติดจริงๆอ่ะ มันเป็นยังไง นี่เองคือการละได้ด้วยปัญญา ไม่ใช่ละด้วยสัญญา เป็นเรื่องรู้ได้เฉพาะตนจริงๆ

    หลังจากนั้นน้องสาวก็มาขอโทษ ก็คบกันเป็นพี่น้องเหมือนเดิม แต่การเป็นห่วง กังวล กลัวเขาจะมีภัยอะไรแบบนี้ มันหายไปหมด มันวางไปโดยปริยาย คิดแค่ว่ากรรมใครกรรมมัน จริงๆน้องสาวคนนี้เรารักมาก เลี้ยงดูใกล้ชิดมาตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่พ่อแม่แยกทางกัน ก็อยู่กันสองคนมาตลอด แล้วเคยฝันว่า หนีภัยน้ำท่วมกัน แล้วพวกเราจะต้องเดินข้ามแผ่นหินข้ามไปอีกฝั่ง เราข้ามไปก่อนคนแรก ข้ามไปได้ พอถึงตาน้องสาวเดินข้าม แผ่นหินกลับขาดออกจากกันเป็นช่วงๆ ซึ่งห่างแบบที่ว่ากระโดนข้ามไม่ได้ เราหันมาเห็นก็ตกใจคิดในใจว่า ตายละน้องเราข้ามไม่ได้ แล้วความฝันก็จบลงแค่นี้ ด้วยความเป็นห่วงน้องสาวก็ไปเล่าให้น้องฟัง เพราะเราคิดว่าฝันแบบนี้อาจจะเป็นการเตือน ถ้าทำความดีมากขึ้นก็จะทำให้เขารอดปลอดภัย แต่กลายเป็นว่าพอเราไปเล่าให้น้องฟัง น้องก็พูดติดตลกว่า "เออ แกรอด ฉันตาย" เฮ้อ พูดไปโน่น..แต่ตั้งแต่ที่เราวางเรื่องน้องไปแล้ว ก็เฉยๆ ก็บอกให้ทำบุญบ้าง แต่เขาจะเชื่อหรือไม่เชื่อ บุญเขามีมากน้อยแค่ไหน จะรอดไม่รอด อันนี้เราวางแล้ว

    เรื่องที่สาม เรื่องรถที่ว่ามีปัญหาๆมาตลอด ตอนแรกยังตัดใจไม่ได้ (โง่ไง) ก็ได้แต่ฟูมฟาย บ่นตัดพ้อต่อว่า ทำไมละ สมบัติชิ้นสุดท้ายแล้ว จะไม่ให้เหลืออะไรเลยเหรอ ไหนว่าทำดีแล้วต้องได้ดี ทำไมไม่เห็นได้ดี สารพัดจะว่า เหอ เหอ แรกๆที่เรายังตัดใจไม่ได้ มันก็จะมีเหตุการณ์มาทำให้เรารอดผ่านพ้นไปได้แบบเส้นยาแดงผ่าสามสิบสองเลย ฮาฮา แล้วก็จะโดนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ แล้วมันก็เหมือนทำให้เราเริ่มปล่อยวางมากขึ้นๆ จนครั้งสุดท้ายว่าจะขาย ก็เลยปรึกษาลูกว่า ขายดีไหม จะได้ไม่เป็นทุกข์ ขนาดว่าเหลืออีกสามงวดจะหมดแล้วนะ แต่ว่าเงินไม่มีใช้ ต้องเอาชีวิตรอดก่อน ก็จำเป็นอ่ะ พอลูกบอกว่า เออ..ขายไปเหอะแม่ เดี๋ยวถ้าเรามีเงิน เราค่อยซื้อใหม่ก็ได้ โห..พอลูกพูดแค่นั้นแหละ เหมือนหลุดออกไปเลย ตัดใจได้ปั๊ป ขายเว้ย ของนอกกาย จนถึงทุกวันนี้ไม่มีรถใช้ ก็ไม่เห็นมันตายนี่หว่า ฮาฮา

    แล้วยังโดนยึดคอนโด ของในคอนโดยังมีอยู่หลายอย่างมากเลย คนซื้อก็ขนออกไปเก็บไว้ที่โกดัง ถ้าเราอยากได้คืนต้องไปจ่ายเงินเกือบสองหมื่น (โอ้ว แม่เจ้า) สุดท้ายก็ตัดสินใจทิ้งเลย ไม่เอา ช่างมัน แล้วก็มาเห็นสัจจธรรมด้วยว่า เออ..จริงๆแล้ว มันไม่มีอะไรเป็นของเราสักอย่างจริงๆ ทุกวันนี้อยู่มาก็ไม่คิดที่จะไปยึดกับอะไรอีก เพราะการยึดทำให้เราโง่ ไม่ปล่อยวาง อย่าคิดว่าจะไปนิพพานนั้นง่ายๆ อย่าคิดแค่ว่าละสักกายทิฐิแล้วเราก็ไปได้ ถ้าคุณเป็นคนไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีสมบัติ ไม่มีอะไรให้ห่วงเลย อาจจะละได้ง่ายๆ แต่ถ้ายังมีอยู่ละก็ คุณต้องปลดห่วงต่างๆออกให้ได้หมด ละให้ได้ด้วยปัญญา ไม่ใช่สัญญานะ

    หนทางของแต่ละคน อาจจะมาในรูปแบบแตกต่างกันไป เจอเมื่อไหร่จะรู้และเข้าใจเอง การปฎิบัติของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป มันไม่มีรูปแบบตายตัวหรอก มีแยกย่อยออกไปได้อีกเป็นพันวิธี อย่างที่หลวงพ่อฤาษีท่านพูดไว้ การที่แต่ละคนจะเห็นแนวทางการหลุดพ้นเป็นยังไง แบบไหน นั่นเป็นทางสายเอกของคนๆเดียวเท่านั้น หาทางของตัวเองให้เจอแล้วจะเข้าใจเอง
     
  20. Me, myself

    Me, myself บุคคลทั่วไป

    ค่าพลัง:
    +0
    ตามความเข้าใจของดิฉัน (ความคิดเห็นส่วนตัว) การจะไปนิพพานนั้น ไม่ใช่แค่การนั่งสมาธิได้นานๆ ระดับฌานสูงๆ เพราะการจะหลุดพ้นได้นั้นต้องเกิดปัญญาเห็นทุกข์จริงๆ แล้วปลงได้จริงๆ อย่างวิชามโนมยิทธิ ต่อให้คุณไปรู้เห็น นรก สวรรค์ นิพพาน แล้วคุณไปยึดติด เที่ยวดูโน่นนี่ ละลาบละล้วงดูจิตคนอื่นๆ มันก็เป็นบาปแก่คุณเปล่าๆ แทนที่จะใช้วิชาเพื่อการลด ละ เลิก กิเลส กลายเป็นเพิ่มเข้าไปอีก ยึดเข้าไปอีก ไม่ปล่อย ที่ไหนเลยจะเกิดปัญญา

    พวกเราเองคบกับกิเลสมานานนับกัป จะให้เลิกง่ายๆทันทีคงยาก ดังนั้นเราจึงต้องค่อยฝึกค่อยเป็นค่อยไป ค่อยละไปทีละเรื่องๆ ถ้าคุณยังปลดห่วงภาระต่างๆไม่ได้ คุณจะไปนิพพานได้ยังไง ติดอะไรนิดเดียวก็สะดุดแล้ว แค่ลองคิดเล่นๆว่าถ้าตายไปตอนนี้ คุณจะยังนึกห่วงอะไร ถึงแม้ว่าเราจะอธิษฐานอยู่ทุกวันว่า ถ้าตายไปตอนนี้ ขอไปพระนิพพานดุจเดียว แต่เอาเข้าจริง ถ้ายังมีห่วงต่างๆอยู่ รับรองว่าวืดทุกราย ไม่ต้องใครหรอก ดิฉันเองนี่แหละ ขนาดว่าตัดห่วงเรื่องคู่ พ่อแม่ญาติพี่น้อง ทรัพย์สมบัติไปแล้ว ก็ยังมีห่วงอีกห่วงก็ลูกนี่แหละที่ตัดยาก แต่ก็โดนบททดสอบมาเรื่อยๆ ถึงขั้นหนักๆมาแล้วเหมือนกัน ถึงกระนั้นก็ยังติดอยู่เหมือนกัน ก็พยายามไปเรื่อยๆ

    เรื่องการทรงพรหมวิหารสี่ สมควรที่จะทรงให้เป็นปกติวิสัย ดิฉันเมื่อก่อนก็ชอบวุ่นวายกับคนอื่น ชอบไปสอนเขาเวลาเขาทำผิด ชอบที่จะไปติเขา โดนพระท่านเตือนมาตลอด ก็ฝึกระงับมาเรื่อยๆจนถึงระดับหนึ่ง ดีกว่าเมื่อก่อนเยอะ ไม่ค่อยไปวุ่นวายอะไรกับใคร ไม่ก่อกรรมใหม่ ให้ถือว่ากรรมใครกรรมมัน พรหมวิหารสี่ข้ออุเบกขา หลายคนยังใช้ไม่ค่อยเป็น ถ้าทรงไม่ถูกก็ทำให้ทุกข์ได้เหมือนกัน ตัวอย่างเช่นมีน้องๆมาบ่นๆท้อๆเรื่องที่ไปบอกเพื่อนๆให้ทำดี สร้างบุญกุศล อยากให้เขาเลิกทำไม่ดี แต่โดนเพื่อนว่ากลับมา ก็เก็บเอามาเครียด ก็ถามว่า ใครเป็นทุกข์ เขาหรือเรา น้องบอกว่า เรา แต่อยากให้เขาหันมาทำความดี เราหวังดี ก็บอกน้องว่า เราหวังดี เราพูดแล้ว แต่ถ้าเขาไม่สนใจ ก็ต้องวาง เพราะคนเรามีกรรมมาไม่เหมือนกัน ถ้าเก็บเอามาคิด เราจะทุกข์เอง ดังนั้นข้ออุเบกขาก็ต้องใช้ให้เป็นด้วย

    การที่จะหลุดพ้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย เคยไปคุยกับ อจ. แม่ ตั้งแต่เจอเรื่องการละด้วยปัญญามาแต่ละข้อๆ ทำให้คิดว่า จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะหลุดพ้น เพราะเรายังยึดติดกับสิ่งต่างๆอยู่มาก แล้วการที่จะละได้ด้วยปัญญานั้นก็ยากยิ่ง อจ. แม่ท่านก็พูดว่า ไม่ยากหรอก แต่ทำไม่ได้ (ฮา) ท่านว่า นี่แหละถึงต้องพยายามมองทุกสิ่งให้เป็นธรรมดา อย่าไปยึดกับมัน ไม่งั้นจะเป็นทุกข์

    เดี๋ยวนึกอะไรออกอีก จะค่อยๆเขียน ฮาฮา
     

แชร์หน้านี้

Loading...