"กระทู้กดปุ่ม".. Supatorn คอลเล็คชั่น และ ภาคผนวก

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย นารายณ์ทรงศร, 2 มกราคม 2018.

  1. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    หมวดพุทธศาสนา หน้า 1..หมวดพลังจิต . หน้า 2. หมวดมิเดีย ......... หน้า 2
    หมวดทั่วไป ........ หน้า 2. หมวด English หน้า 3. หมวดต่างประเทศ .หน้า 3
    กระทู้โดนใจ ........ หน้า 3. ภาคผนวก ...... หน้า 3. ส่วนเพิ่มเติม. หน้า 4, 5, 6,

    Line 668x15.jpg
    จาก facebook
    Sunthorn Utaithum
    5 ชม.
    พิธีทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดพุทธแห่งหนึ่งในรัฐอินเดียนนา ประเทศสหรัฐอเมริกา
    Annual robe-presenting ceremony at a Buddhist temple in Indianna, USA


    จุดสี.jpg

    จาก facebook
    Sunthorn Utaithum
    5 ชม.
    เสียงสวดไตรสรณคมและอาราธนาศีล 5 ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ในพิธีปฏิญาณตนเพื่อเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา ซึ่งจัดขึ้นที่รัฐอุตรประเทศ ประเทศอินเดีย ดูๆแล้วเหมือนจะไม่มีใครหยุดการหวนคืนสู่พุทธศาสนาของคนอินเดียได้อีกแล้ว

    Shout of praise to the Triple Gem of Buddhism and the five precepts chant echoed resoundingly during a mass conversion ceremony held in Uttar Pradesh,India. It seems like no one could stop India from returning to Buddhism.

     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ธันวาคม 2019 at 14:36
  2. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 12 พฤศจิกายน 2019
  3. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    จาก facebook
    สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

    c_oc=AQnOa3ZVXaGfCmK1JBmyXqO8CVfwrIc2K2_lBj3TzM1bEVEsqzjqOpIy9tpL3hYMVDA&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    At HeaR
    52 นาที
    จีนสนใจนำหลักพุทธพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน

    นายควัน เจ๋อ จู รองประธานคณะกรรมการแห่งชนชาติและศาสนาแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน และคณะเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงาน... ดูเพิ่มเติม
    .
     
  4. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    จาก facebook
    สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
    32 นาที

    c_oc=AQm6nmK5ElbK5mejktY_y3hlTtmJuc6QFqbzjUP1f-fVdHnUSanfVuBYwEYPWEsKhy0&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    At HeaR
    21 ชม.

    สำนักพุทธฯนิมนต์ 76 พระเถราจารย์จัดพิธีสืบชะตารับปีใหม่

    นายณรงค์ ทรงอารมณ์ รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) รักษาราชการผอ.พศ. กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการดำเนินงานโครงการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริิมงคล เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2563 ว่า

    ตามที่มหาเถรสมาคม(มส.) มีมติเห็นชอบให้พศ.ร่วมกับวัด สำนักปฏิบัติธรรม ทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ ด้วยกิจกรรมสวดมนต์ เจริญจิตภาวนาข้ามปี เพื่อความเป็นสิริมงคลนั้น

    ในส่วนของพื้นที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม พศ.เตรียมจัดกิจกรรมสำคัญวันที่ 30 ธ.ค. 2562 โดยจะจัดพิธีสืบดวงชะตา บริเวณลานรอบองค์ประธานพุทธมณฑล ภายใต้ชื่องาน สืบดวงชะตาเสริมบารมี เริ่มสิ่งดีสู่ชีวีใหม่ โดยมีสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมส. เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระเถราจารย์จาก 76 จังหวัดร่วมประกอบพิธี เพื่อเสริมบารมี และความเป็นมงคลก่อนร่วมสวดมนต์ข้ามปีในวันที่ 31 ธ.ค. 2562 นอกจากนี้ผู้ที่เข้าร่วมพิธีในวันที่ 30 ธ.ค. จะได้รับน้ำพระพุทธมนต์จากสระน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์โบราณ วัดหงส์รัตนาราม กทม. ด้วย

    นายณรงค์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี มส.ได้มีมติเห็นชอบให้วัดทั่วประเทศ และวัดไทยในต่างประเทศทั่วโลกจัดกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี ในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2562 ต่อเนื่องถึงเช้าวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 1 ม.ค.2563 โดยส่วนกลางมีศูนย์กลางการจัดกิจกรรมที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม และที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ส่วนภูมิภาคให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด(พศจ.) ร่วมกับเจ้าคณะจังหวัด ตั้งคณะกรรมการพิจารณาเลือกวัดที่มีความเหมาะสมเป็นศูนย์กลางการจัดกิจกรรม ทั้งนี้พศ. คาดการณ์ว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ประมาณ 28 ล้านคน

    #At_HeaR #ข่าวจริงเข้าหู #สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ #สวดมนต์ข้ามปี #สืบดวงชะตาเสริมบารมี
    .
     
  5. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    จาก facebook
    Sunthorn Utaithum
    8 ชม.

    ชาวอินเดียในเขตคุช ของรัฐกุจราซจำนวน 112 คน ทำพิธีปฏิญาณตนเปลี่ยนมานับถือพุทธศาสนา เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา

    112 Indian people embraced Buddhism on October 17th, 2019 in Kutch District of Gujarat.

    1.jpg 2.jpg

    3.jpg 4.jpg

    5.jpg
    .
     
  6. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    ไปที่กูเกิล > สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส

    จาก https://news.thaipbs.or.th/content/286338
    > สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    > สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช

    จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-50499180
    > โป๊ปฟรานซิส : พระสันตะปาปายินดีไทยได้เลือกตั้ง ชี้เป็นก้าวสำคัญกลับสู่ประชาธิปไตย
    ----------------------------------------------------------------------------------
    จาก facebook
    Thailand Vision
    12 นาที

    HZ_oRl4i6FJroyRbIzYPBlNWj4W9ilYLHNg29xvaq8PTVNmC0K18YeKHfZNaULiReDGlhho4&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg

    ถือเป็นเรื่องน่ายินดียิ่งจากปรากฎการณ์ที่ สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ประมุขแห่งคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิก และนครรัฐวาติกัน ซึ่งเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการในรอบ35ปี โดย เสด็จเข้าเฝ้าสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก นับเป็นนิมิตรหมายอันดียิ่งโดยเฉพาะในการรักษาสันติสุขของมวลมนุษยชาติท่ามกลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์

    ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปาฯ ได้กล่าวไว้ในแถลงการณ์ตอนหนึ่งว่า “ในโลกที่เต็มไปด้วยความขัดแย้ง การแบ่งแยก และการกีดกัน ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในการส่งเสริมความสมัครสมานสามัคคี และการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก และเพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็นปึกแผ่น ความยุติธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข”

    แปลไทยเป็นไทย ง่ายๆว่า การปกครอง แบบ“ประเทศไทย” กำลังกลายเป็นต้นแบบของการรักษาสันติภาพท่ามกลางความหลากหลายทางชาติพันธุ์ ที่มหาอำนาจโลกในยุโรปและโลกตะวันตก ยังไม่สามารถทำได้ นั้นเอง

    หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าแล้วทำไม การเสด็จของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เป็นเรื่องใหญ่โต?

    ก่อนอื่นเลยคือ ศาสนาคริสต์ถือเป็นศาสนาที่ทรงอิทธิพลศาสนาหนึ่งในโลก มีผู้นับถือศาสนาคริสต์ทั่วโลกจำนวนมากถึง 2.2 พันล้านคน หรือคิดเป็นร้อยละ 31.5 ของประชากรโลก และ เป็นนนิกายโรมันคาทอลิกประมาณ50%ของประชากรชาวคริสต์ อีกทั้ง ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาเก่าแก่ที่มีการจดบันทึกทางประวัติศาสตร์ชัดเจน และเป็นศาสนามีอิทธิพลทางต่อรากฐานแนวคิดทางสังคมการเมืองการปกครอง รวมไปถึงกฎหมายหลายประเทศทั่วโลก ดังนั้นการได้การยอมรับจากผู้นำทางศาสนาจึงถือเป็นเครื่องหมายอันสำคัญต่างประวัติศาสตร์ชาติอีกด้วย

    เคยแปลกใจไหม? คนไทยแท้ หน้าตาแบบไหน? แล้วทำไม ทุกวันนี้ คนไทยแท้หลายๆคน ถึงมีหน้าตา คล้ายตะวันออกกลาง บ้างก็คล้ายจีน บ้างก็คล้ายฝรั่งยุโรป นี่แหล่ะครับความหลากหลายอันเป็นหนึ่งเดียวของเรา

    สำหรับผู้ที่อ่อนประวัติศาสตร์บ้านเมืองเรา อาจจะสงสัยว่า ประเทศไทยเป็นต้นแบบทางสังคมที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไร? เรื่องนี้เราต้องตอบด้วยประวัติศาสตร์ครับ ก่อนอื่นเลยบ้านเมืองของเรานั้น ถูก สร้างขึ้น โดยมีรากฐานของความเคารพความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก

    เดิมทีพื้นแผ่นดินนี้ปกครองด้วยแนวคิดแบบพราหมณ์ ฮินดูตามแบบที่ปกครองทั่วไปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นแล และมีการเปิดรับแนวคิดทางพุทธศาสนา อิสลาม คริสต์ และฯลฯ ตามลำดับ โดยไม่เคยคิดกีดกันทางความเชื่อเลยแม้แต่น้อยแม้ ในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์นั้นจะปกครองโดยใช้แนวคิดแบบพราหมณ์ก็ตาม แต่องค์บูรพกษัตริย์ก็ทรงร่วมเป็นพุทธศาสนิกชน บำเพ็ญตนตามศาสนาพุทธอย่าเคร่งครัด

    ครั้นมีศาสนาอิสลามจากอิหร่านเข้ามาในสยามประเทศก็ยังมีการแต่งตั้งจุฬาราชมนตรีเป็นที่ปรึกษาเรื่องบ้านเมือง เมื่อหมอสอนศาสนาคริสต์เข้ามาในสยาม องค์บูรพกษัตริย์ก็ยังยอมรับและอุปถัมภ์ศาสนาคริสต์อย่างดี นำเอาศาสตร์หลายด้านจากชาวคริสต์มาบริหารราชการแผ่นดินหลายด้าน ทั้งดาราศาสตร์ การแพทย์ รวมไปถึงการศึกษาเอามาผสานกับความรู้ที่ได้จากศาสนาอื่นๆที่กล่าวมาข้างต้นนั้น มาบริหารบ้านเมืองได้อย่างเป็นหนึ่งเดียว

    ดังนั้น ‘สยามในโลกสากล’ คือสังคมที่มีความหลากหลายทางความเชื่อ และ เผ่าพันธุ์ อาศัยร่วมกันอย่างสามัคคีโดยมีองพระมหากษัตริย์ทรงเป็นศูนย์รวมใจ หนึ่งเดียว แม้ว่าในภายหลัง บ้านเมืองเราจะถูกลดขนาดลงเพราะเสียดินแดนไปจากการล่าอาณานิคมและสงครามโลก อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงประเทศจากสยามสู่ประเทศไทย และการเปลี่ยนแปลงการปกครองที่ผิดพลาดของคณะราษฎร ส่งผลให้เกิดการบริหารรัฐนิยมใหม่ ที่ลดความเป็น ‘สยาม’ แต่ส่งเสริมความเป็นเผ่าพันธุ์นิยมแค่คนกลุ่มเดียว

    ภายหลังการล่มสลาย ของคณะราษฎร ... นิยามของ ความเป็น ‘ไทยเริ่มกลับมาใกล้เคียงคำว่า’สยาม’ มากยิ่งขึ้น แม้ว่าชื่อประเทศของเราจะมิได้เปลี่ยนแปลงกลับไปสู่สยามก็ตาม แต่จิตใจของผู้คนของเรายังคงมีความเป็นสยามอยู่ทุกอณูขุมขน เพราะสยามเคารพในความหลากหลาย ความแตกต่างทางความเชื่อและชาติพันธุ์อย่างยิ่งภายใต้กฏหมายฉบับเดียวกันโดยมีองค์พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นเอง

    ดังนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ท่ามกลางสงครามความขัดแย้งที่มีเงื่อนใขทางศาสนาและความแตกแยกทางชาติพันธ์ที่เกิดขึ้นในประเทศมหาอำนาจทั่วโลก แต่ประเทศไทยกลับสงบสุขร่มเย็น ปราศจากความขัดแย้งทางศาสนาและชาติพันธุ์ใดๆ นั้นเอง
    -------------------------------------
    กด Like และ ติดตามเพจ เพื่อรู้เท่าทันโลก
    กับ Thailand Vision
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ธันวาคม 2019 at 17:01
  7. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    จาก facebook
    Sunthorn Utaithum
    6 ชม. bfsBGRgHSzE.png

    พระพุทธองค์ทรงแจ้งชัด ว่าต่อไปในภายภาคหน้าหลังการเสด็จดับขันธปรินิพพาน คำสอนของพระองค์จะต้องถูกปลอมปน เพิ่มเติม ปรับแต่ง จากพวกอลัชชีทั้งภายในและภายบอกที่แฝงตนเข้ามาบวชเพื่อหวังลาภสักการะ หรือเพื่อมุ่งหวังทำลาย จนทำให้หลักธรรมคำสอนแท้ของพระองค์ต้องผิดเพี้ยนไปจากเดิม พระองค์จึงทรงวางกรอบเพื่อเป็นแนวทางให้พุทธศาสนิกชนในภายภาคหน้าได้ใช้แยกแยะ ว่าคำสอนใดเป็นคำสอนแท้ของพระองค์ ดังความตามพุทธพจน์ว่า

    “อย่างนั้นเหมือนกันภิกษุทั้งหลาย สิ่งที่เรารู้แล้วมิได้บอกเธอทั้งหลายนั้นมีมาก เพราะเหตุไรเราจึงไม่บอก? เพราะสิ่งนั้นไม่ประกอบด้วยประโยชน์ มิใช่พรหมจรรย์เบื้องต้น ไม่เป็นไปเพื่อความหน่าย ความคลายกำหนัด ความดับ ความสงบ ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ นิพพาน เพราะเหตุนั้น เราจึงไม่บอก”

    คำสอนแท้ของพระพุทธองค์ต้อง

    1. ประกอบไปด้วยประโยชน์ คือสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ จนนำไปสู่ผลคือความสุขความเจริญ

    2. เป็นพรหมจรรย์เบื้องต้น คือ เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่ทาน ศีล และภาวนา

    3. เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่ความเบื่อหน่ายคลายกำหนัด คือ มุ่งชี้ให้เห็นถึงไตรลักษณ์ คือ อนิจจัง ทุกขัง และอนัตตา จนจิตเบื่อหน่ายคลายกำหนัด นำไปสู่การละวางการเข้าไปยึดถือว่าสิ่งนั้นเป็นตัวเรา สิ่งนั้นเป็นของๆเรา จิตเกิดอิสรภาพ และมนุษย์เข้าไปมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่างๆรอบตัวด้วยสติรู้เท่าทันตามที่มันเป็นจริง

    4. เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่ความดับ คือการดับแห่งกิเลสอาสวะ และอกุศลมูลทั้งปวง

    5. เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่ความสงบ คือนำจิตให้ปราศจากความลิงโลดจากโลกธรรมทั้ง 8 เป็นจิตที่นิ่งและใสสะอาด ไม่เอนเอียงหรือกระฉอกวอกแวกไปกับทั้งความเจริญและความเสื่อม

    6. เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่ความรู้ยิ่ง ความตรัสรู้ คือรู้ในอริยสัจ ว่าอะไรคือทุกข์ อะไรคือเหตุแห่งทุกข์ อะไรเป็นความดับทุกข์ และอะไรคือทางปฏิบัติให้ถึงซึ่งความดับทุกข์ อันเป็นของจำเป็น เป็นของเฉพาะหน้าที่มนุษย์ทุกคนล้วนต้องเผชิญ

    7. เป็นคำสอนที่มุ่งไปสู่นิพพาน คือเรื่องทุกข์และการดับทุกข์

    ดังนั้น คำสอนใดที่ออกไปจากกรอบทั้ง 7 ที่พระพุทธองค์ได้ทรงวางไว้ จึงถือได้ว่าคำสอนเหล่านั้น หาใช่คำสอนแท้ในทางพระพุทธศาสนาไม่

    78833839_10157087879343440_5705299401975529472_o.jpg
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 ธันวาคม 2019
  8. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
  9. นารายณ์ทรงศร

    นารายณ์ทรงศร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 เมษายน 2016
    โพสต์:
    649
    ค่าพลัง:
    +306
    จาก facebook
    ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา
    3 ชม.

    พุทธศาสนาได้รับรางวัล ศาสนาที่ดีที่สุดในโลก
    [ Buddhism won the best religion in the world award.]

    หนังสือพิมพ์ "ตรีบูน เดอ เจแนฟ" ได้ลงบทความ พุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดีที่สุดในโลก

    คณะกรรมการเพื่อความก้าวหน้าทางศาสนาและจิตวิญญาณ -Internation Coalition for the Advancement of Religious and Spirituality (ICARUS) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ลงมติให้รางวัล "ศาสนาที่ดีที่สุดในโลก"แก่พระพุทธศาสนา

    บรรดาผู้นำศาสนากว่า 200 คนจากทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ ได้ลงมติให้รางวัลนี้ในที่ประชุมด้วยมติเอกฉันท์

    เกณฑ์ในการพิจารณาจะดูจากการที่ศาสนานั้นๆ ส่งเสริมสันติภาพ ความรัก และความรู้สึกเชื่อมโยงทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสังคม รวมถึงสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่นิยมความรุนแรง โดยให้สมาชิกจำนวน 200 คนจากทั้ง 38 ศาสนาหลักของโลกร่วมกันโหวต

    เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผู้นำศาสนาจำนวนมากได้ลงมติให้แก่พระพุทธศาสนายิ่งกว่าศาสนาของตนเอง ทั้งที่มีชาวพุทธเป็นส่วนน้อยอยู่ในคณะกรรมการนี้

    และนี่เป็นความเห็นจากคณะกรรมการบางท่าน

    Johnne Hult ผู้อำนวยฝ่ายค้นคว้าของ ICARUS กล่าวว่า ....
    ไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ชาวพุทธจะได้รับรางวัลนี้ เพราะว่าชาวพุทธไม่เคยมีสงครามศาสนากับใคร ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างจากศาสนาอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเก็บปืนไว้ในตู้เสื้อผ้า แต่จะหยิบมันออกมาใช้ทันทีในนามของพระผู้เป็นเจ้า เราไม่เคยเห็นกองกำลังชาวพุทธที่ตั้งขึ้นโดยอ้างศาสนา พวกเขาประพฤติตนได้ในสิ่งที่ตัวเองพร่ำสอน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวัฒนธรรมของศาสนาอื่น ที่กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

    Ted O Shanghnessy บาทหลวงคาทอลิค จากกรุงเบลฟาสต์ ได้กล่าวว่า..
    "ถึงแม้ฉันจะรักและนับถือศาสนาคาทอลิก แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจที่เราพร่ำสอนให้คนรักกัน แต่เมื่อถึงคราวที่จะฆ่ามนุษยชาติด้วยกัน ก็อ้างว่าเป็นเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ ฉันขอลงมติให้ศาสนาพุทธ"

    Tal Bin Wassad นักการศาสนาจากปากีสถานกล่าวผ่านล่ามว่า..
    "แม้ข้าพเจ้าจะเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องมีการโกรธแค้นและหลั่งเลือดในนามของศาสนา แทนที่จะมีการเจรจาตกลงกันในระดับบุคคลต่อบุคคล ซึ่งสิ่งเหล่านี้พบได้เฉพาะในกลุ่มชาวพุทธ"
    Tal Bin Wassad ซึ่งเป็นสมาชิกจากปากีสถานของ ICARUS ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ... "ความจริงผมมีเพื่อนซี๊เป็นชาวพุทธหลายคนด้วย"

    Rabbi Shmuel Wassestein จากเยรูซาเล็ม ได้กล่าวว่า..
    "แน่ละ ข้าพเจ้ารักศาสนายิว และคิดว่าเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้ว ข้าพเจ้าปฏิบัติวิปัสสนาทุกวันก่อนสวดมนต์ทางศาสนาตัวเองด้วยซ้ำ"

    อย่างไรก็ดีมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งว่า ICARUS ไม่รู้ว่าจะมอบรางวัลนี้ให้แก่ผู้ใด เพราะชาวพุทธทั้งหมดตอบว่าไม่ต้องการรางวัลนั้น

    เมื่อถามชาวพุทธจากพม่าว่าทำไมจึงไม่ยอมรับรางวัลนี้.. พระ Bhante Ghurata Hanta จากพม่าได้กล่าวว่า..
    "เราขอขอบคุณในรางวัลนี้ แต่เราถือว่ารางวัลนี้เป็นของมนุษย์ชาติทั้งมวล เพราะจิตเดิมแท้แห่งพุทธะ ล้วนมีอยู่ในพวกเราอยู่แล้วทุกคน"

    ข้อมูลอ้างอิง : http://oknation.nationtv.tv/blog/pierra/2012/11/05/entry-1
    อย่าลืมคลิกที่อัลบั้มเพื่อติดตาม

    Df6kvw&_nc_ohc=k0QDYrsAwZEAQnoh_4rM7GJf2O-6YQttqMMuOHMwqqqb3UflqNeQfdJhA&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 9 ธันวาคม 2019 at 17:05

แชร์หน้านี้

Loading...