กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
    ท่าน9 ผมอยากจะถามว่า ถ้าปู่ที่ตำหนักที่แฟนไปปฏิบัติธรรมบ่อยๆ บอกว่าผมไม่ใช่เนื้อคู่กับเธอ
    แกบอกผมบารมีสูงกว่าแฟน แบบนี้แปลว่าอะไรครับ หมายถึงผมจะคบกับแฟนไมไ่ด้หรอครับ
     
  2. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
    เอาภาพปิดทองมาฝากครับ มีคนร่วมบุญเกินคาดครับ
    3000 บาท ผมเลยปิดพระเพิ่มเลย 69495481_2560886033931555_2216670490192248832_o.jpg
     
  3. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
  4. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
    เมื่อเดือนก่อนฝันเห็นหลวงปู่ดู่อยู่ในห้องนอน หน้าตา สีหน้าท่านเคร่งเครียดมาก
    เหมือนกันว่า คนไทยกำลังจะเจอของดี
     
  5. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981

    เออ...เมื่อวานที่เล่าตกไปคือ...
    ก่อนที่จะค้นหาบทความพระเครื่องรุ่นเปิดโลกมาอ่าน
    เริ่มจากมีอะไรมาสะกิดใจถึงคาถา"พระมหาจักรพรรดิ"
    ...ซึ่งหลายคนเคยพูดถึงที่นี่...
    ...แต่ผมไม่เคยสนใจเลย(เฉยๆ)

    สรุปคือ...พอบทคาถาแว๊บเข้ามาก่อน
    จึงตามมาด้วยแว๊บคิดถึงบทความที่เคยเซฟเก็บไว้
    (ตามที่เล่าไป)

    ซึ่งผมเพิ่งมารู้เมื่อคืนว่า...
    คาถาพระมหาจักรพรรดิเป็นของลป.ดู่
    (ทั้งๆที่ครั้งหนึ่งผมเคยนำบทคาถามาลงไว้ที่นี่)
    ด้วยเห็นบางคนพูดถึง...จึงดึงมา

    ...แต่ตอนนั่นผมไม่ได้ใส่ใจว่าเป็นของพระเกจิรูปใด

    **เช้านี้จึงเป็นวันแรกที่ผมสวดคาถาพระมหาจักรพรรดิ**
    ...ซึ่งตรงกับวันเสาร์...วันดีสำหรับผมด้วยสิ



    (คุณไฮท์)
    ".....ถ้าในทางความเชื่อของสาย ลป ดู่ จะถือว่ามีกระแสเชื่อมถึงกันครับ ว่ากันว่า ลปดู่เป็นกายอวตารของพระศรีอารย์ครับ....."

    น่าจะจริงครับ
    เช้าวันนี้ในใจลึกๆเริ่มเกิดกระแสศรัทธาลป.ดู่
    หรือถ้าจะเรียกว่า"ฟีเวอร์" ก็ได้
    (ความจริงตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อวาน...แล้วหล่ะ)

    ต่อไปคงต้องรอคุณไฮท์
    ทยอยเล่าประสบการณ์(เรื่องราว)
    ...ลป.ดู่ให้ฟัง

    (ถ้ามีเวลาว่าง)
    ...ขอบคุณครับ
     
  6. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981

    ขอตอบตามวัยวุฒิ
    ความเป็นผู้ใหญ่...แบบชาวบ้านๆนะคับ

    ฟังหูไว้หู...ไม่ต้องเชื่อมากจนจิตตก
    ส่วนตัวคิดว่า ถ้าในอนาคตเป็นไปตามคำทายทัก
    ส่วนหนึ่งน่าจะมาจาก...
    ...ความคิดที่ตกค้างหรือฝังไว้ลึกๆในใจของทั้งคู่
    นั่นแหละคือส่วนหนึ่งของชีวิตรักที่จะเกิดปัญหา
    ถ้ารักกันจริง(ทั้งคู่) ก็คบไปเรื่อยๆเพื่อพิสูจน์รักแท้กัน
    ไม่ใช่ว่าพอเจอคำทายทักของสำนักถึงออกอาการ

    ส่วนที่บอกว่า...
    เอกมีบารมีสูงกว่าแฟน
    อันนี้พอฟังได้นะ
    เพราะอยู่ด้วยกันจะข่มกัน
    แต่ยังดีที่เอกเป็นผู้ชาย
    โดยธรรมชาติของสัตว์โลก
    ส่วนใหญ่เพศชายมักจะมีอำนาจบารมีเหนือกว่าเพศหญิง
    ...แต่มิใช่ทุกคน เพราะผู้หญิงหรือภรรยาบางคนก็ข่มสามี
    การข่มเกิดขึ้นจากหลายกรณี
    ถ้าข่มจากพื้นฐานของนิสัยที่เคยก้าวร้าวจนเป็นนิสัย
    เป็นพฤติกรรมที่ติดมาจนฝังรากก่อนแต่งงาน
    (ไม่ได้เกิดจากบารมีตามอิทธิพลดวงเกิด)
    อย่างงี้คือเวรกรรมของผู้ชายที่อยู่ด้วยกัน
    ประเด็นนี้การครองคู่ย่อมมีปัญหาตามมา
    อย่างเอกมีบารมีสูง แต่หล่อนมีพฤติกรรมก้าวร้าวสูง
    เมื่อเจอะเจอกันในชายคาเดียวกัน
    ลองหลับตานึกภาพดู...อะไรจะเกิดขึ้น

    ...เว้นแต่ผู้ชายนั่นๆจะเชื่องเป็นนิสัย
    หรือยอมยกธงขาว...เพื่อความสงบสุขของครอบครัว
    จึงเป็นที่มาของคำว่า "กลัวเมีย"

    สำหรับเอก
    ปู่ที่สำนักทักมาว่ามีบารมีสูงกว่าฝ่ายหญิง
    เมื่อเอกรู้เช่นนี้...ก็ดีแล้ว
    ...ดีกว่าไม่รู้เลย
    อย่างนี้ก็คงขึ้นอยู่กับเอกแล้วหล่ะ
    เมื่อรู้ว่าตัวเรามีบารมีสูงกว่า...ตามพื้นเพ(ตามดวง)
    ....และในแง่ของความเป็นเพศชายด้วย
    ....ถ้าได้อยู่เคียงคู่ครองเรือนกัน
    "เอกก็ควรเป็นฝ่ายถอย...ในเรื่องที่ควรถอย"
    ถอยภายนอก...แต่เข้มแข็งภายใน...ในจิต
    เหตุเพราะหล่อนบอบบางกว่าทั้งบารมีและเพศ

    ปัญหาอยู่ที่ว่าหล่อนบารมีด้อยกว่าเอก
    แต่ถ้านิสัยพื้นเพที่แข็งกร้าวก่อนแต่งถูกปิดบังไว้
    ...มาเผยโฉมหลังแต่งงาน
    อย่างนี้คงเกิดปัญหามากมายตามมา
    ซึ่งเอกก็ควรศึกษา...ดูใจไปนานๆ
    ...ยิ่งนานขึ้น...เมื่อปู่ทักมา
    ก่อนที่จะตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต

    (9ก็พากษ์สดๆได้เพียงแค่นี้)
    ขอให้โชคดีทั้งคู่ครับ
     
  7. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
    ขอบคุณครับท่าน9
     
  8. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981

    ลป.ดู่ ท่านเป็นห่วงครับ
    ที่ว่าเจอดี....คงเป็นภาวะเศรษฐกิจ
    ที่ตกอยู่ในโซนที่กอบกู้เหนื่อย
    คือต้องใช้เวลานานพอสมควร

    ...คงต้องภาวนาคุณพระช่วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย
    "ขออย่าได้เป็นเช่น ปี 40 เลยคับ"
    เพราะยังพอมีหวังน่า...ผมให้กำลังใจ

    ประเทศอื่นๆเศรษฐกิจมีปัญหาเช่นกัน
    เหตุเพราะสงครามการค้าสถานเดียว
    ทั้งภาคปฎิบัติ และทฤษฎีข่มขู่พ่นน้ำลายใส่กัน
    "เศรษฐกิจไม่ได้แตกเพราะฟองสบู่ แต่แตกเพราะน้ำลาย"
    ที่เกิดจากพี่ใหญ่จีน กะ พี่ใหญ่มะกัน

    แต่พี่ไทยเจอ 2 เด้ง

    แค่นี้สั้นๆ...พอเป็นน้ำจิ้ม นะคับ
     
  9. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,509
    ค่าพลัง:
    +3,883
    อาจจะเข้าทำนองนี้ก็ได้ครับ

     
  10. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,509
    ค่าพลัง:
    +3,883
    ผมเชื่อว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แน่เลย แน่นอนจะต้องมีการสูญเสีย
     
  11. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,724
    ค่าพลัง:
    +9,332
    กลัวตกอเมริการบล้างหนี้ จัดนิวเคลียร์ลงเอเชีย ที่นี้เน่าแน่
     
  12. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า160 ลำดับที่ # 3195

    ...ต่อเนื่องจากท่าออกกำลังกาย
    อาจารย์นพเพิ่มเติมอะไรบางอย่าง

    nopphakan, post: 10918215
    ความจริงเรื่องพวกนี้
    ถ้าเจอ อ. เสน่ห์ แบบที่ begin began
    ไปเจอมา ไม่เกิน๕ นาที ก็ดีขึ้นแล้วหละครับ

    ส่วนตัวเรียกว่าเป็นการจัดระบบกระดูก
    และเส้นที่เกี่ยวข้องใหม่

    ด้วยรูปแบบและพฤติกรรมในการใช้ชีวิตเรา
    จากกิริยาท่าทางเรา มันส่งผลให้
    กระดูกสันหลังมันคตได้ปกติ
    ส่วนตัวเมื่อก่อนก็เป็น
    จนส่งผลให้ขามีแรงไม่เท่ากัน
    ขนาดขาก็จะไม่เท่ากันตามมา
    และก็จะเดินเหมือนไม่สมดุลย์ตามมา
    เพราะความสูงขาไม่เท่ากัน
    จากกระดูกที่คต ตรงก้นกบ
    เมื่อมันคต มันเลยไปเกี่ยวเส้นเอนต่างๆ
    ที่อยู่ข้างๆ ให้ผิดแนว ซึ่งอาจจะมีทั้งเบี้ยว
    และจม(บริเวณสะบักหรือปีกตรงไหล่)

    ปัจจุบันนี้ ส่วนตัวก็ยังบริหารด้วยท่าจัดกระดูกอยู่
    เพราะบางทีชอบนอนตะแครง
    (ปกติท่าที่ถูก เข่าอีกข้างต้องตั้งฉากกับ
    ลำตัวเลย) บางทีนั่งนานๆ ก็เผลอหลังงอบ้าง

    ประมาณ อาทิตย์ สองอาทิตย์ มาทำครั้งหนึ่ง
    เรียกว่า รู้เลยว่าเส้นบริเวนไหน ที่มันตึง

    เรื่องพวกนี้ จะรักษาแบบบรรเทา
    โดยที่ไม่ต้องเห็นหน้า และเจอตัว
    หรือโดนตัวกันก็พอทำได้
    แต่ว่า การรักษาดูแลตัวเองที่ดีที่สุด
    คือตัวเราเองครับ

    ยาที่ดีที่สุด คือตัวคนไข้เองนั่นหละครับ
     
  13. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า162 ลำดับที่ #3228

    เป็นข้อสงสัยจากผม(9)...
    ...เนื่องจากมีคนถามว่า...
    "หลวงพ่อทวด หรือ หลวงปู่ทวด"
    คำนำหน้าแบบไหนเหมาะสมกว่า


    ...ฟัง
    อาจารย์นพสรุปเพียงสั้นๆ
    ...แต่เหตุผล "เยี่ยมยอด"

    และฟังอจ.นพคุยเรื่องในกัลปนี้มีพระพุทธเจ้ากี่องค์

    (ขอคั่นเรื่องสุดแสนที่จะบังเอิญ...อีกแล้วๆๆๆ)
    ไว้ดูหมายเหตุ...ข้างล่างนะครับ
    งง ครับผม ?????


    nopphakan, post: 10919813
    เรียก หลวงปู่ครับ ตามสมมุติบัญญัติทางโลก
    ด้วยเพราะเวลาปรากฏกายให้บุคคลเห็นก็จะมา
    ในบุคคลิกลักษณะแบบผู้มีอายุหน่อยครับ...


    ส่วนปรากฏกายในแบบ พระพุทธฯหรือคล้าย
    พระพุทธรูป อาจจะได้เห็นกันไม่มากเท่าไร......

    ทางสายที่มีสัมผัสพิเศษภายใน
    เวลาอยากจะทราบว่าท่านใดเป็นองค์เดียวกันหรือไม่
    เราจะใช้การ อุปโลกน์สร้างกายท่านแรกก่อน
    แล้วก็อุปโลกน์สร้างกายอีกท่านหนึ่ง มาทับซ้อนกัน
    ถ้าเกิดว่า เข้ากันได้พอดี นั่นหมายความว่า
    เชื่อได้ว่า ท่านเป็นองค์เดียวกันครับ........
    เรื่องนี้ พูดอธิบายให้ เข้าใจทั่วไปยากหน่อย....

    นิทานๆๆ ในกัปล์เรานี้ ตามตำรา มีพระพุทธฯ ๕ ท่าน
    นี่เป็นตามตำรา ทิ้งตำราไปได้เลยครับ
    ...เอาไว้แค่อ่านได้....
    แต่ในวงการผู้ใช้งานทางจิต จะทราบกันดีว่า
    ในกัปล์เรานี้ จะมีพระพุทธฯทั้ง ๑๐ ท่าน
    พวกนี้เป็นเรื่องนอกตำรา........

    หลวงปู่ ท่านนี้หละ เป็นท่านเดียว
    กับ ลป.ด สายบารมีอีกท่าน
    ที่ละสังขารไปแล้ว.....และ
    ถึงคิว จะมาเป็น พระพุทธฯองค์ต่อไป...
    ในรูปแบบ ที่รูปร่างดูเล็กๆเพียวๆ
    ....ไม่ได้ดูอวบเหมือนท่านอื่นๆ

    ส่วนพระพุทธฯองค์ ที่ ๘ คือ
    หลวงปู่ ชื่อย่อ ป. ที่มีสัมพันธ์
    กับหลวงพ่อ มีชื่อในอดีตที่จังหวัด อุทัยธานี
    ...ที่ล่วงลับไปแล้ว นั่นหละครับ
    (ยุคนั้นจะมีอีก ๒ ท่านที่อยู่ในป่ารุ่นเดียว
    กับท่านมีชื่อ ที่ จ.อุทัยธานี
    ตอนนี้ก็ยังมีชีวิตอยู่นะครับ ปกติไม่สอนใคร
    แต่จะออกมาเองในช่วงที่มีเหตุภัยพิบัติเท่านั้น
    เพราะเหมือนท่านมีหน้าที่ตรงนี้อยู่)
    ส่วน ลป. ป ตอนนี้ท่านพักอยู่ชั้นดุสิต
    มีลูกศิษย์ขึ้นไปเรียนกับท่าน ก็มีอยู่

    ส่วนพระพุทธฯ องค์ที่ ๑๐
    คือ อดีต ท่านครูบาร์มีชื่อในอดีต
    ชื่อย่อ ศรี ขึ้นต้นจะมาตรัสรู้ ที่ประเทศไทย
    ที่ภาคเหนือนี่หละครับ...
    ที่ ดอยๆอะไรนั่นหละครับ...

    ท่านนี้จะเป็นพระพุทธฯ องค์เดียวต่อไป
    ที่จะตรัสรู้ในประเทศไทยครับ.
    นอกนั้นจะตรัสรู้ที่ประเทศอื่นๆ
    ใกล้เคียงบ้านเรานี่หละครับ....

    แล้วลำดับที่เหลือหละ เป็นท่านใด......
    ส่วนตัวเข้าใจว่า ลำดับ ที่ไม่ได้กล่าวถึง
    อาจจะมีการ แทรกเข้ามาได้จากท่านอื่นๆครับ....

    แต่ที่ชัว ไม่มีใครแทนได้แน่
    คือท่านตามลำดับที่เล่าให้ฟังนั่นหละครับ....

    ส่วนนี้ นิทานแถม......
    เคยดูบุพเพสันนิวาสไหม. ฤาษีที่มีฤทธิ์
    ที่ว่าช่วยให้เรือไม่ล่มนั้น......
    คือ ท่านเดียวกัน ที่ลงมาช่วยหล่อ...
    พระพุทธชินราชนั่นหละครับ....

    เพราะสมัยก่อน เวลาหล่อพระ
    จะทำได้แค่ธาตุไฟอย่างเดียว
    แต่ยังหาอุณหภมิที่เหมาะสม ในจุดที่จะไม่เลยหรือต่ำ
    ไปกระทั่งอุณหภูมิที่จะอยู่ในช่วงไม่แตกร้าวได้
    คือ เวลาหล่อพระ เราจะหล่อวัตถุ
    ให้อยู่ในช่วงอุณหภูมิ ที่เป็น อีลาสติก
    (คือ ช่วงที่วัสดุเข้ากันสามารถยืดได้ไม่มาก
    และหดกลับได้โดยไม่แตกร้าว)
    ถ้าต่ำไป วัสดุก็จะยังไม่เข้ากันดีเพราะ
    แรงเค้นแรงเครียสยังสัมพันธ์กัน
    ช่วงนี้ถ้ายุบก็ยุบได้ก็อยู่อย่างนั้น
    นำภาพเวลาเอาฆ้อนทุบเหล็ก
    และถ้ายืดมากไปก็แตกได้
    นึกภาพเวลาเอาฆ้อนทุบพวกอัลลอย
    และถ้าอุณหภูมิมากไป
    วัสดุจะกลายเป็นช่วงพลาสติก
    คือ ยืดได้ยาว แต่หดกลับไม่ได้และจะแตกได้
    นึกภาพเวลาเอาฆ้อนทุบพลาสติกดูครับ....
    ท่านก็ลงมา ช่วยในการปรับธาตุ
    ...ที่จะผสมตรงนี้นั่นหละครับ....
    ตอนนี้ ท่านอยู่ชั้นพรหม....

    จบ นิทาน ปนโม้ระดับจักรวาล....


    *********************************


    หมายเหตุ
    ความสุดแสนจะ*บังเอิญ*ที่ว่าคืออะไร ?
    แป๊บเด๋วมาต่อหน้าอื่น...ดีกว่า
     
  14. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981
    ถ้าผมจะบอกว่า...
    "นี่คือความบังเอิญที่ประหลาดใจยิ่ง"
    ...คงไม่ผิดอะไร

    คือเมื่อวาน...วันเสาร์ช่วงบ่ายแก่ๆ
    ยามว่างผมไปเดินห้างชิวๆ...แอร์เย็นสบาย
    ฟรีๆแล้ว...ไม่ต้องเสียค่าไฟ
    ขอบใจ...ห้างดังที่อยู่ใกล้ๆบ้าน

    ...ผมไปอ่านหนังสือที่ร้านนายอินทร์
    ส่วนใหญ่ก็หยิบอ่านเรื่องทั่วไป...คละกันไป...
    ก้ออ่านฟรีนิ...ถูกใจ ก็ซื้อบ้างไม่ซื้อบ้าง
    (555...ขนาดซื้อ/ไม่ซื้อ...ยังเต็มตู้เลยนิ)
    ส่วนใหญ่ท่องเที่ยว...เศรษฐกิจ...และอื่นๆ
    ศาสนามีบ้างเป็นบางครั้งเพราะไม่เคร่งอะไรมากมาย

    แต่เมื่อวานสิ...
    เหลือบไปเห็นหนังสือเล่มหนึ่ง
    "(หน้าปกประมาณว่า...พระพุทธเจ้ามีกี่องค์)
    *ถ้าจำผิดต้องขออภัย*
    555..."จำชื่อหนังสือไม่ได้จริงๆ"
    จึงเข้าไปดูสารบัญผ่านๆ
    เน้นหาเฉพาะ "พระพุทธเจ้ามีกี่องค์"
    ซึ่งได้อ่านอย่างละเอียดพอสมควร
    ส่วนอื่นๆอีกกว่า 90% ไม่ได้อ่านเพราะไม่สนใจ
    แหะฟรีๆ...อ่านนานๆไม่ดีเนอะ 555

    จะไม่แสนจะบังเอิญได้อย่างใด
    ในเมื่อเช้านี้ค้นหา Tips&Tricks
    ตามหน้า...ตามลำดับ...ตามปกติ
    (จะข้ามเฉพาะโพสต์ที่ดูแล้วซ้ำๆหรือสั้นๆ...
    ที่ผ่านมา...แค่1-2%มั่ง)

    (ต่อ)จากหลวงพ่อ หลวงปู่ทวด เชื่อมโยงมาเรื่องพระพุทธเจ้า
    (เรื่องลป.ทวดก้อแปลกใจเล็กๆแล้วเนอะ
    เพราะ2วันนี้ก็กำลังฟีเวอร์ลป.ดู่ที่เสมือนลป.ทวดอยู่)

    ...แล้วบังเอิญมาเจออาจารย์นพอธิบายเรื่อง
    "พระพุทธเจ้ามีกี่องค์กันแน่"
    ทำไมบังเอิญมาตรงกับหนังสือที่ผมหยิบอ่านเมื่อวาน
    ....เพราะความอยากรู้จริงๆ


    ปล.(สงสัยวันนี้ก่อนเที่ยงต้องไปหาซื้อมาเพื่อ"ยืนยัน"
    (เด๋วพรรคพวกจะหาว่า"ทำไมบังเอิญจัง")
    " เมื่อวานก็บังเอิญเช้านี้ก็บังเอิญ"

    (555 ชักสงสัยปั้นน้ำเป็นพญานาคหรือป่าว)
     
  15. Bodhisattva

    Bodhisattva The Spirit of BUDDHA

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    504
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,644
    ..
    ..
    แฟนเอกถึงได้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้ศีลเสมอกับเอกไง
    หนูว่านะ เป็นเรื่องปกติมากที่โดยทั่วไป ผช จะบารมีสูงกว่า ผญ แค่เพศสภาพก็บ่งบอกแล้ว ผช บวชได้ ครองผ้าเหลืองได้ (รักษาศีลถึง 227 ข้อ)
    (เว้นแต่พระโพธิสัตว์หญิงที่ท่านกำลังสั่งสมบารมีแม้จะอวตารเกิดเป็นมนุษย์ในเพศสภาพหญิงก็บารมีสูง)
    ..
    นางแก้วถึงได้ต้องพยายามตามอนุโมทนาสาธุในทุกคราวที่คู่ครองของตนในชาตินั้นๆ ได้สั่งสมบุญบารมีถึงได้ต้องมีการทำบุญร่วมชาติตักบาตรร่วมขันกันเพื่อให้เเรงบุญชักนำพาไป เพื่อให้ครองคู่กันจนตลอดรอดฝั่ง
    ..
    ที่ว่ามาข้างบนหนูก็ว่าไป
    ดำน้ำบุ๋งๆ เหมือนกันฮ้ะเฮีย9....555
    ยังไงก็ขออวยพรให้คู่กันไปจนแก่นะน้องเอก
    ..
    ปล
    หนูก็ภาวนาบทจักรพรรด์เหมือนกันค่ะ
    ภาวนามานานแล้วเหมือนกัน แต่จะภาวนาสลับกับคาถาเงินล้านของหลวงปู่ฤาษีค่ะ ดีมากๆเลย
     
  16. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981

    ...ครบถ้วน...และชอบจังประโยคนี้
    "แฟนเอกถึงได้ปฏิบัติธรรมเพื่อให้ศีลเสมอกับเอกไง....."


    "เว้นแต่พระโพธิสัตว์หญิงที่ท่านกำลังสั่งสมบารมีแม้จะอวตารเกิดเป็นมนุษย์ในเพศสภาพหญิงก็บารมีสูง....."
    เออ...ในมุมมองของเจ๊แอม
    พระโพธิสัตว์กวนอิม
    ข้อสรุปเป็นบุรุษเพศ หรือสตรีเพศ
    ...เห็นร่ำลือไม่เหมือนกัน


    "หนูก็ภาวนาบทจักรพรรด์เหมือนกันค่ะ
    ภาวนามานานแล้วเหมือนกัน แต่จะภาวนาสลับกับคาถาเงินล้านของหลวงปู่ฤาษีค่ะ ดีมากๆเลย....."


    คาถาเงินล้านที่ว่า...
    "พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ วิระทะโย วิระโคนายัง วิระหิงสา
    วิระทาสี วิระทาสา วิระอิทถิโย พุทธัสสะ มานีมามะ พุทธัสสะ สวาโหม "

    คือยังงงอยู่ว่า...
    สรุปบทคาถานี้เป็นของลพ.ปาน หรือลพ.ฤาษีลิงดำ

    "พุทธะมะอะอุ นะโมพุทธายะ
    วิริทะโย วิระโคนา ยัง
    วิระหิงสา วิระทาสี
    วิระทาสา วิระอิตถิโย พุทธัสสะ
    มานิมานะ พุทธัสสะ สวาโหม"



    **ที่ขีดเส้นใต้ข้างบน**
    วิ
    ริ
    วิระ

    มานีมา
    มะ

    มานีมานะ


    ที่ถูกต้องน่าจะเป็นคำไหน
    (เพราะได้ยินมาว่า บางคำ...แค่ผิดไปคำเดียว
    ...ความหมายจะต่างกัน)



    ผมสวดเหมือนกันครับเจ๊ น่าจะกว่า20ปี
    (ที่เรียกเจ๊ เป็นความรู้สึกในใจ...555)
    ...แต่สวดแค่จบเดียว
    ว่าจะสวดสัก3จบ...เพราะ
    ...ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
    เงินทองชัก
    ไม่นิยมไหลมาเทมา
    แต่กลับ
    นิยมไหลไปเทไป

    ...แต่ก็ได้คาถาใหม่เข้ามา
    2อาทิตย์ที่ผ่านมาเริ่มสวดคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก
    ...ทุกเช้าก่อนตี 5(รวมบทที่เคยสวดเกือบชม.)
    กลายเป็นคนขยันสวดมนต์ 55
    เหมือนใจสั่งมา...แต่ไม่ใช่...
    น่าจะประมาณว่า "อยากสวดก็สวด...สุขใจดี"
    สุดท้าย4-5วันก่อน"หยุด"
    ตั้งใจว่าจะสวดเหลืออาทิตย์ละครั้ง
    อาจจะวันพระ หรือวันเสาร์ หรือตามสะดวก
    เหตุเพราะอ่านจากบางท่าน(แค่ร้อยละ 20)
    ประมาณว่า"สวดไปก้องั้นๆ"

    เลยโทรไปถามญาติผู้ใหญ่สายบุญขนานแท้
    สวดมนต์นั่งสมาธิกรรมฐานมา กว่า30ปี
    "...บอกเคยสวด...แต่หยุดไปแล้ว
    ด้วยเหตุผลว่า....ก้อดีนะ
    ...แต่อยากใช้เวลานั่งสมาธินานๆ"


    ส่วนตัวแม้ไม่สวดทุกวัน...แต่ก็ฟังทุกวัน
    อย่างตอนนี้ก็ฟังอยู่
    ...พิมพ์ไปฟังไป...เพลินดี
    ใจลึกๆ "ชอบ" ...

    ...ประมาณว่า"ถูกจริต"ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง
    อย่างน้อยก้อเป็นการสรรเสริญพระบารมีพระพุทธองค์


    เท่าที่สวดมา10กว่าวัน
    จิตใจมั่นคง..มั่นใจตัวเองมากขึ้น(นี่ชัดเจน)
    และความคิดอ่านสุขมขึ้น(นี่ชัดเจน)
    รู้สึกจิตใจสบายขึ้น(นี่ชัดเจน)


    ส่วนเรื่อง"บังเอิญๆๆที่แสนจะประหลาดใจ"
    (โดยเฉพาะเรื่องหนังสือ...ที่เล่าให้ฟังเมื่อวาน)
    (เด๋วครู่ใหญ่ๆจะมาคุยต่อพร้อมหนังสือที่ซื้อมาแล้ว)
    และเรื่องบังเอิญๆที่เกิดขึ้นติดๆกันหลายวัน
    ในใจก็คิดอยู่เหมือนกันว่า...

    ...ไม่รู้เกี่ยวกับสวดคาถา
    *ยอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก*หรือไม่
    ...อาจมาดลใจ สะกิดใจ
    "เพื่อให้สวดต่อไปๆๆๆๆๆๆ"


    เช้านี้เล่าให้ฟังยาวๆ
    ...อาจเป็นประโยชน์บ้าง


    และเพราะว่า...
    (แจ้งให้ทราบครับ...เด๋วนึกว่าหายไปไหน)


    คือ...อีก2วันมีภารกิจที่อาสาจะทำ
    คือจะเดินทางไปปากช่อง เขาใหญ่
    ถ่ายรูป และวิดีโอ (เพิ่มเติม)
    ด้วยรับปากกับท่านธีร์(ผู้ที่สานงานสร้างลป.ทวดจนลุล่วง)
    และพระอจ.สุ่ม(เจ้าอาวาสวัดป่าภูหายหลง)
    ...ว่าจะทำคลิปอีกสักคลิป
    ...เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไปในตัว
    ประมาณชื่อว่า...

    "3แลนด์มาร์ค 1อันซีน 1วัดบนภูสวย
    1รอบวงเชื่อมบุญด้วยความสุขใจ"


    กว่าคลิปจะเสร็จ...น่าจะใช้เวลา1-2เดือน
    นานหน่อย 555...
    ...สังขารไม่เอื้อ(แต่ใจยังสดใสดีครับ)

     
  17. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981

    555....ใช่ว่าจะเอาจริงเอาจัง
    เพื่อความบันเทิงใจ
    และพิสูจน์"ความบังเอิญที่แสนประหลาด"

    และเพราะใช้เวลาไปซื้อ...แค่ไม่กี่กม.
    รูปเล่มหน้าปกและข้างในสวยดี
    แต่ราคาก็สวย...ส.เหมือนกัน
    ด้วยหนังสือบางๆแค่ครึ่งเซ็นต์นิดๆ

    หุ หุ หุ....แต่ก็คุ้มค่า
    ได้ความรู้...ที่ไม่เคยรู้หลายอย่าง
    ผู้เขียนจัดวางลำดับเนื้อเรื่องได้ดี
    ทั้งๆที่ตอนซื้อคิดว่า "คงน่าเบื่อ"
    .....ซื้อไปงั้นๆ
    แต่อ่านไปครึ่งๆ กลับไม่เป็นเช่นนั่น

    โดยสรุปประมาณว่า....
    "พระนามของพระพุทธเจ้าที่ปรากฏ
    ในพระไตรปิฎกมีเพียง 29 องค์"

    82798.jpg

    82797.jpg


    ************************************

    ส่วนที่เคยปรากฏข่าวหรือข้อมูลไม่เหมือนกัน
    ก็คงต้องพิจารณาเอง
    เพราะถูกผิดคงไม่ใช่สาระในที่นี่
    และไม่ได้สรุปว่าข้อมูลไหน"ถูก/ผิด"

    ....ที่นำมาลงไว้
    แค่ต้องการให้เห็นว่า...
    "บังเอิญ บังเอิญๆ...แสนจะบังเอิญ"เท่านั่น



    เออ...ถ้ามี...
    "เพลงบังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต"
    ...ชีวิตคงมีสีสันขึ้นมากมาย
     
  18. Bodhisattva

    Bodhisattva The Spirit of BUDDHA

    วันที่สมัครสมาชิก:
    7 มีนาคม 2018
    โพสต์:
    504
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +2,644
    ..
    ..
    พระโพธิสัตว์หญิงก็มีหลายท่านค่ะเฮีย9
    ในหลายศาสนา ต่างคติความเชื่อก็มีการนับถือพระโพธิสัตว์หญิงค่ะ
    ..
    เช่น พระนางตารา พระโพธิสัตว์ตารา หรือ พระแม่ตารา พระชายาของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์
    ..
    พระนางตาราเป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายหญิงในพระพุทธศาสนา โดยมีสายการปฏิบัติสืบทอดอย่างต่อเนื่องในวัชรยาน คำว่าตารามาจากภาษาสันสกฤตหมายถึงข้าม การบูชาพระนางเริ่มเมื่อพุทธศตวรรษที่ 8 - 11 ในอินเดียเหนือและแพร่หลายที่สุดในช่วงพุทธศตวรรษที่ 13 - 17 โดยถือว่าท่านเป็นพระชายาของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ ปัจจุบันมีนับถือในอินเดีย เนปาล และ ทิเบต
    ..
    ส่วนชาวพุทธในจีนจะนับถือเจ้าแม่กวนอิมที่เป็นภาคหญิงของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์แทน เช่นเดียวกับที่ในไทยมีการนับถือกัน
    ..
    และ
    พระแม่สรัสวดี พระชายาของ พระพรหม
    พระแม่ลักษมี พระชายาของ พระวิษณุ
    พระแม่อุมาเทวี คือ พระชายาของ พระศิวะ
    ท่านก็เป็นพระโพธิสัตว์ฝ่ายหญิงเช่นเดียวกันค่ะ

     
  19. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981


    แสดงว่าพระโพธิสัตว์มีหลายองค์

    เช้านี้จะคุยเรื่องที่มาของ"พระโพธิสัตว์" สักหน่อย
    โดยอ่านจากหนังสือ...แล้วเล่าให้ฟังสั้นๆ
    ประมาณว่า...
    ".....ผู้ที่ปรารถนาจะมาเป็นพระพุทธเจ้า ตั้งแต่วินาทีแรกที่มุ่งมั่นตั้งใจ เรียกว่าอนิยตโพธิสัตว์ คือเป็นพระโพธิสัตว์ที่ยังไม่แน่จะได้เป็นพระพุทธเจ้า
    ช่วงแรกนี้บางท่านความมุ่งมั่นยังไม่มั่นคง หรือบางชาติอาจหลงทางหลงผิดไปทำบาปจนตกนรกภูมิ หรือบางชาติอาจเปลี่ยนใจไม่อยากเป็นพระพุทธเจ้าแล้ว
    คงมีพระโพธิสัตว์เพียงไม่กี่องค์เท่านั่นที่สามารถเป็นนิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่จะได้เป็นพระพุทธเจ้าอย่างแน่นอนไม่มีการเปลี่ยนแปลง....."
     
  20. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,308
    ค่าพลัง:
    +3,981
    พุทธประวัติ "อนิยตโพธิสัตว์ และนิยตโพธิสัตว์"



    พระโพธิสัตว์ผู้ปรารถนาความเป็นพระพุทธเจ้าแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ อนิยตโพธิสัตว์ และนิยตโพธิสัตว์
    ๑. อนิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่ยังไม่เคย ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เลย เพียงแต่มีความตั้งใจที่จะสร้างบารมี ด้วยการคิดอยู่ในใจ และการเปล่งวาจา ซึ่งใช้เวลาหลายอสงไขย แต่ก็ยัง ไม่แน่ว่าจักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
    ๒. นิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อน ย่อมเที่ยงแท้ว่าจักได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งนิยตโพธิสัตว์นี้จะต้องประกอบด้วย ธรรมสโมธาน ๘ ประการ

    2.jpg 3.jpg
    อนิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่ยังไม่เคย
    ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เลย
    เพียงแต่มีความตั้งใจที่จะสร้างบารมี
    ด้วยการคิดอยู่ในใจ และการเปล่งวาจ
    ซึ่งใช้เวลาหลายอสงไขย แต่ก็ยังไม่แน่ว่า
    จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
    นิยตโพธิสัตว์ คือพระโพธิสัตว์ที่รับพยากรณ์จาก
    พระพุทธเจ้าองค์ก่อน ย่อมเที่ยงแท้ว่าจักได้เป็น
    พระพุทธเจ้าในอนาคต ซึ่งนิยตโพธิสัตว์นี้
    จะต้องประกอบด้วย ธรรมสโมธาน ๘ ประการ คือ
    ธรรมสโมธาน ๘ ประการ คือ

    ๑. ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะพระพุทธเจ้าจักทรงพยากรณ์แต่เฉพาะมนุษย์เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่แค่ไหนก็ตามพระพุทธองค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์อย่างเด็ดขาด

    ๒. เกิดเป็นเพศชาย เพราะไม่เป็นเพศวิบัติ เป็นบุรุษเพศ แต่ถ้าเป็น เพศหญิง หรือเป็นบัณเฑาะว์ หรือเป็นกะเทย หรือเป็นบุคคลมี ๒ เพศ (อุภโตพยัญชนก) พุทธองค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์อย่างเด็ดขาด

    ๓. มีอุปนิสัยแห่งพระอรหัต ในขันธสันดานอย่างแรงกล้า เพราะหากว่าเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่สมบูรณ์ด้วยเหตุ คือความเป็นพระอรหัตยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีความแก่กล้าในขันธสันดาน พระพุทธองค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์อย่างเด็ดขาด

    4.jpg 5.jpg 6.jpg
    ๑. ได้เกิดเป็นมนุษย์ เพราะพระพุทธเจ้า
    จักทรงพยากรณ์แต่เฉพาะมนุษย์เท่านั้น
    ถึงแม้จะเป็นเทวดาผู้มีศักดิ์ใหญ่แค่ไหน
    ก็ตามพระพุทธองค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์
    อย่างเด็ดขาด

    ๒. เกิดเป็นเพศชาย เพราะไม่เป็นเพศวิบัติ เป็นบุรุษเพศ แต่ถ้าเป็น เพศหญิง หรือเป็นบัณเฑาะว์ หรือเป็นกะเทย หรือเป็นบุคคลมี ๒ เพศ (อุภโตพยัญชนก) พุทธ-องค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์อย่างเด็ดขาด
    ๓. มีอุปนิสัยแห่งพระอรหัตในขันธสันดาน อย่างแรงกล้า เพราะหากว่าเป็นบุคคล
    ธรรมดาที่ไม่สมบูรณ์ด้วยเหตุ
    คือความเป็น พระอรหัตยังไม่เกิดขึ้น ไม่มีความแก่กล้าในขันธสันดาน พระพุทธองค์ก็จะไม่ทรงพยากรณ์ อย่างเด็ดขาด


    ๔. ได้พบพระพุทธเจ้า และได้บำเพ็ญกุศลใหญ่แล้วได้ตั้งความปรารถนาเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธองค์ เพราะว่า การได้รับพยากรณ์จักเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยพุทธฎีกา อันหลั่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้าเท่านั้น

    ๕. เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา หรือนอกพระพุทธศาสนาอย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นผู้ที่มีความเชื่อว่าบุญบาปมี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และมีความมั่นคงในเพศบรรพชิต

    7.jpg 8.jpg
    ๔. ได้พบพระพุทธเจ้า และได้บำเพ็ญกุศลใหญ่แล้วได้
    ตั้งความปรารถนาเฉพาะพระพักตร์ของพระพุทธองค์
    เพราะว่าการได้รับพยากรณ์จักเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย
    พุทธฎีกาอันหลั่งออกมาจากพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า
    เท่านั้น
    ๕. เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา หรือนอกพระพุทธศาสนา อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเป็นผู้ที่มีความเชื่อว่าบุญบาปมี ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว และมีความมั่นคงในเพศบรรพชิต

    ๖. มีคุณวิเศษ คือทรงอภิญญา สมาบัติอันเชี่ยวชาญ เพราะเป็นคุณสมบัติพิเศษเกินคนธรรมดาสามัญจักมีได้

    ๗. ได้เคยบำเพ็ญมหาทานบารมี โดยการสละชีวิตเพื่อแลกกับพระโพธิญาณมาก่อน เพราะเป็นปรมัตถมหาทานบารมี ที่ได้กระทำอย่างยิ่ง โดยเอาชีวิตเลือดเนื้อเข้าแลก

    ๘. มีความรัก พอใจในพุทธภูมิเป็นกำลัง ไม่ได้ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพราะต้องมีฉันทะปรารถนาพระโพธิญาณเกินคนธรรมดา แม้จะให้ทนอยู่ในนรกอย่างทุกข์ทรมาน ตลอด ๔ อสงไขย กับอีกแสนมหากัป เพื่อแลกกับพระสัมมาสัมโพธิญาณก็ยอม

    9.jpg 10.jpg 11.jpg
    ๖. มีคุณวิเศษ คือทรงอภิญญา สมาบัติอัน
    เชี่ยวชาญเพราะเป็นคุณสมบัติพิเศษ
    เกินคน ธรรมดาสามัญจักมีได้

    ๗. ได้เคยบำเพ็ญมหาทานบารมี โดยการ
    สละชีวิตเพื่อแลกกับพระโพธิญาณมาก่อน เพราะเป็นปรมัตถมหาทานบารมี ที่ได้กระทำ
    อย่างยิ่ง โดยเอาชีวิตเลือดเนื้อเข้าแลก
    ๘. มีความรัก พอใจในพุทธภูมิเป็นกำลัง ไม่ได้ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพราะต้องมีฉันทะ ปรารถนาพระโพธิญาณเกินคนธรรมดา แม้จะให้ทนอยู่ในนรกอย่างทุกข์ทรมาน ตลอด ๔ อสงไขย กับอีกแสนมหากัป เพื่อแลกกับพระสัมมาสัมโพธิญาณก็ยอม


    พระโพธิสัตว์นับตั้งแต่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า เป็นนิยตโพธิสัตว์ ท่านยิ่งเพิ่มพูนบุญบารมีให้มากยิ่งขึ้น โดยมีน้ำใจอันประกอบด้วยพระพุทธภูมิธรรมอันยิ่งใหญ่ ๔ ประการ คือ

    ๑. อุสสาหะ คือ ทรงประกอบไปด้วยความเพียรที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ยังจิตของตนให้กระทำแต่กุศลกรรมเพียงอย่างเดียว ให้มีความมานะพากเพียรในการสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    12.jpg 13.jpg
    พระโพธิสัตว์นับตั้งแต่ได้รับพยากรณ์จากพระพุทธเจ้า
    แล้ว เป็นนิยตโพธิสัตว์ คือเป็นผู้เที่ยงแท้ที่จะเป็น
    พระพุทธเจ้าในอนาคต ท่านยิ่งเพิ่มพูนบุญบารมี
    ให้มากยิ่งขึ้น โดยมีน้ำใจอันประกอบด้วย
    พระพุทธภูมิธรรมอันยิ่งใหญ่ ๔ ประการ คือ
    ๑. อุสสาหะ คือ ทรงประกอบไปด้วยความเพียร
    ที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ยังจิตของตน
    ให้กระทำแต่กุศลกรรมเพียงอย่างเดียว ให้มีความมานะพากเพียรในการสร้างบุญบารมี
    ให้ยิ่งขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    ๒. อุมมัคคะ คือ ทรงประกอบด้วยปัญญาที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ยังจิตของตนให้เชี่ยวชาญ เฉียบแหลม ในการสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    ๓. อวัตถานะ คือ ทรงประกอบด้วยการอธิษฐานที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหว คลอนแคลนในการสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    ๔. หิตจริยา คือ ทรงประกอบด้วยเมตตาที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง มีความสงสารใคร่จักบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่หมู่สัตว์อยู่ตลอดเวลาให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    14.jpg 15.jpg 16.jpg
    ๒. อุมมัคคะ คือ ทรงประกอบด้วยปัญญา
    ที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ยังจิตของตนให้เชี่ยวชาญ เฉียบแหลม ในการสร้างบุญบารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด

    ๓. อวัตถานะ คือ ทรงประกอบด้วยการอธิษฐาน ที่ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง ไม่หวั่นไหวคลอนแคลนในการสร้างบุญ
    บารมีให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพทุกชาติที่เกิด
    ๔. หิตจริยา คือ ทรงประกอบด้วยเมตตาที่
    ติดแน่นอยู่ในใจอย่างมั่นคง มีความสงสาร
    ใคร่จักบำเพ็ญประโยชน์เกื้อกูลแก่หมู่สัตว์
    อยู่ตลอดเวลาให้ยิ่งๆ ขึ้นไปตลอดทุกภพ
    ทุกชาติที่เกิด


    เมื่อนิยตโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญเพียรบารมีอย่างเต็มที่ เพื่อจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ท่านจะต้องเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกหลายแสนโกฏิชาติ ดังนั้นบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาอย่างตลอดต่อเนื่อง ย่อมทำให้ได้รับอานิสงส์ในการบ่มบารมีญาณ โดยจะไม่ไปบังเกิดในภพภูมิที่อาภัพ ๑๘ ประการอีก เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาในการสร้างบารมีอีกต่อไป

    17.jpg 18.jpg
    เมื่อนิยตโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญเพียรบารมีอย่างเต็มที่
    เพื่อจะได้เป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ท่านจะต้อง
    เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารอีกหลายแสนโกฏิชาติ
    ดังนั้นบุญบารมีที่ได้สั่งสมมาอย่างตลอดต่อเนื่อง ย่อมทำให้ได้รับอานิสงส์ในการบ่มบารมีญาณ โดยจะไม่ไปบังเกิดในภพภูมิที่อาภัพ ๑๘ ประการอีก เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาในการสร้างบารมีอีกต่อไป

    อาภัพ ๑๘ ประการ คือ

    ๑. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนตาบอดแต่กำเนิด

    ๒. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนหนวกแต่กำเนิด

    ๓. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนบ้า

    19.jpg 20.jpg 21.jpg
    อาภัพ ๑๘ ประการ คือ
    ๑. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนตาบอดแต่กำเนิด

    ๒. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนหนวกแต่กำเนิด
    ๓. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนบ้า

    ๔. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนใบ้

    ๕. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็น คนแคระ ง่อยเปลี้ย

    22.jpg 23.jpg
    ๔. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนใบ้

    ๕. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนแคระ ง่อยเปลี้ย
    ๖. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เกิดในชนชาติมิลักขะประเทศ คือประเทศป่าเถื่อน ไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ไม่ได้พบกัลยาณมิตร ที่คอยให้คำแนะนำตักเตือน

    ๗. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เกิดในท้องของนางทาสี เพราะไม่มีอิสระแก่ชีวิต ไม่เป็น ไทแก่ตน ต้องอยู่ในความควบคุมของผู้อื่น

    24.jpg 25.jpg
    ๖. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เกิดใน
    ชนชาติมิลักขะประเทศ คือ ประเทศป่าเถื่อน ไม่มีโอกาสศึกษาเล่าเรียน ไม่ได้พบกัลยาณ
    มิตร ที่คอยให้คำแนะนำตักเตือน
    ๗. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เกิดใน
    ท้องของนางทาสี เพราะไม่มีอิสระแก่ชีวิต
    ไม่เป็นไทแก่ตน ต้องอยู่ในความควบคุม
    ของผู้อื่น
    ๘. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคน นิยตมิจฉาทิฏฐิ หมายถึง พวกที่มีความเห็นผิดอันไม่มีขอบเขต เป็นรากเหง้าของวัฏฏะ ไม่มีโอกาสหลุดพ้นจากภพ เป็นผู้ถูกห้ามหนทางสวรรค์ และหนทางมรรคผลนิพพาน

    ๙. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นเพศหญิง หรือเป็นบัณเฑาะว์ หรือเป็นกะเทย หรือเป็นบุคคลมี ๒ เพศ (อุภโตพยัญชนก)

    ๑๐. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่ทำอนันตริยกรรม คือ กรรมหนัก ๕ อย่าง คือ
    ๑.ไม่ฆ่าพ่อของตนเอง
    ๒.ไม่ฆ่าแม่ของตนเอง
    ๓.ไม่ฆ่าพระอรหันต์
    ๔.ไม่ทำให้พระพุทธเจ้าทรงห้อพระลหิต
    ๕.ไม่ทำให้สงฆ์แตกแยกกัน

    ๑๑. เมื่อเกิดมาเป็นมนุษย์ ย่อมไม่เป็นคนโรคเรื้อน โรคร้ายแรง

    ๑๒. เมื่อกำเนิดในสัตว์ดิรัจฉาน ย่อมเป็นสัตว์อยู่ในประเภทที่มีกายไม่เล็กกว่านกกระจาบและไม่ใหญ่กว่าช้าง

    ๑๓. ไม่เกิดในขุปปิปาสิกเปรต (เปรตผู้หิวกระหาย) และ นิชฌามตัณหิกเปรต (เปรตผู้ถูกความอยากเผาผลาญ) และกาลกัญชิกาสูร (เปรตชนิดหนึ่งที่ตัวสูงใหญ่มาก)

    ๑๔. ไม่เกิดในอเวจีมหานรก และโลกันตนรก

    ๑๕. เมื่อเกิดเป็นเทวดาในสวรรค์ชั้นกามาวจร ก็ไม่เป็นเทวดาผู้เป็นมิจฉาทิฏฐิ และไม่เป็นเทวบุตรมาร

    ๑๖. ไม่เกิดเป็นอสัญญีพรหม ซึ่งเป็นพรหมที่มีแต่รูปร่าง ไม่มีความรู้สึกนึกคิด และไม่เกิดเป็นสุทธาวาสพรหม เพราะว่า สุทธาวาสพรหมจะต้องบรรลุเป็นพระอรหันต์ในไม่ช้า

    ๑๗. ไม่เกิดในอรูปภพ เพราะเป็นอรูปพรหมที่ทำ ฌานที่ไม่มีรูปมากำหนดเป็นอารมณ์ จักมีอายุยืน ยาวมาก

    ๑๘. ไม่ไปเกิดในจักรวาลอื่น




    พระธรรมเทศนา พระราชภาวนาวิสุทธิ์
    (หลวงพ่อธัมมชโย)


     

แชร์หน้านี้

Loading...