กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,809
    ค่าพลัง:
    +9,521
    ฝันแปลกอะ
     
  2. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184

    ขอย้อนเล่าเรื่องถูกผีอำ 3 ครั้งติดๆ
    ...ที่เกิดขึ้นเมื่อ 20ปี++--

    เพราะหลายคนหรือสายวิทย์บางคนมักเชื่อว่า...
    อาการผีอำเกิดจากลักษณะการนอนที่ผิดท่า
    นอนทับเส้นประสาท เส้นสายบางอย่างของร่างกาย
    หรือเพราะอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับภูตผีวิญญาณเลย
    เรื่องจริงที่เกิดขึ้น...ข้างล่างนี้
    ...อาจทำให้บางคนต้องเปลี่ยนความคิด

    ...เป็นประสบการณ์โดนผีอำที่ไม่ลืมชั่วชีวิต
    (เคยนำมาเล่าที่นี่เมื่อปีที่แล้ว)
    คิดว่าหลายๆคนยังไม่เคยอ่าน
    ...แม้แต่ผมยังไม่สามารถค้นหาเจอ
    เพราะมีเกือบ 4 พัน คคห.
    เช้านี้จึงนำมาเล่าใหม่....
    เล่าให้ฟังสดๆใหม่ๆดีกว่าเนอะ
    (หลงลืมไปบ้าง...ต้องขออภัย)

    ...เมื่อประมาณ 20 ปี ++-- ที่ผ่านมา
    ผมไปนอนพักที่แฟลต ตชด. สงขลา
    ดึกดึ่นคืนนั่นขณะที่นอนหลับสบายๆ...
    ...จู่ๆมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญมาเยือน
    ...มาเข้าฝันว่า...คือแขก(อาบัง)
    ...จากนั่นเกิดอาการผีอำ...กึ่งหลับกึ่งฝัน
    ผมจึงพยายามดิ้นสุดฤทธิ์...
    ...ใช้มือปัดป้อง...ผลัก...เท้าถีบสุดแรง
    ...แต่ไม่ได้ดังใจ(คือเหมือนเกือบหลุด แต่ไม่หลุด)
    ...วนเวียนอยู่อย่างนี้...ก็ยังดิ้นไม่หลุด
    ...ยิ่งดิ้น ยิ่งแน่น จนรู้สึกหายใจไม่ออก
    ...ผมจึงท่องคาถาลป.ทวดจากจิตใต้สำนึก
    ...สักพัก...ผีแขกหายไป
    ...อาการผีอำหายไป

    ผมจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา
    (คงแค้นและนึกสนุก)ผมจึงท้าทายไปว่า...
    "ถ้าแน่จริงมรึงมาอำอีกสิ"
    จากนั่นผมก็นอนหลับไป
    สักครู่...ผีแขกมันมาตามคำท้าจริงๆ

    หลังจากดิ้นหลุดด้วยมนต์คาถาลป.ทวด

    ...พอลืมตา...ผมคงอยากลองดีมั่ง
    จึงท้าทายไปอีกครั้ง
    พอหลับไปแค่อึดใจ...
    ...มันมาอีกแล้ว
    มาครั้งนี้...เล่นงานผมหนักกว่า2ครั้งแรก
    สุดท้ายคาถาลป.ทวดก็ออกมาจากปากตามสัญขาติญาณ
    อาการถูกผีอำก็หายไปปลิดทิ้ง

    พอรู้สีกตัว...ผมชักกลัว
    มองซ้ายมองขวาไปรอบๆ...
    ...มีแต่ความมืด
    ...ไม่เห็นมีอะไรแปลกปลอม
    แต่ในใจก็ขอยอมแพ้...
    "เฮ้ย...เจอของจริงนี่หว่า"

    ไม่รอช้า...ผมจึงรีบพนมมือ
    ...ขอขมาโทษต่อวิญญาณตนนั่น
    หลังจากนั่น...นอนหลับสบายยันสว่าง

    ตื่นขึ้นมา...
    จึงรีบเล่าให้ญาติฟังถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    ญาติบอก "นั่นแหละผีแขกจริงๆ"
    เพราะก่อนจะสร้างแฟลต
    มีแขก(อาบัง)อาชีพเลี้ยงวัว
    ...เสียชีวิตที่บริเวณที่ดินตรงนี้

    มิน่า มิน่า...เฮี้ยนดุดัน สุดๆ...ใจจะขาด
    ...สมคำเล่าลือที่ว่าผีแขกดุ(สมัยเด็กๆฝังใจ)
    (จริงๆก็น่าจะเหมือนกัน..ต่างกันแค่เชื้อชาติ)
    ...หรืออาจเป็นเพราะไปท้าทายมัน

    สรุป...ถ้ามาอำแค่ครั้งเดียวจบ...ไม่ว่ากัน
    และคงยังไม่เชื่อว่าถูกผีอำโดยวิญญาณลี้ลับ
    ...แต่นี่ถูกอำ 3 ครั้งติดๆกัน
    ท้าแล้วมา...ท้าแล้วมาอีก
    เข็ดหลาบ...จำไปตลอดชีวิตเลย

    "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่"

    ...จึงเป็นความจริงที่ควรจดจำไว้
    ...เพราะผมได้พิสูจน์ไปแล้ว

     
  3. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    .....หลายวันก่อน
    ผมได้เอ่ยถึงคำว่า"มยปัญญา" หลายครั้ง
    หลายๆคนรู้ แต่อาจไม่รู้ลึก(รวมทั้งตัวผมด้วย)
    ...ที่รู้เพียงตื้นๆ...ซึ่งพอนำมาใช้อ้างอิงได้
    ...แต่คำนี้มีรายละเอียดที่แยกย่อยออกไปพอสมควร
    ...เช้าวันนี้...วันหยุด
    ผมจึงนำเอาบทความข้างล่างนี้มาให้อ่าน




    ******************************************
    ภาวนามยปัญญา : โดย ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 - 12:00 น.
    Facebook
    Twitter
    Google+
    LINE

    0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A2%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2-728x410.jpg
    ภาวนามยปัญญา

    การเรียนรู้ในทางพระพุทธศาสนามีอยู่ด้วยกัน 3 ประการคือ 1 สุตมยปัญญา เป็นความรู้จากการฟัง การอ่าน 2 จินตามยปัญญา เป็นความรู้จากการนึก การคิด การค้นคว้าวิจัยต่างๆ 3 ภาวนามยปัญญา เป็นความรู้เกี่ยวกับการสัมผัสทางด้านจิตวิญญาณ เป็นการฝึกสติ ฝึกการกำหนดรู้ลมหายใจเข้าออกขณะปฏิบัติสมาธิภาวนา อันจะนำไปสู่ความรู้แจ้งเห็นจริงในทางพระพุทธศาสนา อันเป็นความรู้และประสบการณ์ที่อยู่คนละมิติกับความรู้ข้างต้น

    หากแยกประเภทความรู้ทั้งหลายออกเป็นความรู้ทางโลกกับความรู้ทางธรรม เฉพาะการฟังและการคิดเท่านั้นที่เป็นความรู้ที่จำเป็นต่อการพัฒนาสติปัญญาเพื่อประโยชน์และความเจริญก้าวหน้าในทางโลก การฟังและการคิดจะช่วยเราในการนำความรู้ไปใช้เพื่อการประกอบอาชีพและทำมาหากินเพื่อสร้างฐานะ สร้างครอบครัวและพัฒนาประเทศชาติ

    ปุถุชนผู้ปรารถนาความมั่งคั่งร่ำรวยจึงต้องขวนขวายศึกษาหาความรู้จากการฟังและการคิด ความรู้ที่ได้จากสุตมยปัญญาและจินตามยปัญญาจึงเพียงพอที่จะช่วยนำพาชีวิตของเขาไปสู่ความสำเร็จในทางโลก โดยบุคคลผู้นั้นไม่จำต้องศึกษาหาความรู้ในทางธรรม ไม่จำต้องแสวงหาประสบการณ์ด้านในของจิตวิญญาณ ไม่จำต้องเรียนรู้การฝึกสติและไม่ต้องปฏิบัติสมาธิภาวนาใดๆ ทั้งสิ้น

    ผู้คนส่วนใหญ่วาดหวังไว้แต่การแสวงหาทรัพย์สินเงินทองและชื่อเสียงเกียรติยศ พวกเขาไม่ใส่ใจในเรื่องการสัมผัสรับรู้ทางจิตวิญญาณ ไม่ต้องการเรียนรู้อารมณ์กรรมฐานและไม่สนใจกับความสงบสุขทางด้านจิตใจจากการปฏิบัติสมาธิภาวนา พวกเขาคิดว่าความรู้เกี่ยวกับสัมมาสติ สัมมาสมาธิในทางพระพุทธศาสนาและประสบการณ์เกี่ยวกับการสัมผัสใกล้ชิดกับดวงจิตนั้น เป็นกิจธุระเฉพาะของพวกนักพรต นักบวชและโยคีเท่านั้น

    ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงเข้าใจว่าชีวิตของพวกเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เกี่ยวกับการเจริญสติ เจริญสมาธิ และไม่มีความจำเป็นใดๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ความจริงแท้ของกายสังขารนี้ อันเป็นเพียงซากอสุภะอันเน่าเหม็นที่ต้องฝึกพิจารณาดูด้วยตาใน ไม่อาจดูด้วยตาเนื้อ ทั้งนี้ด้วยวิธีผ่านการปฏิบัติทางวิปัสสนากรรมฐาน

    ความเข้าใจดังกล่าวจึงนับเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรงของชาวพุทธ เพราะชีวิตนี้ไม่ใช่มีแต่เฉพาะเรื่องของโภคทรัพย์และการปรนเปรอความสุขทางกามเท่านั้น อีกทั้งความโลภ โกรธ หลง ยังเป็นเหตุทำให้ปุถุชนทั้งหลายต่างมุ่งหวังแต่การเก็บสะสมเพื่อเพิ่มพูนความมั่งคั่งร่ำรวยของเขา พวกเขาจึงมองข้ามความมีอยู่จริงของดวงจิตดวงนี้และละเลยต่อความรู้และการสัมผัสด้านในของจิตวิญญาณ พวกเขาไม่ตื่นรู้และไม่ตระหนักในเรื่องของกรรมดีกรรมชั่วและวิบากกรรมทั้งหลายที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ พวกเขาจึงไม่ใส่ใจในเรื่องของสมาธิภาวนา

    ผู้ใฝ่ฝันความร่ำรวยและการมีชื่อเสียงจึงไม่ต้องการเรียนรู้การฝึกสติ ไม่ใส่ใจกับการภาวนา ไม่ปรารถนาที่จะสัมผัสและหยั่งถึงความสุขสงบอย่างแท้จริงที่มีอยู่ภายในลมหายใจ พวกเขาสนใจแต่เรื่องการปรนเปรอความสุขทางกามยิ่งกว่าการฝึกสติและการเรียนรู้อารมณ์กรรมฐาน พวกเขาสนใจแต่เพียงการแสวงหารสแห่งกามคุณยิ่งกว่าการฝึกอานาปานสติและการตามดูลมหายใจเข้าออก อันเป็นความรู้ที่จะนำความสุขสงบและการหนีห่างจากกามคุณทั้งหลายให้แก่ชาวพุทธได้ดีและประเสริฐยิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น

    ความรู้จากสมาธิภาวนายังช่วยผู้ปฏิบัติได้เรียนรู้และเข้าใจเกี่ยวกับภพชาติและการเกิดใหม่ ช่วยผู้ปฏิบัติให้หันเหจิตใจเข้าสู่การปฏิบัติธรรมยิ่งขึ้น ให้ใส่ใจต่อการปฏิบัติทาน ศีล ภาวนามากขึ้น ลำพังแต่การแสวงหาแต่ทรัพย์สินเงินทองมีแต่จะทำให้จิตใจไหลตกต่ำและมีผลกระทบในทางเสียหายต่อจิตวิญญาณ ต่อภพชาติ และการเกิดของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของภพชาติและการเกิดใหม่เป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนาทั้งหลายต่างให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

    ความรู้จากการฟังและการคิดล้วนแต่เป็นเรื่องการส่งจิตออกนอก ส่งจิตออกไปสู่เรื่องราวต่างๆ มากมายที่อยู่นอกตัวเรา เป็นเหตุทำให้จิตใจของเราฟุ้งซ่าน วิตก กังวล และเป็นทุกข์ ความรู้ในทางโลกจึงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการเรียนรู้การดำรงอยู่ของจิตวิญญาณที่มีอยู่ภายในกายของเราแต่ละคน ความรู้ทางโลกไม่อาจทำให้ชาวพุทธก้าวไปสู่การฝึกจิตฝึกกรรมฐานเพื่อพิจารณาซากอสุภะ

    ที่มีอยู่ในร่างกายของเรา การฝึกกรรมฐานและการได้สัมผัสกับดวงจิตจึงมีผลดีต่อการลดทอนความกำหนัด ลดทอนกามราคะและตัดขาดจากอกุศลมูลทั้งปวงอันได้แก่ความโลภ โกรธ หลงลงได้ในที่สุด
    ความรู้จากภาวนามยปัญญาจึงเป็นการเรียนรู้ในภาคปฏิบัติอันเกี่ยวกับการฝึกความเพียร ฝึกสติ ฝึกสมาธิเพื่อให้จิตบริสุทธิ์ผ่องใส การปฏิบัติสมาธิภาวนาจึงเป็นเรื่องของการไม่ส่งจิตออกนอก ไม่ส่งจิตออกไปสู่เรื่องราวต่างๆ เหมือนอย่างความรู้จากการฟังและการคิด จิตจะกำหนดรู้อยู่แต่ภายในกายของเรา อยู่แต่ภายในลมหายใจของเรา ให้จิตได้ตามกำหนดรู้ลมหายใจเข้าลมหายใจออก ให้จิตได้ตามกำหนดรู้และพิจารณาความสกปรกเน่าเหม็นของกายนี้


    ภาวนามยปัญญาจึงเป็นการปฏิบัติที่กระทำต่อจิตโดยเฉพาะ ไม่เกี่ยวกับเรื่องอื่นใดทั้งสิ้น เรื่องของจิตจึงเป็นมิติอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเรื่องของกาย ความรู้และประสบการณ์จากสมาธิภาวนาที่ส่งผ่านเข้าสู่จิตจึงเป็นความรู้ที่หนักแน่น ลุ่มลึกและติดตรึงยาวนานยิ่งกว่าความรู้ที่ส่งผ่านสายตา ผ่านหู หรือผ่านเข้าสู่สมอง

    สิ่งที่จดจำไว้ในสมองจึงมีโอกาสลืมเลือน จางหายและเสื่อมคลายเมื่อกาลเวลาผ่านไป แต่ความรู้ที่ซึมลึกเข้าสู่จิตวิญญาณจะเป็นสิ่งที่ไม่ลืมเลือน ไม่เสื่อมคลายจางหาย แต่จะติดยึดฝังแน่นเข้าสู่สายเลือด ซึมลึกเข้าสู่ธาตุขันธ์ เข้าสู่โครงกระดูกและเจตสิกของผู้นั้นตลอดไป

    ดังเช่นการดูรูปภาพซากศพคนตายที่เผยให้เห็นความน่าเกลียดน่ากลัว แม้จะดูภาพนั้นนานเท่าใดก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปสักระยะหนึ่ง ความจำได้และการระลึกรู้ในรูปภาพนั้นจะเสื่อมคลายเลือนหายไป แม้ขณะแรก การระลึกรู้ที่มีต่อรูปภาพนั้นจะช่วยลดทอนความกำหนัดได้ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเวลาล่วงเลยไป ความกำหนัดและกามราคะนั้นจะเผยอตัวและเผยตนออกมาอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ซ้ำแล้วซ้ำอีก โดยการระลึกรู้ในรูปภาพนั้นไม่อาจช่วยทัดทานและดึงรั้งความกำหนัดของเราให้ลดน้อยถอยลงได้

    ลําพังการจดจำและการนึกคิดโดยใช้สมองและรูปภาพจึงเป็นเพียงมิติทางกายที่ไม่อาจมีพลังอำนาจเพียงพอที่จะลดทอนและกำราบความกำหนัดและกามราคะซึ่งไม่ได้มาจากสมอง แต่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณอันเป็นสภาวะที่อยู่ในอีกมิติหนึ่งที่แตกต่างจากมิติของตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ

    การต่อสู้ทัดทานกับความกำหนัดและกามราคะที่ฝังแน่นอยู่ในจิตอันเป็นศัตรูน่าเกรงขามและโหมกระหน่ำโจมตีเราอยู่ทุกขณะจิตนั้น จึงจำเป็นต้องใช้พลังอำนาจที่อยู่ในมิติเดียวกับมิติของจิตวิญญาณเพื่อการควบคุมและลดทอนความกำหนัดและกามราคะนั้น ดังนั้นจึงมีแต่พลังแห่งกรรมฐานที่เกิดจากสมาธิภาวนาที่อยู่ในมิติเดียวกับมิติของจิตวิญญาณเท่านั้นที่มีอำนาจเพียงพอที่จะขัดเกลาจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์ได้ จิตที่ได้รับการขัดเกลาจากพลังของสมาธิภาวนาแล้วจะแสดงออกด้วยการลดละและหนีห่างออกจากกามราคะและความกำหนัดทั้งปวงได้

    การตัดขาดจากความกำหนัดด้วยปัญญาแห่งกรรมฐานจึงไม่ใช่เป็นการตัดขาดเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเหมือนอย่างการใช้วิธีดูรูปภาพซากศพคนตาย ความรู้แจ้งเห็นจริงที่ได้จากสมาธิภาวนาจะปรับเปลี่ยนระดับภูมิธรรมด้านจิตใจของผู้ปฏิบัติให้สูงขึ้นและประณีตยิ่งขึ้น ความบริสุทธิ์ของดวงจิตที่ได้จากกรรมฐานจะทำให้ผู้ปฏิบัติรู้สึกเบื่อหน่ายต่อราคะตัณหาและกามวิตกทั้งปวง

    สภาวธรรมที่นำไปสู่การลดทอนราคะตัณหาเช่นนี้ไม่ได้เกิดจากการกดข่มหรือบีบรั้งเอาไว้เหมือนอย่างการใช้วิธีดูรูปภาพเพื่อใช้ภาพนั้นไปกดข่มอารมณ์แห่งกาม การกดข่มโดยใช้รูปภาพจึงแตกต่างจากการสร้างดวงจิตที่บริสุทธิ์ขึ้นใหม่จากการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน

    จิตวิญญาณที่ปรับเปลี่ยนไปสู่ระดับภูมิธรรมที่สูงขึ้นจากสมาธิภาวนาจะติดตรึงและอยู่กับผู้ปฏิบัติตลอดไป ดวงจิตที่ได้รับการขัดเกลาจากกรรมฐานจะช่วยทำให้ภพชาติของเขาทั้งในภพชาตินี้และภพชาติต่อๆ ไปบริสุทธิ์ สะอาด และสงบยิ่งขึ้น การปฏิบัติสมาธิภาวนาจึงมีความสำคัญต่อชาวพุทธเป็นอย่างมากและมีผลอันประเสริฐยิ่งต่อภพชาติและการเกิดใหม่อันประณีตของชาวพุทธทุกท่าน

    สังคมที่มีแต่การแข่งขัน ชิงดีชิงเด่นและเอาเปรียบกันอย่างรุนแรงด้วยการใช้ความรู้ที่มาจากสมองจึงมีแต่ทำให้ผู้คนเคร่งเครียด วุ่นวาย ล้มป่วย และหาความสุขสงบในชีวิตไม่ได้เลย นอกจากความรู้ทางโลกแล้ว การปฏิบัติสมาธิภาวนาและการใช้ภูมิธรรมทางจิตจะช่วยให้ชาวพุทธทั้งหลายมีธรรมะในจิตใจสูงขึ้น มีความรักความเมตตาต่อกันยิ่งขึ้น อันจะส่งผลให้สังคมทั้งมวลอยู่กันอย่างร่มเย็น มีแต่ความสันติสุขทั่วกันพร้อมหน้า

    ภาวนามยปัญญาจึงเป็นองค์ความรู้อันสำคัญยิ่งที่ชาวพุทธทั้งหลายไม่อาจละเลยได้

    ประสิทธิ์ พฤกษาจารสิริ

    ขอบคุณที่มา...

    https://www.matichon.co.th/article/news_607195
     
  4. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,569
    ค่าพลัง:
    +3,996
    พระผงจักรพรรดิ รุ่นพิเศษ ติดพระธาตุข้าวบิณฑ์ มีจำนวนจำกัด

    71337085_2524097580961882_2650016270698676224_n.jpg
     
  5. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,809
    ค่าพลัง:
    +9,521
    แจ่ม สาธุๆ
     
  6. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184

    อยากชมรูป "พระบูชาสีวลี"

    ไม่ทราบว่าวัดไหน...น่าสนใจ

    ขอบคุณครับ
     
  7. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    คาถาขอลาภเรียกทรัพย์ "พระสิวลี" โดย หลวงพ่อเกษม เขมโก
    21 มิ.ย. 60 (18:05 น.)ความคิดเห็น 0

    Add @Sanook.com
    aHR0cHM6Ly9zLmlzYW5vb2suY29tL2hvLzAvdWQvMjMvMTE5Mjg1L2toLmpwZw==.jpg

    ท่านเป็นพระอรหันต์ที่มีบารมีทางด้านโชคลาภ ไม่ว่าท่านจะไปสู่ที่แห่งใด พระสิวลีอิทธิคุณทางมหาสิทธิโชค มหาลาภ บูชาเพื่อการเงินไหลมาเทมา พร้อมรับความร่ำรวย มั่งคั่ง ที่จะเข้ามาอย่างรวดเร็ว เราจึงควรบูชา “พระสีวลี” เป็นประจำ

    2.jpg

    กราบบูชาพระสิวลีแล้วชีวิตจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง เนื่องเพราะพระสิวลี เป็น 1 ใน 80 พระอสีติมหาสาวก หรือศิษย์เอกของพระพุทธเจ้า พวกเราคุ้นเคยกันดีกับรูปลักษณ์ของพระสิวลีที่เป็นภิกษุ มือขวาถือไม้เท้า มือซ้ายแบกกรด สะพายบาตรบ้าง สะพายย่ามเครื่องอัฐบริขารบ้าง
    พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระสิวลีเป็นเอตทัคคะในทางมีลาภมาก เพราะท่านมีบุญบารมีสูง



    k1.jpg


    คาถานี้แต่งโดย หลวงพ่อเกษม เขมโก แห่งสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง การจะขอลาภจากพระสิวลีแบบได้ผลเร็วนั้น เคล็ดลำคัญ ต้องเป็นคนที่ทำทานมาก สละซึ่งประโยชน์ส่วนตัวช่วยเหลือผู้อื่น การสวดนั้นต้องครบ 5 จบในการสวดต่อหนึ่งครั้ง

    คำอธิฐานขอลาภจากพระสีวลี (โดยหลวงพ่อเกษม เขมโก สุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง)

    นโม ๓ จบ

    สีวลี มหาเถรังฺ วันฺทามิหังฺ ( ๓ จบ )

    มหาสีวลีเถโร มหาลาโภ โหติ มหาสีวลีเถโร ลาภังฺ เม เทถะ

    พระคาถาบูชาขอลาภประจำวันเกิดทั้ง 7 วัน ดังนี้
    วันอาทิตย์ (ให้ภาวนา ๖ จบ)
    ฉิมพะลี จะ มหานามัง สัพพะลาภัง ภะวิสสะติ เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

    วันจันทร์ (ให้ภาวนา ๑๕ จบ)
    ยัง ยัง ปุริโสวา อิตถีวา ทูเรหิวา สะมีเปหิวา เถรัสสานุภาเวนะ สะทา โหนติ ปิยัง มะมะ ฯ

    วันอังคาร (ให้ภาวนา ๘ จบ)
    ฉิมพะลี จะมหาเถโร โสะโห ปัจจะยาทิมหิ เชยยะลาโภ มหาลาโภ สัพพะลาภา ภะวันตุ สัพพะทา ฯ

    วันพุธ (ให้ภาวนา ๑๗ จบ)
    ทิตติตถะภะเวราชา ปิยาจะ คะระตุเม เย สารัตติ นิรันตะรัง สัพพะสุขาวะหา ฯ

    วันพฤหัสบดี (ให้ภาวนา ๑๙ จบ)
    ฉิมพะลี จะ มหาเถโร ยักขาเทวาภิปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ อะหัง วันทามิ สัพพะทา ฯ

    วันศุกร์ (ให้ภาวนา ๒๑ จบ)
    ฉิมพะลี จะ มหาเถโร เทวะตานะรปูชิโต โสระโห ปัจจะยาทิมหิ มหาลาภัง กะโรนตุ เม ลาเภนะ อุตตะโม โหติ สัพพะลาภะ ภะวันตุ สัพพะทาฯ

    วันเสาร์ (ให้ภาวนา ๑๐ จบ)
    ฉิมพะลี จะ มหานามัง อินทาพรหมา จะ ปูชิตัง สัพพะลาภัง ปะสิทธิ เม เถรัสสานุภาเวนะ สะทา สุขี ปิยัง มะมะ ฯ

    การสวดพระคาถาสีวลีระจำวัน ถ้าสวดได้ทุกวันจนครบทั้ง ๗ วันก็ยิ่งดี แต่ถ้าท่านจะขอลาภเป็นพิเศษ อาทิ จะติดต่อการธุรกิจสำคัญๆในวันใดวันหนึ่ง ก็สวด คาถาบูชาพระสีวลี นำก่อนหลังจากนั้นจึงสวด คาถาขอลาภพระสีวลีประจำวัน ตามกำลังวันของวันนั้นๆเวลาไปติดต่อธุรกิจหรือกำลังค้าขายอยู่ให้ภาวนาหัวใจไว้ในใจตลอดเวลาว่า “นะ ชาลีติ ปะสิทธิลาภา” ถ้าจะให้ดีควรเสกน้ำก่อนล้างหน้า หรือสวดก่อนนอนทุกคืน ตามกำลังวัน ให้ตั้งใจอธิฐาน ขอให้เป็นน้ำพระพุทธมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ตามจิตปรารถนา จะเป็นเมตตามหานิยม ทางทำราชการ ดีนัก ค้าขายก็ดี ให้อาราธนานำน้ำมนต์ประพรมของจะขายง่าย ทางลาภต่างๆช่วยให้ราศีที่เศร้าหมองผ่องใสได้ นอกจากนั้น ยังปัดเป่าเคราะห์โศกโรคภัย คุ้มครอง ภยันตรายต่างๆป้องกันศัตรูทั้งปวง



    ขอขอบคุณที่มา...
    https://www.sanook.com/horoscope/119285/
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  8. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า 174 ลำดับที่ #3461

    ...มาฟังอาจารย์นพคุยเรื่องวิชาบังตา

    [QUOTE="nopphakan, post:]
    วิชาบังตา มีมานาน
    และมีเป็นปกติ. มีวิธีแก้เยอะแยะ
    เช่น คาถาอาคมต่างๆ
    อาวุธพิเศษ(พวกธนูทิพย์) เป็นต้น

    บังมีแบบ ๑ .ไม่ให้เห็น
    ๒. ทำให้เห็นเป็นอย่างอื่น บางทีเรียก
    พรางตา. ส่วนตัวเจอมาทั้งสองแบบ
    แบบแรกชอบเจอตอนวิบากมาใกล้
    (แบบที่ ๒ เมืองบังบดทุกที่ทำเป็นปกติ)

    ทั้งสองแบบจะเกี่ยวข้องกับเคลื่อนย้ายสะสาร
    เช่น พรางตาพอเลิกแล้วไปเห็นอีกที่หนึ่ง
    หรือเห็นแต่เป็นที่อื่นแต่ใกล้เคียงกับสถานที่
    ทำให้ไม่เห็นครั้งแรก
    หรือไม่ให้ แล้วอยู่ดีๆก็เห็นแบบ...
    ...มาอยู่ตรงนี้ได้ไงแบบงงๆ

    บางทีวัตถุก็ช่วยได้ เรื่องบังตา
    เช่น กะลาตาเดียว
    ช่วยให้ผีมองไม่เห็นคนห้อยนั่นหละ
    สำหรับคนกลัวผีจริงๆ
    แต่จะไม่ได้เรื่องการสร้างบุญบารมี
    จากการอุทิศส่วนกุศลซึ่งจำเป็นมาก
    ดังนั้นเห็นได้จริงดีกว่า
    แต่อย่าไปยึดพอ

    ปล พวกฝันเกี่ยวกับภพภูมิที่พิศดาร
    อย่างที่ aegmanmu ฝันเป็นส่วน
    ขั้นจาตุฯ. ชั้นนี้จะมี ๒ ส่วน
    คือส่วนทั่วไป กับส่วนพิศดาร

    ที่เห็นเป็น ยักษ์ เป็นพระพุทธฯ ดวงจันทร์
    ดวงอาทิตย์ อวกาศ เป็นเทพพรหมต่างๆ
    มาจากส่วนนี้ มาทำให้เห็น
    จริงๆนักปฎิบัติสายสัมผัสภายใน
    ...ตายน้ำตื้นมาเยอะ
    เพราะหลงคิดว่าชั้นสูง ดังนั้น
    ส่วนตัวถึงมักบอกว่า ให้เฉยๆ
    กับทุกไตรที่มาถามนะ เล่าให้ฟังเฉยๆ

    ปล หลักสังเกตถ้า กรณี ภพภูมิ
    ยิ่งระดับสูง ใจเรายิ่งนิ่ง ยิ่งเบา ยิ่งสบาย
    ประมานนี้. พอขำๆ
     
  9. JunOcha

    JunOcha สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กันยายน 2019
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +5
    *สนใจมากครับ*
    ...5 อย่างมีอะไรบ้างครับท่าน ช่วยเจาะลึกครับ
    บาคาร่าขั้นต่ำ5บาท
    ส่วนจานข้าว จานบินจานผี มนุษย์ต่างดาว
    ...อ.นพเชื่อว่า"มีจริงไหม"
    สิ่งลี้ลับเหล่านี้เห็นในมิติได้ไหม

    อีกเรื่องที่อยากรู้คือ...
    ช่วงที่อ.นพหลงมิติไปเจออะไรบ้างครับ

    ขอบคุณมากครับ
     
  10. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184

    ที่ถามมา...น่าสนใจครับ
    สรุปได้ใจความว่า

    ข้อ1.(5อย่างที่อยากรู้)น่าจะหมายถึงวิชาบังตา
    ข้อ2.จานบิน และมนุษย์ต่างดาวมีจริงไหม
    ข้อ3.อจ.นพหลงมิติไปเจออะไรบ้าง

    ไว้จะถามอาจารย์นพ
    คาดว่า...5-6วันน่าจะได้คำตอบ

    ขอบคุณครับ คุณ junOcha


    หมายเหตุ (เพื่อเก็บไว้เป็นกรณีศึกษา)
    พอดีเห็นเป็นสมาชิกใหม่ที่เข้ามาอ่าน
    ...จึงอยากทราบว่า...
    ที่เข้ามาอ่านกระทู้ "กระแสพญานาค..." นี้

    1.เริ่มอ่านจากหน้าแรก1-2-3 แล้วข้ามไปอ่านหน้าอื่นๆที่สนใจ
    2.เข้ามาอ่านหน้าสุดท้าย(244)ก่อน แล้วกลับไปอ่านหน้าแรก1-2-3
    3.เข้ามาอ่านหน้าสุดท้าย(244)เลย แต่ไม่ได้อ่านหน้าแรก1-2-3

    ขอบคุณอีกครั้งครับ
     
  11. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า 175 ลำดับที่ #3491

    เช้านี้นำTipsนี้มาฝากคุณ junOcha อ่านพลางๆ

    การทายชื่อ ทายจำนวนคนและอื่นๆ
    ที่นี่เราใช้ศัพท์ขำๆว่า "คิกขุเดาสญาณ"
    แปลความได้ว่า "คิดก่อนแล้วเดา"

    [QUOTE="nopphakan, post: ]
    เป็นอะไรที่พอขำๆ เรื่องการทายชื่อ
    ส่วนตัวถ้าเค้าไม่บอก
    ก็คงไม่รู้เหมือนกันครับ ๕๕๕
    เรื่องของการสนทนาได้
    แบบออกงานได้. เริ่มต้นมันต้อง
    ฝึกเหมือนกันนะครับ
    เคยลองต่อหน้าพระครูปลัด ๒ ครั้ง
    ท่านบอกว่าหนักไป เพราะจริงๆแล้วเวลาใช้งานทั่วไป
    การเข้าสมาธิมันจะต้องเบา
    แต่ก็ไม่เสมอไป ขึ้นอยู่กับว่าจะใช้งานทางด้านไหน
    เช่น ด้านป้องกันคงเบาไม่ได้ ๕๕
    ถ้าด้านหามิตรภาพอันนี้เบาจะดี ฯลฯ

    จริงๆอาจไม่ใช่ชื่อก็ได้นะครับ
    อาจเป็นนัยยะ ว่าให้เชิดไว้
    บอกเป็นนัยว่า ควรทำอะไร
    ให้มีความมั่นใจในตัวเอง
    เริ่มต้นทำอะไรอย่างจริงจังได้แล้ว

    เอ่อ มีเรื่องโม้
    เมื่อคืนแวะไปวัดธรรมอุทยานมา
    ตอนเที่ยงคืนได้ คิดว่าจะไปนั่งสมาธิ
    หน้าพระหลวงปู่ใหญ่
    (ปกติถ้าว่างๆนึกครึ้ม
    ชอบไปตอนหลังเที่ยงคืน
    บางทีก็ตีหนึ่งตีสอง
    บางทีก็ไปเที่ยว แล้วแต่อารมณ์)

    กำลังโม้อยู่ เจอเสียงเตือน ๕๕๕
    เป็นเสียงแบบดังกังวาลแต่ไม่มีหางเสียง ๒ครั้ง
    แบบมีอำนาจหน่อย
    (ความจริงเคยเจอแบบนี้แล้ว
    ตอนที่ไปรอตักบาตรตอนเช้าที่วัดนานแล้ว
    ก่อนที่พระท่านจะเข้าแถวเดินบิณฑบาต
    ตรงศาลาฉันท์
    แต่ว่าครั้งแรกน่ากลัวตรงเสียง
    ค่อยๆใกล้เข้ามาแบบไร้ตัวตน
    แล้วแอบมีพลังงานบางอย่างซ่อนอยู่ ๕๕
    ครั้งนั้นยอมรับเสียวเล็กน้อยถึงปานกลาง
    ในใจคิดว่า มาเป็นรูปร่างยังดีกว่า
    น่ากลัวน้อยกว่าเสียง)

    มาครั้งนี้เลยพูดไปว่า....
    ...กะจะมานั่งสมาธิครับ
    แต่ว่าขอโม้ในพลังจิตเสร็จก่อน
    เด่วก็ไปนั่งแล้ว ๕๕

    จังหวะพอดีมัวแต่ดูโน้นดูนี่เป็นชั่วโมง
    แถวนั้นคงไม่เห็นนั่งซักที เลยมาสกิด

    มานึกได้ตอนเช้าว่า
    มันเป็นคืนวันโกนเข้าวันพระนี่เอง
    เพราะเห็นในซอยขายพวงมาลัย
    มิน่าอยู่ดีๆถึงอยากไปวัดตอนดึกๆ
    และปกติไปวันอื่นๆ ไม่มีการเตือนแบบนี้

    ข้อดีของการได้นั่งสมาธิวันโกนวันพระ
    สังเกตุมาแล้วพบว่า ถ้าได้นั่ง
    ตอนเช้าตื่นมาตัวจะเย็นๆ ไม่ร้อน
    ไม่รู้สึกว่าอึดอัด ไม่รู้สึกหงุดหงิดง่าย
    แล้วต้องมาแก้ด้วย
    การกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลซักพัก
    ถึงจะหายเหมือนเมื่อก่อนทั่วๆไปครับ

    ลองเอาสูตรนี้ไปใช้ดูได้นะครับ
    แต่สำคัญคืออย่าลืมอุทิศส่วนกุศล
    ส่วนตัวก่อนนั่งใช้คำว่า
    เชิญมาโมทนารับไปเลยตามแต่ที่ท่านปรารถนา
    แต่อย่าตกใจนะ ถ้ารู้สึกว่า เห็นใครมายืน
    หรือว่าอยู่ข้างหลัง ให้ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
    เนียนๆเอาตัวรอดไปก่อนพอ

    เด่วพี่เค้ามาคุยด้วยฉันมิตร
    รับรองมาฮาแน่ ชาวโลก ๕๕๕

    ปล ถ้านั่งสมาธิเพื่อความสงบ
    ไม่ได้ฝึกกรรมฐานพิเศษอะไร
    ถ้าเห็นภาพ แสดงว่า กำลังใจเราตก
    แก้ด้วยการอย่าลืมตา
    ค่อยๆตั้งกายให้ตรง
    สังเกตุได้ ถ้านั่งๆอยู่แล้วเห็นภาพ
    มักจะอยู่ในกริยา เตรียมหลับ ๕๕๕
     
  12. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184



    (หลายวันก่อนเปรยๆไว้ว่า)
    "บ้านต้องจิตต์"

    อ่านแล้วอยากไป(จัง)
    ดูหลายคลิปแล้ว...ยิ่งอยากไป....."



    555...แวะไปมาแล้วคร๊าบ


    "........เข้าไปในบ้านต้องจิตต์แล้ว...
    ม่ทราบว่าจะเกิดอาการขนลุกซู่หรือไม่....."

    555...ไม่เกิดคร๊าบ...เฉยๆ


    แต่ใครที่เป็นแฟนๆพญานาค
    ถ้าอยู่ไม่ไกลนะ...ก็ลองแวะเข้าไปชม
    มีอะไรที่น่าสนใจเหมือนกัน

    (ด้านหน้า...ก่อนเข้าประตู)
    112713.jpg
    112710.jpg

    (อนันต์นาคราช) (พ่อปู่ศรีสุทธโธ-แม่ย่า)
    91683.jpg 112714.jpg


    (ภายในห้อง)ไหว้พระองค์ใหญ่ก่อน
    112648.jpg 112651.jpg 112652.jpg
    112655.jpg

    112659.jpg
    112669.jpg

    112670.jpg

    (องค์เทวานาคราช)
    112673.jpg 112680 - Copy.jpg (ผ้ายันต์มีผู้ศรัทธาประมูลราคาเป็นล้าน)
    (มีรูปถ่ายโชว์ที่ห้อง...แต่ไม่รู้ผืนไหน)
    112686.jpg


    (ในวันทำพิธีปลูกเสก)
    91687.jpg 91688.jpg
     
  13. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,569
    ค่าพลัง:
    +3,996
    เหตุการณ์มหัศจรรย์ ขณะจะเชิญ เกศา หลวงพ่อพุธไปเลี่ยมกรอบ พลาสติก เมื่อคืนขณะกระผมบรรจงจะแปะเกศาท่านลงบนแผ่นกระดาษ ปรากฏว่า จู่เกศานั้นก็หายไปอย่างไร้ร่อยรอยเหมือนกับว่าไม่เคยมีอยู่เลย ?
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  14. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,809
    ค่าพลัง:
    +9,521
    แม่เจ้า
     
  15. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184

    เกศาเป็นกระจุกเหรอ ?

    แปลกจัง...หายไปต่อหน้าต่อตา

    สงสัยลพ.พุธต้องการเปลี่ยนผู้ถือครอง
     
  16. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184

    ถ่ายรูปมาให้ดูแล้วครับ

    ใช้ได้หรือไม่...ไม่เป็นไร

    ผมมอบให้น้องเอก นะครับ
    ไว้บูชาที่บ้าน
    (ไม่ต้องส่งกลับมา)
    (พระผงกรรมฐานที่เห็น
    ...วัดถ้ำเมืองนะเพิ่งส่งมาให้ไม่กี่วัน)

    เด๋ววันเสาร์/อาทิตย์
    จะส่งไปให้
    (ขอที่อยู่หลังไมค์ครับ)

    91682.jpg
     
  17. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,569
    ค่าพลัง:
    +3,996
    เส้นเดียวครับ พอแปะลงกระดาษปุบหายไปเลย สงสัยคงมีท่านอื่นรับบูชาไป
     
  18. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,809
    ค่าพลัง:
    +9,521
    ลูกแก้วอะไรมั้งอ่ะครับสวยจัง ขอบคุณนะครับ
     
  19. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    Dhamma Daily: ลูกมีสิทธิ์ โกรธพ่อแม่ บ้างไหม
    Therranuch
    14 March 2018



    nick-cooper-412623-unsplash.jpg

    ลูกมีสิทธิ์ โกรธพ่อแม่ บ้างไหม

    ผู้อ่านถาม : ลูกมีสิทธิ์ โกรธพ่อแม่ หรือไม่พอใจพ่อแม่ได้บ้างไหม

    พระอาจารย์มานพ อุปสโม ไขปัญหาข้อนี้ว่า

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ใครผิดหรือถูก ถ้าลูกมีความรู้สึก โกรธพ่อแม่ ก็ย่อมเป็นบาปถึงแม้ว่าคนเราจะยังคงเป็นปุถุชนที่ไม่อาจละซึ่งความโกรธได้ก็ตาม โกรธผู้มีพระคุณถือเป็นบาป ถ้าเราไม่โกรธพวกท่านได้ก็จะดีที่สุด

    ถ้าเกิดความไม่เข้าใจกันก็ไม่ควรปล่อยความรู้สึกนั้นไว้ เพราะอาจส่งผลให้เราทำไม่ดีต่อพ่อแม่ได้ การทำร้ายพ่อแม่ก็เหมือนทำร้ายพระอรหันต์นั่นแหละ

    วิธีแก้ก็ต้องหาวิธีปรับความคิดเข้าหากัน ทำความเข้าใจพ่อแม่ของตัวเองให้ได้และคำนึงอยู่เสมอว่า ในฐานะที่เป็นลูกเราต้องคอยปกปักรักษาพวกท่านไปจนถึงที่สุด

    แหล่งที่มา : คอลัมน์ Dhamma Daily นิตยสาร Secret

    หากผู้อ่านมีปัญหาหนักใจ ต้องการคำแนะนำแฝงด้วยแนวคิดทางธรรม สามารถส่งคำถามมาได้ที่

    นิตยสาร Secret คอลัมน์ Dhamma Daily หรือ dhammadaily2015@gmail.com


    ขอขอบคุณ
    ที่มา...https://goodlifeupdate.com
     
  20. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,441
    ค่าพลัง:
    +4,184
    เช้านี้มีเรื่องแปลกเล็กน้อยมาเล่าให้ฟัง
    (เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเช้ามืดเมื่อวาน)

    อยากเล่าให้ฟัง
    เพราะผมมั่นใจว่าเป็นบารมีลป.ดู่(อีกครั้ง)

    ...เมื่อวานตื่นเช้าเป็นพิเศษ
    หันไปดูนาฬิกาตี3ครึ่งเอง
    แต่กลับนอนต่อไม่ได้
    จึงลงไปข้างล่าง
    นั่งนอนอ่านทบทวนหนังสือ
    "ใครจะใหญ่เกินกรรม"ที่ทางวัดถ้ำเมืองนะให้มา
    ช่วงที่รู้สึกเริ่มง่วงนอน
    ...ก่อนหลับจึงถามลป.ดู่
    เกี่ยวกับเรื่องจะส่งหนังสือชี้แนะปธ.ชมรมแห่งหนึ่ง
    (แต่ยังไม่มั่นใจและลังเลใจ
    ด้วยเกรงว่าส่งไปจะเกิดผลกระทบต่อบางฝ่าย
    แล้วกระทบชิ่งไปภาครวมของชมรม)
    *ทั้งๆที่อ่านหลายครั้งแล้วเห็นว่าดีแน่นอน*
    ...แต่ก็ยังเกิดโรคลังเลตามที่ว่าไว้

    หลังจากอธิบายเรื่องราวย่อๆให้ลป.ดู่รับทราบ
    ขอให้ลป.ช่วยชี้แนะทางออกด้วยเถิด

    .....หลังจากนอนหลับไปครู่ใหญ่ๆ
    ฝันว่า(ฝัน...แต่เหมือนไม่ใช่ฝัน)
    "เห็นชายคนหนึ่งปรากฏตัวในฝัน
    คลับคล้ายคนที่ผมจะส่งหนังสือให้
    มือถือคล้ายเอกสาร...ยืนยิ้มหรา...บอกว่า...
    "ดีมากๆเลย ขอบใจนะ...""


    ...แค่นี้สั้นๆผมก็ตื่นขึ้นมา
    หันดูนาฬิกาใกล้ๆตี5แล้ว
    ช่วงเช้า...ผมจึงตัดสินใจส่งหนังสือนั่นไป


    ......ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3
    ที่ก่อนนอนขอคำชี้แนะจากลป.ดู่
    ปรากฏว่าขอ 3 ครั้ง
    ...ได้คำตอบทั้ง 3 ครั้ง

    ประหลาดใจไหม...
    ...ไม่ใช่ประหลาด
    แต่อัศจรรย์ใจมากกว่า
     

แชร์หน้านี้

Loading...