กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,853
    ค่าพลัง:
    +9,620
    104051769_3241196695900482_8222806245983321659_n.jpg
     
  2. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +34,177
  3. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +34,177
    สวัสดีทุกคนนะครับ
    ช่วงนี้ หนักทางวิชาการอยู่ครับ
    เลยมีแว๊นผ่อนคลายบ้าง
    ตามป่า ตามเขา

    FB_IMG_1592845519164.jpg FB_IMG_1592845532914.jpg
     
  4. aegmanmu

    aegmanmu เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    4,853
    ค่าพลัง:
    +9,620
    สาธุครับอ.นพ อย่างเท่ห์เลยครับ
     
  5. ชื่อซ้ำ

    ชื่อซ้ำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +24
    ขอถามอีกอย่างนึงนะคะ
    1. เวลานอนสวดจักพรรดิ์จนหลับ แต่มีอยู่วันนึงสวดไป2ชั่วโมงก็ไม่หลับ แล้วอยู่ดีๆก็เป็นภาพเราไปยืนอยู่ตรงที่พักทหารเกณฑ์ห่างจากบ้านพักประมาณ30-40เมตรแล้วเราเห็นยมทูตฝรั่งค่ะภาพHDมากเค้ายืนอยู่ระหว่าง2บ้านสุดท้ายเหมือนเราจะยืนอยู่กับใครไม่รู้อีก2คน ยืนดูเฉยๆ เราเลยลืมตามาคิดว่าเค้ายืนอยู่บ้านไหนนะ ( ก็คิดว่าสงสัยมโนเลยนอนใหม่ ) ทีนี้พอขึ้นแค่นโมพุทธายะ เรากลับไปยืนที่เดิม ยมทูตถอยหลังไปยืนอยู่บ้านริม ตื่นมากก็กลัวอยู่นะคะ ( แบบนี้มีนัยยะอะไรไหมคะ ) แต่บ้านริมก็ไม่เห็นเป็นอะไรยังมีชีวิตอยู่

    2. ถ้าเรานั่งสมาธิเองได้ไหมคะพอดีไม่มีอาจารย์และก็ไม่เคยนั่งมาก่อน ส่วนมากนอนสวดมนต์หลับค่ะ (และสวดตอน2ทุ่มครึ่งพร้อมหลวงตาม้าแค่นั้น) นั่งเองกลัวเห็นอะไรหน้ากลัว แค่ทำงูๆปลาๆยังน่ากลัวขนาดนี้

    ขอบคุณค่ะ
     
  6. nan_nori

    nan_nori เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    468
    ค่าพลัง:
    +795
    ถ้าสวดมนต์แล้วเสียงสั่น + อึดอัด นี้คือไม่เป็นไรใช่ไหมค่ะ คือ กลัว5555 บ้างครั้งเสียงสั่นจนเกือบเปล่งเสียงสวดมนต์ต่อไม่ได้ เมื่อวานก็เป็นวันโกนว่าจะสวดอิติปิโสเท่าอายุ ไม่ได้เลยอึดอัดมาก

    เมตตาก็คือไม่ผ่านจริงๆไม่ไหว;-;
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 กรกฎาคม 2020
  7. ชื่อซ้ำ

    ชื่อซ้ำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +24
    เป็นเหมือนกันค่ะ เวลานั่งสวดเป็นกิจลักษณะเสียงไม่ออก เลยสวดในใจตลอด แต่เวลาขี่มอไซด์ นั่งทำงานสวดออกนะคะ
     
  8. nan_nori

    nan_nori เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กุมภาพันธ์ 2018
    โพสต์:
    468
    ค่าพลัง:
    +795
    เราสวดในใจไม่ได้ค่ะ สติหลุดไปเรื่องอื่นตลอด
     
  9. maxmi

    maxmi แม็กคับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2017
    โพสต์:
    434
    ค่าพลัง:
    +1,142
    งวดที่แล้วฝันว่าไปขอหวยจากปู่พญานาค นายกตู่พาไป พอไปถึงนายกก็บอกว่าลูกหลานมาขอเลข ในใจก็คิดอยากขอรางวัลที่ 1 เหมือนท่านนอนขดอยู่(พญานาคสีเขียว)แล้วก็ตื่นท่านก็บอกว่า อย่างมึงต้องทำงานตลอดชีวิต แล้วก็ตื่นแต่งวดตะกี้ก็ถูกสามตัวโต๊ดอยู่นะ งวดนี้จะมีโชคอีกป่าว
     
  10. Higtmax

    Higtmax เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 ธันวาคม 2011
    โพสต์:
    1,768
    ค่าพลัง:
    +4,139
    ตะกรุดเมหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (มหาสะท้อน) วัดธ.ย.น - โดย ล.พ วิ-ช สาวกตะกรุดเมหลวง มหาสะท้อน ไม่ควรพลาด เพราะ ล.พ วิ-ช วัดธ.ย.น ก็เป็นผู้สืบสาย วิชามากจาก ลพ ชื่อดังทางอุทัยธานั เฉกเช่นเดียวกับ ล.พ ล วัด ท.ข.น
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  11. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +34,177
    ตรงนี้ไม่มีอะไร มันเป็นอุบายที่จะดึงให้เราไปนับถือศาสนาอื่นๆ
    เรื่องพวกนี้ให้เฉยๆไม่ต้องสนใจ



    บทคาถาเป็นอุบายเชื่อมกระแสจิตกับพระอยู่แล้ว....
    สังเกตุนะ บทคาถา จะเน้นสร้างบารมี ให้กับภพภูมิต่างๆ
    คนที่ปฏิบัติไปได้เร็ว ก็เพราะท่านๆดลใจ ให้เราเข้าใจทริคต่างๆ
    ให้เราเข้าใจอะไรง่ายๆในทางปฏิบัตินั้นหละ


    แม้ไม่มีครูบาร์อาจารย์ แบบว่าเรารู้ตัวเองได้
    แต่ก็เหมือนมีอะไรมาดลใจกลายๆอยู่แล้ว

    ความกลัวเป็นการปรุงแต่งชนิดหนึ่ง ฝืนๆกิริยาแบบนั้น
    หมั่นอุทิศส่วนกุศลบ่อยๆ ความกลัวก็จะหายไปเอง
    รวมทั้งเรื่องวิตกจริตไปเองต่างๆก็จะหายไปเองนั่นแระ ไม่มีไรหรอก
     
  12. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +34,177
    เวลาสวดมนต์ อย่าพึ่งไปสนใจหรือเน้นวรรคตอน
    สำคัญคือ ระบบการหายใจของเรา ว่าเรารุลึกรู้ลมเข้าและออกหยุดที่ปลายจมูกไหมพอ

    พูดง่ายๆสวดไปเรื่อยๆ แต่ให้ลมหายใจเป็นอย่างที่บอก
    ถ้าไปสวดแบบเดิม เราจะเผลอกลั้นหายใจ
    และลมหายใจเข้าจะหยุดที่หน้าอก มันจะเป็น
    อาการแบบที่เราเป็นนั้นหละ พอเข้าใจเนาะ
     
  13. ชื่อซ้ำ

    ชื่อซ้ำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +24
    ขอบคุณมากค่ะ ที่ผ่านมาได้..เพราะอ่านโพสต์ อ.นพ ย้อนหลังนี่แหละค่ะ เอามาปรับใช้เอา

    ** ขอฝากตัวเป็น FC ค่ะ
     
  14. ชื่อซ้ำ

    ชื่อซ้ำ สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2020
    โพสต์:
    14
    ค่าพลัง:
    +24
    สวัสดีค่ะ มีเรื่องจะถามอีกแล้วค่ะ
    1. ถ้าเวลาเราหลับแล้วรู้สึกตัวมันจะเป็นเหมือนภาพพื้นสีเขียวๆเหลืองอ่อนๆ ลักษณะเหมือนประตูมิติอ่ะค่ะ คล้ายๆลายน้ำกระเพื่อม ก่อนที่จะขึ้นเป็นภาพ เป็นลายเส้นขึ้นมา คนสู้กับเสือ แม่อุ้มลูกหนีตึกถล่ม ผีปีศาจบ้าง พระบ้าง โบถส์บ้าง ตัวเลขเล็กๆๆแบบโค้ดอะไรบางอย่าง อาทิตย์นึงจะเป็นแบบนี้4 - 5 คืนเลยค่ะ เวลาภาพขึ้นจะหน่วงๆที่หน้าผากด้วยค่ะ
    **ถามค่ะ : ทำไงถึงจะไม่เห็นคะ / และเป็นอันตรายอะไรไหมคะ เห็นกระทู้เก่า อ.นพว่าถ้าหน่วงที่หน้าผากจะเปิดตาที่ 3 งี้ค่ะ

    2. มีอยู่คืนนึงนอนลืมตามองเพดานเห็นลมหมุนลักษณะเป็นแฉกประมาณ16แฉกได้ สีลมออกฟ้าๆเต็มเพดานห้องเลยค่ะ เลยรีบหลับตาพอหลับตาเหมือนตัวลอยแล้วพุ่งไปเจอภาพผู้ชายร้องไห้ / พอลืมตาก็เห็นลมอีกหลับตาพุ่งไปอีกเป็นภาพพ่อแม่ลูกทะเราะกัน / ลืมตาเห็นลมหลับตาพุ่งไปเห็นภาพ 4 - 5 ครั้ง พุ่งครั้งสุดท้ายไปจบที่เราเห็นภาพทีวีที่กำลังเล่นเห็นแฟนกำลังทำอิริยาบถต่างๆแบบเหมือนเราลืมตาแต่ภาพจะแคบกว่า
    **ถามค่ะ : ทำไมถึงเป็นแบบนี้คะ ช่วงนี้อยากเริ่มทำสมาธิค่ะ (กลัวจะพุ่งไปเรื่อยและเป็นคนขี้ตกใจมากๆๆๆๆๆ)
    **ขอโทษที่ถามบ่อยนะคะ พอดีเป็นคนขี้สงสัยมากๆๆๆๆๆๆๆๆอยากได้ใคร่รู้สุดๆ
     
  15. nopphakan

    nopphakan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    8,192
    ค่าพลัง:
    +34,177


    ไม่มีอะไรหรอก
    ๑.ควรถามว่า จะไปต่ออย่างไร ส่วนสิ่งที่เห็นทางนามธรรมต่างๆ
    จริงๆถ้าเรามาเพิ่มเจริญสติให้มากขึ้น อนาคตเราจะเข้าใจได้เอง
    แต่สิ่งแรกที่จะต้องทำ เมื่อเกิดสัมผัส ก็คือ
    การเฉยๆทุกกรณีเมื่อเราไม่สามารถเข้าใจในสิ่งที่เราสัมผัสได้

    เฉยคือ เหมือนกันว่าไม่เคยเกิดขึ้นกับเราเลย ถ้าเราไม่เฉยๆตรงนี้
    มันจะปรุงแต่งไปได้ทั้งทางกุศลและอกุศล เป็นเหตุให้การปฏิบัติ
    เราไม่ก้าวหน้าได้ อย่างคาดไม่ถึง

    แต่ถ้าสงสัย ก็จะเล่าให้ฟัง ซึ่งเรื่องจะเล่าให้ฟังนี้ อนาคตเราจะเข้าใจได้เองโดยไม่ต้องมาถามก็ได้ แต่ไม่เป็นไร พอเข้าใจ

    พื้นสีที่เราเห็น หมายถึง กรรมฐาน ให้เกิดความสามารถทางด้านสายตา
    ลายเส้น คือ กิริยาปกติที่เกิดก่อนจะเห็นภาพ
    ส่วนการเห็นเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าเหตุอะไรก็ตาม
    เป็นกลอุบาย ที่ดึงให้เราไปยึดติดกันสิ่งที่เห็น

    ดังนั้นประเด็นไม่ใช่ว่า ทำอย่างไรจะไม่เห็น เพราะมัน
    เป็นการตัดหนทาง ที่จิตจะยกระดับ ไป วิปัญญาญานจร้า...

    ดังนั้น ไม่ว่าจะเห็นอะไร อย่าไปสนใจ ให้รีบระลึกสติให้เร็วที่สุด
    ให้เฉยๆไว้ เด่วมันจะเปลี่ยนแปลงเรื่องราวไปเรื่อยๆ เราดูเฉยๆ
    อย่าสนใจ ไม่ว่าจะเห็นอะไร แค่นี้พอ....

    ส่วนกิริยาหน่วงหน้าฝากให้ปล่อยไป เพราะภูมิต้านทานร่างกาย
    ที่มาจากำลังสมาธิสะสมเรายังไม่พอ ให้เฉยๆ อย่าไปสนใจ อย่าไปดู
    ตรงจุดนี้



    ปล. และให้มาเน้นเจริญสติในชีวิตประจำวันให้ต่อเนื่องมากขึ้นนะ
    และเวลาเราเห็นนามธรรมอะไรแบบนี้ มันจะใช้ช่องทาง ผ่านจุดเหนือ
    ระหว่างคิ้วเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่า เปิดตาสามอะไรหรอก
    เพราะความสามารถทางตา เราไม่ได้วัดกันที่ว่า เห็นอะไรได้
    หรือเคยเห็นอะไร หรือจะมีอะไรมาให้เห็น
    เราวัดกันที่ สามารถกำหนดเห็นได้ ทุกครั้งที่ต้องการ
    แต่การเห็นจะเป็นภาพก่อนในเบื้องต้น ในเวลาใช้ชีวิตปกติ
    แต่ยังมีเรื่องราว ความเข้าใจในสิ่งที่เห็นด้วย(ตอนนี้เรายังไม่มี)
    ดังนั้น ให้เจริญสติไปและก็เฉยๆไป ถึงจะเกิดเป็นสติทางธรรม
    ที่จะทำให้เราเข้าใจวัตถุประสงค์ที่ทำให้เราเห็นได้
    ย้ำว่า เข้าใจวัตถุประสงค์ไม่ใช่สิ่งที่เห็นคืออะไร(ถ้าเน้นว่า
    คืออะไร มันจะทำให้เราติดนามธรรมได้อย่างไม่รู้ตัว
    และการปฏิบัตจะไปได้ช้า)

    ข้อ ๒.ข้อนี้ชัดเลย กิริยาพุงออกไป ฟ้องว่า นอกจากสติทางธรรม
    ที่ได้จากการเจริญสติในชีวิตประจำวัน ที่เราต้องเสริมด่วนๆ
    ยังต้องมาเพิ่มกำลังสมาธิ เพื่อควบคุมการพุงออกไปตรงนี้เพิ่มด้วย
    วิธีแก้ ก็นอกจากจะเจริญสติแล้ว ยังต้องมาทำสมาธิเพิ่มเติมเอาแค่
    จิตสงบ ถ้าพื้นที่อำนวยก็ทำร่วมกับการเดินจงกลม
    (อย่าลืมระบบหายใจเบื้องต้นนะ) สิ่งที่เห็นก็เหมือนที่บอกไปแล้วข้อ ๑


    ปล. ความกลัวคือการปรุงชนิดหนึ่ง จำเป็นต้องแก้ด้วยการฝืน
    ในกิริยาต่างๆ ครั้งที่ ๓ หรือ ๔ จิตจะมีกำลังเพียงพอที่จะไม่กลัวเรื่องนั้นๆ


    แต่สิ่งที่ต้องระวัง คือ การสร้างสติทางธรรม เพื่อมาควบคุมความคิด
    และพฤติกรรม ของจิตเรามากกว่า ป้องกันการปรุงแต่งไปเรื่อยเปื่อย
    ในสิ่งที่ไม่มีอะไร

    จำไว้ อย่าไปปรุง ไปสร้าง นามธรรม ให้เป็นรูปธรรม
    โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ เครเนาะ


    ท้ายนี้ คนจะปฏิบัติได้เร็ว ต้องเจอประมาณนี้แระ
    สำคัญ วางให้เป็น เฉยๆให้เป็นพอ...ในทุกๆกิริยานามธรรม
     

แชร์หน้านี้

Loading...