กระแส"พญานาค"กับข้อเท็จจริงบางอย่าง(มีคลิป) คนที่ไม่เชื่อควรดูด้วยดุลพินิจ

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย 9@Phonlee, 1 กุมภาพันธ์ 2018.

  1. volvo16738

    volvo16738 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2013
    โพสต์:
    174
    ค่าพลัง:
    +200
    มีเรื่องเล่าให้ฟังเล่นๆ นานๆมาที อิอิ

    ตอนเช้าๆก่อนตื่นนอนหลายวันก่อน มีวิญญาณดวงนึง ได้ยินเสียงเป็น ผญ. มาบอกสั้นๆว่า "ได้ไปสวรรค์อยู่แล้วล่ะ" ได้ยินชัดเจนเต็ม 2 หู ตำแหน่งเหมือนลอยมาด้านบนตัวผม ที่กำลังอยู่ในท่านอน ผ่านหน้าไป แล้วเหมือนผมได้รับกระแสอะไรเย็นๆ สบายๆ เหมือนเขาส่งกระแสอันนั้นมาให้ แล้วความรู้สึกเหมือนได้รับกระแสนั้นทั่วร่าง เป็นความรู้สึกแบบเย็น สบาย และมีความสุขนิดๆ หลังจากนั้นผมก็ตื่น ยังมีความรู้สึกถึงกระแสอันนั้นอยู่ ไม่รู้ว่ามันคืออะไร

    ถ้าให้เดาเล่นๆ (ย้ำว่าเดา เพราะผมไม่รู้) มันน่าจะเป็นกระแสของบุญที่เขาส่งมาให้หรือเปล่า ไม่แน่ใจว่าเวลาคนตายกลายเป็นดวงวิญญาณ แล้วมีคนทำบุญไปให้ น่าจะได้รับกระแสแบบนั้นด้วยไหม อันนี้ผมคิดเองเล่นๆนะครับ อาจจะไม่ใช่ก็ได้ แต่เดี๋ยววันนึงผมเองคงจะรู้แหละ

    ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้เข้าฌาน หรือนั่งสมาธิอะไรเท่าไร อาจจะทำแค่วันละ 2-3 ชม. ส่วนใหญ่เน้นทำงาน เลยไม่มีอะไรมาเล่าเท่าไร รอโควิดซาลง ผมอาจจะปลีกตัวไปฝึกอีก น่าจะปลายๆปีนี้ ไม่ก็ต้นปีหน้า
     
  2. volvo16738

    volvo16738 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 ธันวาคม 2013
    โพสต์:
    174
    ค่าพลัง:
    +200
    มาอัพเดทให้ฟังครับ ตอนนี้พอเข้าใจละ ดวงวิญญาณที่ตอนนั้นรู้สึกเหมือนเข้ามาบริเวณอก ตอนนี้ผมเองรู้สึกแน่นหน้าอก เหนื่อยง่ายมาก ลุกขึ้นเดิน 3-4 ก้าวก็เหนื่อยแล้ว จะเจ็บๆแสบๆ และรู้สึกแน่นบริเวณหน้าอก บางครั้งหน้ามืด บางทีผมอาจจะเป็นโรคอะไรเข้าไปแล้ว เดี๋ยวคงต้องไปตรวจ เหมือนตอนนั้นดวงวิญญาณนั้นน่าจะมาบอกผมแหละว่าเคยทำกรรมอะไรกับเขาไว้ และผมก็ไม่ค่อยชอบเขาเท่าไรในความรู้สึก ตอนนี้เริ่มเข้าใจอาจจะมีกรรมที่ผมเคยทำกับเขามาก่อน ถ้างั้นก็ปล่อยให้เขาทำไปละกัน ถือซะว่าชดใช้ให้เขาไป จะได้หมดกรรมต่อกัน ผมคิดว่าผมโชคดีมากๆละ ที่เขามาบอกตรงๆ จะได้รู้ความจริง

    เคยฟังของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คลิปนี้ เลยพอจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ขอแชร์ละกันครับ

     
  3. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,634
    ค่าพลัง:
    +4,518


    ".....ถ้าให้เดาเล่นๆ (ย้ำว่าเดา เพราะผมไม่รู้) มันน่าจะเป็นกระแสของบุญที่เขาส่งมาให้หรือเปล่า....."
    (volvo)



    ไม่ได้มาตอบ(ด้วยด้อยความรู้ด้านนี้)
    แต่อ่านแล้วน่าสนใจมาก
    และที่สำคัญคือทำให้ผมย้อนนึกถึง
    เหตุการณ์สำคัญครั้งหนึ่งที่ไม่อาจลืมเลื่อนชั่วชีวิต

    (เป็นเรื่องจริง...เหมือนเพิ่งเกิดขึ้นมาไม่กี่วัน)

    เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อประมาณ20ปีที่ผ่านมา

    ช่วงเย็นแสงสลัวๆพระอาทิตย์กำลังตกดิน
    วันนั่นผมอยู่หาดใหญ่
    เสียงจากโทรศัพท์ดังขึ้น
    ทราบจากหลานชายแจ้งว่าเมื่อกี้ส่งคุณแม่เข้ารพ.ด่วน
    ผมจึงรีบจัดแจงเช็คเอ้าท์ออกจากโรงแรมทันที
    ทั้งที่เช้าวันนั่นเพิ่งเห็นคุณแม่เป็นปกติดี
    มีพี่ชาย พี่สาวและหลานชายอยู่เป็นเพื่อน

    เวลาใกล้1ทุ่มรถแท๊กซี่วิ่งระหว่างเมืองไม่น่าจะมีแล้ว

    ถึงมีก็ไม่น่าจะมีผู้โดยสารรอรถ
    เพราะหลายช่วงเป็นเส้นทางเปลี่ยว
    ด้วยระยะทางเกือบ 300กม.
    ทั้งเส้นทางคตเคี้ยวไปมาหลายช่วง
    ขึ้นเขาลงเนินพอได้เมารถสำหรับบางคน

    และต้องผ่านพื้นที่อันตรายหลายโซน
    พอไปถึงคิวรถ โชคดีที่ยังมีรถจอดรอคนหลงเวลาอยู่1คัน
    จึงต้องใช้วิธีเหมารถและบอกคนขับวิ่งด่วนนะ
    ระหว่างทางที่รถวิ่งไป
    ช่วงหนึ่งคนขับวิ่งทางลัด เลาะผ่านหมู่บ้านอิลาม
    ตัดผ่านทุ่งนาเวิ้งว่างวังเวงชอบกล
    ช่วงนั่นเสมือนมีกระแสบางอย่างกระทบเข้าที่ใจ
    เป็นกระแสแรงมาก...ที่อาจส่งมาจากคุณแม่

    ที่เฝ้ารอคอยอยากพบหน้าลูกชายคนนี้
    เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่ลูกอยากไปหาแม่ที่สุด

    กระแสความรักความผูกพันแม่กับลูกในช่วงสำคัญของชีวิต
    อาจเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น
    และแล้ว....

    ทันใดนั่นได้ยินเสียง*ฉาบ*ดังก้องกังวาน
    สะท้อนเสียงทอดยาวๆต่อเนื่องบนท้องฟ้า

    (ฉาบขนาดหมวกฟางที่พระจีนใช้ในงานศพคนจีน)
    ...ช่วงนั่นไม่ได้หลับไม่ได้นอน
    จึงทำให้ยิ่งกังวลแม่มากขึ้น
    หรืออาการคุณแม่อาจทรุดหนักลงไป

    ประมาณ 4 ทุ่มถึงโรงพยาบาล

    ...เห็นมีถังอ๊อกซิเจน(และน่าจะมีเครื่องปั้มหัวใจอยู่ใกล้ๆ)
    จึงเข้าไปกระซิบข้างหูแม่เบาๆว่า...
    "แม่...ลูกกลับมาแล้ว"
    จากนั่นปลายเบ้าตาแม่มีน้ำตาซึม
    ....เพื่อแสดงว่าแม่รับรู้แล้วลูก

    ....พร้อมค่อยๆฝืนยกมือขึ้นนิดๆ แล้วโบกมืออำลาเบาๆ
    ....นาทีนั่นคุณแม่ได้ลาจากไปด้วยอาการสงบ

    นางพยาบาลได้เดินเข้ามาจับชีพจร
    พร้อมบอกว่า....
    "คุณแม่เสียชีวิตไปแล้ว"
    "ไม่ได้เห็นบ่อยที่คุณแม่รอพบลูกจนวินาทีสุดท้าย"
     
  4. 9@Phonlee

    9@Phonlee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2014
    โพสต์:
    1,634
    ค่าพลัง:
    +4,518
    Tips & Tricks (วรรคทอง)
    หน้า201 ลำดับที่ #4011


    "บุรุษไร้เงา, post: 10961647, member: 111296"]

    เกี่ยวกับ เรื่อง อริยะ.....


    อริ แปลว่า ศัตรู
    ยะ แปลว่า ห่างไกล
    ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ไม่ใช่กิเลิส แต่เป็นภายนอกที่มีอยู่แล้ว


    ตัว โทสะ โมหะ โลภะ(มีอยู่แล้วปกติขึ้นอยู่กับจะเห็นไม่เห็น
    เพราะถ้าไม่มี จะไม่มีตัวเราในทุกวันนี้) ตัวใดตัวหนึ่งที่ไปดึงเอา
    ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ เข้ามาจนกลายเป็นตัวตน
    นั้นหละคือ กิเลส.........


    นีกอะไรไม่ออก ให้สังเกตุดูว่า
    ในระหว่างวัน จิตเราสามารถคลายตัวเองได้ตามธรรมชาติ
    จนรู้สึกกายเบา ใจเบา ได้บ้างหรือยัง นั่นคือ
    เริ่มเข้าเขตได้แล้ว.... ท่านที่ใกล้ๆพ้น
    จะเป็นกิริยาแบบนี้ ตามธรรมชาติได้แทบทั้งวัน
    ให้เรานึกเทียบระยะเวลาที่เราลืมตาเอาเอง
    อย่าไปเทียบตามตำรา เพราะมันจะมาปิดกั้นใจเราเอง....


    ทางปฏิบัติ ให้ถามตัวเองว่า ตีเรื่อง
    ตัววิญญานการรับรู้ ออกหรือยัง วิญญานคือ ตัวหนึ่งในขันธ์ ๕ ส่วนนามธรรม
    หรือ ตัวกะแสที่ส่งออกจากตัวจิตผ่านทาง อายตนะต่างๆนั้นเอง
    หรือตัวที่รับกระแสที่มาจากภายนอก ผ่านอาตนะเราเข้ามานั้นเอง
    ดังนั้นจะพบว่า มีทั้งที่เราส่งออกไปเอง และภายนอกส่งเข้ามา
    ตีตัวนี้ให้แตก ถึงจะก้าวข้ามจาก มนุษย์ ปถุชน ไปอริยะชนได้......


    ปล. ไม่สามารถเกิดได้ จากการคิด วิเคราะห์ แยกแยะตีความ
    แต่เข้าเขตได้ จากการปล่อยวางเรื่องราวต่างๆได้ดี
    จนเรื่องนั้น ไม่ขึ้นมาให้จิตเกิด(หรือกระทบกระเทือนใจ)
    จนเป็นเหตุให้จิต คลายตัวเองได้ตามธรรมชาติระหว่างวันนั้นเอง.....
    ดูระยะเวลาที่ จิตคลายตัวได้ในระหว่างวัน
    เราจะปลอดภัยและไม่ประมาท ^_^


    ราตรีสวัสด์ แค่แวะมาโม้ให้ฟัง....
    ธรรมชาติ คือ เกิดขึ้นของมันเอง
    ไม่ใช่จาก ความชำนาญ สมาธิ ตบะ กำลังจิต
    หรือไปมีอะไรกระทำให้มันเกิด...

     

แชร์หน้านี้

Loading...