กลุ่มชนคนดูดวง

ในห้อง 'ดูดวง และ ทำนายฝัน' ตั้งกระทู้โดย คนดูดวง, 17 มีนาคม 2011.

  1. สาธินี

    สาธินี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +923
    ตอบคุณณัฐณรงค์..ตัวคุณนั้นเคยติดกรรมในเรื่องของการใช้คำพูดลบหลู่ดูหมิ่นพ่อแม่-ครูบาอาจารย์ผู้มีพระคูร หรือผู้หลักผู้ใหญ่อาจจะโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ กรรมนื้อาจเป็นกรรมที่เกิดจากอดีตชาติ หรือกรรมที่คุณทำเพิ่มในชาตินี้อีกก็ได้ ดังนั้นจึงต้องระวังคำพูดอย่าพูดตรงจนเกินไป หรือพูดขวานผ่าซากและรุนแรง รวมทั้งคูณอาจเคยทำกรรมกับความรักมาก่อน เช่นหักอกคนอื่นมาก่อนจึงทำให้ไม่สมหวังในความรักรวมถึงการเงินด้วย กรรมนี้ส่งผลถึงโชคลาภเงินทองด้วย ขอให้คุณหมั่นทำดีกับพ่อแม่หรือใครก็ตามที่เลี้ยงดูคุณมา พูดจากับท่านเพราะๆหาอะไรอร่อยๆให้ท่านทาน รวมไปถึงแม้แต่ผู้ที่ต่ำกว่าเราก็ตาม กุศลนี้จะส่งผลให้ชีวิตของคุณมีความสุขความเจริญขึ้นแน่นอน และปีนี้คุณจะมีลาภลอยซื้อล๊อตเตอรี่ หรือสลากออมสินทิ้งไว้บ้างแต่อย่ามากนักพอประมาณ ควรเป็นเจ้าภาพทอดกฐินหรือบวชพระ ถวายผ้าไตรจีวร และนั่งสมาธิหมั่นทำทานและเป็นคนมีสัจจะ ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยาก หลังทำบุญทำกุศลแล้วให้กรวดน้ำอุทิศให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง...อ้อ!ปีนี้อย่าใจร้อนและใช้อารมณ์เด็ดขาด
     
  2. juriana

    juriana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    146
    ค่าพลัง:
    +190
    ขออนุโมทนาบุญด้วยค่ะ<!-- google_ad_section_end -->
     
  3. สาธินี

    สาธินี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +923
    ตอบคุณeversense...ปีนี้ดาวเรื่องการความรู้การศืกษาของคุณเจออุปสรรคปัญหาความวุ่นวายหลายเรื่อง ส่วนหนึ่งมาจากเรื่องเงินทองที่ต้องใช้จ่ายประจำวัน และเงินเก็บระวังคนมาหยิบยืมแล้วไม่ได้คืน อย่าเชื่อใจใครง่าย ส่วนเรื่องความรักที่รู้สึกว่าผิดหวังเพราะคุณเป็นคนที่พึ่งพาตัวเองได้ดี จัดว่าเป็นคนเก่งเลยทำให้ผู้ชายจะกลัวคุณ ที่จริงคุณมีคนมาชอบเยอะนะจ้ดว่ามีเสน่ห์ทีเดียวเชียวล่ะ แต่เป็นเสน่ห์แบบแข็งๆลุยๆซะมากกว่า ลองเติมเสน่ห์แบบหญิงๆลงไปให้เยอะหน่อย ยิ้มแย้มแจ่มใสให้มากขึ้น และปรุงแต่งคำพูดให้ดี คิดก่อนพูดอย่าใช้คำพูดประชดประชัน ไม่พูดให้ใครเสียใจเดี๋ยวก็มีคนมารักมาชอบเองล่ะค่ะ คุณเหมาะกับอาชีพที่บู๊ๆลุยๆ ที่ต้องใช้ความสามารถพิเศษเยอะๆ หรือต้องใช้ภาษาต่างประเทศไปในอาชีพที่ใช้คำพูดเช่นทนายความ หรือก.ม.ระหว่างประเทศก็ดีค่ะ ควรหาโอกาศปล่อยปลาบ้างโดยเฉพาะตัวที่กำลังจะโดนฆ่าจะยื่งดีมาก ขอให้ตั้งสัจจะกับตัวเองแล้วชีวิตจะดีขึ้นค่ะ..
     
  4. สาธินี

    สาธินี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +923
    ตอบคูณกำไรข้อมือ...คุณเป็นคนเก่งมีความรู้ความสามารถเชื่อมั่นตัวเองสูง การที่คุณตกงานอาจเป็นเพราะคุณค่อนข้างจะเลือกงานมากถ้าไม่ถูกใจคุณก็ไม่ทำ ทั้งๆที่คุณก็มีคนคอยช่วยเหลือ ลองทำงานงานอะไรไปก่อนก็ได้ดีมั้ย อีกอย่างคุณเป็นคนขยันเป็นพักๆ ทำอะไรไม่ต่อเนื่อง ลองมาตั้งระเบียบให้กับชีวิตเสียใหม่ ต้องเป็นคนขยันขันแข็ง มีสัจจะกับตัวเอง ตรงเวลาเสมอ ให้เป็นคนอารมณ์ดีอย่าตามใจตัวเอง อย่าจู้จี้จุกจิกไม่หลงไหลไปกับสิ่งยั่วยุง่ายๆต้องหัดเป็นคนใจแข็งไม่ปล่อยตามอารมณ์ตัวเองนัก คุณเป็นคนกล้าใช้เงิน ชอบเสี่ยงชอบลงทุน บางทีก็เพื่อหน้าตาของคุณเอง อะไรไม่จำเป็นก็ลดๆลงมาบ้าง ปีนี้จะพบคู่แบบรวดเร็วเกินความคาดหมาย อาจเป็นคนที่ผู้ใหญ่จัดหาหรือแนะนำให้น่าจะเป็นพ่อหม้ายค่ะ..
     
  5. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    อธิษฐานจิตอย่างไรให้ได้ผลไว

    การอธิษฐานจิตเพื่อที่จะให้ได้ผลอย่างรวดเร็ว ผู้นั้นต้องอธิษฐานจิตในสมาธิ กล่าวคือในขณะที่จิตของเรานิ่ง รวมกันเป็นหนึ่ง สิ่งที่เราตั้งใจไว้หากถึงพร้อมด้วยองค์สามคือ กาย วาจา ใจ เป็นหนึ่ง สิ่งที่หวังไว้หากไม่เกินวิสัยของกรรม ย่อมเห็นผลได้ในไม่ช้า ที่เป็นเช่นนั้นก็เปรียบเหมือนแสงอาทิตย์ในท้องฟ้า ความร้อนของแสงอาทิตย์หรือความสว่างของแสงอาทิตย์นั้นร้อนแรงมากอยู่แล้ว หากคุณเอาเลนส์ไปทำให้เกิดการรวมแสง ความร้อนและแสงสว่างจะเกิดกำลังทวีคูณขึ้นอย่างมหาศาล จนสามารถเผาผลาญหรือเกิดเป็นเปลวเพลิงลุกไหม้ได้ ฉันใด จิตที่ฝึกดีแล้วย่อมเกิดพลังงานได้เช่นกัน(พลังจิต) คนที่ฝึกจิตจนเข้มเเข็ง สามารถสะกดจิตคนอื่นได้ ทำของที่เเข็งให้อ่อนได้ ฯลฯ หากคุณสามารถโฟกัสความคิด หรือทำสมาธิจิตจนนิ่งมีอารมณ์เป็นหนึ่งได้ สิ่งที่อธิษฐานนั้นไม่ควรมากมายหลายอย่าง ให้เลือกเอาสิ่งที่คิดว่าเป็นไปได้ และจำเป็นที่สุดในขณะนี้ของคุณ เพียงอย่างเดียว กำหนดจิตอธิษฐานลงไปให้แน่วแน่มั่นคง ในขณะที่จิตคุณเป็นสมาธิ หรือในขณะที่เกิดปีติ มีอาการเอิบอิ่มใจ ขนลุก ขนพอง เป็นต้น สิ่งที่ต้องการบรรลุผลจะบรรลุผลโดยเร็ววัน
    ตัวอย่างที่เคยเล่าไว้ ในขวดน้ำใบหนึ่ง มีน้ำสะอาดที่ปนกับน้ำมัน น้ำสะอาดเปรียบกับความชุ่มชื่นใจ ความเอิบอิ่มใจ เป็นบุญ เป็นความสุข มีน้ำมันใส่ไว้ครึ่งขวด น้ำมันเปรียบเสมือนบาปก็ดี ความลำบากคับแค้นต่าง สิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจก็ดี สรุปง่ายๆก็คือเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องการ หากคุณอยากจะดื่มน้ำที่มีผลชุ่มเย็น คุณยกขวดขึ้นเท สิ่งที่ได้กลับเป็นน้ำมันมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ แทนที่จะได้น้ำดื่มกับได้เป็นน้ำมัน เวลาเอาน้ำสะอาดกรอกลงไปๆ น้ำมันมันกับไหลออกมาก่อน เปรียบคนที่ทำบุญทำกุศลอยู่เรื่อยๆทำไมมันมีแต่ทุกข์ มีแต่ลำบาก ยิ่งทำบุญยิ่งทุข์หนัก ไม่เห็นว่าบุญที่ตนทำไปแล้วจะได้ผลอะไร ทำดีไม่ได้ดี ทำขั่วได้ดีมีถมไป จนทำให้คนท้อแท้และเกิดความเบื่อหน่ายที่จะทำดี ดังนั้นหากเรารู้จักฝึกจิตให้ดีแล้ว สมาธิเปรียบเสมือนหลอดที่จิ้มลงไปในขวดน้ำ ตุณสามารถดื่มน้ำที่ชื่นใจได้ ทั้งๆที่น้ำมันมันยังลอยอยู่บนผิวน้ำได้ฉันใด การทำสมาธิจนจิตรวมกันเป็นหนึ่ง มีจิตนิ่งไม่หวั่นไหว สิ่งที่คุณอธิษฐานย่อมสำเร็จได้โดยเร็วไว
    ตามจริงแล้วหลักการทำสมาธิคือเพื่อให้เกิดปัญญา เพื่อให้เกิดความหลุดพ้น เพื่อให้จิตได้ผ่อนคลายจากสิ่งที่เป็นเครื่องข้องมีกิเลสต่างๆเป็นต้น ให้จิตมีที่ยึดเหนี่ยว อาหารของใจคือความปีติ ปราโมทย์ อิ่มเอิบใจ ชื่นใจ อารมณ์แห่งสมาธิชั้นสูงขึ้นๆ จะเกิด ปีติ สุข จนเป็นเอกคตารมณ์ สิ่งเหล่านี้เป็นอาหารของใจ ดังนั้นคนถึงแม้เหนื่อยกายสักเท่าใดก็ตามแต่ได้อาหารใจเข้าไป ทำให้คนๆนั้นหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง แสดงให้เห็นว่าใจมีผลมาก ดังนั้นคนที่ทำสมาธิจนจิตเกิดฌาณก็ดี สมาบัติก็ดี ถึงแม้ได้นอนแค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ตาม แต่ก็เหมือนได้นอนมาเต็มอิ่ม
    สมาธิมีผลมาก คนที่ทำบุญให้ทาน รักษาศีล มีอานิสงส์ทำให้บุญนำไปเกิดเป็นเทวดา บุญกิริยวัตถุ ๙ ประการทำให้เกิดเป็นเทวดา มีแต่ภาวนามัยประการเดียวเท่านั้นที่ทำให้ไปเกิดเป็นพรหม อานิสงส์การทำสมาธิมีมากมาย อย่างน้อยก็ทำให้ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ คนที่ทำสมาธิได้ จิตจะเกิดพลังงาน จิตที่ละเอียดจะสัมผัสกับสิ่งที่ละเอียดด้วยกันได้ หากท่านใดลองปฏิบัติสมาธิจนเกิดความสงบ เกิดปีติ เกิดความสุขเอิบอิ่มใจ แล้วอธิษฐานในสิ่งที่น่าจะเป็นไปได้ เอาสิ่งที่สำคัญๆที่สุดก่อน หากเป็นผลอย่างไรมาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ
     
  6. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    จิต ความคิด นำไปสู่กรรมอันแสดงผล

    ตัวอย่างของการใช้ความคิด หรือ ความสำเร็จของจิต ที่เป็นไปในทางที่ดีและไม่ดี ดังนั้นทุกท่านต้องคิดแต่สิ่งที่ดีๆ คิดบวกเข้าไว้ อย่าให้ความคิดลบเกิดขึ้นกับเราเด็ดขาด อย่าให้ความคิดของเราทำร้ายตัวเราเอง


    คลิกที่นี่

    ��ö��� �ط���ԡ�� �ҶҸ����� �Ե���ä��� � ˹�ҵ�ҧ��� � �� �








    <TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width="100%" height=50><TBODY><TR><TD vAlign=center align=middle VSpace="0" HSpace="0">[​IMG]</TD><TR><TD bgColor=mistyrose vAlign=bottom width="100%" align=middle vspace="0">บทนำ พระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก ค้นพระไตรปิฎก ชาดก หนังสือธรรมะ </TD></TR><TR><TD bgColor=peachpuff height=1 width="100%" vspace="0" hspace="0"></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE border=0 cellSpacing=0 cellPadding=0 width=760 align=center Valign="Bottom" Vspace="0"><TBODY><TR><TD bgColor=white smoke>[​IMG]</TD><TD bgColor=white>[​IMG]</TD></TR><TR><TD bgColor=white width=50></TD><TD bgColor=white borderColor=black width=660 border="1">
    [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG]




    อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙] <CENTER><BIG>อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท จิตตวรรคที่ ๓</BIG> <CENTER class=D></CENTER></CENTER>




    หน้าต่างที่ ๙ / ๙. <CENTER>๙. เรื่องพระโสไรยเถระ [๓๒]




    ข้อความเบื้องต้น </CENTER>พระศาสดายังพระธรรมเทศนานี้ว่า “น ตํ มาตา ปิตา กยิรา” เป็นต้น ซึ่งตั้งขึ้นใน<WBR>โสไรย<WBR>นคร ให้จบลงในพระนครสาวัตถี. <CENTER>
    เศรษฐีบุตรกลับเพศเป็นหญิงแล้วหลบหนี </CENTER>เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ในกรุงสาวัตถี, ลูกชายของ<WBR>โส<WBR>ไรย<WBR>เศรษฐี ในโสไรยนคร นั่งบนยานน้อยอันมีความสุขกับสหายผู้หนึ่งออกไปจากนคร เพื่อประโยชน์จะอาบน้ำด้วยบริวารเป็นอันมาก.
    ขณะนั้น พระมหากัจจายนเถระมีความประสงค์จะเข้าไปสู่<WBR>โส<WBR>ไรย<WBR>นคร เพื่อบิณฑบาต ห่มผ้าสังฆาฏิภายนอกพระนคร. ก็สรีระของพระเถระมีสีเหมือนทองคำ ลูกชายของโสไรยเศรษฐีเห็นท่านแล้ว จึงคิดว่า “สวยจริงหนอ พระเถระรูปนี้ควรเป็นภริยาของเรา, หรือสีแห่งสรีระของภริยาของเรา พึงเป็นเหมือนสีแห่งสรีระของพระเถระนั้น.”




    ในขณะสักว่าเขาคิดแล้วเท่านั้น เพศชายของเศรษฐีบุตรนั้น ก็หายไป, เพศหญิงได้ปรากฏแล้ว. เขาละอายจึงลงจากยานน้อยหนีไป. ชนใกล้เคียงจำลูกชายเศรษฐีนั้นไม่ได้ จึงกล่าวว่า “อะไรนั่นๆ ?” แม้นางก็เดินไปสู่หนทางอันไปยังเมืองตักกสิลา. <CENTER>




    พวกเพื่อนและพ่อแม่ออกติดตามแต่ไม่พบ </CENTER>ฝ่ายสหายของนาง แม้เที่ยวค้นหาข้างโน้นและข้างนี้ ก็ไม่ได้พบ. ชนทั้งปวงอาบเสร็จแล้วได้กลับไปสู่เรือน, เมื่อชนทั้งหลายกล่าวกันว่า “เศรษฐีบุตรไปไหน?” ชนที่ไปด้วยจึงตอบว่า “พวกผมเข้าใจว่า เขาจักอาบน้ำกลับมาแล้ว.” ขณะนั้น มารดาและบิดาของเขาค้นดูในที่นั้นๆ เมื่อไม่เห็น จึงร้องไห้ รำพัน ได้ถวายภัตเพื่อผู้ตาย ด้วยความสำคัญว่า “ลูกชายของเรา จักตายแล้ว.” <CENTER>




    นางเดินตามพวกเกวียนไปเมืองตักกสิลา </CENTER>นางเห็นพวกเกวียนไปสู่เมืองตักกสิลาหมู่หนึ่ง จึงเดินติดตามยานน้อยไปข้างหลังๆ ขณะนั้น พวกมนุษย์เห็นนางแล้ว กล่าวว่า “หล่อนเดินตามข้างหลังๆ แห่งยานน้อยของพวกเรา (ทำไม?) พวกเราไม่รู้จักหล่อนว่า ‘นางนี่เป็นลูกสาวของใคร?’ นางกล่าวว่า “นาย พวกท่านจงขับยานน้อยของตนไปเถิด. ดิฉันจักเดินไป”, เมื่อเดินไปๆ (เมื่อยเข้า) ได้ถอดแหวนสำหรับสวมนิ้วมือให้แล้ว ให้ทำโอกาสในยานน้อยแห่งหนึ่ง (เพื่อตน). <CENTER>




    ได้เป็นภริยาของลูกชายเศรษฐีในเมืองนั้น </CENTER>พวกมนุษย์คิดว่า “ภริยาของลูกชายเศรษฐีของพวกเรา ในกรุงตักกสิลา ยังไม่มี, เราทั้งหลายจักบอกแก่ท่าน, บรรณาการใหญ่ (รางวัลใหญ่) จักมีแก่พวกเรา.” พวกเขาไปแล้ว เรียนว่า “นายแก้วคือหญิง พวกผมได้นำมาแล้วเพื่อท่าน.” ลูกชายเศรษฐีนั้นได้ฟังแล้ว ให้เรียกนางมา เห็นนางเหมาะกับวัยของตน มีรูปงามน่าพึงใจ มีความรักเกิดขึ้น จึงได้กระทำไว้ (ให้เป็นภริยา) ในเรือนของตน. <CENTER>
    ชายอาจกลับเป็นหญิงและหญิงอาจกลับเป็นชายได้ </CENTER>จริงอยู่ พวกผู้ชาย ชื่อว่าไม่เคยกลับเป็นผู้หญิง หรือพวกผู้หญิงไม่เคยกลับเป็นผู้ชาย ย่อมไม่มี. เพราะว่า พวกผู้ชายประพฤติล่วงในภริยาทั้งหลายของชนอื่น ทำกาละแล้ว ไหม้ในนรกสิ้นแสนปีเป็นอันมาก เมื่อกลับมาสู่ชาติมนุษย์ ย่อมถึงภาวะเป็นหญิง สิ้น ๑๐๐ อัตภาพ
    ถึงพระอานนทเถระ ผู้เป็นอริยสาวก มีบารมีบำเพ็ญมาแล้วตั้งแสนกัลป์ ท่องเที่ยวอยู่ในสงสาร ในอัตภาพหนึ่งได้บังเกิดในตระกูลช่างทอง ทำปรทารกรรม ไหม้ในนรกแล้ว, ด้วยผลกรรมที่ยังเหลือ ได้กลับมาเป็นหญิงบำเรอเท้าแห่งชายใน ๑๔ อัตภาพ, ถึงการถอนพืช (เป็นหมัน) ใน ๗ อัตภาพ.




    ส่วนหญิงทั้งหลายทำบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้น คลายความพอใจในความเป็นหญิง ก็ตั้งจิตว่า “บุญของข้าพเจ้าทั้งหลายนี้ ขอจงเป็นไปเพื่อกลับได้อัตภาพเป็นชาย” ทำกาละแล้ว ย่อมกลับได้อัตภาพเป็นชาย. พวกหญิงที่มีผัวดังเทวดา ย่อมกลับได้อัตภาพเป็นชาย แม้ด้วยอำนาจแห่งการปรนนิบัติดีในสามีเหมือนกัน. ส่วนลูกชายเศรษฐีนี้ยังจิตให้เกิดขึ้นในพระเถระโดยไม่แยบคาย จึงกลับได้ภาวะเป็นหญิงในอัตภาพนี้ทันที. <CENTER>
    นางคลอดบุตร </CENTER>ก็ครรภ์ได้ตั้งในท้องของนาง เพราะอาศัยการอยู่ร่วมกับลูกชายเศรษฐีในตักกสิลา. โดยกาลล่วงไป ๑๐ เดือน นางได้บุตร ในเวลาที่บุตรของนางเดินได้ ก็ได้บุตรแม้อีกคนหนึ่ง.




    โดยอาการอย่างนี้ บุตรของนางจึงมี ๔ คน, คือบุตรผู้อยู่ในท้อง ๒ คน, บุตรผู้เกิดเพราะอาศัยเธอ (ครั้งเป็นชายอยู่) ในโสไรยนคร ๒ คน. <CENTER>
    นางได้พบกับเพื่อนเก่าแล้วเล่าเรื่องให้ฟัง </CENTER>ในกาลนั้น ลูกชายเศรษฐีผู้เป็นสหายของนาง (ออก) จากโสไรยนคร ไปสู่กรุงตักกสิลาด้วยเกวียน ๕๐๐ เล่ม นั่งบนยานน้อยอันมีความสุขเข้าไปสู่พระนคร. ขณะนั้น นางเปิดหน้าต่างบนพื้นปราสาทชั้นบน ยืนดูระหว่างถนนอยู่ เห็นสหายนั้น จำเขาได้แม่นยำ จึงส่งสาวใช้ให้ไปเชิญเขามาแล้ว ให้นั่งบนพื้นมีค่ามาก ได้ทำสักการะและสัมมานะอย่างใหญ่โต.
    ขณะนั้น สหายนั้นกล่าวกะนางว่า “แม่มหาจำเริญ ในกาลก่อนแต่นี้ ฉันไม่เคยเห็นนาง, ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ ไฉนนางจึงทำสักการะแก่ฉันใหญ่โต, นางรู้จักฉันหรือ?”
    นาง. จ้ะ นาย ฉันรู้จัก, ท่านเป็นชาวโสไรยนคร มิใช่หรือ?
    สหาย. ถูกละ แม่มหาจำเริญ.
    นางได้ถามถึงความสุขสบายของมารดาบิดา ของภริยา ทั้งของลูกชายทั้งสอง สหายนอกนี้ตอบว่า “จ้ะ แม่มหาจำเริญ ชนเหล่านั้นสบายดี” แล้วถามว่า “แม่มหาจำเริญ นางรู้จักชนเหล่านั้นหรือ?”
    นาง. จ้ะ นาย ฉันรู้จัก, ลูกชายของท่านเหล่านั้นมีคนหนึ่ง, เขาไปไหนเล่า?
    สหาย. แม่มหาจำเริญ อย่าได้พูดถึงเขาเลย, ฉันกับเขา วันหนึ่งได้นั่งในยานน้อยอันมีความสุขออกไปเพื่ออาบน้ำ ไม่ทราบที่ไปของเขาเลย. เที่ยวค้นดูข้างโน้นและข้างนี้ (ก็) ไม่พบเขา จึงได้บอกแก่มารดาและบิดา (ของเขา), แม้มารดาและบิดาทั้งสองนั้นของเขา ได้ร้องไห้ คร่ำครวญ ทำกิจอันควรทำแก่คนผู้ล่วงลับไปแล้ว.
    นาง. ฉัน คือเขานะ นาย.
    สหาย. แม่มหาจำเริญ จงหลีกไป, นางพูดอะไร? สหายของฉันย่อมงามเหมือนลูกเทวดา, (ทั้ง) เขาเป็นผู้ชาย (ด้วย).
    นาง. ช่างเถอะ นาย ฉัน คือเขา.
    ขณะนั้น สหายจึงถามนางว่า “อันเรื่องนี้เป็นอย่างไร?”
    นาง. วันนั้น เธอเห็นพระมหากัจจายนเถระผู้เป็นเจ้าไหม?
    สหาย. เห็นจ้ะ.
    นาง. ฉันเห็นพระมหากัจจายนะผู้เป็นเจ้าแล้ว ได้คิดว่า ‘สวยจริงหนอ พระเถระรูปนี้ควรเป็นภริยาของเรา, หรือว่าสีแห่งสรีระของภริยาของเราพึงเป็นเหมือนสีแห่งสรีระของพระเถระนั่น’, ในขณะที่ฉันคิดแล้วนั่นเอง เพศชายได้หายไป, เพศหญิงปรากฏขึ้น, เมื่อเป็นเช่นนี้ ฉันไม่อาจบอกแก่ใครได้ ด้วยความละอาย จึงหนีไปจากที่นั้นมา ณ ที่นี้ นาย.
    สหาย. ตายจริง เธอทำกรรมหนักแล้ว, เหตุไร เธอจึงไม่บอกแก่ฉันเล่า? เออ ก็เธอให้พระเถระอดโทษแล้วหรือ?
    นาง. ยังไม่ให้ท่านอดโทษเลย นาย, ก็เธอรู้หรือ? พระเถระอยู่ ณ ที่ไหน?
    สหาย. ท่านอาศัยนครนี้แหละอยู่.
    นาง. หากว่า ท่านเที่ยวบิณฑบาต พึงมาในที่นี้ไซร้, ฉันพึงถวายภิกษาหารแก่พระผู้เป็นเจ้าของฉัน.




    สหาย. ถ้ากระนั้น ขอเธอจงรีบทำสักการะไว้, ฉันจักยังพระผู้เป็นเจ้าของเราให้อดโทษ. <CENTER>
    นางขอขมาพระมหากัจจายนเถระ </CENTER>เธอไปสู่ที่อยู่ของพระเถระ ไหว้แล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนหนึ่งแล้ว เรียนว่า “ท่านขอรับ พรุ่งนี้ นิมนต์ท่านรับภิกษาของกระผม.”
    พระเถระ. เศรษฐีบุตร ท่านเป็นแขกมิใช่หรือ?
    เศรษฐีบุตร. ท่านขอรับ ขอท่านอย่าได้ถามความที่กระผมเป็นแขกเลย, พรุ่งนี้ ขอนิมนต์ท่านรับภิกษาของกระผมเถิด.
    พระเถระรับนิมนต์แล้ว. สักการะเป็นอันมาก เขาได้ตระเตรียมไว้แม้ในเรือนเพื่อพระเถระ.
    วันรุ่งขึ้น พระเถระได้ไปสู่ประตูเรือน. ขณะนั้น เศรษฐีบุตรนิมนต์ท่านให้นั่งแล้ว อังคาส (เลี้ยงดู) ด้วยอาหารประณีต พาหญิงนั้นมาแล้ว ให้หมอบลงที่ใกล้เท้าของพระเถระ เรียนว่า “ท่านขอรับ ขอท่านจงอดโทษแก่หญิงผู้สหายของกระผม (ด้วย).”
    พระเถระ. อะไรกันนี่?
    เศรษฐีบุตร. ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ในกาลก่อน คนผู้นี้ได้เป็นสหายที่<WBR>รัก<WBR>ของ<WBR>กระ<WBR>ผม พบ<WBR>ท่าน<WBR>แล้ว ได้คิดชื่ออย่างนั้น; เมื่อเป็นเช่นนั้น เพศชายของเขาได้หายไป, เพศหญิงได้ปรากฏแล้ว, ขอท่านจงอดโทษเถิด ท่านผู้เจริญ.




    พระเถระ. ถ้ากระนั้น เธอจงลุกขึ้น, ฉันอดโทษให้แก่เธอ. <CENTER>
    เขากลับเพศเป็นชายแล้วบวชได้บรรลุอรหัตผล </CENTER>พอพระเถระเอ่ยปากว่า “ฉันอดโทษให้” เท่านั้น เพศหญิงได้หายไป, เพศชายได้ปรากฏ<WBR>แล้ว. เมื่อเพศชาย พอกลับปรากฏขึ้นเท่านั้น. เศรษฐีบุตรในกรุงตักกสิลาได้กล่าวกะเธอว่า “สหายผู้ร่วมทุกข์ เด็กชาย ๒ คนนี้เป็นลูกของเรา แม้ทั้งสองแท้ เพราะเป็นผู้อยู่ในท้องของเธอ (และ) เพราะเป็นผู้อาศัย ฉันเกิด, เราทั้งสองจักอยู่ในนครนี้แหละ, เธออย่าวุ่นวายไปเลย.”
    โสไรยเศรษฐีบุตรพูดว่า “ผู้ร่วมทุกข์ ฉันถึงอาการอันแปลก คือเดิม<WBR>เป็น<WBR>ผู้<WBR>ชาย แล้วถึงความเป็นผู้หญิงอีก แล้วยังกลับเป็นผู้ชายได้อีก โดยอัตภาพเดียว (เท่านั้น); ครั้งก่อน บุตร ๒ คนอาศัยฉันเกิดขึ้น, เดี๋ยวนี้ บุตร ๒ คนคลอดจากท้องฉัน; เธออย่าทำความสำคัญว่า ‘ฉันนั้นถึงอาการอันแปลกโดยอัตภาพเดียว จักอยู่ในเรือนต่อไปอีก, ฉันจักบวชในสำนักแห่งพระผู้เป็นเจ้าของเรา เด็ก ๒ คนนี้จงเป็นภาระ<WBR>ของ<WBR>เธอ, เธออย่าเลินเล่อในเด็ก ๒ คนนี้” ดังนี้แล้ว จูบบุตรทั้ง ๒ ลูบ (หลัง) แล้ว มอบให้แก่บิดา ออกไปบวชในสำนักพระเถระ,
    ฝ่ายพระเถระให้เธอบรรพชาอุปสมบทเสร็จแล้ว พาเที่ยวจาริกไป ได้ไปถึงเมืองสาวัตถีโดยลำดับ. นามของท่านได้มีว่า “โสไรยเถระ.”
    ชาวชนบทรู้เรื่องนั้นแล้ว พากันแตกตื่นอลหม่านเข้าไปถามว่า “ได้ยินว่า เรื่องเป็นจริงอย่างนั้นหรือ? พระผู้เป็นเจ้า.”
    พระโสไรยะ. เป็นจริง ผู้มีอายุ.
    ชาวชนบท. ท่านผู้เจริญ ชื่อว่าเหตุแม้เช่นนี้มีได้ (เทียวหรือ?); เขาลือกันว่า “บุตร ๒ คนเกิดในท้องของท่าน, บุตร ๒ คนอาศัยท่านเกิด” บรรดาบุตร ๒ จำพวกนั้น ท่านมีความสิเนหามากในจำพวกไหน?
    พระโสไรยะ. ในจำพวกบุตรผู้อยู่ในท้อง ผู้มีอายุ.
    ชนผู้มาแล้วๆ ก็ถามอยู่อย่างนั้นนั่นแหละเสมอไป. พระเถระบอกแล้วบอกเล่าว่า “มีความสิเนหาในจำพวกบุตรผู้อยู่ในท้องนั้นแหละมาก.” เมื่อรำคาญใจจึงนั่งแต่คนเดียว ยืนแต่คนเดียว. ท่านเข้าถึงความเป็นคนเดียวอย่างนี้ เริ่มตั้งความสิ้นและความเสื่อมในอัตภาพ บรรลุพระอรหัตพร้อมด้วยปฏิสัมภิทาทั้งหลายแล้ว.
    ต่อมา พวกชนผู้มาแล้วๆ ถามท่านว่า “ท่านผู้เจริญ ได้ยินว่า เหตุชื่ออย่างนี้ได้มีแล้ว จริงหรือ?”
    พระโสไรยะ. จริง ผู้มีอายุ.
    พวกชน. ท่านมีความสิเนหามากในบุตรจำพวกไหน?
    พระโสไรยะ. ขึ้นชื่อว่าความสิเนหาในบุตรคนไหนๆ ของเรา ย่อมไม่มี.




    ภิกษุทั้งหลายกราบทูลพระศาสดาว่า “ภิกษุรูปนี้พูดไม่จริง ในวันก่อนๆ พูดว่า ‘มีความสิเนหาในบุตรผู้อยู่ในท้องมาก’ เดี่ยวนี้พูดว่า ‘ความสิเนหาในบุตรคนไหนๆ ของเราไม่มี,’ ย่อมพยากรณ์พระอรหัตผล พระเจ้าข้า.” <CENTER>
    จิตที่ตั้งไว้ชอบดียิ่งกว่าเหตุใดๆ </CENTER>พระศาสดาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย บุตรของเราพยากรณ์อรหัตผลหามิได้, (เพราะว่า) ตั้งแต่เวลาที่บุตรของเรา เห็นมรรคทัสนะ<SUP>๑-</SUP> ด้วยจิตที่ตั้งไว้ชอบแล้ว ความสิเนหาในบุตรไหนๆ ไม่เกิดเลย, จิตเท่านั้น ซึ่งเป็นไปในภายในของสัตว์เหล่านี้ ย่อมให้สมบัติที่มารดาบิดาไม่อาจทำให้ได้” ดังนี้แล้ว
    จึงตรัสพระคาถานี้ว่า
    <TABLE class=D border=0 cellSpacing=0><TBODY><TR vAlign=top><TD>๙. <TD>น ตํ มาตา ปิตา กริยา <TD>อญฺเญ วาปิ จ ญาตกา <TR vAlign=top><TD><TD>สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ <TD>เสยฺยโส นํ ตโต กเร. <TR vAlign=top><TD><TD colSpan=2>มารดาบิดา ก็หรือว่าญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้น (ให้ได้), <TR vAlign=top><TD><TD colSpan=2>(แต่) จิตอันตั้งไว้ชอบแล้ว พึงทำเขาให้ประเสริฐกว่าเหตุนั้น.</TD></TR></TBODY></TABLE>____________________________




    <SUP>๑-</SUP> บาลีบางแห่งว่า มตฺตสฺส ทิฏฺฐกาลโต แต่กาลเห็นมรรค. <CENTER>
    แก้อรรถ </CENTER>บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตํ ความว่า มารดาบิดา (และ) ญาติเหล่าอื่น ไม่ทำเหตุนั้นได้เลย.
    บทว่า สมฺมาปณิหิตํ คือ ชื่อว่าตั้งไว้ชอบแล้ว เพราะความเป็นธรรมชาติตั้งไว้<WBR>ชอบ<WBR>ใน<WBR>กุศล<WBR>กรรม<WBR>บถ ๑๐.
    บาทพระคาถาว่า เสยฺยโส นํ ตโต กเร. ความว่า พึงทำคือย่อมทำเขาให้ประเสริฐกว่า คือเลิศกว่า ได้แก่ให้ยิ่งกว่าเหตุนั้น.
    จริงอยู่ มารดาบิดา เมื่อจะให้ทรัพย์แก่บุตรทั้งหลาย ย่อมอาจให้ทรัพย์สำหรับไม่ต้องทำการงานแล้วเลี้ยงชีพโดยสบาย ในอัตภาพเดียวเท่านั้น, ถึงมารดาบิดาของนางวิสาขา ผู้มีทรัพย์มากมายถึงขนาด มีโภคะมากมาย ได้ให้ทรัพย์สำหรับเลี้ยงชีพโดยสบายแก่นาง ในอัตภาพเดียวเท่านั้น, ก็อันธรรมดามารดาบิดาที่จะสามารถให้สิริ คือความเป็นพระเจ้า<WBR>จักร<WBR>พรรดิ<WBR>ในทวีปทั้งสี่ ย่อมไม่มีแก่บุตรทั้งหลาย. จะป่วยกล่าวไปไย (ถึงมารดาบิดาผู้ที่สามารถให้) ทิพยสมบัติหรือสมบัติมีปฐมฌานเป็นต้น (จักมีเล่า), ในการให้โลกุตรสมบัติ ไม่ต้องกล่าวถึงเลย. แต่ว่าจิตที่ตั้งไว้ชอบแล้ว ย่อมอาจให้สมบัตินี้ แม้ทั้งหมดได้, เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า “เสยฺยโส นํ ตโต กเร.”
    ในเวลาจบเทศนา ชนเป็นอันมากบรรลุอริยผลทั้งหลาย มีโสดาปัตติผลเป็นต้น.




    เทศนาได้เป็นประโยชน์แก่มหาชน ดังนี้แล. <CENTER>
    เรื่องพระโสไรยเถระ จบ.
    จิตตวรรควรรณนา จบ
    วรรคที่ ๓ จบ </CENTER>
    .. อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท จิตตวรรคที่ ๓ จบ.




    อ่าน อรรถกถาหน้าต่างที่ [หน้าสารบัญ] [๑] [๒] [๓] [๔] [๕] [๖] [๗] [๘] [๙]
    [​IMG][​IMG][​IMG][​IMG][​IMG]
    อ่าน เนื้อความในพระไตรปิฎก
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/v.php?B=25&A=366&Z=394
    - -- ---- ----------------------------------------------------------------------------
    ดาวน์โหลด โปรแกรมพระไตรปิฎก
    บันทึก ๙ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘
    หากพบข้อผิดพลาด กรุณาแจ้งได้ที่ DhammaPerfect@yahoo.com






    </TD></TR></TBODY></TABLE>
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มีนาคม 2011
  7. ณัฐณรงค์

    ณัฐณรงค์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มกราคม 2010
    โพสต์:
    146
    ค่าพลัง:
    +280
    ขอบพระคุณ คุณสาธินีมากครับ
     
  8. juriana

    juriana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    146
    ค่าพลัง:
    +190
    ขอบคุณคุณสาธินีมากนะคะ ตรงมากค่ะ
     
  9. กันตชาดาพล

    กันตชาดาพล สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +0
  10. สาธินี

    สาธินี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +923
    ตอบคุณพศวีร์...คุณเป็นคนที่หาเงินได้เก่งได้คล่อง มีเงินเข้ามาหลายทางหาได้ง่ายมีคนให้ความช่วยเหลือเสมอๆ แต่ตัวคุณนั้นมีกรรมกับครอบครัวลูกหลาน ลูกน้อง ภายในบ้านมีแต่ความวุ่นวาย ล้วนแล้วแต่มีเรื่องมาให้อยู่เสมอๆ บางทีตัวเองก็เข้าไปยุ่งกับชีวิตคนอื่นมากไป ดาวการเงินเสียส่งผลให้การเงินไม่มั่นคง ถึงแม้จะหามาง่ายแต่ก็ต้องทำให้มีเรื่องต้องจ่ายออกไป ดังนั้นให้หมั่นทำบุญทำทานช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากอย่างสม่ำเสมออย่าได้ขาดเป็นการสร้างทานบารมี ชำระหนี้สงฆ์ทุกครั้งที่มีโอกาศ หมั่นสวดมนต์นั่งสมาธิถือศีล๕ หลังจากการทำบุญแล้วให้กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง ควรถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีเป็นทาน หรือพิมพ์หนังสือธรรมะแจก และอย่าเป็นคนซื่อจนเกินไป การงานในปีนี้ยังมีคนช่วยเหลือแต่ระวังขัดแย้งกับผู้ใหญ่หรือหัวหน้า อาจต้องมีการโยกย้ายเปลี่ยนแปลง ควรระวังเรื่องเอกสารสัญญา และเรี่องเินทองโดยเฉพาะบัตรเครดิตอย่ารูดเกินจะเกิดการเสียหายได้ งานที่เหมาะกับคุณคืองานที่เกี่ยวข้องกับการบริการต่างๆโดยเฉพาะกับต่างชาติจะดีค่ะ..
     
  11. พศวีร์

    พศวีร์ Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    144
    ค่าพลัง:
    +29
    ขอบคุณคุณสาธินีมากครับ...ดังนั้นให้หมั่นทำบุญทำทานช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากอย่างสม่ำเสมออย่าได้ขาดเป็นการสร้างทานบารมี ชำระหนี้สงฆ์ทุกครั้งที่มีโอกาศ หมั่นสวดมนต์นั่งสมาธิถือศีล๕ หลังจากการทำบุญแล้วให้กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรทุกครั้ง ควรถ่ายทอดวิชาความรู้ที่มีเป็นทาน...นี่ล่ะครับคือสิ่งที่ผมทำได้ง่ายที่สุดในชาตินี้และจะขอทำตลอดทั้งชาติ
     
  12. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    คาถาพระพุทธเจ้าเปิดโลก

    คาถาพระพุทธเจ้าเปิดโลก
    คาถานี้หลวงพ่อพุธ ฐานิโย ท่านเคยบอกไว้ในเทป สำหรับผู้ที่ต้องการไปเที่ยวนรก เที่ยวสวรรค์ ในนิมิตแห่งการเจริญสมาธิ หาดอกไม้ ๑ คู่ เทียน ๑ คู่ถวายพระ แล้วเสกด้วยคาถาพระพุทธเจ้าเปิดโลก โดยไหว้พระก่อนคือ
    อะระหัง สัมมา สัมพุทโธ ภะคะวา,พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิฯ (กราบลง ๑ ครั้ง)
    สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,ธัมมัง นะมัสสามิฯ (กราบลง ๑ ครั้ง)
    สุปะฎิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,สังฆัง นะมามิฯ (กราบลง ๑ ครั้ง)
    นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
    เอาดอกไม้ไว้ในมือ พนมแล้วกล่าวว่า
    พุทโธ ทีปังกะโร โลกะทีปัง อากาสะ กะสิณัง วิโสทะยิ
    ธัมโม ทีปังกะโร โลกะทีปัง อากาสะ กะสิณัง วิโสทะยิ
    สังโฆ ทีปังกะโร โลกะทีปัง อากาสะ กะสิณัง วิโสทะยิ
    พระพุทธเจ้า,พระธรรมเจ้า,พระสงฆเจ้าเป็นดวงประทีปแก้วส่องโลก ขอจงโปรดส่องสว่างทางนรก ทางสวรรค์ ให้ข้าพเจ้าเห็นจริงแจ่มแจ้งในกาลบัดนี้เถิด
    วิธีทำสมาธิตามแบบท่านพระอาจารย์เสาร์
    คาถานี้มีอยู่ในเทศน์เรื่องวิธีทำสมาธิตามแบบท่านพระอาจารย์เสาร์ ลำดับที่ 119 http://www.fungdham.com/sound/put.html นาทีที่ 42 - นาทีที่ 44 ครับ
    ใครอยากเห็น นรก - สวรรค์ ลองทำดูนะครับ ส่วนผมไม่เอาครับ ชอบสงบๆครับ ใครชอบฤทธิ์ลองดูไหมละครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 22 มีนาคม 2011
  13. อรอรุณ

    อรอรุณ สมาชิกใหม่

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 กุมภาพันธ์ 2011
    โพสต์:
    31
    ค่าพลัง:
    +2
    ขอบพระคุณค่ะ
     
  14. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    ธรรมะมาฝาก

    "สิ่งทั้งหลายมีกรรมเป็นปัจจัย บุคคลจึงแตกต่างกัน วิบากที่เกิดเพราะกรรม สุขก็ดี ทุกข์ก็ดี หากไม่มีกรรมเป็นปัจจัยแล้วย่อมไม่มีไม่เป็นในสิ่งนั้น กุศลกรรมเป็นปัจจัยให้เกิดความสุข อกุศลกรรมเป็นปัจจัยให้เกิดความทุกข์ คนเป็นสัมมาทิฏฐิกับมิจฉาทิฏฐิมันใกล้กันมาก จะรู้ได้ก็ต้องอาศัย ศรัทธา ศีล สุตตะ จาคะ ปัญญา "



    "อะไรที่เป็นที่รักที่ชอบใจ ถ้าบุคคลเข้าไปเพลิดเพลิน ผลของสิ่งนั้นก็คือความเศร้าโศกเสียใจในภายหลัง เมื่อสิ่งเหล่านั้นแปรปรวนไป ถ้าเราเข้าไปเพลิดเพลินในอารมณ์ใดมาก ถ้าอารมณ์นั้นวิบัติเพลิดเพลินเท่าไรก็เสียใจเท่านั้น เพลิดเพลินมากก็เสียใจมากเพลิดเพลินน้อยก็เสียใจน้อย ถ้ายิ่งต้องการมากก็เสียใจมาก เมื่อสิ่งนั้นแปรไป ในโลกนี้มีสิ่งอะไรบ้างที่ไม่แปรเปลี่ยน ถ้าเรายินดีในสิ่งที่แปรเปลี่ยนเท่ากับเรายินดีในความเสียใจต่อไป เช่นถ้าเรายินดีในบุคคลใดบุคคลหนึ่ง บุคคลนั้นเขามั่นคงเสมอไหม? ถ้าเขาเปลี่ยนไปเขาพาใจเราเสียไปด้วยไหม? ถ้าเราไปสร้างความหวังกับอารมณ์ใดๆมากๆอารมณ์นั้นนั่นแหละ จะก่อความเจ็บช้ำน้ำใจกับเรามาก การเพลิดเพลินยินดีในอารมณ์ทั้งหลายจึงมีโทษ "

    http://www.archive.org/details/018Pra_Sombut.24

    ท่านเทศน์ไว้ดี ก็เลยนำมาฝากเพื่อนครับ
     
  15. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    คาถาคุ้มภัย

    นะโม ๓ จบ
    สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโสฯ
    คาถานี้แปลว่า ด้วยอานุภาพของพระพุทธ้จ้าทั้งหลาย พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย อีกทั้งทั้งพระอรหันต์ ทั้งหลายของจงโปรดคุ้มครองข้าพเจ้าด้วยเทอญ.....
    คาถานี้เป็นคาถาที่ป้องกันสิ่งที่ไม่ดีทั้งปวง ทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล หากใครมีความทุกข์มากๆ ให้เอาน้ำใส่ขัน หรือ แก้ว หันหน้าไปทางทิศตะวันออก นึกถึงพระพุทธานุภาพ พระธัมมานุภาพ พระปัจเจกพุทธานุภาพ และพระสังฆานุภาพ แล้วเสกคาถานี้ด้วยจิตที่สงบ สวด ๗หรือ๙ จบก็ได้ แล้วนำน้ำมาดื่มหรืออาบ จะล้างหน้าตอนเช้าเสกน้ำล้างหน้าด้วยคาถานี้ ทำให้มีเมตตามหานิยม จะเดินทางไปไกลก็ดี ฝันร้าย ตกใจ แก้นิมิตร้ายต่างๆได้ดีมาก ป้องกันอมนุษย์ที่คิดร้าย ฯลฯ ควรบริกรรมคาถานี้อยู่เสมอๆ ครับผม
     
  16. konngaam

    konngaam เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    10 มกราคม 2008
    โพสต์:
    615
    ค่าพลัง:
    +369
    ได้ความรู้ประดับตัวมากมายขอบคุณครับ
     
  17. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    สารพัดวิธีแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา

    สารพัดวิธีแก้กรรม สะเดาะเคราะห์ต่อชะตา<O:p</O:p

    ในวงการโหราศาสตร์ก็ดี นักจิตวิทยา ใช้ญาณ ใช้เซนท์ หรือคนทำนายทายทักด้วยวิธีต่างๆสารพัดวิธี การที่ผู้มารับคำพยากรณ์ถึงคราวดวงตก ติดกรรมหรือมีเหตุอันเป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าชะตาได้รับความทุกข์ ความเดือดร้อนต่างๆนานานั้น บทวิเคราะห์ของผู้ทำนายทายทักหลายๆท่าน สรุปให้เป็นเพราะกรรมที่ได้ทำไว้ในอดีต มีเจ้ากรรมนายเวรต่างๆ จะต้องแก้กรรมอย่างไร วิธีไหน เท่าที่ผมเคยได้ยินได้ฟังมา หลายๆแบบหลายๆวิธี ลองใช้วิจารณญาณดูนะครับ ว่าทำแล้วอย่างไหนถึงจะแก้กรรมได้ วิธีไหนจะใช้ได้ผล ??.. แบบชาวบ้านๆหรือจะแบบชาวพุทธๆ<O:p</O:p

    กรรมทำแท้ง<O:p</O:p

    วิญญาณเด็กตามอาฆาต ทำให้การประกอบอาชีพไม่เจริญก้าวหน้า มีปัญหาเรื่องสุขภาพ เจ็บป่วย ฝันเห็นเด็กมาทำร้าย ฝันเห็นเด็กมาอยู่ใกล้ๆเสมอๆ วิธีแก้กรรม ทำบุญถวายสังฆทาน ถวายผ้าไตรจีวร ทำบุญขวดนมขวดน้ำเด็ก ทำบุญของเล่นเด็ก ทำบุญเสื้อผ้าเด็ก (บ้างก็ให้เอาสิ่งเหล่านี้ไปถวายพระหรือทำบุญแจกทาน) แล้วกรวดน้ำให้วิญญาณเด็ก เด็กจะได้ไปเกิด บ้างก็ให้ไปเช่ากุมารมาเลี้ยงแล้วเรียกวิญญาณเด็กหรือลูกให้เข้ามาในร่างกุมาร เรียกกินข้าวกินน้ำตามที่ตนได้กิน เอาขึ้นหิ้งบูชาบ้าง ซื้อขนมซื้อของเล่นมาให้กุมารเล่นบ้าง <O:p</O:p

    กรรมทำร้ายหรือฆ่าสัตว์<O:p</O:p

    บางคนเจ็บป่วยบ่อย ไม่สบาย เกิดพิกลพิการ เกิดทุกขเวทนาทางร่างกายต่างๆ มีสิ่งเข้ามาบั่นทอนชีวิตความเป็นอยู่ อับโชคไร้วาสนา วิธีแก้กรรม ไปทำบุญปล่อยนกปล่อยปลา เต่า ปล่อยสัตว์ใหญ่เช่นโค กระบือ ถวายสังฆทาน ส่วนมากแก้กรรมโดยปล่อยชีวิตสัตว์เป็นทานเอาอาหารใส่กระทงเล็กๆไปไหว้ผีไม่มีญาติตามทางแยกต่างๆ บังสุกุลเป็นบังสุกุลตาย<O:p</O:p

    เรื่องความรัก<O:p</O:p

    คนที่มีปัญหาโรคหัวใจ(หัวใจแตกสลาย) อกหัก รักคุด ครอบครัวแตกแยก ไร้คู่ ชีวิตรักมักมีความทุกข์สารพัดสารพัน สรุปคือไม่สมหวังเรื่องการมีคู่ครอง วิธีแก้กรรม เอาหอยขมไปปล่อย ชิวิตจะได้ไม่ขมขื่น เอาแจกันไปถวายพระ เอาของเป็นคู่ๆไปถวายพระ ไปขอพรกับเทพเจ้าแห่งความรักแถวเวิลด์เทรดฯ ถวายดอกกุหลาบพระ เอาแผ่นดวงตัวเองกับคู่ครองไปไว้ใต้ฐานพระ<O:p</O:p

    เรื่องงานหรือกิจการ<O:p</O:p

    การงานมีปัญหาไม่ราบรื่น ขาดสภาพคล่อง เจ้านายไม่รัก ลูกน้องสร้างปัญหา ถูกเลื่อยขาเก้าอี้ ตำแหน่งหน้าที่การงานไม่ก้าวหน้า วิธีแก้กรรม ถวายสังฆทาน ปล่อยปลาไหล(งานจะได้ลื่นไหล ทำอะไรๆจะได้คล่องตัว) ไหว้เจ้าที่เจ้าทาง ถวายเครื่องสักการะอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นน้ำหรืออาหาร ท่านจะได้ช่วยเรียกลูกค้า <O:p</O:p

    เรื่องการเงิน<O:p</O:p

    การเงินมีปัญหา เงินไม่พอใช้ เป็นหนีเป็นสิน เดือดร้อนเพราะทรัพย์ ถูกโกง ถูกฟ้องร้องล้มละลาย ฯลฯ วิธีแก้กรรม ถวายสังฆทาน ไปขอพรเทพเจ้าแห่งโชคลาภ เอาของดำ ๘ อย่างไปไหว้พระราหู (พระราหูเป็นเทพเจ้าโชคลาภองค์หนึ่งและเป็นเทวดาที่มีฤทธิ์มาก) ไปไหว้ขอพรพระพิฆเนศ พระพรหม <O:p</O:p
    สรุปโดยรวมไม่ว่าจะเป็นกรรมใดๆก็ตามวิธีแก้คือ<O:p</O:p
    ส่วนมากเขาจะให้ไปถวายสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา หอย กบ เต่า บ้างก็ให้ไปบวชชีพราหมณ์เข้ากรรมฐาน รักษาศีล ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน หลังจากนั้นคนที่ไปทำบุญด้วยวิธีการต่างๆเหล่านั้นก็ดูเหมือนว่าจะเกิดความสบายใจขึ้นจากก่อนเยอะเลย คิดว่าสิ่งที่ตนเองแก้กรรมด้วยวิธีต่างๆแล้วนั้นกรรมจะได้ทุเลาเบาบางลง หรือหมดสิ้นเคราะห์กรรมกันเสียที บางคนเสียทั้งเงิน เสียทั้งของ แต่ทำไมทุกข์มันยังไม่หมดเสียที ทำไม ทำไม และก็ทำไม ???..... บางคนทุกข์หนักกว่าเก่าอีก ตกลงแก้กรรมหรือยิ่งดิ้นยิ่งรัด.....หนอ? <O:p</O:p
    จากเมื่อก่อนผมก็เคยทำมาแล้วหลายๆอย่าง ตามวิธีนะครับ ใครว่าดีก็ลองทำดู จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้ฟังธรรมหลวงพ่อพระราชพรหมยาน (หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ)และครูบาอาจารย์ต่างๆ ตามลำดับเรื่อยมา มีข้อให้คิดอย่างนี้นะครับ <O:p</O:p
    การที่เราคิดว่าการที่เราไปทำบุญต่างๆด้วยการถวายสังฆทานก็ดี ทำบุญนั่นทำบุญนี่ก็ดี แล้วก็มานั่งคิดว่า บุญที่เราทำแล้วจะกำจัดทุกข์ให้เราได้หมดสิ้น เราก็เกิดความสบายอกสบายใจ นั่นคือการตั้งตนอยู่ในความประมาท ตามจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นบาปมากบาปน้อยบุญมากหรือบุญน้อย หากกระทำสิ่งใดๆลงไปแล้วต้องได้รับผลของการกระทำนั้นๆแน่นอน สิ่งที่เราทำนั้นแค่ทำให้ใจสบายขึ้นมาชั่วขณะหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากมีพิธีกรรมเบี่ยงเบนความวิตกกังวลเรื่องที่ทุกข์ๆนั้นชั่วขณะ หากต้องการแก้กรรมนั้น ต้องแก้โดยการทำความดี หรือบุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการเป็นต้น ให้สิ่งที่เป็นกุศลวิบากไปเบียดเบียนหรือตัดรอนอกุศลวิบากกรรมนั้น จึงจะเรียกได้ว่าเป็นสัมมาทิฐิ คนมีทุกข์หรือดวงตก ส่วนมากจะถูกอกุศลวิบากบีบคั้นความคิด จิตใจ การกระทำ ให้เป็นไปในทางที่ไม่ดี แม้มีวิธีแก้กรรมที่ว่าได้ผลอย่างเฉียบขาดสักปานใด หากกุศลกรรมไม่ได้เข้ามาให้ผลแล้วเพียงใด บุคคลผู้นั้นก็ไม่มีเหตุที่จะได้ไปเจริญบุญ เจริญกุศลเพื่อแก้กรรมได้เลย <O:p</O:p

    อีกแนวหนึ่งแห่งวิธีการแก้กรรม<O:p</O:p

    ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทางโลกๆ หรือทางธรรมะก็ตาม หากคนที่ทำผิดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมก็ดี เป็นหนี้เป็นสินเขาก็ดี ย่อมที่ต้องได้รับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายบ้านเมือง ไม่มีใครที่ทำผิดแล้วโดยจะเจตนาก็ดีหรือไม่เจตนาก็ดี จะลบล้างความผิดที่ตนทำไว้ได้โดยไม่ต้องรับโทษหรือผลการกระทำนั้นๆได้เลย หากจำเลยยอมรับสารภาพ ศาลอาจมีเมตตาลดโทษนั้นลงบ้างฉันใด คนที่เคยทำผิดไว้แล้ว ไม่ว่ากรณีใดๆหากสำนึกว่า สิ่งที่ตนทำแล้วนั้นเป็นสิ่งอันไม่ควร สำนึกและกลับตัวกลับใจตั้งใจทำความดีเพื่อแก้ไขในสิ่งผิดอย่างนี้เป็นสิ่งแรก อย่างน้อยก็คิดว่าจะผ่อนหนักให้กลายเป็นเบาได้ และวิธีต่อไปคือ<O:p</O:p
    ๑ อาจเป็นการให้ทานโดยวิธีต่างๆ เช่น ถวายสังฆทาน ผ้าไตรจีวร เสนาสนะ จะเป็นการให้ทานด้วยวัตถุ สิ่งของ หนังสือธรรมะ หนังสือสวดมนต์ ต่างๆก็เป็นการดี ผลของการให้ทานมีอาหารเป็นต้น ทำให้เกิดโภคสมบัติ มีความอิ่มเอิบใจ ขึ้นชื่อว่าได้ให้ อายุ วรรณะ สุข และพละกำลัง ให้ธรรมะเป็นทานเป็นเหตุแห่งการมีปัญญา การให้อภัยทานเป็นเหตุแห่งสันติสุข <O:p</O:p
    ๒ ให้ชีวิตเป็นทาน ตามแต่ตนเองจะทำได้ มีเรื่องเล่าไว้ถึงอานิสงส์การให้ชีวิตเป็นทานว่า ในสมัยหนึ่งมีสามเณรองค์หนึ่ง ท่านมีชะตาขาดต้องตายภายใน ๗ วัน พระอุปัชฌาย์ให้เณรกลับบ้านเกิดเมืองนอนของตน เพื่อไปบอกลาพ่อแม่ญาติพี่น้องของตนเสียก่อนที่จะตาย ในระหว่างการเดินทาง เณรได้พบปลาตัวหนึ่งดิ้นทุรนทุลายอยู่ในปรักตมซึ่งน้ำกำลังแห้ง ด้วยจิตเมตตา เณรจึงได้จับปลานั้นไปปล่อยในหนองน้ำอีกที่หนึ่ง แล้วก็เดินทางไปหาพ่อแม่ของตน ในวันที่ ๗ นั้นเอง เณรได้ไปหยุดหาที่พักในกระท่อมแห่งหนึ่งเพื่อค้างแรม ในคืนนั้นขณะที่เณรนั่งสมาธิอยู่ มีงูตัวใหญ่เลื้อยมาหวังกินเณรเป็นอาหาร เณรก็รู้ว่าจะต้องถูกกินแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ต้องตายจึงเจริญมรณานุสติ ด้วยอานิสงส์บุญที่เณรได้ช่วยชีวิตปลานั้นไว้ส่งผล ทำให้งูที่กำลังจะกินเณรน้อยองค์นั้นเกิดเปลี่ยนใจเลื้อยหนีไป เณรกลับไปหาพระอุปัชฌาย์ของตนในวันต่อมา พระอุปัชฌาย์ท่านเคยทำนายทายทักใครไว้ไม่เคยผิด ท่านเป็นพระอรหันต์ด้วย เห็นเณรไม่ตาย ท่านจึงถามเณรว่าในระหว่างทางเณรไปทำอะไรมา เมื่อได้รับคำตอบจากเณรจึงรู้ได้โดยนิมิตกรรมว่าเป็นเพราะกุศลกรรม(บุญ)ตัดรอนอกุศลกรรม(บาป)ที่จะทำให้ตาย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของพิธีกรรมการปล่อยปลามาจนถึงปัจจุบันนี้ <O:p</O:p
    ๓ บวชเนกขัมมะปฏิบัติ ( คือการไปถือศีล ปฏิบัติธรรม กรรมฐาน ) คนที่มีปัญหามากๆ เกิดจากผลของบาปที่รุนแรงหรือเป็นเพราะมีกรรมหนัก การปฏิบัติเนกขัมมะ คือการอยู่ในขอบเขตที่จำกัด ต้องทนต่อทุกขเวทนาจากการนั่งสมาธิ จากการงดอาหารในยามวิกาลก็ดี การบวชเนกขัมมะถือว่ามีอานิสงส์มาก ให้ตั้งใจปฏิบัติให้ดีๆแล้วจะได้พ้นเคราะห์ พ้นทุกข์ได้โดยเร็ว <O:p</O:p
    ส่วนอื่นๆที่พึงลด ละ เลิกได้ก็พึงทำ การปลูกต้นไม้ย่อมยังผลและดอกได้ด้วยกาลเวลาแล้วฉันใด สิ่งทั้งหลายย่อมให้ผลด้วยกาลตามเวลาฉันนั้น ตราบใดที่ผลของกรรมชั่วยังไม่ให้ผลแล้วคนพาลย่อมประมาทอยู่<O:p</O:p
     
  18. สาธินี

    สาธินี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    171
    ค่าพลัง:
    +923
    ตอบคุณTriple777...งานที่เหมาะกับคุณคืองานที่ต้องมีการพบปะพูดคุยติดต่อสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ งานด้านบริการต่างๆหรือที่ต้องตืดต่อกับต่างชาติก็ดี เช่นมัคคุเทศก์ สังคมสงเคราะ หรือเลขานุการ ถ้าปีนี้คุณทำงานอยู่ให้ระวังความเสียหายทางด้านการเงินและเอกสารต่างๆ รวมถึงความเสียหายจากคำพูด ถ้าพูดโดยไม่คิดจะก่อให้เกิดความเสียหายได้ ต้องมีสติและคิดให้ดีก่อนพูด มีเรื่องใช้เงินเยอะการริเริ่มงานใหม่ต้องใช้ความอดทนสูง เรื่องความรักปีนี้มีเพศตรงข้ามเข้ามาในชีวิต อาจทำเป็นเข้ามาให้ความช่วยเหลือแต่ต้องดูให้ดีว่าเขามีเจตนาอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า..และอย่าตั้งความหวังไว้สูงมาก ควรเผื่อใจเอาไว้บ้าง ต้องระวังเรื่องการเงินให้ดีมีเกณท์สูญเสีย หรือมิฉะนั้นทำอะไรเกี่ยวกับการเงืนจะอยู่ในมุมอับ อย่าไว้ใจใครเป็นอันขาด..โดยเฉพาะคนที่เข้ามา ถ้ามีโอกาศให้ไปทำบุญกับคนพิการทางหู ร.พ.โรคสมอง หรือร.ร.สอนคนหูหนวกบ้างนะคะ จะทำให้เราเป็นผู้มีปัญญาดืและจะได้ยินได้ฟังแต่สิ่งดืๆค่ะ...
     
  19. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    ตอบคำถามน้อง Nanpri ครับ
    ดวงของคุณดาวเนื้อคู่เสียนะครับ ควรเล็งๆชาวต่างชาติไว้ดีกว่า แต่เดี๋ยวนี้คนต่างชาติก็เจ้าชู้เหมือนกันนะครับ ถ้าไม่คิดมากเรื่องนี้ หมั่นไหว้พระสวดมนต์ไปเรื่อยๆ แต่ถ้าอยากมีคนรู้ใจสักคนก็อธิษฐานขอให้พบคนดีๆ อย่างไรแล้ว เรื่องการสร้างความมั่นคงของชีวิต ต้องรออีก ๔ ปีกว่าๆนะ ที่จะประสบความสำเร็จได้ดีกับเขา อนาคตจากดวงบอกว่าดี หากคุณทำบุญและบริหารการใช้จ่ายทรัพย์ให้ดีๆคุณเองก็จะเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จและร่ำรวยได้คนหนึ่ง
    ส่วนวิบากกรรมนั้นไม่ใช่วิสัยที่จะทายครับ มันพิสูจน์ไม่ได้ แต่ถ้าคุณอยากคุณต้องปฏิบัติเองจนจิตได้ระดับสมาธิที่ดีพอ แนะนำว่า ให้ทำกุศลไว้มากๆหรือไม่ก็ทำบุญบ่อยๆ มีเวลาก็สวดมนต์นั่งสมาธิบ้าง หาหนังสือ หรือ ซีดีธรรมะ มาฟังจะได้เกิดปัญญาในด้านสุตตะฯ
    ขอเป็นกำลังใจในการเจริญกุศลและปฏิบัติธรรมนะครับ
     
  20. เสขบุคคล

    เสขบุคคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    1,280
    ค่าพลัง:
    +5,423
    ตอบคำถามน้อง bluediamondlove ครับผม
    จากคำถามอาชีพที่คุณอยากทำเกี่ยวกับเครื่องประดับนั้นตอบว่าดีมากๆ แต่คุณต้องมีความทันสมัย และอินเทรนหน่อยนะครับ ขายคนจีน พวกชาวต่างประเทศที่ภูมิประเทศของเขาเหมือนเป็นเกาะนะครับเช่น นิวซีแลนด์ เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นต้น
    ๒-๓ ปีมานี้ไม่ดีอะไรๆมันก็ไม่ดีไปหมดนั่นแหละครับคุณ คุณต้องหมั่นบริหารร่างกายให้แข็งแรงนะครับ ไม่งั้นจะมีปัญหาเรื่องกระดูกสันหลังนะครับ
    การที่ว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคของชีวิตได้หรือไม่นะครับ จากการดูดวงคนๆที่ปล่อยตัวไปตามภาวะกระแสโลก ชีวิตเหมือนผักลอยน้ำ มันไม่มีทิศทางสุดแท้แต่กระแสมันจะพัดไป ความทุกข์มันยาวนาน ยิ่งเดินทางผิด ไปในทางอบายมุขแล้วยิ่งแย่ไปกันใหญ่ แต่กับคนที่มีทุกข์ เดือดร้อน แล้วเข้าวัด ทำบุญ เจริญกรรมฐาน คนพวกนี้ทุกข์สั้นครับ ถึงเวลาเขาจะผ่านอุปสรรคได้ไวกว่า
    ดังนั้นไม่ว่าชีวิตขณะนี้จะสุขก็ดี จะทุกข์ก็ดี ให้หมั่นทำบุญ ถือศีล สวดมนต์ ฟังธรรม เจริญภาวนาบ้าง ค่อยเป็นค่อยไป แล้วทุกข์มันจะน้อยลงๆ ขอเป็นกำลังใจในการทำความดีนะครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...