กสิณอะไรฝึกง่ายสุดหนอ?

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย lovepyou, 8 กรกฎาคม 2014.

  1. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    ขอบคุณครับ คุณ nop สำหรับ แนวทางและคำอธิบายก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ยังอึนๆบ้าง แต่จะพยายามฝึกให้รู้ได้ด้วยตัวเองครับ
     
  2. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    เรียนสอบถามคุณ nop เพิ่มเติมนะครับอาจจะดูน่ารำคาญแต่อยากให้สงเคราะห์ลูกหมาตาดำๆสักหน่อย งื้ดๆ

    ด้วยความที่ผมเป็นมือใหม่มากๆ ไม่มีพื้นฐานทั้งทางสมาธิและเรื่องสภาพจิต เลย ที่ตอนนี้อยากเริ่มปฏิบัติเพราะเริ่มจะอยู่กับตัวเองไม่ได้ ประมาณบางทีเหมือนเป็นคนไม่ใส่ใจ ไม่ว่ากัน แต่เหมือนอารมมันสะสม พอถึงเวลาแล้วระเบิดดีๆนี่เอง สติไม่ต้องพูดถึง ยังดีที่เหมือนมีอะไรมาฉุดสติไว้ ทั้งคำสอนของแม่ และศีลธรรมที่ยังหลงเหลืออยู่ ไม่ให้มันไปถึงขีดสุด จนเผลอพลั้งมือฆ่าคน ในช่วงแรกจะว่ามาพึ่งพระรัตนตรัยก็ไม่เชิง เมื่อสักสอวเดือนก่อนเริ่มไปวัด ไปแล้วใจค่อยๆสงบ ไปครั้งแรกนี่ถึงกับแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกกันเลยแหละ 55555 แล้วก็เริ่มสวดๆมนต์ มันก็ดีขึ้นนะในความรู้สึก แล้วก็ไปๆมาเลยสนใจการทำสมาธิ พอเริ่มทำมันก็ดีขึ้นเยอะเลยรู้สึก เมื่อก่อนกินเหล้าทุกวัน ทุกวันจริงๆ เกือบปี ก่อนหน้านั้น ไม่ทุกวันแต่บ่อย คือต้องเมาถึงจะหลับ ไม่งั้นฟุ้งมาก ตอนนี้ก็เลิกมาได้ประมาณเดือนนึงละ ตอนแรกสวดมนต์แล้วมีอารธนาศีล 5 เกิดอายตัวเองด้วยแหละ สุดท้ายไปๆมาๆเลยอยากทำอยากปฏิบัติให้มันสุดไปเลย แต่ส่วนตัวเป็นคนเข้าใจอะไรค่อนข้างยาก T T ร่ายซะยาวเลย

    1. สมาธิสะสมระหว่างวัน หมายความว่า ระหว่างวันถ้ามีเวลาทำสมาธิสัก 10-15 นาทีเป็นประจำ จะทำให้นั่งสมาธิได้นานขึ้นรึป่าวครับ แต่สังเกตจากตัวเองเริ่มแรกจะได้ 15-20 นาที หลังๆจะทำได้นานขึ้น แล้วเหมือนพอถึงจุดนึงจะทำต่อไม่ได้ แต่ไม่สะดวกเดินจงกลม ก็จะใช้นอนพักแทนแต่จะกำหนดจิตต่อด้วย ไม่รู้ว่าจะแทนกันได้ไหมครับ
    2. ก็ได้ลองฝึกกสินลมตามที่คุณ nop แนะนำ คือ เพ่งท้องฟ้า แล้วภาวนา คือประเด็นหลักๆ เลยพอมองไปนานๆ มันจะเป็นสีชมพู แบบมองแดดนานๆ กรณีนี้ต้องเพ่งต่อหรือพักครับ แล้วก็มีข้อสังเกตนิดนึงคือบางทีมันไม่ชมพูทั้งหมดมันจะมีเว้นว่างเป็นลักษณะกลมบริเวณจุดที่เพ่งที่มันจะไม่เปลี่ยนสีคือเป็นภาพสีปกติ ลองหลับตาสังเกตภาพ negative ติดตามันไม่มีวงกลมลักษณะนี้ คือตาผมไปแล้วใช่ไหมครับ แค่วันเดียวเอง T T คือตอนมองนี่ใส่แว่นกันแดดได้ไหมครับ หรือมองผ่านกระจกที่มันมีฟิมล์กันแสงได้ไหมครับ แล้วการเพ่งของผมไม่รู้ว่าถูกต้องไหมคือผมจะมองเป็นจุดๆเดียว เลยเกิดปัญหาตามันเลื่อนตามเมฆ ที่ลอย บางทีมันก็จะเป็นเองหลังจากพักสายตาเหมือนๆสายตามันจะไม่ลอยตามหรือเหมือนแค่มองไม่ได้เพ่ง ไม่รู้ว่าอย่างไหนดีกว่าหรือผิดทั้งสอง คือผมต้องถามเพราะกลัวหลงทางครับ
    3. ช่วงนี้ก่อนนอนนะครับช่วงที่พอหลับตาไปไม่นานมันจะมีอาการหวิวๆวูบๆบริเวณหน้าอก เคยถามพี่ชายผมเค้าบอกว่ามันอาจเกิดจากการนั่งสมาธิก่อนนอน เมื่อคืนผมไม่ได้นั่งสมาธิมันก็ยังเป็นครับ แล้วมีความรู้สึกแปลบเหมือนมีกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านหัวไปตามแนวสันหลัง มันอันตรายกับร่างกายไหมครับ คืออันนี้กลัวเลยสอบถาม กลัวจะเป็นความผิดปกติทางร่างกาย
    ปล. เพราะมันเป็นอาการที่มันจะเกิดขึ้นเวลาผมจะขยับร่างกายไม่ได้ คล้ายๆผีอำ และมันเป็นได้ตลอดถึงจะอยู่ในอิริยาบถใดๆก็ตาม ไม่ว่านั่ง นอน ไม่เลือกสถานที่ด้วย และไม่เลือกจำนวนคนในเหตุการณ์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 11 ตุลาคม 2017
  3. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    ตอบ ข้อ ๑ นะใช่เข้าใจถูกแล้ว จะกำหนดจิตเอาก็ได้
    และไม่ต้องนานขนาดนั้น ย้ำว่า เน้นแค่จิตสงบพอ
    กี่นาทีก็ได้ จะ นาที สองนาทีก็ว่าไป แต่สำคัญคือ ทำบ่อยๆ

    ๒.คือ มันจะขึ้นสีอะไรช่างมัน ถ้าล้าสายตาให้พัก
    มองอยู่ในร่มนะ ย้ำว่า มองผ่านเหนือระหว่างคิ้ว
    จนกว่าจะเห็นว่า อากาศที่มองมันมีความแตกต่าง
    กับอากาศด้านข้าง เด่วมันจะเป็นวงกลมได้เอง
    ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ช่วงนี้ ถ้าไม่ใช่เห็นแบบนี้
    ห้ามสนใจทุกๆกรณี ไม่ว่าจะเห็นอะไร
    ๓.เรื่องปกติมากถึงมากที่สุด เป็นสภาวะที่จิตมัน
    รับรู้เรื่องทางพลังงาน ซึ่งปกติทางพลังงานมันจะอยู่
    ในแนวกระดูกสันหลังอยู่แล้ว (คนจะใช้งานได้ต่อไป
    ปกติจะประกอบด้วยพลังงานสองส่วนคือ ๑.ตามแนวจักระด้านหน้าขึ้นไปเชื่อมบน และ ๒ แนวกระดูกสันหลังขึ้นไปเชื่อมบนและท้ายสุด ๒ สายนี้รวมกันก็จะใช้งานทางจิตได้)
    ซึ่งเป็นปกติถ้าจะมาทางกรรมฐานกองต่างๆ ที่ต้องใช้จิตหรือกรรมฐานกองนี้ด้วย แต่กิริยา ที่เราเป็นมันฟ้องว่า
    กำลังสมาธิสะสมเรายังไม่พอเฉยๆ
    ถึงรู้สึกทางกายอย่างที่เป็น เด่วทำไปเรื่อยๆ ก็ไม่รู้สึกอะไร
    หรอกทางกาย แม้ว่าจะอยู่สภาวะนั้นก็ตาม ....
     
  4. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    ขอบคุณมากครับคุณ nop
    พอจะเข้าใจคำว่ามองผ่านเหนือระหว่างคิ้วแล้ว คล้ายๆมองผ่านหางตาใช่ไหมครับประมาณมองตรงแต่โฟกัสไปทางเหนือหว่างคิ้ว รู้สึกสายตาล้าน้อยลง สังเกตตัวเองว่าทำเพ่งกสิณจะคล้ายทำสมาธิแบบลืมตา เมื่อเทียบกับการนั่งสมาธิแบบหลับตา จะรู้สึกใจสงบกว่าพอสมควร คือเพ่งกสิณแล้วใจสงบกว่า เพราะเมื่อก่อนจะนั่งสมาธิช่วงเช้าแต่ระหว่างวันใจจะไม่ค่อยสงบ เท่าเพ่งกสิณ รู้สึกดีที่ได้ปฏิบัติ จะพยายามทำต่อไปให้สัมฤทธิ์ผล ขอบคุณคุณ nop อีกครั้งครับ แล้วก็อนุโมทนา บุญ ครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2017
  5. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    คุณ nop ครับ อันนี้ขอเป็นความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมนะครับ
    .. คือผมสังเกตุว่า ระหว่างนั่งสมาธิ กับ การเพ่งกสิณที่ฝึกด้านกำลังจิต สำหรับตัวผมเองที่รู้สึกคือจะเหมือนกันอยู่อย่างคือ ทำไปสักพักถึงจุดนึงแล้วมันจะหมด คือ ทำต่อไม่ได้ต้องพักก่อน เติมพลัง สำหรับสมาธิคือสามารถทำสมาธิสะสมระหว่างวันได้ สำหรับกำลังจิตนี่มีวิธีไหมครับ หรือแค่พักก็พอ และสำหรับตัวผมรู้สึกต่างกันมากคือ เพ่งกสิณ แล้วแน่นหน้าอกจุก ตรงลิ้นปี่ อันนี้สังเกตจากวันก่อนตอนยังไม่ฝึกกสิณเคยเพ่งรูปพระแล้วแน่นหน้าอก พอหยุดแล้วไปนั่งสมาธิแบบฝืนๆหายใจเพราะจุกสักพักจึงหาย ไม่รู้ว่าเกี่ยวไหม แล้วการฝึกเพ่งกสิณเพื่อฝึกกำลังจิตนี่การทำเป็นระยะเวลานานๆติดต่อกัน กับ การทำสักพักประมาณ 10-15 นาทีแล้วหยุดพัก แล้วทำใหม่ไปเรื่อยๆให้ผลต่างกันไหมครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 13 ตุลาคม 2017
  6. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    ๑.สมาธิคือการข่ม หรือกด
    ทางคลื่นคือ การลดระดับคลื่นความถี่ลง
    ทางกิริยา คือ มันยังเป็นการกระทำเพื่อให้ลดลง ให้สงบอยู่
    เปรียบได้เหมือนเราออกแรงเอามือ กดก้อนพลาสติกกลมๆนิ่มๆ
    ที่มีน้ำอยู่ภายในก้อนหนึ่งอยู่
    แม้ว่าเราจะกดมันได้สบายๆ
    แต่ถ้าจะกดให้ก้อนพลาสติกมันแบนและน้ำพุ้งออกมาเลย
    มันก็ต้องใช้แรงอย่างมากอยู่


    และถ้าเรายังพาลซื่อ คิดว่ากดมันไปนานๆเด่วมันจะแตกเอง
    (เปรียบเหมือนการไปพยายามเกร๊งกล้ามตะ ระ รูด
    นั่งสมาธินานๆ)
    มือเราเองที่จะเกิดอาการล้า ล้าคือการจะกลับไปใช้
    แรงเท่าเดิมที่มีที่ใช้ในการกดครั้งแรกจะต้องมีการฟื้นฟู
    ลองถือ วัตถุอะไรก็ได้ ที่เบาๆ พอมีน้ำหนักไว้นานๆจะเข้าใจ
    (ล้าเปรียบได้กับความรู้สึกว่าเห้ย กำลังสมาธิถดถอย)
    ดังนั้นจึงหาอุบาย คือ ค่อยๆกดก้อนพลาสติกนั่นแล้วปล่อย
    ค่อยๆกดแล้วปล่อย(เปรียบได้กับการสะสมสมาธิในระหว่างวัน)
    เพื่อที่ไปทำให้ก้อนพลาสติก สร้างและ
    เกิดคุณสมบัติในการคลายตัวของมันเองเพิ่มขึ้น
    พูดง่ายๆว่า ทำให้ก้อนพลาสติกมันล้าและเริ่มขยายตัว
    ซึ่งการขยายยืดตัว มันจะมีจุดที่ยืดไปแล้วไม่หดกลับ
    (เหมือนหนังยาง ถ้าเราดึงมันมาก มันจะยืด ถ้าดึงพอดี
    มันจะหดกลับเท่าเดิมพอนึกออกไหม)
    และการที่เรา ไปกดมันบ่อยๆ ด้วยแรงเท่าๆเดิมนั้น
    สิ่งที่เราจะได้ ก็คือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
    บริเวณนั้น ที่ร่างกายมันจะค่อยๆสร้างขึ้นมาของมันเอง
    (เปรียบได้ กับการเข้าสมาธิระดับสงบบ่อยๆ จิตจะคุ้นชิน)
    เมื่อร่างกายมีกำลังความแข็งแรงเพียงพอ
    บวกกับพลาสติกที่ถูกกระตุ้นจนล้า
    ต่อไป เมื่อเรากดมันอีก มันก็มีโอกาส
    ที่จะแตกได้นั้นเอง(เปรียบได้กับสมาธิยกระดับ หรือ ร่างกาย
    มีความแข็งแรงเพิ่มขึ้น นั่นเอง)


    ๒. ก็ถ้ายังเกิดความรู้สึก ทางกายได้อยู่
    มันฟ้องว่า กำลังสมาธิสะสมเราไม่พอ
    ถ้าเราไปทำอะไรก็ตาม ที่เป็นการสร้างสมาธิ
    สะสม ถ้ามันมากพอ ความรู้สึกที่ส่งถึงกายก็จะไม่เป็นอีก
    พอเข้าใจหรือยัง ประเด็นแรก
    ๓.การลืมตามองและจดจ่ออย่างเดียวในขณะที่สภาพแวดล้อมอื่นๆยังมีเป็นปกติ สมาธิจะดีกว่า
    การหลับตา เพื่อที่จะจดจ่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ที่สภาพแวดล้อมมืดๆ
    เพราะถ้า มืดโอกาศที่จิตจะสร้างสัญญาขึ้นมาประกอบ
    เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่มืดจะสูงกว่า
    *** หากหลับตาฝึก ให้ทำตามองลงไปที่ลิ้นปี่ เหมือนสายตา
    พระพุทธรูป ถึงจะตัดความคิดปรุงแต่งพวกนี้ได้เอง
    และจะเหมือนมีตาเดียวมองผ่านเหนือคิ้วได้เองตามธรรมชาติ **

    ๔.กสิณในระดับเริ่มต้น เป็นกรรมฐานที่ถือว่าหยาบ.....
    จึงดูเหมือนเข้าถึงง่าย....แต่การจะสร้าง ให้จิตเกิดกำลังจิตได้
    ก็คือ การที่เราจะต้องออกกำลังกายให้กับตัวจิต

    นั่นคือ การที่ให้จิต สร้างภาพขึ้นมาด้วยตัวจิต
    และปั่นภาพปฏิภาคนิมิตนั้นให้ได้ ในกำลังสมาธิระดับสูง
    จิตถึงจะแข็งแรง มีกำลัง เรียกกันง่ายๆว่า กำลังจิต

    ทำไมต้องปฏิภาคนิมิต ระดับสูง เพราะในระดับอุปจารสมาธิ
    จิตมันก็จะสามารถเห็นภาพ สร้างภาพได้ ปั่นได้ เช่นกัน
    ซึ่งมันเป็นสภาวะปกติที่เกิดได้ ปกติในช่วงนี้
    ไม่ได้เกิดจากการ ลดคลื่นความถี่ หรือข่มมันแล้วสร้างภาพ
    ขึ้นมาใหม่...

    และมันไม่ได้อยู่ในคลื่นความถี่ที่ต่ำมาก(สมาธิไม่สูง) มันจึงไม่มี
    กำลังมาหนุน(จากระดับสมาธิที่เพิ่มขึ้น)
    ในการสร้างภาพนั้น ภาพนั้นเกิดได้เพียง
    เพราะสภาวะปกติของมันในช่วงคลื่นนั้น...
    (ช่วงนี้ เราถึงฝันได้ อะไรได้ นั่นเอง คือมีภาพ
    แต่ไร้กำลัง มีแต่เหนื่อย ถ้าสมาธิเราไม่พอ เพราะ
    มันเหมือนกำลังใช้งาน ในสภาวะที่มีภาพเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว)
    ดังนั้น ในระดับกำลังอุปจารสมาธินี้
    ต่อให้ปั่น ชาตินี้ยันชาติหน้า จิตก็ไม่เกิดกำลังจิต
    แต่เอาไว้ซ้อมปั่นได้อยู่

    กำลังจิตเป็นฝ่านนามธรรม ถ้าได้เกิดแล้วมันไม่เสื่อมนะ
    เพราะมันไม่ได้ยึดเกี่ยวกับร่างกายตั้งแต่ตอนสร้าง
    (เหตุจากเราข่มมัน
    ลงให้เกิดภาพในกำลังระดับสูง นั่นคือ มันไม่เกาะกาย
    ตอนที่จะสร้างแล้ว มันแยกเป็นเอกเทศของมัน
    ไม่เหมือนอุปจารฯ ที่ยังมีการเหนี่ยวกายอยู่
    คือใจไปแต่กายรูปธรรมไม่ไปตาม)
    เราจึงได้เห็น ครูบาร์ อาจารย์ อายุมากๆ
    มีกำลังจิตสูงๆกันนั่นหละ....

    และสมาธิเช่นกัน ถ้าได้แล้วคือมันจบ
    จบในที่นี้คือ ไม่ต้องมาตั้งเกร๊งกล้ามตะรูด
    เพื่อเข้าถึงสภาวะนั้นอีก แค่เสี้ยววินาที
    ถ้าจะใช้งาน ก็เข้าถึงแล้ว
    นี่คือ นัยยะ สมาธิได้แล้วมันจบ

    แต่มีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความแข็งแรง
    ให้กล้ามเนื้อมือก่อน จนมันสร้างกล้ามเนื้อขึ้นมา
    จนเกิดความเสถียรนั่นแล......
    ปล.พอเข้าใจภาพรวมเนาะ...
     
  7. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    ขอบพระคุณอย่างสูงครับ คุณ nop
    พอจะเกทละครับว่าอะไรคืออะไร และรู้ตัวแล้วว่ากระผมกำลังสมาธิช่างต่ำเตี้ยเรี่ยดินเสียนี่กะไร สังเกตมานานละทั้งการนั่งสมาธิและการเพ่ง ทำไปได้กำลังจะดี เหมือนอีกนิดนึงแต่ก็วูบเอาซะดื้อๆไปต่อไม่ได้ซะเฉยๆ ก็คิดๆไว้แล้วว่าน่าจะเป็นเพราะอะไรสักอย่าง ทีนี้ถึงบางอ้อแล้ว แหะๆๆ ขอบพระคุณหลายๆรอบเลยครับ
    ...... อนุโมทนา สาธุ จ๊ะ
     
  8. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    มีเรื่องมารบกวนคุณ nop อีกแล้วครับ เป็นรายวันเลย 555555

    จากคำแนะนำของคุณ nop ในการนั่งสมาธิช่วยให้การนั่งดีขึ้นมาก และการเพ่งกสิณด้วย อันนี้ต้องขอขอบพระคุณอีกครั้งครับ

    ประเด็นคือเมื่อตะกี้ นั้งสมาธิแล้ว คิดว่าจิตนิ่งแล้วพอสมควรก็ประคองอารมณ์ไว้ แต่ดันอยู่ๆเกิดรู้สึกเหมือนที่ท้ายทอยมันหมุนๆ ไม่รู้คิดไปเองไหม ก็จำได้ว่าถ้าไม่แน่ใจก็เลิกสนใจ แต่ความรู้สึกดันยังเป็นอยู่ จากที่อ่านที่คุณ nop เคยกล่าวถึงจุดที่ท้ายทอยมันจะดึงดูดอะไรสักอย่าง แหะๆ อาการของผมใช่ไม่ใช่ไม่รู้ เลยพยายามลองนึกให้มันเคลื่อนขึ้นมาที่ส่วนบนของศรีษะแทน ปรากฎมันหายจากท้ายทอย แต่ดันมาหยุดที่ช่วงบริเวณขมับ ที่นี้เหมือนขมับถูกกดแล้วรู้สึกในหัวเหมือนถูกปั่นมันเหมือนส่ายๆสั่นๆ ทนสักพักเลยหยุด ตอนที่พิมนี่ยังรู้สึกเหมือนถูกกดที่ขมับอยู่ อารมแบบถูกนวดกดจุด แบบนี้มันเป็นเพราะอะไรครับ มีวิธีแก้ไหมครับ
     
  9. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    คนมาทางกรรมฐานสายนี้
    มันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องพลังงานภายนอก
    และภายในเป็นปกติ
    อาการที่เป็น นั่นมันฟ้องว่า
    กำลังสมาธิสะสมยังไม่พออีกนั่นหละ ๕๕๕๕

    ไม่ต้องกลัว พวกกิริยาระหว่างทางอะไรเลย
    ไม่ว่าจะเกี่ยวกับทางกายหรือทางจิต

    ปั่นปฏิภาคนิมิต ให้ได้ในกำลังระดับสูง เป็นประเด็นหลัก
    ในระหว่างทาง จะเกิดอะไรก็ตาม ทางกายและจิต
    ไม่ต้องไปสนใจทุกๆกรณี ย้ำว่า ห้ามสนใจ
    แม้ไม่เข้าใจอะไรก็ช่างมัน เอาอย่างเดียว
    คือ เกรงกล้านตูด ปั่นปฏิภาคนิมิตให้ได้พอ
    อย่าง ไม่สน....และถ้าทำได้
    แล้วจะเข้าใจได้ด้วยตัวเอง และกิริยา
    พวกนั้น จะเปรียบผลกระทบได้
    เหมือนประมาณเปิดพัดลมใส่ตัว
    แค่ปิด หรือต่อไป แค่ตัด ก็สิวๆแล้ว.....
    และมันจะย้อนรู้ได้ ทุกๆกิริยาที่ผ่านมาแล้ว
    ด้วยตัวเองทั้งหมด ทุกกิริยา
    จะเล่าได้เป็นฉากๆ ไม่ต้องห่วง
    พูดจนแมวหลับได้แล้วกัน...

    ที่ถามๆมาคล้าย เหมือนจะบอกให้คนรู้ว่า
    กำลังสมาธิผมยังไม่พอนั่นเอง ๕๕๕๕
     
  10. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    ขอถามเรื่องฝึกกสิณด้วยคนค่ะ

    รบกวนขอถามคุณนพค่ะ ว่าถ้าดิฉันอยากจะฝึกกสิณบ้าง สามารถฝึกได้หรือไม่ และควรฝึกกองไหนจึงจะเหมาะกับตัวเอง หรือว่าเดินทางสายปัญญาจะดีกว่าคะ ส่วนตัวเคยฝึกแบบอานาปานสติมาก่อน แต่นั่งแล้วจิตมันไม่สงบเท่าที่ควร เคยอ่านเจอ(จากที่ไหนจำบ่ได้แล้ว) ว่าการฝึกกสิณช่วยสร้างกำลังให้จิต ทำให้นั่งสมาธิได้ดีขึ้น เลยไปหาข้อมูลการฝึกกสิณ ฟังคำสอนของหลวงพ่อฤาษีฯเรื่องวิธีการปฎิบัติบ้าง ของท่านอื่นๆบ้าง แต่ฝึกแล้ว(กสิณสี) ไม่ค่อยติดตา เลยไม่แน่ใจว่าฝึกกสิณถูกกองหรือฝึกผิดวิธีหรือเปล่า(หรือเราใจร้อนเอง?) ต่อมาก็มาค้นเจอกระทู้นี้ค่ะ

    อ่านตั้งแต่ต้นกระทู้มาเรื่อยๆ ก็มาหัดฝึกนั่งเองบ้างตามที่คุณนพแนะนำ (กสิณน้ำ) รู้สึกว่าช่วยดับความคิดและอารมณ์ฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นบ่อยๆได้ดีขึ้น แต่ไม่ค่อยเข้าใจเรื่องการทำภาพกสิณให้เกิดขึ้นในจิตโดยไม่ใช้ความคิด ไม่ทราบฝึกกสิณกองนี้เหมาะกับตัวเองไม๊คะ ถ้าคุณนพจะช่วยชี้แนะแนวทางให้ จักเป็นพระคุณยิ่ง

    ขอบคุณจ้า
     
  11. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    ฝึกได้ทุกกองครับ ปัญหาอยู่ที่ยังมีระบบความคิดเข้ามาแทรกตอน
    ที่ฝึกเฉยๆครับ ให้ปรับระบบหายใจใหม่ วิธีการฝึกแบบหลับตา และลืมตา คิดว่า คงเคยอ่านๆผ่าน เอาตรงนี้พอครับ เด่วมันจะไปได้ของมันเองในกองที่ฝึกอยู่นั่นหละครับ แล้วค่อยเอากำลังตรงนี้ ไปเพื่อเดินปัญญาต่อครับ...
    นึกภาพออกไหม เหมือนเรามีรถสวยๆพร้อมใช้ แต่ดันยางแบนซะงั้น เติมลมก่อนนะครับ
     
  12. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    ขอบคุณค่ะ เรื่องปรับระบบหายใจระหว่างวัน ตอนนี้ก็ปรับระบบหายใจตามที่คุณนพบอกไว้ ถ้านึกได้ก็ทำตลอดเลยค่ะ

    ตอนนี้มีข้อสงสัยเรื่องการมองภาพน้ำ อยากขอสอบถามคุณนพหน่อยค่ะ

    1. ตอนหลับตา ให้วางสายตาไว้ที่ลิ้นปี่ แล้วนึกภาพน้ำ ต้องเอาภาพน้ำวางไว้ที่ลิ้นปี่เท่านั้นใช่ไหมคะ เหมือนเรามองจากมุมสูง เพราะพอลองนึกภาพน้ำแบบมองแบบด้านข้างแก้วจะอยู่ในระนาบเดียวกับตัวเรา สายตามันจะไปอยู่ที่ภาพแก้วน้ำ เลยไม่อยู่ที่ลิ้นปี่ หรือว่าไม่เกี่ยวกันมองแบบไหนก็ได้

    2. ถ้าจะนึกภาพแก้วน้ำ หรือ ภาพน้ำขึ้นมาเองจะเป็นอะไรไหมคะ เนื่องจากว่าแก้วของดิฉันเป็นทรงสูงแบบ curve มีลายพร้อยพองาม (มีแต่แก้วใสๆแบบนี้ค่ะ) เวลามองแล้วหลับตาจำภาพ มันจะนึกเป็นทรงแก้วน้ำโค้งเว้า บางทีเห็นแต่แก้วไม่เห็นน้ำ นึกกังวลเรื่องแก้ว เลยนึกเป็นภาพแก้วทรงธรรมดาไม่สูงแทน บางทีไม่อยากเห็นแก้ว นึกเอาแต่ภาพหยดน้ำใสๆทรงกลม 3 มิติแทน การนึกภาพแก้วน้ำหรือหยดน้ำเอาเองแบบนี้ จะเป็นอะไรหรือไม่คะ น้ำที่มองเห็นใสๆมาจากความคิดหรือจิตคะ

    3. ระหว่างทำความรู้สึกลมหายใจเข้าออกระหว่างวัน นึกภาพพระพุทธรูปองค์ที่ชอบที่ลิ้นปี่ไปด้วยได้หรือไม่คะ จะไปกระทบการเพ่งกสิณน้ำที่เรากำลังหัดอยู่หรือไม่คะ(ถือเป็นการเพ่งกสิณ 2 กองพร้อมกันหรือไม่)

    คำถามเยอะไปหน่อยต้องขออภัยด้วยค่ะ แต่มันสงสัยจริงๆ โดยเฉพาะเรื่องแก้ว กลัวว่าเริ่มต้นแบบผิดๆมันก็จะผิดไปตลอดน่ะค่ะ

    ขอขอบคุณคุณนพล่วงหน้าเลยค่ะ

    ปล. พอดีนึกคำถามเพิ่มได้ค่ะ ถ้านั่งกำหนดภาพน้ำอยู่แล้วเห็นเป็น นิมิตวงกลมสีขาวขึ้นมาแทน (วงค่อนข้างใหญ่แต่ขอบเบลอๆกลืนกับสีดำที่อยู่รอบๆ บางครั้งก็ขาวสว่างชัด บางครั้งก็ขาวขุ่นๆไม่ชัด บางทีคล้ายซูมเข้าออก เห็นเป็นขาวกลมเต็มหน้าแล้วค่อยๆ ซูมออกเป็นวงกลมเล็ก) อย่างนี้ควรหันมาจับภาพสีขาวแทนหรือไม่ หรือจับภาพน้ำตามเดิมแต่ทำให้ชัดมากขึ้นกว่าเดิมคะ ขอบคุณค่ะ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2017
  13. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471



    มองภาพน้ำผ่านจุดเหนือระหว่างคิ้วครับ ไม่ต้องไปคิด
    ถ้านึกก็ให้นึกว่า ให้ภาพปรากฎ ผ่านระหว่างคิ้วออกไปข้างนอก

    กายอย่างเดียว...
    เพราะเราจะฝึกให้จิตสร้างภาพด้วยตัวจิตเอง การนึกมันจะ
    ไปดึงความคิดจากสมอง ซึ่งจะไปต่อไม่ได้..และการมองแบบนี้
    ซึ่งมันจะมองแบบนี้ได้เอง หากเราหลับตาปกติลงมองที่ลิ้นปี่
    และเป็นธรรมดาที่มันจะมืดๆไม่เห็นอะไร เพราะจิตต้องทำความคุ้นเคยก่อน
    ซึ่งถือว่า ดีกว่าไปมองที่มีแสง ซึ่งทำให้เราทราบได้ยากว่า
    ภาพสร้างจากสมองหรือจากจิต พูดง่ายๆ ถูกทางต้องเห็นมืดๆก่อนเป็นธรรมดา เห็นงามๆก่อน บ่ แม่นเน้อ..

    และจำเอาไว้เลยว่า ถ้าไม่ใช่ เห็นน้ำจริงๆ ใส มีคลื่นเล็กน้อย
    แต่ไม่มีฟอง(แค่ที่บอกนะ ขาดก็ไม่ได้ เกินก็ไม่ได้)
    ห้ามสนใจทุกๆกรณีไม่ว่าจะเห็นอะไร...

    เห็นสีขาวๆ เป็นการทำงานของจิตแบบหนึ่งเป็นเรื่องปกติ
    แต่ถ้ามาตอนนี้ มันจะเป็นนิมิตขวาง ขวางคือ
    ทำให้เราช้า.. ดังนั้น ถ้าเอากสิณน้ำ
    ให้ยิงตรงที่น้ำ Only
     
  14. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    ขอบคุณค่ะที่ชี้แนะให้เข้าใจดียิ่งขึ้น จะพยายามฝึกตามอย่างที่บอกมานี้

    ขอแก้ไขคำที่ตัวเองโพสไว้ด้านบนนิดนึงค่ะ กลัวคนอ่านจะเข้าใจผิด
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 24 ตุลาคม 2017
  15. Begin again

    Begin again Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    60
    ค่าพลัง:
    +194
    คุณ nop ครับ รบกวนสอบถามเพิ่มเติมนะครับ

    ..นิมิตของกสิณ ลม มันจะเป็น อย่างไรหรือครับ รูปลักษณะ คือไม่แน่ใจว่าที่เห็นนั้นใช่ไหม มันก็ไม่ค่อยชัดเจนไม่กลมนะครับขนาดประมาณปลายนิ้วมือเวลาเยียดมือออกไปสุด แต่มันมีลักษณะทำให้ภาพที่เห็นมันมัวๆ คล้ายไอแดดที่มองถนนเวลาอากาศร้อน แต่มันไม่สั่นไหว จะเกิดตรงที่เดิมตลอด ลองสังเกตุแยกแยะระหว่างแผลที่เยื่อบุตาที่มันจะเห็นเป็นเส้นๆอะนะครับพวกนี่ถ้าตั้งใจมองจะเห็นชัดขึ้นมาแล้วจะค่อยๆเลื่อนลงจนหายไป แต่อันนี้ถ้าตั้งใจจะไม่เห็น ต้องมองผ่านๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 27 ตุลาคม 2017
  16. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    คือลมที่รวมเป็นกลมๆมีกะแสวิ่งภายนอกวงกลม
    ถ้าแบบเดียวกันแต่กระแสวิ่งภายในคือ อากาศครับ
     
  17. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    คุณนพคะ รบกวนขอสอบถามอาการแปลกๆที่เจอค่ะ เมื่อคืนเข้านอนตอนเที่ยงคืน แล้วเกิดฝันตกใจตื่นขึ้นมาตอนตี 1 แล้วมีอาการขยับตัวไม่ได้ อยู่ในท่านอนคว่ำ รู้สึกไม่มีแรงขยับทั้งตัว สังเกตุเหมือนมีก้อนกลมๆอยู่ภายในท้องดูดติดกับพื้นอยู่ คิดว่าเป็นสาเหตุทำให้ลุกไม่ขึ้น พยายามนึกถึงพระ เหตุการณ์เกิดขึ้นสักพักก็หายไป ก้อนกลมๆก็หายไปด้วย อาการแบบนี้เพิ่งเจอครั้งแรก คุณนพพอทราบไม๊คะว่า ก้อนกลมๆในท้องคืออะไร? เกิดจากการนั่งกรรมฐานหรือเปล่าคะ?

    ปล. ก้อนกลมๆที่รู้สึกในท้องเพิ่งเป็นครั้งแรก แต่อาการขยับไม่ได้หลังตกใจตื่นจากฝันเคยเจอหลายครั้งแล้วค่ะ
     
  18. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    จิตมันเกิดครับ ผลมาจากการฝึกนั่นหละครับ กิริยาแบบนี้จะเจอได้
    ในกรณีที่เริ่มจะมีสติทางธรรม หรืออยู่ในช่วงใกล้ๆที่จิตจะแยกรูปแยกนามได้
    และกิริยาที่เจอแบบนั้น ถือว่าปกติมากแล้วครับ เจอได้นะดีแล้ว
    ปกติคนจะเจอหนึ่งคือคล้ายผีอำแต่ว่านอนไปแล้วหลับตาไปแล้ว
    กับแบบที่สองทั้งๆที่ก็ตื่นแล้วลืมตาอยู่แต่ก็ขยับตัวไม่ได้ดังใจเหมือนผีอำ
    ส่วนตัวเรียก กิริยาคงค้างของความเป็นทิพย์ครับ
    คือมันค้างอยู่ แม้ว่าจะลืมตาแล้วนั้นเอง (เป็นเรื่องปกติอย่างหนึ่ง ต่อไปจะได้เจอได้
    เพราะทุกคน เวลาที่จะเจอครูบาร์อาจารย์อะไรถ้าท่านมาหา
    ก็จะอยู่ในโหมดแบบนี้หละครับ ถ้าเจอแบบในฝันโอกาสถูกหลอกจะสูง เข้าใจเนาะ)

    ไอ้กลมๆนั่นหละคือดวงจิตครับ
    ที่มันพยายามออกตรงช่องท้อง
    เพราะมันเคยคุ้นเคยการออกตรงนั้นมาก่อนในอดีต คล้ายๆว่า มันเคยฝึกทางวิชา
    พวกประเภทใช้ฐานสมาธิสูงมาก่อน ถ้าทั่วๆไป ไอ้กลมๆมันจะวิ่งออกศรีษะครับ
    แล้วก็ไปตีลังกาข้างนอก ซึ่งจะมีผลเสียมากๆ ถ้ามันออกไป
    เพราะจะกลายเป็นกิเลสธรรมทันที

    และไอ้กลมๆนี้ ถ้าเจออีก ให้กำหนดดับมันสถานเดียว เพราะมันเป็นขั้นที่ ๔ ในกิริยา
    ของจิต ไม่งั้นเด่วมันจะออกไปเที่ยว ซึ่งจะเกิดผลร้ายตามมา
    พอดับมันแล้วก็จะเห็น เป็น๓ คล้ายๆเกลียว(พายุทอร์นาโด) ๒ตามมากำลังหมุนขึ้นคล้ายก้นหอย
    และ๑ตามมาด้วยกำลังผุดเป็นก้นหอย และ ๐ ท้ายสุดเห็นมันผุดขึ้นได้ ก็จะเห็นฐานของจิตและมัน
    ก็จะดีดความคิดที่เกิดจากจิตและจะสามารถเห็นขันธ์ห้าส่วนนามธรรมได้
    จิตเราก็จะสามารถเดินปัญญาได้ สัมมาทิฐิหรือมรรคแปดในข้อแรกจะเปิดทางให้ครับ
    ก็จะได้ไม่ต้องกังวลว่าจะฝึกแล้วหลงทางหรือยึดติดอะไรในอนาคตครับ

    ปล.จิตเราเองเข้าใจนะ นึกถึงพระช่วย ๕๕ ไม่มีไรหรอก
    ที่มันหายเพราะสภาวะคงค้างมันค่อยๆคลายเองครับ..
     
  19. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    ขอบคุณคุณนพมากค่ะที่ช่วยอธิบาย อ่านที่คุณนพตอบแล้ว มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ เลยอยากขอรบกวนถามเพิ่มเติม (อีกแล้ว) ถ้าคำถามไหนไม่สะดวกตอบก็ผ่านได้เลยนะคะ เข้าใจได้ค่ะ

    - วิชาที่ใช้ฐานสมาธิสูงเช่นอะไรบ้างหรือคะ
    - ถ้าดวงจิตออกจากร่างกายไม่ว่าทางไหน คือไม่ดีทั้งนั้นหรือเปล่าคะ
    - ที่ว่ากลายเป็นกิเลสธรรมหมายความว่า จิตจะไปหลงรูปหลงนามภายนอกและจะไม่สามารถควบคุมได้ กลายเป็นยึดติดและสุดท้ายหลงตัวเอง แล้วไม่สามารถฝึกจิตได้อีกหรือเปล่าคะ
    - ที่ว่าจิตออกไปจะเป็นผลร้ายตามมา พอจะบอกได้ไหมคะว่า ผลร้ายที่ว่าคืออะไร และผลร้ายนี้เกิดขึ้นกับทุกคนที่จิตจะออกจากท้องหรือเปล่าคะ

    ๕๕๕ ที่ต้องนึกถึงพระช่วย เพราะตอนนั้นกำลังตกใจ ไม่เคยเจอจิตมันก็ตื่นๆหน่อยๆ เลยรีบนึกถึงพระ (แต่พอหายตกใจแล้วก็คิดว่าอาจเป็นดวงจิตก็ได้) แล้วก็เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้มาก่อนค่ะ คือ อาการคล้ายผีอำหลังตื่นจากฝันตอนเด็กๆวัยรุ่นหน่อยจะเจอบ่อย แต่เจอแล้วก็แล้วกันไปแค่ขยับตัวไม่ได้แป๊ปๆเลยไม่คิดอะไรกับมันนัก แต่มีครั้งหนึ่ง (ช่วงจิตตกทุกข์หนักสารพันปัญหา) ตื่นมาเจอผีอำแล้วไม่ใช่แค่ขยับตัวไม่ได้เฉยๆ แต่เห็นเป็นร่างใหญ่ๆมานั่งทับบนตัวแล้วเอามือกดบนหน้าอกอย่างแรงจนดิฉันหายใจไม่ออก ทั้งกลัวทั้งโกรธ หายใจไม่ออกด้วย จนทนไม่ไหว รวมกำลังสุดชีวิต ผลักจนร่างนั้นกระเด็นไป พอลุกขึ้นยืนได้ตั้งท่าจะเอาคืนบ้าง เพราะตอนนั้นโมโหจัด จนลืมกลัวไปเลยว่ามันเป็นผีนะ มันก็หายแว๊บไปเลย จากนั้นมาก็ไม่เคยโดนผีอำอีกเลยค่ะ แต่มีครั้งหนึ่งห่างจากช่วงที่เพิ่งเล่าน่าจะปี-2ปี เกิดฝันว่าคุยกับคนอื่นอยู่ดีๆก็วูบตื่นขึ้นมา แล้วอาการไม่เชิงผีอำ แต่มันเหมือนสัมผัสทุกอย่างหายไปหมด ทั้ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ลืมตาไม่ได้ ไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้สึกถึงสัมผัสทางกาย เป็นอยู่นานพอควร ทำยังไงก็ทำให้สัมผัสกลับมาไม่ได้ ก็เลยนึกสวดมนตร์ค่ะ อิติปิโสฯ สัมผัสทุกอย่างก็ค่อยๆกลับคืนมา

    ก็มีเท่านี้ล่ะค่ะ ขอขอบคุณค่ะ _/\_
     
  20. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,846
    ค่าพลัง:
    +33,471
    ขอบคุณคุณนพมากค่ะที่ช่วยอธิบาย อ่านที่คุณนพตอบแล้ว มีทั้งเข้าใจและไม่เข้าใจ เลยอยากขอรบกวนถามเพิ่มเติม (อีกแล้ว) ถ้าคำถามไหนไม่สะดวกตอบก็ผ่านได้เลยนะคะ เข้าใจได้ค่ะ

    - วิชาที่ใช้ฐานสมาธิสูงเช่นอะไรบ้างหรือคะ
    ตอบ วิชาเดินธาตุต่างๆ หรือจะกรรมฐานที่ขึ้นด้วยรูปในระดับอฐิษฐานจิต
    หรือทุกวิชาซึ่งมีพื้นฐานจากรูปฌานก่อนและไปอรูปฌาน(แบบทิ้งรูปไปแล้ว
    ไม่ใช่นอนๆอยู่แล้วเข้าไปจมไปแช่ แล้วมาบ่นว่าไม่เห็นอะไรนะครับ อรูป=ไม่มีรูปครับ ๕๕๕)

    - ถ้าดวงจิตออกจากร่างกายไม่ว่าทางไหน คือไม่ดีทั้งนั้นหรือเปล่าคะ
    ตอบ ใช่ ในทางปฏิบัติก็ไม่ทำกัน พูดตรงๆว่า ยังเด็กๆ...ออกนะออกได้
    แต่ต้องประเภทชนิดที่ว่า จิตไปไหน กำลังสติตามไปด้วยตลอดเวลา
    ยกตัวอย่าง ถ้า ๑.ปกติเราจะไปปรากฏอยู่สถานที่แห่งหนึ่งเลย ถ้าไม่รู้ว่า
    สถานที่นี้เรียกว่า อะไร ความหมายคือ กำลังสติทางธรรมไม่พอคือมีน้อยจัง..ถึงเกือบไม่มี
    และ ๒.ถ้า มารู้ตัว ณ สถานที่นั้นเลย รู้ว่าเรียกว่าอะไร
    นี่คือ กำลังสติทางธรรมไม่พออีก(เป็นไม่พออีกสาขาหนึ่ง ที่พอมีกำลังสติบ้าง)
    และถ้า ๓.ไม่เห็นตอนที่จิตกำลังจะออกก่อนที่จะไปปรากฏยังสถานที่นั้นๆ
    นี่ก็คือ กำลังสติยังไม่พอ(อีกสาขาหนึ่งที่พัฒนามาอีกหน่อยจากพอมีกำลังสติบ้าง)
    รวมความว่า ถ้ายังมีใน ๑ ๒ ๓ ในทางปฏิบัติถือว่า กำลังสติไม่พอทั้งสิ้น......
    จะไปได้ ต้องประมาณว่า ๔ สติอยู่หลังจิต ตามกันติ้วๆ นั่นหละครับ...


    ที่ไม่ดีเพราะว่า แม้ไปได้ ดูเหมือนไม่ยึดติด แต่ก็จะไปสนใจในสิ่งที่เห็นมากกว่า
    แต่หาได้รู้ไม่ ว่ากำลังไปสนใจในขณะที่กำลังสติยังอ่อนๆ....
    การไปได้ ทั้ง ๓ แบบที่กล่าว ถามหน่อยว่า ถ้าอยู่ใน ๓ แบบที่กล่าว
    มีใครบ้างไหมที่จะคิดมาสนใจเรื่องสร้างสติเรื่องเดินปัญญาครับ...
    นั่นหละเค้าถึงเรียกว่า กิเลสธรรม คือโน้นให้สนแต่นามธรรม แต่ไม่สนด้านปัญญานั่นเอง เกทบ่


    - ที่ว่ากลายเป็นกิเลสธรรมหมายความว่า จิตจะไปหลงรูปหลงนามภายนอกและจะไม่สามารถควบคุมได้ กลายเป็นยึดติดและสุดท้ายหลงตัวเอง แล้วไม่สามารถฝึกจิตได้อีกหรือเปล่าคะ

    ตอบ กิเลสธรรมบอกไปแล้ว หลงตัวเอง เป็นเรื่อง ยิ่งกว่าไม่มีสติครับ แค่ผลระดับหางๆ
    ของการยึดในตัวตนหรือตัดร่างกายตนไม่ขาด แต่กิเลสธรรมนั้น ถ้าไปสนใจนามธรรมต่างๆ
    แล้วไปดึงสิ่งเหล่านั้นเข้ามาเป็นตัวเอง จะกลายเป็นสัญญาวิปลาสก่อน(คิดว่าตัวเองเคยเป็นโน้นนี่นั้นแล้วคิดเป็นจริงเป็นจัง) ตามด้วยวิปลาสทางจิตได้ในลำดับต่อมานั่นเองร้อยละ ๙๙ %

    - ที่ว่าจิตออกไปจะเป็นผลร้ายตามมา พอจะบอกได้ไหมคะว่า ผลร้ายที่ว่าคืออะไร และผลร้ายนี้เกิดขึ้นกับทุกคนที่จิตจะออกจากท้องหรือเปล่าคะ
    ตอบ จิตออกตรงไหนของกายก็ได้ครับ ขอแค่ได้ออกมีโอกาสเป็นเหมือนกันหมด
    ถ้าไปติดในนามธรรมภายนอกเหล่านั้น ไม่ใช่ว่าจะออกที่ท้องถึงเป็น
    ประเด็นมันคือ จิต ออกจากกาย..ไม่ใช่ออกตรงไหน เพียงแค่ การออกไปแล้ว
    หกคะเมนตีลังกา มันฟ้องว่า กำลังสมาธิไม่พอและกำลังสติยังน้อย
    เพราะไม่สามารถควบคุมจิตได้ (แต่หลายคนพลาดตรงที่คิดว่า
    การออกได้เป็นเรื่องที่พิเศษ ขนาดยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยในนิมิตนะ
    จึงได้มีปรากฏสตรีและบรุษที่หลงตัวเองมากมาย
    บนดาวโลกใบนี้นั่นเอง)


    ๕๕๕ ที่ต้องนึกถึงพระช่วย เพราะตอนนั้นกำลังตกใจ ไม่เคยเจอจิตมันก็ตื่นๆหน่อยๆ เลยรีบนึกถึงพระ (แต่พอหายตกใจแล้วก็คิดว่าอาจเป็นดวงจิตก็ได้) แล้วก็เคยเกิดเหตุการณ์คล้ายๆแบบนี้มาก่อนค่ะ คือ อาการคล้ายผีอำหลังตื่นจากฝันตอนเด็กๆวัยรุ่นหน่อยจะเจอบ่อย แต่เจอแล้วก็แล้วกันไปแค่ขยับตัวไม่ได้แป๊ปๆเลยไม่คิดอะไรกับมันนัก แต่มีครั้งหนึ่ง (ช่วงจิตตกทุกข์หนักสารพันปัญหา) ตื่นมาเจอผีอำแล้วไม่ใช่แค่ขยับตัวไม่ได้เฉยๆ แต่เห็นเป็นร่างใหญ่ๆมานั่งทับบนตัวแล้วเอามือกดบนหน้าอกอย่างแรงจนดิฉันหายใจไม่ออก ทั้งกลัวทั้งโกรธ หายใจไม่ออกด้วย จนทนไม่ไหว รวมกำลังสุดชีวิต ผลักจนร่างนั้นกระเด็นไป พอลุกขึ้นยืนได้ตั้งท่าจะเอาคืนบ้าง เพราะตอนนั้นโมโหจัด จนลืมกลัวไปเลยว่ามันเป็นผีนะ มันก็หายแว๊บไปเลย จากนั้นมาก็ไม่เคยโดนผีอำอีกเลยค่ะ แต่มีครั้งหนึ่งห่างจากช่วงที่เพิ่งเล่าน่าจะปี-2ปี เกิดฝันว่าคุยกับคนอื่นอยู่ดีๆก็วูบตื่นขึ้นมา แล้วอาการไม่เชิงผีอำ แต่มันเหมือนสัมผัสทุกอย่างหายไปหมด ทั้ง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ลืมตาไม่ได้ ไม่ได้ยินเสียง ไม่รู้สึกถึงสัมผัสทางกาย เป็นอยู่นานพอควร ทำยังไงก็ทำให้สัมผัสกลับมาไม่ได้ ก็เลยนึกสวดมนตร์ค่ะ อิติปิโสฯ สัมผัสทุกอย่างก็ค่อยๆกลับคืนมา

    ก็มีเท่านี้ล่ะค่ะ ขอขอบคุณค่ะ _/\_
    ตอบ นึกถึงพระนะดีแล้วไม่มีอะไรเสียหายหรอก
    ...เพียงแต่กิริยาที่เล่าก่อนหน้าไม่จำเป็นต้องให้พระท่านช่วย...
    ถ้าท่านมีชีวิต ท่านก็คงยิ้มๆและแอบขำเล็กน้อยถึงปานกลาง...
    ไอ้ที่วูบๆคือ จิตมันข้ามไปอรูปฌาน มันก็จะเหมือนเราอยู่ในอวกาศ
    อยุ่ในบรรยากาศ แม้ไม่่เ่ห็นอะไร แต่ที่ได้มาจะเป็นเรื่องสัมผัส
    เกี่ยวกับพลังงาน ความรู้สึกแทน.. ซึ่งอรูปฯนี้สามารถเข้าได้แม้ไม่ฝึกอะไรเลย
    หรือนอนๆอยู่ก็เกิดได้
    หรือฝึกมาบ้างก็เข้าได้ เป็นเรื่องปกติ แต่จะใช้งานได้
    ต้องผ่านการฝึกแบบขึ้นรูปมาก่อนเท่านั้นเอง...
    เป็นเรื่องปกติของจิตที่เคยผ่านกำลังสมาธิระดับสูงมาในอดีต
    แต่ปัจจุบันจะใช้ได้หรือไม่ได้เป็นอีกกรณีนะ...เครเนาะ...
     
  21. ice_jade

    ice_jade เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    26 กันยายน 2005
    โพสต์:
    68
    ค่าพลัง:
    +310
    สรุปตามที่เข้าใจนะคะ "ไม่ควรส่งจิตออกนอกในทุกกรณี ให้เน้นสร้างสติทางธรรมก่อน"
     

แชร์หน้านี้

Loading...