กสินไฟทำมัยน่ากลัวจัง....?

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย อศูนย์น้อย, 5 สิงหาคม 2010.

  1. อศูนย์น้อย

    อศูนย์น้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    458
    ค่าพลัง:
    +495
    ผึกมาไม่นาน บางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น ชนิดที่ว่า.......เลยทีเดียว
    แล้วทำมัยเราควบคุม(ขอเรียกว่าพลังงานนะ)พลังงานนั้นไม่ได้
    บางครั้งพลังงานออกไปไม่ตรงวัตถุที่เราพึงประสง กลับไปหาสึ่งที่เรา
    ไม่ได้กำหนด การที่เราจะควบคุมไห้ได้ดั่งจัย เราควรทำอย่างรัยครับ
    แล้วอาการหมือนเลือดสูบฉีด อะรัยสังอย่างนี่และที่เป็นพลังงาน จะมารวม
    ที่กลางคิ้วตลอดเวลาสักพักจะหมุนไปตามทุกส่วนของร่างกาย และก็กลับมาหนาแน่น
    ตรงระหว่างคิ้วอีก อาการเหล่านี้ จงคงสถานะอีกนานไหม แล้วควรทำอย่างรัย
    ต่อไปอีก ขอผู้รู้เนาะนำหน่อยครับ
    ถามเพราะสงสันครั้ยรู้ นิดๆ
    ไม่ตอบไม่ว่ากัน
    เหตุผลที่ตั้งกละทู้ = ไม่มีรัยทำอ่านมามากและเห็นแต่......กันจัง
    อนุโมทนาร่วงหน้าครับ กับคำตอบ อิอิ ป.ล มีคริปด้วแต่ลงไม่เป็น
     
  2. pk010209

    pk010209 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    973
    ค่าพลัง:
    +2,634
    ทำไมถึงคิดฝึกกสินไฟละ ธาตุในกายรับไหวเหรอ??
     
  3. อศูนย์น้อย

    อศูนย์น้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    458
    ค่าพลัง:
    +495
    ก็ไม่รุจาฝึกอะรัยอะครับ กะสินนี่และมันสนุกสะจัย
    ไม่ฝึกเองไม่รู้หลอก ว่ามันหลอนแค่ไหน หนุกดีครับชอบเข้าแล้ว
    ยิ่งสูงยิ่งหนาวครัยว่า <------ ขำๆนะ ยิ่งฝึกยิ่งร้อน ร้อนจนควันขื้น
    เหมือนเป็นไข้หวัดเลย เหงื่อ ออก เหมือนเอาน้ำมาพรมเลย
    นั่งไปสักพัก มาอีกแล้ว......ความมันบังเกิด กลัวนะแต่ชอบ อิอิ
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG0029A.jpg
      IMG0029A.jpg
      ขนาดไฟล์:
      1.5 KB
      เปิดดู:
      1,223
    • IMG0022A.jpg
      IMG0022A.jpg
      ขนาดไฟล์:
      5.9 KB
      เปิดดู:
      198
    • IMG0039A.jpg
      IMG0039A.jpg
      ขนาดไฟล์:
      19.8 KB
      เปิดดู:
      210
  4. แสงอุ่น

    แสงอุ่น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ตุลาคม 2009
    โพสต์:
    612
    ค่าพลัง:
    +1,036
    อยากฝึกกสินเงินทอง แล้วก็กสินฮาเลมจังเลย ใครเคยฝึกแนะนำบ้างสิครับ
    (อย่าซีเรียส) ^^
     
  5. pk010209

    pk010209 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    12 พฤษภาคม 2009
    โพสต์:
    973
    ค่าพลัง:
    +2,634
    รู้สิถึงถามงัยว่าร่างกายรับได้เหรอ ถ้าให้ดีเริ่มจากเบาไปหาหนักดีก่าน๊า...
     
  6. มีแปปเดียว

    มีแปปเดียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2010
    โพสต์:
    889
    ค่าพลัง:
    +3,876
    เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าฝึกยังไง แบบไหน
     
  7. มีแปปเดียว

    มีแปปเดียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2010
    โพสต์:
    889
    ค่าพลัง:
    +3,876
    กสิณไฟ

    <!-- /firstHeading --><!-- bodyContent --><!-- tagline -->จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
    <!-- /tagline --><!-- subtitle -->
    <!-- /subtitle --><!-- jumpto -->ไปที่: ป้ายบอกทาง, ค้นหา
    <!-- /jumpto --><!-- bodytext --><TABLE style="BORDER-BOTTOM: #060 1px solid; TEXT-ALIGN: center; BORDER-LEFT: #060 1px solid; MARGIN: 0px 0px 1em 1em; FLOAT: right; BORDER-TOP: #060 1px solid; BORDER-RIGHT: #060 1px solid" id=WSerie_Buddhism class=toccolours cellSpacing=0 cellPadding=1 width=170><TBODY><TR><TD style="FONT-SIZE: 100%" colSpan=2><SMALL>ส่วนหนึ่งของ</SMALL>
    พุทธศาสนา

    [​IMG] สถานีย่อย
    <HR>[​IMG]
    ประวัติพุทธศาสนา
    </TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>ศาสดา</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>พระโคตมพุทธเจ้า
    (พระพุทธเจ้า)
    </TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>จุดมุ่งหมาย</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>นิพพาน</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>ไตรรัตน์</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>พระพุทธ · พระธรรม · พระสงฆ์
    </TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>ความเชื่อและการปฏิบัติ</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>ศีล (ศีลห้า) · ธรรม (เบญจธรรม)
    สมถะ · วิปัสสนา
    บทสวดมนต์และพระคาถา</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>คัมภีร์และหนังสือ</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>พระไตรปิฎก
    พระวินัยปิฎก · พระสุตตันตปิฎก · พระอภิธรรมปิฎก</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>หลักธรรมที่น่าสนใจ</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>ไตรลักษณ์
    อริยสัจ ๔ · มรรค ๘ · อิทัปปัจจยตา</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>นิกาย</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>เถรวาท · อาจริยวาท (มหายาน) · วัชรยาน · เซน</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>สังคมพุทธศาสนา</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%">ปฏิทิน · บุคคล · วันสำคัญ · ศาสนสถาน · วัตถุมงคล</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>การจาริกแสวงบุญ</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%">พุทธสังเวชนียสถาน ·
    การแสวงบุญในพุทธภูมิ</TD></TR><TR><TD style="BACKGROUND-COLOR: #8a9e49; COLOR: #ffffff; FONT-SIZE: 95%" colSpan=2>ดูเพิ่มเติม</TD></TR><TR><TD style="FONT-SIZE: 90%" colSpan=2>ศัพท์เกี่ยวกับพุทธศาสนา
    หมวดหมู่พุทธศาสนา</TD></TR></TBODY></TABLE>“กสิณไฟ” เป็นกรรมฐานกองที่มีพลังมากที่สุดในการปฏิบัติสมาธิภาวนา การเพ่งกสิณไฟสามารถช่วยประคองจิตของผู้ปฏิบัติให้เกิดสมาธิจนเข้าสู่รูปฌานและอรูปฌานได้
    พลังแห่งกสิณไฟนอกจากจะมีอำนาจอยู่นอกเหนือกฎเกณฑ์ของธรรมชาติและกฎบัญญัติบนโลกแล้ว พลังแห่งกสิณไฟยังนำมาซึ่งพลังจิตที่สามารถแทรกแซงเข้าไปในวิถีชีวิตของเราได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการบังคับธาตุทั้งสี่ (ดิน น้ำ ลม ไฟ) เช่น ทำให้เกิดฝนตก ฟ้าร้อง มีลมพายุ หรือแม้กระทั่งสามารถนำไปใช้ควบคุมความคิดและจิตใจของคนเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ยิ่ง พลังอำนาจของกสิณไฟจึงสมควรนำไปใช้อย่างถูกวิธี อย่างมีความเข้าใจ เพราะหากเราไม่มีความเข้าใจในอำนาจแห่งพลังกสิณไฟแล้ว ผู้ปฏิบัติที่สำเร็จกสิณไฟอาจไม่สามารถควบคุมพลังอำนาจพิเศษจากกสิณไฟได้ และอาจนำพลังอำนาจจากกสิณไฟนั้นไปใช้ในทางที่ผิด เช่น ใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟบังคับธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ หรือใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟครอบงำความรู้สึกนึกคิดและจิตใจของมนุษย์ ฯลฯ ซึ่งผลที่เกิดจากการใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟได้ก่อให้เกิดความเสียหายและสร้างความวุ่นวายต่อเพื่อนมนุษย์บนโลกเป็นอย่างมาก อันเป็นการสร้างบาปกรรมให้เกิดขึ้นจากการใช้พลังอำนาจจิตจากกสิณไฟโดยที่ผู้ฝึกกสิณไฟไม่ได้ตั้งใจ ผู้ที่ฝึกกสิณไฟจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงวิธีการควบคุมพลังอำนาจแห่งกสิณไฟ
    ผู้ที่ฝึกกสิณไฟจึงจำเป็นต้องให้สัจจะวาจารับศีลและปฏิญาณตนรับข้อห้ามต่างๆ กับครูบาอาจารย์ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้ผู้ฝึกกสิณไฟในชั้นสูงนำเอาพลังอำนาจพิเศษจากกสิณไฟไปใช้เบียดเบียนผู้อื่น ด้วยขอบเขตของศีลห้าจะเป็นเครื่องเตือนใจของผู้ที่ฝึกกสิณไฟให้มีสติเท่าทันกิเลสทั้งปวง<SUP id=cite_ref-0 class=reference>[1]</SUP>
    กล่าวกันว่าบรรดาผู้ปฏิบัติสมาธิภาวนาด้วยการเพ่งกสิณและสำเร็จกสิณ (ไฟ) ยามเมื่อตายลง ร่างกายสังขารของผู้ที่สำเร็จกสิณไฟจะสามารถลุกไหม้เผาทำลายตัวเองได้ ที่เป็นเช่นนี้ได้ก็สืบเนื่องมาจากพลังอำนาจของกสิณไฟที่พวกเขาได้เฝ้าฝึกปรือเอาไว้จนชำนิชำนาญ แม้เมื่อถึงเวลาที่พวกเขาได้ตายจากโลกนี้ พลังกสิณไฟที่อยู่ภายในจิตของผู้สำเร็จกสิณไฟจะทำหน้าที่ของตนด้วยการลุกไหม้เผาร่างกายสังขารอันเป็นก้อนธาตุทั้งสี่นี้ให้สูญสิ้นไป




    [แก้] อ้างอิง

    1. ^ บูรพา ผดุงไทย, กสิณไฟ, หจก. ส เจริญการพิมพ์, ๒๕๕๑,หน้า ๒๙
     
  8. มีแปปเดียว

    มีแปปเดียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2010
    โพสต์:
    889
    ค่าพลัง:
    +3,876
    เตโชกสิณ หรือ กสินไฟ

    เตโช แปลว่า ไฟ กสิณเพ่งไฟเป็นอารมณ์ กสิณนี้ท่านให้ทำดังต่อไปนี้ ท่านให้
    จุดไฟให้ลุกโชน แล้วเอาเสื่อหรือหนังมาเจาะทำเป็นช่องกว้าง ๑ คืบ ๔ นิ้ว แล้ววางเสื่อหรือหนังนั้น
    ไว้ข้างหน้า ให้เพ่งพิจารณาไปตามช่องนั้น การนั่งสูง หรือระยะไกลใกล้ เหมือนกับปฐวีกสิณ
    การเพ่ง อย่าเพ่งเปลวไฟที่ไหวไปมา ให้เลือกเพ่งแต่ไฟที่มีแสงหนาทึบที่ปรากฏตามช่องนั้นเป็น
    อารมณ์ ภาวนาว่า เตโชกสิณัง ๆๆๆ หลาย ๆ ร้อยหลายพันครั้ง จนกว่านิมิตจะเป็นอุคคหนิมิต
    และปฏิภาคนิมิต อุคคหนิมิตปรากฏเป็นดวงเพลิงตามปกติ สำหรับปฏิภาคนิมิตนั้นมีรูปคล้าย
    ผ้าแดงผืนหนา หรือคล้ายกับพัดใบตาลที่ทำด้วยทองหรือเสาทองคำที่ตั้งอยู่ในอากาศ เมื่อได้
    ปฏิภาคนิมิตแล้ว ท่านจงพยายามทำให้ถึงจตุตถฌานเถิด ผลที่ตั้งใจไว้จะได้รับสมความปรารถนา

    อานุภาพกสิณ ๑๐

    กสิณ ๑๐ ประการนี้ เป็นปัจจัยให้แสดงฤทธิ์ต่างๆ ตามนัยที่กล่าวมาแล้วในฉฬภิญโญ
    เมื่อบำเพ็ญปฏิบัติในกสิณกองใดกองหนึ่งสำเร็จถึงจตุตถฌานแล้ว ก็ควรฝึกตามอำนาจที่กสิณ
    กองนั้น ๆ มีอยู่ให้ชำนาญ ถ้าท่านปฏิบัติถึงฌาน ๔ แล้ว แต่มิได้ฝึกอธิษฐานต่าง ๆ ตามแบบ
    ท่านว่าผู้นั้นยังไม่จัดว่าเป็นผู้เข้าถึงกสิณ อำนาจฤทธิ์ในกสิณต่างๆ มีดังนี้

    ปฐวีกสิณ มีฤทธิ์ดังนี้ เช่น นิรมิตคน ๆ เดียวให้เป็นคนมากได้ ให้คนมากเป็นคน ๆ เดียว
    ได้ ทำน้ำและอากาศให้แข็งได้

    อาโปกสิณ สามารถนิรมิตของแข็งให้อ่อนได้ เช่น อธิษฐานสถานที่เป็นดินหรือหินที่
    กันดารน้ำให้เกิดบ่อน้ำ อธิษฐานหินดินเหล็กให้อ่อน อธิษฐานในสถานที่ฝนแล้งให้เกิดฝนอย่างนี้
    เป็นต้น

    เตโชกสิณ อธิษฐานให้เกิดเป็นเพลิงเผาผลาญหรือให้เกิดแสงสว่างได้ ทำแสงสว่างให้
    เกิดแก่จักษุญาณสามารถเห็นภาพต่าง ๆ ในที่ไกลได้คล้ายตาทิพย์ ทำให้เกิดความร้อนในทุก
    สถานที่ได้

    วาโยกสิณ อธิษฐานจิตให้ตัวลอยตามลม หรืออธิษฐานให้ตัวเบา เหาะไปในอากาศก็ได้
    สถานที่ใดไม่มีลม อธิษฐานให้มีลมได้

    นีลกสิณ สามารถทำให้เกิดสีเขียว หรือทำสถานที่สว่างให้มืดครึ้มได้

    ปีตกสิณ สามารถนิรมิตสีเหลืองหรือสีทองให้เกิดได้

    โลหิตกสิณ สามารถนิรมิตสีแดงให้เกิดได้ตามความประสงค์

    โอทาตกสิณ สามารถนิรมิตสีขาวให้ปรากฏ และทำที่มืดให้เกิดแสงสว่างได้ เป็น
    กรรมฐานที่อำนวยประโยชน์ในทิพยจักษุญาณ เช่นเดียวกับเตโชกสิณ

    อาโลกกสิณ นิรมิตรูปให้มีรัศมีสว่างไสวได้ ทำที่มืดให้เกิดแสงสว่างได้เป็น
    กรรมฐานสร้างทิพยจักษุญาณโดยตรง

    อากาสกสิณ สามารถอธิษฐานจิตให้เห็นของที่ปกปิดไว้ได้ เหมือนของนั้นวางอยู่ในที่แจ้ง
    สถานที่ใดเป็นที่อับด้วยอากาศ สามารถอธิษฐานให้เกิดความโปร่ง มีอากาศสมบูรณ์เพียงพอแก่
    ความต้องการได้

    วิธีอธิษฐานฤทธิ์

    วิธีอธิษฐานจิตที่จะให้เกิดผลตามฤทธิ์ที่ต้องการ ท่านให้ทำดังต่อไปนี้ ท่านให้เข้าฌาน ๔
    ก่อน แล้วออกจากฌาน ๔ แล้วอธิษฐานในสิ่งที่ตนต้องการจะให้เป็นอย่างนั้น แล้วกลับเข้าฌาน ๔ อีก
    ออกจากฌาน ๔ แล้วอธิษฐานจิตทับลงไปอีกครั้ง สิ่งที่ต้องการจะปรากฏสมความปรารถนา <!-- / message -->
     
  9. วสุธรรม

    วสุธรรม พลังรักอมตะ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,323
    ค่าพลัง:
    +8,220
    การฝึกกสิณนั้น เราฝึกเพื่อให้จิตสงบไม่ใช่หรือครับ
    หากฝึกแล้วมีโทษ เกรงว่าจะผิดวัตถุประสงค์
    จิตคงจะปรุงแต่งสิ่งไม่ดีต่างๆเอง
    ขออภัยหากความเห็นของผมนั้นไม่ถูกต้อง

    ขอถามหน่อยว่าภาพที่ท่านเอามาลงให้ดูนั้น
    ต้องการสื่อสารว่าอย่างไร
    สิ่งที่ลอยอยู่กลางดวงไฟสีขาวคืออะไร
    ผมความรู้น้อย ไม่เข้าใจ
     
  10. มีแปปเดียว

    มีแปปเดียว เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มกราคม 2010
    โพสต์:
    889
    ค่าพลัง:
    +3,876
    การสร้างเตโชธาตุ

    เรื่องราวเกี่ยวกับการเอาชนะความหนาวของลามะธิเบต ผมได้ศึกษาค้นคว้า พบว่า ที่ธิเบตมีวิธีการฝึกเพื่อเอาชนะความหนาวที่แปลก พิสดาร โหด เนื่องจากเป็นที่ทราบกันอยู่ทั่วไปว่า ประเทศธิเบตเป็นดินแดนแห่งความหนาวเย็น อากาศหนาวตลอดปี เขตที่หิมะจะหยุดนั้นมีเพียงเล็กน้อย ที่อยู่ของมนุษย์ก็อยู่ในระยะสูงตั้งแต่ ๓,๐๐๐ ถึง ๘,๐๐๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ชีวิตในธิเบตเป็นชีวิตที่ต้องต่อสู้กับความหนาวอย่างแท้จริง คนธรรมดาต้องใช้เครื่องห่อหุ้มร่างกายอย่างหนา ซึ่งทอหรือทำด้วยขนสัตว์ แต่บรรดาพวกลามะใช้ผ้าอย่างบางๆ แล้วก็ทนหนาวได้อย่างแปลกประหลาด ซึ่งคนปกติแม้แต่คนเมืองหนาวยังต้องใช้เครื่องห่อหุ้มร่างกายอย่างมากเพื่อป้องกันความหนาว เพราะความหนาวสามารถทำให้คนตายได้ง่ายๆ ด้วยโรคที่เรียกว่าปอดชื้น ปอดบวม หรือไข้หวัดอย่างร้ายแรง

    แต่พวกลามะในธิเบตกลับห่มแค่ผ้าเหลืองบางๆ ธรรมดา และสามารถทนหนาวได้ ยิ่งเป็นลามะที่มีความสามารถเรียนรู้ฝึกฝนตามวิธีการของธิเบตด้วยแล้ว แม้ในเวลาหนาวจัดที่หิมะตก น้ำในลำธารเป็นน้ำแข็ง ก็เกือบจะไม่ต้องการเครื่องปกคลุมร่างกายแต่อย่างใด และไม่ได้ปกคลุมร่างกายยิ่งไปกว่าที่ใช้อยู่ตามธรรมดาในฤดูที่มีความอบอุ่น ทั้งนี้เพราะเหตุว่าบรรดาลามะได้เล่าเรียนศึกษาในทางสร้างเตโชธาตุมาไม่มากก็น้อย

    ทางหลักวิชาเขาอธิบายไว้ว่า ในร่างกายของมนุษย์เรานั้น ธรรมชาติได้ให้ความอบอุ่นมาเพียงพอ ได้ให้เตโชธาตุมาในตัวแล้ว เพียงแต่ทำให้เตโชธาตุนั้นมีกำลังแรงขึ้นเหมือนใส่เชื้อเพลิงให้เพลิงลุกแรงขึ้น ความอบอุ่นในร่างกายก็จะมีมากพอสำหรับต่อสู้ความหนาวได้ ในร่างกายของมนุษย์มีพลังที่ซ่อนอยู่ มนุษย์เพียงแต่รู้วิชาที่จะปลุกเอาพลังที่หลับอยู่ขึ้นมาใช้เท่านั้น ก็สามารถจะทำสิ่งซึ่งมนุษย์ทั่วไปเห็นเป็นความมหัศจรรย์ แต่ไม่ใช่ความมหัศจรรย์โดยธรรมชาติ ซึ่งอันที่จริงก็เป็นไปตามธรรมชาตินั่นเอง

    หลักวิชาอย่างนี้ตรงกับหลักจิตวิทยาที่รับรองทั่วไป ทั้งในธิเบต ในอินเดีย และในที่อื่นๆ ซึ่งการสร้างเตโชธาตุเป็นวิทยาการที่พิสูจน์ได้ เป็นวิทยาศาสตร์ อย่างน้อยก็ทำให้ทนหนาวได้ โดยไม่เป็นหวัด ไม่ป่วยไข้ ไม่สั่นสะท้าน รู้สึกอบอุ่นแม้มีเพียงเครื่องปกคลุมร่างกายเพียงเล็กน้อย ในขณะที่อากาศหนาวจัดจนเป็นน้ำแข็ง ผู้ที่ได้ฝึกฝนตามวิธีการอย่างครบถ้วนแล้ว สามารถจะยืนหยัดหรือนั่งอยู่กลางหิมะ โดยเปลือยกายอยู่ตลอดคืนได้ ยิ่งกว่านั้นลามะชั้นอาจารย์ที่เก่งๆ สามารถนั่งภาวนาเป่าหญ้าแห้งอยู่ประเดี๋ยวหนึ่งก็มีไฟลุกโพลงขึ้นมาได้!!

    วิธีการฝึกนั้น เป็นไปตามหลักวิทยาการ เป็นเรื่องจิตศาสตร์โดยแท้ เป็นวิธีที่ใกล้หลักพระพุทธศาสนายิ่งกว่าเรื่องอื่นๆ วิธีของธิเบตนั้นไม่มีวิธีที่ค่อยทำค่อยไป พอเริ่มต้นก็ทำอย่างหักโหมร้ายแรง สู้ไม่ได้ก็ตายไป ถ้าสู้ได้ก็เป็นอันฝึกฝนได้สำเร็จ ก่อนลงมือทำการฝึกหัด อาจารย์จะให้ท่องมนต์ก่อน มนต์นั้นมีใจความว่า เราเป็นผู้ไม่กลัว เราใช้หนี้หมดแล้ว เราเสียสละแล้ว เรามีความสุข อยู่ในความวิเวก ไม่ต้องการคบหาใคร นอกจากแผ่นดินและท้องฟ้า เราเชื่อว่าพระผู้ศักดิ์สิทธิ์ได้ให้สิ่งที่ป้องกันความหนาวไว้แก่เรา หิมะเป็นของสวยงาม ความหนาวเป็นเครื่องให้ความสุขแก่มนุษย์ ลมที่พัดพาเอาความเย็นแทรกซึมเข้าไปในกระดูกได้นั้นเป็นไปโดยธรรมชาติ ผู้มีปัญญาสามารถ ย่อมจะรับเอาสิ่งที่ดีจากของเหล่านั้นไว้ในตัว ไม่รับเอาสิ่งที่ร้าย

    การฝึกครั้งแรก คือให้ลงไปอาบน้ำในเวลากลางคืนในแม่น้ำที่เย็นเป็นน้ำแข็ง ห้ามเช็ดตัว ห้ามห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าหนา แล้วให้นั่งภาวนาคาถา ก็จะเกิดความอบอุ่นขึ้นในร่างกายหากเราสังเกตมันได้ ซึ่งอาจจะตรงกับหลักจิตวิทยาโดยทั่วไปว่าในร่างกายของมนุษย์เรานั้น ถ้ามีความจำเป็นจะต้องต่อสู้กับความร้ายแรงในทางหนึ่งทางใด กำลังใจที่จะต่อสู้ในทางนั้น ซึ่งหลับอยู่ในตัว ก็ลุกขึ้นต่อสู้ความหนาว เราจะใช้เวลาที่อยู่ในน้ำได้มากอย่างที่ไม่นึกว่าจะทำได้ และพอขึ้นมาจากน้ำก็รู้สึกว่ามีไอน้ำออกทั่วตัว ซึ่งแสดงว่าเตโชธาตุได้ลุกขึ้นทำการต่อสู้กับความหนาวเย็นอย่างมาก

    ภายหลังที่ขึ้นจากน้ำ ห้ามคลุมผ้าที่ทำด้วยขนสัตว์ ห้ามผิงไฟ ให้นั่งนิ่งภาวนาให้นานที่สุด (ต่อสู้กับลมหนาวด้วย) วิธีการนั่งภาวนาสามารถนั่งขัดสมาธิแบบที่เรารู้จักก็ได้ หรือว่านั่งบนที่ที่ยกชั้นขึ้นห้อยขาลง มือทั้งสองพาดที่เข่า แต่ว่าให้เอาหัวแม่มือและนิ้วนางงอเข้า ส่วนนิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วก้อยให้เหยียดออก (แบบท่าพระโพธิสัตว์)

    ซึ่งวิธีการนั่งภาวนานี้เป็นมหาสติปัฏฐานโดยแท้ เพราะว่าให้พิจารณาลมหายใจเข้าออก แต่วิธีการ เคล็ดลับการฝึกที่ละเอียดนอกไปจากสติปัฏฐานที่เรารู้จักกันอยู่ในเมืองไทยนั้นก็คือ เวลาหายใจออกให้ขับอติมานะ ความเย่อหยิ่ง ความโกรธ ความพยาบาท ความอยากได้ และความเกียจคร้านออกไปพร้อมกับลมหายใจ เวลาหายใจเข้าให้นึกถึงพระพุทธคุณ และพระคุณของพระเจ้า ๕ พระองค์ ให้เอาอารมณ์ออกไปในเวลาหายใจออก ให้คิดเอาพุทธคุณเข้าในตัวเวลาหายใจเข้า

    เมื่อทำสติปัฏฐานเกี่ยวกับลมหายใจได้แน่วแน่แล้ว จึงทำการปฏิบัติอีกขั้นซึ่งมี ๒ ขั้นตอนคือ

    ขั้นแรกเรียกว่า "รามา" คือให้สร้างมโนภาพว่าในท้องเรานั้นมีดอกบัวดอกหนึ่ง อยู่ตรงสะดือของเรา ดอกบัวนั้นมีความร้อนแรงและแสงสว่างเหมือนดวงอาทิตย์ ให้สร้างมโนภาพให้ชัดว่าดอกบัวอยู่ในท้อง เป็นตัวแทนของดวงอาทิตย์ มีทั้งแสงและความร้อน ที่จะแผ่ซาบซ่าน กระจายความอบอุ่นไปทั่วร่างกาย

    ขั้นที่สองเรียกว่า "อุมา" ให้นึกสร้างเส้นประสาทใหม่ขึ้นในตัวเรา ๓ เส้น เส้นหนึ่งแล่นตั้งแต่ปลายเท้าขวาไปถึงปลายมือขวา เส้นที่สองแล่นตั้งแต่ปลายเท้าซ้ายขึ้นไปถึงปลายมือซ้าย เส้นที่สามแล่นกลางตัวขึ้นไปจนถึงศีรษะ ให้สร้างมโนคติเห็นเส้นประสาทเหล่านี้เป็นเหมือนสายฟ้า ที่มีไฟสีขาวเริงแรงอยู่ตลอดเส้น และเปลี่ยนขนาดเรื่อยไป ในขั้นแรกให้เห็นขนาดเท่าเส้นผม ต่อไปให้โตขึ้นเท่านิ้วก้อย เท่าแขน และลุกโพลงไปทั่วตัวแล้วก็กลับเล็กลง คือกลับเล็กเท่าแขน เท่านิ้วก้อยเท่าเส้นผม! ซึ่งเป็นวิธีการอย่างที่เรียกว่าอนุโลม-ปฏิโลม คือ เดินหน้าและถอยหลัง อย่างวิธีกัมมัฏฐานของไทย ทำกลับไปกลับมาอย่างนี้ให้ได้ภาพที่แน่นอนแล้ว ก็จบลงด้วยการเห็นสายไฟนั้นดับ ให้เรารู้สึกตกอยู่ในความมืด อยู่ในที่ว่างเปล่าของจักรวาล สงบนิ่งในอารมณ์นั้น

    วิธีการทางธิเบตเป็นที่เลื่อมใสแก่พวกนักศึกษา โยคะหรือพวกโยคีในอินเดีย จนมาขอร่ำเรียนศึกษา ซึ่งก็มีโยคีที่เก่งคนหนึ่งของอินเดีย ชื่อนโรทะ มีความรู้ทางลัทธิโยคีมาอยู่แล้ว ได้ไปศึกษาเพิ่มเติมตามวิธีการของธิเบต และได้รับการรับรองจากคนเก่งๆ ในธิเบต ว่าเป็นผู้สามารถสร้างความมหัศจรรย์ได้ในเรื่องเตโชธาตุ สามารถทำให้ไฟลุกขึ้นที่ไหนก็ได้

    เรื่องการสร้างเตโชธาตุนี้ มีคนเรียนกันมาก เมื่อมีผู้ที่เรียนรู้กันมาก หลากหลายอาจารย์ บางครั้งมักจะจัดให้มีการแข่งขันลองวิชา ลองความศักดิ์สิทธิ์ วิธีการทดลองก็คือ เอาผ้าคลุมตัวลงไปในน้ำในลำธารหรือในแอ่งซึ่งเย็นเยือกเป็นน้ำแข็ง หรือขุดหลุมหิมะแล้วลงไปแช่ เมื่อลงไปในน้ำหรือในหิมะนานพอที่แน่ใจว่าผ้าเปียกแล้ว ผู้ที่เป็นกรรมการควบคุมก็เรียกตัวขึ้นมา ให้นั่งอยู่ทั้งๆ ที่มีผ้าคลุมเปียกอย่างนั้น จนกว่าผ้าจะแห้งไปเองด้วยความอบอุ่นในตัวคน โดยตัดสินแพ้ชนะกันที่ว่าใครทำได้มากครั้งกว่า คือหมายความว่า มีความร้อนในตัวมากกว่า ทำให้ผ้าแห้งเร็วกว่า

    http://www.thaiday.com/Dhamma/ViewNe...=1915443199872 <!-- / message -->
     
  11. Vatairat

    Vatairat เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 มกราคม 2010
    โพสต์:
    1,675
    ค่าพลัง:
    +2,295
    ขอบคุณสำหรับกระทู้มากๆเลยค่ะ เมื่อคืนที่ผ่านมาเราหัดเพ่งเปลวเทียนดูตอนสวดมนต์ไหว้พระ ว่าจะลองฝึกกสิณไฟดู แต่เราก็กลัว เพราะไม่รู้จะฝึกอย่างไรดีเลยเลิกเลย พอดีมาเจอกระทู้คุณเข้าและความคิดเห็นหลายๆกระทู้เป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ
     
  12. vergo shaka

    vergo shaka เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 พฤษภาคม 2010
    โพสต์:
    539
    ค่าพลัง:
    +835
    [​IMG]............
     
  13. ragpon

    ragpon เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 กุมภาพันธ์ 2007
    โพสต์:
    456
    ค่าพลัง:
    +954
    เรียนเจ้าของกระทู้ครับ
    สวนที่จะตอบนี้เป็นความรู้ของผมเองซึ่งอาจจะยังเล็กน้อยอยู่มาก กสินไฟนั้นสวนตัวผมเองยังไม่เอาอ่าวเลย แต่จากพื้นฐานการสอนสั่งจากพระที่มีบัญทึกมาก็จึงฝึกตามแบบอย่างบ้างนอกแบบอย่างบ้างจึงได้ใจความว่า ท่านควรมีกสินน้ำหรือสีคอยควบคุมอารมณ์อีกทางนึงทำให้เย็นลงและอัดตราการขึ้นลงของความดันในร่างกายคอยปรับให้สมดุลมากยิ่งขึ้น กสินน้ำนั้นดีผู้ฝึกใหม่ควรฝึกครับขอแนะนำจะทำให้สมดุลในร่างกายดีขึ้นแต่จะไม่บอกนะครับว่าทำได้ไม่ได้มากน้อยเพียงใดแต่บอกว่ามีผลครับ ยิ่งหน้าร้อยอากาศร้อนนี้ ปิดพัดลม ปิดแอร์นอนในห้องยังสบายเยยอิอิ
    ที่ยกกสินน้ำมานั้นเพราะเหตุจากที่ท่านบอกเรื่องพลังที่เวียนอยู่กลางหว่างคิ้วครับน่าจะปรับเข้ากันได้

    เรื่องของท่านอสูรน้อยขออนุโมทนาครับ หากผลบุญใดที่ท่านได้ทำแล้วผมขออนุโมทนาบุญด้วยทุกประการและสำเร็จดังที่ท่านเป็น
     
  14. อศูนย์น้อย

    อศูนย์น้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    458
    ค่าพลัง:
    +495
    คือ อย่างนี้ครับ ที่ขาวๆนั่นคือใส่เทีนยครับ ที่ม้วนตัวเป็นกรีบนะ
    ตามภาพ เกิดขึ้นจาก การที่ผมเพ่งกระสิน คิดว่านะ เพราะผมนั่งคนเดียว
    ไม่ครัยอื่น น่าจะเป็นผมนะที่ทำ อิอิ พออารมชานตก ไม่คงอารมนั้นได้
    สิ่งที่แปลกจาก ปกติก็จะหล่นลงมา คือ อย่างนี้ครับ เหตุที่ผึกกสิน ผมฝึกมะโนมาสี่ปีแล้ว
    สองปีแลก ฟุ้งตลอดเลย นั่งทีรัยคิดไปต่างๆนาๆ แต่ก็ไม่สน นั่งไปเรื่อยๆพอมา
    เข้าปีที่สาม ก็เริมสงบ นิ่งขึ้น และได้มาเจอครูบาอาจาร ท่านสงเคราะ
    ฉเพราะกิต เลยได้รู้เห็นสิ่งเหล่นนั้น โดยเห็นอยู่คนเดียวเลยหลงอยู่กับมัน
    พักใหญ่ สนุกดี ต่อมาได้ฟังหลวงพ่อเทศว่าจะทำไห้ จีระนัน<-----มะโนแจ่ม
    นั้น ต่องผึกกสินด้วย คือจดจำภาพนิมิตนั้นไห้ได้ กำหนอเมื่อไหล่ก็ได้ แลกก็
    เอาทุกอย่างเป็นกสินหมดเลย สิ่งแวดร้อมทั้งหลากหลาก มันฟุ้งครับเยาะจัด
    สมองเออเลอร์ เลยเอาอย่างเดียวดีฟ่า ไม่รู้จะเอากองไหน ไฟง่ายสุดแค่ แต่
    จุดเทียน พอทำได้สักสามสี่วัน ก็ได้คุยกับพี่คนหนึ่งในห้องแชด ที่เคยคุยกัน
    เรืองอดีตชาติ พี่เค้าก็บอกว่า ผมหลงทางต่องสึกษาธรรมไห้มากๆ แล้วบอกว่า
    ผมไปสล้างมะโนกรรมไห้เขาทำมัย ทั้งๆที่ผมไม่มีเจตนา แต่อยากฝึกพัทนา
    ไห้ชัดเจนแม่นยำ ไห่พี่ๆเหล่านั้นได้รู้ได้เห็นไปพล้อมๆกัน คือว่าร่วมด้วย
    ช่วยกัน อะรัยประมาณนี้อะ ผิดถูกก็ตอยชี้เนาะกัน กลับได้คำถามที่ว่า มาสร้าง
    มะโนกรรมไห้ฉันทำมัย.....ตรงนี้เลยจีสเลย...ผมเลยเปลียนความคิดกับมะโน
    ที่เป็นทิพ หรือ ที่ไม่เห็นด้วยตาเนื้อ จะทำไห้เห็นด้วยตาเนื้อไห้ได้ ผมก็นั่ง
    อย่างจริงจัง นั่งตั่งแต่เทียงคืนถึงสี่โมงเช้า สามวันติดกัน ขอบอกว่ายิ่งนั้งนาน
    เท่าไหล่ ยิ่งพิจรณา ได้มากมายจนที่สุด พอไม่เอาแล้วกสินจบกันที ไม่อยาก
    ได้ แล้วเลิก....มันกับได้อะรัยดีๆในสมาธิมาก กว่าการได้กสิน อีกจนหาคำ
    ที่จะอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ "พูดไปครัยจะเชื่อ"ก็เลยเลกคบกับกะสินไปสองวัน
    แต่พอวันที่สาม มานั่งเล่นที่ห้องรับแขก เห็นเทียนอีกเล่มว่าอยู่เลยคิดว่า
    .จะทำอย่ารัยดีหนาไห้เทียนบอกรักฉันมา.<----เอาฮานะ ก็เลยลองอีก
    สักตั่ง อธิฐานจิตว่าถ้าผมมีวาสนาจริงหรือผมได้กสินแล้วจริง ก็ขอไห้เทียน
    นี้เปลวไฟนี้เกิด สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ก็ลองจุดไฟปักเทียนนั่งมองหลับตาหายจัย
    เข้า ออก ลึกๆสามหน พอลืมตาขึ้น โอ่มายก๊อต เปลาเทียนเลียวแลมขึ้นมา
    ตื่นเต่น นิสๆ และเป็นอยู่สักพักก็เริมคิดว่าสิ่งที่กระทำเกิดจากอะรัย อะรัยเป็น
    ปัดจัย ที่ไห้เกิด เก๊ตเลย และพยามควบคุมบังคับไห้ได้ดั่งจัยนึกคิด เหมือน
    มะโนที่ผึก ขอบอกยากมากๆ พอทำไปเรื่อยเริมได้แต่ก็ เกือบทุกครั้งที่ทำได้
    มีไม่กี่ครั้งที่ไม่เป็นไปตามปารถนา ก็เกิดคำถามในจัยว่า มีเทคหนิกอะรัย
    ที่จะไปตรงๆโดยที่เราไม่เคยไปมาก่อน
    ......เลยมาถาม ท่านๆ นี่และครับ ส่วนตัวก็มีคำตอบแค่ว่า ทำไปเรื่อยๆ
    รูปนี้คือ...อะรัยก็ช่างนะมันคือ สิ่งที่อยู่ในเปลวเทียนที่หล่นลงมาเก็บไว้ดูเล่น
    ส่วนที่หลือ ทิ้งไปหมดแล้ว ป.ล .แข็งเหมือนหินเลย. :boo:
    เปลียบเทียบกับเหลียนบาท :boo:
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

    • IMG_0040.JPG
      IMG_0040.JPG
      ขนาดไฟล์:
      57.3 KB
      เปิดดู:
      138
  15. หลวงพี่ทัต

    หลวงพี่ทัต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    1,740
    ค่าพลัง:
    +1,975
    ทำดี ไม่ทำความชั่ว ทำใจให้ผ่องใส แค่นี้ก็พอแล้วจ๊ะ
     
  16. k.kwan

    k.kwan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    15,900
    ค่าพลัง:
    +7,310
    ลองไปถาม
    คุณ<!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->NCK2046 ที่กระทู้นี้สิ เขาฝึกกสิณไฟเหมือนกัน
    http://palungjit.org/threads/พระอาทิตย์ทรงกลด-ผลจากกสิณไฟ.251151/page-2

    ตัวอย่างการตอบคำถาม
    อ้างอิง:
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=6 width="100%" border=0><TBODY><TR><TD class=alt2 style="BORDER-RIGHT: 1px inset; BORDER-TOP: 1px inset; BORDER-LEFT: 1px inset; BORDER-BOTTOM: 1px inset">ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ปุณฑ์ [​IMG]
    รบกวนสอบถามคุณ NCK2046
    ใช้นิมิต เพื่อเริ่มในกสิณไฟ อย่างไรคะ?
    นิมิตขณะเป็นสมาธิเป็นอย่างไร
    แล้วจะกำหนดอย่างไร เพื่อให้เกิดพระอาทิตย์ทรงกลดได้
    ขอบคุณมากค่ะ
    </TD></TR></TBODY></TABLE>
    ขั้นตอนแรกเลยเอ๋จะสอบถามท่านที่จะฝึกว่า ตอนนี้สมาธิอยู่ในระดับใด เพื่อจะได้ทราบกำลังของจิตค่ะ ลองสังเกตว่าเราสามารถจับลมหายใจที่เคลื่อนจากปลายจมูก ผ่านลำคอ ผ่านช่องอก ผ่านช่องท้อง ไปหยุดที่เหนือสะดือ แล้วดูย้อนกลับขึ้นไปใหม่จนถึงปลายจมูกได้หรือยัง

    ตัวนี้สำคัญมากเพราะเป็นปฐมฌาณ หากจิตละเอียดสามารถตามดูลมเข้าออกได้แบบนี้อย่างคล่องแคล่วแล้ว เรื่องฝึกจับภาพนิมิตไม่ยากเลย ที่สำคัญตรงนี้ต้องคล่องก่อน เหมือนเราหัดเขียน กไก่ ค่อยๆเขียนไปจนคล่องก่อนแล้วจึงผสมสระพยัญชนะทีหลัง

    เรื่องภาพนิมิตนี้ไม่ตายตัวค่ะ ขอเพียงกำลังจิตตั้งมั่นพอตั้งแต่ปฐมฌาณแล้ว ท่านจะสามารถเลือกฝึกกสิณตัวใดก็ได้ตามใจชอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นกสิณไฟหรือนิมิตพระอาทิตย์ทรงกลดแบบเอ๋ก็ได้ ใครถูกจริตอันไหนให้ฝึกอันนั้นจะได้ไวมาก เพราะบางทีมีของเก่าๆติดตัวกันอยู่แล้ว (กรณีเพ่งพระอาทิตย์ มีข้อห้ามเยอะมาก ควรเพ่งพระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้น หรือกำลังจะตก แสงจะไม่เป็นอันตรายต่อดวงตา หากนอกเหนือเวลาดังกล่าวไม่ควรเพ่งค่ะ เดี๋ยวตาบอด)

    เพราะการฝึกที่ใช้ฉันทะ หรือความชอบเป็นตัวนำจะทำให้เราสนุกและไม่เครียดไม่เบื่อ เมื่อกำลังจิตสูงขึ้นเรื่อยๆผ่าน ฌาณ 2 3 ไปถึง 4 ตรงนี้ฤทธิ์จะเกิดเองตามคุณลักษณะของภาพนิมิตที่จิตยึดไว้ เดี๋ยวรายละเอียดจะทยอยนำมาลงนะคะ ขอให้ประสบความสำเร็จในการฝึกค่ะ<!-- google_ad_section_end -->
    <!-- google_ad_section_start(weight=ignore) -->NCK2046
     
  17. วสุธรรม

    วสุธรรม พลังรักอมตะ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    2,323
    ค่าพลัง:
    +8,220
    ขอบคุณท่านอศูนย์น้อย ที่กรุณาอธิบายให้ฟังครับ
    ผมก็เคยฝึกมาบ้างตอนปีพ.ศ.2539
    ตอนนั้นยังรับราชการอยู่ ลงทุนลาอุปสมบท120วันเลย
    เพื่อมุ่งปฏิบัติเต็มที่ ดันเข้าสำนักผิดอีก ด้วยความไม่รู้
    ไปเข้าสำนักวิปัสสนา ยุบหนอพองหนอ พระองค์องค์อื่น
    ท่านยุบหนอพองหนอกัน แต่ผม ภาวนา "พุทโธ"ฮาๆๆ
    ไม่มีใครรู้ นอกจากพระที่สนิทกัน พอกลางคืนก็แอบฝึก
    กสิณไฟ พอดีไปอ่านหนังสือเจอ เขาว่าให้ฝึกอาณาปาณสติ
    ให้คล่องก่อน ค่อยหันมาเก็บกสิณไฟและอื่นๆ

    ตามความเข้าใจของผม เราเพ่งเทียนเพื่อจดจำภาพนั้น
    ให้เกิดอุคหนิมิตร เป็นรูปเปลวไฟสีเหลือง แล้วเพ่งภาพนิมิตร
    จนใสกลายเป็นดวงแก้ว แต่ผมก็ยังไม่เคยได้ฝึกต่อไป
    เพราะโชคดีมาได้พบคู่ครองก่อน จากนั้นก็มีลูกชายตามมาอีก3หน่อ
    วันเวลาจึงต้องนำมาใช้กับการดูแลเอาใจใส่ลูกน้อยให้โตสักหน่อย
    จึงจะทุ่มเทการปฏิบัติฯต่อไป นี่ลูกคนเล็กซึ่งติดพ่อมากๆ ก็เริ่มเข้าอนุบาลแล้ว
    ผมคงจวนจะได้ฝึกต่อแล้ว แต่ทุกวันนี้ผมเพียงนึกถึงไฟ นิมิตรของไฟก็จะมาลอยให้เห็นครับ อุปสรรคของความก้าวหน้าของการปฏิบัติอย่างหนึ่งคือ ความตั้งใจอยากให้เป็นอย่าง
    โน้นอย่างนี้ มันคือกิเลสครับ

    ขออนุโมทนาท่านมา ณ โอกาสนี้ครับ
     
  18. pinitko

    pinitko เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กรกฎาคม 2010
    โพสต์:
    264
    ค่าพลัง:
    +291
    ผมไม่เคยฝึกแบบนี้นะ แล้วผมก็เป็นคนที่สมาธิไม่นิ่งด้วย เพราะเวลานั่งเหมือนกับตัวผมไม่สมดุลชอบเอนไปทางโน้นทางนี้ บางที่แขนก็สั้น ตาก็กระตุก ไม่รู้เป็นเพราะอะไร
    แต่ผมมีความรุ้สึกบางอย่างไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือป่าว คือถ้าจะให้พลังออกมา อย่าใช้กายและจิตฝืนให้พลังออกมา แต่ใช้ความรุ้สึกในการใหลพลังนั้นออกมาตามธรรมชาติ
    แต่สำหรับผมทำยังไงก็ไม่ได้ แต่มีความรู้สึกอย่างนึ่ง แต่เหมือนมีอะไรมากั้น
    ทำให้มาแต่ความคิดแต่ไม่สามารถสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นได้ ไม่รุ้เป็นเพราะอะไรหรือผมอุปทานขึ่นมาเอง
     
  19. อศูนย์น้อย

    อศูนย์น้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    458
    ค่าพลัง:
    +495
    ครับไช่ครับ เพ่งจนเป็นผลึกแข็งเลย เป็นแก้วใสยิบยับ
    แต่ก็แค่ สิ่งที่เป็นทิพ เห็นอยู่คนเดียว อยากทำไห้ได้เห็นด้วยตาเนื้อเลย
    เอาไห้เกิดขึ้นจริงเห็นและสำผัดได้ ก็เป็นสิ่งตั่งหรือหวันไว้ ด้วยความเพียน
    มันก็บันใดอีกขั้นที่จะก้าวไปสู่ที่ยิ่งไหญ่ ..................ขอบคุญสำหลับทุกท่านด้วยครับ
     
  20. อศูนย์น้อย

    อศูนย์น้อย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 กุมภาพันธ์ 2010
    โพสต์:
    458
    ค่าพลัง:
    +495
    ครับผม คือถ้าผมเองพิมไม่ครบอัคระ อักศรไทยก็ขอโทษด้วยนะครับ
    พอดีเรียน น้อยครับ ผมว่าคนประเภทผมคงมีหลายคนอยู่นะครับ
    ต่องขอกราบขออนุญาต จริงๆ มีปัญญาแค่นี้ ผมว่าสว่นมาก เข้าจัยนะ
    ทิธิ ทิ้งไปครับ อัตาไม่มี .......แล้วยิ้มไห้มีความสุขครับ
     

แชร์หน้านี้

Loading...