กายเราคือนิมิตใช่หรือไม่ ??

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ธรรมแท้ว่าง, 25 ตุลาคม 2021.

  1. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    รูปกายเป็นสิ่งสังขาร(ปรุงแต่ง)ที่มีสภาวะ
    เกิดดับอย่างต่อเนื่องซึ่งไม่ได้มี
    ปรากฎอยู่จริงเพราะผ่านไปแล้ว
    ผ่านไป แล้วผ่านไปแล้ว
    แต่ที่เห็นด้วยตาเนื้อเป็นรูป
    คนสัตว์ นั้นเป็นเพียงนิมิตใช่หรือไม่
    คับ
     
  2. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    ถ้ากายเมื่อวาน เป็นกายเดียวกับกายวันนี้
    มันก็ไม่ใช่อนัตตา (เพราะขัดแย้งกับ
    อนิจจัง
    ทุกขัง อนัตตา)ถูกต้องไหมคับ
     
  3. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    ฉะนั้น กายจริงๆ จึงไม่มี
    มีแต่กายสังขาร(ปรุงแต่ง)ที่เป็นแค่นิมิต
    กับความว่าง(รอยต่อของนิมิตเก่ากับนิมิตใหม่)ใช่หรือไม่คับ
     
  4. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    ถ้าเป็นดังนั้น การหลงยึดกาย
    ที่ไม่ใช่มีอยู่จริง
    นี่ก็จะเป็นอวิชชา ที่จะพา
    ไปได้ชาติใหม่ภพใหม่ เต็มเต็ม
    ด้วยความหลงนั้นถูก
    หรือไม่คับ
     
  5. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    ทุกสิ่งอย่างในสงสารนี้ มีอยู่แบบความฝัน รวมตัวเราด้วย

    อนัตตา มีทั้งสังสารวัฎ

    รู้อนัตตาตัวเอง แต่ไม่รู้ชาวบ้าน ...ก็ไม่ได้ 3 ผ่านนะลุง
     
  6. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    ถ้ารู้แบบใด เป็นมิจฉาทิษฐิก็ต้องเปลี่ยน
    เป็นรู้แบบสัมมาฯ ซะ
    จะได้ไม่เนิ่นช้า ฮับ
     
  7. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    เมื่อเข้าใจผิดว่ากายคน กายสัตว์
    มีจริง เป็นกาย
    เราจริงเป็นกายของสัตว์จริง
    จะทำยังงัย จะทำอะไรต่อไปก็จะผิด
    ธรรมไปตลอด จนกว่าจะเปลี่ยนจาก
    เข้าใจอย่างผิด มาเป็นเข้าใจอย่าง
    ถูก จึงจะเป็นธรรมะ
    ใช่หรือไม่คับ
     
  8. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    ระวังจะเป็นคนยึดติดอนัตตานะลุง ไม่ใช่แค่คน แค่สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้นี่นั่น ก็รวมด้วย

    ถ้าจิตอยู่กับอุเบกขาสัญญาจริง จะไม่มีการตัดสิน นี่อัตตา นี่อนัตตานะ

    หมายถึงว่า เราก็ต้องพยามฝึกไม่เอาอนัตตาด้วย

    นู๋ก็ยังยืนยันคำเดิมนะ ธรรมพระพุทธเจ้าต้องลงมือทำ อย่าไปฟังมาก อ่านมาก

    มันยากส์แค่แรกๆ ยากส์เพราะเราไม่เคยลงมือทำ พอทำแล้วมันไม่ยากส์
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2021
  9. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    อ้าวลืมไป อิอิ

    ความเพียรใช้ไม่ได้กับลุงนี่นา
     
  10. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    แม้ใบไม้ ในกำมือแค่เพียง 2 สามใบ
    ก็ใช่ว่าทุกคนจะสามารถ
    จดจำและเข้าใจได้หมด แต่เพียงจดจำ
    และเข้าใจในสิ่งที่เป็นไฮไลท์จริงๆ
    ก็น่าจะบรรลุเป้าหมายได้เร็ว
    และทันเวลากว่า
    ถูกไหมคับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 25 ตุลาคม 2021
  11. Mdef

    Mdef เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    1,324
    ค่าพลัง:
    +1,795
    กายเราคือนิมิตใช่หรือไม่ ?

    ใช่
     
  12. ธรรมแท้ว่าง

    ธรรมแท้ว่าง กายเบาใจเบา

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    12,236
    ค่าพลัง:
    +12,608
    ลุงระวังตัวเรื่องการหมกมุ่นในธรรมะ
    อยู่คับ
     
  13. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    ฝึกให้จิตมันยอมรับด้วยตัวเองซะ ก็ไม่ต้องคอยหาฟัง หาอ่านความรู้จากคนอื่น

    แล้วมันก็ค่อนข้างจะมองทุกอย่างเป็นธรรมดาไป

    ลุงจะรู้ว่า คำว่า "เรา" จริงๆ มีอยู่แค่ในความคิดของเราเท่านั้น เหมือนหลับตาฝัน แล้วบังคับให้ทุกอย่างสมหวังตามที่เราต้องการ แต่พอลืมตามาทุกอย่างก็เป็นแบบเราต้องการไม่ได้

    จิตอัตตาก็ทำงานประมาณนี้ "มีเรา" อยู่แค่ในความคิดของเราเท่านั้น มันจะมีสภาพดิ้นหนีสิ่งที่เปลี่ยนแปลง

    ไตรลักษณฺก็ทำงานตรงข้ามกัน - มีสภาพดิ้นหนี ความถาวร
     
  14. ๑๓อักษร

    ๑๓อักษร สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2021
    โพสต์:
    450
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +67
    พระไตร มีอธิบายเรื่อง ความจริง ของจริง มี 4 อย่าง
    รูป จิต เจตสิก นิพพาน

    ไม่ศึกษา เวลาเอามาพูดก้พุดแบบ งง งง


    แล้วพอมีคนแนะนำให้ศึกษา
    ก้บอก อ่านตำรามากไป ไม่ดี ทั้งๆที่ แค่เรื่องรูปอย่างเดียว
    ก็ไม่ถึง 3 พระธรรมขันธ์

    แล้วพอมีคนแนะนำให้ทำความเพียร ก้บอก
    ต้องฟังธรรมให้มาก ฟังธรรมที่ถูกต้อง เอาแต่ ใบไม้ 2 ใบก็พอ

    ดูแล้วมันย้อนแย้งตัวเอง


    รูปเป้นสิ่งที่มีจริง แยกเป็นสอง มี สังขารที่มีใจครอง กับสังขารที่ไม่มีใจครอง

    แยกเป็น 5 ได้ ธาตุ 5
    อ่อนแข็ง(ดิน)
    ไหลเกาะกุม(น้ำ)
    ร้อนเย็น(ไฟ)
    ไหวตึง(ลม)
    อากาศ(ความว่าง) ตรงความว่างนี้ พวกสอนธรรมเพี้ยนๆเยอะมาก

    พวกนี้คือรูป พระไตรฯเรียกรูปปรมัตถ์ คือ เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง


    ส่วน กาย คำว่า กาย หมายถึง เป็นที่ประชุม เป็นที่รวมของเครื่องโสโครกหมักดอง

    มีอาการ 32 นี่พระไตรเรียกว่า รูปกาย เป็น ธาตุ4 ประชุมรวมกัน มีการเกิดดับ
    ต่อเนื่องสืบต่อเป็นสันตติ

    เปลี่ยนแปลงไปตามกรรม เรียกว่า กัมชรูป แปรเปลี่ยนไปตามกรรม คือการกระทำ

    ไม่ว่าจะเป็นกรรม การกระทำในปัจจุบัน เช่น กินอาหาร เข้าไป มากน้อย อาหารต่างชนิด
    มันก้แปรเปลี่ยนไปตามกรรม คือ กินอาหารประเภทไหน รูปกายก้แปรเปลี่ยนไปตามปัจจัยนั้นๆ สั้นๆง่ายๆ กินมาก อ้วน กินน้อยผอม นี่ เรียกว่าแปรเปลี่ยนไปตามกรรมปัจจุบัน

    และก้ยังมีทั้งแปรเปลี่ยนไปตามกัมชรูป จากอดีต เช่น แต่ก่อนทำกรรมอะไรมา
    ก้ส่งผลมาให้ พฤติกรรม พฤติจิต เป็นตัวบงการออกมา เกิดการกระทำลงทางกาย
    เป็นสันดร สันดาน ไปทางดีบ้าง ชั่วบ้าง แบบนี้เป็นต้น สืบต่อ ส่งผลให้กรรม ไปตาม กรรมหนัก กรรมเบา กรรมปั้น กรรมดัน กรรมดี กรรมชั่ว


    พอไปเจอคำสอนเพี้ยนๆ เละเทะ
    ไม่อิงเดินตามพระธรรมที่ถูกต้องก้เสียเวลาเนิ่นนาน
     
  15. ๑๓อักษร

    ๑๓อักษร สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2021
    โพสต์:
    450
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +67
    ที่นี่ พอมาลงเข้าสู่ สมมุติสัจจะ
    ก็จะมาเป้น กายเรา กายลุงแมว

    นี่ คำว่า กาย มีจริง แต่คำว่าเรา ไม่มีจริง
    คำว่า กายมีจริง คำว่าลุงแมวไม่มีจริง

    คำว่ากายเป็น ปรมัตถ์ สัจจะปรมัตถ์ คือ ความจริงที่มีอยู่จริง
    คำว่าเรา คำว่าลุงแมว นี่เป้นสัจจะสมมุติ คือ ความจริง ที่สมมุติ เพื่อ ใช้ในการสื่อสาร

    พอแยก สัจจะสมมุติ กับ สัจจะปรมัตถ์ ไม่ออก ก้จะตีกันเละเทะ
     
  16. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,727
    ค่าพลัง:
    +1,556
    กาย คือนิมิตไหม อาจจะเพราะลุงไปจับเอาประเด็นว่า กายไม่ใช่เรา
    พอไม่ใช่เรา ลุงเลย อ๋อ งั้นก็นิมิตน่ะซิแล้วลุงแมวก็ไปต่อ กายคือนิมิต ตั้งทู้ดีฟ่า

    ลุงลืมไปว่า เหตุเกิดปัจจัย
     
  17. ๑๓อักษร

    ๑๓อักษร สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 สิงหาคม 2021
    โพสต์:
    450
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +67
    ทีนี้ พอ มาใช้ คำว่า นิมิต

    โดยทั่วไปส่วนมาก จะเข้าใจ ไปถึง สิ่งที่เห็น จากการนั่งหลับตาทำสมาธิ

    คือถ้า หมายเอาตรงนี้ ก้เรียกว่า นิมิตในสมาธิ

    นิมิตในสมาธิ ก้เป้นนามธรรม ที่ปรุงแต่งขึ้น เรียก ว่า เจตสิก เป้นสังขารปรุงแต่ง

    และเจตสิก ก้เป้น ธรรมปรมัตถ์ คือ มันก้มีอยุ่จริง แต่มันเป้นส่วนนามธรรม

    ถ้าแยกไม่ออก ก็คือ จะทำให้ งง งง งง
    ควรแยกให้ออก เพราะเวลา มีผู้สอน

    จะยกตัวอย่างเปรียบเทียบ ของที่จับต้องได้
    กับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ มาเปรียบ

    ว่า ในขณะ ที่มีคำสอนนั้น ๆท่านจี้คำสอนไปใน สถานที่ใด กับใคร และเพื่ออะไร


    การสอนธรรม จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครจะสอนได้

    อย่างในสมัยปัจจุบันที่มีกันอย่างแพร่หลาย ตั้งตัวเองเป็นอาจารย์สอนเยอะ
    เพราะมีวุฒิจากการอ่านการฟังมั่ง
    การหลงนิมิตว่าบรรลุมั่ง ทั้งภิกษุทั้งโยม มากมาย

    การสอนธรรม ในอดีต จะต้องเป้น
    พระมหาเถระ ที่ผ่านการฝึกฝนจน
    ยืนยันตามพระพุทธเจ้าได้ และมี มติ
    ให้เป้นผู้เทศนาธรรม ขึ้นธรรมมาสได้

    ในวงกรรมฐาน จึงเหลือเพียง น้อย ที่ สามารถสอนธรรมได้ถูกต้อง


    ชีวิต ที่เกิดมานี้ หาก เดิน ตามครูผิด ก้เสียเวลาเนิ่นนาน

    แต่ทุกอย่างก้เป็นไปตามกรรม
    กรรมอดีต ส่งมากรรมปัจจุบัน กรรมปัจจุบันส่งต่อ อนาคต
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 26 ตุลาคม 2021
  18. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    คุณค้าบบบ เดี๊ยนพูดเลยธาตุไปอี๊กกก

    อีเกิดดับที่รูปนี่ เห็นง่าย วันนี้ไม่เหี่ยว พรุ่งนี้ก็เหี่ยว < อันนี้มองกว้างๆ แบบวิเคราะห์ พอจะเห็นได้

    เห็นเป็นธาตุ ก็แตกอวัยวะร่างกายออกเป็นส่วนๆ ซะ ก็ไม่เห็นความเป็นบุคคลแระ หรือตึกสูงๆ แตกออกซะ ก็มีอิฐ หิน ดิน เหล็ก ไม่เห็นเป็นตึก

    แต่โดยการเข้าไปรู้ของจิต มันเข้าไปรู้ตัวอาการ ที่เป็นตัวความรู้สึก

    รู้อัตตา < มันจะรู้อาการดิ้นหนีความเปลี่ยนแปลง ไม่ได้รู้ชั้นสัญญาคำศัพท์แปลความหมายนี่นั่น เป็นต้น

    เรื่องความว่าง ที่จิตกับเจตสิก - ทั้งหมดเกิดดับสิ เพราะมันยังไม่นิพพาน

    จิตตัวนี้ จิตอัตตา < ความว่างตัวนี้หน้าเดียว คืออุเบกขาสัญญา อุเบกขาสัญญา ไม่มีแบ่งละเอียด แบ่งหยาบ แบ่งดี แบ่งไม่ดี จิตมันรักษาสมดุลย์อยู่ตรงกลางตลอด มันไม่ตัดสินอะไร

    ความว่างนี้คือว่างจากการปรุงแต่ง คือมันไม่กินอารมณ์


    ส่วนจิตปรุงแต่ง มันแบ่งออกหลายอารมณ์ แต่มันก็เป็นความว่าง แต่ว่างแบบเปลี่ยนแปลงไปมา คือไปอารมณ์นี้ อารมณ์นั้นไม่พัก

    มันไม่ใช่ว่างแบบสมาธิดาบส ที่เขาบล๊อคความคิดที่ไหน
     
  19. ปวีรัศม์ชา

    ปวีรัศม์ชา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    680
    ค่าพลัง:
    +634
    คำว่านิมิตที่ลุงแมวใช้ เวลาจิตเข้าไปรู้ จิตมันจะใช้คำนี้ "ทั้งหมดมีอยู่แบบความฝัน"

    บทสรุป หรือสมุทเฉท เวลามันสรุป จิตมันจะใช้คำนี้ " ปัญญาสรุปรวบยอด"

    หริอนิพพานดับเย็น จิตมันจะใช้คำนี้ " สันติ"
     
  20. แค่พลัง

    แค่พลัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    2,727
    ค่าพลัง:
    +1,556
    เชื่อนะ พูดแต่ธรรมที่พระศาสดาตรัส มีคุณมาก
    พูดในสิ่งพระศาสดาไม่ได้ตรัส ก็มีโทษมากเช่นกัน

    พระศาสดา ก็ตระหนักในประเด็นนี้เช่นกัน
     

แชร์หน้านี้

Loading...