การชำระหนี้สงฆ์

ในห้อง 'บุญ-อานิสงส์การทำบุญ' ตั้งกระทู้โดย มงคล, 5 พฤศจิกายน 2004.

  1. มงคล

    มงคล เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ตุลาคม 2004
    โพสต์:
    62
    ค่าพลัง:
    +1,047
    ผู้ถาม
    ทำกรรมอะไรถึงลง อเวจี คะ........?


    หลวงพ่อ
    อเวจีนี่ทำกรรมหนักมากมันจึงจะลง ก็มีอนันตริยกรรม อาจิณกรรม ขโมยของสงฆ์ ของสงฆ์ นี่แตะนิดเดียว ลงอเวจีเลยนะ แม้แต่เศษเล็ก ๆ
    (เรื่อง อนันตริยกรรม เช่น ฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพระอรหันต์ ยุให้สงฆ์แตกกัน เป็นต้น พระยายมมาบอกหลวงพ่อว่า "ทุกคนอย่าได้ทำเด็ดขาด ท่านช่วยไม่ได้เลย" ส่วน อาจิณกรรม เช่น แม่ครัวทุบหัวปลา แกงเป็นประจำ เป็นต้น สำหรับ ขโมยของสงฆ์ หลวงพ่อได้ยกตัวอย่างให้ฟังดังนี้)
    หลวงพ่อ มี_าติพระเจ้าพิมพิสาร เป็นทายกในตอนต้นก็ดี ซื่อตรงต่อการบุ_การกุศล แต่มาตอนกลาง ๆ มือถึงท้ายมือไม่ค่อยดี เริ่มหยิบแล้วทีแรกก็เป็น ทายก ต่อมาก็เลย
    เป็น ทายัก ของอะไรดี ๆ ก็ยังเอาไปเสียบ้าง เอาไว้ให้ลูกให้เมียเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียบ้าง ของที่เขาจะถวายสงฆ์ เขาตั้งใจจะทำอาหารถวายสงฆ์ เนื้อ ดี ๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง แกงดี ๆ ก็ยักเอาไว้บ้าง บางทีไม่ยกของสด ไอ้ของที่สำเร็จรุปที่เขาไม่ทันจะถวายพระ ก็ยักเอาไว้เสียบ้าง
    _าติของพระเจ้าพิมพิสารเป็นทายักแบบนี้ ตายแล้วลงนรกสิ้นระยะเวลา ๑ กัป พ้นจากนั้นแล้ว ก็มาตก ยมโลกียนรก คือผ่าน นรกบริวาร ๔ ขุม แล้วก็มาตกยมโลกีนรกตามลำดับมาเป็น เปรต ๑๑ จำพวก สุดท้ายก็เป็น เปรตพวกที่ ๑๒ สมัยพระพุทธเจ้าของเรานี้ จำไว้ด้วยนะ ของสมบัตินิดหนึ่งน่ะ แม้จะเป็นก้อนดินก้อนหนึ่ง กระเบื้องหัก ๆ ก้อนหนึ่งก็ตาม ถ้าเราถือเอาเข้าบ้านด้วย อาการของขโมย เสร็จ สะเด็ดไม่เหลือ ลูกหมากรากไม้ที่มีอยู่ในวัด เราจะไปขอเด็กขอพระไม่มีประโยชน์ ของสงฆ์สงฆ์ต้องประชุมกัน เมื่อประชุมกันแล้วตกลงกันว่ายังไง ต้องปฏิบัติตามนั้นขายหรือให้ใครต้องปฏิบัติตามนั้นนะแม้แต่ ดอกไม้บูชาพระ ก็เหมือนกัน ถ้าท่านผู้ปลูกยังมีชีวิตขอเฉพาะท่านได้ ถ้าท่านผู้ปลูกตายไปแล้วหรือสึกไปแล้ว อันนี้เป็นของสงฆ์ ต้องเป็นเรื่องของสงฆ์วินิจฉัย ไม่ใช่พระองค์ใดองค์หนึ่งเป็นผู้ให้ หรือไปขอเก็บเด็กวัดอันนี้ไม่ถูกต้อง ลงอเวจี

    และอีกเรื่องหนึ่ง กากะเปรต สมัยที่เกิดเป็น กา แย่งข้าวในขันที่เขานำไปจะถวายพระ ข้าวสุกนั้นเขานำไปยังไม่ถึงพระ ยังไม่ใช่ของสงฆ์ จะถือว่าเป็นของชาวบ้านก็ไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจถวายสงฆ์แล้วกรรมเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ตายไปแล้วไปลง อเวจี แล้วแถมมาเกิดเป็น เปรต


    ผู้ถาม
    หลวงพ่อครับ คนที่กินข้าวที่พระอนุ_าติแล้ว ทำไมถึงตกนรก และพระที่ให้ก็ต้องตกนรกด้วยครับ....?


    หลวงพ่อ
    ถ้าอาหารที่พระให้ต้องเป็นของ_าติโยมที่ถวายเฉพาะองค์นั้น ไม่มีโทษแน่ แต่ที่เป็นอย่างนี้ต้องเป็นอาหารที่เขาถวายเป็นส่วนกลาง คือเป็นของสงฆ์ ของสงฆ์นั้นพระองค์ใดองค์หนึ่งไม่มีสิทธิ์ให้ นอกจากสงฆ์จะประชุมตกลงให้พระองค์นั้นเป็นผู้จ่ายแทนสงฆ์
    ตัวอย่างของสงฆ์เช่น อาหารวันพระ ที่มีข้าวใส่บาตรเหลือมากๆ แล้วทายกใส่ถ้วยเอาไปกินบ้าน โดยที่คณะสงฆ์ไม่มีส่วนรู้เห็น อย่างนี้ แม้แต่เจ้าอาวาสเองยังไม่มีสิทธิ์ให้ต่มลำพัง

    บางทีกินอาหารที่พระฉันเหลือ ถ้าพระอนุ_าติแล้วไม่มีโทษ(สำหรับโยมที่ไปในงาน ทางวัดเขาตั้งใจเลี้ยงก็ไม่เป็นไร) แต่บางท่านก็หยิบของที่พระฉันแล้วเอามาเฉยๆ บางท่านก็ขอเอาดื้อๆ ให้หรือไม่ให้ก็ตาม ออกปากขอแล้วยกไปเลย พระยังไม่ทันอนุ_าติ ท่านทายกประเภทนี้ ท่านช่วยยกคนที่กินกับท่านลงอเวจีแบบสะดวก เมื่อจะขอต้องดูว่าอาหารมากไหม ถ้ามากจนเหลือเฟือ ก็ขอให้พระท่านให้ตามความพอใจของท่าน เพราะท่านอาจมีกังวลนำอาหารไปให้ใครก็ได้ ที่ท่านมีภาระต้องเลี้ยง ถ้าถือเอาตามความพอใจก็ต้องถือว่าแย่งอาหารจากพระมีโทษ 100 เปอร์เซ็นต์

    และอาหารถวายพระพุทธรูป ก็เหมือนกัน อาหารประเภทนี้ดูเหมือนจะเป็นเหยื่อล่อให้ทายกลงอเวจีสะดวกสบายมาก อาหารที่เขานำมาวัด เขาตั้งใจถวายพระสงฆ์ การนำไปถวายพระพุทธรูปนั้นเป็นความดี เพราะเป็นพุทธานุสสติด้วย เป็นพุทธบูชาด้วย แต่อาหารประเภทนี้ไม่จำเป็นต้องใช้มาก เพราะพระพุทธรูปไม่ได้ฉัน ท่านจะฉันหรือไม่ฉันก็ตาม อาตมาคิดว่าทายกทายิกาไม่มีสิทธิ์จะกิน หลายวัดหรือส่วนให_่ ทายกมักจะเอาอาหารดีๆ และมากๆ ไปทุ่มเทถวายพระพุทธรูป

    เมื่อพระฉันเสร็จแล้ว ต่างก็ยกเอามากิน ตอนนี้ไม่ถูกด้วยประการทั้งปวง ต้องเอาไว้ถวายพระตอนเพลจึงจะถูก ทายกทายิกาจะกินได้เฉพาะอาหารที่เหลือเป็นแดนจากพระฉันเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์สถาปนาตนเองเป็น ลูกศิษย์พระพุทธรูป แต่ประการใด

    รวมความว่า ของที่ถือว่าเป็นของสงฆ์นั้น คือของในวัดทุกประการที่เขาถวายเป็นของสงฆ์แล้ว แม้แต่ดอกไม้ ผลไม้ในวัดเศษไม้ที่คิดว่าทำอะไรไม่ได้แล้ว เอามาทำฟืนบ้าง ทำอย่างอื่นเล็กๆน้อยๆบ้าง จงอย่าคิดว่าไม่มีบาป แม้แต่เศษกระเบื้องที่ทิ้งแล้ว ก็เป็นของสงฆ์ มีผลเสมอกัน เว้นไว้แต่ดอกไม้ผลไม้ที่พระหรือท่านผู้ใดปลูกในวัด ถ้าท่านเจ้าของยังอยู่ในเขตวัดนั้นและท่านอนุ_าติ อย่างนี้เอามาได้ไม่บาป ด้วยท่านเจ้าของมีสิทธิ์สมบูรณ์ให้ได้ รับมาได้ไม่มีโทษ ถ้าท่านผู้ปลูกออกไปจากวัดนั้นหรือตายไปแล้ว ของนั้นเป็นของสงฆ์โดยตรง ไปเอามามีโทษตามกำลังบาป ขโมยของสงฆ์

    และอีกประการหนึ่ง วัดร้างที่ไม่มีพระอยู่ แต่มีสภาพเป็นวัด กับที่ของสงฆ์ที่เป็นไร่นาไปแล้ว ไม่มีสภาพเป็นวัด ถ้าเราไปนำมานิดเดียวแม้แต่ห_้าต้นเดียว เขาถือว่า เป็นหนี้สงฆ์ อันนี้อันตรายมาก สมัยหลวงพ่อปาน ท่านก็แนะนำให้คน ชำระหนี้สงฆ์ บาทสองบาทสลึงสองสลึง บางคนไม่มีเงืนเอามาทำงานแทน ทำอะไรก็ได้ไม่บังคับ คือ ดายห_้าก็ตามไม่เอาค่าแรง


    ผู้ถาม
    หลวงพ่อครับ พระเครื่อง ที่เขาไปขโมยมาแล้วเราเอามาห้อยคอ อย่างนี้จะบาปไหมครับ.....?


    หลวงพ่อ
    เดี๋ยวก่อน พูดเรื่อง พระเครื่อง ก่อนพระที่คุณห้อยน่ะ ไม่มีเครื่อง หรอก พระเครื่องต้องอย่าง ฉันนี่เดินได้ วิ่งได้ ใช่ไหม.......อย่างนั้นเขาไม่เรียกพระเครื่อง เขาเรียก พระห้อย
    เขาขโมยมาจากใครล่ะ.......?


    ผู้ถาม
    ก็ไม่ทราบแน่ครับ อาจจะขโมยเจาะกรุมาก็ได้ครับ


    หลวงพ่อ
    เสร็จ ไอ้นี่พังแน่


    ผู้ถาม
    อย่างนี้จะบาปไหมครับ......?


    หลวงพ่อ
    รับของโจรมันก็บาปซิ


    ผู้ถาม
    แต่ถ้าเราไม่ทราบนี่คงไม่เป็นไรนะครับ


    หลวงพ่อ
    เราไม่ทราบก็บาป เราทราบก็บาป ไอ้บาปนี้เขา แปลว่าชั่ว คนไปขโมยมาจากกรุ กรุมันเป็นของสงฆ์ ลักษณะของอาการมันเป็นของชั่ว ถ้าเราเอาของชั่วมาอยู่กับเราก็ชั่วด้วย อย่างใน มงคลสูตร ข้อหนึ่ง ท่านบอกว่า "อเสวนา จ พาลานัง" อย่าคบคนพาล ถึงแม้นตัวราจะไม่พาล ถ้าเราเดินกับคนพาลเขาก็คิดว่าพาลไปด้วย" และท่านก็มีข้อเปรียบเทียบ ท่านบอกว่า
    "ใบตองนี่ ไอ้ความเน่าของเนื้อสัตว์มันจะไม่ซึมลง แต่ว่าถ้าเราเอาใบตองห่อของเน่า แล้วเอา ของเน่าทิ้งไปแต่กลิ่นเน่าเหม็น มันยังติดใบตองอยู่" "ทีนี้การรับของโจร ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้ ก็ต้องถือว่าเราร่วมมือด้วยโดยไม่เจตนา ก็ต้องเอาเหมือนกัน"


    ผู้ถาม
    ของหนูก็มีพระที่ขโมยมาเหมือนกันค่ะ เป็นพระบูชาแต่ว่าอยากเอาไว้ที่บ้านเอาไว้บูชา ถ้าเราชำระหนี้สงฆ์จะได้ไหมคะ.......?


    หลวงพ่อ
    ทีนี้วิธีชำระหนี้สงฆ์ เขาให้มีค่าเสมอของเดิมนะ เสมอของเดิมหมายความว่า ไม่ใช่พระรุ่น แบบนี้ เหมือนกับอย่างเขาเล่นกันนะ เขาไม่ใช้นะ ไปดุว่าที่ร้านเจ๊กหน้าตักขนาดนี้เขาขายเท่าไร แล้วเอาเงินไป ชำระหนี้สงฆ์ตามราคานั้น ถ้ามากกว่านั้นไม่เป็นไรนะ เท่านั้นก็ใช้ได้ เอาไปวัดใดวัดหนึ่งขอชำระหนี้สงฆ์ ขอมอบ เงินจำนวนนี้และขอเอาพระไปบูชา ก็เท่านี้แหละ เป็นอันว่าไม่มีอะไรผิด
    (ใครก็ตามได้รู้อย่างนี้ก็ใจเสียแล้ว เวลาไปเอามาไม่รู้เท่าไหร่ ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ แต่ก็มีคนหัวดี กล้าถามหลวงพ่อว่า ถ้าจะชำระหนี้สงฆ์ทั้งหมด ตั้งแต่ที่เคยทำมาตั้งแต่ต้นจนปัจจุบันนี้ จะทำอย่างไร เราจึงได้รู้เรื่องการสร้างพระชำระหนี้สงฆ์ขึ้นมา)


    http://www.praruttanatri.com/member/htm/crns.html

    จากหนังสือ หลวงพ่อตอบปั__าธรรม ฉบับพิเศษ เล่ม 1
     
  2. oomsin2515

    oomsin2515 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 พฤษภาคม 2008
    โพสต์:
    2,934
    ค่าพลัง:
    +3,390
    กุศลผลบุญใด ๆ ก็ตามที่ข้าพเจ้าได้ทำมาแล้ว ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบันนี้
    ข้าพเจ้าขออุทิศให้
     
  3. หาแสงสว่าง

    หาแสงสว่าง Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2010
    โพสต์:
    9
    ค่าพลัง:
    +65
    สาาาาาาาาาาาาาาาาธุ คะ
     
  4. deejaimark

    deejaimark เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มกราคม 2006
    โพสต์:
    1,844
    ค่าพลัง:
    +16,505
    <CENTER>ชวนทำบุญถวายพระไตรปิฎกกับหลวงปู่บุญฤทธ์ คะ ^_^

    </CENTER>
    <HR style="BACKGROUND-COLOR: #ffffff; COLOR: #ffffff" SIZE=1>โครงการณ์บวชพระ 109 รูป องค์ประธานโดยหลวงปู่บุญฤทธ์

    วันที่ 9 - 17 เมษายน 2554

    รายละเอียดของงาน เท่าที่ทราบนะคะ ( ฟรีตลอดงาน )

    -บวชเพื่อถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.9
    และ เพื่อถวายแด่หลวงปู่บุญฤทธ์

    -บวชที่วัดบวรราชวิหาร ไปปฏิบัติธรรมที่ศูนย์เสริมรังษี ปากช่อง
    โดย พระอาจารย์ทิวา ซึ่งท่านเก่งมากๆๆ เรื่องวิปัสนากรรมมฐาน และจิตภาวนา (โดยบารมีหลวงปู่ทีมีพระอาจารย์ทิวา มาเป็นพระพี่เลี้ยง :cool:)

    -หลักฐานการสมัคร

    สำเนาบัตรประชาชน
    Fax ถึง
    คุณแวววลัย
    ธ.ทหารไทย

    Fax 02-273 7641

    ชายใดต้องการบวชในโครงการณ์นี้ รีบแจ้งความจำนงค์นะคะ

    ด่วนๆๆๆๆๆ คะ....เต็มแล้วจะมาบ่นเสียดายไม่ได้นะ นะ



    ..................................................................................
    รายได้ส่วนเกิน ที่เกินมาจากตู้และหนังสือพระไตรปิฏก
    เราจะนำขึ้นถวายหลวงปู่ เพื่อโครงการณ์บวชพระนี้ด้วย

    สาธุ กับทุกๆๆๆ ท่านคะ


    กำหนดวันถวายตู้พระไตรปิฎก ว้นที่ 6 เมษายน 2554
    ได้ติดต่อไปทางมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัยเรื่องตู้พระไตรปิฎกอีกครั้ง..
    ..ปรากฏว่า..มีให้เลือกแค่แบบเดียวค่ะ...

    <TABLE border=0 cellSpacing=0 width="100%"><TBODY><TR><TD width="50%">[​IMG]









    </TD><TD width="50%">

    [​IMG]

    ตู้ไม้สัก ราคา..12,500 บาท





    หนังสือ..91 เล่ม..ราคา 25,000 บาท








    </TD></TR></TBODY></TABLE>


    <HR color=#0000ff SIZE=1 width="60%">
    รวมเป็นเงิน 37,500 บาท + ค่าจัดส่ง 1,000 บาท

    รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 38,500 บาท






    ตู้พระไตรปิฎก+หนังสือครบชุด..
    ยอดเงินส่วนเกินจะนำถวายหลวงปู่บุญฤทธ์เพื่อร่วมสมทบโครงการณ์บวชพระ 109 รูป
    โดยมีหลวงปู่บุญฤทธ์เป็นองค์ประธาน 9 เมย.54 (บวชฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)

    คุณเกิดมานาน 200-
    คุณmoomoikk 500.50-
    คุณสมชาย และคุณพวงพร จันทานิกูล 200-
    คุณPajjuban 100-
    คุณwati คุณเนียร คุณหน่อย คุณอี๊ด 310-
    MR. PASIN HIRANLAI 100-

    รวม 1,410.50 บาท

    บัญชีแนน นะคะ

    นส.พรลภัส กุลาศาสตร์ หรือ นุชรินทร์ กุลาศาสตร์
    ( Pornlaphat Kulasart )
    ธ.กรุงไทย สาขาพระราม3 ซ.7
    ออมทรัพย์
    เลขที่ 396-0-01989-0

    โทร 084 642 1282



    บุญเยอะๆๆ บารมีมากๆๆ แบบนี้ ทำคนเดียวหรือสองคนคงไม่ดีแน่.....ต้องร่วมด้วยช่วยกันหลายๆๆ คนค่ะ.....

    อีกอย่างโอกาสดีๆๆ ที่จะได้ถวายตู้พระไตรปิฎกและทำบุญกับพระอรหันต์ คงจะไม่มีบ่อยๆๆ มีโอกาสต้องรีบๆๆ ทำค่ะ....

    เรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ได้เป็นห่วงเลย...ขาด ก็เติมให้เต็ม...เกิน ก็ใส่ซองถวายหมด...บุญ ของเราๆๆๆ ทั้งนั้น....

    ขอร่วมอนุโมทนากับทุกๆๆ ท่านอีกครั้งค่ะ
    ..................................................................................................

    ปล. ชวนเพื่อนๆๆ มาร่วมบุญใหญ่กันเยอะๆๆ นะคะ....

    สำคัญที่จำนวนคนค่ะ....ขอคนร่วมบุญเยอะไว้ก่อน




    ที่มา http://palungjit.org/threads/บันทึกบาปและกรรมของข้าพเจ้า.89898/page-114
     

แชร์หน้านี้

Loading...