เรื่องเด่น การดูกายทิพย์และวิธีการทรงกายจักรพรรดิ ตามศาสตร์วิชาเปิดโลก

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย Wisdom, 24 ตุลาคม 2019.

  1. Sataniel

    Sataniel เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 กรกฎาคม 2017
    โพสต์:
    1,253
    ค่าพลัง:
    +2,058
    ครับคุณ 9 แต่มันไม่ใช่คติครับมันเป็นความจริง


    และศรัทธาของผมคงไม่เหมือนกับคุณแน่ๆ ตอนแรกผมเป็นชาวคริสโรมันคาทอลิคด้วยซ้ำครับ ในตอนแรกผมไม่ได้ศรัทธาเลยด้วยซ้ำและเพราะผมเป็นนักทดลองนี่แหละถึงได้มาปฏิบัติ

    และพอยิ่งได้ทดลองทำไปเรื่อยๆจนเจอครูบาอาจารย์ของจริงสอนจึงรู้ว่า ธรรมะที่เป็นตรรกะ(ความคิด/แนวคิด)ที่ชาวพุทธส่วนใหญ่มักจะคิดเอาเองว่ามันเป็นแบบนี้ นั้นไม่ใช่ธรรมะที่ทำให้พ้นทุกข์เป็นแค่ปรัชญาเท่านั้น(แต่ไม่ใช่ไม่มีข้อดีมีอยู่แต่ฟังไว้เพื่อเตือนตนและไปลงมือทำเท่านั้น)

    ตัวอย่างเช่น เวลามีเรื่องเศร้าอะไรก็มาหาฟังธรรมในเน็ทหูนี่ฟังไปแต่อารมณ์ยังเศร้าอยู่ นี่คือช่วยอะไรไม่ได้ การปฏิบัติจริงคือเมื่อเศร้าสามารถกำหนดเพื่อหลุดพ้น/ออกไป จากอารมณ์เศร้า เปลี่ยนเป็นอีกอารมณ์ทันที(ลงมือทำ)(หากอยากจะออกจากอารมณ์) หรือหากอยากฝึกแช่ในอารมณ์แต่ไม่ตกอยู่ในอิทธิพลของอารมณ์ก็ทำได้มันอยู่ว่ากำลังฝึกอะไรอยู่ ผมเห็นคนรู้จักเขานั่งท่องอนิจจัง ทุกขัง อนัตตาไปเถอะ แต่ขณะนั้นเศร้าสุดขีด ทุกขัง และเป็นอัตตา(ตนรู้สึกว่าเศร้า)เต็มๆ

    และไม่ต้องคิดไปเองเพราะหากเราคิดว่าทำได้แต่ไม่หายเศร้านั้นก็คือคิดไปเองเพราะสภาวะธรรมมันปรากฏของมันเองอยู่แล้วครับผม
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    16,134
    กระทู้เรื่องเด่น:
    356
    ค่าพลัง:
    +59,474
    ?temp_hash=2c58716589b7b638aae09d322d11c603.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. 8-0-4-0

    8-0-4-0 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +45
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆ
    ลมพัด เหินฟ้า เหยียบเมฆา อากาศ ผ่านยอดดอย ขุนเขาเขียว
    สรรพสัตว์ เริงร่า ต่างๆนาๆ สุขทุกข์ ซึมเศร้า คละเคล้ากันไป
    สังสารวัฏ ประดุจพยับแดด เกิด-ดับ ตั้งอยู่ หมุนเวียนเปลี่ยนไป
    สัมมาทิฐิ เป็นไฉน? เหตุใดจึงพบ น้อยนัก
    สัมมาสมาธิ เป็นไฉน? เหตุใดจึงพบ น้อยนัก
    สัมมาสติ เป็นไฉน? เหตุใดจึงพบน้อยนัก
    พละ๕ เป็นไฉน? เหตุใดจึงพบน้อยนัก
    ใจมนุษย์ ช่างเปราะบาง
    หาสิ่งแอบอิง เป็นสรณะ
    ภพชาติ ไม่สิ้นสุดหากไม่หยุดที่ใจ
    ยิ่งสร้าง ยิ่งก่อ ยิ่งต่อ ยิ่งยาว
    ลมหายใจนี้ มีคุณไฉน?
    รูป นาม กาย ใจ นี้ มีคุณไฉน?
    รู้เห็นตามจริง ใสซื่อ สดใส
    ทาน ศีล ภาวนา รวมลงที่ใจ
    บารมีทัศ ไม่ไกล จากกรรมทั้ง๓
    หนึ่งมโน หนึ่งวจี หนึ่งกายกรรม
    เร่งทำ ตามจริง ทุกสิ่งสม
    โพธิสัตว์แท้ ไม่พร่ำเพ้อ ละเมอตน
    แต่เป็นคนธรรมดา ว่าตามจริง.
     
  4. 8-0-4-0

    8-0-4-0 สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กรกฎาคม 2019
    โพสต์:
    22
    ค่าพลัง:
    +45
  5. Wisdom

    Wisdom ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้ดูแลเว็บบอร์ด ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    1,680
    กระทู้เรื่องเด่น:
    9
    ค่าพลัง:
    +26,504
    74314994_2465541203769495_1017206435043344384_o.jpg

    เรื่อง.*หลวงพ่อฤาษีลิงดำ พบ สมเด็จองค์ปฐมครั้งแรก ที่โคราช*

    *หลวงพ่อพระราชพรหมยานฯ~หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เล่าให้ฟัง*

    ..." เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๑ ตอนนั้นอาตมา มาอยู่วัดท่าซุงแล้ว และ พล.อ.อ. อาทร โรจนวิภาต เวลานั้นเป็น นาวาอากาศเอก เป็นผู้บังคับกองฝึกโรงเรียนการบิน ที่นครราชสีมา ทราบว่า อาตมาป่วย จึงนิมนต์ไปพักที่นั่น.

    ~ ตอนกลางคืน สามีภรรยา ก็นั่งเจริญพระกรรมฐาน อาตมาเป็นคนแนะนำ ขณะที่แนะนำเขาอยู่ เมื่อเสร็จแล้ว ก็ทำสมาธิ.

    * ขณะที่ทำสมาธิ.. บรรดาท่านพุทธบริษัท สิ่งที่คาดไม่ถึึง ก็ปรากฏขึ้น นั่นคือ : เห็นเป็นพระพุทธเจ้า ในปาง นิพพาน ยืนสองแถวยาวเหยียดไปข้างหน้า แล้วก็พนมมือ.

    ~ จึงมีความรู้สึกในใจ ว่า : บางทีอาจจะเป็นอุปาทานของเรา เพราะว่า พระพุทธเจ้า ไม่เคยก้มศรีษะให้ใคร.

    ~ แม้แต่บ้านเรือนเล็ก ๆ ที่หลังคาต่ำ ๆ ที่พระพุทธเจ้าเข้าไป หลังคาก็สูงขึ้น แต่เวลานี้ เราเห็นพระพุทธเจ้ายืนพนมมือ อุปทาน คือ กิเลส คงกินใจมาก.

    * เมื่อนึกเพียงเท่านี้ ก็เห็นภาพ "หลวงพ่อปาน" ปรากฏขึ้นข้าง ๆ

    ~ ท่านบอกว่า : "คุณ ไม่ใช่อุปทาน ประเดี๋ยว "พระพุทธเจ้าองค์ปฐม" จะเสด็จมา..

    * อีกประมาณ ๕ นาที ปรากฏว่า : มีพระพุทธเจ้าองค์หนึ่ง รูปร่างใหญ่โตมาก สูงมาก มาในรูปของ "ปางนิพพาน" เดินมาระหว่างช่องกลาง.

    ~ พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ ก้มศรีษะแสดงความเคารพ เพราะพนมมืออยู่แล้ว.

    * พอท่านเดินมาถึงอาตมา ท่านก็พูดว่า : "ข้าจะนั่งที่ไหนหว่า.. ในเมื่อไม่มีที่นั่ง ข้าก็เอาหัวแกเป็นแท่นก็แล้วกัน"

    * ก็เลยนั่งบนหัว.. แล้วท่าน ก็บอกว่า..

    " นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ก่อนที่แกจะสอนกรรมฐานก็ดี จะพูดธรรมก็ดี จะเทศน์ก็ดี บอกฉันก่อน ฉันให้พูด ตอนไหน จะให้เทศน์ตอนไหน ให้ว่าตามนั้น "

    ~ ก็เป็นความจริง บรรดาท่านพุทธบริษัท เวลาจะสอนกรรมฐานก็ดี เทศน์ก็ดี.. บางทีคิดว่า : วันนี้จะพูดเรื่อง อย่างนี้ แต่พอพูดเข้าจริง ๆ เรื่องนั้นไม่ได้พูด ไปพูดอีกจุดหนึ่ง.. อันนี้เป็นลีลาขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์.

    * การเทศน์ของพระพุทธเจ้า มุ่งเฉพาะบุคคลสำคัญคนใดคนหนึ่ง ไม่ได้หวังคนทั่วไป คนจะนั่งสักหนึ่งพัน สองพัน ห้าพัน ก็ตาม ท่านจะดูจิตใจว่า : บุคคลใดจะรับคำเทศน์ของท่านได้ จะสามารถบรรลุมรรคผลได้ ท่านจะจี้จุดเฉพาะคนนั้น เอาจุดเด่น แต่ว่า คนที่มีความดีใกล้เคียงกัน ก็พลอยบรรลุมรรคผลไปตาม ๆ กัน.

    * อันนี้ก็เช่นเดียวกัน.. อาตมา เวลาเทศน์ หรือ สอนกรรมฐาน ก็ไม่เคยได้พูดตามที่คิดไว้สักที อาจจะเป็นเพราะ ท่านดลใจ.

    ~ ถ้าจะถามว่า : เป็นที่ชอบใจของคนทุกคนไหม ก็ขอตอบว่า ไม่แน่นัก.. ทั้งนี้ เพราะอะไร เพราะว่า ท่านอาจจะจี้จุดเฉพาะคนใดคนหนึ่ง แต่คนบางคน อาจจะไม่ถูกใจก็ได้ นี่เป็นเรื่องธรรมดา.

    ~ ก็จึงมาคิดว่า : ในเมื่อท่านมีพระคุณอย่างนี้ และก็เห็นเป็นปกติ จึงคิดจะหล่อรูปท่านขึ้นมา..."

    ( จากหนังสือ *ประวัติการสร้างสมเด็จองค์ปฐม* หน้าที่ ๑ - ๓ ของวัดท่าซุง จ.อุทัยธานี..คัดลอกโดย ยุพยง พัฒนเจริญ )
     

แชร์หน้านี้

Loading...