การตัดวงจรปฏิจจะสมุปบาท..ง่ายมากครับ

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ใครบรรลุธรรม, 20 ตุลาคม 2018.

  1. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    :):):)..ถ้าเรา คิด-นึก-อกุศล หรือเรื่องที่ทำให้เราทุกข์ ในเรื่องอะไร.. เราก็ละความ คิด-นึก-นั้นเสียทันที ตามคำสอนของ พจ.ท่านเรียกว่าเป็นการละ "นันทิราคะ-การเพลินติด"..(ไม่คิด-ไม่นึก-ไม่เพลินติดในความคิดนั้นๆ) เป็นการละสังโยชน์ ไปด้วยบางตัวครับ กริยาจิต สุข-ทุกข์-เฉยๆก็ ระงับไป เห็นทันทีสดๆ ..เลยเห็นไหมครับ (วงจรปฎิจจะ-ก็คือ กริยาจิตนั่นเอง)

    :):):) ตามคำสอนของ พจ. "วงจรปฏิจจะสมุปบาททั้ง 12 ห่วงโซ่ เขาทำงานพรึบพร้อมกัน-อาศัยกัน และกัน เกิดพร้อมที่จิต และเป็นแบบ อิทัปปัจยะตา "
    .. หากฝึกทำไปเรื่อยๆ ก็เรียกว่าเป็น การตัด.."ผัสสะ" ตามวงจรนั้นแล้ว..ตัดเสร็จ ดึงจิต กลับมาตั้งไว้ที่ฐานกาย-ที่ " กาย-ลมหายใจ"..อย่าปล่อยให้จิตเคว้ง-คว้าง-ถูกดึงไปเกิดคิด ในเรื่องอื่นๆอีก กลับมาที่เสาเขื่อนเสาหลักของเราก่อน-กลับมาให้ทันจิต "เกิดใหม่"..อย่าให้มันเกิดใหม่เรื่อยๆๆๆๆ..
    ทำบ่อยๆ ทำเรื่อยๆ..จิตจะเริ่มมีกำลัง ความสดชื่นจะเกิด ความสุขทีละน้อยๆ จะเกิด ด้วยอำนาจของการละนันทิราคะ และละความเพลินติดในการคิดอกุศลไปในตัวด้วย จิตจะเริ่มเป็น..สมาธิ..อ่อนๆเองในวิถีชีวิตครับ..(นี่คือ สัมมาสมาธิ)

    :):):) การตัดวงจรปฏิจจะสมุปบาท ก็คือ การตัดผัสสะ-ด้วยวิธีการ ละนันทิราคะ- เท่ากับการ "ละความเพลินติด" ละสังโยชน์ ไปด้วยบางตัวนั่นเอง
     
  2. Neoworld

    Neoworld เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    19 มีนาคม 2011
    โพสต์:
    7,842
    ค่าพลัง:
    +8,615
    วงจรปฏิจจะเป็นตัวชี้เหตุที่มาของตัณหา ราคะ
    อุปาทานอันเป็นกิเลสใหญ่น้อยต่างๆ
    การเจริญสติเพื่อสร้างสมาธิจาดภาวนา
    สมถกรรมฐาน
    และเจริญปัญญาเพื่อสร้างอาวุธวิปัสสนาญาณ
    เพื่อไปกำจัดกิเลสโดยทางตรง
    มันจะตัดได้ทุกอย่างโดยสิ้นเชิง
    รวมถึงตัดชาติตัดภพอันเป็นเเก่นแท้
    ของศาสนาพุทธฮับ
    จะเผชิญหน้าตรงๆ หรือเดินอ้อมๆ
    รำดาบโชว์ฮับ
     
  3. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,190
    ค่าพลัง:
    +30,886
    นี่คือ จะมาบอกวิธีการตัด หรือ ว่าวิธีการนี้คุณใช้ได้ผล มันง่ายๆเอง
    ถ้าเป็นอย่างแรก ป่านนี้ ความสามารถในการเข้าใจทางนามธรรม
    คุณคงสูงส่งมากแล้วหละครับ ก็จะส่งผลต่ออย่างหลังได้

    เพราะฉนั้นถ้าเป็นอย่างหลัง ช่วยบอก ต้นเหตุที่จิตเห็นภาพๆหนึ่งขึ้นมาได้หน่อยครับ
    เช่น เห็นภาพ เทวดาภาพหนึ่ง
    อธิบายให้ฟังหน่อยว่า เกิดจากอะไรได้บ้าง
    ทำไม่เห็นแบบนั้น ทำไมที่อื่นๆเห็นอีกแบบ
    และต้องเห็นแบบนี้ไหม เห็นแบบอื่นๆได้ไหม ฯลฯ

    เพราะส่วนตัวเข้าใจว่า จะตัดได้ ตัวจิตต้องรู้ต้นตอการเกิดจริงๆก่อน

    หรือ เอาเรื่อง โทสะ โมหะ โลภะ ก็ได้
    ว่าเริ่มต้นมันมายังไร เกิดเพราะอะไร.ฯลฯ

    เล่าให้ฟังหน่อยครับ
    หวังว่า คงไม่ใช่ สายคิด วิเคราะห์ แยกแยะตีความนะครับ
     
  4. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    :):) การไม่คิดหรือห้ามคิด-ตัดผัสสะ..ในทางปฏิบัติธรรม หมายถึง เราต้องรู้อยู่แล้วในเรื่องนั้นๆ-หรือเคยผ่านเรื่องนั้นมาซำ้ซาก-ซำ้ๆที่เราจะคิด-ว่าหากเราคิดปั๊บ มันจะเป็นอกุศล ที่ทำให้เกิด-ทุกข์ -ทันที.. (การตัดนี้จะทำให้เรา ไม่กลายเป็นคนเฉยโง่-เพราะเอาแต่ตัดไปทุกความคิด-ไม่ยอมรับข้อมูลใดๆในชีวิตประจำวัน)

    การรู้มาก่อน..มันเป็นปัญญาที่ทำให้ "จิต" เรามีกำลังมาก เพราะจิตเรารู้เวทนาที่จะเกิดก่อนหากเราคิดต่อไป-เพราะจิตเราระลึกได้ก่อนจึง รีบตัด.. "ผัสสะ-ละนันทิ-ตัดความเพลินติดในคิด-ตัดสังโยชน์บางตัว ".. ได้ทันที ทันใด.. (นี่ปัญญา ที่ซ่อนอยู่ในจิตสำนึก)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 20 ตุลาคม 2018
  5. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    ..ฉนั้น หากมีการสอนให้ หยุดคิด-ไปทุกอย่าง-ทุกชนิด หรือห้ามคิดไปในทุกเรื่อง จึงไม่ถูกต้อง ไม่แยบคาย ต้องโยนิโสให้เป็น ไม่อย่างนั้นจิต จะสะสม สุตตมัยปัญญา ไว้ทำไม..ไว้เป็นข้อมูล เพื่อให้จิตคิด ตรึกตรอง หาเหตุผล ข้อสรุปให้จิตเพื่อนำมาภาวนายังไงครับ (ยกเว้นจะฝึกสมาธิอย่างเดียว- แบบให้อยู่ในอารมณ์เดียว)

    :):) ที่ผมโพสต์มานี่-สำหรับผู้ที่ต้องทำมาหากิน-ทำงานอยู่ในชีวิตประจำวัน-อย่างมีสติ อ่อนๆหรือตั้งใจมั่นเล็กน้อย-พอมีกำลังก็ทำได้ครับ
     
  6. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    ฮั่นแน่....

    ลวกเพ่ อนุโลมให้คิดได้ ไม่ห้ามการคิด ชะมะ

    ทีนี้

    สำนักลวกเพ่ มอง พุทโธ พุทโธ ที่เป็น นัยยะ คิดดี ได้เป่า

    ถ้า มองออกได้ว่า พุทโธ พุทโธ เป็นอะไรที่ ฆราวาส คิดได้ ไม่ห้าม

    ลวกเพ่ก็จะพบว่า บริกรรม พุทโธอยู่เนี่ยะ ก็ ละความเพลินได้ ด้วยการ
    คิดดี โดยมี โยนิโสมนสิการ เห็น สภาวะคิด ตามไปติดๆๆๆ รู้เท่าเอาทัน
    จนเห็นชัดเลย ปากบริกรรม พุทโธ แต่ ความคิดหยุดสนิท(ไม่มีเผลอเพลิน)
    ดับรอบ ผั๊วะ!!!

    นะ

    ถ้า มองไม่ออก อนุโลมความคิดได้ไม่จริง ยังไม่เข้าใจ โยนิโสมนสิการ
    และ อาการเผลอเพลิน ตามจริงละก้อ .......จะกลายเป็นว่า พุทโธ ไม่มีในพระไตรปิฏก


    ปล.ลิง : ลวกเพ่อย่าส่งจิตออกนอกนะ หากส่งจิตออกนอก มันจะมี จาน!!
    ชื่อนั้น ชื่นนี้ มาติดคอ ทำให้สำลัก สาระวนอยู่กับ จาน ของใคร

    ถ้าไม่ส่งจิตออกนอก จานไหนๆ ก็ใช้ได้หมด เพราะ เป็น ภาชนะไว้ใส่
    อาหาร ให้เราได้ ออกค้นคว้า หา สัจจธรรม .....กตัญญู กราบได้โลด ไม่ว่า
    จะ ธรรมวาที หรือ อธรรมวาที ......ไม่เลือก

    หากยังเลือก แปลว่า จิตส่งออกนอก ไม่มีสมาธิจริง จิตตั้งมั่นไม่รู้จัก
    รู้จักแต่ จิตตั้งโด่เป็นเสาระเนียด แรง กีต้า ขาขรี้แต อรหยอยฆราวาส หนา สันติ !!
     
  7. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,190
    ค่าพลัง:
    +30,886
    คุณ ใครบรรลุธรรม
    การคิด หรือ ตรึก อะไรก็ตาม
    มันเป็นแนวทางเดินให้จิตเกิดปัญญาทางธรรม
    ได้ในอนาคต แต่มันไม่ใช่ปัญญาที่ ส่งผลให้จิต
    ลด ละ คลาย การยึดมั่นถือมั่นได้จริง
    ดังนั้น ตรงนี้ ต่อให้จะเก่งระดับจักรวาล มันก็เป็นเพียงปัญญาทางโลกๆ
    ประเด็นนี้ ใครๆเค้าก็รู้กันครับ.....แต่อย่าไปเหมาทำเป็นยำรวมมิตร
    กับหลักการปฏิบัติอื่นๆครับ หรือ
    อย่าพึ่งไปเหมาว่า การสอนให้หยุดคิด มันผิดอะไร
    ต้องดูด้วยว่า ตอนนั้น สภาวะจิตอยู่ช่วงไหน



    เพราะส่วนการ ไม่ให้คิดนั้น มันเป็นส่วนของ
    ความคิดที่เกิดจากจิต ย้ำว่า ความคิดที่เกิดจากตัวจิต
    เราจะไม่ให้มันเกิดเลย เพราะต้องการที่จะให้เห็นตอนที่มันกำลังขึ้นมา
    ตรงนี้เป็นกรณีสำหรับผุ้ที่กำลังเริมต้นแยกรูปแยกนาม
    ตรงนี้ ถ้าแยกไม่ได้ ไม่หยุดคิด ต่อไปมันจะกลายเป็น วิปัสสนึก
    ส่งผลให้เพี้ยนๆได้ในอนาคต เพราะเข้าใจว่า ความคิดที่ปนด้วยสัญญาทางโลก
    เป็นสติเป็นปัญญาแล้วเผลอนำมันไปพิจารณาได้
    ส่งผลให้ปฏิบัติมากี่ปี กี่ปี ก็ไม่ได้ผลอะไร
    ฝึกอะไรก็ไม่สำเร็จซักอย่างนั่นหละครับ

    ส่วนผู้ที่พอแยกรูปแยกนามได้แล้ว การไม่ให้ระลึก นึกคิด ปรุงมันนั้น
    จะเป็นในส่วน ของความคิด ที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือ ขันธ์ ๕ ส่วนนามธรรม
    หรือกระแสแหย่กรณีคนมีสัมผัสภายในใช้กัน หรือ เรียกว่า วิบาก หรือ กระแสจร
    หรือ วิบากกรรมก็ได้ แล้วแต่จะเรียก แต่มันคือ ตัวเดียวกัน
    ใช้ในกรณี ที่อยู่ในช่วงที่กำลังเดินปัญญาได้
    และซึ่งถ้าเห็นมันกำลังจะรวมกับตัวจิตได้
    จิตก็จะแยกรูปแยกนามได้เช่นกัน


    ที่พูดมาข้างบนคือ แค่พื้นฐาน
    แต่การจะไป ตามตำราอย่างที่ว่าได้ ต้องมีอีกหลายขั้นตอน
    เพราะมันต้องย้อนถึงการเกิดได้เลย
    และต้องเข้าใจได้ว่า กระบวณการเกิดทั้งหมด
    มันยังเป็นการปรุงแต่งอยู่ แล้วมาสังเกตุเพิ่ม
    ถึงจะพอย้อนได้ ถ้าคุณ เข้าใจว่า วิธีนี้มันง่ายๆ
    ก็เลย เป็นที่มา ของ คำถาม
    คุณ ใครบรรลุธรรม

    งั้น ช่วยบอก สาเหตุที่ เราเห็นภาพๆหนึ่ง
    ให้ฟังหน่อยได้ไหมหละครับ
    ว่าภาพมันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะอะไร
    นี่ถามเป็นรอบที่ ๒ แล้วครับ ฯลฯ
    คือ ถ้าง่ายๆจริงๆ อย่างที่คณ นำมานำเสนอ
    คุณ จะตอบที่ ข้าพเจ้าถามได้
    แบบ หายใจเข้าออกยังยากกว่า



    ไหน ช่วยตอบให้ฟังหน่อยได้ไหมครับ
    ในฐานะ ที่เป็นผู้นำเสนอ จะรอฟัง
     
  8. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    ทีนี้ ถ้า ลวกเพ่ เกิดฯ จิตตั้งมั่น ไม่ส่งจิตออกนอก

    ไม่ได้เห็นเป็นเรื่อง สำลักใคร สอนถูก สำลักใคร สอนผิด

    ลวกเพ่ สังเกตเข้ามาที่ " การเอาธรรมเป็นใหญ่ "

    อาศัย การย้อนแย้ง เพื่ออาศัยระลึก .......


    ระลึกอะไร......

    ระลึก สภาวะเผลอเพลิน ตัวเดิม นั่นแหละ ฮับ

    หาก การเสวนาธรรมที่ใด มีการย้อนแย้ง ที่ออกแนวไปทาง "เท่านี้ใช่ อย่างอื่นเปล่า"
    ขึ้นมา .....ลวกเพ่จะเห็นเลยว่า มันก็คือ อีกปริเฉทหนึ่งของ "อาการเผลอเพลิน" ยังมี
    ในจิต

    ให้กำหนดรู้ทุกอย่าง

    พอกำหนดรู้ได้แบบนี้ พอไปฟังธรรม สำนักนั้น สำนักนี้

    สำนักใด มีเป้าหมาย ธรรมสากัจฉา ไปทาง "เท่านี้ใช่ อย่างอื่นเปล่า"
    เราก็จะ อาศัยระลึก "ความเผลอเพลิน"

    แต่ถ้า สำนักใดมีเป้าหมาย ธรรมสากัจฉา ที่มี "ธรรมเป็นใหญ่"
    มันจะมี รสความพ้น ภพ พ้น ชาติ ให้อาศัย ระลึกแทน .......

    แบบว่า สุนทราภรณ์ จุงเบย
     
  9. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    หัดท่องไว้ครับ..วงจรปฏิจจะสมุปบาท ทั้ง 12 ห่วงโซ่..

    :) อวิชชา-สังขาร-วิญญาณ-นาม รูป-สฬายตนะ-ผัสสะ-เวทนา-ตัณหา-อุปทาน-ภพ-ชาติ-ชรา มรณะ
    :):):) จะตัดตัวไหน ก็ขาดไปทั้ง ห่วงโซ่-หลุดพ้นได้หมด..แต่ถ้าตัดตรง "ผัสสะ"..จะทำให้เราอยู่กับ.. ปัจจุบัน-ปัจจุบัน-ปัจจุบันขณะ.. ครับ ไม่สร้างภพ-สร้างชาติอีกแล้ว..เพราะตัดตรงผัสสะนี้ ..(แล้วดึงจิต กลับมาที่ เสาเขื่อน-เสาหลัก ฐานที่ตั้งจิต..กาย-ลม-ให้ทันนะครับ)
     
  10. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    ตรงที่พูดว่า ดึงจิต ....หรือ พูดตามบ้านตาด ก็ ดึ๋งจิต .... อันนี้ ผมขอซื้อ ขาย ไหมฮับ

    จริงๆ พระป่า ท่านจะกล่าวชัดนะฮับ ไม่ใช่เรื่อง ดึงจิต ดึ๋งจิต แนว ทำจิต เจตนากดข่ม
    เพื่อให้เกิด สมาธิ

    การที่ จิตจะต้อง เย้าเยือน กลับมาที่ ฐานแห่งการงาน .....

    อันนี้ อยากให้ใช้ ภาษาตำรา ของพระพุทธองค์ มากกว่า

    คือ วิมุตติก็มีอาหาร ไม่ใช่ ไม่มีอาหาร

    อาหารของวิมุตติ ไม่ใช่ สมถะ หรือ วิปัสสนา

    อาหารของวิมุตติ คือ ..............................


    ปล. พี่เกิดจะเห็นว่า หากใช้คำว่า อาหาร ....การพิจารณา
    จะไม่เคลื่อนไปจาก ปฏิจสมุปบาท ต่างกัน กับ ภาษาของ สาวก
    ที่พอเห็น ปฏิจสมุปบาทสายเกิด ก็เก่งกระเด้ง ทำจิต เจตนากดข่ม
    จิตให้เกิดสมาธิ เพื่อจะไป ปฏิจสมุปบาทสายดับ

    ปล2. ภาษาสาวก อีกคำนึง การที่กลับมา " บริกรรม ...... ดีที่สุด "
    แล้วไปพูดทำนองว่า "จิตขาดกำลัง" "จิตต้องพัก" ภาษาเหล่านี้
    ทำให้ ติด แหง๊ก (เผลอเพลินในจิตเป็นตน) ขอรับ ไม่ใช่ ผั๊วะ !!
     
  11. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,190
    ค่าพลัง:
    +30,886
    สุดท้าย คงกลายเป็นกระทู้ เพ้อเจ้อ
    โชว์ภูมิความรู้ทางโลก ประเภทปลาว่ายวนในอ่างน้ำ
    แต่ไม่สามารถเข้าถึง สภาวะได้ อีกตามเคย กระทู้หนึงนั่นเอง
     
  12. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    หาก ลวกเพ่ "เกิดฯ" เข้าใจ กระแสของ ความสว่างไหว ของ พุทธวจน

    การใช้แต่ คำของตถาคต .....มี "รส" อย่างไร

    พี่เกิด ก็เป็น พยานให้แก่ สัทธรรม ตำรา พุทธวจน อย่างนั้น เลยฮับ

    เอาให้ ราบ!! เป็นหน้ากลอง
     
  13. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    ขอโทษ..ผมตอบคุณไมไ่ด้ ผมเปลี่ยนแนวมาพุทธวจน จึงลืมตำราเดิมๆที่คล้ายๆกันไป ผมเป็นนักศึกษา.. "คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมเป็นใคร"..เราอาจศึกษาคนละตำรา ขออภัยแค่ต้องการมาสนทนาธรรม ไม่ต้องการทำสงครามกัยใคร อำนาจแห่งการการคลุกคลี ทำให้สะสมอารมณ์ซ้ำๆ หากจะสนทนาธรรมยินดี สนทนาด้วย ครับ
     
  14. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    :) ดึงจิต..ผมหมายถึง การไป-การมา-ของจิตนั่นเอง(เกิด-ดับ) ไม่ได้คิดลึกไปถึงไหนครับ

    :):) อจ.-การนำวงจรปฏิจจะฯล มาฝึกในชีวิตประจำวัน มันทำให้รู้รอบในตัวแปร คำศัพย์ และอารมณ์จิตขณะนั้นๆ ทั้ง 12 ห่วงโซ่-และเฝ้าระลึกรู้-ใคร่ครวญธรรมอยู่บ่อยๆในใจ ระลึกรู้การทำงานของมันล่วงหน้าอยู่เนืองๆ..
    ;)ทำให้ อารมณ์ธรรมเกิดตลอดเวลา จากข้อมูลทางธรรมในจิต ในขณะระลึกปฏิบัติ จึงไม่ค่อยมีช่องว่างให้ความฟุ้งซ่านอื่นๆเข่ามาแทรกในจิต มันเดินปัญญาได้ง่าย..เดินความคิด-สรุปข้อมูลและเหตุผล ได้ทันทีที่ปฏิบัติ..
    ;)ทุกคนที่ ปฏิบัติ ก็จะเป็นแบบผมหมดนี่แหละ เพราะต้องคอยจับผัสสะ-ละนันทิ- อยู่เนืองๆครับ อาจารย์..ส่วน โสภ-โกรธ-หลง ยังเต็มอัตตาปัจจุบัน..อำนาจแห่งการคลุกคลี ทำร้ายสหายทางธรรม ของผมในห้องนี้ไป-ไปมากมาย-มากมาย-ที่เคยไพเราะก็หยาบกระด้างขึ้น-ระลึกได้เดี๋ยวก็หายครับ- วนเป็นวงปฏิจจะฯลต่อไป..ต่อไป..ทุกคนสู้ๆๆๆ
     
  15. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    มาถึง จุดนี้ ต้องอภัยตน ให้เป็น หน่าขอรับ ไม่ใช่ต้องเอา ตัวไปไล่อภัยผู้อื่น

    สภาพธรรม การย้อนแย้ง ธรรมสากัจฉา ที่ ลวกเพ่ กับ ป๋ม หรือ ใครต่อใคร
    ในกาลก่อนๆ บางเหล่าเป็น อนุสัย เป็น นิสัยประจำจิต ไม่ใช่ กิเลส

    บางเหล่า ที่มีเจตนา พอใจ ไม่พอใจ ใหม่ๆ ก่อภพใหม่ อันนั้น ถึงจะจัดเข้าเป็น กิเลส

    อนุสัย บางตัว ภาวนาไป มันก็ แก้ได้ แต่ สาวกอินทรีย์ แก้ไม่ได้ทุกตัว หน่าขอรับ

    ดังนั้น จะต้อง ใช้การ อธิษฐาน ตั้งจิต อภัยตนให้เป็น อย่าไปจมอาการ "ระลึกเสียใจภายหลัง"

    งง ไหมฮับ

    อย่าไป "ระลึกเสียใจภายหลัง" .... หรือ ห้ามตำหนิจิต ภาษาธรรมตรงๆ นี่แหละ
    ( แต่ ปุถุชน พอสดับแล้ว ก็ แล่นไปเรื่อง ระร่ำระลักขอโทษ ขอโพย )
     
  16. ใครบรรลุธรรม

    ใครบรรลุธรรม Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 ตุลาคม 2018
    โพสต์:
    302
    ค่าพลัง:
    +99
    :):):) การตัดวงจรปฏิจจะสมุปบาทนั้น-ต้องใช้สมาธิตัด..จึงจะได้ผลแบบข้ามภพชาติกันเลย แค่ปฐมฌาน ก็สามารถตัดกิเลสบางตัวได้แล้ว เป็นไปตามขั้นกำลังของสมาธิครับ..ส่วนที่ผมยกมาแสดงนั้นดังข้างต้น เป็นเพียงแนวทางปฏิบัติ รู้แผนที่ ให้ชัดเจนก่อน แต่ให้ผลเช่นกันทางความรู้สึก แต่ไม่แนบแน่นแบบใช้กำลังสมาธิ เพื่อยกจิตให้เกิดมีกำลังใจครับ

    :) หากได้ปฐมฌาน..ที่เหลือก็ไม่ต้องห่วงแล้วครับ พื้นฐานดี อนาคตเยี่ยมต้องได้ ฌานสี่แน่นอน และไม่จำเป็นต้องไปถึง..ฌาน แปดหรือเก้าเลยครับ
     
  17. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,190
    ค่าพลัง:
    +30,886
    เคร รับทราบครับ....
    ถ้ามาแนวพุทธวจน
    ตามอัธยาศัยเลยครับ ^_^
    ต่อไปจะได้ สนทนาใน
    เชิงที่ความเห็นแทนแล้วกันครับ
     
  18. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,190
    ค่าพลัง:
    +30,886
    งั้นผล ที่เราได้เปลี่ยนแนวมาศึกษา ทางด้านนี้
    มีอะไร ที่เกิดขึ้นชัดเจน กับตัวเราบ้างไหมครับ
    คุณ ใครบรรลุธรรม
    คือ อะไรที่เรารู้สึกว่า ดีขึ้น หรือ เข้าใจได้ลึกขึ้น ประมาณนี้ครับ
     
  19. เล่าปัง

    เล่าปัง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    2,865
    ค่าพลัง:
    +5,093
    การปรารภเห็น องค์ฌาณ ปรากฏ แบบนี้ ขออนุญาติแย๊บว่า ยังออกแนวเจือเจตนาอยู่

    เช่น การปรารภแล่นไป ไม่ต้อง 8 9 เลย เนี่ยะ ...ชัดเลย ยังเผลอเพลิน หรือ มีอาการ
    ปรารภ " เท่านี้ใช่ อย่างอื่นเปล่า "

    เพราะ หากเห็น ปฏิจสมุปบาท หมุน ทั้งสายเกิด สายดับ โดย พ้นเจตนา จงใจ
    หรือ ไม่มี อัสสมิมานะ จะไม่ไปสนใจหลอกฮับ ว่า มันจะ 8 หรือ 9 หรือ เหาะ
    เหิน ตีลังกา หรือไม่ ......( เพราะ หากมันจะแล่นไป ก็เพราะ ปฏิจสมุปบาท มันหมุน อะฮับ )

    นะ

    ถ้า ลวกเพ่เกิด กำหนดรู้เห็น สภาวะ องค์ฌาณ ปิติ สุข จน รู้สึกตัวว่า จิตตน
    ไม่ห่างจาก ฌาณ

    ลวกเพ่ ต้อง พิจารณาให้ดีๆ ในการเข้าไป ตะครุบเงา หรือ ถือเอา สิ่งที่เกิด
    ขึ้น ปฏิโลม อนุโลม ไปตาม สภาวะธรรมไม่เป็น

    หาก อัสมิมานะ เกิดขึ้นนิดเดียว จิตรู้ไม่ถึงฐาน จะเกิดอาการ พอใจ ในสิ่งที่เกิด
    ขึ้น กลายเป็น ภาวนาเข้าไปเอา อามิส แทนที่จะ เป็น ปัสสัทธิแล้ว นิรามิส

    ถ้า ภาวนาถูก จะไม่เสียว จะไม่ชะเง้อ ชะแง แบบแอบลุ้น

    ญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญ

    ๔. จูฬเวทัลลสูตรึ
    การสนทนาธรรมที่ทำให้เกิดปีติ
    [๕๐๕] ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้..................
    ..................."เรื่องสมาธิและสังขาร"
    วิ. ข้าแต่พระแม่เจ้า ก็ธรรมอย่างไร เป็นสมาธิ ธรรมเหล่าใด เป็นนิมิตของสมาธิ
    ธรรมเหล่าใด เป็นเครื่องอุดหนุนสมาธิ การทำให้สมาธิเจริญ เป็นอย่างไร?
    ธ. ดูกรวิสาขะผู้มีอายุ
    ความที่จิตมีอารมณ์เป็นอย่างเดียว เป็นสมาธิ
    สติปัฏฐาน ๔เป็นนิมิตของสมาธิ
    สัมมัปปธาน ๔ เป็นเครื่องอุดหนุนสมาธิ
    ความเสพคุ้น ความเจริญ ความทำให้มากซึ่งธรรมเหล่านั้นแหละ เป็นการทำให้สมาธิเจริญ.......

    ญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญญ

    งง ไหม ลวกเพ่เกิด

    ถ้าไม่งง สติปัฏฐาน เนี่ยแหละฮับ จะทำให้ สาวกของพระพุทธองค์ทุกองค์
    มีจิตไป 8 9 ได้ จะเหาะเหินเดินอากาศก็ได้ หากมี ปัจจัยการ ( ปฏิจสมุปบาท )
    หรือ มีเหตุให้ต้องใช้ ( เพื่อประโยชน์ทางธรรม )
     
  20. Namkamfah

    Namkamfah สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มิถุนายน 2018
    โพสต์:
    21
    ค่าพลัง:
    +24
    การตัดผัสสะให้อยู่กับปัจุบันขณะ เป็นการหยุดเวทนา เมื่อหยุดได้ก็ไม่หลงเข้าไปสู่อารมณ์

    การที่จะเข้าไปเห็นจุดนี้ได้ต้องระลีกเห็นกระแสที่กำลังเริ่มก่อตัวขี้นก่อนหรือก่อตัวขึ้นแล้วด้วยการฝึกสติสัมปชัญญะมีการรู้ตลอดอยู่กับฐาน กาย เวทนา จิต หรือธรรม เป็นการรู้อยู่กับฐานตามความเคยชินในการจดจ่อหรือเป็นวสี ถ้าหากเกิดสิ่งใดขึ้นขณะรับกับผัสสะ จะสัมผัสได้ถึงกระแสของความผิดปกติในกายและเวทนา การรู้เท่าทันกระแสนั้น ๆ ว่ากำลังไหลเข้าไปสู่ภพชาติ ขณะที่รู้เท่าทันจะมีการละวางกระแสนั้น แล้วกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะ กระแสอารมณ์ที่เกิดจากวงจรปฏิจจสมุปบาทก็จะหยุดลง คลายตัวทันที ทำให้เราเห็นถีงวงจรของการเกิดขึ้น

    หากเราระลึกย้อนลงไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะเห็นได้ว่า...การปรากฎนั้นล้วนแล้วก่อมาจากเหตุ...คือ ความเห็น...นั่นเองเป็นตัวก่อหวอต

    หากเรากลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะด้วยตัวรู้ ความเห็นที่ละวาง หรือจางคลายได้ แล้วเห็นผลที่เกิดจากการดับ เปรียบเทียบความต่างที่ไหลเข้าไปสู่อารมณ์ ทำให้เราเกิดสติปัญญาได้ เพราะผลของการกลับมาอยู่กับปัจจุบันขณะทำให้เราเกิดปัญญา คือ รู้ แต่....

    การที่เราจะเราจะปรับความเห็นทิฐิ อย่างเช่น ความคิด ความตรึก ตราบใดที่เรายังไม่หมดกิเลส เรายังสักแต่ว่าคิด สักแต่ว่ารู้ ยังกับหมดคนที่หมดกิเลสแล้วไม่ได้ เราต้องมีการโยโสมนสิการของต้นเหตุการนึกคิดนั้นด้วย

    การมีสติอยู่กับฐานด้วยการรู้ รู้ทุกขณะจิตอย่างเป็นอัตโนมัติ ใคร่ครวญพิจารณากับสิ่งที่เกิดขึ้น เราจะเห็นวงจร กิเลส กรรม วิบาก หมุนวนกันดั่งกงล้อเกวียนนะฮับ

    มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ....
     

แชร์หน้านี้

Loading...