การปฏิวัติ"จิตสำนึกใหม่"

ในห้อง 'วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ' ตั้งกระทู้โดย phuang, 28 กันยายน 2005.

  1. phuang

    phuang เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    30 มกราคม 2005
    โพสต์:
    4,033
    ค่าพลัง:
    +10,025
    การปฏิวัติ"จิตสำนึกใหม่"
    ประเวศ วะสี
    </B></B>
    [​IMG]
    ...โลกทั้งโลกกำลังเข้าไปสู่ crisis ที่เรียกว่าโลกาภิวัตน์ หรือ globalization ที่กำลังส่งเสริมกันอยู่ เพียงแต่ว่าจะเชื่อมโยงกันด้วยเศรษฐกิจเสรี การเงินเสรี ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นเราก็รู้แล้ว ถ้าเอาเงินเป็นตัวตั้งมันนำไปสู่ที่เรียกว่า Unequal Relationships เป็นแบบนั้นหมดทั้งโลก และนำไปสู่กรณีเวิลด์เทรด นำไปสู่กรณีอัฟกานิสถาน อิรัก รวมทั้งของไทยในเขมรด้วย เป็นปรากฏการณ์เดียวกันที่เกิดขึ้นเนื่องจากความสัมพันธ์ที่มันเป็นเชิงบริวารจากกัน ถ้าเอาเศรษฐกิจเป็นตัวตั้ง
    ผมคิดว่ารากของปัญหาในเรื่องนี้มันมาไกล ถ้านับย้อนไปก็อาจจะตั้งแต่การค้นพบวิทยาศาสตร์ในยุโรปประมาณ 400 ปี วิทยาศาสตร์เป็นเครื่องมือสร้างความรู้ที่คม ชัด ลึก แต่ว่าคุณูปการของวิทยาศาสตร์ที่ควรจะดีที่สุดคือนำไปสู่ปัญญา แต่คนยุโรปได้เลือกลงต่ำ เอาวิทยาศาสตร์ไปทำเทคโนโลยีที่มีอำนาจคืออาวุธต่างๆ เรือ ปืน ปืนใหญ่ ปืนกล แล้วเอาอำนาจเหล่านี้เข้าแย่งชิงคนหมดทุกทวีป แล้วทุกวันนี้ลัทธิอาณานิคมก็ไม่ได้เลิก เพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบมาในรูปการค้าเสรี การเงินเสรีเพื่อจะได้เชื่อมโยงดูดไปได้ทั้งโลก
    ก่อนเกิดเหตุการณ์เวิลด์เทรดสักสองปี นักปราชญ์ฝรั่งคุยกันที่แคลิฟอร์เนีย เป็นคนยุโรปสองคน คนอเมริกันหนึ่งคน คนยุโรปชื่อลาสโร่ กับโกรฟ คนอเมริกันชื่อ ปีเตอร์ รัสเซล คุยกันสองวันสองคืนแล้วบอกว่าอารยธรรมตะวันตกกำลังพาโลกทั้งโลกเข้าไปสู่วิกฤตอย่างหนีไม่พ้น
    อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ เองก็พูดว่า ถ้ามนุษยชาติจะอยู่รอดได้ ต้องการวิถีคิดใหม่โดยสิ้นเชิง "We shall need a radically new manner of thinking if mankind is to survive." ไอสไตน์มองเห็นแล้วว่าการคิดแบบเก่าๆ มนุษยชาติไปไม่รอด ต้องการการคิดใหม่โดยสิ้นเชิง
    ขณะนี้คนทั่วไปไม่รู้ รวมทั้งคนไทยโดยทั่วๆ ไปคิดว่า Technical Innovation คือคำตอบของมนุษยชาติ ผมคิดว่าไม่ใช่เพราะ Technical Innovation มีความสำคัญแต่ไม่ใช่เป็นตัวตั้ง ถ้าเอา Technical Innovation เป็นตัวตั้ง จะกระทบการอยู่ร่วมกันเป็นอย่างมาก ทุกวันนี้บิล เกตต์ คิดเทคนิคใหม่ๆ แพงๆ ออกมาทุกวันๆ คนต้องเอาเงินไปให้บิล เกตต์ ทุกวัน
    ผมคิดว่าจุดสำคัญคือ Social Innovation เราต้องการนวัตกรรมทางสังคมว่าทำไมมนุษย์จะอยู่ร่วมกันได้ ทุกระดับ ทั้งครอบครัว ชุมชน ในองค์กร ในเมืองระหว่างกันทั้งโลก อันนี้ควรจะเป็นวัตถุประสงค์ของมนุษย์ คือการอยู่ร่วมกัน Living Together แต่ขณะนี้ไม่ใช่ ขณะนี้มุ่งกำไรสูงสุด
    Golbalization เป็นเรื่องหนีไม่พ้นเพราะเราอยู่โลกเดียวกัน แต่ว่าควรจะเป็น Globalization ที่ศรีอารยะ คือการอยู่ร่วมกันจริงๆ ตรงนี้เองนี่ผมคิดว่าเราต้องการ การคิดการเคลื่อนไหวของคนร่วมกันทั้งโลก ถ้าจะมี New Thinking แบบไอน์สไตน์พูด หรือใครๆ ได้พูดกันเยอะขณะนี้ สองคนนั้นที่ว่าคุยกันที่แคลิฟอร์เนีย ได้ถอดเทปออกมาพิมพ์เป็นหนังสือเล่มหนึ่งชื่อว่า Consciousness Revolution เขาลงความเห็นว่ามันไม่มีทางจะไปแบบเดิม นอกจากมีการปฏิวัติจิตสำนึกใหม่ ท่านทะไล ลามะ เองซึ่งขณะนี้ก็เป็นที่นิยมมากในโลกตะวันตก ก็บอกว่าโรคที่มันเป็นอยู่ทั้งโลกขณะนี้คือ Spiritual Crisis ต้องการ Spiritual Revolution มองอีกด้านหนึ่งจากสถานการณ์ที่เป็นจริงจะทำอย่างไร
    จากสถานการณ์ความเป็นจริงที่เป็นอยู่นั้นจะทำอะไรได้บ้าง คงต้องมาจากสองด้าน ด้านหนึ่งก็มาจากด้านในของแต่ละคน อีกด้านหนึ่งมันจะไปห้ามไม่ให้คนไปต่อสู้ก็ยาก จากสถานการณ์ความเป็นจริงผมคิดว่า การที่โลกมีขั้วเดียวคือขั้วอเมริกัน จะอันตราย ผมคิดว่าโลกจำเป็นต้องมีหลายขั้ว มันจะได้ balance กัน
    ผมมองเห็นประมาณห้าหกขั้วด้วยกัน ขั้วอเมริกันอันนั้นมีอยู่แล้ว ขั้วอเมริกาใต้ ขั้วแอฟริกา ขั้วอิสลาม ขั้วเอเชีย ถ้าคนเอเชียได้ร่วมมือกันรวมตัวกัน โดยเฉพาะเรื่องทางวัฒนธรรมซึ่งหมายถึงวิถีชีวิตร่วมกัน ผมพยายามบอกตรงนี้มาหลายปี ว่าไทยต้องเล่นบทบาทตรงนี้ ที่จะเชื่อมโยงประเทศต่างๆ ให้มันเกิดเป็นขั้วเอเชียขึ้นเพื่อจะได้ถ่วงดุล
    ในโลกที่ซับซ้อนอย่างนี้ เป็น Complex System และก็ไดนามิก เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมีอุดมคติอย่างเดียวจะไม่พอ อุดมคตินี่จำเป็น แต่ต้องมีความรู้ เข้าใจตัว Complexity ของโลกนี้ด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องการเรียนรู้ เรื่อง Intellectual นี่สำคัญ เราเพียงแต่มีอุดมการณ์ เราซื่อๆ ไปนี่ไม่รู้เรื่องของโลกที่มันซับซ้อน นี่แก้ปัญหาไม่ได้นะครับ
    แล้วอีกประเด็นหนึ่งคือ Social Movements ผมคิดว่าตัว Social Movements นี่สำคัญ การเรียนรู้แต่ว่าต้องอาศัยปัญญาต้องอาศัยสันติวิธีเป็นเครื่องมือ
    ผมคิดว่าแต่ละประเทศ แต่ละกลุ่ม แต่ละคนก็ควรจะเคลื่อนไหวเรื่องนี้ ที่ผมมองนี่ก็สามเรื่องด้วยกันที่จะเข้ามาผนวก คือหนึ่ง Ideology ตัวอุดมคติจำเป็นต้องมี แล้วถ้าใครจะรวมเรื่อง Spirituality เรื่องศาสนาก็เข้าไปรวมอยู่ตรงนั้น ประการที่สองผมคิดว่าต้องมีการเรียนรู้ ต้องมีการวิจัยต้องเข้าใจตัว Complexity ของสถานการณ์ ประการที่สาม ผมคิดว่าต้องการ Social Movement ซึ่งสามารถจะทำเรื่องที่มันยากที่ตามปกติทำไม่ได้
    ผมคิดว่าตัว Social Movement นี่สำคัญนะครับ เรากำลังเผชิญกับสิ่งที่ยากประดุจภูเขา เราต้องการเดินไปในดินแดนธรรมมะแต่ว่าท่ามกลางตามทาง มันมีภูติผีปีศาจมียักษ์คอยจับกินเอา
    แล้วตรงนี้เองผมคิดว่าเราต้องการตัวอุดมคติ ต้องการการเรียนรู้ การวิจัย ต้องการ Social Movement ที่จะเคลื่อนไป โดยส่งเสริมคน ปัญญาชน ในที่นี้ไม่ได้แปลว่าอาจารย์มหาวิทยาลัยเท่านั้น อาจจะเป็นเอ็นจีโอ ผู้นำชุมชน สื่อมวลชน แม้แต่ทหารในกองทัพก็ได้ ที่อยากจะทำงานเพื่อสาธารณะแล้วทำเชิงปัญญา คือมีการเรียนรู้ เพราะสิ่งเหล่านี้มีความสำคัญ ในสภาพที่มันซับซ้อนถ้าเราไม่เข้าใจมันพอ เราคลายมันไม่ออก มันเป็นตัวเขม็งเกลียวตีเข้าไปบีบคั้นคนทุกคนนี่ต้องเข้าใจมันพอและก็หาทางคลายมันออก สันติภาพจึงจะเกิด...



    <SMALL>จากหนังสือ "ศาสนธรรมในกระแสแห่งกลียุค สาธารณชนจะเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้ได้อย่างไร" </SMALL></SMALL>

    ที่มา http://www.budpage.com/ba83.shtml
     
  2. dongtan

    dongtan เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กรกฎาคม 2005
    โพสต์:
    118
    ค่าพลัง:
    +100
    ขอบคุณครับ

    ชอบบทความของคุณหมอประเวศมากเลย ถ้ามีอีกก็นำมาโพสให้อ่านอีกนะครับ จะคอยติดตาม
    (bb-flower
     
  3. uko

    uko สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    23 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    26
    ค่าพลัง:
    +5
    <img src="http://img135.imageshack.us/img135/1149/lifejr7.jpg"
     

แชร์หน้านี้

Loading...