การพิจารณาธรรมกับความคิดฟุ้งต่างกันหรือเปล่า

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย แค่พลังงานที่มีความรู้สึก, 29 มิถุนายน 2018.

  1. แค่พลังงานที่มีความรู้สึก

    แค่พลังงานที่มีความรู้สึก Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    304
    ค่าพลัง:
    +159
    ตามหัวข้อกระทู้เคยพิจารณาธรรมแล้วมันฟุ้งไม่หยุด แน่ใจว่ามันคือสิ่งอันเดียวกันไหม

    แต่ตามเรื่อยๆ กลับได้ความสงบ
     
  2. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,092
    ค่าพลัง:
    +3,457
    อย่า ลังเล...

    แล้ว ก้ อย่า เข้าไปดูว่า มันฝุ้ง หรือไม่ฝุ้ง

    ให้ใส่ใจลงเปน อนิจสัญญา .....

    แล้วก้ ไม่ใช่เพื่อ ค้างที่ อติจสัญญา....

    ให้เหน ตรงที่ รู้ อนิจจสัญญา สัญญาส่วนนี้ก้
    เกิดดับ ไม่เที่ยงด้วย

    ถ้า เจตนาแทรก จะเกิดกัอน จุด ดวง

    ถ้า เจตนาไม่แทรก ก้ กำหนดรู้ไปอีก จนระลึกได้
    ความ "ไม่ตั้งขึ้นของจิต" ยกเปน สัญญาอีกชนิด
    นึง แล้วตามเหนความเกิดดับ สัญฯาแม้นนี้อีก...

    เอาเท่านี้ก่อน

    ถ้า จิตตั้งมั่นได้ ก้ ว่ากันไป

    ถ้า จิตตั้งมั่นไม่ได้ ก้ ต้องไม่ประมาท ที่จะไป
    เออะอ๊ะ เอาอะไรมา เปนธรรม

    ภาวนาบ่อยๆ วันนึงควรมีความต่อเนื่อง ได้ทั้ง
    วันแม้น ติดภาระอะไร ก้ แบ่งจังหวะลมหายใจ
    มาภาวนาได้ ....
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 29 มิถุนายน 2018
  3. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,092
    ค่าพลัง:
    +3,457
    ปล.ลิง กรณีบางคน อาจพลิกไป กายสักขี เกิด
    สว่างขึ้น แล้วออกมา จิตไม่ตั้งขึ้น อันนี้ยังไม่
    ต้องเน้น การไม่ตั้งขึ้นของจิต ให้วิจัย จิตเบา
    กายเบา ที่ทำให้ แสงสว่าง สว่างได้นานนนน
    จนกระทั่ง ได้ตามใจปราถนา

    ค่อยกำหนดรู้ สภาวะ จิตหาที่ตั้งไม่ได้ เปน
    ผัสสะภาวนาต่อ อ้อมป่านิดหน่อย ไม่ว่ากัน
     
  4. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,092
    ค่าพลัง:
    +3,457
    งง เป่า

    มี คำว่าจิตตั้งมั่น

    แล้ว มี คำว่า จิตไม่มีที่ตั้ง

    สอง สภาวะนี้ มี ใน สมัยเดียวกัน

    ถ้า พูดภาษาปัจจุบัน คือ จิตถึงฐาน
    จิตไม่มีสี ไม่มีสัณฐาน ไม่มีไป ไม่มีมา

    พูดรวมสั้นๆ "รู้ อยู่ ที่ จิต" จิตดับไม่เคลื่อน
    ไม่ตั้ง ไม่ไป ไม่มา อายตนะยังปรากฏอยู่
    ไม่ใช่หายไป เปน อะไรดวงเดียว ngo บรรลัย
     
  5. แค่พลังงานที่มีความรู้สึก

    แค่พลังงานที่มีความรู้สึก Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    15 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    304
    ค่าพลัง:
    +159
    จิตมันพิจารณาแบบคิดขึ้น กับแบบไม่ได้คิด
    แบบคิดขึ้นคือผมพิจารณาเป็นเรื่อง

    แต่ที่ไม่ได้คิดคือ เห็นตัวเองเดินทุ้งๆ แทรกในอากาศยังเห็นว่าเป็นตัวตนอยู่
    และยังยึด ว่าเราเดิน ๆ อันนี้คือไม่ได้ตั้งใจคิด
     
  6. nopphakan

    nopphakan ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 มกราคม 2007
    โพสต์:
    7,271
    ค่าพลัง:
    +31,335
    ส่วนตัวมองว่า มันส่งเสริมซึ่งกันและกันครับ
    ถ้าดูจากสภาพแวดล้อมและรูปแบบ
    การใช้ชีวิตจริง
    ๑.ตัวหนึ่งแม้ว่าจะใช่ปัญญาทางธรรม
    แต่มันก็เป็นแนวทางเดิน
    ให้จิตไว้เดินปัญญาได้ในอนาคต
    ๒.อีกตัวหนึ่งผลที่ได้เกิด
    เป็นปัญญาทางธรรมที่ทำให้ จิตละคลาย
    ในเรื่องนั้นๆได้

    ดังนั้นถ้าเราพบเจอทั้ง ๑ และ ๒ ได้แล้ว
    ก็ปล่อยให้เป็นไปตามเหตุและปัจจัย
    แต่ถ้า ๑. เพียวๆมันจะกลายเป็นวิปัสสนึกได้
    เพราะเผลอไปคิดว่าความคิดเป็นตัวสติทางธรรมและและปัญญาทางธรรมแล้วเผลอนำมันไปพิจารณาได้ครับ
    ๑. เพียวๆนี่หละครับ ที่ทำให้นักปฎิบัติ
    หลงสภาวะ หลงตัวเองแบบ
    มีความมั่นใจสูง อย่างไม่น่าเชื่อ
    แต่ก็มีให้เห็นเรื่อยๆในสังคม
    ผู้ปฎิบัติครับ
     
  7. นิวรณ์

    นิวรณ์ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 กันยายน 2008
    โพสต์:
    9,092
    ค่าพลัง:
    +3,457
    เอ้อวววว !! ธรรมมันต้องอย่างงี้สิ เหมือนเราที่หน้าโพไซดอน เหมือนเราที่หน้าโพไซดอน

    ส่วน ท่อนแรก แต่เอามา กล่าวข้างหลัง ก็ไม่มีอะไร มรรค มีสองส่วน

    ส่วนที่ เราลูบๆ คลำๆ ตรึกในธรรม ธรรมเกิด ธรรมผุด ธรรมเตือน จัดเป็น
    มรรคเป็นไปในส่วน สาสวะ

    ส่วน ท่อนบน จังหวะที่ จิตเกิด การเดินปัญญา มรรคส่วนนี้จะเป็น "อนาสวะ"

    ก็กำหนดรู้ทั้งสองส่วน ส่วนแรกเรียกว่า กุปธรรม ต้องออกแรงตรึก
    ต้องลูบคลำศีลพรตไปก่อน ถ้า ตัณหาจริตนะ เขาจะต้องเอา จิคอึ๊กกันเลย
    เพื่อให้มั่นใจว่า สาสวะ นามกาย จะได้รับการแต่งเอาไว้ เผื่อ เรือหาย
    ภาวนาไม่จบ( ก็ อย่าอุปทาน ตัณหานำ เสียก็สิ้นเรื่อง )

    ส่วนที่ ปัญญามันเดิน มันจะเดิน นานๆ ครั้ง บางทีสามเดือน เห็นได้ครั้งนึง

    แล้ว เขาไม่ได้มาปรากฏให้ เราไปทำอะไรให้ ปัญญามันเดินจนเที่ยงหน่าคร้าบ

    แต่ละครั้ง ที่ ปัญญาเดิน เขาเดินเพื่อให้เรา ฉลาดในการ เฝ้น เห็น "ความดับของปัญญา"

    สนุกสุดๆ ถ้า รู้ชัดในเหตุของความเป็นอย่างนี้ ดับ !!!
     
  8. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,808
    ค่าพลัง:
    +7,173
    +++ การพิจารณาธรรม ของพระพุทธเจ้า ขึ้นต้นที่ "ไร้นิวรณ์ 5"

    +++ ส่วน "ความคิดฟุ้งซ่าน" อยู่ใน "นิวรณ์ 5"

    +++ "ไร้นิวรณ์ 5 กับอยู่ใน นิวรณ์ 5" เป็นตัวเดียวกัน หรือป่าว...
    +++ มันเหนื่อย มันไปไม่ออก มันเลยหยุด "พอมันหยุด มันก็สงบ"
    +++ ตรงนี้เรียกว่า "ปรุงเป็นเรื่อง ๆ" แต่ทางโลกใช้ภาษาว่า "พิจารณา"
    +++ ตรง "เห็นตัวเองเดินทุ้งๆ แทรกในอากาศ"
    +++ นี่เป็น "อาการ เห็น" จัดเป็น "มโน" ชนิดหนึ่ง
    +++ ซึ่งเป็นอาการ "ตนผลิต ภาพ/ภพ/ภูมิ"
    +++ ตรงนี้จัดเป็น "มโนปุพฺพงฺคมา ธมฺมา"
    +++ ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นหัวหน้า (ใจมันกำหนด ภพภูมิ)

    +++ ตรง "ยังยึด ว่าเราเดิน ๆ"
    +++ ตรงนี้เป็น "อาการ เป็น" จัดเป็น "การถอดจิต ถอดกาย"
    +++ ซึ่งเป็นอาการที่ "ตนอยู่ใน ภาพ/ภพ/ภูมิ" แล้ว
    +++ ตรงนี้เป็น "มโนเสฏฐา มโนมยา"
    +++ มีใจเป็นใหญ่ สำเร็จด้วยใจ (เข้าไปอยู่ใน ภพภูมิ ที่กำหนด)

    +++ อันแรกจัดเป็น "มโน ผลิตภาพ ผลิตภพภูมิ"
    +++ อันที่สอง "หลังจาก ผลิตแล้ว จึง เข้าไปอยู่ ในสิ่งที่ ตน ผลิตนั้น"
    +++ นี่เป็นอาการที่เรียกว่า "จุติจิต" อันเป็นการ "ย้าย เข้าไป อยู่" ใน "ภพภูมิ" ที่ตนสร้างขึ้น

    +++ ทั้ง 2 กรณี "ยังมีความเป็น ตัวตน อยู่" ไม่ว่าจะ ตั้งใจ/ไม่ตั้งใจ ก็ตาม นะครับ
     
  9. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    651
    ค่าพลัง:
    +451
    ขออาราธนาบารมีพี่ธรรมชาติด้วยนะคับ
     
  10. kenny2

    kenny2 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    651
    ค่าพลัง:
    +451
    ช่วยเขาช่วยเด็ก...ฤทธิ์ทางใจ...ขออนุโมทนากับทุกท่านคับ
     
  11. hastin

    hastin เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    980
    ค่าพลัง:
    +2,894
    ตอนที่ผุด ก็ดูอย่างเดียว นานๆจะมาที

    ไม่มีอะไรผุด ก็ควรสร้างฐาน อะไรก็ได้ที่ทำได้สบายในช่วงเวลานั้น อานา หรือ โยนิโส

    จุดสำคัญก็คือ กุศล-อกุศล ถ้ากำลังยังสู้อกุศลไม่ได้ แล้วไม่หาวิธียับยั้ง ก็คงรอไปเริ่มเรียนใหม่ ภายหน้า
     
  12. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +450

    ถ้าเป็น โวหาร หลวงปู่เสาร์ ท่านว่า " เวลานี้จิตข้ามันไม่สงบมันมีแต่ความคิด"

    หลวงปู่พุธท่านว่า

    ถ้าเป็นลูกศิษย์โง่ๆ ก็จะไปปรามาสครูอาจารย์ว่าภูมิธรรมท่านเสื่อม
    แต่ถ้าเป็นลูกศิษย์ ที่ฉลาด ก็จะไปกราบเรียนถามท่าน

    ว่ามันคืออย่างไรและจะได้ข้อธรรมอุบายต่อไป


    ถ้าเป็น โวหารหลวงปู่ฝั้น ท่านจะว่า "อย่าปล่อยให้จิตมันว่าง"

    ถ้าเป็น โวหารหลวงปู่เทกส์ ท่านจะว่า " สมาธิในฌานมันโง่ สมาธิในอริยะมรรคมันฉลาด"

    ถ้าเป็น โวหาร หลวงปู่มั่น ท่านจะว่า " ฐีติภูตัง"

    ถ้าเป็น โวหาร หลวงตามหาบัว ท่านจะว่า " ปัญญาอบรมสมาธิ"

    ซึ่งมันคือ อันเดียวกัน ต่างแต่โวหารการพูด แต่ผลเหมือนกัน


    นึกถึง แฟนคนบางคนที่มาตั้งกระทู้
    ถามเรื่องการปฏิบัติธรรมของแฟนแล้วก็ล๊อกกระทู้

    ทั้งๆที่แฟนของตัวเอง ก้าวหน้าในทางธรรม
    ถ้าได้ฟังเทศน์หลวงปุ่พุธ อีกซักกัณฑ์ จะมั่งคงในทาง ต่อยอดไปอีก
     
  13. ฅนไร้บ้าน

    ฅนไร้บ้าน Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 มิถุนายน 2015
    โพสต์:
    332
    ค่าพลัง:
    +114
    อ่านแล้วสะกิดใจขอแหลมสักนิดนะครับ
    น่าจะลองไปศึกษาเรื่องฐีติภูตังของหลวงปู่มั่นดูอีกสักรอบนะครับ ว่าเข้ากับที่ปู่ปราบยกมาไหมครับ ผมว่าไม่ใช่ แต่ผมอธิบายไม่เก่งถามอากู๋ดูละกันครับ
     
  14. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +450
    เวปที่เอาฐีติภูตัง มาลง ผมเคยไปอ่านแล้ว อ่านแล้วก็ขัดๆ

    หลวงปู่มั่นท่าน มั่นคง เคารพ พระวินัยเป็นอย่างมาก

    ถ้าจะบอกว่า อวิชาก็ต้องมีพ่อแม่

    ถ้ามีคำถามต่อไปอีกว่า

    ฐีติภูตังก็ต้องมีพ่อแม่อีกละ

    แต่ถ้าไปค้นพระไตรปิฎก จะมีคำนึง ตรงกัน คือคำว่า ฐีติธรรมญาณ
     
  15. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +450


    .....ถอดเสียง ....หลวงปู่พุธ ฐานิโย อธิบาย คำว่า พิจารณา

    เราสังเกตุดูว่า ในเมื่อจิตสงบแล้ว มันไม่มีความรู้ แล้วมันขึ้นวิปัสนาที่ตอนไหน

    เอากันอย่างนี้ก็แล้วกัน
    ในเมื่อท่านทำจิตให้สงบนิ่งเป็นสมาธิขั้นละเอียดแล้ว
    ในขณะนั้นความรู้สึกที่จะยกจิตไปไหนเนี๊ยะมันไม่มีแล้วล่ะ

    อย่าไปหาว่า
    แต่เราต้องรอเวลาที่จิตถอนจากสมาธิขั้นนี้มาแล้ว
    พอรู้สึกว่ามีกายปรากฎเท่านั้น อย่ารีบดีใจ กระโดดโลดเต้นออกจาก
    ที่นั่งสมาธิทันที
    พระอาจารย์สิงห์ ท่านสอนให้ พิจารณาทบทวนความเป็นไปของจิต
    ในระหว่างที่ทำสมาธิภาวนาก่อน เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนจิตให้เกิดมีควาคิด
    หรือบางทีพอจิตถอนออกมาแล้ว รู้สึกมีกายปั๊ปเท่านั้น ความคิดบังเกิดขึ้นทันที
    ในเมื่อจิตมีความคิดบังเกิดขึ้น เราปล่อยให้คิดไป แต่ให้มีสติตามรู้ไปรู้ไปรู้ไป

    นี่เป็นลักษณะของจิตเดินก้าวขึ้นสู่ภูมิแห่งวิปัสนา

    แต่ในคัมภีร์ ท่านกล่าวว่า การเจริญ วิปัสนานี่
    ต้องกำหนดพิจารณา ขันธ์ 5 อายตนะ 12 ธาตุ 18 พิจารณาปัจจยาการ
    อวิชาปัจจยาสังขารา อันนั้นเป็นภาคปฏิบัติ แม้ว่าเราจะตั้งใจกำหนดจิตพิจารณา รูปังอนิจจัง เวทนาอนิจจา รูป เวทนา สัญญา สังขาร
    วิญญาณไม่เที่ยง

    เรานึกเอา นึกเอา นึกเอา ด้วยความคิดธรรมดาๆ นี่แหล่ะ แต่เมื่อจิตสงบลง
    เป็นสมาธิแล้วนี่ มันทิ้งคำว่า อนิจจังทุกขังอนัตตาไปแล้ว
    จ้างอีกมันก็ไม่มีคำว่า รูปังอนิจจัง เวนาอนิจจา รูปัง ทุกขัง มันก็ไม่มี พอสงบปั๊ปลงไปเป็นสมาธิ มันจะบรรดาล ให้เกิด ความรู้ ความคิดขึ้นมาเอง โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ

    ที่นี่เมื่อจิต ของเราเกิดความรู้ ความคิดขึ้นมาเองเนี๊ยะ พึงรู้เถิดว่า
    ความคิดเป็นวิตก สติรู้พร้อมเป็น วิจาร ถ้าเราไม่เข้าใจผิด ปล่อยให้มันคิดไป ตามอำเภอใจของมัน แล้วเราจะรู้สึกว่า มีปีติ มีความสุข มีกายเบาจิตเบา แล้วจิตก็ได้สมาธิขั้นต้นซึ่งเรียกว่า ปฐมฌาน มี วิตก วิจาร ปีติ สุข
    เอกคัคตา

    นี่ ลองลอง ลอง ลอง ดู
    อย่าไปยึดมั่นแต่เพียงแค่ว่า ภาวนา พุทโธ พุทโธ แล้ว พอจิตทิ้งพุทโธแล้ว
    ดึงมาหาพุทโธอีก มันจะเป็นการเริ่มต้นอยู่ตลอดเวลา

    ต้องพิจารณาดูให้ดี ว่า

    พุทโธ ที่เราคิดอยู่ก็คือความคิด ความคิดที่จิตคิดขึ้นมาเองก็คือ
    ความคิด

    เพราะฉะนั้น ในช่วงใด ที่จิต คิดไม่เป็น เราเอาพุทโธ พุทโธ มากระตุ้น ให้มันเกิดพลังแห่งความคิด

    ทีนี่เมื่อมันสงบลงไปนิดหน่อย มันทิ้งพุทโธ มันไปหาความคิดใหม่ของมันมา ก็ปล่อยให้มันคิดไป แต่ให่มี สติสัมปชัญญะ ตามรู้ไปเรื่อยๆ

    ต่อไปแล้ว อะไรมันเกิดขึ้น ให้กำหนดรู้ สิ่งนั้น เพียงแต่เรากำหนดรู้จิตของเราอยู่เฉยๆ อะไรมันเกิดขึ้นกับจิตเราจะรู้เองโดยอัตโนมัติ ในเมื่อรู้แล้วก็ให้ มีสติกำกับ อย่าไปเผลอ สติ สติตัวเดียวเท่านั้นเป็นเรื่องสำคัญ


    หลวงปู่แหวน ท่านเคยให้คติเตือนใจว่า อย่าไปดูอื่น ให้จี้ ลงที่จิต ของตนเอง
    บาปมันเกิดที่จิต บุญมันเกิดที่จิต ดีมันเกิดที่จิต ชั่วมันเกิดที่จิต เพราะฉะนั้นให้ดูจิตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แล้วเราสามารถ ที่จะรู้หมดทุกสิ่ง ทุกอย่าง


    และอีกอย่างหนึ่ง มีผู้กล่าวว่า ถ้าจิต เกิดความคิดอะไรขึ้นมา เกิดความรู้อะไรขึ้นมา
    ให้พิจารณา สิ่งนั้น แล้วก็ไปเข้าใจว่า เราตั้งใจพิจารณา ตั้งใจคิด

    แต่ความจริงน่ะ ไม่ใช่อย่างนั้น คำว่า พิจารณา นี่ ก็หมายถึงว่า กำหนดรู้สิ่ง ที่มันเกิดขึ้นดับไปเอง โดยอัตโนมัติ

    ที่นี่ ถ้าสิ่งที่มันเกิดขึ้น เราข้องใจสงสัยเราไปตั้งใจพิจารณาเท่านั้น
    จิตมันจะถอนจากสมาธิเด๊ะ

    แต่ถ้าอะไรมันเกิดขึ้น เรามี สติกำหนดดู ให้มันรู้อยู่ในที จิตมันจะไม่ถอนจากสมาธิ แล้วมันจะย้อนกลับ สงบละเอียดเข้าไปสู่สมาธิตามขั้นตอนอีกครั้งหนึ่ง

    เพราะฉะนั้น เวลาท่านนั่งสมาธิ จิตสงบดีแล้ว เมื่อจิต ถอน จากสมาธิมา พอรู้สึกว่ามีกาย อย่ารีบ ออกจากที่นั่งสมาธิ ให้กำหนดรู้จิต ของตนเองอยู่ซักพักหนึ่ง ก่อน ถ้าหากว่าจิต ไม่เกิดความรู้ ความคิด ขึ้นมาเอง ก็ให้พิจารณา ทบทวนอ่า.. ที่เราเริ่มปฏิบัติมา ตั้งแต่เบื้องต้น เราได้ไหว้พระสวดมนต์ เราได้อธิฐานจิต เราได้แผ่เมตตา เราได้กำหนดอารมณ์จิต
    จิตของเรา สงบหรือไม่ สงบ รู้หรือไม่รู้ สว่างหรือไม่ สว่าง

    กำหนดพิจารณา ทบทวนดูซัก สอง สามทีก่อนออกจากที่นั่งสมาธิ
    อันนี้เป็นแนวทางของท่าน พระอาจารย์ สิงห์ ที่ท่านเขียนไว้
    ในพระไตรสรณะคม ย่อ

    ดังนั้น สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ได้ตรัสรู้ ก็เพราะอาศัย
    การเจริญสมาธิ อาศัยหลักธรรมชาติ คือท่าน มีสติ กำหนดดู ลมหายใจ
    อันเป็นธรรมชาติ ของร่างกาย

    มีสติกำหนดดูความคิดอันเป็นธรรมชาติของจิต แล้ว ในที่สุด จิตก็ตามลมหายใจ เข้าไปสงบ นิ่ง สว่าง อยู่ในท่ามกลาง ของร่างกาย เป็นเหตุให้รู้ความจริง ของร่างกาย จิตดำเนินเข้าไปสู่ฌาน สมาบัติตามขั้นตอน แล้ว วกเข้าสู่ นิโรธสมาบัติ เรียกว่า

    เข้าสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ ไปสร้างพลังจิตเพื่อการ ตรัสรู้ อยู่ที่ตรงนี้ แล้วจิต เปล่งบาน สว่าง ไสว ออกมาได้ ตรัสรู้ เป็น โลกะวิทู เป็นโคตระภูญาณ ได้พิจารณา ทบทวน ตลอดยามทั้ง สาม จิตยอมรับสภาพความเป็นจริง แล้วก็หมดกิเลส ได้เป็น พระอะระหังสัมมาสัมพุทโธ ภควา พระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้ด้วยตนเอง การตรัสรู้สมบูรณ์แบบในปัชฌิมยามด้วยประการฉะนี้

    ...........................................

    ลักษณะ ของ บริบท อนาสวะ หรือ

    ธรรมปฏิบัติ ที่เร่ิ่มเป็น ธรรมวิสังขาร
     
  16. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,454
    กระทู้เรื่องเด่น:
    3
    ค่าพลัง:
    +11,515
    ต่างครับ ฟ้ากับเหว
     
  17. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    112
    ค่าพลัง:
    +54
    .....ฟุ้งก็ปล่อยให้ฟุ้งไปคิดเรื่องใดๆก็ตามดูจนจบเรื่องที่คิด บางทีก็หยุดนึกคิดมาอยู่ที่ความว่าง ก็ให้มีสติรู้ที่ความว่าง คิด มีสติรู้ที่ความคิด...เดินมาทางนี้ กว่าจะถูกต้องเหมาะสมก็คงฝึกสติเรื่อยๆ จนบางที นึกอยากจะสงบ ก็ใช้คำบริกรรมภาวนา มาใช้ จนกว่า สติจะตามทันจนกระทั่งเค้าปล่อยวางความคิดนึก จนพบสัจธรรมบางอย่าง ให้เราติดเป็นสมถะกรรมฐานพร้อมกับพิจารณา เรียกได้ว่า รู้จิต และ สิ่งที่จิตรู้.....จะเหลืออารมณ์เดียว...ถึงในขั้นนี้แล้ว.....
     
  18. ธรรม-ชาติ

    ธรรม-ชาติ เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤษภาคม 2012
    โพสต์:
    1,808
    ค่าพลัง:
    +7,173
    +++ ขอแรง "พรรคพวก" ในเรื่องช่วยคุ้มครอง "ชีวิต" ทั้ง 13 ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว

    +++ เป็นเรื่องเกี่ยวพันกับ "วิบาก" ในอดีต

    +++ อาจมี "ร่อแร่" อยู่บ้าง แต่ควร "รอด" ทั้งหมด

    +++ เสาร์ 30 มิถุนายน หากเป็นตามคาด คือ 7 วัน และ

    +++ หากไม่มีเรื่อง "อุปฆาต" เข้ามา "แทรกซ้อน" ก็ควรจะ "ออกมาได้" ในวันนี้

    +++ เอาใจช่วยทุกคนอยู่แล้ว หากสำเร็จ ก็เป็นการ "สร้างบารมี ของ พรรคพวก" นะครับ
     
  19. แนน จันทบุรี

    แนน จันทบุรี สมาชิก

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 พฤษภาคม 2018
    โพสต์:
    112
    ค่าพลัง:
    +54
    ........ขอเป็นกำลังใจให้โค้ชและทีมเด็กๆ ให้มารอตรงปล่องไฟตรงจุดที่ช่วยด้วยเทอญ แล้วก็ขอให้ ทีมทั้งทีมเอาตัวรอดได้ ตอนนี้ขอให้มีกำลังใจ รอดพ้นปัญหานี้ๆไปด้วยเทอญ......
     
  20. ปราบเทวดา

    ปราบเทวดา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 กุมภาพันธ์ 2017
    โพสต์:
    383
    ค่าพลัง:
    +450
    ผมมองว่าผีไม่เกี่ยวครับ
    เป้นเรื่องอย่างอื่น
    เป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะมากถ้ำแห่งนี้
     

แชร์หน้านี้

Loading...