การลงโทษเด็กยังควรมีต่อไปหรือไม่

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย พงพัน, 13 กรกฎาคม 2013.

  1. พงพัน

    พงพัน เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    28 ธันวาคม 2009
    โพสต์:
    159
    ค่าพลัง:
    +478
    พอดีไปเห็นรายการสารคดีสั้นอยู่ตอนนึงในโทรทัศน์ เป็นการนำเสนอเรื่องราวการลงโทษของคุณครูท่านนึง ท่านกล่าวถึงว่าตัวเองได้มอบหมายการบ้านให้เด็กนักเรียนในชั้นเรียนแล้วพอวันรุ่งขึ้นที่จะต้องส่งงานการบ้าน ปรากฏว่าก็มีเด็กนักเรียนหลายคนที่ไม่ได้ทำมาบ้างลืมบ้างซึ่งก็เป็นเรื่องปกติทำให้ถูกทำโทษด้วยตีก้น(ตอนเด็กผมก็โดนเหมือนกัน)คนอื่นๆก็ผ่านไปไม่มีปัญหา แต่พอมาถึงพ่อหนูหัวหมอคนนึงเข้าเท่านั้นเองพอถูกเฆี่ยนจบไม่ยอมจบอย่างคนอื่นๆ กลับมาย้อนตั้งคำถามเข้ากับคุณครูท่านนี้เข้าว่า”ถ้าเป็นลูกครูทำผิดแบบนี้ครูจะตีเขาแบบที่ตีผมหรือเปล่า?”ว่าแล้วก็เดินจากไปนั่งที่เดิม........คุณครูท่านนั้นถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย พอจบก็ปรากฏว่ามีนักทฤษฎีจิตวิทยาออกมาให้ความเห็นเชิงอรรถาธิบาย”ตามที่ได้ศึกษาและผลวิจัยในต่างประเทศยืนยันถึงการลงโทษด้วยความรุนแรงต่อเด็กนั้น มี แนวโน้มและจะทำให้เด็กคนนั้นมีโอกาสเกิดความก้าวร้าวและใช้ความรุนแรงต่อไปได้เมื่อเขาโตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ดังนั้นจึงไม่ควรใช้การลงโทษด้วยการตีแต่ควรจะอธิบายและใช้การลงโทษอย่างอื่นๆแทนจะดีกว่า ซึ่งในต่างประเทศได้ยกเลิกการลงโทษแบบนี้หมดแล้ว” ผมละเบื่อจริงๆเอะอะเรื่องอะไรขึ้นมาเป็นอันจะต้องอ้างฝรั่ง ยกย่องตำราการศึกษาแบบนี้ขึ้นมา โดยลืมกำพืดสิ่งแวดล้อมของตัวเองมันเหมือนหรือมันต่างจากสังคมไทยมากน้อยแค่ไหน ถึงสังคมของฝรั่งต้นแบบเองก็ยังมีปัญหาเรื่องการใช้ความรุนแรงอยู่เลย และประทานโทษเถอะหนักข้อด้วยถ้าไม่ตกข่าวกันเช่น”เด็กนักเรียนที่อเมริกา ลากเอาปืนยิงเร็วออกมากราดยิงเพื่อนๆร่วมชั้นตายหมู่นับสิบ”หรือมีคนคลุ้มคลั่งออกมากราดยิงในโรงภาพยนต์ เหล่านี้ก็ไม่ทราบนักจิตวิทยาท่านนั้นยังจะยืนยันว่าสิ่งที่รับทราบมาเป็นเรื่องที่ถูกต้องใช้ได้อยู่หรือ ซึ่งกลับกันแล้วเรื่องแบบนี้ในบ้านเราไม่ปรากฎ
    หลายสิ่งที่เกิดขึ้นหลายเรื่องที่ปรากฏเป็นปัญหาบ้านเมืองเราทุกวันนี้นั้น เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่ผู้มีการศึกษาบ้านเราไปรู้ไปเห็นและไปนำมาใช้ในประเทศเราอย่างชนิดไม่ได้ศึกษาถึงความเหมาะสมไม่เข้าใจ
    บ้านเรามีคำพังเพยหรือคำสุภาษิตในเรื่องการลงโทษเด็กๆมาเนิ่นนานมาแล้วก็คงจะคุ้นกันดีว่า”รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”ทั้งนี้เพราะอะไรและทำไมผู้คนและสังคมยุคนั้นจึงมีและใช้ได้อย่างไม่มีปัญหา ทำไมคนที่เติบโตมาจึงไม่ก่อปัญหาความรุนแรงให้เป็นที่น่าวิตก จนต้องเดือดร้อนมีนักวิชาการออกโรงมาเตือนพ่อแม่,ผู้ปกครองเยี่ยงปัจจุบัน สิ่งนึงที่ผมเห็นว่าการลงโทษด้วยการเฆี่ยนตีไม่สิ่งเลวร้ายและทำได้เมื่อจำเป็นก็คือ
    สังคมยุคก่อนเป็นสังคมแห่งคุณธรรมอยู่ด้วยกันด้วยความรักความเมตตา การเฆี่ยนตีการลงโทษจึงต่างกับยุคปัจจุบันที่แม้จะอ้างตัวเป็นอารยะก็ตามที ขอประทานอภัยกับนักจิตวิทยาแก่ตำราฝรั่งด้วย ในมุมมองผมเด็กเล็กๆโดยมากมักจะไม่ชอบฟังเหตุผล,เรื่องยากๆยาวๆบางทีต้องอธิบายกันนานๆยาวยืด แม้ที่สุดก็ยังไม่เข้าใจเอาแต่ใจนะเจอบ่อย แล้วอย่างนี้จะได้ผลได้อย่างไร อย่างไม่ทำการบ้านมาเป็นความผิดไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ๆได้รับมอบหมายมา แล้วไปใช้ให้เขารับโทษด้วยการขัดส้วมก็ใช่เรื่อง ลงว่าเขาจะไม่รับรู้หรือเข้าใจเสียอย่างก็ต้องมาเกิดคำถามและแข็งข้อขึ้นอยู่ดี ผลที่ได้ก็ไม่ต่างหรือเปรียบเทียบได้กับการ เอาธรรมะไปให้กับคนเมามันจะไปได้ผลอะไรแต่ทั้งนี้นั้น ผู้ลงโทษก็ต้องมีคุณธรรมความรักความเมตตาเป็นที่ตั้ง การลงโทษนั้นจึงจะสัมฤทธิ์ผลทำให้ผู้รับโทษเกิดการสำนึก แต่ถ้ากระทำลงไปโดยขาดหลักเมตตาธรรมและไร้คุณธรรมเช่น พ่อเมากลับมาบ้านเตะลูกทั้งรองเท้าด้วยบันดาลโทสะหรือเฆี่ยนตีด้วยอารมณ์โมโหอย่างนี้ย่อมก่อผลลบแน่นอน แม้ลูกๆหรือเด็กจะทำผิดจริงก็ตาม คนลงโทษไม่มีคุณสมบัติที่ดีที่สูงกว่า จะไปนำจะไปสอนเขาได้อย่างไรก็ไม่ต่างอะไรจาก”แม่ปูสอนลูกปู”
    มีสติและใช้ปัญญาพิจารณาความเหมาะสมหนักเบาตามแต่ความผิดที่ได้รับ ประกอบจากสิ่งแรกแล้วก็ต้องมีสติปัญญาแยกแยะตามได้ทันเล่ห์เหลี่ยม บางเรื่องและหลากเรื่องที่ได้ฟัง เป็นตุลาการผู้ทรงความยุติธรรมภายในครอบครัวภายในโรงเรียน เฉียบขาดในการลงทัณฑ์มีความยุติธรรมไม่ฟังความข้างเดียวย่อมมีแต่สันติสุขเกิดขึ้น เห็นกันอยู่แล้วจากสังคมนอกบ้านขาดความสงบเพราะอะไร
    สรุปสุดท้ายในความเห็นผมนะถ้าเด็กนักเรียนคนนั้นมาถามผมๆก็จะตอบให้ดังนี้คือ1.หนูผิดตรงไม่รับผิดชอบต่อหน้าที่ๆได้รับ2.มีโทษที่กำหนดไว้ชัดเจนแล้วก็ยังทำ เป็นการสร้างแบบอย่างที่ไม่ดีให้กับเพื่อนๆร่วมชั้น หากคนอื่นๆทำตามก็จะเสียนิสัย สร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้นในสังคมชั้นเรียน ก่อให้เกิดความไม่เคารพกฏหมายกติกาของสังคมนั้นๆได้หากเติบโตต่อไปวันหน้าย่อมสร้างความเดือดร้อนยิ่งขึ้นไป ดังนั้นจึงเป็นการตีเพื่อตักเตือนสั่งสอนอบรมให้หนูเติบโตเป็นไม้ใหญ่ที่ตั้งตรงไม่คดงอใช้การได้ดีเสียแต่วันนี วันที่หนูยังเป็น”ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก”ดังนั้นหนูจึงควรที่จะต้องก้มหน้ารับโทษนี้ไปเป็นการสมควรแล้ว และการลงโทษพอเหมาะพอควรตามที่ว่ามา สามารถมีต่อไปได้ตามเงื่อนไขในมุมมองของผม อาจจะดูโบราณแต่ผมนิยมภูมิปัญญา ยกย่องบรรพบุรุษไทยที่ลึกซึ้งประกอบด้วยคุณธรรมแห่งพุทธศาสนาขอรับท่าน
     
  2. markdee

    markdee เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 ธันวาคม 2010
    โพสต์:
    745
    ค่าพลัง:
    +1,911
    เห็นด้วยอย่าง 100% ค่ะ
     
  3. DuchessFidgette

    DuchessFidgette เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 ตุลาคม 2012
    โพสต์:
    2,607
    ค่าพลัง:
    +9,302
    ดิฉันว่าการลงโทษเด็กที่เมืองไทยนี้รุน แรงเกินเข้าขั้นทำร้ายร่างกายเลยคะ ตอนนี้อยู่ต่างประเทศนึกย้อนดูราว 20กว่าปี ที่แล้วสมัยเป็นเด็กอยู่ ป. 2 แค่ไม่ได้ทำการบ้านมา เออ ลืมสมัยมัธยมด้วย โดนอาจารย์ เอาไม้ใหญ่มากตีมือ แรงๆไม่รู้กี่ที นึกย้อนมาถ้า พ่อแม่รู้คงโกรธมาก แบบ มันเจ็บจนห้อเลือด ยิ่งเห็นเพื่อนบางคนโดน บางคนน้ำตาไหลเลย โดยเฉพาะพวกเด็กผู้ชายซนไปทำอะไรผิดเข้า.........นึกแล้วดิฉันคงเป็นครูไม่ได้ ไม่กล้าไปทำร้ายร่างกายใครอย่างนั้น แค่รู้สึกต้องไปทำให้เขาเจ็บเราก็รู้สึกไม่ดี
     
  4. ติงติง

    ติงติง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 มีนาคม 2009
    โพสต์:
    38,272
    ค่าพลัง:
    +82,736
    การลงโทษมีหลายวิธี
    ควรหลีกเลี่ยงการทำร้ายร่างกาย การทำให้อับอาย ...
     
  5. Nirvana

    Nirvana เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    9 กุมภาพันธ์ 2005
    โพสต์:
    8,188
    ค่าพลัง:
    +20,870
    หึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    ลูกชายของ Nirvana เคยถูกตีโดยโทษที่ทำผิดไม่ได้รุนแรงอะไร
    ครูตีด้วยอารมณ์ที่เก็บกดมาจากบ้าน โดยเฉพาะครูผู้หญิง
    ซึ่งครูประเภทนี้มีเยอะมาก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

    สิ่งที่ทำคือ ไปขอคำอธิบายของครูคนนี้ต่อหน้า ผอ. โรงเรียน
    ซึ่งครูก็ได้ยอมรับผิด แต่ยังไม่วายที่จะเถียง

    Nirvana เลยประกาศออกไปว่า
    ต่อไปนี้ถ้าครูในโรงเรียนนี้ตีลูกเราแบบไม่มีเหตุผลอีก
    เราจะทำให้ครูคนนั้นร้องไห้ยิ่งกว่าลูกของเราหลายเท่า
    เพื่อให้เป็นแบบอย่างกับคุณครูโรคจิตที่ชอบทำร้ายนักเรียน

    ผลลัพธ์ที่ออกมาก็น่าพอใจ
    เพราะตลอดระยะเวลาเกือบสิบบี
    ที่ลูกชายเรียนจบออกมา
    ไม่เคยมีครูคนไหนมาตอแยกับลูกเราเลย

    จากการสอบถามทางลึกได้ความว่า
    ครูโจษจันกันไปทั่วว่า คุณพ่อของน้อง....
    เค้าเอาจริง ประกาศในห้อง ผอ.เลย
    ทำให้ไม่มีครูคนไหนกล้าลองของ

    ลูกเราก็มีชีวิตในโรงเรียนที่เป็นปกติสุข
     
  6. Deep Blue

    Deep Blue เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    210
    ค่าพลัง:
    +887
    ชื่อก็บอกชัดอยู่แล้วว่าเป็นการลงโทษ.

    ในสังคมผู้ใหญ่ คนเราเมื่อทำผิดกฏหมาย ก็ย่อมต้องถูกลงโทษ
    นั่นเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่ มีวุฒิภาวะมากพอ ที่จะแยกแยะผิดชอบชั่วดีได้

    แต่ในโรงเรียน อันเป็นสถานที่บ่มเพาะวิชาความรู้ ให้กับเด็กๆ ที่ยังอ่อนต่อโลก
    การลงโทษด้วยการตี ช่วยให้เด็กดีขึ้นจริงหรือ ไม่มีวิธีการอื่นใดแล้วหรือ?

    แต่การตี ก็มีความจำเป็นในบางกรณี และต้องเป็นเหตุอันควรจริงๆ ไม่ใช่ตีส่งเดช

    สมัยผมเป็นเด็กม.ต้น ผมเป็นเด็กที่ไม่ชอบทำการบ้านเลยแม้แต่น้อย
    มีอาจารย์บางท่าน ลงโทษผมด้วยการ "ตี"
    ...ตลอดระยะเวลาหนึ่งเทอมของการเรียนวิชาจากอาจารย์ท่านนี้ ผมโดนตีตลอด ด้วยเหตุที่ไม่ทำการบ้าน

    ผมยอมเจ็บ... เพื่อแลกกับการไม่ต้องทนทำการบ้านที่สุดแสนจะทรมานใจ
    จะมีประโยชน์อะไร ที่เราจะไปข่มเขาโคขืนให้กินหญ้า

    การลงโทษด้วยการ "ตี" ของอาจารย์ท่านนี้ ไม่ช่วยให้ผมนึกอยากขยันเรียนขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย.

    ปีถัดมา ผมได้พบกับอีกหนึ่งวิชาที่แสนจะทรมานใจไม่น้อยไปกว่ากัน นั่นคือ... "วิทยาศาสตร์"
    และผมก็เริ่มต้นด้วยการไม่สนใจในวิชานี้อีกเช่นเคย

    แต่ทว่า วิธีการรับมือของอาจารย์ท่านนี้ ต่างออกไป...

    ท่านมองหาจุดเด่นในตัวของเด็กแต่ละคน และสร้างโจทย์ปัญหาที่อยู่ในความสนใจของเด็กคนหนึ่งๆ
    โยงเข้ากับบทเรียนในตำรา... วิชาวิทยาศาสตร์ กลายมาเป็นที่โปรดปรานของผม และเพื่อนๆ ทุกคนในห้อง
    ทุกคนตั้งอกตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน กล้าตั้งคำถามที่ดูเพี้ยนๆ ในแบบที่ไม่เคยปรากฎให้เห็นในวิชาของอาจารย์ท่านอื่นๆ
    ผมรู้สึกว่าการเรียนกับอาจารย์ท่านนี้ ทำให้ผมฉลาดขึ้น...

    ปัญหาที่ว่า การลงโทษด้วยการตี ควรคงไว้หรือยกเลิกไป ผมว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญ
    "ผู้สอน" ต่างหาก ที่เราควรใส่ใจ ควรเร่งปรับปรุงคุณภาพของผู้เป็นครูบาอาจารย์
    แก้ปัญหาที่ต้นเหตุดีกว่าครับ คนที่จะเป็นครูคนได้ มันไม่ใช่อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

    ในทางธรรม เรารู้กันดีว่า ครูบาอาจารย์สำคัญนัก ก็ในเมื่อคนสอนเป็นผู้ที่ไม่มีคุณภาพ แล้วจะไปสอนใครได้
    มีแต่จะพากันไปเข้ารกเข้าพง...
    และถ้าระบบการศึกษาของไทย ยังคงมีมาตรฐานในการคัดเลือกผู้มาเป็นครู อย่างที่เป็นกันอยู่ทุกวันนี้

    ตีเด็กจนก้นแหว่ง ก็ไม่ช่วยให้เด็กฉลาดขึ้นได้หรอกครับ.


     
  7. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,665
    ค่าพลัง:
    +6,165
    มีบทลงโทษให้ชัดเจนก็จบแล้ว
    แค่ไม่ลงโทษตามอารมณ์เด็กทุกคนรับได้
     
  8. น้ำใสไหลเย็น

    น้ำใสไหลเย็น เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    24 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    1,289
    ค่าพลัง:
    +4,452
    เพ่ๆๆ โหดไปแรงไปเพ่ ...

    อย่าต้องไปทำให้ครูคนนั้นร้องไห้เลย บาปกรรมเปล่าๆ ให้อภัยเค้าเหอะ

    ถ้าเค้าเปงโรคจิต วิธีอื่นมีอีกเยอะแยะ จ๊า..
     
  9. ขอมจำแลง

    ขอมจำแลง เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 กรกฎาคม 2007
    โพสต์:
    407
    ค่าพลัง:
    +1,276
    รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ครูที่ดีเห็นศิษย์เหมือนลูกเหมือนหลาน ดีได้ตีดี 555+

    ผมว่า กระทรวงเดิมที มีประกาศ ที่เป็นหนังสือเวียนให้ โรงเรียนต่าง ๆ ว่า ไม้เรียวนั้นใหญ่แค่ไหน คือเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 1เซ็นติเมตร การตีให้ตีที่ไหนน่ะครับ ...แต่ไม่ยักบอกว่า ห้ามตีด้วยความโกรธ หรืออารมณ์เสีย แล้วระบายอารมณ์

    ผมว่า รัฐไม่สามารถควบคุมการใช้อารมณ์ทำโทษนักเรียนได้มากนัก จึงเริ่มคิดที่จะหักไม้เรียวเสีย ตั้งแต่สมัยรัฐบาลคุณอภิสิทธิ์แล้ว ผมไม่ค่อยเห็นด้วยนัก ผมว่า รัฐควรจัดให้มีการตั้งองค์กรผู้ปกครองขึ้นมา และในระดับโรงเรียนก็จะให้มีสมาคมผู้ปกครองที่มีกฏหมายรองรับ และมีหน้าที่ และอำนาจ ร่วมกับคณะครูฯ เพื่อดูแลเรื่องนี้ โดยให้คงการทำโทษเอาไว้ แต่มีกรรมการ(ที่มาจากผู้ปกครองด้วย)ตรวจสอบและมีอำนาจด้วยนะครับ เมื่อมีการทำผิดระเบียบว่าด้วยเรื่อง การลงโทษนักเรียน

    การตีนั้น ช่วยเด็กได้นะครับ แต่ต้องตีด้วยความเมตตา ตีแล้วแจ้งบอกให้เขาเข้าใจ โดยไม่ใช้อารมณ์ เด็กเดี๋ยวนี้ไปไกลมากแล้ว คงกลับไปใช้วิธีการนี้ยากขึ้น และอาจโดนข้อหาทำร้ายร่างกายครับ !!
    ............หากการตีไม่เป็นจารีตประเพณีเสียแล้ว เพราะมียกเลิกโดยรัฐ การตีก็จะเป็นความผิดทางอาญาไป น่าเสียดาย ๆ ๆ ๆ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 19 กรกฎาคม 2013

แชร์หน้านี้

Loading...