การสร้างความสุขในการทํางาน

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย KK1234, 28 กรกฎาคม 2010.

  1. KK1234

    KK1234 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    22 กรกฎาคม 2006
    โพสต์:
    2,401
    กระทู้เรื่องเด่น:
    1
    ค่าพลัง:
    +10,515
    การสร้างความสุขในการทํางาน



    เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าแนวโน้มของการทํางานของในภาครัฐและภาคเอกชนของ ทุกหน่วยงานย่อมเกิดภาวะที่เจอกับมรสุมที่เป็นปัจจัยภายนอกมากระทบ เช่น การประสบ ปัญหาภาวะน้ำมันแพง ปัญหาของภัยธรรมชาติและปัจจัยทางด้านการเมืองที่ผลกระทบต่อประชาชนคนไทยซึ่ง ส่งผลให้มากระทบถึงการเมืองภายในบริษัท ด้วยเช่นกันผลกระทบดังกล่าวย่อมส่งผลให้เกิดความเครียดในการทํางานได้เช่นกันปัจจัยที่พุ่งเป้า มาที่ผู้บริหาร เป็นอันดับแรกว่าจะนําพาองค์การให้มีความอยู่รอดอย่างไร จากปัญหาสภาวะน้ำมันแพง คําตอบคงไม่พ้น2วิธีคือการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้นกับการลดค่าใช้จ่ายต่างๆลง เพื่อให้ องค์การมีความอยู่รอดได้

    [​IMG]

    ผู้บริหารก็ได้วางกลยุทธ์เพื่อให้องค์การผ่านพ้นกับวิกฤติที่เกิดขึ้นโดยการ ใช้เครื่องมือที่เป็นที่ยอมรับของการบริหารจัดการเข้ามาใช้เช่น BSC Competency TQM และ CRM ซึ่งเครื่องมือดังกล่าวข้างต้นย่อมมีวีธีการ ระบบและตัวชี้วัดที่แตกต่างกันออกไปจากที่พนักงานเคยอยู่กันแบบสุขสบายโดย ไม่ต้องมีใครมาคอยกํากับดูแล ตรวจสอบข้อมูลเป็นประจําทุกเดือนทุกไตรมาส เมื่อผู้บริหารได้นําเครื่องมือต่างๆมาใช้แต่ไม่ได้ศึกษาความพร้อมของคนไทย ที่เคยสุขสบายมาก่อนว่าจะยอมรับเครื่องมือนั้น ได้หรือไม่จึงทําให้เครื่องมือดังกล่าวมาใช้ในเมื่องไทยไม่ค่อยประสบความ สําเร็จเท่าไรนักมักจะถูกต่อต้านจากพนักงานหรือไม่ก็ทําให้พนักงานที่เป็นคน เก่ง (Talent) ขององค์การได้เดินออกจากบริษัทเพราะว่าระบบที่นํามาใช้ไม่มีความยุติธรรมพอ มีแต่เอื้ออํานวยให้กับพวกพ้องซึ่งเป็นคนหมู่มากในองค์การเป็นผู้กุมอํานา จเชิงบริหารเสียเอง

    ค่านิยมที่ดีๆเริ่มเปลี่ยนไปคนที่ทํางานหนักมักไม่ได้ถูกเหลียวแลจากผู้ บริหารเพราะว่าผู้บริหารที่ถูกแต่งตั้งมาจากคนที่ไม่ได้ ทํางานอย่างแท้จริงมองระบบไม่ออกถ้าคนไหน ทํางานเกินหน้าเกินตาหน่อยก็จะถูกเพ่งเล็งจากผู้บริหารที่มีคนใกล้ชิดคอยให้ ข้อมูลที่ผิดๆอยู่ตลอดเวลา ถ้าผู้บริหารที่ฟังความข้างเดียวหรือฟังจากคนเหล่านี้ทุกวันก็อาจจะมีสิทธิ เอนเอียงมายังผู้ที่ให้ข้อมูล ซึ่งจะทําให้ตัดสินใจในการบริหารคนที่ผิดพลาดได้เช่นกัน

    สําหรับผู้เขียนมีความเห็นว่าการนําเครื่องมือที่ดีๆมาใช้ในช่วงแรกเมื่อ ระบบยังไม่เข้าที่และยังไม่ลงตัวไม่สามารถให้โทษแก่ผู้กระทําความผิดได้ การบริหารคน ควรจะเน้นให้รักษาคนดีเอาไว้ก่อนเพื่อเป็นการสร้างขวัญกําลังให้กับพนักงาน ที่ทําดีเอาไว้ในองค์การ จะเห็นได้ว่าที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อพนักงาน ถ้าจะนับรวมถึงปัจจัยภายในเข้ามาอีกซึ่งจะทําให้เกิดแรงกดดันในการทํางาน เพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณในวิธีการแก้ไขในเบื้องต้นเราคงไปแก้ที่ปัจจัยทั้ง สองปัจจัยไม่ได้ต้องใช้ ระยะเวลาในการดําเนินการแก้ใขสิ่งที่ทําได้ในทันทีไม่ต้องใช้พละกําลังเวลา และอุปกรณ์เลยก็คือการแก้ไขปรับปรุงที่ตัวเราเองก่อนซึ่งจะขอนําเสนอการ สร้างความสุขในการทํางาน โดยการบริหารตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความเเครียดดังต่อไปนี้

    1. การแก้ปัญหาอย่างถูกวิธี การทํางานย่อมมีปัญหาเป็นธรรมดาอย่าแก้ปัญหาโดยการใช้อารมณ์จะทําให้เครียด มากขึ้นควรเริ่มต้นแก้ปัญหาที่สาเหตุเรียนรู้ที่จะ แก้ปัญหาอย่างเหมาะสมเพราะเมื่อแก้ปัญหาได้ก็จะสบายใจหายเครียด

    2. การบริหารเวลาอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การทํางานอย่างมี ประสิทธิภาพมีเวลาเหลือสําหรับการพักผ่อนและครอบครัวทําให้เครียด น้อยลง ควรทบทวนดูว่า ใช้เวลาแต่ละวันไปกับเรื่องใดบ้างเพื่อการจัดแบ่งเวลาให้เหมาะสมทั้งการทํา งานสังสรรค์ครอบครัวและการพักผ่อน ลองสังเกตเพื่อนร่วมงานที่บริหารเวลาได้ดีและลองทําตามดูอาจช่วยในการ ริหารเวลาของตนเองได้

    3. การปรับเปลี่ยนความคิด ส่วนหนึ่งมาจากความคิดของคนเรา นั่นเองถ้าเรารู้จักปรับเปลี่ยนความคิดในแง่มุมใหม่จะช่วยให้เครียดน้อยลง ถ้ารู้สึกตัวเองคิดมาก หาทางออกไม่ได้ควรหยุดคิดสักพัก คิดให้ยืดหยุ่นมากขึ้นกว่าเดิมคิดอย่างมีเหตุผลคิดอย่างที่คนอื่นคิดและคิด ถึงคนอื่นบ้าง

    4.การพักผ่อนหย่อนใจ หลังเลิกงานแล้วควรได้พักผ่อนหย่อนใจบ้างเพื่อผ่อนคลายจิตใจทําให้พร้อมที่ จะกลับไปทํางานอย่างมีประสิทธิภาพกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจ มีอยู่มากมายควรเลือกตรงข้ามกับงานประจําเช่นงานประจํานั่งโต?ะทั้งวันยาม ว่างควรทํากิจกรรมกลางแจ้งเคลื่อนไหวร่างกายหรืองานประจําเป็นผู้ให้บริการ ยามว่างควรให้ผู้อื่น บริการเราบ้าง

    5. การรู้จักยืนยันสิทธิของตน ความเครียดอาจเกิดจากการยอมอ่อนข้อ เกรงใจผู้อื่นมากเกินไปรู้จักยืนยันสิทธิของตนเองบ้างจะทําให้เป็นตัวของตัว เองและ เป็นเกรงใจต่อผู้อื่น สิทธิที่ควรรักษาคือสิทธิที่จะปฏิเสธอย่างมีเหตุผลสิทธิที่จะทํางานด่วนของ ตนให้เสร็จก่อนสิทธิที่จะไต่ถามเพราะความไม่เข้าใจสิทธิเปลี่ยนใจเมื่อได้ ข้อมูลใหม่

    6. การสร้างเข้มแข็งทางจิตใจ จิตเป็นนายกายเป็นบ่าวจิตใจที่ เข้มแข็งจะช่วยให้เอาชนะความเครียดได้ การสร้างเข้มแข็งทางจิตใจโดยสร้างความเชื่อมั่น ให้ตนเองพัฒนาปรับปรุงตัวเอง เข้าใจชีวิตว่าไม่มีอะไรแน่นอนไม่ยึดติดกับอดีตหรือกังวลกับอนาคตมากเกินไป อย่างลืมสร้างความอบอุ่นในครอบครัวเพราะครอบครัวเป็นกําลังใจ ที่สําคัญในการต่อสู้กับอุปสรรค

    7. การสร้างสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การที่ผู้ร่วมงานมี ความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันร่วมมือกันในการทํางานจะทําให้เกิดความอบอุ่น มีกําลังใจและสนุกสนานกับงานมากกว่าการทํางานโดยลําพัง การสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงานสามารถทําได้โดยเอาใจเขามาใส่ใจเราอยู่ เสมอ

    8. การแสดงอารมณ์อย่างเหมาะสม การเก็บอารมณ์ที่ไม่ดีเอาไว้และการแสดงอารมณ์ที่ไม่เหมาะสมทําให้เกิดความ เครียด ควรฝึกควบคุมอารมณ์คิดก่อนทํา ทําอย่างเหมาะสมจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลังเมื่ออารมณ์ดีควรแสดงออกด้วยการ ยิ้มพูดเล่นฮัมเพลงเพื่อให้คน ใกล้ชิดรู้สึกดีด้วย อย่างพูดหรือทําอะไรลงไปหลบจากสถานการณ์ และหายใจลึกๆไตร่ตรองผลที่จะตามมาจะทําให้มีสติเครียดน้อยลง

    9. การออกกําลังกาย เมื่อรู้สึกเครียดจากการทํางานการออกกําลังกายจนเหนื่อยและเหงื่อออกจะช่วย คลายเครียดได้ หลังเลิกงานหรือในวันหยุดควรออกกําลังกาย หรือเหล่นกีฬากับกลุ่มเพื่อนจะรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น การช่วยกันทํางานบ้านในวันหยุดก็ถือว่าเป็นการออกกําลังกายที่ดีและช่วย กระชับความสัมพันธ์ในครอบครัว

    10.การพูดอย่างสร้างสรรค์ จะช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทํางาน สวัสดี ขอโทษ ขอบคุณเป็นประโยคที่ควรพูดติดปากแสดงถึงการมีมรรยาทและเป็นเสน่ห์แก่ผู้พูด หมั่นพูดชมเชยไต่ถามทุกข์สุขให้กําลังใจประสานความเข้าใจเพื่อลดความขัดแย้ง ในการทํางานจะช่วยตัดปัญหาลดความเครียด

    ที่มาthaijobcenter.com
     
  2. น้ำดี1

    น้ำดี1 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    2 พฤศจิกายน 2008
    โพสต์:
    13,402
    ค่าพลัง:
    +43,438
    เห็นด้วยทุกเรื่องค่ะ........
     

แชร์หน้านี้

Loading...