การสร้างพระปฏิมากร ถาวรวัตถุในพระศาสนา และ อุปการะต่อการบำเพ็ญบารมี

ในห้อง 'พุทธภูมิ - พระโพธิสัตว์' ตั้งกระทู้โดย พุทโธอวโลกิเตศวร, 25 พฤศจิกายน 2014.

แท็ก:
สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้
  1. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    "... เวลาที่จะตายจริงๆ
    ขอบรรดาท่านพุทธบริษัท อย่าทิ้งพระพุทธเจ้า
    ถ้าเราไม่สามารถเห็นพระพุทธเจ้าได้ ก็อย่าทิ้งพระพุทธรูป ..."

    คำสอนโดย..หลวงพ่อพระราชพรหมยาน วัดท่าซุง
    จาก...หนังสือคำสอนที่บ้านสายลม หน้า 290
    จาก...เทปคำสอนสายลม (วันที่ 11 พ.ย. 2533)



    c_oc=AQkhaAX67JwbjlbJfR4jIfyN7GsG8FYy2OEnbIgt9odo456jlbXbdcEyYEs-ysDAJHM&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg
     
  2. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    ?temp_hash=bdc23d0a43ec6f5fd046dd9cc4781bdc.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  3. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    วัตถุมงคลหลายอย่างช่วยเสริมการปฏิบัติให้ดีขึ้น

    พระอาจารย์กล่าวว่า "วัตถุมงคลหลายอย่างช่วยเสริมการปฏิบัติให้ดีขึ้น #เพราะว่าบุคคลที่สร้างท่านสะอาดบริสุทธิ์จริง ๆ ก็เท่ากับว่าเหมือนกับเราอยู่ที่ร้อน #พอไปใกล้ก็รู้สึกเย็น เมื่อรู้สึกเย็น #จิตใจผ่อนคลายลง ก็เข้าเป็นสมาธิได้ง่ายขึ้น ในเมื่อรู้วิธีแล้วก็อาศัยบ่อย ๆ จนกำลังของเราพอก็ไม่ต้องอาศัยท่านอีก"

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.(หลวงพ่อเล็ก สุธัมมปัญโญ)
    เก็บตกจากบ้านเติมบุญ ต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๐
     
  4. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    c_oc=AQkNF9MpMwBNL8fYo6yDmdDHI-1A9LHGeKh2gjWj88mfzcpk5ShJD0Bbp-qn9W-YX8M&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg




    +++ ระลึกถึงในลักษณะของอนุสติ +++


    ถาม : ตัวผมไม่มีความรู้ด้านพระเครื่องหรือวัตถุมงคลต่าง ๆ เลย ไม่ทราบว่ามีวัตถุมงคลหรือพระเครื่องใดที่สามารถทำให้ผมทำสมาธิดียิ่งขึ้น ทรงฌานสมาบัติดียิ่งขึ้นครับ ? ถ้าจะดีขอให้หลวงพ่อเมตตาช่วยเก็บไว้เหลือให้ผมสักองค์ก็ดีครับ (ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก)

    ตอบ : ใช่...ถ้าผู้นั้นเอาเงินมาให้ตอบจะยิ่งเป็นที่รัก...! วัตถุมงคลทุกชนิด ถ้าเป็นรูปพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ #เราตั้งใจระลึกถึงในลักษณะของอนุสติ #ย่อมส่งผลให้การปฏิบัติของเราดีขึ้นอยู่แล้วเพียงแต่จะทำจริงหรือเปล่าเท่านั้นเอง...!

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม, ดร.
    (หลวงพ่อเล็ก วัดท่าขนุน)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

  5. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    Dhammakāya gāthā-diri

    Dhammaka%CC%84ya-ga%CC%84tha%CC%84.jpg

    HIGHLIGHTS:
    – พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมี ธรรมเป็นกาย หรือเป็น “ธรรมกาย”
    – “การให้ชีวิต” หรือ “enliven” แก่พระเจดีย์ หรือการทำให้พระเจดีย์มีชีวิต หรือเพื่อทำให้พระเจดีย์เปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเอง จากพยานบุคคลที่เห็นการบรรจุ “คาถาธรรมกาย” ลงในพระเจดีย์
    – “พระพุทธรูป” ท่านครูบาก๋งเรียกพิธีนี้ว่า “การให้ชีวิต” แก่ พระพุทธรูปและพระเจดีย์ เพื่อเปลี่ยน “พระตาย” ให้กลายมาเป็น “พระเป็น”

    แนวคิดที่ว่า พระพุทธรูปเปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าครั้งยังมีชีวิตนั้นมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ตาม “ตำนานพระแก่นจันทร์” หรือ โกศลพิมพาวัณณา กล่าวถึงพระพุทธรูปแก่นจันทร์ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อเสมือนเป็นตัวแทนของพระพุทธองค์ เมื่อครั้งที่เสด็จขึ้นไปโปรดพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ พระแก่นจันทร์ที่สร้างขึ้นนั้นเป็นพระมีชีวิตจิตใจ สามารถพูดได้ เปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ครั้งนั้นพระแก่นจันทร์ที่ไม่มีชีวิต แต่ทำให้มีชีวิตขึ้นมาได้เพราะด้วยพุทธานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั่นเอง "


    Mahamuni-Buddha.jpg


    ที่ประเทศพม่า ได้พบเรื่องราวที่คล้ายคลึงกับเรื่องของการทำให้พุทธรูปมีชีวิตโดยพุทธานุภาพของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตามตำนานกล่าวว่า

    “ทันใดนั้น พระพุทธองค์ ทรงหายใจรดรูปปั้นพระพุทธมหามุนี เพื่อเป็นการให้ชีวิตแก่รูปปั้นนั้น หลังจากนั้นรูปปั้นนั้นก็กลับกลายมามีชีวิตจิตใจ เสมือนองค์จริงของพระพุทธองค์ และ [รูปปั้น] พระมหามุนีได้ลุกขึ้นเพื่อถวายสักการะแด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า”ภาพที่ 1 พระมหามัยมุนี หรือ มหาเมียะมุนี (พม่า: မဟာမြတ်မုနိ ရုပ်ရှင်တော်မြတ်ကြီး) เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของประเทศพม่า และเป็นหนึ่งในห้าศาสนวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์ของพม่า คำว่า มหามัยมุนี แปลว่า “ผู้รู้อันประเสริฐ” (The Great Sage) เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องกษัตริย์ ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ที่เมืองมัณฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าในยุคราชวงศ์คองบอง
    เช่นเดียวกันกับคติความเชื่อของชาวล้านนาในอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่ว่าพระพุทธรูปคือพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีชีวิตจิตใจ บางท่านอาจจะมีคำถามในใจว่า หลังจากพุทธปรินิพพานแล้ว “ทำไมพระพุทธรูปจึงยังถูกเข้าใจว่าเป็นองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่อีก?” และ “วิธีการใดที่ทำให้พระพุทธรูปที่ไม่มีชีวิต กลับมามีชีวิตได้” ตามความเข้าใจของชาวพุทธเถรวาททั้งด้านปริยัติและปฎิบัติ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประกอบด้วย สองพระกายคือ พระรูปกาย(กายเนื้อ) และ พระธรรมกาย(กายธรรม) ดังนั้นแม้พระรูปกายของพระพุทธองค์จะดับสูญไป แต่ “พระธรรมกาย”ยังคงปรากฎอยู่ในส่วนละเอียดที่สามารถมองได้ด้วยญาณจักษุ



    ด้วยเหตุนี้เองชาวล้านนา เพื่อเป็นการให้ชีวิตแก่พระพุทธรูป เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูป ชาวพุทธกัมพูชาและล้านนาจะมีพิธีบรรจุหรืออาราธนา “พระธรรมกาย” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ลงประดิษฐานใน พระพุทธรูป ซึ่งเป็นตัวแทนของ “พระรูปกาย” ของพระองค์ ในตำราการบรรจุหัวใจพุทธเจ้า และหัวใจพระเจดีย์ ถูกจารึกโดย “ครูบาก๋ง” อำเภอ ท่าวังผา จังหวัด น่าน ท่านเป็นพระวิปัสสนาจารย์และเป็นพระเกจิอาจารย์ชาวล้านนาที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จากตำราได้แสดงให้เห็นว่า “คาถาธรรมกาย” เขียนขึ้นเพื่อเป็นตัวแทนของ “พระธรรมกาย” และถูกบรรจุใส่ในหัวใจพระพุทธเจ้าและพระเจดีย์ เพื่อทำให้พุทธรูปและพระเจดีย์นั้นมีชีวิต ทั้งนี้ในระหว่างที่บรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ลงในพระพุทธรูปนั้น และพระสงฆ์จะสวดคาถาธรรมกายในขั้นตอนนี้อีกด้วย

    ประเด็นที่จะกล่าวถึงในงานเขียนชิ้นนี้ แบ่งเป็น 3 ส่วนคือ 1.) เรื่องคาถาธรรมกาย ที่พบในประเทศไทย และ ประเทศกัมพูชา 2.) ผู้เขียนจะนำเสนอเรื่อง การใช้คาถาธรรมกาย ในพิธีพุทธาภิเษกของชาวกัมพูชา เพื่ออาราธนา “พระธรรมกาย” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประดิษฐานใน พระพุทธรูป หรือ “พระรูปกาย” และประการที่ 3.) ผู้เขียนจะได้นำเสนอพิธีบรรจุ “พระธรรมกาย” ลงในพระพุทธรูปและพระเจดีย์ เพื่อทำให้พระเจดีย์หรือพระพุทธรูปนั้นกลับมีชีวิต ตามประเพณีล้านนา หรือที่รู้จักกันทั่วไปคือพิธีบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า พิธีกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นเอง เป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวพุทธล้านนาและกัมพูชาเข้าใจว่า แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเสด็จดับขันธปรินิพานนานมาแล้ว พระพุทธรูปคือพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีชีวิตจิตใจ ด้วยเหตุที่ว่า พระพุทธรูปได้ผ่านพิธีการให้ชีวิตโดยการบรรจุ “พระธรรมกาย” ซึ่งเป็นกายที่มีชีวิตจิตใจ หรือเป็นกายที่เป็นอมตะ

    “คาถาธรรมกาย” เป็นที่รู้จักและแพร่หลายในแถบประเทศกัมพูชา ซึ่งพบได้ในหนังสือสวดมนต์ และหนังสือเกี่ยวกับการทำสมาธิภาวนา

    ในปี พุทธศักราช 2535 F. Bizot นักวิชาการชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเสียงมากทางด้านพระพุทธศาสนาในประเทศกัมพูชา ได้ศึกษา “รูปแบบพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปในประเทศกัมพูชา” ในงานวิจัยชิ้นนี้ Bizot พบว่าในพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปนั้น พระสงฆ์จะรวมตัวพร้อมกันที่วิหารซึ่งประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหม่ หลังจากนั้นพระสงฆ์จะแต้มตามส่วนต่างๆ ของพระรูปที่สอดคล้องกับ ส่วนต่างๆ ของพระธรรมกาย ดังปรากฏในคัมภีร์ธรรมกายของประเทศกัมพูชา(ภาพที่ 2)"


    เรื่องที่สำคัญในพิธีเบิกพระเนตรพระพุทธรูป Bizot กล่าวว่าคณะสงฆ์จะสวดคาถาธรรมกาย เป็นการอาราธนาพระธรรมกายลงซ้อนกับพระพุทธรูป เพื่อให้พุทธรูปนั้นเปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และถือเป็นอันเสร็จพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูป นอกจากนี้พยานบุคคลอีกท่านหนึ่งคือ คุณสุเพียบ (หม่อง) นักวิชาการชาวกัมพูชา ได้กล่าวว่า เมื่อครั้งที่เขาบวชเป็นพระที่วัดเกียนแคลงได้พบกับพระธุดงค์กรรมฐานท่านหนึ่ง ซึ่งมีคัมภีร์ใบลานชื่อว่า “ธรรมกาย” สำหรับคัมภีร์นั้น มีเนื้อหาตรงกับคัมภีร์ธรรมกายที่ถูกศึกษาโดย Bizot และคุณสุเพียบได้กล่าวว่าอีกว่า คัมภีร์ธรรมกายนี้เองโบราณาจารย์ในสมัยก่อน ท่านนิยมนำมาสวดปลุกเสกพระพุทธรูปใหม่ และบรรจุในพระพุทธรูป


    8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%82%E0%B8%A2%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%A3-2.jpg




    ภาพที่ 2 ภาพแสดงลักษณะของ “พระธรรมกาย” ซึ่งสอดคล้องกับ “พระรูปกาย” ที่ปรากฏในคาถาธรรมกาย “พุทธลักขณะคือพระธรรมกาย” ในพิธีพุทธาภิเษกในประเทศกัมพูชานั้น เริ่มต้นด้วยพิธีโดย พระสงฆ์จะแต้มจุดต่างๆตามสัดส่วนของพระพุทธรูป (ส่วนหยาบ) เพื่อให้ตรงกับลักษณะของ “พระธรรมกาย” (ส่วนละเอียด หรือ Invisible body) ที่ปรากฏตามคัมภีร์ธรรมกาย หรือ คาถาธรรมกาย
    “คาถาธรรมกาย” นอกจากจะพบในประเทศกัมพูชาแล้วยังพบในภาคกลางของไทยอีกด้วย ในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น (ร.1 ถึง ร.3) “คาถาธรรมกาย” ได้ถูกเขียนขึ้นในรูปแบบของ คัมภีร์เดี่ยว และถูกเขียนขึ้นเพื่อประกอบกับคัมภีร์อื่น ได้แก่ “คัมภีร์ธัมมกายาทิ ฉบับรองทรง” ซึ่งโปรดเกล้าให้จัดสร้างโดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 1 จารึกลานทอง พบที่พระเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ วัดพระเชตุพน (ภาพที่ 7)


    บทสวด ธัมมกายานุสสติกถา”ในหนังสือสวดมนต์แปลฉบับหอสมุดวชิรญาณที่สืบทอดมาจากช่วงสมัยล้นเกล้ารัชกาลที่ 2 และ“คัมภีร์ธัมมกายาทิ ฉบับเทพชุมนุม”


    ซึ่งโปรดเกล้าให้จัดสร้างโดยล้นเกล้ารัชกาลที่ 3 น่าสังเกตว่า คาถาธรรมกายไม่ได้มีความสำคัญในแง่ของ คัมภีร์โบราณเท่านั้น แต่ยังมีความสำคัญเกี่ยวกับรูปแบบพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาของไทยอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น คาถาธรรมกาย ในคัมภีร์ลานทองที่บรรจุในพระเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ (เจดีย์ประจำรัชกาลที่ 1) ณ วัดพระเชตุพน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่ คาถาธรรมกายนี้ถูกจารึกใส่ลานทองซึ่งเป็นของล้ำค่าและนำมาบรรจุไว้ในพระเจดีย์ แต่มากไปกว่านั้นสิ่งนี้ได้ซ่อนความหมายในแง่มุมของรูปแบบพิธีกรรมที่สอดคล้องกับแนวการปฏิบัติของชาวล้านนา ในเรื่อง “การให้ชีวิต” หรือ “enliven” แก่พระเจดีย์ หรือการทำให้พระเจดีย์มีชีวิต หรือเพื่อทำให้พระเจดีย์เปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นเอง จากพยานบุคคลที่เห็นการบรรจุ “คาถาธรรมกาย” ลงในพระเจดีย์คือ “ครูบาก๋ง” หรือ “พระครูมงคลรังสี”(ภาพที่ 3)

    8%87-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5-.jpg

    ภาพที่ 3 หลวงปู่ครูบาก๋ง (พระครูมงคลรังษี) วัดศรีมงคล อ.ท่าวังผา จ.น่าน


    อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีมงคล จังหวัดน่าน ซึ่งท่านเป็นพระนักปฏิบัติและพระเกจิอาจารย์ชาวล้านนาที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ซึ่งท่านได้จารึกเรื่องราวดังกล่าวไว้ในตำราการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า และหัวใจพระเจดีย์ไว้ว่า(ภาพที่ 6) เวลาสร้างพระเจดีย์ใหม่ ต้องบรรจุคาถาธรรมกาย เพื่อทำให้พระเจดีย์นั้นมีชีวิต

    %B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpg



    ภาพที่ 4 หัวใจพระพุทธเจ้า (หัวใจประดับเพชร สร้างบรรจุในองค์พระ)
    สำหรับภาคเหนือของไทยนั้น “คาถาธรรมกาย” ได้เป็นที่รู้จักและแพร่หลาย อย่างน้อย ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20

    Dhamma-as-kaya-1.jpg

    จนถึงปัจจุบัน คาถาธรรมกาย ที่เก่าแก่ที่สุดที่ถูกค้นพบในปัจจุบัน คือ “หลักศิลาจารึกพระธรรมกาย” ซึ่งศิลาจารึกหลักนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ พุทธศักราช 2092 ที่จังหวัดพิษณุโลก และถูกศึกษาโดย ศาสตราจารย์ ฉ่ำ ทองคำวรรณ ในปี พุทธศักราช 2504 และในปี พุทธศักราช 2547 นักวิชาการชาวตะวันตก Donald K. Swearer ได้ศึกษา “พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปในภาคเหนือของประเทศไทย” ในงานวิจัยชิ้นนี้ Swearer สนใจศึกษา “คาถาธรรมกาย” เนื่องจากเขาได้ศึกษาข้อมูลเรื่อง คาถาธรรมกาย จากงานวิจัยของ Bizot ในประเทศกัมพูชา และเห็นว่าคาถาธรรมกายนี้ไม่เพียงพบที่ประเทศกัมพูชาเท่านั้นแต่ ยังถูกพบในภาคเหนือของประเทศไทยอีกด้วย จากหลักฐานที่ปรากฎในตำราการก่อสร้างพระพุทธรูปแบบโบราณของชาวล้านนา ซึ่งคาดว่าตำรานี้น่าจะสืบทอดมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 (ยุคทองของอาณาจักรล้านนา) และในตำราเล่มนี้เองได้กล่าถึง คาถาธรรมกาย ไว้ในส่วนของการให้ชีวิตพระพุทธรูป สำหรับข้อแนะนำในการใช้คาถาธรรมกายคือ “การสร้างพระพุทธรูปใหม่นั้นต้องมีการสวด คาถาธรรมกาย เพื่อจะทำให้พุทธรูป หรือ พระรูปกายนั้นกลับมามีชีวิต หรือเปรียบเสมือนพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากลับมามีชีวิตอีกครั้ง”

    “พุทธลักษณะทั้งหมดเรียกว่า “พระธรรมกาย” เมื่อนรชนใดจะสร้างพระพุทธรูปจำเป็นต้องสวดสรรเสริญพระธรรมกาย เพื่อจะทำให้พระพุทธรูปนั้นกลับมามีชีวิต และเปรียบเสมือนองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อครั้งยังทรงพระชนม์ชีพอยู่”

    นอกจากนี้ Swearer ยังได้แสดงความคิดเห็นว่า เหตุที่ชาวล้านนาเข้าใจว่า พระพุทธรูปเปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น เพราะเหตุผลที่ว่าพระพุทธรูปไม่ใช่ พระอิฐ พระปูน หรือ พระไม้ แต่ประการใด แต่พระพุทธรูปคือ “พระธรรมกาย” ที่เป็นกายอันเป็นอมตะ เป็นกายที่มีชีวิตจิตใจ เป็นกายที่คงทนถาวร ไม่สูญหายไปไหน และธรรมกายคือ กายที่ทำให้เจ้าชายสิทธัตถะ ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า (กายแห่งการตรัสรู้ธรรม)

    ดังนั้น อาจจะกล่าวได้ว่า “เมื่อผู้ใดเห็นเราตถาคต (องค์พระปฏิมากร) ผู้นั้นเห็นธรรม [กาย]” "

    Dhamma-as-kaya-1.jpg

    ภาพที่ 5 ส่วนต่างๆของพระพุทธรูปประกอบด้วย ธรรม ที่ Swearer มองว่า พระพุทธรูป หรือ พระพุทธองค์ คือ “พระธรรมกาย”
    ในเรื่องการให้ชีวิต แก่พระพุทธรูปนั้น มีปฎิบัติสืบทอดต่อมาในสังคมชาวล้านนาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ตำราการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ฉบับของ “ครูบาก๋ง” หรือ พระครูมงคลรังสี พิธีกรรมนี้สามารถย้อนไปถึงสมัยสุโขทัย โดยสังเกตุที่บริเวณหน้าอกของพระพุทธรูปสมัยนี้ส่วนใหญ่จะมี “รู” (ภาพที่ 8)
    เพื่อใช้บรรจุ พระพิมพ์ พระบรมสารีริกธาตุ และหัวใจพระพุทธเจ้า (ภาพที่ 4)
    %B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2.jpg




    พิธีบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้านี้มีส่วนสำคัญและเกี่ยวข้องกับวิชชาธรรมกายคือ พิธีนี้ถือว่าเป็นการบรรจุพระธรรมกาย หรืออาราธนา “พระธรรมกาย” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อประดิษฐาน ณ ตัวแทนของพระรูปกาย คือ “พระพุทธรูป” ท่านครูบาก๋งเรียกพิธีนี้ว่า “การให้ชีวิต” แก่ พระพุทธรูปและพระเจดีย์ เพื่อเปลี่ยน “พระตาย” ให้กลายมาเป็น “พระเป็น”

    “คาถาพระธรรมกายนี้โบราณท่านหื้อเขียนจาร ควรจารใส่องค์พระพุทธรูปเจ้าและหัวใจพระเจดีย์ ถ้าได้เจริญสวดมนต์ภาวนา มีอานิสงส์มากนักแม้นจะปรารถนาเป็นพระพุทธเจ้า"

    คาถาธรรมกาย วัดศรีมงคล-


    B8%A2-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A1%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B8%A5.jpg




    ภาพที่ 6 ตำราการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ฉบับของ ครูบาก๋ง แสดงให้เห็นถึงการบรรจุ “พระธรรมกาย” ในรูปของ “คาถาธรรมกาย” เพื่อบรรจุในพระพุทธรูปและพระเจดีย์ที่มีความสอดคล้องกับ พิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปในประเทศกัมพูชา และ คาถาธรรมกายในจารึกลานทองที่บรรจุในพระเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ (เครดิตภาพ จากสถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย DIRI)
    “คาถาธรรมกาย” ที่พบในภาคเหนือของไทย คล้ายคลึงกับ ฉบับที่พบในประเทศกัมพูชา และ ที่ภาคกลางของไทย ถูกจารึกใส่แผ่นทองเหลือง เพื่อสมมุติเป็นหัวใจของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า หรือ เป็นตัวแทนของ “พระธรรมกาย” เมื่อบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้าแล้วก็เปรียบเสมือนการใช้ชีวิต ทำให้วัตถุที่ไม่มีชีวิตกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิต ในที่นี้ก็คือ ทำให้พระพุทธรูป ที่สร้างจากหิน ดิน ทราย หรือวัสดุต่าง ๆ กลายมาเป็นองค์จริงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีชีวิตจิตใจ ในพิธีกรรมนี้อาจมองได้ว่า องค์พระปฏิมากรถูกซ้อนรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระธรรมกาย เรียกว่า
    คาถาธรรมกายในเจดีย์ ร1-2018-diri

    0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%8C-%E0%B8%A31-2018-.jpg


    ภาพที่ 7 จารึกลานทอง “พระธรรมกาย”บรรจุในในพระเจดีย์ศรีสรรเพชดาญาณ วัดพระเชตุพน (นายเทิม มีเต็ม จำลองอักษร อ่านถอดตัวอักษร)



    ภาพที่ 8 ตำแหน่งที่บริเวณหน้าอกของพระพุทธรูปที่ใช้บรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า
    อีกตัวอย่างที่แสดงแนวคิดเรื่อง การบรรจุ “พระธรรมกาย” ลงในพระพุทธรูปนั้น พบได้ในตำราการบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้าฉบับของ ครูบายาสลี (เจ้าอธิการทองสุข ธัมมสาโร) อดีตเจ้าอาวาสวัดทุงค่า จังหวัดลำปาง ในตำราฉบับนี้ไม่ได้กล่าวถึง คาถาธรรมกายโดยตรง แต่แนะนำให้วาดภาพพระพุทธเจ้า 2 พระองค์แต่ละส่วนของพระวรกาย(ภาพที่ 5) และผ้าทุกผืนมีพระธรรม หรือพุทธคุณประจำอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับคาถาธรรมกาย ที่ว่าตั้งแต่พระเศียรจนถึงพระบาท รวมทั้งผ้าจีวรที่ห่มพระวรกายของพระธรรมกายนั้น ทุกส่วนล้วนเป็นพระธรรมทั้งสิ้น ดังนั้นถ้ามองอีกมุมมอง สามารถกล่าวได้ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงมี ธรรมเป็นกาย หรือเป็น “ธรรมเป็นกาย” นั่นเอง


    จากที่กล่าวมาทั้งหมดแสดงให้เห็นว่า “คาถาธรรมกาย” นอกจากจะเป็นที่รู้จักในเชิง คัมภีร์โบราณ ที่พบในภาคกลางของไทย(ช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น) ภาคเหนือของไทย (ตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 20 ถึงปัจจุบัน) และ ในประเทศกัมพูชา ชาวพุทธในสมัยก่อนยังใช้คัมภีร์ดังกล่าวในด้านพิธีกรรม หรือเรียกว่า “living text” และยังได้ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ดังปรากฏ ในพิธีพุทธาภิเษกพระพุทธรูปใหม่ในประเทศกัมพูชา และพิธีบรรจุหัวใจพระพุทธรูป และหัวใจพระเจดีย์ในภาคเหนือของไทย พิธีกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งของชาวพุทธ ในการทำให้พระพุทธรูปและพระเจดีย์กลับมามีชีวิต ผ่านพิธีพุทธาภิเษกและพิธีบรรจุหัวใจพระพุทธเจ้า ยิ่งไปกว่านั้นพิธีกรรมเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงแนวคิดเรื่องการบรรจุพระธรรมกาย ลงใน พระรูปกาย หรือ อาจจะกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า การอาราธนา “พระธรรมกาย” ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อประดิษฐาน ในพระพุทธรูปซึ่งเป็นตัวแทนของ “พระรูปกาย”เพื่อทำให้พระพุทธรูปเปรียบเสมือนพระองค์จริงของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นจึงเป็นเหตุที่ว่า ทำไมพระพุทธรูป จึงไม่ใช่เป็นเพียงสัญลักษณ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือตัวแทนของ “พระรูปกาย”เท่านั้น แต่พระพุทธรูป คือพระองค์จริงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งประกอบไปด้วยพระธรรมกาย ที่เป็นกายอมตะ เป็นกายที่มีชีวิตจิตใจ ประดิษฐานอยู่ หรืออาจกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า พระพุทธรูป คือ พระธรรมกาย ที่ตรงกับพุทธพจน์ที่ว่า ธมฺมกาโย อหํ อิติปิ “พระตถาคต” คือ “พระธรรมกาย” นั่นเอง



    บทความที่เกี่ยวข้อง



    Research by : Mr Woramate Malasart
    อ้างอิง

    • Bizot, François. “Le chemin de Lanka.” Textes bouddhiques du Cambodge no. I, Paris: EFEO (1992).
    • ‘Kosala-Bimba-Vaṇṇanā’, in Bechert, H. (ed.) Buddhism in Ceylon and studies on religious syncretism in Buddhist countries: Report on a symposium in Göttingen (Göttingen, 1978), pp. 281-303
    • Schober, Juliane. “In the presence of the Buddha: Ritual veneration of the Burmese Mahamuni image.” Sacred biography in the Buddhist traditions of south and southeast Asia (1997).
    • Swearer, Donald K. “Hypostasizing the Buddha: Buddha Image Consecration in Northern Thailand.” History of Religions 34, no. 3 (1995): 263-280.
    • Swearer, Donald K. Becoming the Buddha: the ritual of image consecration in Thailand. Princeton University Press, 2004.
    • กิจชัย เอื้อเกษม. สมาธิภาวนาในคัมภีร์อักษรธรรม. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
    • พระครูภาวนามงคล (วิวัฒน์ กตวฑฺฒโน). ตามรอยธรรมกาย. กรุงเทพฯ: เอส พี เค เปเปอร์ แอนด์ ฟอร์ม จำกัด, 2546.
    • พระปอเหม่า ธัมมฐิโต. สมาธิภาวนาในใบลานเขมร. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
    • พระครูวิเทศสุธรรมญาณ วิ. (สุธรรม สุธมฺโม). ธรรมกายในคัมภีร์พระธัมมกายาธิ ฉบับเทพชุมนุม. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
    • สุรสวัสดิ์ ศุขสวัสดิ์. พระพุทธรูปล้านนากับคติพระพุทธศาสนามหายานแบบตันตระนิกายวัชรยาน.พิมพ์ครั้งที่ 2. เชียงใหม่: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,2560.


    ********************************************************


    Footnote



      • Cosby (2014:52-3)
      • Schober (1997:268)
      • พระครูภาวนามงคล (วิวัฒน์ กตวฑฺฒโน). ตามรอยธรรมกาย. กรุงเทพฯ: เอส พี เค เปเปอร์ แอนด์ ฟอร์ม จำกัด, 2546.
      • พระปอเหม่า ธัมมฐิโต. สมาธิภาวนาในใบลานเขมร. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
      • Bizot (1992:295)
      • สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 18 มกราคม พุทธศักราช 2558 ณ ที่ทำการสำนักฝรั่งเศสแห่งปลายบุรพทิศ วัดอุณาโลม กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา สัมภาษณ์โดย พระครูวิเทศสุธรรมญาณ วิ. (สุธรรม สุธมฺโม) (ปัจจุบัน ดำรงสมณศักดิ์ที่ พระสุธรรมญาณวิเทศ วิ.) https://www.youtube.com/watch?v=Yt_0aMOOp3k
      • ภาพจารึกลานทอง “พระธรรมกาย” อ้างอิงจากหนังสือ โบราณวัตถุจากพระมหาเจดีย์ ๔ รัชกาล วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (2008:212)
      • พระครูวิเทศสุธรรมญาณ วิ. (สุธรรม สุธมฺโม). ธรรมกายในคัมภีร์พระธัมมกายาธิ ฉบับเทพชุมนุม. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
      • ดูเพิ่มเติมที่ กิจชัย เอื้อเกษม. สมาธิภาวนาในคัมภีร์อักษรธรรม. ปทุมธานี: สถาบันวิจัยนานาชาติธรรมชัย, 2557.
      • Swearer (2004:184-6)
      • Sukasava (2016:244)
      • Sukasava (2016:244)
      • Swearer (2004:185)
      • Swearer (2004:189)
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 31 กรกฎาคม 2019
  6. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    c_oc=AQl-90U0TF9Et5ysyLdzDq4AGOxIMoIPl_W6vvRKcmVbiYDQOiD8ORpTVWeFeK0FqIY&_nc_ht=scontent.fcnx3-1.jpg





    # หลวงตาฝากมาด้วยความปรารถนาดีและ ห่วงใย#
    # ข้อคิดและอีกมุมมองดีๆเรื่องวัตถุมงคลจากหลวงตา #

    เมื่อวานนำพระที่หลวงตาให้นำมาจากกุฏิไปใส่ กรอบเงินสวยๆ กลับไปถวายให้ท่านไว้แจกให้ญาติโยม....พระ ทุกองค์เป็นพระเก่าๆที่มาจากกุฏิหลวงตานำไปใส่กรอบเงินแท้..... งดงามทรงพลัง....มีคุณค่าทางจิตใจ......

    มีโอกาสถามท่านว่า...ทำไม..ช่วงนี้ฟังท่านเทศน์..ถึงได้คุยเรื่องพระแท้พระปลอมเกิดอะไรขึ้น ? หลวงตาบอกว่าก็ช่วงนี้มีปัญหาคนมันเถียงกันเรื่องพระแท้พระปลอม... สรุปเรื่อง ปลอม หรือ แท้....เกิดจากเรื่องผลประโยชน์ล้วนๆ...
    พระแท้พระปลอม...ไม่มีหรอก..อยู่ที่คนกำหนด..ขึ้นชื่อว่ารูปลักษณ์ของพระมีหรือเป็นของปลอม ? ..ขึ้นชื่อว่ารูปลักษณ์ของครูบาอาจารย์มีหรือปลอม ?..

    .......คนที่เขานับถือศรัทธาจริงๆ เขานับถือที่รูปลักษณ์ความดีงามของครูบาอาจารย์ คำว่า ของจริงของปลอมจึงหมดไป...
    หลวงปู่ท่านสอนว่า...คนดีอย่าไปตีใคร...อย่าไปว่าใคร...มันเป็นกรรมหนัก..#
    .....ทุกอย่างเป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา..ทำตัวเองให้ดี..พัฒนาตนเองให้มีสติ มีปัญญา ชีวิตก็จะเจริญก้าวหน้า...

    วัตถุมงคลเป็นแค่สิ่งยึดเหนี่ยว ตัวแทนของครูบาอาจารย์ให้เรานำไปผสานกับจิตวิญญาณเพื่อพัฒนาตนให้ดียิ่งขึ้น...ใช้เพื่อความเป็นมงคล...

    .....# หลวงตาบอกสังคมสมัยนี้เป็นสังคมที่ชอบโจมตีว่ากัน..ใส่ร้ายป้ายสี. เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง.เรื่องข่าวเท็จข่าวลวง..การให้ร้ายทุกอย่างมาจากผลประโยชน์ล้วนๆ.#
    ...#ถ้าคนที่สวดมนต์และเป็นลูกศิษย์หลวงตาที่สวดมนต์ ..จะไม่มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้น..
    .......หลวงตาย้ำฝากมานะคะ...ว่าให้สวดมนต์แล้ว ทุกปัญหาจะหมดไป.. ให้อยู่กับกระแสพลังงานดีๆ...อยู่กับบทสวดมนต์อยู่กับหลวงปู่ ชีวิต..จะมีแต่สันติสุขมีแต่ความดีงาม # ปาฏิหาริย์ที่แท้จริงเกิดขึ้นจากศรัทธาในตัวเรา#

    ...#.พระมันไม่มีหรอกของปลอม...เพราะรูปลักษณ์บนพระเป็นของจริง..คนเป็นผู้ให้น้ำหนักว่าพระแท้หรือพระปลอม....ขึ้นชื่อว่ารูปลักษณ์ของพุทธะหรือครูบาอาจารย์ก็เป็นของจริงทั้งนั้น หรือว่าจะบอกว่าไม่ใช่..มีพลังงานทั้งนั้น#
    ...ถ้าคนที่เขาศรัทธาเขาไม่สนใจหรอกว่าจริงหรือปลอม....เขาดูที่รูปลักษณ์ที่นับถือ..แรงศรัทธามันอยู่ที่ไหนล่ะ....คนที่ไปติดอยู่คำว่าจริงหรือปลอม
    พวกนั้นยังติดอยู่แค่เปลือก...ยังเข้าไม่ถึงแก่นของวัตถุมงคล..

    ..#..คนที่เขารู้จักพลังงานของวัตถุมงคล...เขาดึงแรงศรัทธาจากรูปลักษณ์.. บนวัตถุมงคลนั้นมาผสานกับจิตวิญญาณของเขา..เพื่อให้เกิดพลังงาน..#
    ....เพราะฉะนั้นหมดทุกปัญหาว่าพระแท้หรือพระปลอม...ขึ้นชื่อว่าพระนั้นถือว่าเป็นวัตถุมงคล...
    ......อย่าทำจิตให้ไม่เป็นมงคล...ถ้าจิตเป็นมงคลสิ่งใดๆย่อมเป็นมงคล....

    .....#ต้องถามว่าเรานับถือวัตถุมงคลเพราะอะไร ? เพราะแรงศรัทธาหรือคุณค่าราคาของสิ่งนั้น #นี่คือคำถามที่น่าคิดในยุคนี้จริงๆ ยุคที่คนติดอยู่กับวัตถุ กับค่านิยมผิดๆเกี่ยวกับวัตถุมงคล
    ..#หลวงตาถึงเน้นให้สวดมนต์ดีที่สุด สร้างความเป็นมงคลให้กับตัวเอง #
     
  7. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
     
  8. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
  9. พุทโธอวโลกิเตศวร

    พุทโธอวโลกิเตศวร ทีม ธรรมทาน ทีมงาน ทีม ธรรมทาน ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต

    วันที่สมัครสมาชิก:
    31 สิงหาคม 2010
    โพสต์:
    15,975
    กระทู้เรื่องเด่น:
    352
    ค่าพลัง:
    +59,112
    เจดีย์คือพระปฏิมา [พระพุทธรูป]
    ********
    อปิจ กสฺสปสฺส ปรินิพฺพุตสฺสาปิ ชาติโพธิธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนปรินิพฺพานฏฺฐานานิ ปฏิมาเจติยาทีนิ วา อุทฺทิสฺส เอวํ
    จิตฺตีการครุกาโร ปวตฺตติ ยถา ภควโต.
    …….
    อรรถกถารัตนสูตร (บาลี) http://www.84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php…

    อนึ่ง เมื่อพระพุทธเจ้าพระองค์ไรๆ อื่น แม้ปรินิพพานแล้ว การทำความเคารพยำเกรงอุทิศสถานที่ประสูติ ที่ตรัสรู้ ที่ประกาศพระธรรมจักร และสถานที่ปรินิพพาน หรือเจดีย์ คือพระปฏิมา [พระพุทธรูป] ก็เป็นไปเหมือนของพระผู้มีพระภาคเจ้า.
    ข้อความบางตอนใน พรรณนารัตนสูตร อรรถกถา ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=7

    ศึกษาเนื้อความในพระไตรปิฎกได้ที่ รตนสูตร ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=6

    อปิจ กสฺสปสฺส ปรินิพฺพุตสฺสาปิ ชาติโพธิธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนปรินิพฺพานฏฺฐนานิ ปฏิมาเจติยาทีนิ วา อุทฺทิสฺส เอวํ
    จิตฺตีการครุกาโร วตฺตติ ยถา ภควโต.
    ……..
    อรรถกถารตนสูตร (บาลี) http://www.84000.org/tipitaka/atthapali/read_th.php?B=29&A=1

    อีกประการหนึ่ง การกระทำความยำเกรงและการเคารพ ย่อมเป็นไปเจาะจงต่อสถานที่ประสูติ สถานที่ตรัสรู้ สถานที่แสดงธรรมจักรและสถานที่ปรินิพพาน หรือปฏิมากรรมและเจติยสถานเป็นต้นของพระกัสสปพุทธเจ้า แม้ปรินิพพานแล้วเหมือนกับ การทำการบูชาแสดงทำความเคารพเจาะจงต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า.
    …….
    ข้อความบางตอนใน อรรถกถารตนสูตร ขุททกนิกาย สุตตนิบาต
    http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=314

    ศึกษาเนื้อความในพระไตรปิฎกได้ที่ รตนสูตร ขุททกนิกาย สุตตนิบาต พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
    http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=240



    -aqnznldkb08rjeekdmzuntporzvr9z02asgbtocfy5xgaer1a-ttmuny-6xvbmz97am-_nc_ht-scontent-fcnx3-1-jpg.jpg
     

    ไฟล์ที่แนบมา:

สถานะของกระทู้:
กระทู้ถูกปิด ไม่สามารถโพสต์ตอบกลับได้

แชร์หน้านี้

Loading...