การสาปแช่ง.. และ กรรมที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น

ในห้อง 'กฎแห่งกรรม - ภพภูมิ' ตั้งกระทู้โดย Antonieo, 1 พฤษภาคม 2013.

  1. Antonieo

    Antonieo Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +27


    ก่อนอื่นต้องขอกราบสวัสดี ผู้ใหญ่ในบอร์์ด และผู้มีเมตตาเผยแพร่ธรรมทุกๆท่าน
    ผมเป็นคนอายุน้อยที่เพิ่งจะิติดตามบอร์ดแห่งนี้ และได้อ่านหลายๆกระทู้ที่ผ่านมา

    เผอิญ กระทู้เรื่อง สาปแช่ง เป็น บาป..ทำให้ผมได้ระลึกถึงบางเรื่องที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตของผม และผมอยากจะเล่า และ ขอความเห็นว่า ผมจะต้องทำอย่างไรบ้าง
    ผมพยายามลืมแต่ 20 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีเดือนไหน ที่ผมไม่เคยฝันถึงเรื่องพวกนี้


    ก่อนอื่นต้องเล่าก่อนว่า ผมเป็นเด็กที่เกิดในศาสนาอื่น แต่ผมมีความศรัทธาในพระพุทธศาสนาื
    และขอเล่าว่า ผมเพิ่งจะมารู้ถึงเรื่องเวรกรรม สาปแช่ง และธรรมมะขั้นพื้นฐาณทั่วๆไปก็ตอนโต ที่มีจิตใจศรัทธาในพระพุทธศาสนา

    และต้องเล่าก่อนว่า ทำไมผมจึงต้องโตมาในวัยเด็กที่มีความคิดแบบนี้
    ผมเป็นเด็กที่เกิดจากการตายของแฝดพี่สาวของผม แฝดพี่ตาย (คือหมอให้เลือกคนหนึ่ง เคสนี้ไม่เจอบ่อย แม่อยากได้ลูกผู้หญิง และมาเล่าตอนหลังว่า แฝดพี่ผมสิ้นใจก่อน น่าเสียดาย คิดดูว่าผมต้องโตมาแบบไหน คิดเอาแล้วกันครับ) พอโตขึ้น ผมก็ทำอะไรแปลกๆกลืนเหรียญบาทเล่นบ้าง นอนให้รถเหยียบบ้าง เอาซ่อมแหย่ปลั๊กไฟ ตายคืนไปไม่รู้กี่รอบมากมาย จนแม่ผมท้อใจ ไม่รู้ว่าเสียน้ำตาไปเท่าไหร่ ทุกวันนี้ผมเองก็หาคำตอบไม่ได้
    จนท่านคงจะถอดใจ และดูแลพี่ๆผมทุกอย่างแทน ที่จะมาดูแลกับเด็กที่ไม่รู้จะตายวันไหน และทุ่มเททุกสิ่งไปยังพี่ชายอีก 4 คน แต่สุดท้าย ท่านก็มีพระคุณมากเหลือล้นที่เลี้ยงผมมาจนโตได้

    และอีกหนึ่งสิ่งที่เหมือนเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ที่ผมมักจะโดนแกล้งเนื่องจากเป็นเด็กตัวอ้วนตัวดำ และมีโรคประจำตัวคือ ลมชัก และอีกสารพัดโรคที่จะเป็นได้ กินยาเป็นกำ ผมจะโดนล้อสารพัด โดนกลั่นแกล้งทุกอย่าง ต่างจากพี่น้องด้วยกันเองมากที่เขาเกิดมารูปงาม ผิวพรรณดี ผมเคยโดนล้อว่าเป็นลูกเก็บมาเลี้ยง ไม่ต้องแปลกใจทุกครั้งที่แม่ผมโมโห ก็จะพูดแบบนี้เช่นกัน..

    เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่ผมยังเด็ก ตอนนั้นผมอายุประมาณ 13 - 14 บ้านผมทำธุรกิจร้านอาหาร จึงต้องหาลูกน้องมาช่วยงาน และพักอาศัยด้วยกัน และแม่ผมก็ได้ลูกน้องผู้หญิงคนนึงเข้ามาช่วยงาน ต้องเล่าก่อนว่า

    ลูกน้องผู้หญิงคนนั้นเขาชอบแกล้งผมมากๆ สองหน้า และพยายามพูดให้แม่ตีผม และ ผมพยายามอธิบายกับแม่ที่พึ่งที่เดียวของผม แม่ผมกลับบอกว่า ผมทำไมถึงมีอคติันัก ผมโมโห ในเมื่อไม่มีใครเชื่อเรา ผมได้แต่คิดแค้นในใจว่า "ไปตายซะ ขอให้มันได้เจอกับตัวบ้าง ในความเจ็บ ความทุกข์ที่ ไม่มีใครเข้าใจ เหมือนผมเจอ"

    เรื่องนี้ก็ผ่านไปสักพัก จนเกิดเรื่องโขมยเงินเกิดขึ้น จนต้องทำให้เขาออก ผมงงมาก เขาไม่เคยมีประวัติโขมยเงิน ผมจำได้ว่า วันนั้นเขาร้องไห้มาก คุกเข่า อ้อนวอน แต่แม่ใจแข็งมาก เพราะไม่ชอบการโขมย เขาเดินทางกลับไปอยู่บ้านที่อยู่อีกอำเภอ เรื่องราวผ่านไปไม่กี่ปี ผมได้ยินข่าวว่าเขาเสียด้วยโรคปอดอักเสป หรือ อะไรสักอย่างเกี่ยวกับปอด เพราะเขาไม่ได้ทำงานกับแม่ผมแล้ว เขาต้องไปทำงานที่ไร่ยาสูบ ลำบากแสนสาหัสมากๆ

    แต่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผมรู้สึกสะกิดกับมันเท่าใดนัก



    จนเกิดอีกเรื่องขึ้น แม่ผมขาดคนทำงาน จึงให้แฟนของพี่สาวลูกของน้า ชื่อพี่โจ มาช่วยทำงานแทนพี่เขาจะสนิทกับพี่ชายผมมาก เนื่องจากผมมักโดนแกล้ง (หนักมาก) และแน่นอนไม่ใช่แต่คนนอก ทั้งพี่ชายผมก็เช่นกัน ผมร้องไห้ทุกวัน พี่ชายผมก็คงอายมั้ง ที่มีน้องอ่อนแอ ขังไว้ในห้องน้ำบ้าง ให้เพื่อนในโรงเรียนรุมแกล้ง ผมเก็บตัวอยู่ในห้องคนเดียว ก็เอาน้ำมาสาด ผมจะอ่านหนังสือสอบ ก็เดินมาบอกว่า แม่เรียกให้ไปช่วยที่ตลาด ปฏิเสธก็โดนเตะ ทั้งที่พอออกไป แม่ผมบอกว่าไม่ได้เรียก แต่สุดท้ายแม่ผมก็ไม่ให้นอนและให้มาช่วยเตรียมของขาย ผมนอน 5 ทุ่ม ตื่น 4 ไปโรงเรียนที่ไรก็ง่วง โดนอาจารย์ตีประจานหน้าเสาธง ไม่มีใครเชื่อในเหตุผล ไม่มีใครเลย

    วันนึงก็มีีปากมีเสียงกัน พี่ชายก็จะด่าผมว่า ขี้แย ตุ๊ดเอ้ย ผมจะเถียง และ พี่ชายผมต่อยผมเข้าที่หน้า ผมไม่ร้องไห้แล้ว ตอนนั้น ผมร้องไห้น้อยลงมาก มันไม่มีอะไรให้ไหล จากการร้องไห้เปลี่ยนการจ้องหน้า และทำให้อีกฝ่ายเงียบไปเอง พี่โจที่จะสนิทกับพี่ชายผม ก็พูดออกมาว่า ดูมันมอง แม่งถ้าเป็นน้องกูเตะคว่ำแล้ว และก็เดินมาตบหัวผม

    ผมมองด้วยสายตาเคียดแค้นและพูดในใจว่า ขอให้พวกมึงอย่าได้มีความสุข ให้มึงให้ได้อับอายขายขี้หน้าต่อคนอื่นเหมือนกู หรือตายๆไปซะก็ดี

    พี่ชายผม ไม่กี่วันจู่ๆก็โดนเครื่องปั่นผลไม้ ปั่นนิ้วบิ่น.. ผมรีบเดินมาหาและถามว่าเป็นอะไรมั้ย ช่วยไหม เขาไม่พูดกับผมรีบเดินไปหาผ้ามาพัน แต่จู่ๆก็ล้มหน้ากระแทกฟันหักทั้งแผง
    มาโรงเรียนก็เกิดขึ้น ทำให้พี่ชายผมต้องถูกประจานหน้าเสาธง เพราะขาดเรียน เพราะเขาอับอายเรื่องฟันตัวเอง
    และเรื่องนี้ก็หายไป ไม่กี่เดือน จู่ๆ ก็มีเรื่องที่ทำให้พี่โจ ไม่อยากช่วยงานต่อนั้นคือ เขาไปทำงานในตัวเมือง และสุดท้าย พี่โจก็ต้องเจ็บช้ำใจเนื่องจาก พี่สาวลูกของน้า หักอัก จนเกือบจะต้องไปบวช ผมได้ยินอีกคนว่า เขาไม่ยอมบวช และตัดใจจากแฟนไม่ได้ หนีจากกลางงานบวช สร้างความอับอายแก่ครอบครัวของเขามาก และสุดท้าย ผมก็ได้ข่าวจากพี่สาวผมว่า ไม่นานนักพี่โจเขาก็ตายตอนไปจับปลาโดนไฟช๊อตตาย



    และ ก็มีเรื่องอีกหลายครั้ง อันนี้เกิดขึ้นกับเพื่อนในโรงเรียน ผมแค้นมาก ที่เขาแกล้งผมตลอด และทุกครั้ง ผมมักจะิคิดในใจว่า สักวันนึงพวกมันต้องได้เจอแบบที่ผมเจอ

    สุดท้าย คนที่แกล้งผมมักจะจบลงด้วย ไม่ถูกไล่ออกจากโรงเรียน ก็ทำผู้หญิงท้องจนมีคนมาไล่ฆ่า หรือมีเหตุการณ์มาจูงให้เขาต้องเจอกับอะไรบางอย่าง ที่จบไม่ค่อยสวย


    **

    ตั้งแต่นั้นมาผมก็เริ่มแปลกใจ และเริ่มสงบความคิดของตัวเองตั้งแต่ตอนนั้น
    ผมเริ่มไม่แช่งในใจ เพราะกลัวว่า จะทำให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับคนอื่นด้วยอารมณ์และความคิดเรา
    แต่ก็ไม่ทำให้ฝันร้ายนั้นหายไปซะที ทุกวันนี้ผมยังคิดว่า มันเกิดขึ้นจากตัวเราหรือเปล่า ยิ่งผมเข้าใจธรรมมะมากขึ้น ผมก็ยิ่งรู้สึกผิด และยอมรับว่า กลัว

    **

    สุดท้าย


    1. เรื่องที่เกิดขึ้นกับพวกเขา เกิดจากแรงในใจผมหรือเปล่าครับ ทำไมมันประจวบเหมาะขนาดนั้น
    2. ถ้ามันเกี่ยวเนื่องกัน ถือว่าฆ่าคนไหมครับ
    3. สิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ผมจะทำอย่างไรได้บ้างครับ

    ขอกราบเรียนว่า สิ่งที่ผมเล่ามาเป็นสิ่งที่ผมประสบพบเจอตั้งแต่ตอนเด็ก และทุกอย่างที่เล่าคือความสัตย์จริง ผมไม่ได้เล่าเพื่อจะมาอวยตัวเองว่า ผมไม่รู้เรื่องพวกนั้นหรอกครับ แต่ใคร่ขอความกระจ่างในสิ่งทีี่เกิดขึ้นอย่างน้อยก็ทำให้ผมสามารถหลับได้สนิท และเข้าใจมันมากขึ้น และหาทางออกในวิถีของคนๆหนึ่งที่ศรัทธาในการเป็นพุทธศาสนิกชน


    กราบขอบพระคุณมากครับ





     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2013
  2. โมทนาman

    โมทนาman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    16 พฤศจิกายน 2007
    โพสต์:
    5,672
    ค่าพลัง:
    +6,165
    1. มีส่วนราว ๆ สองในสาม
    2. ถือ
    3. ทำบุญอุทิศให้ ขออโหสิกรรม
     
  3. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,617
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +11,664
    1.เข้าใจก่อนนะครับ ว่า ศาสนาพุทธ สอนเรื่อง กฏแห่งกรรม ครับ

    ใครสร้างกรรม ทำกรรมอะไรไว้ ย่อมได้รับผลกรรมตอบแทน ครับ

    2.เราไม่ได้เป็นคนฆ่า ไม่ถือว่า ฆ่าคนตายด้วยตนเองครับ หรือเราไม่ได้ไปวานใครคนอื่นไปฆ่าให้ตาย ดังนั้น ไม่ได้เป็นครับ

    3.สิ่งใดเกิดขึ้นไปแล้ว เป็น อดีต แนะนำว่า ไม่ต้องไปคิดถึงอีกครับ เอาเป็นประสบการณ์ ในการใช้ ชีวิตไปในวันข้างหน้า มีสติ อยู่กับปัจจุบัน ไม่ต้องไปฟุ้งซ่านในเรื่องในอดีตที่ผ่านๆมา ครับ

    การสาปแช่ง ที่เค้าพูดๆกันในกระทู้อื่นๆ นั้น จะส่งผลได้มีสาเหตุเพราะ
    1.คนสาปแช่งนั้น มีกำลังจิต มีกำลังสมาธิ ในระดับนึง สามารถที่จะส่งผล ให้คนที่โดนสาป เป็นไปตามนั้นได้เพราะ กำลังจิต กำลังสมาธิ อ่อนกว่า ก็ส่งผลครับ

    2.การสาปแช่งนั้น มันจะไปส่งเสริมให้ อกุศลกรรมของคนที่โดนนั้น เร่งให้โดนหนัก โดนไวขึ้น ก็เพราะ กรรมที่ตัวคนโดนนั้น สร้างแต่ อกุศลกรรมไว้เยอะ ไม่ได้สร้างกรรมดี บุญ กุศลกรรมเอาไว้ พอถึง วาระที่ อกุศลกรรมที่เคยก่อไว้ส่งผล มันก็จะยิ่งซ้ำ ทำให้โดนหนักเข้าไปอีก

    3.การที่เรา มีคุณธรรมความดีมากเท่าไหร่ แล้วบุคคลอื่น คิดร้ายต่อเรามากเท่าไหร่ อกุศลกรรม ก็จะยิ่งย้อนกลับไปหาคนที่กลั่นแกล้ง คนที่ด่าตัวเรา ย้อนกลับไปเข้าตัวเองมากเท่านั้น ครับ

    4.ผู้ที่ปฏิบัติ สมาธิ ภาวนา ทาน รักษาศีล มีกำลังสมาธิ ตั้งแต่ อุปจารสมาธิ ขึ้นไป มีความดีมากเท่าไหร่ ถ้าไปคิด เผลอไปแช่งคนอื่น ก็จะส่งผลให้คนๆนั้น โดน อกุศลกรรมของตัวเค้าเอง เร่งให้สนองไวขึ้นเท่านั้นครับ

    ในพระไตรปิฎก นั้น พระพุทธเจ้า ยังห้ามการด่า ห้ามแช่งผู้อื่น เอาไว้เลยครับ เป็นการสร้างกรรม

    หรือถ้า บวชเป็นพระภิกษุ แล้วไปแช่ง เพ่งให้บุคคลอื่นตาย แล้วบุคคลคนนั้นตายจริง ปรับอาบัติปาราชิก ขาดจากความเป็นพระ โดยทันที ไม่ต้องลาสิขาใดๆ เลยครับ

    .

    แนะนำ จขกท ว่า ให้ ทำ ทาน รักษาศีล ภาวนา ให้เยอะๆ ครับ

    เรื่องใดที่ผ่านมาแล้ว ก็ไม่ต้องเก็บไปคิดให้ฟุ้งซ่านใดๆ ครับ ตัดออกไปจากความคิดได้เลย เรื่องที่ผ่านๆมา

    แล้วเรา มุ่งแต่ สร้างความดี มืดมาแล้ว เจอทางสว่างก็เดินทางสว่าง ต่อไปครับ

    สำรวม จิต ใจ ให้ดีๆ ครับ


    แล้วอย่า เผลอ ไปสาบแช่งคนอื่นๆ อีกครับ

    เพราะถ้าเมื่อไหร่ ไปเจอ แจ็คพ็อต เจอคนที่มี กำลังจิต สูงกว่าเรา แล้วเราไปสาบไปแช่งนี้ มันจะย้อนกลับมาแรงกว่าเดิมเยอะ

    ตัวเราจะซวยหนักซะเอง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2013
  4. บุญทรงพระเครื่อง

    บุญทรงพระเครื่อง ผู้สนับสนุนเว็บพลังจิต ผู้สนับสนุนพิเศษ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    20 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    17,386
    กระทู้เรื่องเด่น:
    2
    ค่าพลัง:
    +27,660



    :cool:คุณคนนี้เขาพูดไว้ดีแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องพูดอีกครับ ทำความดีให้สูงยิ่งๆขึ้นไป มันอดไม่ได้หรอกครับ เรื่องแบบนี้ ในเมื่อเรายังเป็นปุถุชนอยู่ ทำความดีให้สุดขั้ว หนีชั่วให้สุดขีดครับสวัสดี :cool:
     
  5. Antonieo

    Antonieo Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    1 พฤษภาคม 2013
    โพสต์:
    2
    ค่าพลัง:
    +27


    กราบขอขอบพระคุณผู้มีจิตกุศลทุกท่านที่ให้คำแนะนำครับ

    ผมจะพยายามตั้งมั่นในความคิด ที่จะไม่โกรธใคร และพยายามทำให้ดีที่สุดครับ

    ตอนนั้น ผมจำได้อย่างดี ผมไม่รู้ว่าทำไปเพราะอะไร โกรธ แค้น เขาอาจจะแกล้งเรา ทำร้ายเรา หรือทำให้เราไม่มีความสุข แต่เขาสมควรได้รับสิ่งนั้นหรือ
    ทุกวันนี้ผมเริ่มรับสภาพกับทุกอย่างได้ ตั้งแต่อายุมากขึ้น ชีวิตผมเปลี่ยนไปตั้งแต่อายุ 18 คือ ผมหนีเข้ามาเรียนหนังสือที่กรุงเทพ และทำงาน ผมเริ่มตัดใจที่จะไม่โกรธได้ เพราะสภาพสังคมที่กรุงเทพบางครั้ง ก็ไม่ต่างอะไรกับสิ่งที่ผมเคยเจอ จนเริ่มชินชา
    อีกอย่างผมได้ผู้ที่มีจิตใจงดงามมาคอยชี้นำแนวทาง ให้คิดดี ทำดี พูดดี ผมเคยยังนึกย้อนกลับไปคิดว่า

    ถ้าเรารู้ว่ามันผิดขนาดนี้ ทำไมตอนนั้น ชีวิตผมถึงมืดมนนัก มันอับจนหนทางจนไม่มีเครื่องชี้นำอะไรเลย
    หากย้อนกลับไปได้ ใครอยากจะทำอะไรผม ผมจะให้เขาทำ ผมยอมทุกอย่าง ถ้าผมมีขันติ และสติเป็นเครื่องชี้นำในวัยเด็ก

    ผมอยากฝากเรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์สำหรับ ครอบครัวที่มีเด็กเล็ก หรือ มีลูกหลานที่มีปมด้อย รักเขาให้มากๆครับ รับฟังเขา
    และค่อยๆแก้ไข ใช้ธรรมมะ และสติ
    ขอให้ช่วยทำตัวเป็นเครื่องชี้นำให้เขาไปในทางที่ดี อย่าให้เขาคิดว่าเขามีปมด้อย หรือคอยอาฆาตใครต่อใคร

    หากไม่ได้พูดถึงเรื่องเวรกรรมอย่างเดียว บางทีเขาอาจจะไม่ได้แค่แช่งอย่างเดียวก็ได้ เขาอาจจะต้องไประบายกับสัตว์ หรือ เป็นฆาตกรอีกคนที่เกิดขึ้นในสังคม

    ผมยังถือว่าโชคดีที่ไม่ได้เข้าสู่ทางมืดมนกว่านี้ ไม่ว่าจะด้วยบุญที่ยังมีอยู่หรืออะไรก็ตาม แต่สิ่งนึงที่ผมไม่อยากให้เขาได้มาพบเจอ คือ ความรู้สึกผิด
    เพราะทุกสิ่งที่ทำในวันวานเหล่านั้น ก็ยังคอยทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่เสมอตลอดมา


    /กราบขอขอบพระคุณมากๆอีกครั้งครับ
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2013
  6. เมตต

    เมตต เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    29 กันยายน 2010
    โพสต์:
    101
    ค่าพลัง:
    +239
    การสาปแช่งมีผลมากๆ เป็นบาปใหญ่หลวงเห็นผลเร็ว หลวงพ่อเขาสาริกาท่านต้องให้ผู้ที่รับนิสัยการปฏิบัติธรรมสายของท่านรับสัจจะด้วยว่า ต้องยึดมั่นในกรรมบท 10 ไม่ฆ่าสัตย์ตัดชีวิต และจะไม่ขอสาบแช่งใคร
     
  7. ddman

    ddman เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    17 สิงหาคม 2008
    โพสต์:
    2,047
    ค่าพลัง:
    +11,945
    ท่านจขกทมีบุญมากที่ได้พบพระธรรม น่ายินดีนัก

    ขอให้ท่านจขกท ศึกษาพระธรรมที่ถูกต้องของพระพุทธเจ้า จะไม่เข้าใจผิดไขว้เขวไปโดยปราศจากเหตุผลที่สมควร..เพราะพระธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้ดีแล้ว เป็นเรื่องที่เป็นไปเพื่อความมีปัญญา ประกอบด้วยเหตุผลสอดคล้องกันเสมอ พ้นจากความหลง หรืองมงายในความเชื่อผิดๆที่ไม่มีเหตุผลรองรับ...

    หลักสำคัญในพระพุทธศาสนาที่ไม่ปรากฏในคำสอนอื่นนั้น มีอยู่ว่า "สัพเพ ธรรมาอนัตตาติ" คือธรรม(สิ่ง) ทั้งปวงเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน ใคร ของใครอะไร เพราะ"ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชา"ของใครหรืออะไรได้" หากเชื่อว่าใครสาปแช่งใครแล้วทำให้ใครวิบัติได้จริง ก็หมายถึงว่าเขาสามารถบังคับบัญชาให้คนอื่นวิบัติได้ดังในปรารถนา อันขัดแย้งกับพระธรรม"ของพระพุทธเจ้า"เสียแล้ว..

    พระพุทธเจ้าตรัสสอนไว้เป็นอันมากว่า...สิ่งทั้งปวงย่อมไหลมาแต่เหตุ....ก็เหตุคือเจตนาหรือกรรมอันตนทำไว้แล้วนั่นเอง เมื่อทำเหตุบาป มีการล่วงศีล สาปแช่งชาวบ้านอยู่ ผลที่ตามมาก็มีแต่เรื่องเสียหายเท่านั้น ไม่อาจให้ผลเป็นความสุขหรือดี น่าปรารถนาได้..ทั้งเจตนานั้น ที่ทำบาปมาก็ต้องเป็นเจตนาในใจตนเอง สัตว์ทั้งหลายจึง"มีกรรมเป็นของตน" จึงไม่มีหรอกครับว่าคนอื่นเจตนาร้าย แล้วมีผลให้อีกคนต้องได้รับผล..อาจมีในลัทธิผีอื่นๆ แต่ไม่มีในพระพุทธศาสนาแน่ๆ

    ความเชื่อที่ว่าการสาปแช่งมีผล จะเป็นเพื่อความสวัสดีของใครนั้นไม่มีเลย ดีไม่ดี นึกครึ้มใจอยากลองอานุภาพของใจตนขึ้นมาเลยนึกสาปแช่งใครๆกันให้สนุก เรียกว่าขยันทำบาปกรรมให้ตนไปเช่นนั้นก็เสียหายมากทีเดียว..ทั้งการเชื่อเช่นนี้ ย่อมสั่งสมสันดานให้เข้าถึงความเชื่อผิดนี้ไปเรื่อยจนแน่นหนา ถอนไม่ได้เลิกไม่เป็นเอาทีเดียว เป็นความเชื่อที่เกิดจากการไม่พิจารณาด้วยโยนิโสมนัสสิการ คนเชื่อเช่นนี้ ย่อมได้ปัจจัยเพื่อจะกล่าวผิดบอกผิดให้คนอื่นรู้ผิด มีผลมากในสัมปรายภพ


    ไม่ใช่ครับ ไม่มีแรงใจของใครไปทำร้ายใครๆได้จริง มีแต่แรงบาปของตนเองเท่านั้นทำให้ตนเดือดร้อน ถ้าว่าแรงใจของใครทำร้ายใครได้ ทั้งคนช่วย พี่ชาย หรือคนที่คิดแกล้งท่านจขกท อาจเคยนึกสาปแช่งให้ท่านตายไปเสียโดยเร็วหรือเข้าถึงความวิบัติไปเสียนานแล้วเพื่อความพ้นอับอายหรือความชัง .. ท่านอาจเคยพี่พูดมาบ้างว่า"ไปตายซะ หรือ เมื่อไจะตายไปเสียที"...ฯลฯจริงใหม?..นั่นก็คืออาการ"สาปแช่งเช่นกัน..แล้วท่านยังอยู่หรือตายในบัดนี้ครับ?

    ท่านจขกท ลองพิจารณาถึงเหตุผลดูเถิดว่า ในปัจจุบันมีนักการเมืองที่ทุจริตจนชาวบ้านพากันสาปแช่งทุกวันแต่เขาเหล่านั้นกลับมีชีวิตราวอยู่ในสวรรค์ และยังตั้งหน้าทุจริตต่อไป ไม่เห็นว่าจะวิบัติตรงใหน...แรงใจของชาวประชาจำนวนมากทีเดียว น่าจะมี"กำลังมหาศาล"ไปบังคับบัญชาให้เขาพินาศทันทีมิใช่หรือครับ ?..แต่กลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ดูราวกับจะเฮ็งขึ้นทุกวัน..

    ..


    ท่านจขกท พึงพิจารณาต่อไปว่า เราทั้งหลาย ต่างเกิดมาในสังสารวัฏอัน"หาเบื้องต้นไม่พบ" นั้นนานจนจำไม่ได้ นานขนาดนั้น นานจนทำมาทั้งบุญและบาหทุกชนิด เว้นการบรรลุพระนิพพานเท่านั้น ที่ยังไม่ได้ทำหรือทำแล้วยังไม่ได้..เมื่อทำมามากมายเช่นนั้น ผลที่เข้าคิวรอให้ผลจึงมีมากนับไม่ได้พร้อมที่จะส่งให้เราได้รับได้เสวยตลอดเวลา พึงทราบว่า ไม่มีเวลาใดเลยที่เราไม่ได้รับ"ผลหรือวิบากของกรรม"..ดังนั้น แม้ท่านจขกท ไม่ไปสาปแช่งเขา เขาเหล่านั้นผู้มีปรกติ ไม่มีหิริโอัตตัปปะ ทำบาปกรรมเป็นอาจิณจิตใจเป็นไปกับบาปโดยมาก ย่อมเป็นผู้ไ่ม่มีสติปัญญาคุ้มครองตน ครั้นไม่มีสติก็ทำงานพลาดนิ้วบิด ตามมาด้วยเดินพลาดหกล้มหกลุก บาปที่มีกำลังย่อมเป็นท่อต่อเป็นปัจจัยให้บาปเก่ามาส่งผลท่วมทับได้...ส่วนคนงานหญิงก็ลักษณะเดียวกัน อาศัยบาปที่ตนตอแหลหน้าอย่างหลังอย่าง บาปย่อมได้่ช่องนำวิบาก เก่ามาให้ผลได้ เรื่องเช่นนี้มีเหตุผลกันดังนี้ ไม่ได้มาเพราะใครมาแช่งอะไรๆเลย..พึงเข้าใจให้ถูกต้องเสีย..จะเป็นปัจจัยแก่ความเห็นถูกต่อไปในภพต่อๆไป..

    เป็นบาปทางวาจา(หากล่วงออกมาด้วยการพูด) เป็นบาปทางใจที่ล่วงอกุศลกรรมบท๑๐คือพยาบาทวิตกมีผลนำไปนรกอบายภูมิ เมื่อตายลงจนกชาตินี้ได้ พึงหลีกละการคิดแช่งใครๆ แม้เขาจะเลวชั่วก็ตาม เพราะเรานั่นเองที่จะขาดทุน แม้การคิดร้ายแก่ใครๆก็ยังรูปให้น่าเกลียด ผิวพรรณทรามไม่น่ารัก ฝึกที่จะอภัยให้คนไม่รู้จักเวรกรรมเถิด เขาเหล่านั้นนั้นกรุณานัก เพราะวิบากชั่วย่อมพาเขาให้เข้าถึงทุกข์สาหัสยิ่งนักในภายหน้า..จะไกลหรือใกล้ก็ตามกำลังแรงของเจตนาเขา ยิ่งถ้าเขาทำร้ายคนที่ไม่ทำร้ายตอบด้วยแล้ว วิบากจะแรงและเร็วราวติดจรวดนั่นเทียว..


    สำนึกผิด นี่เป็นงานการของหิริโอตัปปะ เป็นขณะจิตที่เป็นกุศล เเล้วสมาทานตั้งใจว่าจะไม่คิดแช่งใครๆอีกไม่ว่ากรณีใหน ฝึกอดทนและอภัยให้เป็น เตรียมพร้อมรับมือกับการถูกเบียดเบียนปลงได้ว่านี่มาด้วยบาปกรรมของตน แล้วแก้ไขไปตามความเหมาะควรที่อยู่มนขอบเขตแห่งศีลธรรม..ไม่ผูกพยาบาทใครๆอีก..

    ละยุติความเดือดร้อนใจในสิ่งพลาดที่ล่วงมาแล้วโดยทันที เพราะเวลา
    ที่เดือดร้อนใจยาวนาน ใจเป็นไปกับบาปเรียกว่าฟุ้งซ่าน มีโทษมาก เจริญกิริยาวัตถุ ๑๐เท่าที่จะทำได้ เจริญเมตตาเจริญสติให้อยู่กับตนเป็นปรกติย่อมคุ้มครองรักษาตนไว้ในความเกษมสวัสดีได้ต่อไปครับ..
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 1 พฤษภาคม 2013
  8. ประปราย

    ประปราย เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    18 เมษายน 2012
    โพสต์:
    107
    ค่าพลัง:
    +301

    อนุโมทนาค่ะ คุณคิดได้ขนาดนี้ก็ดีอยู่แล้ว อดีตก็คืออดีต แก้ไขไม่ได้ ก็ปล่อยวางค่ะ ขอให้ตอนนี้ พูดดี คิดดี ทำดี ก็พอ ไม่ได้สนใจอนาคต หรืออดีต
     
  9. happyness

    happyness เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    14 กันยายน 2008
    โพสต์:
    88
    ค่าพลัง:
    +163
    การสาปแช่งก็มีส่วนนะคะที่จะให้ผลไปตามนั้น
    แต่จะไม่มีผลอะไรเลยหากผู้ที่คุณสาปแช่งนั้นเขามีศีล และคุณธรรมกว่าคุณ และผลมันจะตกมาอยู่ที่ผู้สาปเองทันที คือใจไม่สงบ อึดอัด ไม่สบายใจ

    แต่ถ้าคนที่คุณสาปแช่งนั้นเขาไม่มีศีล หรือไม่มีธรรม ผลกรรมที่เขาทำมันจะย้อนคืนสนองเขาเอง ส่วนคุณก็ได้รับผลเต็มๆคือ ความไม่สบายใจ

    ก็มั่นแผ่เมตราบ่อยๆนะคะ เราก็เป็นช่วงที่มีอารมณ์โมโห เป็นกันทุกคน แต่หลังจากที่เรามีสติ เราจะกราบแทบเท้าเขา ขออโหสิกรรม และบอกว่าขอโทษนะที่เมื่อสักครู่สาปแช่งไป เพราะอารมณ์ชั่ววูบ ให้อภัยนะ เป็นอย่างนี้บ่อย ฮิๆๆ ทำไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็หายเอง หรือถ้าเข้าขั้นเทพเลยคือ นั่งสมาธิ กำหนดลมหายใจเข้าออก ดูความไม่แน่นอนของจิต

    พอมีอารมณ์โกรธแล้วมันจะดับไปเองโดยที่เราไม่ต้องไปสาปแช่งเลย
    สู้ค่ะ
     
  10. สีลสิกขา

    สีลสิกขา เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    5 พฤศจิกายน 2012
    โพสต์:
    1,271
    ค่าพลัง:
    +7,133
    คุณ จขกท. อย่ายึดติดกับความคิดจนเกิดทุกข์เลยนะคะ..เพราะธรรมชาติเดิมของจิตนั้นผ่องใส..
    ..แต่ต้องมาเศร้าหมองเพราะกิเลสที่จรมา..ลองอ่านดูค่ะ


    "..มนุษย์ เป็นผู้กำหนดชะตากรรมของมนุษย์เอง เราจะดี
    หรือจะชั่ว จะสุข จะทุกข์ ก็อยู่ที่เรา ชีวิตของเรา ไม่ได้ขึ้น
    อยู่กับภูติผีปีศาจ เทวดา พรหม หรือ ลมปากของใครที่ไหน
    แต่หากขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์เอง ทางกาย วาจา ใจ
    ทั้งในอดีตและสำคัญที่สุดในปัจจุบัน เชื่อมั่นในศักยภาพ
    ของตนเองที่จะบรรลุธรรม..และเชื่อว่าความเป็นอิสระจาก
    ความทุกข์และกิเลส เป็นสิ่งสูงสุดที่มนุษย์คววรจะได้จาก
    ...ชีวิต... สาธุธรรมค่ะ ^^"
     
  11. lionking2512

    lionking2512 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    4 กุมภาพันธ์ 2009
    โพสต์:
    1,526
    ค่าพลัง:
    +7,652
    สาธุ อนุโมทนาในธรรมที่ท่านเจ้าของกระทู้ได้เรียนรู้และนำมาเผยแพร่เป็นธรรมทานในครั้งนี้ด้วยครับ
     
  12. Saber

    Saber เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    8 มิถุนายน 2010
    โพสต์:
    5,617
    กระทู้เรื่องเด่น:
    5
    ค่าพลัง:
    +11,664
    ถาม : ตะกรุดมหาสะท้อน มีผลสะท้อนต่อการถูกกระทำทางวาจาหรือไม่ ?
    ตอบ : มี

    ถาม : มีข้อยกเว้นหรือข้อจำกัดใดบ้างที่ไม่แสดงผล ?
    ตอบ : ไม่มีข้อยกเว้น..ตะกรุดมหาสะท้อนขยัน จะมากจะน้อยให้ผลหมด

    ถาม : ผมแขวนมหาสะท้อนทั้งทองคำและเงินมาหลายปี แต่ยังไม่มีประสบการณ์เด่นชัดในทันทีทันใด แม้จะวางใจนิ่งต่อการกระทำ ไม่ทราบว่ามีเหตุผลอย่างใดครับ ?
    ตอบ : สงสัยแขวนแบบควาย..! เคยเห็นควายแขวนกระดึงไหม ? เจ้าของเอาแขวนให้ควายก็ติดตัวไปเรื่อย ไม่เคยอาราธนาเลย ต้องอาราธนาและภาวนาคาถามหาสะท้อนเอาไว้ทุกวัน จนอารมณ์ใจทรงตัว

    ถาม : ถ้าตะกรุดมหาสะท้อนลดความเข้มแข็งลง รบกวนหลวงพ่อส่งจิตอธิษฐานให้ด้วยครับ
    ตอบ : จ่ายค่าอธิษฐานมาก่อน..!

    พระครูวิลาศกาญจนธรรม (หลวงพ่อเล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๕


    เก็บตกจากบ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกันยายน ๒๕๕๕ - กระดานสนทนาวัดท่าขนุน



    และยิ่งไปเจอ คนเล่น วัตถุมงคล นี่

    ด่า แช่ง ไม่สำรวจ จิต ใจ ตัวเองให้ดีๆ

    หนัก...


    .
     
  13. ไกสร

    ไกสร Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    21 มิถุนายน 2013
    โพสต์:
    28
    ค่าพลัง:
    +53


    พึ่งอย่าได้ยึดติดกับวิชชา อาคมมากนักครับ บางทีอาจจะเป็นการสร้างบาปโดยเราไม่รู้ตัว พึงวางใจอโหสิกรรมไว้ให้ทุกๆคน
    วิชาอาคมหากยึดติดมากๆ ตายไปจะเป็นวิทยาธรในชั้นจาตุมหาราชิกา ซึ่งหากเป็นไปได้อย่างน้อยเราไป ดาวดึง (ท้าวสักกะเทวราชท่านได้โสดาบัน ท่านก็มักจะสอนเทวดาในปกครองเรื่อย) หรือไปให้สูงๆ เอาเพื่อพระนิพพานอย่างเดียว ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ทิ้งวิชาอาคมแล้วตั้งใจไปพระนิพพานอย่างเดียว
     
  14. maxmi

    maxmi แม็กคับ

    วันที่สมัครสมาชิก:
    6 มกราคม 2017
    โพสต์:
    372
    ค่าพลัง:
    +1,043
    อยากสาปแช่งให้มันตายโหงตายห่าพวกชั่วพวกสารเลวเหี้ยกูหาเงินมาเป็นล้านเอามาแดกหมด แถมไม่ขึ้นเงินเดือนให้อีกกินเงินรัฐเงินหลวงบุญใดๆก็ขออย่าให้มันได้รับให้ตกนรกหมกไหม้ฉิบหายทั้งตระกูล
     

แชร์หน้านี้

Loading...