การเข้าฌานไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับ 1-2-3-4

ในห้อง 'อภิญญา - สมาธิ' ตั้งกระทู้โดย ปราบผี, 23 ธันวาคม 2013.

  1. ปราบผี

    ปราบผี เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    11 กรกฎาคม 2013
    โพสต์:
    95
    ค่าพลัง:
    +365
    ส่วนหนึ่งของพระธรรมเทศนาของพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช
    วันศุกร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2554
    ณ สวนสันติธรรม
    (ถอดเสียงบรรยาย นาทีที่ 0:00 - 5:39 นาที)

    เราต้องพัฒนาใจเราขึ้นไป เรื่อยๆ อย่าอยู่กับที่ อยู่กับที่ไม่ได้ เดี๋ยวก็ไหลลงที่เดิม ไหลต่ำ พยายามพัฒนาใจของเราไป

    พระพุทธเจ้าสอนวิธี ให้แล้ว เหลือแค่เรียนให้รู้เรื่องแล้วก็อดทน มันไม่ยาก ไม่ยากเท่าที่คิดหรอก แต่ถ้าเราไม่รู้หลัก นะ โหย ล้มลุกคลุกคลานยากที่สุดเลย ถ้ารู้หลัก แล้วไม่ยากอะไร

    สิ่งที่เราปฏิบัติ (งานที่เราต้องทำ) มีสองอย่าง การฝึกจิตมีสองอย่าง การปฏิบัติมีสามอย่าง ปฏิบัติให้ มีศีล มีสมาธิ มีปัญญานะ มีการฝึกจิตมีสองอัน คือให้ มีสมาธิ กับ ให้มีปัญญา มีสองอย่าง งานที่เราต้องทำก็คือสมถะกับวิปัสสนา

    เราต้องมาดูตัวเอง
    บางคนต้องทำสมถะก่อน เจริญปัญญาทีหลัง
    บางคนเจริญปัญญาก่อน แล้วก็เกิดสมาธิขึ้นมาทีหลัง
    บางคนทำสมาธิกับปัญญาควบกัน

    คนที่ทำสมาธิกับปัญญาควบกันต้องเก่ง สองเรื่อง
    - เรื่องที่หนึ่ง เข้าฌานเก่ง เข้าสมาธิเก่ง
    - เรื่องที่สองต้องดูจิตเก่ง
    ถ้าเข้าสมาธิเก่งแต่ดูกายเก่งนะ พอเข้าสมาธิมัน ไม่ดูกายแล้ว บางทีกายหายไปเลยไม่มีกายให้ดู ถ้าเก่งมากๆ นะ กระทั่งสมาธิลึกระดับ เนวสัญญานาสัญญายตนะ อันนี้ร่างกายหายไปหมดแล้ว ความรู้สึกเหลือนิดเดียวแต่ไม่ขาดสติ ไม่มีการหมายรู้ หมายนิดๆ เหมือนไม่หมาย

    พวกเราสังเกตุไหมเวลาหมายรู้ทางใจ เราจงใจ ไปรู้อะไรทางใจ ใจจะดิ้นขึ้นมาดูออกไหม ใจจะดิ้นรนทำงานขึ้นมา ความหมายรู้ทางใจเกิดขึ้นทีไร ใจก็ดิ้นทุกทีเลย ถ้าภาวนาทำความสงบได้ มากๆ จะไม่ไปหมายอะไร ไม่มีความจงใจจะหมาย ยิ่งจงใจหมายยิ่งปรุงมาก ใครเห็นตรงนี้บ้าง

    เมื่อเวลาจงใจไปหมายรู้นะ จิตปรุงเยอะเลย แต่ถ้าไม่ได้จงใจจะหมายนะ จิตไปหมายเองนะก็ปรุงอีกเหมือนกันน่ะ ก็มีความปรุงเกิดขึ้นเพราะสัญญานั้นน่ะ มันทำให้เกิดสังขารได้ สัญญากับ เวทนา ทำให้(เกิด)จิตสังขาร จิตมันปรุง นี่บางคนทำสมาธิลึกนะจนกระทั่งสัญญาเกือบจะไม่ทำงาน รู้แต่ไม่รู้ว่ารู้อะไร ไม่คิดไม่นึกไม่อะไรทั้งสิ้น รู้อยู่เฉยๆแต่ไม่รู้ว่ารู้อะไร ใจไม่ดิ้นต่อ นี่สมาธิลึกลงไป มีสมาธิถัดจากนั้นไปอีก ชื่อนิโรธสมาบัติ พวกเรายังไม่ต้องเรียนนะ ทำไม่เป็น

    ทีนี้คนที่ถึงเนวสัญญาฯในคัมภีร์นะสอนเลยว่าถ้าเป็นพระอริยะทีชำนาญการดูจิตจะไปเจริญวิปัสสนาในเนวสัญญาฯได้ ถ้าไม่ใช่พระอริยะที่ชำนาญการดูจิตนะ เข้าเนวสัญญาฯแล้วจะไปเจริญวิปัสสนาไม่ได้ เวลาไปเจริญวิปัสสนาในสมาธิจะเห็นองค์ฌานนะมันเปลี่ยนแปลง เช่น
    มันมีปีติ มีปีติเกิดขึ้น พอสติระลึกรู้ ปีติก็ดับไป เกิดอุเบกขา เกิดความสุขอะไรอย่างเนี้ย ความสุขดับ ไปเกิดอุเบกขา มันเด่นขึ้นมา จริงๆมีปีติก็มีความสุขนะ แต่พอปีติมันฉูดฉาด ปีติเยอะ จิตก็เลยไปเพ่งเล็งที่ปีติ สติระลึกรู้ปีติ ไม่ได้รู้ระลึกรู้อารมณ์ขององค์ฌาน ปีติดับ ปีติดับนะตัวสุขเป็นตัวเด่นขึ้นมา สติระลึกรู้ตัวสุข ไม่ได้ระลึกอารมณ์ของฌาน ไม่ได้เอาปฏิภาคนิมิตเป็นอารมณ์แล้ว ตัดอารมณ์ขององค์ฌานทิ้ง ตั้งแต่ละวิตกวิจารไป จิตเป็นผู้รู้ขึ้นมาก็เห็นปีติ ปีติ มันเด่น

    พอปีติดับ ความสุขมันเด่น
    ความสุขดับ อุเบกขามันเด่น

    มีอุเบกขานั่นแหละจิตอาจจะถอยออกมามีปีติ ขึ้นมาก็ได้
    ถอยลงมามีความสุขก็ได้

    เวลาเข้าฌานไม่ใช่ต้องเข้า 1 2 3 4 5 6 7 8 ไม่ใช่

    1 แล้วไป 5 ก็ได้
    1 แล้วไป 4 ก็ได้ ไป 3 ก็ได้
    3 แล้วขึ้นไป 7 ก็ได้ แล้วแต่สะดวก แล้วแต่ความชำนาญ
     

แชร์หน้านี้

Loading...