กินหมูกระทะไม่สุกอันตรายขั้นหูหนวก

ในห้อง 'จิตวิทยา & สุขภาพ' ตั้งกระทู้โดย guawn, 13 กันยายน 2006.

  1. guawn

    guawn เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    27 ธันวาคม 2005
    โพสต์:
    10,642
    ค่าพลัง:
    +42,103
    <TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=1003 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top rowSpan=2><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=585 align=center border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=top>กินหมูกระทะไม่สุกอันตรายขั้นหูหนวก</TD></TR><TR><TD class=Text_Story vAlign=top><!-- [​IMG] เฒ่าวัย 74 กินหมูกระทะจนหูหนวก แพทย์เผยเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" จากหมูเข้าสู่ร่างกายทำลายระบบสมองและประสาทหู เตือนผู้บริโภคเลิกกินเนื้อหมูดิบก่อนสายเกินแก้ ระบุสุดอันตรายถึงขั้นทำลายสมองจนเสียชีวิต

    (13ก.ย.) อันตรายจากเนื้อหมูดิบจนถึงขั้นหูหนวกรายนี้ได้รับการเปิดเผยจาก รศ.พ.ญ.นิรมล นาวาเจริญ หัวหน้าหน่วยโสตประสาทวิทยา ภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้รับรักษาผู้ป่วยมีอาการหูหนวก อันเนื่องมาจากกินเนื้อหมูดิบ
    รศ.พ.ญ.นิรมล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ได้รับตัวนายทร สิงคะ อายุ 74 ปี ราษฎรใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เข้ารับการรักษาโดยมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน เมื่อสอบถามประวัติทราบว่าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายทร ได้ไปกินหมูกระทะที่ร้านแห่งหนึ่ง โดยกินเนื้อหมูและเครื่องในเข้าไป หลังจากนั้นได้มีอาการเวียนศีรษะและมีไข้สูง ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชน แต่หลังจากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้น
    จากนั้นญาติจึงนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยจากการสแกนสมอง (ซีทีสแกน) พบว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบและหลังจากนั้นในวันที่ 6 กันยายน ผู้ป่วยมีอาการหูขวาเสื่อมและเป็นอัมพฤกษ์ กระทั่งวันที่ 9 กันยายน ผู้ป่วยมีอาการสมองบวม หูขวาเสื่อมรุนแรง หูซ้ายตึงเล็กน้อย จากการเพาะเชื้อจากน้ำที่เจาะจากไขสันหลังพบว่าในสมองมีเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" (Streptococcus suis) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในหมู ล่าสุดแพทย์ได้ให้ยารักษาจนอาการอัมพฤกษ์เริ่มดีขึ้น แต่อาการหูหนวกหูตึงไม่สามารถรักษาได้
    รศ.พ.ญ.นิรมล กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเป็นเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกและต่อมน้ำลายของหมู เชื้อดังกล่าวพบได้ในหมูทั่วไปจนกลายเป็นเชื้อประจำถิ่น เมื่อหมูอยู่ในภาวะเครียด เช่น อยู่ในที่แออัด อากาศชื้นหรือหนาวจากฝนตกหนัก ภูมิคุ้มกันของหมูจะลดลง เชื้อดังกล่าวจึงฉวยโอกาสเข้าสู่กระแสเลือดทำให้หมูป่วยหรือตาย ส่วนเชื้อดังกล่าวเข้าสู่คนได้ 2 วิธี คือ เมื่อร่างกายคนมีแผลไปจับต้องหมูและกินเนื้อหมูหรือเลือดสด
    อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ถือว่ามีความรุนแรงและน่ากลัว โดยเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปสู่เยื่อหุ้มสมองจนเกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว ภายใน 3 วันหลังจากผู้ป่วยได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับปลายประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงลุกลามและทำให้เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียงและประสาททรงตัว ทำให้หูตึงและหูหนวกร่วมกับอาการเวียนศีรษะและเดินเซ อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มอาการไข้
    อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวของเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ไม่เพียงแต่ทำให้หูหนวกและสูญเสียการทรงตัว แต่หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาช้าอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียทำลายเยื่อหุ้มสมองจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 14 วัน หลังจากรับเชื้อ
    รศ.พ.ญ.นิรมล กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพราะต้องการให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคเนื้อหมูดิบเพราะปัจจุบันยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก นิยมบริโภคเนื้อหมูดิบอยู่เป็นจำนวนโดยเฉพาะลาบดิบและหลู้เลือด หากต้องการกินลาบต้องทำให้สุก เพราะเชื้อดังกล่าวจะถูกทำลายด้วยการต้มสุกและการซื้อเนื้อหมูให้สังเกตหากมีสีคล้ำ หรือราคาผิดปกติควรหลีกเลี่ยง
    ทั้งนี้ ในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา จากการเก็บข้อมูลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจำนวน 74 ราย มีตั้งแต่อายุ 17-74 ปี ทั้งนี้การติดเชื้อขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากร่างกายอ่อนแอ โอกาสติดเชื้อก็มีมาก ขณะเดียวกันจากการออกสำรวจเขียงหมู 100 แห่งใน จ.เชียงใหม่ พบเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ถึงร้อยละ 20
    ด้านนายสมศักดิ์ พรหมมหาราช อายุ 46 ปี ลูกจ้างประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" จนหูหนวกถาวรทั้งสองข้าง เล่าว่า ปกติเป็นคนชอบกินลาบหมูดิบเป็นประจำ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2548 กินลาบหมูดิบกับเพื่อนตามปกติ หลังจากนั้นเพียง 3 วันมีอาการไข้สูง เวียนศีรษะ อาเจียน จนลุกไม่ขึ้น ญาติต้องหามส่งโรงพยาบาล แพทย์ผู้ให้การรักษาระบุว่าติดเชื้อ "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ในร่างกาย หลังจากนั้นอีก 5 วันในหูมีเสียงดังตลอดเวลา และตรวจพบว่าหูทั้งสองข้างรับเสียงเกิน 90 เดซิเบล ซึ่งหมายถึงหูหนวกถาวร "1 ปี 8 เดือน หลังจากหูหนวกการใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในช่วงแรกเดินแทบไม่ได้เพราะการทรงตัวไม่ปกติ เดินเหมือนคนเมา ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ได้ต้องเดือดร้อนเพื่อนที่ทำงานและญาติรับส่ง แต่ระยะหลังเริ่มปรับตัวขี่จักรยานยนต์ได้แต่เหลียวหลังไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนผู้ที่กินลาบหมูดิบหรือเนื้อหมูดิบให้เลิกก่อนจะสายไปกว่านี้และหู หนวกเหมือนกับผม" นายสมศักดิ์ กล่าว
    -->
    เฒ่าวัย 74 กินหมูกระทะจนหูหนวก แพทย์เผยเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" จากหมูเข้าสู่ร่างกายทำลายระบบสมองและประสาทหู เตือนผู้บริโภคเลิกกินเนื้อหมูดิบก่อนสายเกินแก้ ระบุสุดอันตรายถึงขั้นทำลายสมองจนเสียชีวิต
    (13ก.ย.) อันตรายจากเนื้อหมูดิบจนถึงขั้นหูหนวกรายนี้ได้รับการเปิดเผยจาก รศ.พ.ญ.นิรมล นาวาเจริญ หัวหน้าหน่วยโสตประสาทวิทยา ภาควิชา โสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้รับรักษาผู้ป่วยมีอาการหูหนวก อันเนื่องมาจากกินเนื้อหมูดิบ
    รศ.พ.ญ.นิรมล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กันยายน ที่ผ่านมา ได้รับตัวนายทร สิงคะ อายุ 74 ปี ราษฎรใน อ.หางดง จ.เชียงใหม่ เข้ารับการรักษาโดยมีอาการวิงเวียนศีรษะ อาเจียน เมื่อสอบถามประวัติทราบว่าเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา นายทร ได้ไปกินหมูกระทะที่ร้านแห่งหนึ่ง โดยกินเนื้อหมูและเครื่องในเข้าไป หลังจากนั้นได้มีอาการเวียนศีรษะและมีไข้สูง ญาติได้นำตัวส่งโรงพยาบาลเอกชน แต่หลังจากนั้นอาการก็ไม่ดีขึ้น
    จากนั้นญาติจึงนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โดยจากการสแกนสมอง (ซีทีสแกน) พบว่า เยื่อหุ้มสมองอักเสบและหลังจากนั้นในวันที่ 6 กันยายน ผู้ป่วยมีอาการหูขวาเสื่อมและเป็นอัมพฤกษ์ กระทั่งวันที่ 9 กันยายน ผู้ป่วยมีอาการสมองบวม หูขวาเสื่อมรุนแรง หูซ้ายตึงเล็กน้อย จากการเพาะเชื้อจากน้ำที่เจาะจากไขสันหลังพบว่าในสมองมีเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" (Streptococcus suis) ซึ่งเป็นเชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในหมู ล่าสุดแพทย์ได้ให้ยารักษาจนอาการอัมพฤกษ์เริ่มดีขึ้น แต่อาการหูหนวกหูตึงไม่สามารถรักษาได้
    รศ.พ.ญ.นิรมล กล่าวว่า เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวเป็นเชื้อที่อยู่ในโพรงจมูกและต่อมน้ำลายของหมู เชื้อดังกล่าวพบได้ในหมูทั่วไปจนกลายเป็นเชื้อประจำถิ่น เมื่อหมูอยู่ในภาวะเครียด เช่น อยู่ในที่แออัด อากาศชื้นหรือหนาวจากฝนตกหนัก ภูมิคุ้มกันของหมูจะลดลง เชื้อดังกล่าวจึงฉวยโอกาสเข้าสู่กระแสเลือดทำให้หมูป่วยหรือตาย ส่วนเชื้อดังกล่าวเข้าสู่คนได้ 2 วิธี คือ เมื่อร่างกายคนมีแผลไปจับต้องหมูและกินเนื้อหมูหรือเลือดสด
    อาการของผู้ที่ได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้ถือว่ามีความรุนแรงและน่ากลัว โดยเมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้าสู่กระแสเลือดและเข้าไปสู่เยื่อหุ้มสมองจนเกิดอาการเยื่อหุ้มสมองอักเสบอย่างรวดเร็ว ภายใน 3 วันหลังจากผู้ป่วยได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ เนื่องจากเยื่อหุ้มสมองอยู่ใกล้กับปลายประสาทหูชั้นในทั้งสองข้าง เชื้อจึงลุกลามและทำให้เกิดหนองบริเวณปลายประสาทรับเสียงและประสาททรงตัว ทำให้หูตึงและหูหนวกร่วมกับอาการเวียนศีรษะและเดินเซ อาการทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นภายใน 14 วัน หลังจากเริ่มอาการไข้
    อย่างไรก็ตาม ความน่ากลัวของเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ไม่เพียงแต่ทำให้หูหนวกและสูญเสียการทรงตัว แต่หากผู้ป่วยเข้ารับการรักษาช้าอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียทำลายเยื่อหุ้มสมองจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โดยหากไม่ได้รับการรักษาผู้ป่วยจะเสียชีวิตภายใน 14 วัน หลังจากรับเชื้อ
    รศ.พ.ญ.นิรมล กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพราะต้องการให้ประชาชนได้ตระหนักถึงอันตรายของการบริโภคเนื้อหมูดิบเพราะปัจจุบันยังมีประชาชนอีกเป็นจำนวนมาก นิยมบริโภคเนื้อหมูดิบอยู่เป็นจำนวนโดยเฉพาะลาบดิบและหลู้เลือด หากต้องการกินลาบต้องทำให้สุก เพราะเชื้อดังกล่าวจะถูกทำลายด้วยการต้มสุกและการซื้อเนื้อหมูให้สังเกตหากมีสีคล้ำ หรือราคาผิดปกติควรหลีกเลี่ยง
    ทั้งนี้ ในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา จากการเก็บข้อมูลของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ พบผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวจำนวน 74 ราย มีตั้งแต่อายุ 17-74 ปี ทั้งนี้การติดเชื้อขึ้นอยู่กับภูมิคุ้มกันของร่างกาย หากร่างกายอ่อนแอ โอกาสติดเชื้อก็มีมาก ขณะเดียวกันจากการออกสำรวจเขียงหมู 100 แห่งใน จ.เชียงใหม่ พบเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ถึงร้อยละ 20
    ด้านนายสมศักดิ์ พรหมมหาราช อายุ 46 ปี ลูกจ้างประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในผู้ที่ติดเชื้อแบคทีเรีย "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" จนหูหนวกถาวรทั้งสองข้าง เล่าว่า ปกติเป็นคนชอบกินลาบหมูดิบเป็นประจำ กระทั่งเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2548 กินลาบหมูดิบกับเพื่อนตามปกติ หลังจากนั้นเพียง 3 วันมีอาการไข้สูง เวียนศีรษะ อาเจียน จนลุกไม่ขึ้น ญาติต้องหามส่งโรงพยาบาล แพทย์ผู้ให้การรักษาระบุว่าติดเชื้อ "สเตรปโตคอคคัส ซูอิส" ในร่างกาย หลังจากนั้นอีก 5 วันในหูมีเสียงดังตลอดเวลา และตรวจพบว่าหูทั้งสองข้างรับเสียงเกิน 90 เดซิเบล ซึ่งหมายถึงหูหนวกถาวร "1 ปี 8 เดือน หลังจากหูหนวกการใช้ชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก ในช่วงแรกเดินแทบไม่ได้เพราะการทรงตัวไม่ปกติ เดินเหมือนคนเมา ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ได้ต้องเดือดร้อนเพื่อนที่ทำงานและญาติรับส่ง แต่ระยะหลังเริ่มปรับตัวขี่จักรยานยนต์ได้แต่เหลียวหลังไม่ได้ จึงอยากฝากเตือนผู้ที่กินลาบหมูดิบหรือเนื้อหมูดิบให้เลิกก่อนจะสายไปกว่านี้และหู หนวกเหมือนกับผม" นายสมศักดิ์ กล่าว
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD width=8>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>[​IMG]</TD><TD></TD><TD></TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE width="100%" border=0><TBODY><TR><TD align=middle><!-- open banner center 1 --><!-- <OBJECT classid="clsid:D27CDB6E-AE6D-11cf-96B8-444553540000" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,0,0" WIDTH="468" HEIGHT="60" id="perfect.swf" ALIGN="">


    <EMBED src="/imgs/ads/propertyperfect/perfect.swf" quality=high bgcolor=#FFFFFF WIDTH="468" HEIGHT="60" NAME="propertyperfect" ALIGN="" TYPE="application/x-shockwave-flash" PLUGINSPAGE="http://www.macromedia.com/go/getflashplayer"></EMBED> </OBJECT> --><!-- open banner center 2 --></TD></TR></TBODY></TABLE>
    </TD><TD vAlign=top width=215><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=210 align=left border=0><TBODY><TR><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>
    <!-- open banner right1 --><!-- [​IMG]
    [​IMG]
    [​IMG]
    --><!-- close banner right1 -->​
    </TD></TR><TR><TD><!-- Open ข่าวเกี่ยวข้อง --><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=206 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=13>[​IMG]</TD><TD width=180 background=/images/images-rele/withn_102.jpg>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>[​IMG]</TD><TD background=/images/images-rele/withn_108.jpg> </TD><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><!-- Close ข่าวเกี่ยวข้อง --></TD></TR><TR><TD><!-- open คอลัมภ์ เด่น --><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=206 align=center border=0><TBODY><TR><TD width=17>[​IMG]</TD><TD width=168>[​IMG]</TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top background=/images2006/rc_06.jpg>[​IMG]</TD><TD vAlign=top><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=168 border=0><TBODY><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD width=40>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD height=8></TD><TD></TD></TR><TR><TD>
    [​IMG]
    </TD><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD vAlign=top background=/images2006/rc_07.jpg>[​IMG]</TD></TR><TR><TD>[​IMG]</TD><TD background=/images2006/rc_09.jpg> </TD><TD>[​IMG]</TD></TR></TBODY></TABLE><!-- close คอลัมภ์เด่น --></TD></TR><TR><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD><!-- <table width="206" border="0" align="center" cellpadding="0" cellspacing="0"> <tr> <td width="17">[​IMG]</td> <td width="182">[​IMG]</td> <td>[​IMG]</td> </tr> <tr> <td valign="top">[​IMG]</td> <td valign="top" background="/images2006/rs_05.jpg"><marquee behavior="scroll" direction="up" height="138" scrollamount="1" scrolldelay="30" truespeed="truespeed" onmouseover="this.stop()" onmouseout="this.start()"> <table width="182" border="0" cellspacing="0" cellpadding="0"> <tr> <td width="50" height="20" valign="top">04:12 น.</td> <td valign="top" class="Text">รูนีย์อดไปบอลโลก</td> </tr> <tr> <td height="20" valign="top">04:12 น. </td> <td valign="top" class="Text">แบล็คเบิร์นชนะเชลซี</td> </tr> <tr> <td height="20" valign="top" class="style3">23:28 น. </td> <td valign="top" class="Text">ผจก.ทีมอังกฤษ</td> </tr> <tr> <td height="20" valign="top">22:06 น. </td> <td valign="top" class="Text">ซีดาน แขวนสตั๊ด </td> </tr> <tr> <td height="20" valign="top" class="TextRed">21:53 น. </td> <td valign="top" class="Text">ผลฟุตซอลเอเชีย</td> </tr> <tr> <td height="20" valign="top" class="TextRed">21:36 น. </td> <td valign="top" class="Text">ปู่ติ๊กทวงสิทธิ์</td> </tr> <tr> </tr> </table> </marquee> </td> <td valign="top">[​IMG]</td> </tr> <tr> <td>[​IMG]</td> <td background="/images2006/rs_08.jpg"> </td> <td>[​IMG]</td> </tr> </table> --></TD></TR><TR><TD>[​IMG]</TD></TR><TR><TD vAlign=top>
    <!-- open banner ringh 2 --><!-- [​IMG] [​IMG]
    [​IMG] [​IMG]
    --><!-- close banner ringh 2 -->​
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR><TR><TD vAlign=bottom bgColor=#e2e2e2>[​IMG]</TD><TD vAlign=top> </TD></TR></TBODY></TABLE><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=1003 border=0><TBODY><TR><TD><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=1003 border=0><TBODY><TR><TD vAlign=bottom><TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 border=0><TBODY><TR><TD width=20> </TD><TD class=Text vAlign=center>สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 <!--BEGIN WEB STAT CODE----><SCRIPT language=javascript1.1> page="main_level3";</SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.1 src="http://truehits.gits.net.th/data/m0023375.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://tracker.truehits.net/func/th_donate_1.4.js"></SCRIPT><SCRIPT src="http://tracker.truehits.net/func/th_common_1.4.js"></SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.2>sv=1.2;ss=screen.width+'*'+screen.height;sc=(bn=='MSIE')?screen.colorDepth:screen.pixelDepth;if(sc==udf){sc='na';}</SCRIPT><SCRIPT language=javascript1.3>sv=1.3; </SCRIPT>[​IMG] <!-- END WEBSTAT CODE -->
    <SCRIPT language=javascript1.1> x2="[​IMG]"; document.write(x2+x3); </SCRIPT>[​IMG] </TD></TR></TBODY></TABLE></TD><TD>
    [​IMG]
    </TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE>



    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...