ก็เพราะจักรวาลคือคู่ขนาน

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย ต้นธาร11, 3 สิงหาคม 2018.

  1. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ถ้าหากจะกล่าวถึง"ความรัก" ในทัศนะของนักสสารวิทยาคงต้องบอกว่า ความรู้สึกที่มนุษย์เรียกว่ารักนั้นคงมาจากสารเคมีในสมอง
    .
    แต่ถ้าอนุมานว่า...แล้วถ้าเราไม่มีร่างกายละ สารเคมีที่ให้กำเนิดนิยามคำว่ารักมาจากไหน.
    .
    ประเด็นในการโต้แย้งถูกจำกัดความเป็นจริงอันประกอบด้วยเวลาและประสบการณ์อันน้อยนิดนี้ ..ของพวกเราแต่ให้คำจำกัดความถึงสิ่งที่ยิ่งใหญ่เหนือกว่ากาลเวลา ว่านี้คือความจริงของ"ความรัก"
    .
    .
    มนุษย์กำเนิดในครรภ์และได้รับสายสัมพันธ์มาตั้งแต่เกิด..การอบรมเลี้ยงดูยิ่งผูกสายสัมพันธ์นี้เหนียวแน่นขึ้น
    .
    เราคือสายสัมพันธ์แห่งการคาดหวัง"ในความรัก"
    .
    พวกเราได้รับความรักที่มากมายตั้งแต่อยู่ในครรภ์และเป็นความรักที่พวกเราไม่ต้องตอบแทนกลับไปสะด้วย..ในผลต่างตอบแทนที่จะโต้แย้งนี้อาจเกิดขึ้นได้จากการอบรมเลี้ยงดู สังคม หรือวัฒนธรรม...
    .
    แต่เป็นไปได้สักเพียงไหน!....
    .
    ที่พวกเราสร้างรูปแบบความรัก และการดำรงอยู่เพื่อเรียกร้องความรักที่เป็นของเราตั้งแต่เกิด จากบุคคลอันไม่ปรากฎสายสัมพันธ์กับเราเลย...
    .
    พวกเราคาดหวังความรักที่สมบูรณ์อย่างที่มารดามอบให้เราผ่านสายสัมพันธ์นั้น จากบุคคลอื่น....
    .
    มันคือความ"คาดหวัง"ที่พวกเรา"คาดเดา"ว่าฉันจะได้ครอบครองความรักที่สมบูรณ์แบบ..นั้น
    .
    และนี้คือมหากาพย์เพื่อพิสูจน์ตัวเองว่ามันมีจริงและมันเป็นของฉันตราบเท่านิรันดร์จะปรากฎ.
    .
    ความรักของพวกเรา...มันเป็นจุดเริ่มต้นและจุดจบสำหรับหลายๆคน แต่การเดินทางในการ"ความหวัง"นี้สิ....จะใช้เวลาสักเท่าไร...
    .
    คำตอบของมันอยู่ที่ว่าเราพยายามที่จะพิสูจน์มันจากบุคคลอื่น.. ใช่หรือไม่?
    .
    แล้วถ้าคำตอบถูกเปลี่ยนเป็นเราได้รับแล้วละ ! จากใคร..เมื่อไร ...อย่างไร...
    .
    ความเข้าใจอันลึกซึ้งต่อความคาดหวังนี้จะหมดไปหรือไม่..
    .
    ถ้าไม่ละเราก็เดินต่อและหวังว่าจะได้ครอบครอง...แต่ถ้าใช้เราพร้อมจะหยุดมองดูหรือยัง...ว่าสิ่งที่ไม่มีข้อเสนอแลกเปลี่ยนนี้....จากใคร....เมื่อไร....หรืออย่างไร...
    .
    .
    หวังว่าคำนิยามที่พวกเรากำกับไว้..กับความเป็นจริงของความรักสำหรับหลายๆคน...จะสวยหรูสำหรับกำลังใจ..ที่เป็นอยู่.........
    .
    ขอให้เดินทางโดยปลอดภัย..พบกับจุดหมายในเวลาที่เป็นจริง...
    .
    ....
     
  2. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    นี่แสดงถึงความเป็นเหตุของจิต...เราจึงทราบว่าจิตไม่ได้เป็นผลของสสารอย่างเดียวในชั้นแรกสสารให้กำเนิดจิตและกำหนดความนึกคิด..
    .
    แต่เมื่อจิตพัฒนาไปสู่ระดับสูง..มันก็กลับเป็นเหตุของสสารได้
    .
    มนุษย์จึงสามารถดัดแปลงสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสมกับความเป็นอยู่ของตัวเขา
    .
    และด้วยประการฉะนี้...วิวัฒนาการของร่างกายมนุษย์จึงสิ้นสุดลง
    .
    คงมีก็แต่การเปลี่ยนแปลงของปริมาณเล็กๆน้อยๆในร่างกายเท่านั้น....มนุษย์จะไม่ให้กำเนิดพันธุ์ใหม่ต่อไปอีก
    .
    จากหนังสือ"ปัญญาวิวัฒน์".โดยพ.อ.สมัคร บุราวาส.หน้า86.ย่อหน้าที่หนึ่ง.
    ,...............................................................................
    ..............................................................................
    .
    พวกเราเปลี่ยนแปลงธรรมชาติ เพื่อให้เหมาะสมกับการดำรงอยู่ของพวกเรา
    ..
    ธรรมชาติเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อความอยู่รอด
    ..
    พวกเราเปลี่ยนแปลงตัวเองน้อยมากเพื่อการอยู่รอดในธรรมชาติที่กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างรวดเร็ว
    .
    ใครจะรอด..ใครจะถึงเส้นชัยก่อน..พวกเราจะเปลี่ยนแปลงเร็วพอที่จะดำรงอยู่ร่วมกับธรรมชาติไหม..
    .
    ???
     
  3. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +312
    ธาตุรู้ นี้เป็นปัจจุบัน ระลึกถึง ลม หรือ พ่อ แม่ นี้เป็นอดีต อยู่ในเหตุแห่งสัญญา

    การระลึกถึงก็คือ สติ ในทิศทั้ง 6 พ่อ แม่ อยู่ทิศเบื้องหน้า คือการตอบแทนคุณ

    เมื่อระลึกถึง เหตุที่มา และมีเบื้องหน้าในการตอบแทนคุณ สติจึงมีทั้งที่มาและที่ไป

    หรือเรียกได้ว่า สติ + เหตุ ผล ในส่วนของเหตุผลนี้ก็เป็น ปัญญา จึงมีส่วนแห่งสัมมาทิฏฐิ

    คือ พ่อ แม่ มี บุญมี บาปมี มีเหตุที่มาและมีเหตุที่ไปทำให้มีศรัทธาในเรื่องของกฏแห่งกรรม

    การตอบแทนคุณในเบื้องหน้า ก็เป็น จาคะ คือการเข้าพบเพื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

    จะเป็นตรงกันข้ามกับ หึงหวง ตระหนึ่ ที่เป็นคนละโคจร เป็นการทวงของเก่า
    หึงหวงไม่อยากเสียอะไรไป เป็นการวกกลับไปเข้ากับเรื่องในอดีต
    ไม่ได้มองเห็นการเกื้อกูลกันเพื่ออนาคต หากอยู่ด้วยกันก็ทะเลาะกันแต่ในเรื่องเก่าๆ
    เมื่อมีเหตุทะเลาะกันแต่ในเรื่องเก่าๆ ซ้ำซาก จำเจ ต่อกัน ย่อมมีความเบื่อหน่ายที่จะอยู่ร่วมกัน
    เป็นการจมอยู่กับใน เหตุ ซึ่งคนละอย่างกับ มี เหตุ และ ผล

    พอมาสังเกตรวมๆ ก็เป็น ศรัทธา ปัญญา จาคะ ศีล พอๆกันจึงเกิดความรักต่อกันได้

    สิ่งที่คู่ขนานกัน ก็คือ อดีต และ อนาคต เหตุแบบนี้มี ผลแบบนี้จึงมี

    หากแต่ว่า ไม่มีตั้งแต่ ระลึกลม ระลึกคุณ ย่อมไม่มีสติตั้งแต่ออกเริ่ม
    เมื่อทางเริ่มไม่มี เหตุ ผล ก็ย่อมไม่มีไปโดยปริยาย คุยกันไปย่อมคุยกันไม่รู้เรื่อง

    มีเหตุ ผล ย่อมมีความมั่นคง กว่า ไม่มีเหตุผลที่เลื่อนลอย การขนานกันไปย่อมมั่นคง ต่างกัน

    เรื่องรักในศาสนาพุทธ กล่าวไว้ได้ครอบคลุมไว้หมดแล้ว ศรัทธา ปัญญา จาคะ ศีล นี้หละ
    จะไม่ใช่การเชื่อแบบลอยๆ เชื่อแบบงมงาย เชื่อแบบขาดสติ


    giphy-1.gif
     
  4. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ความรักกล่าวถึงเหตุตามมาด้วยผล....กล่าวต่ออีกว่าจงใช้ปัญญาซิ.....แล้วศรัทธาในรักที่แท้จริงจะปรากฎ....
    ..
    นั้นเป็นปัญญาที่แน่แท้เห็นเช่นกัน.
    .
    เหตุแต่ต้นเปลี่ยน..ผลจะเอาคงเดิมคงไม่ได้.
    .
    ปัญญาถามว่า..แน่ใจหรือ
    .
    .เราตอบว่า..แน่ใจซิ
    .
    ปัญญาถามเราต่อว่า...เช่นนั้นเหตุไม่มี..ผลจะมีไหม.
    .
    ผลจะมีก็ย่อมต้องมีเหตุที่สอดคล้องสิ.
    .
    แล้วผลที่ท่านเห็นในปัจจุบัน..มีเหตุเกิดมาจากอะไร
    .
    ความโง่ของเราเองมองความรักจำกัดเฉพาะผลหมายว่าจะทำให้ดีที่สุด
    .
    ถ้าท่านตอบว่าผลที่ปรากฎแด่ท่าน.ถูกจำกัดแค่ความโง่เช่นนั้นควรทำเช่นไร
    .
    เราตอบกลับ เรามองเช่นปัจจุบันรักเรามิได้เกิดแต่อดีตหรือคาดหวังในอนาคต
    .
    เช่นนั้น...ท่านคงต้องหาเหตุอันเป็นผลต่อเนื่องในปัจจุบันว่าเพราะอะไร..ถึงจะดับรักอันโง่งมนี่ได้
    .
    เราจะใช้ปัญญาเพื่อหาเหตุ..อันจะส่งผลมาแต่เรา.เมื่อดับเหตุแล้วผลคงไม่ปรากฎ...

    .
    .
     
  5. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +312
    ความจำ และ ความหมาย ยังไม่ใช่ข้อจำกัด ข้อจำกัดนั้นคือเอามาเป็นแต่เฉพาะตน
    ความจำ และ ความหมาย คือข้อที่สามารถมีเพิ่มขึ้นได้เรื่อยๆแบบต่อเนื่อง ตามกำลัง สติ

    หาก รัก คือ ความโง่งม รักนั้นย่อมเป็นรักที่ ไม่มีสติ อะไรเลย รักแบบลุ่มหลง หัวปักหัวปำ

    อาจจะเพราะผมเป็นผู้มาเรียนรู้เฉยๆนะ ผมเลยแทบจะไม่ได้ ละ อะไรเลย ไม่ได้รีบหลุดพ้นด้วย

    ปัจจุบัน ก็ สืบเนื่องกับปัจจุบัน / รู้ ก็อยู่กับ รู้
    ส่วน เหตุ อดีต นั้นมีผลต่อเนื่องกับอนาคต เป็นทางผ่านให้เรียนรู้ไปเรื่อยๆ เป็นผลพวง

    หากผมต้องหาเหตุเก่ามาต่อเนื่องกับปัจจุบัน
    อันนั้นผมคงจะหลงว่า ตัวรู้ก็มีเหตุมาจากสัญญา เป็นการสำคัญ ตนมีในสัญญา สัญญามีในตน

    เรื่อง ผลหมาย ผมมองว่าคำนี้ ผล นี้ก็ส่วนหนึ่ง เรื่อง ตัวหมาย นี้ก็ส่วนหนึ่งครับ
    ต้นไม้ก็มีลำดับการเจริญเติมโตของมัน จากเหตุนี้ ไปสู่ผล

    ส่วนตัวหมาย นี้คือ ตัวตั้งเป้าเอาไว้ เป็นความอยาก แต่ก็เป็นอธิษฐานบารมีได้
    และการตั้งเป้าหมายเอาไว้ในทางที่ดี ผมว่าก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดอะไรที่จะต้องให้ไปละ

    หากเป้าหมายนั้นมัน ชั่วจริงๆ อันนั้นพอจะสมควรให้ละเหตุ

    ปัจจุบัน (อดีต+อนาคต) ตอนนี้ผมอยู่หลักสูตรนี้ครับ
    (อดีต+ปัจจุบัน+อนาคต) ผมไม่ได้ใช้หลักสูตรนี้ครับ
     
  6. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ดีค่ะอยู่กับปัจจุบันดีที่สุด
     
  7. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ตอนเด็ก..เราเติบโตมาในทุ่งลาเวนเดอร์...
    .
    แต่ตอนนี้เป็นทุ่งข้าวสาลี..และกำลังจะระเบิดตู้ม.กลายเป็นโกโก้ครัน
    .
    .
    มันอร่อยไหม
    .
    ไม่รู้ซิ...
    .
    ข้าวสาลีทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง..แต่ทำไมจะต้องเป็นโกโก้ครันด้วย
    .
    มันง่ายมั่งกับการเลือก..อะไรที่สรุปและพร้อมจะเสนอให้ทุกคนในรูปแบบเดียวกัน
    .
    ข้าวสาลีของพวกเราจะต้องกลายเป็นโกโก้ครันเท่านั้นหรือ
    .
    .
    สาธุ...ขออย่าให้มันระเบิดเลยเราไม่ชอบโกโก้ครัน
    .
    งั้นเธอคงต้องรีบเก็บเกี่ยวรวงข้าวแล้ว..!!
     
  8. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ที่ที่เราจากมา..เวลาไม่มีจริง!!!!
    .
    เราเดินทางย้อนกลับได้แต่ไม่ใช่ร่างกาย
    .
    .
    แต่ตอนนี้เธอยังมีอยู่ เวลาจึงเป็นจริงสำหรับเธอ
    .
    เวลาทางร่างกายจะเป็นของเธอและในทุกๆวินาทีที่เธอหยุดดูลมหายใจเราจะใช้เวลานั้นร่วมกัน.
    .
     
  9. Fallenz

    Fallenz ○~กษิติครรภ์โพธิสัตว์~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +73
    :D :D :D
     
  10. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ไม่มีเราไม่ใช่ใคร
    .
    ไม่เคยมีเราและไม่เคยมีใคร
    .
    ตกลงถ้ายังถามว่าเราคือใคร?และเราไม่ใช่ใคร
    .
    นั้นก็เพราะยังมีเราและมีใครอยู่
    .
    !!
     
  11. Fallenz

    Fallenz ○~กษิติครรภ์โพธิสัตว์~●

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    63
    ค่าพลัง:
    +73
    ก็นั่นสินะคับ :D
     
  12. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +312
    การหยุดอยู่ หรือ การไม่เคลื่อนตัว ก็คือความสงบ เป็นสุข เป็นปัจจุบัน เป็นธาตุรู้

    มีการเคลื่อนตัว ย่อมมีระยะทาง เมื่อมีระยะทาง ย่อมมีเวลา
    ลักษณะการเคลื่อนตัวนั้นก็ยังเป็น อดีต + อนาคต ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา
    เป็นทุกข์ คือเป็น อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

    ปัจจุบัน (อดีต+อนาคต) หรือ รู้ (เห็น) หรือ สุข(กองทุกข์)

    ผู้ใดเห็นทุกข์ ผู้นั้นเห็นธรรม

    แต่ก็ไม่มีความจำเป็นอะไรๆ ที่จะต้องไปปฏิเสธ สมมุติ ว่ามันเป็นของที่ไม่มีจริง
    มันมีอยู่จริงในแบบของมัน มันเป็นไปในแบบของมัน ไม่ใช่ว่าจะไม่ได้มีอะไรอยู่เลยจริงๆ


    ตัวอวิชชา ที่เป็นปฏิจสมุทบาท กระบวนการทุกข์ ก็คือตัว เห็น แต่ปัจจุบัน ที่เป็น ธาตุรู้

    นั้นเรายังรู้ไม่เท่าทัน ตัวเห็น จึงถูก อวิชชา ครอบงำ ไปโดยปริยาย

    ธาตุรู้ นี้เปรียบเสมือน ข้าวสาลี
    ตัวเห็น นี้ก็เปรียบเสมือน โกโก้ครั้นช์

    หากเป็นความเห็น พระอริยะเจ้าท่านกล่าว นั้นก็เป็นไปได้ที่จะไม่เป็นโกโก้ครั้นช์
    หากแต่เมื่อผ่านความเห็น ปุถุชน คือยังไง ยังไงเสียก็ออกมาเป็นโกโก้ครั้นช์ได้อยู่ดีนี้หละ
    นอกเสียจาก ปุถุชน บุคคลนั้นๆจะแอบยกระดับตัวเองว่าความเห็นเรานี้ก็คงจะพอๆกับพระอริยะ

    ความจริงไม่ได้อยู่ตรงที่ว่า เราชอบ หรือ ไม่ชอบ
    เพราะความชอบ/ไม่ชอบเป็นเรื่อง จริต หรือ นิสัย
    ผ่านมาแบบไหน ก็ยังอยู่ในตัวเห็นที่คุ้นเคยที่เป็นไปในแบบนั้นๆ
    คุ้นเคยที่ตรงนี้ก็เห็นดีเห็นงามไปตาม ไม่คุ้น่เคยก็ยังไม่เห็นดีเห็นงาม
    ก็ยังอยู่ในกระบวนการ โกโก้ครั้นช์ นี้หละ ยังเป็นกระบวนการที่ปรุงแต่งได้อยู่

    หากจะออกมาในรูปแบบใหม่ นั้นย่อมเป็นไปในแบบกลางๆ
    ไม่ได้เอียงไปในความชอบและไม่ชอบ ที่เป็นนิสัยที่มีมาแต่เดิม

    ทางสายกลาง จึงเป็นทางแห่งความสร้างสรรค์
     
  13. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    ในตัวเราเป็นห้องโถง...ขนาดใหญ่..กว้างสุดประมาณด้วยความรู้สึก..
    .
    เราชอบไปแอบหลับในนั้น..มันทำให้เรารู้สึกสงบขึ้น.เวลาเหนื่อยๆ..กับการต้องคุยกับคนเยอะๆ
    .
    บางครั้ง..เวลาเรารู้สึกกลัวมาก..เราก็เข้าไปเพราะในนั้นมีพระอยู่..มีครูบาอาจารย์ที่นับถือ..มีคนที่เราศรัทธา..มีคนที่เรารัก..มันทำให้เรารู้สึกปลอดภัย...และความกลัวก็จะหายไป.
    .
    ในนั้นเป็นโลกภายในของเรา..และเราสร้างขึ้นมาเอง..
    .
    ปลอดภัย.เงียบ.และน่านอนเป็นที่สุด
     
  14. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    แม่เรายื่นกระดาษให้เราหนึ่งแผ่น..แม่บอกมันสำคัญมากในชีวิตลูก..แล้วแม่ก็เงียบ
    .
    เราจ้องมองจุดดำ..จุดเล็กๆ.บนกระดาษนั้นเป็นสัปดาห์
    .
    แม่กลับมาถามเราว่าเห็นอะไร
    .
    เราตอบแม่ตามตรง..เรามองเห็นแต่จุดดำเล็กๆบนกระดาษนอกนั้นไม่เห็นอะไรเลย
    .
    แม่เลยยื่นดินสอให้เรา แล้วบอกว่าจะทำอะไรกับจุดดำนั้นก็ได้
    .
    ตอนนี้เรามองเห็นพื้นที่สีขาวแล้วเราจะวาดไดโนเสาร์.กำลังอ้าปากงับ จุดสีดำให้เหมือนกินถั่ว.
    .
     
  15. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +312
    หากร่างกายของผมเป็นกระดาษ ผมจะรู้จักกระดาษทั่วทั้งแผ่นหรือเฉพาะบางส่วน
    นั้นขึ้นอยู่กับ สัมปชัญญะ ของผมนั้นมีทั่วถึงหรือไม่ทั่วถึงร่างกาย

    ในร่างกายจะมีอยู่ จุดๆหนึ่ง เป็นจุดเล็กๆเป็นธาตุรู้ จากจุดเล็กๆที่ตรงนี้หละ
    แต่สามารถควบคุมได้ว่าจะให้ไปทำอะไรหรือไม่ให้ไปทำอะไร

    หากจุดในกระดาษ เปรียบเสมือน ธาตุรู้
    กระดาษทั้งแผ่น เปรียบเสมือน ร่างกาย

    ดำเนินการแบบเริ่มจากจุดเล็กๆ

    หากพื้นที่กระดาษสามารถครอบคลุมจุด จุดนั้นจะกลายไปเป็นเนื้อเดียวกันกับกระดาษ

    หากแต่ว่า จุด นั้นไม่ใช่ตัวเดียวกันกับกระดาษ ก็จะเป็นเสมือน หยดน้ำบนใบบัว
    มีมิติในทางมุมมอง ที่มีตื้น และ ลึก จะมิใช่กว้างขวางแต่กลายไปเป็นเนื้อเดียวกันหมด

    ความหนาแน่นที่ไม่เท่ากัน ย่อมจะไม่ไปผสมกันจนเป็นเนื้อเดียวกัน

    วรรณะ ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้ เมื่อถูกผสมกลมกลืนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

    วรรณะ ย่อมเกิดขึ้นได้ เมื่อจุด และ กระดาษไม่ใช่เนื้อเดียวกัน เพียงแต่ทำงานด้วยกันได้
    โดยมี จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว

    เคยได้คุยกับหลวงพี่องค์หนึ่ง แต่ตอนนี้เป็นฆราวาสไปแล้ว *-*
    ท่านเป็นแนวๆช่าง ท่านว่าเวลาเครื่องใช้ที่เป็นพลาสติก เช่น ถังน้ำหรือถังขยะ อะไรพวกนี้
    เกิดการแตกหักนะ คนส่วนใหญ่มักจะทิ้งไป แต่หลวงพี่จะยังไม่ทิ้งเพราะมันซ่อมได้
    เราเพียงแต่หา เศษ พลาสติกที่คล้ายๆกันนำมาโดนความร้อนแล้วแปะติด
    แล้วมันก็จะกลมกลืนกลายไปเป็นเนื้อเดียวกันเอง

    แต่ในเรื่องกระดาษกับจุดนี้ก็มีอีกมุมมองหนึ่ง
    คือบุคคลผู้เพ่งอยู่ในโทษผู้อื่นก็
    เสมือนกับการมองจุด ทำให้มองไม่เห็นความดีผู้อื่นในส่วนอื่น
    มองเห็นแต่จุดเห็นแต่ในส่วนที่เป็นโทษอยู่อย่างนั้น ทำให้มีมุมมองที่คับแคบ

    โดยรวมทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็เป็น ศิลปะ ทางมุมมอง จะตีความหมายเดียวก็คงไม่ได้
    ก็ขึ้นอยู่กับผู้มอง ว่ามองแล้วเกิดการเห็น เหตุ ผล ในแง่ไหน
    หากมองเป็นคุณ ก็เป็นคุณกับผู้มอง หากมองเป็นโทษ โทษนั้นก็ย่อมติดอยู่กับผู้มองนั้นเอง
     
  16. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    เรารู้จักกับเด็กผู้หญิงชั้นประถมศึกษาปีที่3. คนหนึ่ง
    .
    เธอเล่าเรื่องในความฝันของเธอให้เราฟัง
    .
    และเล่ามาเป็นสัปดาห์ที่2 แล้ว แต่ยังไม่จบ
    .
    มันทำให้เรารู้เลยว่า สำหรับเด็ก จินตนาการสำคัญกว่าความรู้
    .
    .
    แต่สำหรับคนที่อยากเป็นเด็ก...ความรู้ก็ยังสำคัญอยู่ดี....
    !!!!!!
     
  17. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    กินก๊วยเตี๋ยวใช้ตะเกียบหรือใช้ช้อนดี?
    .
    .
    ถ้ามันยุ่งยากขนาดต้องถาม. ก็เปลี่ยนมากินอย่างอื่นเถอะ!
    .
    เธอไม่ต้องถามและไม่ต้องการคำตอบจากทุกเรื่องหรอก
    แค่เธอใช้มันอย่างที่เคยใช้ก็พอ
    .
    เราไม่ได้ต้องการคำตอบ..เพียงเราเรียกร้องความสนใจจากเธอ
    .
    งั้นใช้ตะเกียบคีบเส้นและใช้ช้อนซดน้ำ...ที่รัก
     
  18. hyuga

    hyuga เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 มีนาคม 2017
    โพสต์:
    230
    ค่าพลัง:
    +312
    ระหว่าง ถามเพื่อที่จะตอบเอง กับ ถามเพื่อที่จะให้ผู้อื่นตอบ

    หากถามเพื่อที่จะตอบเองนั้นหากไม่เป็นอาจารย์ให้ตัวเองได้ ก็เป็นอาจารย์ให้ผู้อื่นได้

    ส่วนการถามเพื่อที่จะให้ผู้อื่นตอบ นั้นก็พอจะเป็นได้โดยประมาณซัก 3 แบบ

    1. เพื่อเปิดโอกาสทางความคิดให้ผู้อื่น ให้ฉุดคิดในเรื่้องใดเรื่องหนึ่ง
    2. เพื่อมองถึงข้อแตกต่างทางความเห็น เป็นการเพิ่มมุมมองหลายๆแบบ
    3. คำนึงถึงผู้ที่มีดีกว่าตัว

    ซึ่งในลักษณะการถามเพื่อให้ผู้อื่นตอบในแบบที่ 3 นั้น จินตามยปัญญา ประเภทนี้
    จะมีกับบุคคลที่มิ จิตริษยา ไม่ได้ เพราะบุคคลผู้มีจิตริษยานั้นมองเห็นใครที่ดีกว่าตัวเองไม่ได้
    การจะถามได้ต้องมีทุนที่เป็นไปในทางที่ดี ในแง่อนุโมทนา ซึ่งเป็น 1 ในบุญกิริยาวัตถุ 10
     
  19. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    เรามักจะหลีกเลี่ยงการโต้แย้งกับบุคคลอื่น..
    แต่เรามักจะโต้เถียงกับตัวเองตลอด
    .
    ไม่มีอะไรที่น่าศรัทธาที่แท้จริงหากไม่มีปัญญาในการพิจารณา
    .
    การเคารพรับฟังเสียงผู้อื่นด้วยความสงบนิ่ง...
    ไม่ใช่ว่าเราจะเชิ่อทุกสิ่ง.
    .
    ถ้าเราจะหยุดฟังเสียงอึกทึก...ด้วยมุมเงียบๆของตัวเอง..
    นั้นก็เป็นเพราะความสบายใจของเรา
    .
    การตัดสินว่าเสียงใดควรฟังหรือไม่ควรฟัง..ไม่ใช่เพราะเสียงนั้น..ดังกว่า หรือไพเราะกว่า
    .
    แต่มันเป็นเรื่องของเรา!!!!
    .
    .
    เสียงของความเงียบกำหนดรูปลักษณ์ไม่ได้..ต้องใช่ความเงียบสัมผัสด้วยตัวเอง!
    .
    ...สัมผัสด้วยคำถามและการอธิบายด้วยคำตอบไม่ได้
    .
    ไม่มีสัมผัสที่เราใช้อธิบายได้แต่เราเข้าใจว่ามีอยู่จริงด้วยการไม่ได้สัมผัส...
    .
    นั้นเป็นสิ่งแรกที่เราใช้อธิบายเรื่องเสียงของ"ความเงียบ"
    .
    .
     
  20. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 Active Member

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    83
    ค่าพลัง:
    +52
    เราออกข้อสอบให้เด็กนับร้อยด้วยข้อสอบเดียวกัน..
    และเราตัดสินให้คะแนนเค้าด้วยคำตอบของเรา.
    .
    หรือนี่เรากำลังปลูกต้นไทรในกระถางปูน
    .
    .
    .
    คำตอบของเรามันจะถูกต้องในเวลานี้แต่เมื่อ..เวลาผ่านไปคำตอบนี้กลับนำไปใช้แทบไม่ได้เลย.
    .
    ชีวิตของพวกเค้าถูกคำตอบที่เค้าไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ามันสำคัญอย่างไร..และมันนำไปใช้ได้อย่างไร..เป็นไกด์นำทาง.
    .
    และเราก็ไม่อาจให้คำตอบพวกเค้าจากสิ่งที่เราไม่เข้าใจได้เหมือนกัน
    .
    หรือนี้เรากำลังหลงทาง.
    .
     

แชร์หน้านี้

Loading...