ก็เพราะจักรวาลคือคู่ขนาน

ในห้อง 'จักรวาลคู่ขนาน' ตั้งกระทู้โดย ต้นธาร11, 3 สิงหาคม 2018.

  1. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    ถูกต้อง จึงนำเธอกลับมาสู่เนื้อหาสาระเดิม ต้องการมนุษย์และศักยภาพเพียงพอต่อการเปิด

    ทั้งหมดผ่านเธอและปรุงแต่งด้วยทำนองเดียวกับเนื้อหนังมังสาเช่นเดียวกับคุณ
     
  2. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    2,017
    ค่าพลัง:
    +1,072
    เนื้อหนังมังสาที่เกิดจากการปรุงแต่ง
    คือประตูสู่มิติความเป็นอมตะนิรันดร์
     
  3. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    .
    ภายนอกล้วนนิรันดร์ ภายในคุณจะว่างเปล่า จนมองเห็นว่าความนิรันดร์ไม่มีความหมายถ้าไม่ได้บอกลาสิ่งสุดท้ายที่คุณยึด คือ ตัวตนคุณเอง

    ตัวตนที่คุณยึดอยู่นั้นคือนิรันดร์ โยงไว้ด้วยเส้นสายมากมายหลายร้อยล้านเส้นทาง จนกว่าคุณจะปล่อยมือจากความนิรันดร์นั้น

    เมื่อคุณก้าวสู่ประตูนิรันดร์คุณอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีก เส้นทางนี้ยึดไว้ด้วยประสบการณ์มากกว่าหนึ่งตัวตน และทุกตัวตนล้วนค้นหาแก่นสารจำเพาะในหน้าที่

    การค้นพบปัจจัยที่ส่งผลให้คุณค้นพบหน้าที่เพื่อบรรลุสำเร็จสมประสงค์ทำให้เคลื่อนที่ช้าลงจนหยุดสงสัย และปิดประตูนั้น เพื่อเปิดประตูอีกบาน

    ที่เริ่มศึกษาจากภายใน
    .
    คุณจะรู้ว่านิรันดรไม่ใช่นิยายคลาสิกชวนประหลาดใจ แต่เป็นการเดินทางที่ไม่มีวันจบจุดประสงค์ และน่าเศร้าถ้าคุณยังสังเคราะห์ด้วยนิยายเหล่านั้น

    เรามาทีนี่ไม่ใช่เพื่อค้นพบนิรันดร แต่เพื่อจบนิรันดร
     
  4. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    2,017
    ค่าพลัง:
    +1,072
    นิรันดร์เข้าไปแล้วไม่มีจบ
    ไม่ใช่จบนิรันดร์อย่างที่คุณเข้าใจ
     
  5. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    สิ่งที่จบนั้นคือตัวคุณเอง สิ่งที่ปรากฎนั้นคือนิรันดร์
     
  6. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    2,017
    ค่าพลัง:
    +1,072
    นิรันดร์จะปรากฏไม่ได้เลย
    หากปราศจากการปรุ่งแต่ง
    ตัวคุณเองก็เช่นกัน
     
  7. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    เช่นนั้นแล้วสิ่งนี้ย่อมไม่มีความหมาย เพราะคุณก็ได้ก้าวเข้าสู่โลกสมมุติที่ปรุงแต่ง เทวะนิยายต่างๆ ไว้หลอกล่อให้คุณเดินสู่เส้นทางเดียวกัน
     
  8. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    2,017
    ค่าพลัง:
    +1,072
    เทวะนิยายเป็นเพียงทางผ่านสู่ประตูนิรันดร์
     
  9. ไร้คม

    ไร้คม เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    3 มิถุนายน 2020
    โพสต์:
    2,017
    ค่าพลัง:
    +1,072
    ขออภัยที่รบกวนเวลานอน
    อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าล่วงหน้า
    ฝันดีเช่นกัน
     
  10. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    13 ม.ค. 64
    .
    ขอบคุณ นี่คือบทเริ่มต้นของวันนี้
    .
    การเปรียบเทียบถึงความแตกต่างระหว่างมนุษย์มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ และคงเส้นคงวาอยู่เช่นนั้น

    การเคารพวิถี อย่างชนเผ่าทำให้เราหันหน้าเข้าหากันได้อย่างงดงาม

    ก่อนจะเกิดคำถาม ฉันขอสรุป....

    ทุกคนที่หันหน้าเพื่อที่จะได้พบธรรมะ ย่อมต้องเคารพการตัดสินใจที่เกิดขึ้นไม่ว่าบุคคลนั้นๆ จะดีงามหรือชั่วช้า แต่นี้คือวิถีแห่งการเคารพเจตจำนงแห่งการเรียนรู้ธรรมชาติ อย่างผู้เข้าถึงเจตนาที่พร้อมจะฝ่าฝันอุปสรรค จากอดีต และเข้าถึงสมการ เพื่อแปรสภาพให้เห็นหนทางที่สว่างสดใสรออยู่ข้างหน้า


    ***เราไม่ตัดสินใครด้วยรูปลักษณ์ หรือลักษณะผสมของชนเผ่า สิ่งนี้มีมานานแล้ว

    ***เราไม่นำเอาอดีตเป็นตัววัดความสำเร็จที่ยังต้องไขว้คว้า แต่เราเลือกเคารพเนื้อแท้ที่ค้นพบแล้ว ในวาระปัจจุบันนี้เท่านั้น

    ***เราไม่สนใจเสียงลือถึงสื่อ ในยุคสมัย เพราะนั่นก็ย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา


    ..สิ่งที่ท่านขอให้ช่วยย่อมไม่เกิดหากท่านไม่เคารพ..


    ***ทุกสิ่งบนโลกนำความเปลี่ยนแปลง มาสู่ตัวท่าน และจงตั้งใจฟัง สิ่งนี้มีอยู่แล้วไม่ได้ห่างเหินไปไกล ...

    ***เริ่มมาจากวลีเล็กๆ “เด็ดดอกไม้ก็พร้อมสะเทือนได้ถึงยอดภูเขาใหญ่”

    ***หากหัวใจดวงเล็ก พร้อมจะถูกเด็ดด้วยคำถาม หรือสมการที่ยังต้องการค้นหาคำตอบ

    .ดวงดาวนี้จะเป็นที่พักพิงที่ไม่อาจฟื้นตื่นจากความฝัน
    .โลกในนิทานจะแผ่ขยายไปไกลด้วยแรงริษยา

    .และดารามากมายบนฟ้าจะตกลงมาเกลื่อนพื้นปฐพี
    . แม้แต่ฤาษีก็ยังต้องหันหลังเข้าป่า เพื่อใช้เสียงสิงสาราสัตว์กลบเสียงร้องขอความช่วยเหลือของคนเป็น

    .โลกที่สมมุติจะไม่ได้มีอยู่เพียงในหน้ากระดาษ
    .และผู้ประกาศอิสรภาพจากโลกในนิยาย ก็พร้อมออกมาเดินขยายเรื่องราวบนพื้นดิน

    .ถิ่นอุดรจะคับคั่งไปด้วยฤาษีที่ไม่ยอมลงมาจุติบนพื้นโลก
    .โฉนดที่เคยวางแผนไว้จะเคลื่อนไปตามดวงดาว

    .ขุนเขาที่เคยวาดความสำเร็จจะพังครืน
    .คนนอนหลับจะตื่นมาโลดแล่นเพื่อเล่นเพลงสนุกสนาน

    .คนเล่านิทานจะถูกมายาครอบงำ
    .และสารถีผู้ขี่มังกรจะลงมาจุติแทนเธอ

    .บังลังค์ที่เคยว่างจากขุนเขาก็พร้อมเขย่าด้วยริษยาในกายใหม่

    .ลมหายใจจะถูกบดบัง ด้วยกำแพงทั้ง 4 ทิศ

    .สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเพียงเฝ้าดูผู้เปิดเผยกรมธรรม์

    .บทบาทสมมุติ อย่างผู้มุสาจะเกิดไปทั่ว
    .และพร้อมเล่นละครเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ดี ให้กลับแย่ลง


    ///และนั้นคือคำ "ขอบคุณ" ทุกสิ่งบนโลกย่อมต้องเปลี่ยนแปลง สิ่งที่เราบรรจงเขียนแต่งแต้มสีสรรลงไป ก็อยู่ในวาระเดียวกันกับโลกใบเดิม ที่พร้อมจะ
    "เปลี่ยนแปลง"


    .. ทุกข้อความที่ส่งท้ายด้วยการนำความสงสัยมาสู่ตน
    .. เราสามารถทำให้กระจ่าง ได้ด้วยการไม่ยึดกับคำพูดเหล่านั้น
    .. และเริ่มต้นวิถีแห่งความรู้ตื่นจากตัวตนข้างใน ว่าพบสิ่งใด ยึดสิ่งใด และพร้อมจะสละสิ่งใด


    .. การเดินทางมา ไม่ใช่เพื่อค้นพบความสำเร็จที่ผ่านไปแล้ว
    .. ไม่ใช่ เพื่อถือมั่นในความหลงใหลตนเอง

    .. บางครั้ง เป้าหมายไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ แค่สละได้วันละน้อย ทุกวันๆ จนกิเลสบางลงไป เราคงเห็นลำแสงในตัวเองได้ชัดเจนอีกครั้ง
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 17 มกราคม 2021
  11. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    14 ม.ค. 64
    .
    กล่าวถึงการนำพาช่วงชีวิตหนึ่งที่ยังไม่ตื่นขึ้น พุ่งทยานไปสุดขอบ จนมองเห็นเส้นตรงของจักรวาล

    ขีดไว้ด้วยเส้นด้ายบางๆ ระหว่างความจริงและความกลัว

    การได้กล่าวถึงว่า ความจริงก็สามารถนำความกลัวมาสู่ความคิดที่ยังไม่สามารถวิเคราะห์ แยกแยะ ด้วยกระบวนการทั้งปวงได้

    ทำให้ฉันตกอยู่ในห้วงความสงสัย ใยแสงตะวันสุดขอบ จึงไม่มีที่มาและที่ไป

    ขอต้อนรับสู่อีกบทบาทหนึ่ง ของจักรวาลคู่ขนานและนิทานเรื่องเล่า ....
     
  12. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    นับหนึ่ง....สกุณา
    .
    แม้แต่นกไร้ปีกก็ยังได้รับอภิสิทธิ์ เรียกตนเอง ว่า "สกุณา"

    นี่คือบทขยาย และคัดกรองแล้วว่า เป็นหนึ่งในชาติภพที่จบไปแล้ว และไม่อาจเรียกกลับคืนสู่วังวน ด้วยกิเลสตัณหาได้

    แต่ถ้ามันจะจบ แล้วใยจะต้องกลัวความจริง ที่ไม่อาจนำมาเป็นปัญหาให้ต้องแก้ ก็ขอสละเรื่องนี้ไว้เป็นแนวคิด เรื่องเล่า เตือนสติตน และส่งพร คืนสู่ธรรมชาติทั้งปวง

    สิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเรียกร้องพรแห่งอิสระภาพ เช่นปีกนกที่สามารถพาเหินในเวหา แต่เกิดเพราะดับซึ่งปัญหาทั้งปวง จึงไม่อาจเป็นตัวถ่วงความเจริญได้อีก

    นำมาปรุงแต่งนิดๆ พอสนุกกับเรื่องเล่าตามยุค

    เช่นนี้ ขอรายมนตร์แห่งพื้นป่า ให้เหล่าทายาทออกมาร่ายรำกลางแสงจันทร์ ดั้งผู้เป็นตำนาน ที่ยังคงอยู่

    และโลกก็ร่ายมนตร์แห่งความหลับไหล ในสายชลวาร จักรวาลย่อมมีพลังพิเศษ กลางคืนพระจันทร์กลมโต โลกโน้มเอียงเข้ามาคลอเคลีย หวังชมเรื่องเล่า พอสุขสมตามกำลังใจ

    ....
     
  13. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    เธอไม่จำเป็นต้องมีปีก ก็สามารถร่ายรำเป็นอิสระได้

    **ฉันไม่อาจทนสู้ศึกภายในได้อีกแล้ว ขณะที่วันคืนเวียนผ่านไป ฉันจมอยู่กับความมุสาในหน้าที่ ที่ไม่มีวันตื่นขึ้นได้

    **เพียงเพราะต้องโยงใยพวกคุณให้เข้าหากัน

    **การทำงานหนักเพื่อแบกรับตัวตน ที่ยังไม่ตื่นทำให้ฉันแทบสิ้นสติ และคิดว่าโลกนี้ไม่ยุติธรรม


    **และฉันได้มองเห็นทางออก ที่จะขจัดปัญหานี้ได้อย่างแยบยล

    **หากไม่มีฉัน เรื่องเล่าเหล่านี้จะเป็นเพียงความฝันและทางผ่านจะเป็นแค่อุปทาน

    **ฉันจึงสร้างเรื่องจริง แห่งพื้นป่าขึ้นอีกหนึ่ง เพื่อปัดเป่าตนเองให้หายไปกับสายลม

    **ก่อนจะร่ายมนตร์สะกดพื้นป่าให้หลับใหล และโยนตนเองออกมา เพื่อให้สามารถเดินได้อย่างอิสระจริงๆ


    **ฉันทำให้พวกคุณแข่งขัน ที่จะสร้างความกลัว และกังขาต่อความภักดี ให้คุณกล้าที่จะวัดความสำเร็จ กับผู้ที่มีกำลังใจเปี่ยมล้น

    **ให้คุณทำมันอย่างท้าทาย เพื่อหวังในโชคลาภ ชัยชนะ คำสรรเสริญ ป้อยอ และหลงกลในกับดัก

    **ฉันให้พวกคุณตื่นจนรุ่งสางมาเยือน และเล่าเรื่องส่งท้ายถึงอิสระภาพทั้งปวง ในดินแดนที่ไม่มีอยู่จริง และจะไม่มีวันเกิดขึ้น เนื่องจากความกลัวที่พวกคุณถูกปลูกฝังไว้

    **ฉันหักปีกตนเอง ทั้ง 2 ข้าง ส่งคืนผู้พิพากษา โดยกองไว้ที่หน้าผาอย่างไร้ตัวตน และนำพาเรื่องเล่าสุดท้ายสู่มัชฌิมโลก

    **และสละพร และกำไรที่ได้รับจากปีกทั้ง 2 ข้างนี้ ไว้เบื้องหลัง เพื่อส่งคืนพลังแห่งปักษาผู้พิทักษ์พื้นป่าที่ไม่มีวันตาย

    **แนบกายาใหม่ ที่ชั้น ............ เพื่อเป็นรางวัลแห่งความหลุ่มหลงในตนเอง พร้อมเปิดโลกทั้ง 7 ที่ต้องกัน ในวันพฤกษชาติร่วงโรย

    **พื้นป่าสงบ ลมพัดเย็นสบาย กายาใหม่ไม่อาจสะดุงต่อคำติฉิน หรือสรรเสริญ

    และแล้ว

    **สกุณาที่ไร้ปีกแห่งอิสระ ก็ร่ายรำตามเส้นสายแห่งมนตราอีกครั้ง เพื่อเปิดพื้นป่าที่เคยปิด หวังว่าผู้พิชิตทั้งหลายจะได้ฟัง ตำนานแห่งขุนเขา


    **เรื่องที่เราหรือใครก็ไม่อาจเรียกได้ว่า รู้จริง เพราะสิ่งนี้หนา อาจนำความกลัวมาสู่โลก อย่างผู้เปิดเผยโฉนดแห่งอจิณไตย

    .
     
  14. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    15 ม.ค. 64

    อ่านงานเขียนเก่าของตัวเองแล้วแบบ อ้า....เราเขียนไปได้ยังไงเนี้ย...มีความสุข
    .
    ////////////////
    .
    พญาครุฑ. มีจริงไหมคะแม่
    แม่เล่าเรื่องปู่ของลูกให้ฟังได้. แต่ไม่สามารถเล่าเรื่องพญาครุฑตนใดก็ตามให้ฟัง
    .
    เล่าเลยค่ะแม่
    ปู่ของลูกเป็นพญาอินทรีย์ใหญ่ในสายตาของแม่ ทุกแห่งที่ปู่ไปพำนัก ล้วนมีสิ่งที่น่ายินดีตามมาเสมอ. การเกิดเป็นลูกของปู่ ทำให้ ทรนงตน. ยิ่งได้รับคำสรรเสริญจากเทวะ. ทำให้มองสิ่งที่แม่เห็นว่าสำคัญยิ่ง อย่างไร้ตัวตน
    .

    ตอนที่แม่พบกับปู่ของลูกตามคำเชื่อเชิญ. เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งที่เป็นเรา ปู่ยกแม่ให้พ่อ
    .
    สัตว์ตระกูลเทพอย่างพวกเรา ไม่ได้ทรนงตนทั้งหมด. ...บางตนก็อยู่อย่างเสรี ไร้ขีดขั้น หรือจำกัดความหมายในเรื่องเพศ. ปู่ก็เป็นสัตว์ในตระกลูเทพ จึงไร้ขีดจำกัดในการถือครองร่างกาย.

    มีเพียงฐานะบางอย่างที่ระบุ... ถึงสิ่งเดียวกันกับที่ลูกต้องการจะรู้
    .

    ในวรรณคดีบอกเล่าเรื่องของปู่... ยิ่งใหญ่กว่าเทวะบนเขาอันเกรียงไกร. แต่ปู่เป็นสิ่งที่เล็กและละเอียดอ่อน. เกินกว่าความหมายของการกระทำของใครบางคนใส่ไว้ในวรรณคดี
    .

    ////////////////////
    การเกิดเป็นเทวะไร้ร่างกายก็อีกเรื่องหนึ่ง. แต่การเกิดในตระกูลผู้พิทักษ์ก็อีกเรื่องหนึ่ง
    .

    โดยอุปนิสัยของเจ้า. ของแม่. ....แล้วจะทรนงตนเหนือกว่าผู้ใดตามสัญชาติญาณที่ติดตัวมา. ความหมายของการมีตัวตนของเจ้า ได้ให้อิสระถึงการมีอยู่อย่างผู้พิทักษ์ก็ต่อเมื่อได้สั่งลาร่างกายแล้วเท่านั้น
    .

    การสร้างขีดจำกัดให้พวกเรา ด้วยการสร้างพันธะผูกพันต่อหน้าที่. ...เพื่อลดบทบาทเรา จากชาวสวรรค์บางกลุ่ม.

    สิ่งนี่มีความหมายว่า พวกเราไม่ต้องการผูกพัน. ไมว่าด้วยสัญญาใดก็ตาม. แต่เมื่อตระหนักถึงหน้าที่ก็ยากจะหลีกหนี.
    .

    การเข้ากลุ่มของพวกเราก็ต่อเมื่อ. กลุ่มนั้นมาจากตระกูลเดียวกันหรือคำเชื่อเชิญเท่านั้น
    .

    สิ่งหนึ่งที่พึ่งจะสำรวมต่อวาจา. คือ....พวกเราไม่สร้างข้อความเท็จ. ด้วยระลึกรู้ตัวว่า. เราไม่ได้ด้อยกว่าใคร
    .

    จำพวกตระกูลสูงๆ.... จะทรนงตนน้อยกว่าตระกูลที่ต่ำต้อย.... อาจจะเป็นเพราะพวกเค้าทำมาหมดแล้ว. สิ่งที่แบกก็น้อยลง... ความลุ่มหลงในตนก็น้อยตามไปด้วย
    .

    ถ้าปู่อนุญาตให้เล่าเรื่อง “พ่อ”. เราจะกลับมาคุยกันต่อ
    .


    /////กล่าวถึง////////
    ตระกูลเทพปักษีมีบุรุษมากกว่าสตรี. ราชินีของพวกเค้ากำบังพวกเค้าไว้ด้วยฤทธิ์ ทำให้การมองเห็นพวกเค้าต้องฝ่าดงพายุ... การจะเข้าใกล้พวกเค้าทำได้เพียงยอมรับอย่างผู้มีสัตย์เสมอกันเท่านั้น
    .

    เทพบุรุษท่านหนึ่งมีร่างกายท่อนบนเป็นนก. ร่ายคาถาบังตาได้. มักอยู่ในถิ่นที่อยู่ดั่งเดิม
    .
    ร่างกายพวกเค้าบางเหล่า... กำแดดได้ไม่จำกัด. สามารถพาเราฝ่าพายุเข้าถึงใจกลางตาแห่งสุริยะ โดยร่างกายเราไม่มอดไหม้. ผิวพวกเค้าในสายตาเราออกเป็นสีแดง. สะท้อนแสงเหมือนนีออน. แต่ภายในกลับดูกำยำ. ลำสัน
    .
    เวลาพวกเค้าพูดกับเรา เหมือนขู่บังคับให้ยอมทำตามแต่มักใจอ่อนกับสตรีที่เป็นที่รักเสมอ
    .
    ตอนเด็กพวกเค้าจะร้องเพลงประสานเสียงร่วมกัน. ในทำนองที่คนภายนอกมักจะไม่ได้ยิน.

    พวกเค้ามีหูทิพย์ตั้งแต่เด็ก. ท่วงทำนองที่พวกเค้าได้ฟัง ทำให้พวกเค้าเย็นลง
    .

    เค้าจะเชื้อเชิญเราเองถ้าอยากให้เราเข้าใกล้
    .
    เวลาถูกเชิ้อเชิญจะสังเกตุได้ง่ายๆ. ..เหมือนจะละลายกลางแดด. หัวใจจะระทึก. หูจะแว่ว. แววตาจะสุขประกายสว่าง. โลกจะสว่างกว่าปกติ. คำเชื้อเชิญประเภทนี้จะมาในคู่ของตนเท่านั้น
    .
    พวกเค้าสามารถมีร่างกายได้มากกว่า. 1. ประเภท. แต่เท่าที่ทราบ. ประเภทอื่นๆ. จะถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจ
    .

    การมีร่ายกายแบบนั้นเป็นส่วนหนึ่งของ
    งานเท่านั้น. ไม่ใช่พวกเค้าจะอยู่ในร่ายกายแบบนั้นตลอด

    .
    พวกเค้ารักสนุกมากกว่าที่คิด . ดูโอนอ่อนและผ่อนปรนในคู่ของตน. เวลาพวกเค้าสนุกจะลืมโลกและไม่สนสิ่งใด
    .
    คู่ของพวกเค้ามาจากหลายเผ่าพันธ์ุ... ไม่จำเพาะเจาะจงจะต้องเป็นเผ่าพันธ์เดียวกัน. แต่เมื่อตกลงตามคำเชิ้อเชิญ. ถือเป็นสาระจะพิทักษ์เผ่าพันธุ์ร่วมกันไม่แบ่งว่าเคยมีชาติกำเนิด มาจากอสูร หรือ เทวะบางกลุ่ม (ที่ไม่ขอเอยถึง)
    .

    ////////////////////
    การลดลงของเผ่าพันธุ์พวกเค้ามีนัยยะแฝง
    .
    ก่อนหน้านั้น..... สงครามระหว่างอสูรกับเทพกินบริเวณมาถึงโลกเบื้องล่างสุด เทวะถูกแบ่งเป็น. 2. ฝ่าย. หนึ่งในนั้นมีอสูรร่วมด้วย
    .

    ผู้พิทักษ์ของเราจึงต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลาง.
    .
    การที่ผู้พิทักษ์บางกลุ่มทำหน้าที่ไม่เป็นกลาง. ทำให้เกิดปํญหา. สงครามสงบแต่ผู้พิทักษ์ไม่สงบ.
    .
    เช่น. ...ผู้พิทักษ์ที่เลือกข้างแพ้ จะกลับมายืนอยู่บนสุดของห่วงโซ่อาหารไม่ได้.
    .

    เมื่อสงครามสงบลงผู้พิทักษ์ของเรา ถูกส่งมาทำหน้าที่อยู่เบื้องล่าง ทำให้วงจรการควบคุมอำนาจเริ่มสมดุลอีกครั้ง
    .

    ในศึกตระกูลเทวะ. แบ่งเป็น. 2. ช่วงเวลาสำคัญ
    .
    ช่วงเวลาแรก..... กบฎมาจากตระกูลขุนศึก. รบข้างอวตารมาก่อน. ทำให้สงครามยืดเยื้อกินระยะเวลายาวนาน. ศึกนั้นนักรบแพ้ทั้งคู่. ...องค์อวตารได้สร้างบทบาทตนเองจากศึกครั้งนั้น
    .
    ศึกที่สอง..... เกิดห่างกันพอสมควร. เทวะบังคับม้าเจรจาแพ้จึงเกิดศึก. ยุคสมัยคาบเกี่ยวกัน. แต่เป็นคนละยุคแน่นอน
    .

    การคาบเกี่ยวกัน.....เพราะตระกูลขุนศึกรบข้างอวตาร. ลงมาทำโทษตนเอง. ในฐานะปักษีขี้แพ้ชวนตี
    .
    การลงมาอีกครั้งเพื่อ..... ทำหน้าที่บังคับม้าออกหน้าเจรจากับขุนพลจากฝั่งที่สิ้นสงสัยในตนเองแล้ว. เป็นการสร้างอิทธิพลทางอ้อม .
    .

    มาในยุคหลังๆ.... วรรณกรรมมักจะเสนอทางออก ด้วยการเป็นขุนพลสุดยิ่งใหญ่ผู้ไม่เคยปราชัยให้แก่ใคร.
    .

    วายุภักค์จำนวนมากถูกออกแบบมาเพื่อสงคราม... แต่ก็มีบางพวกรักสงบพวกเค้าเฝ้าแต่ภาวนา
    .
    ถ้าวายุเหล่านี้.... ออกมาแสดงบทบาทเลือกข้างอย่างชัดเจน. และสามารถรวมกลุ่มกันได้. แสดงว่าพื้นที่ของสงครามกำลังขยายลงมายังพื้นโลกแล้ว
    .


    ///////////////
    ..สงครามเทวะ. จะเป็นเทียบเชิญให้ตระกูลวายุร้อนในอก..
    .
    การดึงเหล่าวายุเข้าร่วมสงครามทำให้ เกิดความสั่นสะเทือนครั้งใหญ่.
    .
    แต่การส่งพวกเค้าไปจองจำด้วยหน้าที่สุดสำคัญ อะไรก็ตามมันเป็นความเสมอภาคว่า พวกเค้าจะไม่ทิ้งหน้าที่นั้นแน่.
    .
    สงครามกำลังจะเริ่ม.....แต่พวกเค้าทิ้งงานของตนไปไม่ได้....


    พวกเราไม่ทำสงครามโดยให้วายุเหล่านี้เลือกว่าอยู่ฝั่งใด... พวกเค้าจะถูกจัดกลุ่มในฐานะผู้สร้างสมดุลให้กับจักรวาล... มากกว่าจะลงมาละเลงตนเองในสงคราม
    .

    วายุที่เลือกข้างเทวะบางองค์จะถูกลดบทบาท ผู้พิทักษ์ เป็นเพียงผู้เฝ้ามองเท่านั้น. เค้าไม่มีสิทธิ์จะแสดงตนเอง.... อย่างเทพปักษีที่ได้รับการยอมรับอีกแล้ว
    .

    การทำหน้าที่อย่างสมยอมตามเวลาบนพื้นโลก ...เพื่อสร้างบทบาทที่ควรจะเป็นของเค้าให้กลับมา อาจกินระยะเวลายาวนาน.

    แต่เป็นเหตุเป็นผลที่คุ้นชิน. เพราะอะไรเหล่าวายุสุดยิ่งใหญ่ และทรนงตนถึงยอมลงมาเหยียบพื้นโลก และร่วมสร้างสีสรรอันงดงามให้กับวรรณกรรมที่มีชีวิต
    .
    ด้วยสองมือ. สองเท้า. และหนึ่งหัวใจ
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 15 มกราคม 2021
  15. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    ...ขอต่อด้วยงานเก่าอีกสักเรื่อง...

    โลกสมมุติ.......มนุษย์สูญสิ้นอารยธรรมทางความคิด คอยเดินตามผู้นำอย่างคอตก. และสรรเสริญกันที่ลิ้น
    .
    เรามาที่นี่ หรือเราอยู่ที่นี่?
    .

    "เรา" ...เป็นเพียงคำสร้างมา เพื่อค้นหาคำตอบจากคำถามเชิงวิจารณ์ ต่อความเขลาที่เกาะกินปัญญา และนั้นคือคำท้าทายเพื่อเชิญชวนมาร่วมรบ. "สงครามแห่งขุนเขา"
    .

    ทุกการคาดเดาของคุณคือ “คำตอบ” และทุกคำตอบ. คือ. “ความจริง” แต่มันจะเป็นคำตอบที่แสดงความจริงของคุณเท่านั้น
    .

    การเชิญชวนของคุณ ...ถูกวิจารณ์ด้วยปัญญาที่ทรงอิทธิพลทางความคิดว่า เป็นเรื่อง เพ้อฝันและจินตนาการ.

    การสร้างสงครามทางจิตประสาท ต่อผู้นำโดยไม่ผ่านผู้เดินตามเลยเป็นไปไม่ได้
    .
    เรามาเพื่อทักท้วง
    .

    ///////////////
    พวกเค้าตายเพื่อท่านผู้นำ
    .
    โดยที่คุณจะนั่งทำตาปริบๆ. และยกความดีความชอบให้กับสิ่งที่เรียกว่า. “การเวียนวายตายเกิด”

    ผู้นำของเรา. ณ. ขณะนั้นเป็นชาว สนธยา. เค้าเรียกตัวเองว่า “จักรพรรดิ์” เราเรียกเค้าว่า “อสูรสงคราม”
    .

    ก่อนสงคราวจะอุบัติขึ้น. เราสามารถดื่มน้ำได้ชื่นใจ. แล่นเรือใบโต้ รับลมเย็นสบาย. และหาของป่า ได้อย่างไม่จำกัด
    .
    แต่เมื่อสงครามขยายดินแดนมาถึง. เราถูกต้อนเข้าร่วมรบ. ฐานะนักรบ “ผู้ไม่มีวันแพ้”. ถ้าไม่ชนะก็ตายเท่านั้น
    .

    สงครามชนเผ่า ขณะนั้น กินอาณาบริเวณกว้างไปสุดขอบทะเล. จนฝูงปลาบริเวณนั้นได้กินซากศพเป็นอาหารแทนสาหร่าย

    เรามาที่นี่ไม่ใช่เพราะต้องการเรียกร้องให้ความตายของเรามีความหมาย. แต่เพื่อให้คุณ ดีดนิ้วแล้วมันสามารถหายไปได้
    .


    ///////////////////
    ทุกครั้งเมื่อมีคนถามว่า เพราะอะไร. ถึงร่วม รบกับ “อสูรสงคราม”.
    .
    เพราะ.... ถ้าพวกเค้าไม่มีเรา. พวกเค้าจะไม่ชนะศึก สงครามจะยืดเยื้อ กินระยะเวลาอันยาวนาน. ผู้คนจะล้มตายมากกว่าที่จะคำนวณด้วยเมล็ดทรายบนพื้นได้
    .

    “จักรพรรดิ์”. ที่เรารู้จัก. ดื่มไวน์ บนกองซากศพทับถมเป็นภูเขาอย่างไม่รู้สึกผิด
    .
    เรามาเพื่อยกย่องสรรเสริญเค้าอย่างผู้นำที่ “ทรงอำนาจ”. และไม่ขยาดต่อความตาย......ยอมเดินตามเค้า. เพราะความรู้สึกผิดเกิดขึ้นมากกว่าครั้งไหนๆ
    .

    การหมดวาระ. ที่ได้ร่วมต่อสู้ เพื่อ “อสูรสงคราม” ถือว่าเป็น “ไท”. แต่ความทรงจำอันเลอะเลือนต่อความตายยังไม่อาจปลิดทิ้งไปได้
    .


    *************
    เราจึงกลับมา...... เพื่อ บอกเล่า และหวังว่านี้จะเป็นคำตอบสุดท้ายที่จะทำมันให้หายไป

    การรวบรวมดินแดนที่แตกต่างกันให้เป็นหนึ่งเดียว... เพื่อปกป้องพวกเค้า. นั้นคือ สัญญาที่ได้รับ. “สงบสุขถาวร”
    .

    โลกศิวิไลย์ของคุณ เกิดหลัง ความตายมาพรากทุกสิ่ง. แต่มันไม่ได้ดีไปกว่าโลกที่เราเคยอยู่ก่อนหนั้านั้นเลย
    .
    พวกเราอยู่อาศัย.....โดยมองเห็นความเป็นจริง และคุณค่าของทุกสิ่งแม้แต่สิ่งที่เล็กที่สุด.

    เช่นเดียวกับการมองเห็นทุกชีวิตมีความหมาย ต่อให้เป็นแมลงตัวเล็กที่คอยค้ำจุลระบบนิเวศวิทยา
    .


    ///////////////////
    คุณอาจรบชนะมารมานับร้อย. แต่ไม่เคยรบชนะตัวเองเลย สงครามภายในถึงไม่เคยจบสิ้นลง
    .
    และเมื่อสงครามได้เริ่มต้นขึ้นครั้งใด. เทียบเชิญเข้าร่วมรบถึงถูกส่งมาถึงมือคุณเสมอ
    .
    สงครามจะยุติสำหรับคุณ ไม่ใช่การรบชนะหรือแพ้. ...แต่เป็นการหยุดค้นหา. เพราะอะไร.... ความสงบสุขถึงไม่มีอยู่จริง
    .

    *******
    เมื่อคุณมองรอบตัว คุณจะเห็นว่า... ความสงบสุขเริ่มจากความพอใจในชีวิต. มากกว่าการนั่งพิพากษาว่าสิ่งใดถูกหรือผิด

    ********

    และสรุปในวันนี้...

    คุณจะรู้เองว่าสิ่งนั้นได้เกิดขึ้นแล้ว ขอให้ความเป็นกลางของคุณสร้างสมดุลได้อีกครั้ง
    .....
     
  16. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    16 ม.ค. 64

    เมื่อมีคนถามว่าเรามาที่โลกทำไม
    นี่คือคำตอบเมื่อ วันที่


    25 ส.ค. 62
    .
    นี่คือหนึ่งในประสบการณ์ในหลาย ร้อย หลายพัน จากสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อการเรียนรู้และก้าวข้าม. นำสู่องค์ประกอบที่สมบูรณ์ในชีวิตหนึ่งๆ. ที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่เกิดก็ได้
    .

    คุณคิดว่าโลกทางกายภาพของคุณคืออะไร.
    .เราเกิดมาในครรภ์ เช่นเดียวกันกับสิ่งมีชีวิตที่ยังคงใช้อารยธรรมดั้งเดิม ในการเรียนรู้ชีวิต.

    .คุณอาจจะคิดว่านี่คือบททดสอบ โลกทางกายภาพเพียงแห่งเดียว. แต่โลกสมมุติหลายมิติ. ยังเรียนรู้ด้วยกายภาพเช่นเดียวกับที่คุณกำลังเรียนรู้
    .

    .เรามาที่ดาวเคราะห์โลก ตามคำเชื้อเชิญของชนเผ่าโบราณ.... ซึ่งถูกชี้นำด้วยผู้ทรงคุณวุฒิในเผ่า ถึงความพอดีของเวลาที่เหมาะสมกับการนำเราสู่พื้นดิน
    .
    ชนเผ่านี้ถูกชี้นำด้วยคำสอนถึงเหตุการณ์หนึ่ง เกี่ยวกับการมาของเรา
    .
    ในเวลานี้..... คุณอาจจะมองเราเป็นสัตว์ประหลาด แต่ในเวลานั้นเราได้สิทธิ์ครองโลกในฐานะผู้เดินทางมากับแสง
    .

    ชนเผ่านั้น ส่งตัวแทนเพื่อต่อยอดองค์ความรู้กับพวกเราอยู่เนืองๆ. นับเป็นเวลา หนึ่งรอบของสุริยะที่บังเกิดแสงสว่าง
    .

    เราขออธิบายด้วยภาษาชนพื้นเมืองถึงพวกเราว่า “เทพเจ้า”. ผู้นำแห่งแสงสว่าง. และสิ่งสวยงามจะบังเกิด
    .

    แต่เราไม่ใช่เทพเจ้า. เราเป็นมนุษย์. ผู้ถูกเลือกสรรค์ให้เดินทางสำรวจ และเก็บตกสิ่งที่จะทำให้วันเวลาปัจจุบัน ณ. ขณะนั้นหายไป
    .
    เรามาจากเวลาปัจจุบันของเรา. ซึ่งเกิดคลื่นเวลาในกาลอากาศ กระทบทำให้ระยะเวลาการเดินทางจากหน้ามาหลัง. หรือย้อนกลับถูกรบกวนจึงต้องพักการเดินทาง

    เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบหรือเหตุการณ์บังคับ. ซึ่งนั้นคือจุด เริ่มต้น. ในเหตุการณ์. “ฟ้ากว้าง"
    .
    .
    พวกเราไม่ได้เปลี่ยนแปลงสิ่งใดในอดีต. พวกเราเคารพต่อเจตนาของบรรพบุรุษดั่งเดิมที่ได้เดินทาง เพื่อค้นพบเป้าหมายการมีชีวิต เช่น... ปัจจุบันของเรา หรือ พวกเรา
    .
    การผันผวนของเวลา เกิดขึ้นได้จากองค์ประกอบทางกายภาพน้อยมาก ถ้านับถึงปัจจุบันของเราแทบเรียกว่าเป็น “ศูนย์”. แต่ขณะนี้ไม่เหมือนกัน
    .

    เวลาของเราเคลื่อนช้าลงเรื่อยๆ. แต่เวลาของพวกเค้ากลับเร็วขึ้น.

    และเมื่อเทียบเวลาตามจันทรคติ หรือนิยมเรียกว่า เวลาของโลกกายภาพที่สำนึกใช้หล่อเลี้ยง. ...กลับเห็นความแตกต่างจากสิ่งที่กำเนิดและตายลงในเวลาเดียวกันน้อยลง


    จึงให้เหตุผลถึงการกำเนิด อย่างไม่หยุด.
    .

    เนื่องด้วยเวลาจำกัดหรือมีขีดจำกัดทางอายุ นับเป็นวัน. เราจะหยุดการเจริญเติบโตของสัตว์บางชนิดชั่วคราว เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบที่สัมบูรณ์กับคลื่นชีวิต. โดยรวมของสิ่งมีชีวิตจำนวนมาก
    .
    เวลาจึงให้เป็นสมมุติของสัตว์ชนิดนี้. ...แต่กระนั้น. การเจริญเติบโตอย่างไม่หยุด ก็มีผลกับคลื่นรบกวนโคโมโซมสัตว์กินพืชชนิดหนึ่ง.
    .

    พวกคุณอาจจะคิดว่าสิ่งที่คุณทำให้คลื่นของเวลาเร็วขึ้น จะบังเกิดผลแต่เฉพาะโลกที่เกิดร่วมกับสำนึกที่คุณกำลังใช้อยู่
    .
    แต่กลับเกิดผลกับเวลาโลกปัจจุบันของเรา ที่ถูกยืดขึ้นและหดลงอย่างกระชั้นชิด. จังหวะของเวลาไม่มีความเสถียรตายตัว. ความสมดุลของสัตว์กินพืชถูกเปลี่ยน. เวลาขยายตัวเร็วขึ้น และสั้นลง
    .

    โดยไม่ได้รับการควบคุมที่ตายตัว ถึงการเกิดและดับของสิ่งมีชีวิตที่ต้องอาศัยแรงโน้มถ้วงเพื่อสร้างสมดุล
    .
    และอีกไม่นานพวกคุณจะเสียสมดุลในสัตว์กินพืชไปอย่างถาวร. ถ้าไม่ดึงเวลาให้ร่นระยะเทียบกับการเดินทาง. ด้วยกายภาพให้สอดคล้องกับเวลาภายใน

    เราต้องขอแก้ไขบางอย่าง. การเดินทางมาที่นี่ ไม่ใช่เดินทางมาในอดีตแต่เป็นการเดินทางเพื่อให้เกิดความเป็นปัจจุบัน. ทั้งที่เราจากมา และกำลังสร้างสำนึกอยู่ ตอนนี้
    .

    *****
    กฎข้อแรกของเวลา มันไม่เดินย้อนกลับ.
    .

    ถ้าต้องการขยายกฎข้อแรก ก็จะเหมือนกับว่า เราจะเล่นเกมที่เคยเล่นชนะเพื่อให้แพ้ไปทำไหม.
    .
    การสร้างวงจรของเวลา เพื่อสำรวจมีเงื่อนไขถึงความเป็นไปได้ของพืช สัตว์. หรือสิ่งมีชีวิตอื่นๆ. เอื้ออำนวยต่อการดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

    เมื่อสัตว์ดำรงเผ่าพันธุ์อัจฉริยะ บางชนิดถูกรบกวน. สัตว์อีกชนิดที่แข็งแกร่งกว่าจะเดินนำในห่วงโซ่อาหาร. โดยทั่วไป สัตว์กินพืชไม่มีทางชนะสัตว์กินเนื้อ
    .

    การถูกต้อนเข้าฝูงเป็นทางรอดของสัตว์ที่ไม่มีกรงเล็บไว้ต่อกรกับใคร
    .
    การมาของเรา. ณ ขณะนั้น เพื่อสร้างเครื่องมือ. เพือรองรับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายโดยไวของพวกเค้า
    .
    เพื่อให้พวกเค้าดำรงอยู่. และคงประสิทธิภาพทางกายภาพ.

    เมื่อเห็นว่าพวกเค้าดำรงอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และเปลี่ยนแปลงอย่างสอดคล้องกับสมดุลที่ได้เกิดขึ้นใหม่แล้ว. เราจึงถอยมาดูอยู่ห่างๆ และจากไป
    .
    ร่างกายพวกเค้าจะแคระแกรนลง ...แต่องค์ประกอบทางชีววิทยาจะสอดคล้องกับสมดุลที่ได้รองรับไว้แล้ว
    .

    ระนาบเวลาจะเคลื่อนเข้าหากันในไม่ช้า. แต่คุณมีกายภาพครอบอยู่จึงทำให้ร่างกายคุณไม่เปิดรับพลังงานที่กำลังโถมเข้ามาเป็นระลอก
    .
    เมื่อคุณต้องใช้ร่างกายเป็นแหล่งรองรับพลังงาน. ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย และเมื่อระนาบเวลาทับซ้อนกันพอดี ร่างกายที่ไม่สามารถเปิดรับพลังงานได้จะเกิดอันตราย
    .
    การเคลียร์ร่างกายให้กับคุณก่อน จึงจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้กำเนิดเวลาที่เป็นปัจจุบันของทั้งกายภาพภายนอกและกายภาพภายใน
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 16 มกราคม 2021
  17. ต้นธาร11

    ต้นธาร11 เป็นที่รู้จักกันดี

    วันที่สมัครสมาชิก:
    13 ตุลาคม 2017
    โพสต์:
    734
    ค่าพลัง:
    +104,644
    21 ม.ค. 64
    .
    การเคารพผู้อื่นสำคัญอย่างไร
    .
    ฉันมาเพื่อบอกคุณอย่างที่ฉันเป็น
    และไม่ต้องพยายามเพื่อจะสานต่อเจตนาที่สำเร็จลุล่วงไปแล้ว

    .
    การมาที่นี่ล้วนมีเป้าหมายมากมาย และหนึ่งในความมากมายเหล่านั้นคือ การบรรลุคำตอบ ที่ไม่มีคนหรือสิ่งใดที่คิดจะถามขึ้น
    .
    (1)
    โลกสมมุติ และจินตนาการ

    **ฉันมองตนเองเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเงื่อนไขนานับปการ
    **มันว่างเปล่า ไร้ภาวะผู้นำ และไร้เจตนา
    **แต่ในความว่างเปล่านั้น กลับมีผู้หนึ่งเผยตัวตนออกมา
    **หนึ่งในหลายร้อยบทความก่อนหน้า จากคำประกาศอิสรภาพ
    **ถูกเผยแผ่ แบ่งปัน และเข้าถึงปัจจัย
    **จนขณะเสียงไชโยโห้ร้องประกาศชัยชนะ
    **ฉันมองเห็นโอกาส จะหลุดจากปัญหานี้
    **และเริ่มต้นใหม่
    **เป็นใครก็ได้ ที่ไม่มีน้ำหนักกดทับบนบ่า
    **และหลุดลอยไปในจินตนาการ

    (2)
    **ทุกข้อความผ่านคลื่นความถี่
    **ที่ฉันและคุณรับทราบมาพอสมควรก่อนหน้า
    **แต่หาแหล่งที่มาไม่ได้
    **จึงวางเฉย
    **แต่แล้ว ก็ได้สะดุดกับข้อความหนึ่ง

    (3)
    **ขณะเสียงไชโย ฉันอยู่ที่นั้นกับคุณและทุกคน
    **คำประกาศอิสรภาพอย่างผู้นำทางศาสนา
    **ประกาศตนเองพ้นพันธผูกพันธ์ จากสัญญาฉบับเก่า
    **"เรา่ขอให้อิสระตนเอง อย่างผู้นำสมัยใหม่"
    **"ผู้พึ่งได้สิทธิประโยชน์มากมาย"
    **"เช่นมนุษย์ผู้หนึ่ง"
    **"พึ่งได้รับจากการสละแล้วทุกสิ่ง"

    (4)
    **ทุกคนให้อิสระคุณตามที่คุณเรียกร้อง
    **โดยมีเรานั่งกำกับบทต่อไป
    **ในความถี่ที่เกี่ยวข้อง
    **และนั้นคือหนึ่ง ในหน้าที่


    (5)
    **ฉันเสียใจที่ความตายเป็นของทุกคน
    **ฉันดีใจที่ความตายเป็นของเราทุกคนต่างหาก

    **ทำไมคุณถึงดีใจ
    **เพราะฉันมีตัวตน ให้เรียนรู้ว่าทุกสิ่งที่ฉันยึด ล้วนมาจากตนเองทั้งสิ้น
    **หากฉันไร้อิสระจะยึดตัวตนของตัวเองแล้ว
    **ฉันจะค้นพบเป้าหมายต่อไปได้อย่างไร
    **ในเมื่อฉันก็ว่างเปล่าเหมือนคุณ

    **แต่คุณยังมีพวกเรา
    **การเรียนรู้ควรเริ่มต้นจากความไม่รู้
    **และฉันสละความรู้ทั้งปวง เพื่อความรู้ตรงและแจ้งแล้ว

    **แต่ขณะคุณได้เรียนรู้คุณก็ยังมีพวกเรา
    **เปล่าเลย ทุกสิ่งสมมุติ ตัวตนของพวกเราก็ล้วนมาจากแก่นของสมมุติ
    **นั้นคือความสมดุล
    **และเงื่อนไขที่กาลเวลา
    **จับต้องและทดสอบพวกเรา

    (6)
    **ขณะเข้ายึดพื้นที่ ชัยชนะเช่นผู้นำสมัยใหม่
    **ฉันเห็นเงาของอดีต
    **ทุกสิ่งล้วนสวยงามเกินจริง
    **และวิปลาสในเนื้อหา
    **เพราะเนื้อแท้คือความขื่นขม

    **ฉันมองดูอย่างเงียบๆ
    **รอเวลาสัญญาณ ผ่านเข้าสู่ระบบอีกครั้ง
    **ครั้งนี้คงเป็นคำตอบ

    (7)
    **สวยงามซิ โลกใบนี้ขอต้อนรับ
    **ฉันไม่ได้มองทุกสิ่ง เหมือนที่คุณมองโลก
    **ทุกครั้งฉันเตือนคุณจากภายใน
    **อย่ากระหายในชัยชนะเกินงาม
    **เพราะการประสานจะร้าวราน
    **เสียงฉันดังกว่าความเลื่อนลั้นของปฐพี
    **แต่เบากว่าขนนกที่ตกกระทบริมฝีปากตนเอง
    **และคุณก็ผ่านประสบการณ์นี้ไป
    **โดยไม่นึกถึงมันอีก

    (8)
    **ราตรีแสงดาวระยับบนฟ้า
    **ฉันนั่งอธิษฐานขอบารมีองค์สมเด็จช่วยคุ้มครองกายาใหม่นี้
    **ให้แจ้งต่ออุปสรรคทางร่างกายทั้งปวง
    **และรบกวนจิตใจฉันให้น้อยที่สุด ขณะสะสางงาน

    **เมื่ออาทิตย์ขึ้นฉันเป็นคนใหม่ในร่างเดิม
    **เดินเหินสะดวกตามวันเวลา
    **และไม่สะดุดขาตนเองล้ม
    **แต่ขณะหนึ่งลมหายใจก็ขาดช่วง

    **ด้วยห่วงว่าตนเองจะล้มหายไปนาน
    **จึงได้จุดไฟในดวงตา จากเตาอีกใบ
    **และเริ่มผสานเตาทั้ง 2
    **ให้สุกสว่างฉันท์มิตรที่ยั่งยืน

    (9)
    **ลมไม่อาจทนแรงยั่วยุของตัณหา
    **ร่างกายใหม่ไม่สวยโสภาน่าอภิรมย์สักเท่าใด
    **แต่เป็นหน้าที่
    **ต้องนำงานขึ้นเสนอ
    **ต่อผู้นำโลก สมัยนิยม
    **ก่อนหมดวาระ

    (10)
    **ฉันขอสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง
    **ด้วยยโส ไม่อาจสละแล้ววาสนา
    **การเจรจากับตนเองล้มเหลว
    **ฉันกำลังหวนกลับเส้นทางที่ไม่ยั่งยืน


    (11)
    **ผู้นำที่ฉันต้องการไม่ใช่แบบนี้
    **หลังจากนั้น ทุกวัน
    **ฉันสาบานจะหันหลังให้กับแท่นบูชา
    **และไม่นำพาข่าวสารใดใด
    **ถึงท่านผู้นำ
    **และยอมเดินตาม
    **องค์พระศาสดา

    (12)
    **ก่อนปลดวาระ
    **ที่นี่ขอต้อนรับ สาวกใหม่
    **และเป็นบ้านหลังแรกที่สะอาดแค่เพียงเปลือก

    **ฉันเสียใจ เสียงในหัวพวกคุณดังเข้ามาในใจ
    **ไม่อาจมองเห็นเป้าหมายใหม่

    **การใช้ผู้นำโลกต้องเป็นตามครรลอง
    **และสาบานว่าจะจงรักภักดีอย่างมนุษย์ผู้หนึ่ง

    **ฉันมองดูเงาและมัน เพิ่งผ่านมาไม่นาน

    (13)
    **ก่อนจบ
    **ทุกสิ่งสมมุติ
    **เริ่มจากเรียนรู้ที่ตัวคุณ
    **ทุกผู้นำที่ผ่านการชี้นำ

    **เราเห็นทัพนาซีที่ช่วงชิงเอาเวลาศิวิไลย์
    **ใส่พานให้กับพวกยักษ์

    **เห็นกองทัพโคนมากกว่าหนึ่งทวีป
    **ถึงกาลแตกดับด้วยมนุษย์

    **เห็นเรือยุทธ์เดินด่วน
    **ข้ามทวีปด้วยลำแสง
    **และกระจายในทวีปต่างๆ

    **เห็นกองทัพมดบุกแปลกผัก
    **เห็นนักรักต้องมนตร์เสน่ห์หา
    **เห็นมายาซ้อนอยู่หลังปีกอสูรกาย

    (4)
    **ทุกครั้งที่กล่าวถึงตอนจบ
    **ล้วนมีบทสรุปตรงกับเป้าหมาย
    **การเคารพผู้อื่นสำคัญอย่างไร

    **ฉันกำลังแสดงถึงการเคารพผู้อื่นให้คุณได้ชม
    **ด้วยความจริง

    **และทิ้งความจริงไว้ด้วย สิ่งสมมุติ
    **อีกหนึ่งเรื่อง
    .
     
    แก้ไขครั้งล่าสุด: 21 มกราคม 2021 at 17:43

แชร์หน้านี้

Loading...